ASP.BK▲
KTC กำไรสุทธิ 2Q26 นิวไฮ 2.2 พันล้านบาท โบรกคงแนะซื้อเป้า 50 บาท
บริษัท บัตรกรุงไทย หรือ KTC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบปีก่อน และ 2.5% จากไตรมาสก่อน หนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโต การควบคุมค่าใช้จ่าย และสำรองที่ลดลง ขณะที่ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มเป็น 13.31% หลังต้นทุนเงินลดลงเหลือ 2.62% ส่งผลให้กำไรครึ่งปีแรกอยู่ที่ราว 4.4 พันล้านบาท โดยมี Credit Cost 5.0% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพียง 34.8% ด้านแนวโน้มครึ่งปีหลังยังเป็นบวกจากทั้งส่วนต่างรายได้และรายได้ค่าธรรมเนียม แต่ต้องจับตาค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นจากระบบไอทีใหม่ โดย Core System เริ่มทยอยรับรู้ค่าตัดจำหน่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม บริษัทคาดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทั้งปีอยู่ราว 36% บวกหรือลบ จาก 34.8% ในครึ่งปีแรก ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 5% มาอยู่ที่ 8.48 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% จากปีก่อน และคงคำแนะนำซื้อพร้อมราคาเป้าหมาย 50.00 บาท โดยมองว่าธุรกิจนายหน้าประกันภัยเป็น New S-Curve ที่ยังไม่ได้สร้างรายได้เต็มที่ คาดได้รับใบอนุญาตดิจิทัลในไตรมาส 4 ปี 2569 และคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 4.8% ต่อปี
ASP.BK
ICHI ตั้งเป้ารายได้ปุ๋ยพรีเมียม 1,500 ล้านบาทใน 3 ปี
ICHI ประกาศเป้าหมายรายได้จากธุรกิจปุ๋ยพรีเมียมแตะ 1,500 ล้านบาทภายใน 3 ปี หลังร่วมทุนกับกลุ่มเอกยงวงศ์จัดตั้งบริษัท ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์ ทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท โดย ICHI ถือหุ้น 51% และกลุ่มเอกยงวงศ์ถือหุ้น 49% คาดเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2570 โดยจะรับโอนแบรนด์ปุ๋ยพรีเมียม Rampatec ซึ่งมียอดขายปัจจุบันประมาณ 70 ล้านบาทต่อปี และวางแผนต่อยอดสู่นวัตกรรมการเกษตร เช่น ปุ๋ยเคลือบอะมิโน และปุ๋ย Slow Release โดยตลาดปุ๋ยเคมีไทยมีมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ตลาดปุ๋ย Compound NPK ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์พรีเมียมมีมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านบาท ด้านโบรกเกอร์เอเซีย พลัส มองว่าการลงทุนไม่กระทบต่อกำไรปี 2569-2570 คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 15.80 บาทต่อหุ้น
ASP.BK
TWZ แจ้ง Cross Default หุ้นกู้ TWZ26DA กว่า 225 ล้าน นัดประชุม 9 ก.ย. ขอยืดไถ่ถอน 1 ปี
บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TWZ แจ้งเหตุผิดนัดไขว้ (Cross Default) ตามข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้แปลงสภาพ TWZ26DA ซึ่งมียอดคงค้าง 225.04 ล้านบาท จากผู้ถือหุ้นกู้ 160 ราย โดยบริษัทยืนยันว่ายังไม่มีเงินต้นหรือดอกเบี้ยของหุ้นกู้ดังกล่าวที่ผิดนัดชำระ แต่การผิดนัดชำระหนี้ต่อสถาบันการเงินทำให้เกิดเหตุผิดนัดไขว้ โดยผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้คือบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ได้แจ้งเหตุผิดนัดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และให้เวลาแก้ไข 30 วัน ภาระหนี้ต่อสถาบันการเงินที่ถูกต้อง ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 รวม 932.14 ล้านบาท ประกอบด้วยหนี้ต่อธนาคารกรุงเทพ (BBL) 523.21 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย และภาระตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ 328.27 ล้านบาท รวมถึงดอกเบี้ยค้างชำระ 9.54 ล้านบาท และ BBL ยังเรียกให้ชำระเงินคืนอีก 74.10 ล้านบาท ภายหลังธนาคารชำระเงินตามหนังสือค้ำประกัน โดยยอดดังกล่าวไม่รวมอยู่ในภาระหนี้ 932.14 ล้านบาทข้างต้น ขณะที่หนี้ต่อธนาคารยูโอบี (UOB) มีเงินต้นคงค้าง 59.61 ล้านบาท และดอกเบี้ยค้างชำระ 2.02 ล้านบาท และบริษัทยังมีภาระค้ำประกันหนี้ของบริษัทย่อยที่ผิดนัดอีก 53.94 ล้านบาท TWZ ระบุว่าปัญหาสภาพคล่องเกิดจากผลขาดทุนขั้นต้น 639 ล้านบาท จากการจำหน่ายสินค้าคงเหลือแบบขายเหมาคละหมวดหมู่ต่ำกว่าทุน และผลขาดทุนสุทธิตามงบการเงินรวมปี 2568 จำนวน 2,317.89 ล้านบาท บริษัทเตรียมจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ในวันที่ 9 กันยายน 2569 เพื่อขอผ่อนผันเหตุผิดนัดและขยายอายุหุ้นกู้จาก 2 ปี 6 เดือน เป็น 3 ปี 6 เดือน เลื่อนวันไถ่ถอนเป็นวันที่ 19 ธันวาคม 2570 หากไม่ได้รับอนุมัติ อัตราดอกเบี้ยผิดนัดจะเพิ่มเป็น 9.50% ต่อปี
ASP.BK
SUPER เตรียมออกหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ย 5.55-5.90% เปิดขาย 6-8 ต.ค.
บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน แก่ประชาชนทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้เดิม และ/หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และ/หรือชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน หุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 6 เดือน ครบกำหนดปี 2571 อัตราดอกเบี้ย 5.55% ต่อปี และชุดที่ 2 อายุ 2 ปี ครบกำหนดปี 2571 อัตราดอกเบี้ย 5.90% ต่อปี โดยเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม 2569 ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลายราย นำโดย บล.เอเซีย พลัส ซึ่งทำหน้าที่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ด้วย อันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทอยู่ที่ BBB และหุ้นกู้อยู่ที่ BBB- โดยทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569
ASP.BK▲
CPF คาดงบครึ่งปีหลังโต ราคาหมูไก่หนุน
ซีพีเอฟ หรือ CPF คาดการณ์ผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2569 จะเติบโตได้ดี โดยมีแรงหนุนจากราคาเนื้อหมูและเนื้อไก่ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ที่ช่วยกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะผ่านแผงค้าในตลาดสดราว 25,000 แผง ซึ่งเข้าร่วมมาตรการ 60-70% และแฟรนไชส์รวมถึงรถเข็นที่เข้าร่วม 100% ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศยังเติบโต โดยเฉพาะในอังกฤษจากการขายเนื้อไก่ให้ KFC และ Wingstop ส่วนธุรกิจในเดนมาร์ก สวีเดน และญี่ปุ่นก็มีแนวโน้มดีขึ้น ด้านโบรกเกอร์เอเซีย พลัส มองว่ากำไรไตรมาส 3/2569 จะเติบโต QoQ จาก Gross Margin ที่ดีขึ้น แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเหมาะสม 25 บาทต่อหุ้น ขณะที่ CPFFB ซึ่งเป็นบริษัทย่อย (CPF ถือ 99.99%) จะเข้าลงทุน 51% ในบริษัท บรูว์แฟคทอรี หรือ BREW ผู้ผลิตน้ำดื่ม มูลค่า 334.7 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นเพียง 0.06% ของสินทรัพย์สุทธิ จึงไม่กระทบฐานะการเงิน แต่ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์
ASP.BK▲
TURBO เตรียมขายหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ย 5.20-5.60% เปิดจอง 5-7 ต.ค.
บมจ.เงินเทอร์โบ (TURBO) ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้เสี่ยงสูง ไม่ด้อยสิทธิ มีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยแบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี 1 เดือน 2 วัน ครบกำหนดปี พ.ศ.2571 อัตราดอกเบี้ย 5.20% ต่อปี และชุดที่ 2 อายุ 3 ปี 1 เดือน 1 วัน ครบกำหนดปี พ.ศ.2572 อัตราดอกเบี้ย 5.60% ต่อปี เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2569 โดยมีผู้จัดการการจัดจำหน่าย 8 ราย นำโดยบล.เอเซีย พลัส ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ด้วย บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปซื้อทรัพย์สิน ลงทุน หรือใช้เป็นค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน โดยทริสเรทติ้งจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ BBB- เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569
เอเซีย พลัส ผนึก The Capital Law เสริมบริการ Family Wealth Advisory
บล. เอเซีย พลัส (ASPS) และ The Capital Law ได้ลงนามความร่วมมือเพื่อให้บริการให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวเจ้าของกิจการและผู้มีความมั่งคั่ง โดยเสริมศักยภาพบริการ Family Wealth Advisory ให้ครอบคลุมทั้งด้านกฎหมายและการบริหารความมั่งคั่ง ภายใต้ความร่วมมือนี้ เอเซีย พลัส จะนำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่ง การวางแผนทางการเงิน และการจัดสรรสินทรัพย์ มาผสานกับความเชี่ยวชาญของ The Capital Law ในด้านกฎหมายธุรกิจ การจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้น การวางแผนสืบทอดกิจการ และการจัดการทรัพย์สินครอบครัว รวมถึงการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินกงสีสู่คนรุ่นถัดไปอย่างเป็นระบบ บริการนี้มุ่งตอบโจทย์ครอบครัวเจ้าของกิจการที่ต้องบริหารทั้งธุรกิจ ทรัพย์สิน และความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ควบคู่กัน โดยครอบคลุมตั้งแต่การทบทวนโครงสร้างการถือครองทรัพย์สิน การกำหนดบทบาทของสมาชิกแต่ละรุ่น การเตรียมทายาท ไปจนถึงการจัดทำกรอบธรรมาภิบาลครอบครัว นางสาวกุลธิดา กุลวิบูลย์อนันต์ กรรมการบริหารของเอเซีย พลัส กล่าวว่าความร่วมมือนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถนำเสนอคำแนะนำที่เชื่อมโยงมิติทางการเงินและกฎหมายได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น ขณะที่นายชาตรี ตระกูลมณีเนตร Senior Partner ของ The Capital Law กล่าวว่าการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินกงสีและธุรกิจครอบครัวจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ และความร่วมมือนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนการบริหารความมั่งคั่งให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามกรอบที่กฎหมายกำหนด
Electrification & Mobility▲
XPeng ส่งมอบ ส.ค. 3.91 หมื่นคัน โต 3.7% โบรกชี้บวกต่อ XPENG03 เคาะเป้า 3.15 บ.
XPeng Inc. ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะของจีน รายงานยอดส่งมอบรถยนต์เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 39,107 คัน เพิ่มขึ้น 3.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.8% จากเดือนก่อน ส่งผลให้ยอดส่งมอบกลับมาเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และถือเป็นระดับสูงสุดอันดับ 2 ของปี รองจากเดือนมิถุนายนที่มียอดส่งมอบ 40,126 คัน โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 XPeng มียอดส่งมอบรวม 243,111 คัน ลดลง 10.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้นจากช่วง 7 เดือนแรกที่ลดลง 12.8% สำหรับไตรมาส 3/2569 บริษัทตั้งเป้ายอดส่งมอบไว้ที่ 115,000-121,000 คัน หลังจากยอดส่งมอบรวมในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมอยู่ที่ 77,134 คัน ส่งผลให้ในเดือนกันยายน XPeng จะต้องส่งมอบรถยนต์เพิ่มอีก 37,866-43,866 คัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย บล.เอเชีย พลัส มองว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นบวกต่อราคาหุ้น XPeng ในระยะสั้น หลังยอดส่งมอบเริ่มกลับมาเติบโต และแนวโน้มยอดขายมีสัญญาณฟื้นตัว โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งรุ่น MONA L03 ที่เริ่มส่งมอบแล้ว และ G9L ซึ่งเปิดตัวและเริ่มส่งมอบในเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม XPeng ยังจำเป็นต้องเร่งยอดขายอย่างมาก หากต้องการบรรลุเป้าหมายยอดขายมากกว่า 60,000 คันต่อเดือนในไตรมาส 4/2569 ซึ่งสูงกว่ายอดส่งมอบเดือนสิงหาคมประมาณ 53% จึงต้องติดตามว่าการเพิ่มปริมาณขายจากรถยนต์รุ่นใหม่จะช่วยยกระดับความสามารถในการทำกำไรได้หรือไม่ สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเชีย พลัส แนะนำให้นักลงทุนหาจังหวะเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นตามปัจจัยบวกจากกระแสข่าวดังกล่าว ส่วนการลงทุนระยะกลางถึงยาว แนะนำหาจังหวะทยอยสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว โดยหากยอดส่งมอบในไตรมาส 4/2569 ทำได้ตามเป้าหมาย และอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น จะเป็นสัญญาณยืนยันการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น สำหรับหุ้น XPeng ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ภายใต้รหัส 9868 HK มีราคาปัจจุบัน 44.48 ดอลลาร์ฮ่องกง ขณะที่ Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายระยะ 1 ปีที่ 74.37 ดอลลาร์ฮ่องกง ส่วน Depositary Receipt (DR) ที่อ้างอิงหุ้น XPeng ภายใต้ชื่อ XPENG03 มีราคาปัจจุบัน 1.90 บาท และมีราคาเป้าหมายอ้างอิงที่ 3.15 บาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน 4.25 บาทต่อดอลลาร์ฮ่องกง และอัตราแปลง 1 ต่อ 100 ด้านปัจจัยทางเทคนิค บล.เอเชีย พลัส ประเมินทิศทางราคา XPENG03 เคลื่อนไหวแบบ Sideways โดยให้แนวรับที่ 1.70-1.80 บาท และแนวต้านที่ 2.00-2.40 บาท
เอเซีย พลัส ครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 516% แตะ 325 ล้านบาท
เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ รายงานผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 324.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 516% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 20.9% จาก 5.4% ธุรกิจ Asset Management กลายเป็นแหล่งรายได้หลัก ด้วยรายได้ 652 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของรายได้รวม ขณะที่ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์มีรายได้ 377 ล้านบาท ธุรกิจวาณิชธนกิจและตลาดทุน 155 ล้านบาท และธุรกิจ Investment 349 ล้านบาท สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของธุรกิจกองทุนรวมเพิ่มขึ้นเป็น 80,117 ล้านบาท เติบโต 16.4% จากต้นปี บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจ Wealth Management และกองทุนรวมเพื่อสร้างรายได้ประจำที่แข็งแกร่งขึ้น
ดร.ก้องเกียรติ ผู้ก่อตั้งเอเซีย พลัส ประกาศเกษียณอายุ 30 ก.ย.นี้
ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP ประกาศเกษียณอายุการทำงาน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นต้นไป หลังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารมานานกว่า 20 ปี และยังจะพ้นจากตำแหน่งกรรมการของบริษัทและบริษัทในเครือทั้งหมด ดร.ก้องเกียรติเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์ แอสเซท พลัส จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อมาควบรวมกับบริษัทหลักทรัพย์ เอบีเอ็น แอมโร เอเซีย จำกัด (มหาชน) จนกลายเป็น ASP ในปัจจุบัน นายชาลี โสภณพนิช ประธานกรรมการของ ASP กล่าวขอบคุณ ดร.ก้องเกียรติ ที่นำพาบริษัทประสบความสำเร็จและก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของอุตสาหกรรม พร้อมระบุว่า ASP กำลังดำเนินการตามแผนการสืบทอดตำแหน่งที่วางไว้ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและไร้รอยต่อ
ASP.BK▲
ADVANC จ่ายปันผลระหว่างกาล 8.69 บาท ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 3-5%
ADVANC ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 8.69 บาทต่อหุ้น พร้อมตั้งเป้ารายได้จากการให้บริการหลักปี 2569 เติบโต 3-5% จากแรงหนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและการใช้งาน 5G โดยมีงบลงทุน 30,000-35,000 ล้านบาทเพื่อขยายโครงข่ายและธุรกิจดิจิทัล ด้านผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1.37 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน หนุนโดยอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 44.6% หลังสิ้นสุดสัญญาคลื่น 2100 MHz กับ NT บล.เอเชีย พลัส ปรับคำแนะนำเป็น "Buy" และให้ราคาเป้าหมาย 428 บาท โดยมองว่า ADVANC เป็นหุ้นเด่นด้านการเติบโตและปันผลสม่ำเสมอ
ASP.BK▲
ITC กำไร Q2/69 สูงกว่าคาด รับเงินคืนภาษีสหรัฐ เอเซีย พลัส อัพเป้ากำไรปี 69
บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 844 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 3% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส คาดไว้ 13% เนื่องจากรับรู้เงินคืนภาษีนำเข้าสหรัฐสุทธิ 131 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 29.7% เทียบกับ 24.3% ในไตรมาสก่อน และ 25% ในปีก่อน หากไม่รวมเงินคืนภาษี อัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 24% ลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยคาดแนวโน้มครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรกตามปัจจัยฤดูกาล โดยมีแรงหนุนจากความต้องการสินค้าที่แข็งแรง การออกสินค้านวัตกรรม การเพิ่มสัดส่วนรายได้สินค้าพรีเมียม และการปรับราคาขายที่จะเริ่มมีผลในไตรมาส 3/69 ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 7.5% เป็น 3.48 พันล้านบาท หลังครึ่งปีแรกดีกว่าคาดและบริษัทปรับเป้ารายได้เติบโตเป็น 14-17% จากเดิม 8-11% ด้านแผน M&A ดีลแรกกับพันธมิตรจีนผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอยู่ระหว่างเจรจาราคา คาดเห็นความชัดเจนในครึ่งหลังปี 2569 และเริ่มศึกษาดีลที่สองกับผู้ผลิตในสหรัฐเพื่อขยายตลาดและลดผลกระทบจากภาษีสหรัฐ ฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อ ปรับมูลค่าพื้นฐานเป็น 20.30 บาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งแรกปีนี้หุ้นละ 0.55 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.2% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 สิงหาคม 2569
ASP.BK▲
3 โบรกเกอร์ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยภาคบ่าย แนะกลยุทธ์ลงทุน
โบรกเกอร์ 3 แห่งประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยภาคบ่าย โดยบล.เอเซีย พลัส คาดดัชนีแกว่งออกข้าง มีแนวต้าน 1,645-1,648 จุด และแนวซื้อกลับ 1,603 และ 1,580-1,595 จุด พร้อมระบุว่าการส่งออกไทยเดือนมิถุนายนขยายตัวร้อยละ 20.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ร้อยละ 15.2 ขณะที่บล.เอเอสแอลมองว่าดัชนีเช้านี้แกว่งตัวอิงทางลบตามตลาดต่างประเทศจากความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้น ดันราคาน้ำมัน WTI ขึ้นเหนือ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเบรนท์แตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นแตะร้อยละ 4.70 ด้านบล.โกลเบล็กประเมินกรอบดัชนีภาคบ่ายที่ 1,630-1,645 จุด โดยดัชนีภาคเช้าปิดที่ 1,636.31 จุด ลดลง 4.72 จุด หรือร้อยละ 0.29 มูลค่าซื้อขาย 51,203 ล้านบาท