ITEL คว้างาน USO3 มูลค่าราว 1.7 พันล้านบาท ดันแบ็กล็อกพุ่งเฉียด 4 พันล้านบาท
บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า คณะกรรมการกิจการและโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้ประกาศรายชื่อผู้เสนอราคาต่ำที่สุดสำหรับโครงการจัดหาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล เฟสที่ 3 หรือ USO3 ซึ่ง ITEL ร่วมกับพาร์ตเนอร์เข้ารับงานรวมทั้งหมด 3 สัญญา แบ่งเป็นสัญญาที่ร่วมกับไทยคม จำนวน 2 สัญญา และสัญญาที่ร่วมกับ TKC ในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 1 สัญญา คิดเป็นมูลค่าโครงการเฉพาะในส่วนของ ITEL ราว 1.7 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับการเซ็นสัญญาในช่วงไตรมาส 4/2569 มูลค่าสัญญารวมของโครงการ USO3 ทั้งหมดอยู่ที่ 5.42 พันล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ หลังรับงานครั้งนี้ส่งผลให้งานในมือหรือแบ็กล็อกของบริษัทเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 2.2 พันล้านบาท เป็น 3.9 พันล้านบาท โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินโครงการราว 5 ปี และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปี 2574 ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 บริษัทคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งแรกปีแรก ซึ่งในช่วงครึ่งแรกปีนี้มีรายได้แล้วราว 1.36 พันล้านบาท และทั้งปี 2569 บริษัทยังคงเป้ารายได้รวมไว้ที่ประมาณ 3.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ราว 2.86 พันล้านบาท ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำซื้อหุ้น ITEL ราคาเป้าหมาย 2.00 บาท คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2569 และช่วยสนับสนุนให้กำไรปี 2570 กลับมาเติบโตมากขึ้น
TRUE ชนะประมูล USO 3 ภาคเหนือ-กลาง มูลค่ารวม 2.01 พันล้านบาท
ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น ในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น หรือ TRUE เป็นหนึ่งในผู้ชนะการประมูลโครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ระยะที่ 3 หรือ USO 3 ซึ่ง กสทช. ประกาศผลเมื่อวันที่ 11 ก.ย.69 โดย TRUE ชนะ 2 จาก 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มภาคเหนือ มูลค่า 1.25 พันล้านบาท ร่วมกับอินฟราเซท หรือ INSET และกลุ่มภาคกลาง มูลค่า 762 ล้านบาท ร่วมกับไวร์เออะแอนด์ไวร์เลส ส่งผลให้ทั้ง 2 โครงการมีมูลค่าสัญญารวมประมาณ 2.01 พันล้านบาท ส่วนอีก 3 ภูมิภาคที่เหลือ ผู้ชนะประกอบด้วยกลุ่มที่มีไทยคม หรือ THCOM อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม หรือ ITEL และเทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส หรือ TKC เป็นสมาชิก ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยสัดส่วนของ TRUE ในแต่ละกลุ่มกิจการร่วมค้า ตัวเลขผลประโยชน์ทางการเงินที่ประเมินจากมูลค่าสัญญาเต็มจำนวนจึงเป็นกรอบสูงสุด และรายได้ที่ TRUE รับรู้จริงอาจต่ำกว่าประมาณการตามสัดส่วนการเข้าร่วมโครงการ เงื่อนไขการชำระเงินแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกวางแผนและติดตั้งโครงข่าย รับชำระ 3 งวดภายในปีแรกหลังลงนาม คิดเป็น 47% ของมูลค่าสัญญา ส่วนอีกระยะ 53% ทยอยรับรู้ตลอด 5 ปี บล.ทิสโก้คาดว่าการลงนามสัญญาจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2569 ทำให้ TRUE เริ่มรับรู้รายได้จากงานระยะแรกในปี 2570 ประมาณ 945 ล้านบาท หรือเพียง 0.5% ของประมาณการรายได้รวม 1.92 แสนล้านบาท และรายได้จากระยะดำเนินงานจะเริ่มทยอยรับรู้ตั้งแต่ปี 2571 แม้ผลประมูลเป็นปัจจัยบวก แต่ผลกระทบต่อประมาณการยังจำกัด เพราะงานภาครัฐมีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำ หากสมมติอัตรากำไรสุทธิ 5% กำไรสุทธิเพิ่มเติมจะคิดเป็นเพียง 0.2% ของประมาณการกำไรสุทธิ 2.75 หมื่นล้านบาท บล.ทิสโก้คงคำแนะนำซื้อ TRUE ให้มูลค่าเหมาะสมด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 16 บาทต่อหุ้น อิงต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 8.3% คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2569 ที่ 23 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 27 เท่า
กสทช. ประกาศผลประมูล USO 3 วงเงิน 5,423.70 ล้านบาท TRUE คว้า 2 จาก 5 สัญญา
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลโครงการ USO 3 ซึ่งเป็นการจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคม ในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง โครงการนี้มีมูลค่ารวม 5,423.70 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 5 สัญญา โดยบริษัทลูกของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เป็นหนึ่งในผู้ชนะและคว้าไปได้ 2 สัญญา รวมมูลค่า 2,010.00 ล้านบาท ประกอบด้วยสัญญาพื้นที่ภาคเหนือ มูลค่า 1,248.50 ล้านบาท ซึ่งจับมือกับบริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET ในนามกิจการค้าร่วม ทีไอ และสัญญาพื้นที่ภาคกลาง มูลค่า 761.50 ล้านบาท ซึ่งจับมือกับบริษัท ไวร์เออ แอนด์ ไวร์เลส จำกัด ในนามกิจการค้าร่วม ทีดับบลิว ขณะที่บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ผนึกกำลังกันในนามกิจการค้าร่วม ทีซีไอ คว้าไป 2 สัญญา มูลค่า 2,448 ล้านบาท ได้แก่สัญญาพื้นที่ภาคอีสาน มูลค่า 1,884.00 ล้านบาท และสัญญาพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก มูลค่า 564.00 ล้านบาท ส่วน ITEL ร่วมกับบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC ในนามกิจการค้าร่วมอินเตอร์ลิ้งค์ทีเคซี ชนะสัญญาพื้นที่ภาคใต้ มูลค่า 965.70 ล้านบาท ทั้งนี้ บล.กรุงศรี ระบุว่าเบื้องต้นยังไม่ได้นำโครงการ USO 3 ใด ๆ เข้ามาคำนวณ โดยการรับรู้รายได้จาก USO 3 จะอยู่ที่ 950 ล้านบาท หากใช้อัตรากำไรสุทธิที่ 15% จะช่วยดันกำไรในปี 2570 ให้เพิ่มขึ้น 71 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับกำไรของ TRUE ที่ระดับ 3.1 หมื่นล้านบาท ในปี 2570
Cloud & Digital Infrastructure▲
THCOM ชนะประมูลเน็ตชายขอบเฟส 3 เอเชีย พลัสเชียร์ซื้อ เป้า 11.80 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส ระบุว่า กิจการร่วมค้า ทีซีไอ ซึ่งเป็นการจับมือกันระหว่าง THCOM และ บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม หรือ ITEL เป็นผู้ชนะการประมูล USO เฟส 3 จำนวน 2 สัญญา ในมูลค่ารวม 2.448 พันล้านบาท แบ่งเป็นสัญญาสำหรับพื้นที่ภาคอีสาน มูลค่า 1.884 พันล้านบาท และสัญญาสำหรับพื้นที่ภาคตะวันออก-ตะวันตก มูลค่า 564 ล้านบาท โดยมองว่าข่าวนี้เป็นบวกต่อ THCOM เพราะจะทำให้มีรายได้ที่แน่นอนเข้ามาในอนาคตตลอดอายุสัญญา 5 ปี และจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่โครงการเน็ตชายขอบเฟส 1 และเฟส 2 THCOM มีเพียงรายได้ค่าบริการช่องสัญญาณดาวเทียมแก่ผู้ชนะประมูล เนื่องจากไม่ได้เข้าประมูลเอง แต่ในเฟส 3 นี้ THCOM จะมีทั้งรายได้ค่าติดตั้งอุปกรณ์และรายได้ค่าบริการช่องสัญญาณดาวเทียม คาดว่าจะใช้เวลาติดตั้งอุปกรณ์ราว 2 ถึง 3 เดือน จึงน่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการนี้ในช่วงต้นปี 2570 อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการใน 3Q69 ถึง 4Q69 ยังดูไม่สดใส และน่าจะยังขาดทุนจากการดำเนินงานปกติต่อไปอีก เนื่องจากยังไม่มีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่ม ขณะที่ลูกค้าเดิมโดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการ Broadcasting ยังมีแนวโน้มลดการใช้งานลงอีก จากผลการประมูลล่าสุดที่บริษัทได้งานมูลค่ามากกว่าที่คาดไว้ เอเชีย พลัส จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรในปี 2570 ของ THCOM ขึ้น จากเดิมที่คาดจะมีกำไร 381 ล้านบาท เป็น 729 ล้านบาท และปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ขึ้นจากเดิม 11.30 บาท เป็น 11.80 บาท ด้วยวิธี DCF พร้อมปรับคำแนะนำจากเดิม Trading เป็น Buy โดยเชื่อว่าตลาดรับรู้ปัจจัยลบรวมทั้งการดำเนินงานที่น่าจะอ่อนแอใน 2H69 ไปมากแล้ว ขณะที่เน็ตชายขอบ เฟส 3 ถือเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยให้พลิกเป็นมีกำไรในปี 2570 และช่วยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น
Cloud & Digital Infrastructure▲
THCOM คว้า 2 จาก 5 สัญญาเน็ตชายขอบ เฟส 3 มูลค่ารวม 2.45 พันล้านบาท
ไทยคม หรือ THCOM ชนะประมูลโครงการเน็ตชายขอบ เฟส 3 จำนวน 2 สัญญา จากทั้งหมด 5 สัญญา โดยกิจการร่วมค้าระหว่าง THCOM กับอินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม หรือ ITEL เป็นผู้ชนะในมูลค่ารวมประมาณ 2.45 พันล้านบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมดประมาณ 5.4 พันล้านบาท แบ่งเป็นสัญญาพื้นที่ภาคอีสานมูลค่าประมาณ 1.89 พันล้านบาท และสัญญาพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกรวมประมาณ 564 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่าผลการประมูลครั้งนี้เป็นปัจจัยบวก เพราะสร้างรายได้ที่แน่นอนตลอดอายุสัญญา 5 ปี และมากกว่าโครงการเฟส 1 และเฟส 2 เนื่องจากเฟส 3 มีทั้งรายได้จากการติดตั้งอุปกรณ์และรายได้จากการให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียม คาดว่าจะใช้เวลาติดตั้งอุปกรณ์ประมาณ 2-3 เดือน ก่อนเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงต้นปี 2570 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3-4 ปี 2569 ยังไม่สดใส และคาดยังขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ จากมูลค่างานที่สูงกว่าประมาณการเดิม ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570 จากเดิม 381 ล้านบาท เป็น 729 ล้านบาท และปรับราคาเป้าหมายปี 2570 จาก 11.30 บาท เป็น 11.80 บาท พร้อมปรับคำแนะนำจาก Trading เป็น ซื้อ
ITEL.BK▲
จับตาหุ้นเด่นวันนี้: GULF ปิดดีล PPA ลม 4 โครงการ 346.5 เมกะวัตต์
หุ้นเด่นวันนี้มีหลายบริษัทประกาศความคืบหน้าธุรกิจ โดยบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลม 4 โครงการ กำลังผลิตรวม 346.5 เมกะวัตต์ กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ทำให้พอร์ตพลังงานลมในไทยของบริษัททะลุ 1,058.5 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าโครงการทั้งหมด 14 โครงการจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ หรือ COD ครบภายในปี 73 ซึ่งจะสร้างกำไรปีละ 2,000 ล้านบาท ขณะที่ 4 โครงการล่าสุดเตรียมดันกำไรเพิ่มราว 500 ล้านบาทต่อปี ด้านบริษัท เคซีอี อิเล็กทรอนิกส์ หรือ KCE รับแรงเก็งกำไรจากโอกาสคว้างานแผ่นวงจรพิมพ์ หรือ PCB ป้อนหุ่นยนต์ Tesla Optimus โดยผู้บริหารยอมรับว่าอยู่ระหว่างดำเนินการแต่ยังไม่มีข้อสรุป ขณะที่โบรกฯ มองหากสำเร็จมีลุ้นปรับมูลค่า P/E สู่ 40 เท่า พร้อมอัพเป้าหมายราคาใหม่ที่ 70 บาท ส่วนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ประกาศผู้ชนะประมูลโครงการ USO 3 วงเงินรวม 5,423.70 ล้านบาท โดย THCOM และ ITEL กวาด 2 พื้นที่ใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 2,448 ล้านบาท ขณะที่ TRUE และ INSET คว้างานภาคเหนือ 1,248.50 ล้านบาท ส่วน ITEL และ TKC ซิวงานภาคใต้ 965.70 ล้านบาท และบริษัท สกาย ไอซีที หรือ SKY ปลื้ม AOTGA รับงานใหญ่ 2 โครงการ ระยะเวลา 25 ปี มูลค่ารวม 67,300 ล้านบาท คาดโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นเริ่มเดินเครื่องกลางปีหน้า หนุนผลประกอบการปี 2570 กำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
Cloud & Digital Infrastructure▲
ITEL คาดรับรู้รายได้ Hyperscaler Q3 นี้
ITEL มองการจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ของรัฐเป็นบวกต่ออุตสาหกรรม และเชื่อว่าการขยายตัวยังต่อเนื่อง โดยชูจุดแข็งด้านการเชื่อมต่อโครงข่ายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Hyper Scaler หลายราย และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากบริการดังกล่าวล็อตแรกในไตรมาส 3 นี้ พร้อมลุ้นเซ็นสัญญากับ กสทช. มูลค่าราว 1,700 ล้านบาท เพื่อผลักดันรายได้รวมปีนี้ให้ถึงเป้าหมาย 3,600 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีงานในมือที่เซ็นสัญญาแล้วประมาณ 2,100 ล้านบาท และงานจาก Hyper Scaler อีก 600-700 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้บางส่วนในเดือนกันยายน และส่วนใหญ่ในเดือนธันวาคมนี้
ITEL ชูโครงข่ายไฟเบอร์รับบูมดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 3.6 พันล้านบาท
บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 711 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิประมาณ 20 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 19.9% เป็น 26.7% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและคุณภาพรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น รายได้ที่เพิ่มขึ้นได้รับแรงหนุนจากธุรกิจให้บริการติดตั้งโครงข่ายซึ่งมีการรับรู้รายได้และเซ็นสัญญาใหม่เพิ่มขึ้น รวมถึงบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เฮลท์เทค จำกัด หรือ IHT ที่เริ่มทยอยรับรู้รายได้จากการเปิดให้บริการศูนย์เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan ขณะที่ธุรกิจ Data Service ยังได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุดสัญญาโครงการ USO ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ซึ่งอยู่ระหว่างการส่งมอบงานและเจรจาต่อสัญญา ทำให้รายได้ประจำบางส่วนหายไปชั่วคราว สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวมประมาณ 1,418 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวมประมาณ 52 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จาก ITEL ประมาณ 1,063 ล้านบาท Blue Solution ประมาณ 280 ล้านบาท ธุรกิจ Interlink Healthtech ประมาณ 55 ล้านบาท และรายได้อื่นประมาณ 20 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีงานในมือรวมประมาณ 2,740 ล้านบาท แบ่งเป็นงานบริการโครงข่ายข้อมูล 1,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,254 ล้านบาท และงานติดตั้งโครงข่ายประมาณ 787 ล้านบาท โดยกว่า 70% ของ Backlog เป็นรายได้ประจำ ด้านธุรกิจลูกค้ากลุ่มศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Hyperscaler บริษัทมีสัญญาใหม่แล้วประมาณ 699 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ที่ชำระครั้งเดียวประมาณ 338 ล้านบาท และรายได้ประจำแบบรายเดือนประมาณ 361 ล้านบาท โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นกรณีฐานจากระดับการใช้งานเริ่มต้น และยังไม่รวมโอกาสขยายจำนวนวงจรหรือเพิ่มพื้นที่ให้บริการในอนาคต ITEL จะเริ่มให้บริการลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป หลังศูนย์ข้อมูลหลายแห่งทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ โดยคาดว่าจะเห็นการเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงที่เหลือของปี 2569 ไปจนถึงสิ้นปี 2570 เนื่องจากเป็นสัญญาระยะยาว และลูกค้าบางส่วนชำระค่าบริการล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกระแสเงินสดของบริษัทให้ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม รูปแบบการรับรู้รายได้จากสัญญาดังกล่าวยังอยู่ระหว่างหารือกับผู้สอบบัญชีว่าจะรับรู้เป็นก้อนตามการรับชำระเงิน หรือทยอยรับรู้ตลอดอายุสัญญา จึงยังไม่สามารถระบุรายได้ที่จะรับรู้ในไตรมาส 3/2569 ได้อย่างชัดเจน ดร.ณัฐนัยกล่าวว่า การลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในประเทศไทยจะช่วยเพิ่มความต้องการใช้บริการเชื่อมต่อข้อมูล เนื่องจาก Data Center จำเป็นต้องเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ เชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน และเชื่อมโยงไปยังต่างประเทศ โดย ITEL มีโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกครอบคลุมทั่วประเทศ ผ่านเส้นทางรถไฟ ถนน และโครงข่ายใต้ดิน สามารถให้บริการทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางสำรองแก่ลูกค้า สำหรับพื้นที่ EEC ปัจจุบันมีอัตราการใช้โครงข่ายมากกว่า 50% และยังมีพื้นที่รองรับการเติบโต โดยฐานลูกค้าครอบคลุมโรงงานและองค์กรเอกชน ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และกลุ่ม Hyperscaler ซึ่งหลายรายจะเริ่มเปิดให้บริการ Data Center ภายในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทขยายโครงข่ายไฟเบอร์เพื่อเชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซียผ่านจุดสุไหงโกลก เพิ่มเติมจากช่องทางเดิมบริเวณด่านสะเดาและปาดังเบซาร์ ขณะที่โครงข่ายตามแนวรถไฟ ซึ่งบริษัทได้รับสิทธิบริหารจัดการเป็นเวลา 30 ปี ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเส้นทางหลักทั่วประเทศได้รับการลงทุนเกือบครบถ้วนแล้ว ส่วนโครงการ USO ระยะที่ 3 บริษัทได้ยื่นข้อเสนอแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย ITEL ยืนยันความพร้อมกลับมาเปิดให้บริการศูนย์ต่าง ๆ ทันที หากโครงการได้รับอนุมัติและมีสัญญารองรับ เนื่องจากมีประสบการณ์ดำเนินโครงการ USO ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 มาก่อน สำหรับธุรกิจการแพทย์ ปัจจุบันเริ่มให้บริการ CT Scan แล้วในโรงพยาบาล 3 แห่ง และอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการใช้บริการของแต่ละพื้นที่ โดยคาดว่าจำนวนผู้ใช้บริการจะเพิ่มขึ้นตามการรับรู้ของประชาชนในชุมชน ขณะที่บริษัทมีแผนนำ Blue Solution เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบและทางเลือกที่เหมาะสม ปัจจุบัน Blue Solution กลับมาดำเนินธุรกิจและมีกำไรตามปกติ พร้อมวางเป้าหมายยกระดับความเชี่ยวชาญด้านระบบ ERP โดยเฉพาะระบบบนคลาวด์ สำหรับปี 2569 ITEL ยังคงเป้าหมายรายได้รวมประมาณ 3,600 ล้านบาท โดยครึ่งปีหลังจะเร่งส่งมอบงาน ควบคุมต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ พร้อมเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากธุรกิจ Connectivity ลูกค้า Data Center และ Hyperscaler ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของผลประกอบการในระยะถัดไป
ITEL.BK▼
ILINK รายได้ครึ่งปีแรก 1,784 ล้านบาท รับงาน กฟภ. เกาะสมุย 1.8 พันล้าน
บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น หรือ ILINK รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปี 2569 มีรายได้รวม 1,784.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.05% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลง 10.30% มาอยู่ที่ 145.10 ล้านบาท เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 8.43% หลังการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นใน บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม หรือ ITEL โดยธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณและอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก มีรายได้สะสม 1,734.94 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจวิศวกรรมโครงการมีรายได้สะสม 49.26 ล้านบาท ล่าสุดบริษัทได้รับงานโครงการจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่ากว่า 1,813 ล้านบาท สำหรับโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำแรงดันสูง 115 กิโลโวลต์ วงจรที่ 4 พร้อม Fiber Optic 24 Core ไปยังเกาะสมุย โดยลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Backlog และทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 เป็นต้นไป
Cloud & Digital Infrastructure
▲ 6
ITEL ชี้ครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์ Data Center-AI ดันรายได้ประจำ
บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม หรือ ITEL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 มีรายได้รวม 711 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 20 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกมีรายได้รวม 1,418 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท โดยบริษัททยอยรับรู้รายได้จากลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่และงานติดตั้งโครงข่ายให้กับภาครัฐและเอกชนหลายราย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายณัฐนัย อนันตรัมพร เปิดเผยว่าแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก จากการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ ลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler ที่เริ่มเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ และโอกาสรับงานใหม่จากทั้งภาครัฐและเอกชน บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ที่ประมาณ 3,600 ล้านบาท และประเมินว่าภายในสิ้นปี 2570 รายได้จากกลุ่ม Data Center และ Hyperscaler มีศักยภาพเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อปี โดยรายได้ส่วนสำคัญจะอยู่ในรูปแบบรายได้ประจำจากการให้บริการเชื่อมต่อข้อมูล เนื่องจาก Data Center หลายแห่งกำลังเปลี่ยนจากช่วงก่อสร้างไปสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์ ทำให้ความต้องการด้าน Connectivity เปลี่ยนจากรายได้จากงานติดตั้งเพียงครั้งเดียวไปสู่การใช้บริการต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่ง ITEL มีโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกครอบคลุมทั่วประเทศพร้อมความหลากหลายของเส้นทาง รองรับการเชื่อมต่อทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศสำหรับลูกค้าองค์กร ผู้ให้บริการ Cloud, Data Center และ Hyperscaler
Artificial Intelligence▲
โบรกฯ ชี้หุ้นไทยกลุ่ม Infra Tech-ไฟฟ้า-รับเหมา-นิคมฯ ได้อานิสงส์เกณฑ์ Data Center ใหม่
นักวิเคราะห์คาดความชัดเจนของเกณฑ์ธุรกิจ Data Center ใหม่ที่รัฐเตรียมอนุมัติจะช่วยดึงดูดการลงทุนและเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี ไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้าง สื่อสาร และนิคมอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติโครงการ Data Center และ Cloud Service ไปแล้วกว่า 9.58 แสนล้านบาท กลุ่มโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภคอย่าง WHAUP คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการขายน้ำอุตสาหกรรมและระบบไฟฟ้า ขณะที่ GUNKUL, GULF, BGRIM และ STECON จะได้รับอานิสงส์จากงานระบบวิศวกรรม พลังงานสะอาด และการก่อสร้างอาคาร Data Center ด้านกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ DELTA ถูกชี้เป็นหุ้นเด่นจากความต้องการระบบ Power Supply และเทคโนโลยีระบายความร้อนสำหรับ AI Server ส่วน HANA และ KCE ได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับสูง และ WHA ได้ประโยชน์จากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมให้ผู้ลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ BCPG ยังได้รับอานิสงส์จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่มีความต้องการใช้ไฟจาก Data Center ขณะที่ INSET, ITEL และ SYMC มีโอกาสรับงานวางระบบ Data Center ระบบ Co-location และโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก
Artificial Intelligence
▲ 5
ITEL ชี้ AI ดันดีมานด์โครงข่ายไฟเบอร์-ดาต้าเซ็นเตอร์พุ่ง
ITEL มองการเติบโตของ AI เปิดโอกาสสำคัญให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคม จากปริมาณการรับส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวในงาน BLS x ITEL Virtual Conference ว่า ทุกครั้งที่มีการใช้งาน AI คำสั่งจะถูกส่งไปยัง Data Center เพื่อประมวลผล ยิ่ง AI ถูกใช้งานมากขึ้น ปริมาณการรับส่งข้อมูลและความต้องการโครงข่ายสื่อสารก็ยิ่งขยายตัวตามไปด้วย การเติบโตของ AI ยังผลักดันให้ผู้ให้บริการ Cloud ระดับโลกและผู้ประกอบการ Data Center เร่งขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ซึ่งมีคำขอเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าสำหรับโครงการ Data Center จำนวน 22 โครงการ คิดเป็นกำลังไฟฟ้ารวม 5,461 เมกะวัตต์ สะท้อนทิศทางการลงทุนขนาดใหญ่ที่เติบโตต่อเนื่อง ดร.ณัฐนัย มองว่า การลงทุน Data Center ต้องอาศัยโครงข่ายสื่อสารที่มีความหน่วงต่ำและเสถียรภาพสูงตั้งแต่ช่วงวางแผน เพราะหากไม่มีโครงข่ายที่พร้อมรองรับ ก็ไม่สามารถเปิดให้บริการได้เต็มศักยภาพ ITEL มีความพร้อมด้วยโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกครอบคลุมทั่วประเทศและประสบการณ์ในธุรกิจโทรคมนาคม โดยในปี 2569 โครงการของลูกค้า Hyperscaler ที่ ITEL ร่วมพัฒนามาตลอด 2–3 ปี จะทยอยเปิดให้บริการประมาณ 2–3 ราย ส่งผลให้เริ่มรับรู้รายได้จากการให้บริการ พร้อมโอกาสเพิ่มเติมจากโครงการ Data Center และผู้ให้บริการรายอื่นที่อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกัน