เจเนอแรกซ์ปิดดีลจ่ายไฟสำรองให้แอมะซอนมูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์
เจเนอแรกซ์ โฮลดิงส์ บรรลุข้อตกลงจัดหาพลังงานระยะยาวฉบับสำคัญกับแอมะซอน เพื่อจัดหาชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองสำหรับศูนย์ข้อมูลของแอมะซอน ส่งผลให้หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้น 18.3% ปิดที่ 207.23 ดอลลาร์ ในการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแล เจเนอแรกซ์เปิดเผยว่าการส่งมอบล็อตแรกคาดว่าจะมีมูลค่ารวม 2.4 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 และ 2028 และบริษัทได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่อะมะซอนดอทคอม เอ็นวี อินเวสต์เมนต์ โฮลดิงส์ ให้ซื้อหุ้นสามัญได้สูงสุด 1,693,745 หุ้น ในราคาใช้สิทธิ 200.9266 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในจำนวนหุ้นตามใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมด 307,954 หุ้นใช้สิทธิได้ทันที ส่วนที่เหลือจะทยอยใช้สิทธิเป็นงวด โดยขึ้นอยู่กับยอดชำระรวมสุทธิหลังหักกลบบางส่วนที่เจเนอแรกซ์และบริษัทในเครือได้รับจากแอมะซอนและบริษัทในเครือสำหรับชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ซึ่งอาจสูงถึง 8 พันล้านดอลลาร์ของยอดชำระที่เข้าเกณฑ์ ข้อตกลงนี้ช่วยเพิ่มขนาดและความชัดเจนให้กับธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการเติบโตของเจเนอแรกซ์ หลังจากบริษัทสร้างรายได้จากศูนย์ข้อมูลมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สอง และรายงานยอดคำสั่งซื้อค้างส่งในธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่ 1.6 พันล้านดอลลาร์ ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งรวมคำสั่งซื้อใหม่ราว 1 พันล้านดอลลาร์ใน 90 วันที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารยังปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้จากศูนย์ข้อมูลในปี 2026 ขึ้นเป็นราว 450 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าเจเนอแรกซ์จะรายงานกำไรต่อหุ้นรายไตรมาสที่ 2.40 ดอลลาร์ จากรายได้ 1.32 พันล้านดอลลาร์ในการรายงานผลประกอบการครั้งถัดไป
▲
หยวนต้า ชี้ AI Capex ยังขยายตัว แนะ 11 หุ้นไทยและ 8 DR รับอานิสงส์
บล.หยวนต้า ระบุว่า การลงทุน AI Capex ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องใน 1–2 ปีข้างหน้า แม้ Bond Yield สหรัฐฯ ที่ทรงตัวในระดับสูงจะเป็นปัจจัยกดดัน แต่การเติบโตของ Enterprise AI ที่หนุนความต้องการ Cloud และ Compute Demand จะชดเชยได้ ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนปล่อยเช่า GPU ยังสูงโดยคืนทุนภายใน 2.2–3.1 ปี และ Hyperscalers มีฐานะการเงินพร้อมลงทุนใน AI Infrastructure ได้อีกไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านอุตสาหกรรม Data Center ในภูมิภาค APAC มีแนวโน้มเติบโต 25.2% CAGR ในปี 2025–30 เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอเมริกาเหนือที่ 26.8% CAGR และหากไม่นับรวมจีนยังโตได้ 22.9% CAGR โดยไทยมีโอกาสได้ประโยชน์จากความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่เศรษฐกิจไทยเริ่มรับผลบวกผ่านการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับ AI และ FDI ที่เติบโตต่อเนื่อง หุ้นไทยที่หยวนต้ามองว่ามีโอกาสเคลื่อนไหวดีกว่าตลาดภายใต้ธีมนี้แบ่งเป็นกลุ่ม AI Export ได้แก่ DELTA, HANA, SMT, EPG และกลุ่ม AI & Data Center Deployment ได้แก่ GULF, GUNKUL, AMATA, WHA, STECON, BBL, SCB รวม 11 หุ้น ส่วนบริษัทต่างชาติที่มีโอกาสได้ประโยชน์ ได้แก่ NVDA19, GOOGL19, AMZN19, LITE80, MRVL80, BE80, JPMUS19, GSUS06 รวม 8 DR