หุ้น ITEL พุ่ง 12% หลัง กสทช. ประกาศผลผู้ชนะ USO 3 วงเงินรวม 5,423.70 ล้านบาท

Corporate ActionPrice Action
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

หุ้นกลุ่มผู้รับประโยชน์จากการชนะประมูลโครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคม หรือ USO 3 ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน หลังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ประกาศผลผู้ชนะทั้ง 5 กลุ่ม วงเงินรวม 5,423.70 ล้านบาท นำโดยบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ซึ่งราคาหุ้นอยู่ที่ 1.66 บาท บวก 0.18 บาท หรือ 12.16% ขณะที่บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM อยู่ที่ 10.40 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 4.00% ส่วนบริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET และบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC ต่างอยู่ที่ 4.54 บาท บวก 0.14 บาท หรือ 3.18% ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามประกาศผู้ชนะการประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ภายใต้โครงการ USO 3 จำนวน 5 กลุ่ม ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยกลุ่มที่ 1 ภาคเหนือ เป็นของกิจการค้าร่วมทีไอ ซึ่งประกอบด้วยบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และ INSET ด้วยราคา 1,248.50 ล้านบาท กลุ่มที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นของกิจการค้าร่วมทีซีไอ ซึ่งประกอบด้วย THCOM และ ITEL ด้วยราคา 1,884.00 ล้านบาท กลุ่มที่ 3 ภาคกลาง เป็นของกิจการค้าร่วมทีดับบลิว ซึ่งประกอบด้วยบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ไวร์เออ แอนด์ ไวร์เลส จำกัด ด้วยราคา 761.50 ล้านบาท กลุ่มที่ 4 ภาคตะวันออก-ตะวันตก เป็นของกิจการค้าร่วมทีซีไอ ซึ่งประกอบด้วย THCOM และ ITEL ด้วยราคา 564.00 ล้านบาท และกลุ่มที่ 5 ภาคใต้ เป็นของการค้าร่วมอินเตอร์ลิ้งค์ทีเคซี ซึ่งประกอบด้วย ITEL และ TKC ด้วยราคา 965.70 ล้านบาท ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า THCOM ได้รับปัจจัยบวกจากการร่วมกับ ITEL คว้างานโครงการเน็ตชายขอบ เฟส 3 จำนวน 2 สัญญาจากทั้งหมด 5 สัญญา คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 2.45 พันล้านบาท และประเมินว่าผลการประมูลดังกล่าวจะสร้างรายได้ที่มีความแน่นอนตลอดอายุสัญญา 5 ปี โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงต้นปี 2570 พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570 จากเดิม 381 ล้านบาท เป็น 729 ล้านบาท และปรับราคาเป้าหมายปี 2570 จาก 11.30 บาท เป็น 11.80 บาท ด้วยวิธี DCF อีกทั้งปรับคำแนะนำจาก “Trading” เป็น “ซื้อ”

ผลกระทบต่อหุ้น 6

Cloud & Digital Infrastructure · 4 หุ้น
Interlink Telecom Public Company Limited
ITEL
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

ITEL is in the TCI consortium winning Packages 2 and 4 and the Interlink TKC consortium winning Package 5, gaining multiple USO 3 contracts.

Infraset Public Company Limited
INSET
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

INSET is part of the TI consortium that won Package 1 (northern region) worth 1.25 billion baht under the USO 3 project.

Turnkey Communication Services PCL
TKC
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

TKC is part of the Interlink TKC consortium that won Package 5 (southern region) worth 965.70 million baht.

True Corporation Public Company Limited
TRUE
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

True Internet Corporation, under TRUE, is part of the TI consortium winning Package 1 and the TW consortium winning Package 3.

Space Economy · 1 หุ้น
Thaicom Public Company Limited
THCOM
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

THCOM teamed with ITEL to win Packages 2 and 4, with a combined value of about 2.45 billion baht.

Financials · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศุภจี ถกทูตอินเดีย เดินหน้า Co-Creation ศึกษาใช้บาท-รูปี

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยผลการหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย นายปุนีต อัครวาล ว่าไทยและอินเดียจะเดินหน้าความร่วมมือรูปแบบ "ร่วมสร้าง – ร่วมลงทุน (Co-Creation Co-Investment)" ใน 6 สาขาศักยภาพ ได้แก่ สมุนไพรและเภสัชภัณฑ์ IT อาหารแปรรูป อุตสาหกรรมสีเขียว ยานยนต์ การก่อสร้าง และอุตสาหกรรมการต้อนรับ เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ไม่ใช่เพียงการส่งออกสินค้าไปยังตลาดทั้งสองฝ่าย โดยทั้งสองฝ่ายได้มอบหมายให้เริ่มดำเนินการร่วมกันและให้มีความคืบหน้าภายใน 45 วัน เพื่อนำร่องให้เกิดต้นแบบ ซึ่งล่าสุดมีนักลงทุนไทย 5-6 รายแสดงความสนใจร่วมมือกับอินเดียภายใต้แนวคิดดังกล่าว และเอกอัครราชทูตอินเดียแจ้งว่าบริษัทอินเดียอยู่ระหว่างเตรียมลงทุน Data Center ในไทย โดยหลายบริษัทร่วมทุนกับบริษัทไทยแล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะใช้เวที JTC เป็นกลไกติดตามความร่วมมือ โดยอินเดียเสนอให้ที่ประชุม JTC จัดทำแผนปฏิบัติการ (Plan of Action) ด้านภาคบริการ ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างเชื่อมโยงระบบชำระเงิน UPI ของอินเดียกับระบบ Promptpay ของไทย และหารือถึงความเป็นไปได้ในการใช้สกุลเงินท้องถิ่น บาท-รูปี เพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุนทางการค้า อินเดียเป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของไทยในโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค. 2569) การค้าระหว่างไทยกับอินเดียมีมูลค่า 13,974.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 8.07 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปอินเดีย มูลค่า 10,270.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากอินเดีย มูลค่า 3,704.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

INVX ชี้กฎดาต้าเซ็นเตอร์ชัด ดันหุ้นพลังงานสะอาด-นิคมฯ แนะนำ Selective Buy

นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX ระบุว่า ความพยายามผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาคเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรกมีมติเร่งบูรณาการข้อมูลและข้อกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Single Dashboard เพื่อวางกรอบยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมให้ชัดเจนภายใน 1 เดือน โดยกำหนดเกณฑ์ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 2 MW เป็นกิจการประเภทอุตสาหกรรม พร้อมกำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์ทรัพยากรให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงทั้งทางตรงและทางอ้อม และกำหนดเงื่อนไขพลังงานที่เข้มงวดเพื่อสนับสนุน Green Data Center ทั้งการแยกประเภทอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะกลุ่ม การบังคับใช้สัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 60% เพื่อตอบโจทย์ Net Zero และการคุมเข้มมาตรฐานระบบสำรองไฟ พร้อมจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และอาคาร และสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำมาตรฐานทางเทคนิค และเตรียมใช้มาตรการเด็ดขาดระงับการจัดสรรน้ำและไฟฟ้าสำหรับโครงการที่ยังไม่ก่อสร้างหากไม่ผ่านเกณฑ์ InnovestX ประเมินว่านโยบายที่ชัดเจนขึ้นนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ กลุ่มพลังงานสะอาด ซึ่งข้อบังคับการใช้พลังงานสะอาดขั้นต่ำ 60% จะเปลี่ยนภาพจากทางเลือกเป็นความจำเป็น กระตุ้นความต้องการจริงอย่างก้าวกระโดด และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งการจัดดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกิจการอุตสาหกรรมจะทำให้เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ไหลเข้าสู่นิคมฯ ชั้นนำที่มีความพร้อมด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือ Smart Grid และการจัดการสิ่งแวดล้อม ทิ้งห่างนิคมฯ ที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิล ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้นสะสมหุ้นกลุ่มผู้นำใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นบริษัทมีโครงข่ายไฟฟ้าระดับ Smart Grid ที่เสถียรพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier 3-4 มีการร่วมทุนกับบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ และมีระบบบริหารจัดการน้ำหมุนเวียนของตนเอง คือ AMATA และ WHA ขณะที่กลุ่มพลังงานสะอาดเน้นบริษัทที่มีความคืบหน้าในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทางตรงหรือ Direct PPA กับกลุ่ม Hyperscaler ระดับโลก มีคะแนน ESG และ Green Certificate สูง และมีการลงทุนเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานหรือ BESS เพื่อรักษาความเสถียรของไฟฟ้าที่ส่งให้ดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM รวมทั้งผู้รับจ้างวางระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอย่าง GUNKUL
ทันหุ้น·5hอ่านต่อ →
impact 4

Nscale ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia ยื่นไฟลิ่ง IPO ในสหรัฐฯ หลังขาดทุน 1.02 พันล้านดอลลาร์

Nscale ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูล AI สัญชาติอังกฤษที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia และ Microsoft ได้ยื่นเอกสารต่อสาธารณะเพื่อเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรกในนครนิวยอร์ก โดยหวังระดมทุนได้มากถึง 3 พันล้านดอลลาร์ บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 1.02 พันล้านดอลลาร์ จากรายได้ 140.6 ล้านดอลลาร์ สำหรับระยะเวลาหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน เทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 368.9 ล้านดอลลาร์ จากรายได้ 10.4 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ตามเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Nscale ซึ่งแยกตัวออกจากธุรกิจขุดคริปโตเคอร์เรนซีเมื่อต้นปี 2024 มีมูลค่าประมาณ 1.46 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการระดมทุนรอบ Series C เมื่อเดือนมีนาคมที่นำโดย Aker ASA และ 8090 Industries โดยมี Nvidia และ Nokia Oyj เข้าร่วมลงทุนด้วย บริษัทตกลงที่จะเพิ่มชิป Nvidia มากกว่า 30,000 ตัวเข้าในสัญญาเช่าที่มีอยู่กับ Microsoft ณ โรงงานขนาดใหญ่ในเมืองนาร์วิก ประเทศนอร์เวย์ และ Anthropic ตกลงที่จะใช้จ่าย 45 พันล้านดอลลาร์เพื่อเช่าพลังประมวลผลคลาวด์ AI จากโครงการพัฒนาศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย การเสนอขายครั้งนี้นำโดย Goldman Sachs, JPMorgan Chase และ Morgan Stanley โดยคาดว่าหุ้นจะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กภายใต้สัญลักษณ์ NSCL