← Food, Beverage & Tobacco

Food Products

บริษัทที่ผลิตอาหารสำเร็จรูปบนชั้นวางในร้าน เช่น ซีเรียล ขนมขบเคี้ยว อาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง รวมถึงพืชผลและเนื้อสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบ

News moving Food Products
Food Products

นิชิเรย์ ถูกโจมตีไซเบอร์ ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล 53,866 รายการ

นิชิเรย์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 ว่า จากผลกระทบของการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม มีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลรวมทั้งสิ้น 53,866 รายการ ครอบคลุมทั้งลูกค้า ผู้บริหารและพนักงานของคู่ค้า ตลอดจนพนักงานในกลุ่มบริษัท ข้อมูลดังกล่าวเป็นผลจากการสอบสวนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก และ ณ ขณะนี้ยังไม่พบความเสียหายทุติยภูมิ เช่น การนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ แยกเป็นรายละเอียดได้ดังนี้ ข้อมูลของลูกค้าปลายทางที่กลุ่มบริษัทรับงานจัดส่งให้ มีจำนวน 3,308 รายการ โดยข้อมูลที่รั่วไหลคือชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ นอกจากนี้ยังพบการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริหารและพนักงานของคู่ค้าอีก 6,849 รายการ และของพนักงานกลุ่มนิชิเรย์รวมถึงครอบครัวและผู้สมัครงานอีก 43,709 รายการ ทั้งนี้ ไม่มีข้อมูลบัตรเครดิตรวมอยู่ด้วย บริษัทกล่าวว่า "ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความเดือดร้อนและความกังวลอย่างมากที่ได้สร้างให้แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน"
時事通信·21hอ่านต่อ →
Food Products

เนสเล่ต์เตรียมพิจารณาทางเลือกทั้งหมดหลังธุรกิจในรัสเซียถูกยึด

เนสเล่ต์ บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ แถลงเมื่อวันที่ 18 ว่ากำลังพิจารณาทางเลือกทั้งหมดเพื่อปกป้องสิทธิของบริษัท หลังจากธุรกิจในรัสเซียถูกยึด เนสเล่ต์ระบุว่าจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องสิทธิของบริษัทและ確保ให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงาน แต่ไม่ได้เปิดเผยว่ากำลังพิจารณามาตรการใดเป็นรูปธรรม บริษัทมีโรงงาน 6 แห่งในรัสเซีย ผลิตกาแฟ ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง และนมผงสำหรับทารก ตามงบการเงินปี 2564 ที่เปิดเผยล่าสุด บริษัทมียอดขายในรัสเซียราว 2 พันล้านฟรังก์สวิส และมีพนักงานราว 7,000 คนในประเทศดังกล่าว เนสเล่ต์ให้เหตุผลว่าการดำเนินธุรกิจในรัสเซียต่อไปนั้นชอบด้วยเหตุผลในฐานะผู้ผลิตอาหารที่จัดหาสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต จอห์น ค็อกซ์ นักวิเคราะห์จากเคปเลอร์ เชอว์รอ กล่าวว่า เนสเล่ต์อาจต้องสูญเสียสินทรัพย์เหล่านี้ และการชดเชยใดๆ ก็คงไม่สามารถชดเชยได้
ロイター·23hอ่านต่อ →
Food Products

อิงเกรเดียนขึ้นเงินปันผลรายไตรมาส 1.2% เป็น 0.83 ดอลลาร์ต่อหุ้น

อิงเกรเดียนประกาศจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส 0.83 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 1.2% จากเดิม 0.82 ดอลลาร์ เงินปันผลดังกล่าวมีอัตราผลตอบแทนล่วงหน้าที่ 3.35% และจะจ่ายในวันที่ 20 ตุลาคม ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียน ณ วันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันขึ้นเครื่องหมายปลอดเงินปันผลด้วย
Seeking Alpha·1dอ่านต่อ →
Food Products

เคจีไอปรับเพิ่มน้ำหนักกลุ่มเครื่องดื่มเป็นมากกว่าตลาด ชู CBG-OSP-ICHI หุ้นเด่น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่มเครื่องดื่มไทยขึ้นเป็น “มากกว่าตลาด” จากเดิม “เท่ากับตลาด” โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงนี้เป็นโอกาสกลับเข้าซื้อสะสมอีกครั้ง เพราะแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นหลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรง และโลว์ซีซั่นในไตรมาส 3/69 เป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น ทั้งนี้ กำไรรวมครึ่งปีหลังปี 69 ของกลุ่มจะเติบโตทั้งจากครึ่งปีแรกและช่วงเดียวกัน โดยมี CBG เป็นผู้นำ ขณะที่กำไรหลักไตรมาส 3/69 ยังเติบโตจากช่วงเดียวกันตามรายได้ที่เติบโตและการควบคุมต้นทุนได้ดีของ OSP และ ICHI แม้เผชิญปัจจัยฤดูกาลที่อ่อนแอและต้นทุนอะลูมิเนียม PET resin และก๊าซที่สูงขึ้น โดยต้นทุนวัตถุดิบหลักที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10% อาจกดดันให้กำไรปี 2569 ลดลงราว 2–6% ของหุ้นทุกตัวในกลุ่มฯ อย่างไรก็ดี มองว่ากำไรไตรมาส 4/69 น่าจะกลับเร่งตัวขึ้นได้อีกครั้งจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกัน จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและอุปสงค์ในช่วงเทศกาลที่ดีขึ้น ก่อนที่มาร์จิ้นจะฟื้นตัวและกลับสู่ปกติมากขึ้นในครึ่งปีแรกปี 2570 โดยเลือก CBG เป็นหุ้นเด่นในไตรมาส 4/69 รองลงมาคือ OSP และ ICHI ตามลำดับ
Food Products

KCG กำไรครึ่งปีแรก 276.8 ล้านบาท เพิ่ม 25.2%

บมจ. เคซีจี คอร์ปอเรชั่น หรือ KCG ประกาศผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 มีกำไรสุทธิ 276.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% จากการบริหารต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ แม้เผชิญความท้าทายของปัจจัยมหภาค โดยดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มั่นใจว่ากำไรครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ บมจ. เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP รายงานกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 325.1 ล้านบาท และรายได้จากการขายไฟฟ้า 1,572.1 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โซลาร์ฟาร์ม Leo 2 และ SPN ผลิตไฟฟ้าเพิ่มจาก repowering โดยวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ระบุแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังเติบโตโดดเด่น เตรียมขายไฟโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 แห่งสิ้นปี และมั่นใจว่าปี 71 ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจะเติบโตกว่าเท่าตัว ด้าน บมจ. เด็มโก้ หรือ DEMCO รายงานกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 69 ที่ 30.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 519.4% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน โดยณัฐพงศ์ กอร่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุยอด Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ 2,699 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ภายในปี 71 พร้อมลุยหาโอกาสลงทุนธุรกิจใหม่ ส่วน บมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์ หรือ NER ได้รับการประเมิน AGM Checklist ประจำปี 2569 ในระดับดีเยี่ยม 100 คะแนนเต็ม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และ บมจ. สตาร์เฟล็กซ์ หรือ SFLEX ได้รับคะแนนประเมิน AGM Checklist ปี 2569 ในช่วง 90–99 คะแนน หรือระดับ 4 เหรียญทอง
ทันหุ้น·1dอ่านต่อ →
Food Products

เจเนอแรกพุ่ง 19% หลังปิดดีลเครื่องปั่นไฟศูนย์ข้อมูลกับอเมซอนมูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์

เจเนอแรกบรรลุข้อตกลงกับอเมซอนเพื่อจัดหาเครื่องปั่นไฟสำรองสำหรับศูนย์ข้อมูล โดยคาดว่าการส่งมอบเบื้องต้นจะมีมูลค่ารวม 2.4 พันล้านดอลลาร์ระหว่างปี 2027 ถึง 2028 และยังให้สิทธิ์อเมซอนในการซื้อหุ้นของบริษัทได้สูงสุดมูลค่า 340 ล้านดอลลาร์ หุ้นเจเนอแรกพุ่งขึ้น 19% จากข่าวนี้ ขณะที่หุ้นอเมซอนปรับขึ้น 1.3% ส่วนหุ้นฟลูเอนซ์ เอนเนอร์จี ดิ่งลง 14% หลังจากผู้ผลิตระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่รายนี้ปรับลดคาดการณ์ทั้งปี โดยคาดว่ารายได้ปี 2026 จะอยู่ที่ 2.4 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับคาดการณ์เดิมที่ 2.9 พันล้านถึง 3.1 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะขาดทุน 200 ล้านดอลลาร์ก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ซึ่งมากกว่าช่วงคาดการณ์เดิมที่ขาดทุน 30 ล้านดอลลาร์ถึงกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย 10 ล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้นเวิร์กเดย์ปรับขึ้น 5% หลังจากเดวิด เฟเบอร์แห่งซีเอ็นบีซีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า ความพยายามในการระดมเงินทุนสำหรับข้อเสนอเข้าซื้อแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ทรัพยากรบุคคลบนคลาวด์แห่งนี้ให้เป็นของเอกชนยังคงดำเนินต่อไป ด้านหุ้นทาวเวอร์ เซมิคอนดักเตอร์ปรับขึ้นเกือบ 9% หลังจากบรรลุข้อตกลงกับนิว โฟโตนิกส์ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ในการส่งมอบเครื่องยนต์แสงที่ผสานเลเซอร์ในปริมาณมาก ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการเชื่อมต่อแสงความกว้างแถบสูงที่ประหยัดพลังงานในโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอ และหุ้นไวทัล ฟาร์มส์ปรับขึ้น 9% หลังจากแอกซิออสระบุว่าผู้ผลิตไข่และเนยจากฟาร์มเลี้ยงแบบปล่อยทุ่งซึ่งมีฐานอยู่ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส กำลังพิจารณาทางเลือกเชิงกลยุทธ์ รวมถึงการเข้าซื้อกิจการให้เป็นของเอกชน
Food Products

LT Foods เตรียมซื้อหุ้น 49% ในกิจการร่วมค้าขนมข้าวจาก Kameda Seika

บริษัท LT Foods ของอินเดียกำลังเข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลือ 49% ในกิจการร่วมค้าผลิตขนมข้าวกับบริษัท Kameda Seika ของญี่ปุ่น ในการยื่นเอกสารต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อวานนี้ LT Foods ระบุว่าได้บรรลุข้อตกลงกับ Kameda Seika ในการซื้อหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ในบริษัท Kameda LT Foods (India) Private Limited เป็นมูลค่า 11.2 ล้านรูปี หรือ 117,026 ดอลลาร์สหรัฐ การซื้อครั้งนี้ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของ LT Foods ในกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้นจาก 51% เป็น 100% ทำให้ธุรกิจนี้กลายเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมด โดยคาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธันวาคม ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดทางกฎหมายและการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลตามปกติอื่น ๆ ขณะที่ Kameda Seika ระบุในการเปิดเผยข้อมูลแยกต่างหากในญี่ปุ่นว่า หลังจากปรับโครงสร้างธุรกิจในอเมริกาเหนือและพิจารณาอนาคตของธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทเห็นว่าการโอนหุ้นครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกิจการร่วมค้าและกลยุทธ์การเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาวของบริษัท ทั้งสองฝ่ายได้จัดตั้งกิจการร่วมค้าแห่งนี้ขึ้นในปี 2017 เพื่อผลิตและจำหน่ายขนมข้าวในอินเดีย รวมถึง Kaki Kari, Krispy Hopu และ Okaki โดย LT Foods ระบุว่ากิจการร่วมค้ามียอดขายในปีที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคมอยู่ที่ 140.3 ล้านรูปี เทียบกับ 143.2 ล้านรูปีในปี 2025 และ 73.6 ล้านรูปีในปี 2024 ขณะที่เอกสารยื่นของ Kameda Seika แสดงยอดขายสุทธิ 141 ล้านรูปี และขาดทุนสุทธิ 121.1 ล้านรูปีสำหรับปีเดียวกัน
Food Products

WINNER ตั้ง "กนลลัส" นั่ง CEO แทน "กนกพรรณ" มีผล 1 ต.ค. 2569

บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WINNER เปิดเผยว่า บริษัทรับทราบการลาออกของ นางสาวกนกพรรณ เกรียงไกรกฤษฎา จากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยนางสาวกนกพรรณจะยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท กรรมการบริหาร และกรรมการบริหารความเสี่ยงต่อไป พร้อมกันนี้คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติแต่งตั้ง นางสาวกนลลัส วองอิสริยะกุล ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO แทนนางสาวกนกพรรณ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ นางสาวกนลลัสจะยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท กรรมการบริหาร และกรรมการบริหารความเสี่ยงต่อไป แต่จะพ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ หรือ MD และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและบัญชี หรือ CFO โดยให้มีผลในวันเดียวกัน
Food Products

TKN อนุมัติซื้อหุ้นคืน 17 ล้านหุ้น วงเงิน 80 ล้านบาท

คณะกรรมการของบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินจำนวนไม่เกิน 17 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1.23% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ภายใต้วงเงินไม่เกิน 80 ล้านบาท โดยกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืนระหว่างวันที่ 22 ก.ย.69 ถึง 21 มี.ค.70 เมื่อรวมกับหุ้นซื้อคืนเดิมจำนวน 15 ล้านหุ้น บริษัทจะถือหุ้นซื้อคืนสูงสุดรวม 32 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นประมาณ 2.32% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS มีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยต่อประเด็นดังกล่าวในด้านบรรยากาศการลงทุน และประเมินว่าหากบริษัทสามารถซื้อหุ้นคืนได้ครบตามจำนวนที่กำหนด จะช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้นหรือ EPS ได้ประมาณ 1.3% สำหรับแนวโน้มการจ่ายเงินปันผล KS มองว่า TKN ยังมีความสามารถทางบัญชีในการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลหรือ Payout Ratio ใกล้เคียงระดับเดิมที่ประมาณ 90% เนื่องจากบริษัทมีกำไรสะสมในงบการเงินเฉพาะกิจการอยู่ที่ 674 ล้านบาท โดยหลังหักเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 191 ล้านบาท และวงเงินซื้อหุ้นคืน 80 ล้านบาทแล้ว จะยังเหลือกำไรสะสมประมาณ 403 ล้านบาท ก่อนรวมกำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2569 อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยระบุว่าประเด็นด้านสภาพคล่องยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก ณ สิ้นเดือนมิ.ย. บริษัทมีเงินสดอยู่ที่ประมาณ 191 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับจำนวนเงินปันผลที่จ่ายไปแล้ว ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ในระดับติดลบจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ ดังนั้นความสามารถในการรักษาระดับเงินปันผลใกล้เคียงเดิมในระยะต่อไป จะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และความสามารถในการระบายสินค้าคงเหลือในช่วงครึ่งหลังปี 2569 เป็นสำคัญ
Food Products

เนสท์เล่ลงนามบันทึกความเข้าใจรับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากเกษตรกรไทยฤดูการผลิต 2569/2570

บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ประกาศรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจที่จะรับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าโดยตรงจากเกษตรกรไทยในฤดูการผลิต 2569/2570 ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งเสริมแนวทางการเกษตรเชิงฟื้นฟู เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านคุณภาพและปริมาณผลผลิต นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่าความร่วมมือกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟภาคใต้ในปีนี้เป็นมากกว่าการรับซื้อผลผลิตโดยตรงที่ทำมาต่อเนื่องหลายสิบปี แต่เป็นการทำงานร่วมกันในระยะยาวเพื่อให้เกษตรกรพัฒนาศักยภาพและปรับตัวรับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ ด้านนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่าจังหวัดชุมพรให้ความสำคัญกับกาแฟโรบัสต้าในฐานะพืชเศรษฐกิจสำคัญ และยินดีสานต่อความร่วมมือกับเนสท์เล่ในการสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังได้จัดงาน NESCAFÉ Farmer Day ถ่ายทอดเทคนิคการเพาะปลูกกาแฟรวมถึงการเกษตรเชิงฟื้นฟูให้กับเกษตรกรกว่า 300 รายจากหลากหลายจังหวัดในภาคใต้
Food Products

เถ้าแก่น้อยเปิดตัวแบรนด์ CEO KIM รุกตลาดสาหร่ายพรีเมียม 4 รสชาติ

บมจ. เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง หรือ TKN เปิดตัวแบรนด์ใหม่ CEO KIM (by TAOKAENOI) เพื่อรุกตลาดสาหร่ายเกรดพรีเมียม โดยมี นางสาวอรพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TKN ระบุว่า บริษัทเล็งเห็นโอกาสจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและพร้อมจ่ายเพิ่มสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เหนือระดับ จึงขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดสาหร่ายพรีเมียม จุดเด่นของผลิตภัณฑ์คือการคัดสรรสาหร่ายคุณภาพสูงที่เก็บเกี่ยวในช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งเป็นล็อตแรกของการเก็บเกี่ยวในแต่ละปี ให้เนื้อสัมผัสแน่นและกรอบเป็นพิเศษ พร้อมรสอูมามิตามธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ CEO KIM (by TAOKAENOI) มีให้เลือก 4 แบบ ได้แก่ สาหร่ายทอดรสฮอกไกโดคอร์นซุป สาหร่ายทอดรสยูสุ สาหร่ายอบซอสรสคลาสสิค Japanese sauce และสาหร่ายอบซอสรส Japanese Yuzu โดยสาหร่ายทอดทั้งสองรสทอดด้วยน้ำมันรำข้าวเพื่อสุขภาพและไม่เติมผงชูรส บริษัทคาดว่าแบรนด์ใหม่นี้จะได้รับการตอบรับที่ดีและก้าวขึ้นเป็น Product Hero ในกลุ่มสาหร่ายพรีเมียม ช่วยขยายฐานลูกค้าและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ตลอดจนวางรากฐานสู่การขยายตลาดในต่างประเทศในอนาคต ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์จะวางจำหน่ายตั้งแต่กลางเดือนกันยายนเป็นต้นไป ที่ 7-Eleven และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมกิจกรรมจาก KOL และ Influencer ที่จะจัดขึ้นเร็วๆ นี้
Food Products

หุ้น TU พุ่ง 7% บาทอ่อนหนุนส่งออก บัวหลวงชี้ปี 2570 จุดเปลี่ยนกำไร

หุ้น TU ปรับตัวขึ้น 7.26% มาอยู่ที่ 13.30 บาท นำหุ้นลูกอย่าง ITC ที่บวก 6.67% มาอยู่ที่ 17.60 บาท โดยได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 33.38-33.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และการเข้าสู่ช่วงพีคของการส่งออก ขณะที่บล.พาย มองบวกจากกรณีที่ประเทศอังกฤษปรับลดภาษีนำเข้าปลาทูน่าจากไทยลงเหลือ 0% จากเดิม 24% ซึ่งจะหนุนรายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ด้านบล.บัวหลวงระบุว่า TU กำลังเข้าสู่รอบกำไรใหม่หลังช่วงการเปลี่ยนผ่านเริ่มสิ้นสุดลง โดยมองว่าปี 2570 จะเป็นจุดเปลี่ยนของกำไร และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2573 ขึ้น 30% จาก 6.1 พันล้านบาท เป็น 7.9 พันล้านบาทในกรณีอัพไซด์ ส่งผลให้ ROE เข้าใกล้ 15% พร้อมคงราคาเป้าหมายที่ 15.60 บาท ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับงาน Investor Day ของ TU ในเดือน ส.ค. 2569 ที่นำโดยคุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และคุณรติพร ราษฎร์เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินกลุ่มคนใหม่ ซึ่งชี้ว่า TU กำลังเปลี่ยนจากการปรับโครงสร้างไปสู่การเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ โดยมีสามกลยุทธ์หลักในสามปีข้างหน้า ได้แก่ การขยายรายได้ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน และการบริหารงบลงทุนและวงจรเงินสดอย่างมีวินัยมากขึ้น
Food Products

หุ้น TU พุ่ง 5.65% รับอานิสงส์อังกฤษลดภาษีนำเข้าปลาทูน่าเหลือ 0%

หุ้น บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป หรือ TU ปรับตัวขึ้น 5.65% มาที่ 13.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท มูลค่าซื้อขาย 217.61 ล้านบาท จากราคาเปิด 13.00 บาท ราคาสูงสุด 13.30 บาท และราคาต่ำสุด 12.90 บาท บล.พาย ระบุว่า TU มีข่าวดีหลายด้านในครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าจะเข้าสู่ช่วงพีคของการส่งออก อีกทั้งได้อานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง และการที่ประเทศอังกฤษปรับลดภาษีนำเข้าปลาทูน่าจากไทยลงเหลือ 0% จากเดิม 24% ซึ่งจะหนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ บล.หยวนต้า มองว่าการปรับตัวขึ้นของ TU หลังจากพักตัวมานานทำให้ทิศทางราคาหุ้นกลับมาเป็นไซด์เวย์อัพ หลังราคาขึ้นมาทดสอบใกล้กรอบบนที่ 13.20 บาท
Food Products

KKPS อัปเกรด ITC เป็นซื้อ เป้า 18.70 บาท หุ้นเด้ง 6%

หุ้นบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC อยู่ที่ระดับ 17.50 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 6.06% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 169.30 ล้านบาท หลังบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น ITC เป็นซื้อ จากเดิมต่ำกว่าตลาด พร้อมปรับราคาเป้าหมายเพิ่มจาก 14.70 บาท เป็น 18.70 บาท โดยมองว่าปัจจัยกดดันเดิมเริ่มคลี่คลาย ทั้งแนวโน้มกำไร อัตรากำไรขั้นต้น และการจ่ายเงินปันผล ทางฝ่ายวิจัยระบุว่าปัจจัยกังวลเดิมมี 2 ประเด็น คือแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรจากการทำสินค้าพรีเมียม รวมถึงอัตราการจ่ายเงินปันผลที่อาจต่ำกว่าคาด ซึ่งขณะนี้ทั้ง 2 ปัจจัยเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ITC มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 24.0% สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 23.2% ขณะที่ยอดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไปสหรัฐฯ เติบโตเร็วกว่าคาด จากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มอาหารแมว จึงปรับเพิ่มประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นของ ITC ในปี 2569-2571 เฉลี่ย 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์ และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติในช่วงดังกล่าว 5.8% ด้านเงินปันผล เดิม KKPS คาดว่า ITC จะมีอัตราการจ่ายเงินปันผลประมาณ 70% แต่ ITC จ่ายเงินปันผลสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ที่ 0.55 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายประมาณ 95% ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มประมาณการอัตราการจ่ายเงินปันผลของ ITC ในปี 2569-2571 เป็นเฉลี่ย 85% จากเดิม 70% ทั้งนี้ มูลค่าหุ้น ITC ซื้อขายที่ P/E ปี 2569 ประมาณ 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบ OEM ในจีนที่ 29.4 เท่า โดยคาดว่า ROE ปี 2569 อยู่ที่ 13.8% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 8.6% และ ROA ปี 2569 อยู่ที่ 12.2% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 5.4% พร้อมคาดว่ากำไรต่อหุ้นของ ITC ในปี 2569 จะเติบโต 12%
Food Products

TKN อนุมัติซื้อหุ้นคืน 17 ล้านหุ้น วงเงิน 80 ล้านบาท เริ่ม 22 ก.ย. นี้

คณะกรรมการบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง หรือ TKN มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินจำนวน 17 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.23% ของทุนทั้งหมด ในวงเงินรวม 80 ล้านบาท โดยจะซื้อหุ้นคืนจากตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ วันที่ 22 ก.ย. 2569 ถึงวันที่ 21 มี.ค. 2570 ข่าวการเปิดโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยหนุนราคาหุ้นเช้าวันนี้ 17 ก.ย. 2569 ปรับตัวขึ้นไปสูงสุดแตะ 4.26 บาท ก่อนมาซื้อขายที่บริเวณ 4.22 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท หรือ 1.93% เมื่อเวลาประมาณ 10.45 น.
Food Products

KKPS อัปเกรด TU เป็น "ซื้อ" เป้า 16 บาท คาด EPS โตเฉลี่ย 18% ต่อปี

บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จาก "ถือ" เป็น "ซื้อ" พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจากเดิม 13.30 บาท เป็น 16.00 บาท โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ 12.40 บาท ยังมี upside ที่น่าสนใจ วันนี้ ณ เวลา 10:14 น. ราคาหุ้น TU อยู่ที่ระดับ 13.10 บาท บวก 0.70 บาท หรือ 5.65% ราคาสูงสุด 13.30 บาท ราคาต่ำสุด 12.90 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 214.97 ล้านบาท ทางฝ่ายวิจัยประเมินแนวคิดการลงทุนใน TU มี 2 ประเด็นสำคัญ คือ ธุรกิจหลัก (ex-ITC) ถูกประเมินมูลค่าต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับมูลค่าการถือหุ้นในบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC และธุรกิจหลักมีแนวโน้มเปลี่ยนจากปัจจัยฉุดผลประกอบการมาเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป โดย TU ถือหุ้น 79.3% ใน ITC เมื่อหักมูลค่าหุ้น ITC ที่ TU ถืออยู่จากมูลค่าตลาดรวมของ TU แล้ว จะเหลือมูลค่าธุรกิจหลัก (ex-ITC) ราว 7.0 พันล้านบาท หรือคิดเป็น P/E เพียง 3.5 เท่า สำหรับปี 2569 แม้ว่าธุรกิจดังกล่าวจะสร้างกำไรคิดเป็น 42% ของกำไรรวมในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 47% ในปี 2571 ฝ่ายวิจัยคาดว่าอัตรากำไรสุทธิของธุรกิจ ex-ITC จะเพิ่มขึ้นจาก 1.7% ในปี 2569 เป็น 2.3% ในปี 2571 และสนับสนุนให้กำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโตในอัตราเฉลี่ย 18% ต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้า ขณะที่ KKPS คาดว่า ROA ของ TU จะเพิ่มขึ้นจาก 2.6% ในปี 2568 เป็น 3.7% ในปี 2571 และได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปรับปรุง (normalized earnings) ในปี 2569-2571 ขึ้นเฉลี่ย 16% ด้านผลตอบแทนจากเงินปันผล ประเมินว่า TU จะมี Dividend yield อยู่ที่ 5.9% ในปี 2569 และ 6.7% ในปี 2570 ขณะที่ประมาณการ P/E ลดลงจาก 10.02 เท่าในปี 2569 เหลือ 7.73 เท่าในปี 2571 ทั้งนี้ ได้ออกรายงานวิเคราะห์ ITC ควบคู่กันและปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" เช่นเดียวกับ TU เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีความเชื่อมโยงกันในเชิงโครงสร้างการถือหุ้นและผลประกอบการ
Food Products

TKN อนุมัติซื้อหุ้นคืน 17 ล้านหุ้น วงเงิน 80 ล้านบาท เริ่ม 22 ก.ย. นี้

เถ้าแก่น้อย หรือ TKN ไฟเขียวโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 80 ล้านบาท จำนวนสูงสุด 17 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 1.23% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยจะเริ่มซื้อตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 21 มีนาคม 2570 ผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติ นายจิระพงษ์ สันติภิรมย์กุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด มหาชน เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 มีมติอนุมัติโครงการดังกล่าว โดยกำหนดราคาซื้อคืนไม่เกิน 115% ของราคาปิดเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนวันที่ทำรายการซื้อคืนแต่ละครั้ง ซึ่งราคาปิดเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักย้อนหลัง 30 วันทำการ ระหว่างวันที่ 4 สิงหาคม ถึง 15 กันยายน 2569 อยู่ที่ 4.28 บาทต่อหุ้น บริษัทระบุเหตุผลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงิน ความสามารถในการทำกำไร และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นผ่านการบริหารโครงสร้างเงินทุน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นและกำไรสุทธิต่อหุ้น ทั้งนี้ TKN เคยดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนในปี 2568 จำนวน 15 ล้านหุ้น หรือ 1.09% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ใช้เงินรวม 127.30 ล้านบาท และซื้อครบจำนวนเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 หากโครงการรอบใหม่ซื้อครบจำนวนสูงสุด 17 ล้านหุ้น บริษัทจะถือหุ้นซื้อคืนสะสมรวมไม่เกิน 32 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.32% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
Food Products

ฟินันเซีย ไซรัส ปรับเป้า GFPT ขึ้นเป็น 13 บาท คงแนะนำซื้อ

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS คงคำแนะนำซื้อหุ้นบริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ขึ้นเป็น 13 บาทต่อหุ้น จากแนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัวตามราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงขึ้น และการส่งออกที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตในปี 2570 โดย FSS ปรับประมาณการกำไรของ GFPT ในปี 2569-2570 เพิ่มขึ้น 13-15% นอกจากนี้ การขยายกำลังการผลิต รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก GFN และ McKey ที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 600-800 ล้านบาทต่อปี จะเป็นแรงหนุนการเติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ GFPT ยังซื้อขายที่ P/E ปี 2569 ราว 5.7 เท่า ซึ่งถือว่า Valuation ยังไม่แพง ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ การแข่งขันจากผู้ประกอบการจีน และความผันผวนของต้นทุนอาหารสัตว์
Food Products

TKN อนุมัติซื้อหุ้นคืน 17 ล้านหุ้น วงเงิน 80 ล้านบาท เริ่ม 22 ก.ย. 69

บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 80 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 17,000,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 1.23% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยซื้อคืนผ่านวิธีจับคู่อัตโนมัติในระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 21 มีนาคม 2570 บริษัทระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 1 ในปี 2568 ระหว่างวันที่ 13 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 คิดเป็น 1.09% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และหากซื้อหุ้นคืนตามโครงการครั้งนี้ครบจำนวนสูงสุด 17,000,000 หุ้น บริษัทจะถือหุ้นซื้อคืนรวมไม่เกิน 32,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 2.32% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ซึ่งยังอยู่ภายใต้เกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ บริษัทจะงดซื้อหุ้นคืนในช่วง 30 วันก่อน และภายใน 48 ชั่วโมงหลังการเปิดเผยข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ การตัดสินใจลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์ โดยจะปฏิบัติตามแนวทางและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างโปร่งใส
Food Products

TKN ไฟเขียวซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 80 ล้านบาท เริ่ม 22 ก.ย. 2569

คณะกรรมการบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 80 ล้านบาท จำนวนไม่เกิน 17 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.23% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยจะซื้อในตลาดหลักทรัพย์ฯ ระหว่างวันที่ 22 ก.ย. 2569 ถึงวันที่ 21 มี.ค. 2570 ก่อนหน้านี้บริษัทได้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 1 ในปี 2568 ระหว่างวันที่ 13 ม.ค. 2568 ถึงวันที่ 11 ก.ค. 2568 ขนาดรายการ 1.09% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด หากซื้อหุ้นคืนตามโครงการครั้งนี้ครบจำนวนสูงสุด 17 ล้านหุ้น บริษัทจะถือหุ้นซื้อคืนรวมไม่เกิน 32 ล้านหุ้น หรือ 2.32% ซึ่งไม่เกิน 20% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ทั้งนี้บริษัทจะงดซื้อหุ้นคืนในช่วง 30 วันก่อน และภายใน 48 ชั่วโมงหลังการเปิดเผยข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุน
ทันหุ้น·2dอ่านต่อ →
Food Products

TKN อนุมัติซื้อหุ้นคืนวงเงิน 80 ล้านบาท ไม่เกิน 17 ล้านหุ้น

บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 80 ล้านบาท จำนวนไม่เกิน 17 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 1.23% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด บริษัทจะซื้อหุ้นคืนผ่านระบบ Automatic Order Matching ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 2569 ถึง 21 มี.ค. 2570 หากซื้อครบตามจำนวน บริษัทจะถือหุ้นซื้อคืนรวมไม่เกิน 32 ล้านหุ้น หรือ 2.32% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ซึ่งรวมกับโครงการครั้งแรกในปี 2568 ที่ซื้อคืนไปแล้ว 1.09%
Food Products

TKN อนุมัติซื้อหุ้นคืน 17 ล้านหุ้น วงเงิน 80 ล้านบาท เริ่ม 22 ก.ย. 69

บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 80 ล้านบาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 17 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 1.23 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยจะซื้อด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ กำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 21 มีนาคม 2570 นายจิระพงษ์ สันติภิรมย์กุล รองกรรมการผู้จัดการ ระบุว่าบริษัทเคยดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 1 ในปี 2568 ระหว่างวันที่ 13 มกราคม ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 คิดเป็นร้อยละ 1.09 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด หากซื้อหุ้นคืนตามโครงการครั้งนี้ครบจำนวนสูงสุด 17,000,000 หุ้น บริษัทจะถือหุ้นซื้อคืนรวมไม่เกิน 32,000,000 หุ้น หรือร้อยละ 2.32 ซึ่งไม่เกินร้อยละ 20 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ทั้งนี้บริษัทจะงดซื้อหุ้นคืนในช่วง 30 วันก่อน และภายใน 48 ชั่วโมง หลังการเปิดเผยข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·2dอ่านต่อ →
Food Products

TKN ไฟเขียวซื้อหุ้นคืน 17 ล้านหุ้น วงเงิน 80 ล้านบาท

บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง หรือ TKN เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 16 ก.ย.69 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วงเงินไม่เกิน 80 ล้านบาท โดยจะซื้อคืนหุ้นไม่เกิน 17 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 1.23% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด โครงการซื้อหุ้นคืนดังกล่าวจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.69 ถึง 21 มี.ค.70
Food Products

SUN เปิดโครงการ Sun Pack บรรจุข้าวโพดหวานกล่องกระดาษ เริ่มผลิตพฤศจิกายนนี้

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เตรียมเริ่มทดสอบระบบและเครื่องจักรของโครงการ Sun Pack ซึ่งเป็นโครงการติดตั้งเครื่องจักรสำหรับบรรจุข้าวโพดหวานในบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษ ในเดือนตุลาคม 2569 โดยเครื่องจักรได้ขนย้ายเข้าสู่พื้นที่โรงงานแล้วและอยู่ระหว่างการติดตั้ง คาดว่าจะเริ่มผลิตสินค้าได้ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการขอรับรองมาตรฐานต่างๆ ตามที่นายวีระ นพวัฒนากร ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน เปิดเผยกับ ทันหุ้น ว่าบริษัทคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์และส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าได้เร็วที่สุดในช่วงปลายปี 2569 หรืออย่างช้าในช่วงต้นปี 2570 และจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวตั้งแต่ช่วงต้นปีหน้าเป็นต้นไป ปัจจุบันเริ่มมีคำสั่งซื้อเข้ามาบางส่วนแล้ว และบริษัทได้เริ่มสั่งผลิตกล่องตามรูปแบบที่กำหนด โดยหากตลาดตอบรับดีอาจพิจารณาลงทุนเครื่องจักรชุดที่สองเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ การติดตั้งเครื่องจักรใหม่ไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการใช้กำลังการผลิตโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบัน SUN มีกำลังการผลิตสินค้ารวมประมาณ 300,000 ตันต่อปี และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 50% ขณะที่ช่วงกลางเดือนตุลาคมซึ่งตรงกับเทศกาลกินเจ บริษัทคาดว่าความต้องการผลิตภัณฑ์จะเพิ่มขึ้นจากระดับปกติ เนื่องจากสินค้าหลักเป็นผลิตภัณฑ์จากพืชที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคอาหารเจ พร้อมกันนี้บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 10-15% โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก
ทันหุ้น·2dอ่านต่อ →
Food Products

RBF มั่นใจครึ่งปีหลัง 2569 โตต่อ ดันตลาดต่างประเทศ ลงทุน 150 ล้านตั้งโรงงานจีน

บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เผยแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนหลักจากตลาดต่างประเทศที่เติบโตโดดเด่นทั้งในเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าบริษัทมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่มีศักยภาพสูงและทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะกลุ่ม Flavour และ Food Coating พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในอินโดนีเซียและอินเดียเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้าน พ.ท.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท กล่าวถึงแผนขยายการผลิตในจีนว่า บริษัทใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรสำหรับผลิตเกล็ดขนมปังและพรีมิกซ์ในกลุ่ม Food Coating คาดก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2569 ก่อนทดลองเดินเครื่องและขอใบอนุญาตจากรัฐบาลจีน เพื่อเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2570 ขณะที่โรงงานอินโดนีเซียอยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่รองรับความต้องการที่เติบโตขึ้น และโรงงานเวียดนามได้ปรับแผนการผลิตเพื่อรองรับการส่งออกไปยังตลาดกัมพูชา ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูง บริษัทมั่นใจว่าภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจปี 2569 จะเติบโตได้ดีกว่าปี 2568 จากแรงหนุนของคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ
ทันหุ้น·2dอ่านต่อ →
Food Products

เครื่องหมายการค้า “ซีม่ายซื่อหย่าง” ของซีม่ายฟู้ดถูกปฏิเสธอีกครั้ง การยืนยันสิทธิ์แบรนด์เส้นโค้งการเติบโตที่สองสะดุด

คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “ซีม่ายซื่อหย่าง” ที่ยื่นโดยซีม่ายฟู้ด (รหัสหลักทรัพย์ 002956) ถูกปฏิเสธอีกครั้ง โดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติออกหนังสือแจ้งการปฏิเสธเมื่อวันที่ 8 กันยายน เครื่องหมายการค้า “ซีม่ายซื่อหย่าง” หมายเลข 92741690 (ประเภทสากลที่ 30 รูปแบบศิลปะกรอบสี่เหลี่ยมแบบตราประทับ) ไม่ผ่านการพิจารณา ก่อนหน้านี้ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน 2026 เครื่องหมายการค้าคำว่า “ซีม่ายซื่อหย่าง” จำนวน 9 รายการถูกปฏิเสธทั้งหมดหลังการขอทบทวนคำปฏิเสธ โดยหน่วยงานพิจารณาวินิจฉัยว่าเครื่องหมายการค้าที่มีคำว่า “ซื่อหย่าง” ใช้กับสินค้าประเภทธัญพืชและอาหาร อาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับหน้าที่และประโยชน์ของสินค้า เข้าข่าย “มีลักษณะหลอกลวง” ตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง (7) แห่งกฎหมายเครื่องหมายการค้าสาธารณรัฐประชาชนจีน และบทบัญญัตินี้เป็นข้อห้ามเด็ดขาด ไม่สามารถจดทะเบียนได้แม้จะมีการใช้จริง เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม บริษัทเปลี่ยนกลยุทธ์โดยปรับเครื่องหมายจากคำล้วนเป็นรูปแบบ “ศิลปะกรอบสี่เหลี่ยมแบบตราประทับ” เพื่อยื่นขอใหม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามสำคัญในการเลี่ยงคำวินิจฉัยห้ามใช้คำว่า “ซื่อหย่าง” แต่หนังสือแจ้งการปฏิเสธเมื่อวันที่ 8 กันยายนให้คำตอบเชิงลบ ในระดับบริษัท ผงซื่อหย่างถูกนิยามชัดเจนว่าเป็น “ปริมาณที่เพิ่มใหม่ล้วน” และ “เส้นโค้งการเติบโตที่สอง” บันทึกกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมระบุว่าธุรกิจออนไลน์ที่เกี่ยวข้องใช้ “ซีม่ายซื่อหย่าง” เป็นแบรนด์อิสระ พร้อมทีมงานและร้านค้าเมทริกซ์แยกต่างหาก มีแผนในปี 2026 ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ผงซื่อหย่างสู่ช่องทางออฟไลน์ทั่วประเทศและเพิ่มจำนวน SKU ส่วนบันทึกที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมระบุว่ายอดขายผงซื่อหย่างครึ่งปีแรกมาจากช่องทางออฟไลน์บางส่วนเป็นหลัก และครึ่งปีหลังจะเริ่มทำการตลาดออนไลน์ บริษัทระบุในการตอบอีเมลผู้สื่อข่าวว่า คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “ซีม่ายซื่อหย่าง” ได้ยื่นใหม่แล้ว ขณะนี้อยู่ในกระบวนการตรวจสอบตามปกติ และเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และการดำเนินงานประจำวันของกลุ่มธุรกิจผงซื่อหย่าง
大众证券报·2dอ่านต่อ →
Food Products

จินเจี้ยนหมี่เย่ทำสถิติชนเพดาน 9 ครั้งในหนึ่งเดือน กระทรวงเกษตรฯ ออกแผนพัฒนาพืชไร่ระยะ 5 ปีฉบับที่ 15

วันที่ 17 กันยายน หุ้นกลุ่มธัญพืชในตลาดหุ้น A ปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ราคาหุ้นจินเจี้ยนหมี่เย่พุ่งชนเพดาน มูลค่าตลาดล่าสุดเกิน 8,300 ล้านหยวน นับตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมเป็นต้นมา ภายในหนึ่งเดือนล่าสุด จินเจี้ยนหมี่เย่ทำสถิติชนเพดานรวม 9 ครั้ง ราคาหุ้นจากประมาณ 6 หยวนต่อหุ้น เคยไต่ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดระหว่างช่วงที่ 15.07 หยวนต่อหุ้น ราคาล่าสุดอยู่ที่ 13.02 หยวนต่อหุ้น ในวันเดียวกัน หุ้นตุนหวงจงเย่ ว่านเซียงเต๋อหนง เสินหนงจงเย่ ชิวเล่อจงเย่ และคังหนงจงเย่ ต่างพากันชนเพดานหรือปรับตัวขึ้นแรง ด้านข่าวสาร กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทเพิ่งออกแผนพัฒนาพืชไร่แห่งชาติระยะ 5 ปีฉบับที่ 15 เสนอว่าภายในปี 2030 กำลังการผลิตธัญพืชรวมของจีนจะอยู่ที่ประมาณ 1.45 ล้านล้านชั่ง ยึดเส้นล่างเรื่องธัญพืชพื้นฐานพึ่งพาตนเองและความมั่นคงทางอาหารอย่างเด็ดขาด พร้อมวางมาตรการยกระดับกำลังการผลิตธัญพืช รักษาเสถียรภาพการผลิตถั่วเหลืองและพืชน้ำมัน รักษาเสถียรภาพการผลิตฝ้ายและพืชน้ำตาล และเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในตะกร้าอาหาร จินเจี้ยนหมี่เย่เปิดเผยในบันทึกกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์เมื่อวันที่ 2 กันยายนว่า ปี 2025 บริษัทดำเนินภารกิจหมุนเวียนธัญพืชสำรองคุณภาพสูงเสร็จสิ้น 22,500 ตัน ณ สิ้นปี 2025 กำลังการผลิตข้าวสารรวมการผลิตแบบว่าจ้างอยู่ที่ 228,000 ตัน กำลังการผลิตผลิตภัณฑ์แป้ง 121,000 ตัน และกำลังการผลิตน้ำมันพืชบริโภครวมการผลิตแบบว่าจ้าง 212,000 ตัน พร้อมระบุว่าสต็อกสินค้าธัญพืช น้ำมัน ผลิตภัณฑ์นม และขนมขบเคี้ยวอยู่ในช่วงที่เหมาะสม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026 สต็อกสินค้าสำเร็จรูปหลักลดลงเมื่อเทียบกับต้นปี
上海证券报·2dอ่านต่อ →
Food Products

หุ้น Vital Farms พุ่งหลังมีรายงานการทบทวนกลยุทธ์รวมถึงความเป็นไปได้ในการขายกิจการ

Vital Farms กำลังทบทวนทางเลือกเชิงกลยุทธ์ รวมถึงความเป็นไปได้ในการขายกิจการ ตามรายงานของ Axios Pro เมื่อวันพุธ หุ้นของผู้ผลิตไข่รายนี้ปรับขึ้น 8.5% ในการซื้อขายหลังเวลาทำการหลังมีรายงานดังกล่าว Vital Farms มีมูลค่าตลาด 430 ล้านดอลลาร์ และหุ้นของบริษัทลดลง 55% นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในเดือนกรกฎาคม 2020 หุ้นนี้มีสัดส่วนการขายชอร์ตอยู่ที่ 22%
Seeking Alpha·2dอ่านต่อ →
Food Products

คีย์คอฟฟี่ กำไรดำเนินงานไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 95.3% คิดเป็นความคืบหน้า 86.8% ของแผนทั้งปี

จากผลประกอบการไตรมาส 1 ของปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2027 ที่คีย์คอฟฟี่ประกาศเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 กำไรดำเนินงานเพิ่มขึ้น 95.3% จาก 400 ล้านเยนในปีก่อนหน้าเป็น 781 ล้านเยน ยอดขายอยู่ที่ 24,118 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 16.7% เมื่อเทียบปีต่อปี กำไรปกติอยู่ที่ 928 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 83.2% และกำไรสุทธิรายไตรมาสอยู่ที่ 627 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 95.2% ท่ามกลางราคาเมล็ดกาแฟดิบที่ยังคงพุ่งสูง การผลักภาระต้นทุนผ่านการปรับราคาในตลาดธุรกิจและตลาดครัวเรือน ประกอบกับการขยายการจำหน่ายสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงและการเปิดตัวสินค้ากลยุทธ์ใหม่ซีรีส์ KEY DOORS+ JET BREW ซึ่งช่วยปรับปรุงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ ล้วนมีส่วนสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของกำไร โดยอัตรากำไรดำเนินงานของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกาแฟเพิ่มขึ้นจาก 1.96% ในปีก่อนหน้าเป็น 3.51% ส่วนประมาณการของบริษัทสำหรับทั้งปีเป็นแผนรายได้เพิ่มขึ้นแต่กำไรลดลง โดยคาดยอดขาย 95,000 ล้านเยน และกำไรดำเนินงาน 900 ล้านเยน แต่เพียงไตรมาสแรกไตรมาสเดียวอัตราความคืบหน้าก็สูงถึง 86.8% ทั้งนี้ ของขวัญสำหรับผู้ถือหุ้นโดยใช้วันที่ 30 กันยายนเป็นวันกำหนดสิทธิ์นั้นมีผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นตั้งแต่ 100 หุ้นขึ้นไปเป็นผู้มีสิทธิ์ โดยวันสุดท้ายที่ซื้อหุ้นแล้วได้สิทธิ์คือวันที่ 28 กันยายน และวันหมดสิทธิ์คือวันที่ 29 กันยายน
Food Products

หน่วยงานกำกับดูแลสหราชอาณาจักรเปิดการสอบสวนระยะที่ 1 ต่อดีลยูนิลีเวอร์-แมคคอร์มิกมูลค่า 4.48 หมื่นล้านดอลลาร์

สำนักงานการแข่งขันและตลาดแห่งสหราชอาณาจักรได้เปิดการสอบสวนระยะที่ 1 ต่อการเข้าซื้อกิจการสินทรัพย์อาหารของยูนิลีเวอร์โดยแมคคอร์มิก แอนด์ โค มูลค่า 4.48 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการแข่งขันในสหราชอาณาจักร ธุรกรรมดังกล่าวซึ่งประกาศเมื่อเดือนมีนาคม จะทำให้ธุรกิจเครื่องปรุงรสและเครื่องเทศซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ เข้าครอบครองสินทรัพย์อาหารส่วนใหญ่ของบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่อย่างยูนิลีเวอร์ รวมถึงแบรนด์ซุปคนอร์และมายองเนสเฮลล์แมนน์ แต่ไม่รวมเครื่องดื่มลิปตันหรือธุรกิจของยูนิลีเวอร์ในอินเดีย เนปาล และโปรตุเกส ซีเอ็มเอระบุว่าได้เชิญแสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม โดยผู้ที่สนใจมีเวลาจนถึงวันที่ 5 สิงหาคมในการตอบกลับ และได้กำหนดเส้นตายวันที่ 11 พฤศจิกายนในการสรุปการสอบสวนระยะที่ 1 ซึ่ง届时จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการประเมินในระยะที่ 2 อย่างละเอียดยิ่งขึ้นหรือไม่ เมื่อเดือนที่แล้ว ยูนิลีเวอร์และแมคคอร์มิกตัดสินใจหาผู้ซื้อแบรนด์มัสตาร์ดโคลแมนส์ของยูนิลีเวอร์ ซึ่งยูนิลีเวอร์กล่าวว่าเป็นการดำเนินการเพื่อจัดการกับข้อกังวลด้านการแข่งขันที่อาจเกิดขึ้นอย่างเชิงรุก โดยโคลแมนส์เข้าร่วมกับธุรกิจโภชนาการไลฟ์สไตล์ของยูนิลีเวอร์ หน่วยธุรกิจบัววิตา แบรนด์ลิปตัน และสินทรัพย์ในอินเดีย เนปาล และโปรตุเกสที่ไม่ได้รวมอยู่ในดีลนี้ ภายใต้เงื่อนไขของธุรกรรม ยูนิลีเวอร์และนักลงทุนจะได้รับหุ้นสามัญที่มีสิทธิออกเสียงและไม่มีสิทธิออกเสียงของแมคคอร์มิกในสัดส่วนผสมกันคิดเป็น 65% ของธุรกิจรวม โดยคาดว่าผู้ถือหุ้นยูนิลีเวอร์จะเป็นเจ้าของ 55.1% ของกลุ่มที่ขยายใหญ่ขึ้น ผู้ถือหุ้นแมคคอร์มิก 35% และยูนิลีเวอร์ 9.9% พร้อมเงินสด 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์ซึ่งขึ้นอยู่กับการปรับปรุงบางประการเมื่อปิดดีล บริษัทที่รวมกันซึ่งจะรวมแบรนด์ของแมคคอร์มิก เช่น เครื่องเทศชวาร์ตซ์ มัสตาร์ดเฟรนช์ และซอสพริกโชลูลา จะนำโดยเบรนแดน โฟลีย์ ซีอีโอของแมคคอร์มิก และมาร์กอส กาเบรียล ซีเอฟโอ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากธุรกิจอาหารของยูนิลีเวอร์ร่วมด้วย
Food Products

Ispire Technology รายได้ไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 33% เป็น 26.7 ล้านดอลลาร์ ขณะเริ่มการผลิตในมาเลเซีย

Ispire Technology รายงานรายได้ไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2026 อยู่ที่ 26.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 33% จาก 20.1 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 43% จาก 18.7 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อน แม้ว่าบริษัทยังคงขาดทุนสุทธิ 13.8 ล้านดอลลาร์ กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1.7 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นอัตรากำไร 6.3% ลดลงจาก 2.5 ล้านดอลลาร์ และ 12.3% ในปีก่อนหน้า ซึ่งการลดลงนี้ Jay Yu ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินอธิบายว่าเกิดจากการตั้งสำรองค่าเสื่อมราคาสินค้าคงคลังที่รับรู้ระหว่างไตรมาส ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมผลขาดทุนจากสินเชื่อลดลง 28.6% เหลือ 6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ผลขาดทุนจากสินเชื่อ 9.2 ล้านดอลลาร์ลดลงประมาณ 6.2% เมื่อเทียบปีต่อปี และขาดทุน EBITDA ปรับตัวดีขึ้นเป็น 2.3 ล้านดอลลาร์ จาก 4.4 ล้านดอลลาร์ สำหรับปีงบประมาณเต็มปี รายได้ลดลงเหลือ 96 ล้านดอลลาร์ จาก 127.5 ล้านดอลลาร์ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 12.8% จาก 17.8% และขาดทุนสุทธิปรับตัวดีขึ้นเป็น 33.2 ล้านดอลลาร์ จาก 39.2 ล้านดอลลาร์ โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปีที่ 19.3 ล้านดอลลาร์ Steven Przybyla ประธานบริษัทเรียกช่วงเวลานี้ว่าจุดเปลี่ยนสำคัญ และกล่าวว่ามาเลเซียเป็นศูนย์กลางของปีงบประมาณ 2027 โดยบริษัทถือใบอนุญาตผลิตนิโคตินสำหรับผลิตภัณฑ์แบบสูบไอและซองนิโคติน และคาดว่าจะมีปีงบประมาณแรกของการผลิตเต็มปีที่โรงงานในมาเลเซียซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของ โดยโรงงานแห่งที่สองสามารถรองรับสายการผลิตได้ถึง 73 สาย Ispire ยังกล่าวอีกว่ากำลังผลักดันการนำแพลตฟอร์มตรวจสอบอายุและยืนยันตัวตนผลิตภัณฑ์ IKE ออกสู่เชิงพาณิชย์ รวมถึงการทดลองใช้ที่เป็นไปได้กับบริษัทอุปกรณ์นิโคตินที่ได้รับอนุญาต และมองเห็นโอกาสเกิดเหตุการณ์ด้านสภาพคล่องที่เกี่ยวข้องกับ IKE ภายในปีงบประมาณ 2027 พร้อมเตือนว่าการชำระเงินตามแผนสำหรับโรงงานในมาเลเซียอาจทำให้การมีกระแสเงินสดเป็นบวกล่าช้าออกไป
Food Products

Ispire Technology ขาดทุนตามหลักบัญชี GAAP ไตรมาส 4 อยู่ที่ 0.24 ดอลลาร์ต่อหุ้น รายได้เพิ่มขึ้น 32.8% แตะ 26.7 ล้านดอลลาร์

Ispire Technology รายงานผลขาดทุนตามหลักบัญชี GAAP ประจำไตรมาส 4 อยู่ที่ 0.24 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยมีรายได้ 26.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 32.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ผลประกอบการดังกล่าวเปิดเผยในข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัทซึ่งครอบคลุมผลประกอบการทางการเงินประจำไตรมาส 4 และปีงบประมาณ 2026 Ispire Technology ซื้อขายภายใต้สัญลักษณ์หลักทรัพย์ ISPR
Seeking Alpha·2dอ่านต่อ →
Food Products

ไห่เทียน เฟลเวอริ่ง แอนด์ ฟู้ด เข้าซื้อกิจการอามอย ฟู้ด จากทรัสตาร์ แคปิตอล

บริษัท ไห่เทียน เฟลเวอริ่ง แอนด์ ฟู้ด จำกัด ได้เข้าซื้อกิจการอามอย ฟู้ด ซึ่งตั้งอยู่ในฮ่องกง จากกลุ่มบริษัทไพรเวทอิควิตี้ ทรัสตาร์ แคปิตอล โดยไม่เปิดเผยมูลค่าทางการเงินของดีลนี้ ทรัสตาร์ ยืนยันว่าได้ขายหุ้นทั้งหมดในอามอย ฟู้ด ให้กับไห่เทียน ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายทั้งในเซี่ยงไฮ้และฮ่องกง อามอยก่อตั้งขึ้นในปี 1908 ผลิตซีอิ๊ว น้ำมันหอย ซอสปรุงรส และติ่มซำแช่แข็ง และจำหน่ายในกว่า 40 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ทรัสตาร์เคยเข้าซื้อธุรกิจทั่วโลกของอามอยในปี 2019 จากบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ และมีรายงานว่าบริษัทไพรเวทอิควิตี้นี้กำลังมองหาที่จะขายสินทรัพย์ดังกล่าวเมื่อปี 2023 หลังการเข้าซื้อกิจการ ไห่เทียนและอามอย ฟู้ด วางแผนที่จะรวมช่องทางการจัดจำหน่าย เครือข่ายการผลิต และห่วงโซ่อุปทานเข้าด้วยกัน เพื่อคว้าโอกาสใหม่ๆ สำหรับการเติบโตในระยะยาวและการพัฒนาที่ยั่งยืน ในช่วงหกเดือนแรกของปี ไห่เทียนรายงานรายได้รวม 16.15 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นเกือบ 6% จาก 15.23 พันล้านหยวนในปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทแม่เพิ่มขึ้น 7.2% แตะ 4.19 พันล้านหยวน
Food Products

CPF ตั้งบริษัทย่อย Kraya Food ในกัมพูชา ทุน 200 ล้านเรียล

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในประเทศกัมพูชาเพื่อดำเนินธุรกิจการค้าผลิตภัณฑ์อาหาร บริษัทใหม่ใช้ชื่อ Kraya Food Co., Ltd. มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านเรียลกัมพูชา หรือประมาณ 1.64 ล้านบาท โดยมี C.P. Cambodia Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CPF ถือหุ้นในสัดส่วน 100% แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการจัดตั้งบริษัทย่อยดังกล่าวมาจากกระแสเงินสดของ C.P. Cambodia Co., Ltd. และการจัดตั้งครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจการค้าผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศกัมพูชา
Food Products

CPF ตั้งบริษัทย่อยใหม่ในกัมพูชา Kraya Food ทุน 1.64 ล้านบาท

บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF เปิดเผยว่าบริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในประเทศกัมพูชา เพื่อดำเนินธุรกิจการค้าผลิตภัณฑ์อาหาร โดยใช้ชื่อบริษัท Kraya Food Co., Ltd. บริษัทย่อยแห่งนี้มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านเรียลกัมพูชา หรือคิดเป็นประมาณ 1.64 ล้านบาท สำหรับโครงสร้างการถือหุ้นนั้น C.P. Cambodia Co., Ltd หรือ CPC เข้าถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100
Food Products

CPF ตั้งบริษัทย่อยใหม่ในกัมพูชา ลุยธุรกิจอาหาร

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในประเทศกัมพูชา เพื่อดำเนินธุรกิจการค้าผลิตภัณฑ์อาหาร ภายใต้ชื่อ Kraya Food Co., Ltd. บริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียน 200 ล้านเรียลกัมพูชา หรือประมาณ 1.64 ล้านบาท โดยมี C.P. Cambodia Co., Ltd. หรือ CPC ถือหุ้น 100% และใช้กระแสเงินสดของ CPC เป็นแหล่งเงินทุนในการจัดตั้งบริษัท การจัดตั้งบริษัทย่อยครั้งนี้เป็นการขยายการดำเนินงานด้านธุรกิจการค้าผลิตภัณฑ์อาหารของ CPF ในประเทศกัมพูชา เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในตลาดต่างประเทศ
Food Products

RBF มั่นใจครึ่งปีหลังแกร่ง ลงทุน 150 ล้านสร้างโรงงานจีน เปิดดำเนินการปี 2570

บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เปิดเผยในที่ประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ว่าแนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากตลาดต่างประเทศที่เติบโตโดดเด่นทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าบริษัทมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูงและทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะกลุ่ม Flavour และ Food Coating พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในอินโดนีเซียและอินเดีย ด้าน พ.ท.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท กล่าวถึงแผนขยายการผลิตในจีนว่า บริษัทใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรสำหรับผลิตเกล็ดขนมปังและพรีมิกซ์ในกลุ่ม Food Coating คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2569 ก่อนทดลองเดินเครื่องและขอใบอนุญาตจากรัฐบาลจีน เพื่อเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2570 ขณะที่โรงงานอินโดนีเซียอยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่รองรับความต้องการที่เติบโตขึ้น และโรงงานเวียดนามได้ปรับแผนการผลิตเพื่อรองรับการส่งออกไปยังตลาดกัมพูชา ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูง บริษัทมั่นใจว่าภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจปี 2569 จะเติบโตดีกว่าปี 2568 จากแรงหนุนของคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ
Food Products

RBF มั่นใจครึ่งปีหลัง 2569 ดีขึ้น หนุนยอดขายต่างประเทศโต จ่อเปิดโรงงานจีนปี 2570

บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เปิดเผยในที่ประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ว่าแนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากตลาดต่างประเทศที่เติบโตโดดเด่นทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าบริษัทมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูงและทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะกลุ่ม Flavour และ Food Coating พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในอินโดนีเซียและอินเดีย ด้าน พ.ท.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท กล่าวถึงแผนขยายการผลิตในจีนว่า บริษัทใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรสำหรับผลิตเกล็ดขนมปังและพรีมิกซ์ในกลุ่ม Food Coating คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2569 ก่อนทดลองเดินเครื่องและขอใบอนุญาตจากรัฐบาลจีน เพื่อเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2570 ขณะที่โรงงานอินโดนีเซียอยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่รองรับความต้องการที่เติบโตขึ้น และโรงงานเวียดนามได้ปรับแผนการผลิตเพื่อรองรับการส่งออกไปยังตลาดกัมพูชา ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น บริษัทมั่นใจว่าภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจปี 2569 จะเติบโตได้ดีกว่าปี 2568 จากแรงหนุนของคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ
Food Products

RBF มั่นใจครึ่งปีหลัง 2569 โตต่อเนื่อง ลุยขยายตลาดอินโดนีเซียและอินเดีย

บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เผยแนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนหลักจากตลาดต่างประเทศ ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย ซึ่งทำให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าบริษัทมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่มีศักยภาพสูงและทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะกลุ่ม Flavour และ Food Coating พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในอินโดนีเซียและอินเดียเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้าน พ.ท.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท กล่าวถึงแผนขยายการผลิตในจีนว่า บริษัทใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรสำหรับผลิตเกล็ดขนมปังและพรีมิกซ์ในกลุ่ม Food Coating คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2569 ก่อนทดลองเดินเครื่องและขอใบอนุญาตจากรัฐบาลจีน เพื่อเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2570 ขณะที่โรงงานที่อินโดนีเซียอยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่รองรับความต้องการที่เติบโตขึ้น และโรงงานเวียดนามได้ปรับแผนการผลิตเพื่อรองรับการส่งออกไปยังตลาดกัมพูชา ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูง บริษัทมั่นใจว่าภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจในปี 2569 จะเติบโตได้ดีกว่าปี 2568 จากแรงหนุนของคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ
ทันหุ้น·2dอ่านต่อ →
Food Products

RBF มั่นใจครึ่งปีหลังโต ลุยโรงงานจีน 150 ล้านบาท

อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย หรือ RBF คาดว่าผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนหลักจากตลาดต่างประเทศที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่นทั้งในเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าบริษัทมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่มีศักยภาพสูงและทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะกลุ่ม Flavour และ Food Coating ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งในอินโดนีเซียและอินเดีย ด้าน พ.ท.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท กล่าวถึงแผนขยายการผลิตในจีนว่า บริษัทใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรสำหรับผลิตเกล็ดขนมปังและพรีมิกซ์ในกลุ่ม Food Coating โดยคาดว่าก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2569 ก่อนทดลองเดินเครื่องและขอใบอนุญาตจากรัฐบาลจีน เพื่อเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2570 ขณะที่โรงงานที่อินโดนีเซียอยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตขึ้น และโรงงานเวียดนามได้ปรับแผนการผลิตเพื่อรองรับการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยังตลาดกัมพูชา ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานเวียดนามให้มีประสิทธิภาพสูง บริษัทมั่นใจว่าภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจในปี 2569 จะเติบโตได้ดีกว่าปี 2568 จากแรงหนุนของคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ