Megatrend · Critical Materials

โลหะที่แพงที่สุดในแบตเก่า ไม่ได้อยู่ในเหมือง — มันอยู่ในผงสีดำที่เรียกว่า “black mass”

ทุกครั้งที่แบต EV ก้อนหนึ่งหมดอายุ ข้างในยังมีนิกเกิลกับโคบอลต์ที่ครั้งหนึ่งต้องขุดมาจากอินโดนีเซียและคองโก — โลหะสองตัวที่แพงที่สุดและมีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์มากที่สุดในแบตเตอรี่ ธุรกิจนี้คือการบดแบตเก่าให้เป็น “ผงสีดำ” (black mass) แล้วละลายมันด้วยกรด ดึงนิกเกิลกับโคบอลต์กลับออกมาเป็น “ซัลเฟต” บริสุทธิ์ ป้อนกลับเข้าโรงงานแบตใหม่ได้เลย นี่คือเรื่องราวของ “เหมืองในเมือง” เวอร์ชันแบตเตอรี่ — ที่กำลังจะกลายเป็นซัพพลายเส้นที่สองของโลหะคู่นี้ และเป็นทางลัดที่ช่วยตะวันตกเลิกพึ่งเหมืองจากไม่กี่ประเทศ

หมวด Critical Materials ระดับ ปลายห่วงโซ่ (recycling loop) สถานะ ช่วงเริ่มต้น กำลังก่อตัว เวลาอ่าน ~13 นาที
แบตเตอรี่ EV เก่าถูกบดเป็นผงสีดำ (black mass) แล้วกลั่นกลับกลายเป็นผลึกนิกเกิลและโคบอลต์ซัลเฟตเรืองแสง วนกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ก้อนใหม่ — เหมืองในเมืองเวอร์ชันแบตเตอรี่
ภาพประกอบ (hero.webp)
เหมืองในเมืองเวอร์ชันแบต. แบต EV ที่หมดอายุคือ “แร่” ที่ไม่ต้องขุด — บดเป็นผงดำ ละลาย แล้วดึงนิกเกิลกับโคบอลต์กลับมาเป็นซัลเฟตป้อนแบตก้อนใหม่

01รีไซเคิลนิกเกิล-โคบอลต์คืออะไร

ลองนึกถึงแบตเตอรี่ในรถ EV คันหนึ่ง หรือเศษที่ตัดทิ้งจากโรงงานผลิตเซลล์แบต ข้างในนั้นมีโลหะราคาแพงอัดแน่นอยู่ โดยเฉพาะสองตัวที่เป็นพระเอกของบทนี้: นิกเกิล (nickel) และ โคบอลต์ (cobalt) — โลหะคู่หูที่ทำให้แบตเก็บพลังงานได้มากและวิ่งได้ไกล (เล่าไว้เต็มๆ ในบท Nickel & Cobalt) ธุรกิจที่เราคุยกันวันนี้คือการ “ขุด” โลหะพวกนี้กลับออกมาจากแบตที่หมดอายุ แทนที่จะขุดจากพื้นดิน

หัวใจของมันคือของสิ่งหนึ่งที่ชื่อ “black mass” (ผงสีดำ) เมื่อเอาแบตเก่ามาคายประจุ บด และร่อนแยกเปลือกพลาสติกกับโลหะโครงสร้าง (เหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง) ออกไป สิ่งที่เหลือคือผงละเอียดสีดำที่รวมโลหะมีค่าจากขั้วแบตไว้เกือบทั้งหมด — นิกเกิล โคบอลต์ ลิเทียม แมงกานีส กราไฟต์ ผงกองนี้แหละคือ “แร่เกรดสูง” ที่ผู้รีไซเคิลอยากได้ และเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของทั้งอุตสาหกรรม

ศัพท์ที่ควรรู้
Black mass · Ni/Co sulfate · Precursor (pCAM) · Urban mine

Black mass = ผงดำจากการบดแบต รวมนิกเกิล โคบอลต์ ลิเทียม แมงกานีส กราไฟต์ ไว้ด้วยกัน · Nickel/Cobalt sulfate (นิกเกิล/โคบอลต์ซัลเฟต) = สารเคมีบริสุทธิ์ที่ดึงกลับออกมาจาก black mass และเป็นรูปที่โรงงานแบตใช้จริง · Precursor (pCAM) = “สารตั้งต้นขั้วบวก” ที่ผสมนิกเกิล-โคบอลต์-แมงกานีสในสัดส่วนพอดี ก่อนกลายเป็นวัสดุขั้วบวกในแบต · Urban mine = “เหมือง” ของโลหะที่ฝังอยู่ในของที่มนุษย์ผลิตไปแล้วและกำลังจะหมดอายุ

ในแผนที่เมกะเทรนด์ ขั้นนี้เป็นสาขาย่อยของ Nickel & Cobalt ภายใต้เมกะเทรนด์ Critical Materials & Supply Chain — แต่มันไม่ได้อยู่ “ต้นน้ำ” เหมือนพี่น้องที่ขุดและถลุงแร่ มันคือ “ทางลัดวงกลม” ที่ดึงโลหะที่เคยผ่านทั้งห่วงโซ่มาแล้วกลับเข้าระบบใหม่ ต่างจากญาติใกล้ตัวอย่าง Lithium Battery Recycling ที่มองภาพรวมของการรีไซเคิลแบตทั้งก้อน (โดยเฉพาะการกู้ “ลิเทียม”) — บทนี้เจาะเฉพาะมุมของ การกู้นิกเกิลกับโคบอลต์ ซึ่งเป็นสองตัวที่แพงที่สุดและเป็นตัวขับเศรษฐศาสตร์ของทั้งอุตสาหกรรม

02ทำไมมันถึงสำคัญ (นิกเกิลกับโคบอลต์คือ “เงิน” ในกองผงดำ)

เหตุผลข้อแรกเป็นเรื่องเงินล้วนๆ ใน black mass หนึ่งกอง นิกเกิลกับโคบอลต์คือโลหะที่มีมูลค่าสูงที่สุด โดยน้ำหนัก black mass มีนิกเกิลราว 10–30% และโคบอลต์ราว 5–20% — มากกว่าลิเทียม (2–7%) หลายเท่า และเพราะราคาต่อกิโลของโคบอลต์กับนิกเกิลสูง สองตัวนี้จึงเป็นตัวที่ทำให้ธุรกิจรีไซเคิลแบต “คุ้มค่า” ตั้งแต่แรก พูดง่ายๆ คือ ถ้าไม่มีนิกเกิลกับโคบอลต์ เศรษฐศาสตร์ของการรีไซเคิลแบตก็แทบไม่เกิด

ในผงดำหนึ่งกอง นิกเกิลกับโคบอลต์คือของมีค่าที่สุด
สัดส่วนโลหะใน black mass โดยน้ำหนัก (% โดยประมาณ — ค่ากลางของช่วง)
ที่มา: Roxia, งานวิจัย black mass — นิกเกิลกับโคบอลต์รวมกันเป็นทั้งปริมาณและมูลค่าส่วนใหญ่ของผงดำ

เหตุผลข้อสองใหญ่กว่าเรื่องเงิน — มันคือเรื่อง ภูมิรัฐศาสตร์ วันนี้นิกเกิลเกินครึ่งของโลกมาจาก อินโดนีเซีย และโคบอลต์ราว 76% มาจาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ประเทศเดียว การกระจุกตัวขนาดนี้ทำให้ราคาเหวี่ยงตามการตัดสินใจของรัฐบาลไม่กี่แห่ง (คองโกเคยสั่งห้ามส่งออกโคบอลต์ในปี 2025 จนราคาพุ่งเท่าตัว) การรีไซเคิลจึงเป็นทางเดียวที่ตะวันตกจะสร้างซัพพลายนิกเกิล-โคบอลต์ “ในบ้านตัวเอง” ได้ โดยไม่ต้องพึ่งเหมืองในซีกโลกที่ควบคุมไม่ได้

~76%
ของโคบอลต์โลกมาจาก DRC ประเทศเดียว — การรีไซเคิลนิกเกิล-โคบอลต์คือทางลัดที่ช่วยลดการพึ่งพาเหมืองจากไม่กี่ประเทศ และสร้างซัพพลายที่ควบคุมได้เอง

และเหตุผลข้อสาม: ตลาดกำลังจะใหญ่ขึ้นเร็วมาก มูลค่าตลาดรีไซเคิล black mass ทั่วโลกอยู่ที่ราว $17,000 ล้าน ในปี 2025 และหลายสำนักคาดว่าจะโตเป็นราว $84,000 ล้านภายในปี 2035 — เติบโตเฉลี่ยเกือบ 18% ต่อปี แรงหนุนคือรถ EV ที่ขายไปแล้วนับล้านคันกำลังจะทยอยหมดอายุ บวกกับกฎในยุโรปที่บังคับให้แบตใหม่ต้องมี “วัสดุรีไซเคิล” ผสมอยู่ในสัดส่วนที่กำหนด

ตลาดรีไซเคิลผงดำโตเกือบ 5 เท่าใน 10 ปี
มูลค่าตลาดรีไซเคิล black mass ทั่วโลก (พันล้านดอลลาร์) — ปี 2030–2035 เป็นประมาณการ
ที่มา: SNS Insider, InsightAce, Grand View (ค่าประมาณ, CAGR ~18%) — ขับเคลื่อนด้วยคลื่นแบต EV หมดอายุและกฎ recycled-content ในยุโรป

03มันทำงานยังไง (จาก black mass กลับเป็นซัลเฟต)

หัวใจของธุรกิจนี้คือ “วงจรปิด” (closed loop) — นิกเกิลกับโคบอลต์อะตอมเดิม เดินทางจากแบตเก่ากลับไปเป็นแบตใหม่ได้ ลองไล่ดูว่าแบต EV ก้อนหนึ่งเดินทางยังไงกว่าจะกลับมาเป็น “ซัลเฟต” ที่โรงงานแบตใช้ได้จริง

วงจรปิดของการรีไซเคิลนิกเกิลและโคบอลต์ แบตลิเทียมไอออนที่หมดอายุถูกบดเป็นผงดำ black mass แล้วละลายด้วยกรดในกระบวนการไฮโดรเมท ก่อนแยกออกมาเป็นนิกเกิลและโคบอลต์ซัลเฟตบริสุทธิ์ ป้อนกลับเป็นสารตั้งต้นขั้วบวกและแบตก้อนใหม่ แล้ววนกลับมาเป็นแบตเก่าอีกครั้ง 1 แบตหมดอายุ แบต EV · เศษ จากโรงงาน 2 บด + ร่อนแยก ได้ผงดำ black mass 3 ละลายด้วยกรด hydromet แยกทีละโลหะ 4 Ni + Co ซัลเฟต บริสุทธิ์ 99%+ ของมีค่าที่สุด 5 แบตก้อนใหม่ precursor → ขั้วบวก ใช้จนหมดอายุ แล้ววนกลับเข้าระบบอีกครั้ง ไฮโดรเมทกู้นิกเกิล/โคบอลต์กลับได้ราว 95%+
วงจรปิด. แบตเก่า → ผงดำ → ละลายด้วยกรด → นิกเกิล/โคบอลต์ซัลเฟตบริสุทธิ์ → กลับเป็นแบตใหม่ ขั้นที่ 4 คือหัวใจ เพราะซัลเฟตคือของมีค่าที่สุดในวงจร

ขั้นที่เป็นหัวใจจริงๆ คือ ขั้นที่ 3 “ไฮโดรเมท” (hydrometallurgy) — การละลายผงดำด้วยกรดกำมะถัน (sulfuric acid) ผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เล็กน้อย ที่อุณหภูมิราว 60–80°C จากนั้นค่อยๆ แยกโลหะออกทีละตัวด้วยกระบวนการทางเคมี (solvent extraction) จนได้ นิกเกิลซัลเฟตกับโคบอลต์ซัลเฟตบริสุทธิ์แยกกัน วิธีนี้ประณีตกว่าและกู้โลหะได้มากกว่าการ “เผา” แบบเก่า (pyrometallurgy) โดยงานวิจัยและผู้เล่นชั้นนำรายงานว่ากู้ นิกเกิลได้ราว 96% และโคบอลต์ราว 94% ขึ้นไป — ขณะที่การกู้ลิเทียมยังยากกว่าและเสียมากกว่า

ไฮโดรเมทเก่งที่สุดตรงนิกเกิลกับโคบอลต์
อัตราการกู้คืนโลหะจาก black mass ด้วยกระบวนการไฮโดรเมท (% โดยประมาณ)
ที่มา: ACS Sustainable Chem. Eng. (Ni 96.2%, Co 94.6%), Redwood Materials (95–98%) — Ni/Co กู้ได้เกือบหมด ลิเทียมยังยาก

และนี่คือความลับของกำไร: ผู้รีไซเคิลที่เก่งที่สุดไม่ได้ขายแค่ “ซัลเฟต” เปล่าๆ แต่แปรมันต่อไปเป็น “precursor” (pCAM) — สารตั้งต้นขั้วบวกที่ผสมนิกเกิล-โคบอลต์-แมงกานีสในสัดส่วนพอดี พร้อมส่งเข้าโรงงานเซลล์แบตได้เลย ยิ่งไต่ห่วงโซ่ขึ้นไปใกล้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายเท่าไหร่ มูลค่าเพิ่มยิ่งมาก นี่คือเหตุผลที่ยักษ์จีนอย่าง GEM ถึงทำทั้งรีไซเคิลและผลิต precursor ในบริษัทเดียว

04มันเชื่อมกับอะไรบ้าง

การรีไซเคิลนิกเกิล-โคบอลต์เป็น “ทางลัดวงกลม” ที่วิ่งขนานกับห่วงโซ่แร่หลัก มันไม่ได้แข่งกับ Nickel & Cobalt Mining โดยตรง แต่มา เสริมซัพพลาย ในจุดที่การขุดเหมืองใหม่ทำได้ช้าและกระจุกตัว และมันเชื่อมแน่นกับ Nickel & Cobalt Smelting & Refining เพราะซัลเฟตที่รีไซเคิลได้จะไหลไปรวมกับโลหะจากเหมือง ก่อนเข้าสู่ Battery Chemicals & Precursors — ปลายทางที่แปลงนิกเกิล-โคบอลต์เป็นสารตั้งต้นขั้วบวกจริงๆ (ผู้เล่นรีไซเคิลชั้นนำหลายรายก็ทำขั้นนี้เองในบริษัทเดียวกัน)

ที่ใกล้ตัวที่สุดคือญาติในเมกะเทรนด์อื่น: Lithium Battery Recycling — จริงๆ แล้วสองขั้นนี้มัก “เกิดในโรงงานเดียวกัน” เพราะการบดแบตหนึ่งก้อนได้ทั้งลิเทียมและนิกเกิล-โคบอลต์ออกมาพร้อมกัน ต่างกันแค่มุมมอง: บทนั้นเล่าเรื่องการกู้ลิเทียมและภาพรวมการรีไซเคิลแบต ส่วนบทนี้เจาะที่นิกเกิลกับโคบอลต์ซึ่งเป็นตัวทำเงิน

และปลายทางที่ “รอกิน” โลหะรีไซเคิลเหล่านี้ ล้วนเป็นเมกะเทรนด์แห่งยุค: Electrification & Mobility (แบต EV คือดีมานด์ก้อนใหญ่ที่สุด), Energy Transition & Power Demand (แบตกักเก็บพลังงานสำหรับโครงข่ายไฟฟ้า) ไปจนถึง Artificial Intelligence (ระบบสำรองไฟของศูนย์ข้อมูล) — ทุกก้อนของนิกเกิล-โคบอลต์ที่รีไซเคิลได้ คือทุกก้อนที่ไม่ต้องรอเหมืองใหม่

มีวงจรย้อนกลับที่สวยงาม: รถ EV และระบบกักเก็บพลังงานที่ขายกันวันนี้ คือตัวเร่งดีมานด์นิกเกิล-โคบอลต์ก้อนมหาศาล แต่ในอีก 10–15 ปี แบตเหล่านั้นเองจะกลายเป็น “เหมืองในเมือง” รุ่นถัดไป — ดีมานด์ของวันนี้ คือซัพพลายรีไซเคิลของวันหน้า

05ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว (จีนนำ ตะวันตกไล่)

ปี 2025 ราคา black mass กลายเป็นของที่จับตากันทั้งอุตสาหกรรม — ผง NCM523 ซื้อขายกันราว $6.37 ต่อกิโล (เม.ย. 2025) และมีแนวโน้มแพงขึ้นตามราคาโคบอลต์ที่พุ่งหลังคองโกคุมส่งออก เศษแบตกลายเป็น “วัตถุดิบยุทธศาสตร์” ที่ทุกฝ่ายอยากได้ แต่ความจริงที่ต้องพูดตรงๆ คือ ตอนนี้ จีนนำอยู่แบบทิ้งห่าง ทั้งด้านกำลังการผลิตและเทคโนโลยี

ผู้นำตัวจริงคือ GEM ของจีน ที่วางตัวเป็น “เจ้าเหมืองในเมือง” ของโลก มีกำลังรีไซเคิลระดับหลายแสนตันต่อปี กู้นิกเกิลได้หลักหมื่นตันและโคบอลต์หลักพันตันต่อปี แล้วแปรต่อเป็น precursor ส่งเข้าโรงงานแบตในสายเดียวกัน ตามด้วยผู้เล่นจีนอีกหลายรายที่ผูกการรีไซเคิลเข้ากับการผลิตวัสดุแบตโดยตรง

คลื่นของแบตเตอรี่ EV ที่หมดอายุกำลังก่อตัวขึ้นเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ขอบฟ้า สื่อถึงปริมาณแบตเก่ามหาศาลที่กำลังจะทยอยเข้าสู่ระบบรีไซเคิล
ภาพประกอบ (wave.webp)
คลื่นที่ยังมาไม่ถึง. รถ EV ล็อตแรกๆ ของโลกกำลังจะทยอยหมดอายุ — ผู้เล่นทุกรายกำลังวางกำลังรอรับ “คลื่นแบตเก่า” ที่จะมาในทศวรรษหน้า

ฝั่งตะวันตกกำลังเร่งไล่ตาม ด้วยแรงหนุนจากนโยบายที่อยากลดการพึ่งจีนและ DRC สหรัฐฯ มี American Battery Technology ที่สร้างโรงรีไซเคิลไฮโดรเมทกู้นิกเกิล/โคบอลต์ซัลเฟตเอง แคนาดามี Electra Battery Materials ที่กำลังสร้างโรงกลั่นโคบอลต์ซัลเฟตแห่งแรกของอเมริกาเหนือ ยักษ์เทรดดิ้ง Glencore เข้าซื้อกิจการ Li-Cycle ในปี 2025 เพื่อคุมเครือข่ายรีไซเคิลแบตข้ามทวีป ส่วนญี่ปุ่นมี Envipro ที่จับมือ Mitsubishi Materials — ภาพรวมคือสนามที่ผู้เล่นตัวจริงส่วนใหญ่ยังเป็นบริษัทเอกชนหรือเพิ่งเริ่มทำกำไร แต่เม็ดเงินและนโยบายกำลังไหลเข้ามาเต็มที่

ผู้เล่นหลักในสนามนี้
สนามนี้จีนนำแบบทิ้งห่างทั้งกำลังการผลิตและเทคโนโลยี โดยยักษ์ที่ทำทั้งรีไซเคิลและผลิตวัสดุแบตในสายเดียวกัน ส่วนตะวันตกกำลังเร่งไล่ด้วยแรงหนุนจากนโยบายที่อยากลดการพึ่งเหมืองจากไม่กี่ประเทศ ผู้เล่นตัวจริงหลายรายยังเป็นบริษัทเล็กหรือเพิ่งเริ่มทำกำไร
GEM Co.002340 · CN
จีน · เจ้าเหมืองในเมืองของโลก
ผู้นำรีไซเคิลแบตของจีนและของโลก วางตัวเป็น 'urban mines leader' มีกำลังรีไซเคิลระดับหลายแสนตันต่อปี กู้นิกเกิลได้ราวหมื่นตันและโคบอลต์หลักพันตันต่อปีจากแบตและขยะอิเล็กทรอนิกส์ แล้วแปรต่อเป็นนิกเกิลซัลเฟตและ 'precursor' (สารตั้งต้นขั้วบวก) ส่งเข้าโรงงานแบตในสายเดียวกัน — โมเดลครบวงจร 'จากแบตเก่า สู่วัสดุแบตใหม่' ที่กินมูลค่าเพิ่มทั้งห่วงโซ่
core · แชมป์รีไซเคิลจีน
จีน · โคบอลต์ + precursor ครบวงจร
หนึ่งในผู้กลั่นโคบอลต์และผลิต precursor รายใหญ่ที่สุดของโลก ที่ต่อยอดมาทำรีไซเคิลแบตเพื่อป้อนวัตถุดิบกลับเข้าสายผลิตของตัวเอง จับมือตั้งบริษัทร่วมทุนกับ LG Energy Solution สร้างโรงรีไซเคิลดึงโคบอลต์ ลิเทียม และนิกเกิลจากเศษและแบตหมดอายุ — ตัวอย่างผู้ผลิตวัสดุแบตยักษ์ใหญ่ที่ใช้รีไซเคิลเป็น 'เหมืองสำรอง' ของตัวเอง
core · ยักษ์ precursor จีน
จีน · precursor จากของรีไซเคิล
ผู้ผลิตสารตั้งต้นขั้วบวก (ternary precursor) ที่สร้างช่องทางวัตถุดิบนิกเกิล-โคบอลต์-แมงกานีส-ลิเทียมจากทั้งเหมืองและการรีไซเคิล จับมือกับ Veolia นำความเชี่ยวชาญไฮโดรเมท (wet smelting) มาแปรแบตหมดอายุกลับเป็นวัตถุดิบแบต กำไรครึ่งปีเคยพุ่งกว่าสิบเท่าเมื่อกำลังผลิต precursor ทยอยเปิด — สะท้อนว่ามูลค่าอยู่ตรงการไต่ห่วงโซ่ขึ้นไปใกล้แบต
core · precursor + รีไซเคิล
สหรัฐฯ · หัวหอกไฮโดรเมทอเมริกา
บริษัทวัตถุดิบแบตครบวงจรของสหรัฐฯ ที่สร้างโรงรีไซเคิลด้วยเทคโนโลยีไฮโดรเมทเฉพาะทาง แยกแบตหมดอายุทุกรูปทรงและทุกเคมี ผลิตแบล็กแมสก่อนกลั่นต่อเป็นนิกเกิลซัลเฟต โคบอลต์ซัลเฟต และลิเทียมไฮดรอกไซด์เกรดแบต โรงแรกออกแบบให้แปรวัตถุดิบ 20,000 ตัน/ปี และมีแผนขยายเป็น 100,000 ตัน/ปี ปี 2025 รายได้พุ่งเท่าตัวและได้สัญญารีไซเคิลแบตจาก EPA — ตัวแทนความพยายามของตะวันตกในการสร้างซัพพลายในบ้านตัวเอง
core · pure-play สหรัฐฯ
แคนาดา · โรงกลั่นโคบอลต์แห่งแรกของอเมริกาเหนือ
กำลังสร้างโรงกลั่นโคบอลต์ซัลเฟตแห่งแรกของอเมริกาเหนือ ที่ออนแทรีโอ (ราว $100 ล้าน) พร้อมโรงรีไซเคิลแบตแบบไฮโดรเมทติดกัน ที่เคยทดลองกู้ลิเทียม นิกเกิล โคบอลต์ ทองแดง แมงกานีส และกราไฟต์จาก black mass ได้สำเร็จเป็นรายแรกๆ ในอเมริกาเหนือ โคบอลต์ที่รีไซเคิลได้จะป้อนโรงกลั่นข้างๆ โดยตรง มีสัญญาขายให้ LG Energy Solution และรับวัตถุดิบจาก Glencore — โมเดล 'รีไซเคิลคู่โรงกลั่น' ครบวงจร
core · โคบอลต์ซัลเฟตแคนาดา
ญี่ปุ่น · รีไซเคิลแบตแดนอาทิตย์อุทัย
กลุ่มรีไซเคิลของญี่ปุ่นที่คายประจุ บด อบแห้ง และคัดแยกแบตลิเทียมไอออน จนได้ 'สลัดจ์เข้มข้น' ที่มีนิกเกิลกับโคบอลต์ (คือ black mass) พร้อมกู้ทองแดงและอะลูมิเนียม ตั้งเป้ากำลังแปรแบต 14,000 ตัน/ปี และจับมือกับ Mitsubishi Materials ขยายกำลังกลั่นโลหะกลับ — ตัวแทนความพยายามของญี่ปุ่นในการสร้างห่วงโซ่วัตถุดิบแบตในประเทศ
core · รีไซเคิลแบตญี่ปุ่น
สวิส/สหราชอาณาจักร · ยักษ์ครบวงจร
ยักษ์เหมือง-เทรดดิ้ง-ถลุงครบวงจร ที่ปี 2025 เข้าซื้อกิจการ Li-Cycle ผู้รีไซเคิลแบตข้ามทวีป (โรงงานในเยอรมนี สหรัฐฯ และแคนาดา รวมฮับหลักที่โรเชสเตอร์ นิวยอร์ก) เพื่อคุมเครือข่าย 'จากแบตเก่า สู่โลหะแบต' — ใช้ระบบเทรดดิ้งและโรงถลุงที่มีอยู่ดูดซับ black mass และกู้นิกเกิล-โคบอลต์กลับเข้าห่วงโซ่ ตัวแทนของโมเดลตะวันตกแบบครบวงจรที่แข่งกับยักษ์จีน
core · ครบวงจร + Li-Cycle

06อนาคตข้างหน้า (คลื่นแบตเก่ากำลังมา)

เรื่องใหญ่ที่สุดของธุรกิจนี้ยังมาไม่ถึง — มันคือ “คลื่นแบตเก่า” (end-of-life wave) แบต EV มีอายุใช้งานราว 10–15 ปี แปลว่ารถ EV ล็อตแรกๆ ที่ขายช่วงต้นทศวรรษ 2010 กำลังจะทยอยหมดอายุ คาดกันว่าภายในปี 2030 จะมีแบตหมดอายุราว 318 GWh ทั่วโลก และปริมาณจะพุ่งต่อเนื่องด้วยอัตราเลขสองหลักไปจนถึงปี 2040 ที่อาจแตะระดับหลายล้านตันต่อปี นี่คือเหตุผลที่ผู้เล่นเร่งสร้างโรงรีไซเคิลล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนี้ — พวกเขากำลังวางท่อรอรับคลื่นที่ยังไม่มา

แต่มีความจริงที่ต้องพูดตรงๆ สองข้อ ข้อแรก: ในระยะสั้น รีไซเคิลยังปิดช่องว่างไม่ได้ เพราะแบตที่หมดอายุ “วันนี้” ยังน้อยกว่าแบตที่ผลิต “วันนี้” มาก IEA ประเมินว่ากว่าจะถึงปี 2040 นิกเกิลรีไซเคิลจะคิดเป็นเพียงราว 7% ของซัพพลายนิกเกิลทั้งหมด และโคบอลต์ราว 12% — กำลังโต แต่ยังเป็นส่วนน้อย โลกยังต้องการทั้งเหมืองใหม่และรีไซเคิลควบคู่กัน

รีไซเคิลกำลังโต แต่ยังเป็นส่วนน้อยของซัพพลาย
สัดส่วนที่รีไซเคิลจะป้อนได้ เทียบซัพพลายทั้งหมด ภายในปี 2040 (% โดยประมาณ)
ที่มา: IEA — Global Critical Minerals Outlook 2025 (ประมาณการปี 2040) — โคบอลต์รีไซเคิลคุ้มสุดจึงมีสัดส่วนสูงกว่า

ข้อสอง: “สงครามเคมีของแบต” กำลังเปลี่ยนหน้าตาของขยะในอนาคต แบต LFP (ลิเทียม-เหล็ก-ฟอสเฟต) ที่ไม่ใช้นิกเกิลและโคบอลต์เลย กำลังกินส่วนแบ่งตลาด EV อย่างรวดเร็ว (เล่าไว้ในบท Nickel & Cobalt) แปลว่าในอีก 10 ปี แบตที่หมดอายุจำนวนมากอาจเป็น LFP ที่ “ไม่มีของมีค่า” ให้กู้ — เศรษฐศาสตร์ของการรีไซเคิลจึงต้องปรับตัว ไปเน้นแบตนิกเกิลสูงจากรถพรีเมียมและตลาดตะวันตกที่ยังใช้ NMC เป็นหลัก

07ความท้าทายและความเสี่ยง

วัตถุดิบยังไม่พอ (feedstock ยังไม่มา). นี่คือความย้อนแย้งที่ใหญ่ที่สุด — โรงรีไซเคิลถูกสร้างขึ้นเยอะเพื่อรอ “คลื่นแบตเก่า” ที่ยังมาไม่ถึง ทำให้หลายโรงต้องแย่งกันซื้อ “เศษจากโรงงานผลิตแบต” (production scrap) ที่มีจำกัด ผลคือกำลังการผลิตล้นเกินความต้องการในระยะสั้น หลายบริษัทจึงขาดทุนหรือต้องชะลอโครงการ (Li-Cycle ถึงขั้นเข้าสู่ภาวะล้มละลายก่อนถูก Glencore ซื้อ)

ราคาผูกกับราคาโลหะโลกที่ผันผวน. รายได้ของผู้รีไซเคิลขึ้นกับราคานิกเกิลและโคบอลต์โดยตรง เมื่อราคานิกเกิลดิ่งจาก supply ล้นของอินโดนีเซีย (ดูบท Nickel & Cobalt) เศรษฐศาสตร์ของการรีไซเคิลก็ถูกบีบทันที ธุรกิจนี้จึงแกว่งตามวัฏจักรราคาโลหะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ — ไม่ใช่ธุรกิจ “กำไรสม่ำเสมอ” อย่างที่หลายคนเข้าใจ

เงา LFP. ทุกครั้งที่รถ EV เปลี่ยนจากแบตนิกเกิลเป็น LFP เท่ากับขยะแบตในอนาคตมี “ของมีค่า” ให้กู้น้อยลง ในระยะยาวนี่คือแรงกดที่โครงสร้าง — ยิ่ง LFP ครองตลาดมาก มูลค่าเฉลี่ยของ black mass ที่จะไหลเข้าระบบก็ยิ่งเจือจาง

การกระจุกตัวในจีนและกำแพงการค้า. กำลังรีไซเคิลและการแปร black mass ส่วนใหญ่ของโลกอยู่ในจีน เมื่อ black mass กลายเป็น “วัตถุดิบยุทธศาสตร์” หลายประเทศเริ่มคุมการส่งออก (สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปพิจารณาจำกัดการส่งออกเศษแบตเพื่อเก็บไว้ป้อนโรงในประเทศ) การไหลของผงดำข้ามพรมแดนจึงถูกการเมืองแทรกแซงมากขึ้นเรื่อยๆ — สิ่งที่เคยเป็นแค่ “ขยะ” กลายเป็นสมรภูมิใหม่ของห่วงโซ่แบตเตอรี่

ดูข้อมูล หุ้น และข่าวสดของธีมนี้ →