บอร์ด EV เคาะภาษีรถอีวี 3 ระดับ หนุนผลิตในไทย ชงครม. ก.ย. 69

RegulationIndustry
โดย Money & Banking·TH·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ด EV ได้เห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม โดยโครงสร้างภาษีใหม่จะแบ่งออกเป็น 3 อัตรา ได้แก่ อัตราต่ำสุดสำหรับผู้ผลิตในประเทศที่มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศตามเกณฑ์ อัตราปานกลางสำหรับผู้นำเข้าที่วางแผนลงทุนตั้งโรงงานในประเทศ และอัตราสูงสุดสำหรับผู้นำเข้าที่จำหน่ายเพียงอย่างเดียว โดยอัตราในระดับสูงสุดจะเริ่มบังคับใช้ก่อน และภาคเอกชนจาก 3 สมาคมยานยนต์เห็นชอบแนวทางดังกล่าวแล้ว แต่ขอหารือเรื่องระยะเวลาผ่อนผันเพิ่มเติม ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่าคาดมีความชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี ขณะที่นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่าที่ประชุมยังเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด คือด้านการส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และด้านการพัฒนาโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า พร้อมมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อย่างรถบัส รถบรรทุกไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม ทั้งนี้ที่ประชุมรับทราบว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ปีนี้มียานยนต์ไฟฟ้ารวม BEV ไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริดมากกว่า 50% โดย BEV ขยับจาก 0.3% เมื่อ 5 ปีก่อนมาเกือบ 30% และไฮบริดราว 23% ขณะที่ค่ายรถญี่ปุ่น 4 รายใหญ่ ได้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส อีซูซุ ฮอนด้า และมาสด้า ประกาศแผนลงทุนต่อเนื่องในไทยรวมมูลค่ามากกว่า 50,000 ล้านบาท ไปจนถึงปี 2572-2573

ผลกระทบต่อหุ้น 4

Electrification & Mobility · 4 หุ้น
Isuzu Motors Limited
7202
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

Isuzu is named among four Japanese automakers planning continued investment in Thailand totaling over 50 billion baht through 2029-2030.

Mitsubishi Motors Corporation
7211
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

Mitsubishi Motors is named among four Japanese automakers planning continued investment in Thailand totaling over 50 billion baht through 2029-2030.

Mazda Motor Corp.
7261
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

Mazda is named among four Japanese automakers planning continued investment in Thailand totaling over 50 billion baht through 2029-2030.

Honda Motor Co., Ltd.
7267
▲ บวกเงินทุนความเกี่ยวข้อง

Honda is named among four Japanese automakers planning continued investment in Thailand totaling over 50 billion baht through 2029-2030.

ผลกระทบต่อธีม 5

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

TKT ชี้ภาษีนำเข้า EV หนุนชิ้นส่วนในประเทศ พอร์ต EV ยังแค่ 1% ของรายได้

นายวรพงษ์ โพนเมืองหล้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT เปิดเผยกับทีมข่าวหุ้นวิชั่นว่า มาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐจะเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ภายในประเทศ เนื่องจากค่ายรถยนต์อาจเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อและจ้างผลิตชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการในประเทศมากขึ้น ปัจจุบัน TKT มีสัดส่วนรายได้จากชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 1% ของรายได้รวม โดยรับงานในฐานะ Tier 2 ผ่านผู้ผลิตชิ้นส่วน Tier 1 ซึ่งเป็นพันธมิตรกับค่ายรถ EV แบรนด์จีน และส่งมอบชิ้นส่วนให้ค่ายรถ EV จีนประมาณ 1-2 ราย แม้ตลาด EV แบรนด์จีนจะมีศักยภาพจากการเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย แต่ยังเผชิญการแข่งขันด้านราคารุนแรง ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถ EV ในประเทศจริงอยู่ที่ประมาณ 40,000-50,000 คัน ต่ำกว่าเป้าหมายการผลิตที่ค่ายรถตั้งไว้ บริษัทคาดรายได้รวมทั้งปีนี้ใกล้เคียงกับปีก่อน ตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่ชะลอตัว โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ปรับลดประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2569 จากเดิม 1.5 ล้านคัน เหลือประมาณ 1.45 ล้านคัน การผลิตเพื่อส่งออกอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคัน และยอดขายรถยนต์ภายในประเทศถูกปรับลดจากเป้าหมายเดิม 500,000 คัน เหลือประมาณ 400,000-450,000 คัน TKT จึงมุ่งบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทั้งการเจรจาปรับราคาขายตามโครงสร้างต้นทุนหรือ Cost Plus การหาซัพพลายเออร์รายใหม่และวัตถุดิบทางเลือก การควบคุม Standard Cost การลงทุนเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรและลดของเสีย รวมถึงการฝึกอบรมพัฒนาทักษะพนักงาน เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร

STANLY จับตารัฐปรับภาษีนำเข้า EV หนุนค่ายรถใช้ไทยเป็นฐานผลิต ตั้งเป้ายอดขายโต 30%

นายอภิชาต ลี้อิสสระนุกูล ประธานกรรมการ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY เปิดเผยว่า การที่ภาครัฐเตรียมพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า EV จะเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพราะช่วยสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมระหว่างรถนำเข้ากับรถที่มีฐานผลิตในประเทศ และสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเออร์ในประเทศ โดยเบื้องต้นคาดว่าโครงสร้างภาษีรถยนต์นำเข้าอาจแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ อัตรามากกว่า 20% ระดับกลางที่ประมาณ 35% ซึ่งเป็นแนวทางที่กระทรวงการคลังเสนอ และอัตราสูงสุด 50% สำหรับรถยนต์นำเข้าที่ไม่มีการตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและอัตราภาษีที่ชัดเจนยังต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐและมีมติจากคณะรัฐมนตรี นายอภิชาตกล่าวว่า นโยบายดังกล่าวมีโอกาสสนับสนุนให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเร่งขยายการลงทุนและเปิดตัวรถยนต์ทั้งกลุ่มไฮบริดและ EV ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากไทยยังมีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ โดยปัจจุบันค่ายรถยนต์ชั้นนำยังใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก อาทิ มิตซูบิชิ และโตโยต้า สำหรับ STANLY บริษัทมีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยสามารถผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์รองรับรถยนต์ทั้ง EV ไฮบริด รวมถึงรถจักรยานยนต์ได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีการใช้ชิ้นส่วนร่วมกัน หรือ Commonality และใช้ระบบไฟฟ้าเป็นองค์ประกอบสำคัญ ทำให้บริหารจัดการกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายอภิชาตกล่าวเพิ่มเติมว่า STANLY มีความพร้อมที่จะ Take Off ทันทีหากปัจจัยแวดล้อมกลับมาเอื้ออำนวย โดยเฉพาะเมื่อสถาบันการเงินเริ่มผ่อนคลายการปล่อยสินเชื่อและเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว พร้อมตั้งเป้าดันยอดขายให้เติบโตเพิ่มขึ้นอีก 30% ขณะที่บริษัทยังคงมุ่งควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับต่ำและรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน โดยมีกระแสเงินสดสำรองกว่า 10,000-15,000 ล้านบาท และยังคงจ่ายเงินปันผลในระดับที่น่าพอใจให้แก่ผู้ถือหุ้น

เทสลาวางแผนสร้างศูนย์กระจายสินค้าขนาด 538,720 ตารางฟุตใกล้เมืองออสติน

เทสลาวางแผนสร้างศูนย์กระจายสินค้าขนาดกว่า 538,000 ตารางฟุตใกล้เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ตามเอกสารที่ยื่นต่อกรมการออกใบอนุญาตและกำกับดูแลของรัฐเท็กซัส โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ 538,720 ตารางฟุต ณ ศูนย์กระจายสินค้ามัสแตงริดจ์ หมายเลข 1 ซึ่งตั้งอยู่ที่ 6925 เอฟเอ็มโรด 1327 ในเมืองมัสแตงริดจ์ โดยมีค่าก่อสร้างประมาณ 1.44 ล้านดอลลาร์ และกำหนดเริ่มงานวันที่ 7 ธันวาคม และแล้วเสร็จวันที่ 4 ธันวาคม 2571 เอกสารระบุว่าโครงการนี้เป็นการตกแต่งพื้นที่เช่าแห่งใหม่สำหรับเทสลาในอาคารสำนักงานและคลังสินค้าที่มีอยู่เดิม และไม่ได้ระบุว่าเทสลาจะจัดการสินค้าหรือวัสดุใดที่นั่น หรือจะมีพนักงานทำงานที่ไซต์แห่งนี้กี่คน สิ่งอำนวยความสะดวกแห่งนี้เพิ่มขีดความสามารถด้านการกระจายสินค้าใกล้สำนักงานใหญ่ของเทสลาในออสติน และโรงงานกิกะแฟคทอรีเท็กซัส ซึ่งรับชิ้นส่วนจากเครือข่ายซัพพลายเออร์ขนาดใหญ่ในเม็กซิโก ครอบคลุมรัฐนวยโวเลออน โคอาวิลา ตาเมาลีปัส ชิวาวา ภูมิภาคบาคีโอ และรัฐเม็กซิโก ในอีกเหตุการณ์หนึ่งที่แยกออกไป แดนฟอสส์ ไคลเมต โซลูชันส์ เปิดสายการผลิตใหม่ที่โรงงานในเมืองอาโปดากา รัฐนวยโวเลออน ผลิตวาล์วกันกลับและวาล์วบล็อกแบบไม่มีน้ำมันสำหรับคอมเพรสเซอร์แบบแรงเหวี่ยงเทอร์โบคอร์ของแดนฟอสส์ ซึ่งใช้ในเครื่องทำความเย็นและปั๊มความร้อน โดยผลิตวาล์ว 12 รุ่นสำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์เดิมในอเมริกาเหนือ และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปประมาณ 80% ส่งออกในที่สุด โดยส่วนใหญ่ส่งไปยังสหรัฐอเมริกา