Automotive Retail
สเตลแลนติสพิจารณาขายหุ้น 60.5% ในอารามิส กรุ๊ป
สเตลแลนติส เอ็น.วี. กำลังพิจารณาขายหุ้นควบคุมในอารามิส กรุ๊ป ตลาดรถยนต์มือสอง ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์เตรียมเข้าสู่วงจรการลงทุนครั้งใหญ่ สเตลแลนติสถือหุ้น 60.5% ในอารามิส และควบคุมสิทธิออกเสียง 67.4% โดยมีรายงานว่าได้ว่าจ้างร็อธส์ไชลด์ แอนด์ โค และซิตี้ ให้ดำเนินการเกี่ยวกับการขายที่อาจเกิดขึ้น ปัจจุบันอารามิสมีมูลค่าเพียง 263 ล้าน ลดลงจากเกือบ 1.9 พันล้าน ในการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรกเมื่อปี 2021 และยอดขายรถของอารามิสลดลงมากกว่า 6% เหลือ 1.6 พันล้าน ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2026 โดยยอดขายรถที่ปรับปรุงใหม่ลดลงประมาณ 5% การถอนตัวที่อาจเกิดขึ้นนี้มีขึ้นขณะที่ฝ่ายบริหารมุ่งเน้นธุรกิจยานยนต์หลักของสเตลแลนติสมากขึ้น โดยผู้ผลิตรถยนต์วางแผนลงทุนเกือบ 60 พันล้าน จนถึงปี 2030 ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากผู้ผลิตจีน หุ้นสเตลแลนติสปรับขึ้นประมาณ 3.4% เมื่อวันพฤหัสบดี
Automotive Retail▼
กองทุน Alluvium Global Fund ชี้ Group 1 Automotive พลาดในสหราชอาณาจักรและมีหนี้สูง
Conventum – Alluvium Global Fund เปิดเผยว่าได้เริ่มขายหุ้น Group 1 Automotive, Inc. ทั้งหมดออกจากพอร์ต หลังจากที่กองทุนเห็นว่าการเข้าซื้อกิจการในสหราชอาณาจักรเป็นการประเมินที่ผิดพลาด และระดับหนี้สินที่สูงเกินไป โดยระบุในจดหมายถึงนักลงทุนฉบับไตรมาสที่สองของปี 2026 กองทุนระบุว่าได้ขายหุ้นไปเพียงส่วนน้อยก่อนที่ราคาหุ้นจะร่วงลงสู่ระดับที่ยอมรับไม่ได้ และปัจจุบันการถือครองดังกล่าวคิดเป็น 2.3% ของกองทุน Group 1 Automotive รายงานผลประกอบการโดยไม่มีเรื่องน่าประหลาดใจมากนัก แม้ว่ารายได้จากบริการและอะไหล่ในสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้าย และบริษัทได้ประกาศลดตำแหน่งงานอย่างมีนัยสำคัญเกือบ 700 ตำแหน่งทั่วสหรัฐฯ หุ้นร่วงลง 11.8% ในไตรมาสนี้ ปิดที่ 262.22 ดอลลาร์ต่อหุ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ลดลง 0.61% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และลดลง 43.11% ในช่วง 52 สัปดาห์ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าตลาด 3.12 พันล้านดอลลาร์ และมีช่วงซื้อขายในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 249.54 ถึง 467.95 ดอลลาร์ ส่วนกองทุนเองลดลง 1.4% เมื่อคิดเป็นยูโร 2.2% เมื่อคิดเป็นดอลลาร์สหรัฐ และ 3.9% เมื่อคิดเป็นดอลลาร์ออสเตรเลียในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่กองทุนอธิบายว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดน้ำมัน ไปสู่การrallyของหุ้นที่แข็งแกร่งซึ่งนำโดยบริษัทเซมิคอนดักเตอร์
Automotive Retail▲
ข่าวดีข่าวร้ายที่ประกาศเมื่อวันที่ 17 กันยายน รวมถึงการปรับเพิ่มกำไรปกติของ Apple International ขึ้น 18%
หลังปิดตลาดวันที่ 17 กันยายน ได้มีข้อมูลเปิดเผยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจลงทุนทั้งข่าวดีและข่าวร้ายออกมาครบถ้วน ด้านข่าวดี Apple International ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติงวดปัจจุบันขึ้น 18% พร้อมเพิ่มเงินปันผลอีก 5 เยน ขณะที่ Choshimaru พลิกกลับมาปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติงวดปัจจุบันเป็นเติบโต 21% คาดว่าจะทำกำไรสูงสุดในรอบ 3 งวดและเพิ่มเงินปันผล 1 เยน ส่วน Kasumigaseki Capital ปรับเพิ่มกำไรปกติงวดก่อนขึ้น 7% พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรสูงสุด และ Hobonichi ปรับเพิ่มกำไรปกติงวดก่อนขึ้น 67% ด้านการควบรวมกิจการ Sanmaruku Holdings เข้าซื้อกิจการร้านอุด้งเฉพาะทาง Tsurutontan จาก K Express ในราคา 12,800 ล้านเยน และ Be-Staff Holdings เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ HR Associe ในราคา 1,210 ล้านเยนเพื่อเป็นบริษัทในเครือ ส่วน Nippon Resistor Manufacturing นั้น Ferrotec เข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่ราคาหุ้นละ 1,901 เยน สูงกว่าราคาปิดวันที่ 17 อยู่ 49.1% โดยมุ่งหวังให้เป็นบริษัทในเครือทั้งหมด และ Nippon Seiki จะซื้อหุ้นคืนในวงเงินไม่เกิน 9,979 ล้านเยน คิดเป็น 3.61 ล้านหุ้น หรือ 6.27% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้ว ขณะที่ด้านข่าวร้าย Chubu Steel Plate พลิกกลับมาปรับลดประมาณการกำไรปกติงวดปัจจุบันเป็นลดลง 46% Pharma Rise Holdings มีกำไรปกติงวดเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมลดลง 31% Industrial Fund Investment Corporation คาดกำไรปกติงวดปัจจุบันลดลง 2% Advance Residence Investment Corporation คาดลดลง 6% และ Ichigo Hotel REIT Investment Corporation คาดลดลง 18%
Automotive Retail▲
PTG จับมือ กฟน. แลกแต้มจากบิลค่าไฟ
พีทีจี หรือ PTG ประกาศความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. ในโครงการที่ให้ลูกค้านำบิลค่าไฟมาแลกแต้มได้ โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นดีลใหม่ที่เชื่อมธุรกิจพลังงานเข้ากับบริการสาธารณูปโภคของ กฟน. รายละเอียดโครงการเปิดเผยผ่านรายการ เจ๊รัชดา มาเมาท์ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569
Automotive Retail▲
PTG คาดกำไรไตรมาส 3/2569 ดีกว่าไตรมาสแรก แม้ราคาน้ำมันสูง
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG คาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 จะดีกว่าไตรมาส 1/2569 แม้เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน และปริมาณการใช้น้ำมันโดยรวมของประเทศถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ระบุว่าบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาเสถียรภาพของกำไรสุทธิ โดยปัจจัยกดดันยังมาจากภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งกระทบภาคการเกษตร ภาคขนส่ง และพาณิชย์ ด้านค่าการตลาดน้ำมัน PTG มองว่าปัจจุบันอยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการได้ หลังภาครัฐมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับโครงสร้างต้นทุน หลังจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้สถานีบริการรายย่อยกว่า 18,000 แห่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และนำไปสู่ภาวะ Supply Chain Shock ล่าสุดบริษัท แมกซ์ มี คอร์ป จำกัด ในเครือ PTG ได้ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี เพื่อเชื่อมสิทธิประโยชน์ระหว่างสมาชิกของทั้งสององค์กร โดยผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถแลก MEA Point เป็น Max Point เพื่อรับส่วนลดค่าน้ำมัน สินค้า บริการ หรือของรางวัลภายในเครือข่าย PTG รวมถึงใช้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าได้ พร้อมจัดแคมเปญให้สมาชิกที่ชำระค่าไฟฟ้า MEA ผ่านแอปพลิเคชัน Max Me ได้รับ Max Point พิเศษ 50 แต้มต่อบิล จำกัด 3 สิทธิ์ต่อสมาชิกต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน-31 ตุลาคม 2569 ปัจจุบัน PTG มีฐานสมาชิก Max Card รวมประมาณ 25 ล้านราย และตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกใหม่ประมาณ 1.5-2 ล้านรายต่อปี ขณะที่ MEA มีฐานสมาชิกประมาณ 4.3 ล้านรายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล นอกจากนี้ PTG ยังมีความร่วมมือกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ EXAT และมีแผนขยายความร่วมมือไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ในอนาคต
Automotive Retail▲
PTG จับมือ กฟน. เชื่อมระบบคะแนน MEA Point กับ Max Point แลกส่วนลดค่าไฟและค่าน้ำมัน
บริษัท แมกซ์ มี คอร์ป จำกัด ในกลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ MEA ในโครงการแลกเปลี่ยนคะแนนสะสม MEA Point กับ Max Point เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถแลก MEA Point เป็น Max Point และนำไปแลกรับส่วนลดค่าน้ำมัน สินค้า บริการ หรือของรางวัลในเครือข่าย PTG รวมทั้งใช้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าได้ นายรังสรรค์ พวงปราง กรรมการบริษัท แมกซ์ มี คอร์ป กล่าวว่าปัจจุบันบริษัทมีฐานสมาชิกรวมกว่า 25 ล้านราย และ MEA มีฐานลูกค้าราว 4.3 ล้านราย โดยคาดว่าจะมีพันธมิตรใหม่ในกลุ่มระบบสาธารณูปโภคเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทางโครงการยังจัดแคมเปญส่งเสริมการชำระค่าไฟฟ้า โดยผู้ที่ชำระค่าไฟฟ้าของ MEA ผ่านแอปพลิเคชัน Max Me จะได้รับคะแนนสะสมพิเศษ 50 แต้มต่อบิลค่าไฟฟ้า จำกัด 3 สิทธิ์ต่อสมาชิกต่อเดือน ระหว่างวันที่ 17 ก.ย.69 ถึงวันที่ 31 ต.ค.69 นางสาวภัทรา สุวรรณเดช รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยขยายทางเลือกในการใช้คะแนนผ่านเครือข่ายพันธมิตร และเป็นโอกาสต่อยอดความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมในอนาคต ด้านแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/69 แม้เป็นช่วงโลซีซั่นของธุรกิจจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและการบริโภคที่ลดลง แต่ยอดขายยังดีกว่าช่วงไตรมาส 1/69 และค่าการตลาดยังอยู่ในระดับที่บริษัทรับได้
Automotive Retail▲
Carvana ขยายบริการส่งรถภายในวันเดียวสู่พื้นที่มินนีแอโพลิส
Carvana ประกาศขยายบริการส่งรถภายในวันเดียวให้แก่ลูกค้าในเขตมหานครมินนีแอโพลิส โดยลูกค้าในพื้นที่บางรายสามารถรับรถได้ในวันเดียวกับที่สั่งซื้อบน Carvana.com ลูกค้าในพื้นที่ที่ต้องการขายรถให้ Carvana ยังสามารถนัดหมายเข้ารับและส่งมอบรถได้เร็วที่สุดในวันเดียวกับที่เสร็จสิ้นกระบวนการประเมินราคาออนไลน์ของบริษัท บริการนี้พึ่งพาเครือข่ายโลจิสติกส์ของ Carvana เองและศูนย์ตรวจสอบและปรับสภาพรถประจำภูมิภาค และ Jacqueline Hearns ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการตลาดและการขยายธุรกิจของ Carvana กล่าวว่าบริษัทกำลังทำให้ลูกค้าในเขต Twin Cities ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมซื้อหรือขายรถได้ง่ายขึ้นตามตารางเวลาของตนเอง บริการนี้เปิดตัวครั้งแรกในรัฐแอริโซนา และปัจจุบันมีให้บริการในบางตลาดทั่วกว่า 20 รัฐ โดยบริษัทวางแผนจะขยายบริการนี้ในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่องพร้อมกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และศูนย์ปรับสภาพรถทั่วประเทศ Carvana ซึ่งเปิดตัวในปี 2013 ระบุว่ามีลูกค้ามากกว่า 4 ล้านรายใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยานยนต์ของบริษัทในการเลือกซื้อ ขาย จัดไฟแนนซ์ และเทิร์นรถทั้งหมดผ่านช่องทางออนไลน์
Automotive Retail▲
MGC จับมือ ROYS HOTEL เปิดบริการรับส่งแขกด้วยรถ EV XPENG หนุนธุรกิจรถเช่า SIXT
MGC เดินหน้าต่อยอด Mobility Ecosystem ผ่านธุรกิจรถเช่า SIXT โดยจับมือ ROYS HOTEL ให้บริการรับส่งผู้เข้าพักด้วยรถยนต์ไฟฟ้า XPENG เพื่อรองรับตลาดท่องเที่ยวและเทรนด์ยานยนต์พลังงานสะอาด นางสาวศุกลกานต์ ธรรมชวนวิริยะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่สายงานสื่อสารองค์กรและลูกค้าสัมพันธ์ กลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC ระบุว่าธุรกิจรถเช่าช่วยสร้างรายได้ประจำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในเชิงการตลาดได้นำ SIXT เข้ามาต่อยอดร่วมกับธุรกิจโรงแรม โดย SIXT รถเช่า ประเทศไทย เป็นแบรนด์บริการรถเช่าระยะสั้นและลิมูซีนเซอร์วิสระดับโลกภายใต้การดำเนินงานของ MGC ด้าน ROYS HOTEL ธุรกิจในตระกูลธรรมชวนวิริยะ ได้กำหนดวงเงิน 300 ล้านบาท รีโนเวตอาคารและพื้นที่ครั้งใหญ่จากชื่อเดิม ROYAL SUITE ที่เปิดให้บริการเมื่อปี 2540 เพื่อยกระดับสู่มาตรฐาน 4 ดาว ภายใต้ธีม Design Your Stay โดยมีห้องพักรวมทั้งสิ้น 153 ห้อง ขนาดตั้งแต่ประมาณ 25 ตารางเมตรขึ้นไป และตั้งเป้าเปิดห้องพักชั้น 8–11 ให้ทันช่วง High Season พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ 100% ภายในปี 2570
Automotive Retail▲
Blink Charging ย้ำเป้าหมายทำ EBITDA ให้คุ้มทุนภายในสิ้นปี 2026
Blink Charging ย้ำเป้าหมายที่จะทำ EBITDA ให้เกือบคุ้มทุนภายในสิ้นปี 2026 พร้อมเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จเร็วแบบ DC บริษัทรายงานรายได้ไตรมาสสองที่เกือบ 22 ล้านดอลลาร์ และกำไรขั้นต้น 8.4 ล้านดอลลาร์ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นตามหลัก GAAP ประมาณ 39% และอัตรากำไรขั้นต้นแบบปรับปรุงที่ไม่ใช่ GAAP เกือบ 48% และลดขาดทุน EBITDA รายไตรมาสเหลือ 2.2 ล้านดอลลาร์ จากเกือบ 8 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านดอลลาร์หากไม่รวมการขายธุรกิจรถยนต์แชร์ริ่ง Envoy EV Blink ระบุว่าได้ระดมทุนสุทธิ 18.5 ล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม โดยส่วนใหญ่จัดสรรสำหรับรายจ่ายลงทุนในสถานีชาร์จเร็วแบบ DC และปัจจุบันมี 25 แห่งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มหัวชาร์จไฟฟ้าประมาณ 118 หัวภายในสิ้นปีนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จะไปให้ถึง 169 สถานีชาร์จเร็วแบบ DC และหัวชาร์จไฟฟ้ามากกว่า 500 หัวภายในสิ้นปีนี้ บริษัทซึ่งดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเบลเยียม และเป็นเจ้าของและดำเนินการสถานีชาร์จประมาณ 7,000 แห่ง กำลังเปลี่ยนทิศทางรายจ่ายลงทุนจากอุปกรณ์ชาร์จแบบ AC ระดับ 2 ไปสู่การชาร์จเร็วแบบ DC และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากประมาณ 50% เป็น 60% ของสัดส่วนรายได้ในปัจจุบัน ไปสู่ 80% ภายในปี 2028 Blink ยังเน้นย้ำแพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงาน EnergyConnect ซึ่งปัจจุบันขยายไปยัง 45 แห่ง จากจุดเริ่มต้น 11 แห่งที่เป็นของบริษัทเอง โดยประเมินว่าช่วยประหยัดค่ากระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 360,000 ดอลลาร์ต่อปีในสถานที่เหล่านั้น และอาจเป็นโอกาสมูลค่าประมาณ 115 ล้านดอลลาร์ในอีกห้าปีข้างหน้า
Automotive Retail▼
รายงานครึ่งปีของจางโจว ฟาจ่าน ถูกยื่นเรื่องร้องเรียนว่ามีข้อผิดพลาดเชิงข้อเท็จจริงหลายจุด สัดส่วนการถือหุ้นและข้อมูลค้ำประกันขัดแย้งกันเอง
รายงานครึ่งปี 2569 ของบริษัท จางโจว ฟาจ่าน ถูกนักลงทุนยื่นเรื่องร้องเรียนเนื่องจากมีข้อผิดพลาดเชิงข้อเท็จจริงหลายจุด ครอบคลุมสามประเด็นที่น่าสงสัย ได้แก่ สัดส่วนการถือหุ้นที่ขัดแย้งกันเอง จำนวนบริษัทที่เปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมไม่ตรงกัน และข้อมูลค้ำประกันที่มีปัญหาเชิงตรรกะ นายหลี่ นักลงทุนรายหนึ่งได้แจ้งเรื่องต่อคอลัมน์ 'สตูดิโอไช่ฟาง' ของหนังสือพิมพ์ต้าจ้งเจิ้งเฉวียนเป้า ว่าในรายงานครึ่งปีหน้า 41 หัวข้อ 'เหตุการณ์ภายหลังรอบระยะเวลารายงาน' สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท เหลียนซิน เจี้ยนโถว ปรากฏเป็นตัวเลขสองค่า คือ 89% และ 87% ในสองประโยคที่ห่างกันเพียง 4 บรรทัด และในย่อหน้าเดียวกันยังระบุถึงวงเงินค้ำประกันไม่เกิน 186.01 ล้านหยวนตามสัดส่วนการถือหุ้น 89% ตาราง 'การเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม' หน้า 24 ระบุว่าจำนวนบริษัทที่รวมอยู่ในรายชื่อเปิดเผยข้อมูลมี 10 แห่ง แต่ด้านล่างกลับระบุรายชื่อจริง 11 แห่ง โดยลำดับที่ 1 และ 11 เป็นบริษัท ฝูเจี้ยน จางโจว เชิงไท่ เทคโนโลยี จำกัด โรงบำบัดน้ำเสียตงตุ้น ซึ่งเป็นการบันทึกซ้ำ ส่วน 'การค้ำประกันรายการสำคัญ' หน้า 37 แสดงยอดค้ำประกันรวมส่วนที่เกิน 50% ของสินทรัพย์สุทธิเป็นจำนวน 74,277.94 หยวน ขณะที่ 4 บรรทัดด้านบนระบุสัดส่วนยอดค้ำประกันรวมต่อสินทรัพย์สุทธิของบริษัทอยู่ที่ 48.83% ผู้คร่ำหวอดในตลาดรายหนึ่งกล่าวว่า ข้อมูลค้ำประกันอาจไม่ขัดแย้งกันโดยตรงเนื่องจากเกณฑ์การนับที่แตกต่างกัน แต่ความผิดพลาดของข้อมูลพื้นฐานอย่างสัดส่วนการถือหุ้นและจำนวนบริษัทที่เปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมนั้น ชัดเจนว่าเกิดจากการตรวจทานเอกสารประกาศที่ไม่เข้มงวด สะท้อนถึงช่องโหว่ในกระบวนการภายในของบริษัท และชี้ว่าช่วงนี้บริษัทจดทะเบียนซึ่งมี จื่อจิน ไมนิ่ง เป็นตัวอย่าง มักปรากฏข้อผิดพลาดพื้นฐานในประกาศอยู่บ่อยครั้ง สะท้อนถึงข้อบกพร่องเชิงลึกด้านบรรษัทภิบาล ตาม 'มาตรการประเมินการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน' ของตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น การปรากฏข้อผิดพลาดด้านตัวอักษรหรือข้อมูลอย่างชัดเจนในรายงานประจำปีและรายงานครึ่งปีจะถูกนับเป็นคะแนนลบในการประเมินการเปิดเผยข้อมูล และบริษัทที่เกิดปัญหาดังกล่าวหลายครั้งอาจถูกปรับลดอันดับการประเมินการเปิดเผยข้อมูลประจำปีได้ จางโจว ฟาจ่าน ได้ประกาศในตอนต้นของรายงานครึ่งปีว่า คณะกรรมการบริษัท กรรมการ และผู้บริหารระดับสูงรับรองว่าเนื้อหามีความถูกต้อง แม่นยำ และครบถ้วน ผู้สื่อข่าวได้ส่งหนังสือขอสัมภาษณ์เป็นลายลักษณ์อักษรไปยัง จางโจว ฟาจ่าน แล้ว แต่จนถึงเวลาที่เผยแพร่ข่าว บริษัทยังไม่มีการตอบกลับ
Automotive Retail▲
รีเจ็นซี่ เซ็นเตอร์ส และ EVgo เตรียมเพิ่มสถานีชาร์จเร็ว 400 แห่งทั่วศูนย์การค้าปลีกในสหรัฐฯ
บริษัท รีเจ็นซี่ เซ็นเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น และบริษัท EVgo อิงค์ กำลังขยายความร่วมมือเพื่อเพิ่มสถานีชาร์จของ EVgo มากกว่า 400 แห่ง ณ ทำเลของรีเจ็นซี่ทั่วสหรัฐอเมริกา การก่อสร้างครั้งนี้คาดว่าจะขยายโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของรีเจ็นซี่เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ความสัมพันธ์นี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2020 เมื่อ EVgo ติดตั้งเครื่องชาร์จเครื่องแรกที่ศูนย์ของรีเจ็นซี่ และปัจจุบัน EVgo ดำเนินการสถานีชาร์จมากกว่า 150 แห่งในทำเลของรีเจ็นซี่ สถานีใหม่คาดว่าจะตั้งอยู่ในศูนย์การค้าปลีกในเขตมหานครของรัฐโคโลราโด ฟลอริดา อิลลินอยส์ นิวเจอร์ซีย์ นิวยอร์ก เพนซิลเวเนีย เท็กซัส เวอร์จิเนีย และรัฐอื่น ๆ โดยแต่ละแห่งของ EVgo อาจมีเครื่องชาร์จกำลังสูงได้ถึง 24 เครื่อง ซึ่งสามารถชาร์จเต็มภายใน 15 นาที ขึ้นอยู่กับประเภทของรถยนต์ รายงานสรุปความรับผิดชอบต่อองค์กรประจำปี 2025 ของรีเจ็นซี่ระบุว่ามีการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแล้วที่ 33% ของทรัพย์สินทั้งหมด ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานสุทธิของทรัพย์สินประเภทเดียวกันในไตรมาสที่สองของปี 2026 เพิ่มขึ้น 3.8% อัตราการเข้าพักที่ปล่อยเช่าแตะ 96.9% และบริษัทยังคงวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนไว้ประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์
Automotive Retail▲
PTG รับอานิสงส์รัฐกระตุ้น ดันยอดขายน้ำมันโต 8-12%
PTG เปิดเผยว่าได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ โดยเฉพาะ "ไทยเที่ยวไทย พลัส" ที่ช่วยหนุนการเดินทางและการบริโภค ส่งผลให้ปริมาณขายน้ำมันปี 2569 ยังคงเป้าเติบโต 8-12% และ EBITDA โต 10-15% ขณะที่ไตรมาส 4/2569 เข้าสู่ไฮซีซัน นายรังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและความยั่งยืน กล่าวว่ากำลังซื้อที่ฟื้นตัวเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจสถานีบริการและ Non-Oil โดยบริษัทมีแผนขยายสถานีบริการเพิ่ม 40-50 แห่ง และธุรกิจ PunThai Coffee ตั้งเป้าขยายสาขาแตะ 1,500 แห่งภายในสิ้นปี 2569 พร้อมใช้ฐานสมาชิก Max Card กระตุ้นการใช้จ่าย นอกจากนี้ยังเดินหน้าขยาย LPG และ EV Charging เพื่อเพิ่มสัดส่วน EBITDA จาก Non-Oil และลดการพึ่งพาธุรกิจน้ำมันในระยะยาว
Automotive Retail▼
อินดิเท็กซ์ทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่หุ้นร่วงเพราะกังวลเรื่องอัตรากำไร
อินดิเท็กซ์ เจ้าของแบรนด์ซาร่า รายงานยอดขายและกำไรครึ่งปีแรกที่ทำสถิติสูงสุด แต่หุ้นของบริษัทร่วงลงประมาณ 3% เนื่องจากนักลงทุนให้ความสำคัญกับอัตรากำไรที่อ่อนตัวลงเล็กน้อยและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ยอดขายในรอบหกเดือนจนถึงเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 19,760 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีการเติบโตในอัตราคงที่ 9.2% กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.8% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,980 ล้านยูโร ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 7.8% เป็น 5,510 ล้านยูโร อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสที่สองอยู่ที่ 56.7% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย และต้นทุนการขนส่งและวัตถุดิบที่สูงขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับการหยุดชะงักในตะวันออกกลางได้กดดันความสามารถในการทำกำไร ยอดขายในปัจจุบันยังคงแข็งแกร่ง โดยยอดขายระหว่างวันที่ 1 สิงหาคมถึง 7 กันยายนเพิ่มขึ้น 9% ในอัตราคงที่ แต่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความยากลำบากในการเปลี่ยนการเติบโตในอนาคตให้เป็นอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น
Automotive Retail▼
อเมริกาส์คาร์มาร์ต ไตรมาส 1 กำไรต่อหุ้นและรายได้ต่ำกว่าคาด
อเมริกาส์คาร์มาร์ตรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2570 ที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยมีผลขาดทุนต่อหุ้นแบบไม่เป็นไปตามหลักการบัญชีทั่วไป (non-GAAP) อยู่ที่ 6.65 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ 5.88 ดอลลาร์สหรัฐ และมีรายได้ 145.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 79.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รายได้ที่ลดลง 57.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากปริมาณการขายปลีกรถยนต์ที่ลดลง ซึ่งสอดคล้องกับการลดการซื้อสินค้าคงคลังและการรวมสาขา โดยมีปัจจัยชดเชยบางส่วนจากการเพิ่มขึ้น 7.0% ของราคาขายปลีกเฉลี่ยของรถยนต์ ไม่รวมผลิตภัณฑ์เสริม จาก 17,319 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 18,530 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับการขายให้กับลูกค้าที่มีคุณภาพเครดิตสูงขึ้น
Automotive Retail▲
ซาร่าเผยยอดขายเดือนส.ค.โต 9% สูงกว่าคาดแม้อากาศร้อน
อินดิเท็กซ์ (Inditex) เจ้าของแบรนด์ซาร่า (Zara) เปิดเผยว่ายอดขายเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 9% เมื่อคำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้สภาพอากาศร้อนจัดในยุโรปจะส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้า โดยยอดขายไตรมาส 2 ซึ่งครอบคลุมเดือนพ.ค.-ก.ค. อยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านยูโร ขณะที่ผู้บริโภคยังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานสูงและความเชื่อมั่นที่อ่อนแอ สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรก อินดิเท็กซ์มีกำไรขั้นต้น 1.16 หมื่นล้านยูโร เพิ่มขึ้น 8.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 58.7% ออสการ์ การ์เซีย มาเซราส ซีอีโอของอินดิเท็กซ์กล่าวว่าผลประกอบการดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของทีมงาน แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจทั่วโลกที่ซับซ้อน อากาศที่ร้อนยาวนานขึ้นกำลังส่งผลต่อธุรกิจค้าปลีกในยุโรป โดยผู้ประกอบการต้องปรับการจัดหาสินค้าให้เข้ากับสภาพอากาศ หลังอุณหภูมิยังคงสูงต่อเนื่องจนถึงช่วงเปิดภาคเรียน ซึ่งปกติร้านค้าจะเริ่มนำเสื้อผ้าฤดูหนาวออกมาขาย ทั้งนี้ ข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์ของสหภาพยุโรประบุว่ายุโรปตะวันตกเผชิญเดือนมิ.ย.และก.ค.ที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์
Automotive Retail▲
อินดิเท็กซ์ เผยยอดขายเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 9% แม้เผชิญคลื่นความร้อน
อินดิเท็กซ์ (Inditex) เจ้าของแบรนด์ซาร่า (Zara) ในกลุ่มแฟชั่นฟาสต์แฟชั่น ประกาศว่ายอดขายเดือนสิงหาคม (ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเผชิญกับคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทั่วยุโรปซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของบริษัท และถือเป็นการเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วงที่ดีเกินคาด ในไตรมาสที่สอง (พฤษภาคมถึงกรกฎาคม) บริษัทมีรายได้ 1.1 หมื่นล้านยูโร (1.28 หมื่นล้านดอลลาร์) และยังคงรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้แม้ต้องเผชิญกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามในอิหร่านและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ตกต่ำ กำไรขั้นต้นในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 8.3% เป็น 1.16 หมื่นล้านยูโร คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 58.7% ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย แอนน์ คริตช์โลว์ นักวิเคราะห์จากเบเรนเบิร์ก กล่าวว่า "แม้จะมีคลื่นความร้อน แต่ผลการดำเนินงานในปัจจุบันดูดีมาก" อินดิเท็กซ์ยังประกาศลงทุนเพิ่มอีก 200 ล้านยูโรสำหรับการปรับปรุงสำนักงาน นอกเหนือจากงบลงทุน 2.3 พันล้านยูโรที่ได้ตั้งไว้แล้วในปีนี้สำหรับการปรับปรุงร้านค้าและปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก RBC ประเมินว่างบลงทุนรายปีของบริษัทจะสูงกว่าคู่แข่งอย่าง H&M จากสวีเดนประมาณสามเท่า
Automotive Retail▲
PTG กำไรไตรมาส 3 ฟื้น โบรกชูซื้อเป้า 9.70 บาท
บล.โกลเบล็กคาดว่ากำไรสุทธิของ PTG จะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยฟื้นตัวในไตรมาส 3/2569 และแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาส 4/2569 หลังค่าการตลาดน้ำมันกลับสู่ปกติที่ 1.60-1.70 บาทต่อลิตร และค่าใช้จ่าย SG&A ทรงตัว ขณะที่ธุรกิจ Non-oil โดยเฉพาะร้านกาแฟพันธุ์ไทยยังได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง 54-55% และการขยายสาขาแบบแฟรนไชส์มากขึ้น โรงไฟฟ้าขยะขนาด 4.9 เมกะวัตต์ที่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤษภาคม 2569 จะรับรู้รายได้เต็มไตรมาส โกลเบล็กคงคำแนะนำซื้อพร้อมราคาเป้าหมายใหม่ 9.70 บาท โดยปรับฐานเป็นปี 2570 และเพิ่มตัวคูณธุรกิจไบโอดีเซลเป็น 12 เท่า
Automotive Retail
Group 1 Automotive ประกาศราคาหุ้นกู้วงเงิน 1.25 พันล้านดอลลาร์
Group 1 Automotive, Inc. ได้ประกาศราคาการเสนอขายหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันวงเงิน 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งเป็นหุ้นกู้จำนวน 625.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ย 6.250% ครบกำหนดปี 2032 และหุ้นกู้จำนวน 625.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ย 6.625% ครบกำหนดปี 2035 การเสนอขายคาดว่าจะปิดในวันที่ 22 กันยายน 2026 ภายใต้เงื่อนไขปกติ เงินที่ได้สุทธิพร้อมกับเงินสดที่มีอยู่จะใช้เพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับการเข้าซื้อสินทรัพย์ตัวแทนจำหน่ายบางส่วนจาก Hennessy Automobile Companies, Inc. และบริษัทในเครือตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ หากการเข้าซื้อไม่เสร็จสิ้นภายในวันที่ 6 มกราคม 2027 หรือภายใต้สถานการณ์อื่นบางประการ บริษัทจะต้องไถ่ถอนหุ้นกู้ปี 2032 ในราคา 100% ของราคาที่ออกบวกดอกเบี้ยค้างจ่าย หุ้นกู้ดังกล่าวเสนอขายให้แก่ผู้ซื้อสถาบันที่มีคุณสมบัติและบุคคลนอกสหรัฐอเมริกาภายใต้ข้อยกเว้นการจดทะเบียน
Automotive Retail▲
ลิเธีย แอนด์ ไดรฟ์เวย์ เข้าซื้อร็อควอลล์ ฮุนได ขยายธุรกิจในเท็กซัส
ลิเธีย แอนด์ ไดรฟ์เวย์ ได้เข้าซื้อร็อควอลล์ ฮุนได ในเมืองร็อควอลล์ รัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายเครือข่ายเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง คาดว่าโชว์รูมแห่งนี้จะสร้างรายได้ต่อปีประมาณ 75 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้รายได้ต่อปีโดยประมาณจาการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันของบริษัทอยู่ที่ 915 ล้านดอลลาร์ การเข้าซื้อครั้งนี้ใช้เงินทุนจากงบดุลที่มีอยู่ของบริษัท
Automotive Retail
PTG วอลุ่มแน่น ราคาพุ่ง 7% แตะ 8.50 บาท
หุ้นบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ปรับตัวขึ้น 7.5% แตะ 8.50 บาทต่อหุ้น ในการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ (8 ก.ย. 2569) โดยมีมูลค่าซื้อขายกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือน และราคาหุ้นปรับขึ้นแล้วกว่า 18% นับตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตาม บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดเป้าหมายจำนวนสาขาธุรกิจกาแฟ Punthai ณ สิ้นปี 2569 เหลือ 2,751 สาขา จากเดิม 2,951 สาขา แต่ยังขยายตัว 600 สาขาจากปีก่อน โดยเป็นการปรับลดจากสัดส่วนลงทุนรูปแบบ Franchise ที่ชะลอตัว ขณะที่การลงทุนในส่วนของบริษัทฯ ยังเป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมปรับลดการเติบโตยอดขายน้ำมันเป็น -5% ถึงทรงตัว จากเดิมคาดเพิ่มขึ้น 3-5% และปรับลด EBITDA Growth เป็นทรงตัวถึง +5% จากเดิม 8-12% รวมถึงปรับลดงบประมาณลงทุนเหลือ 3-4 พันล้านบาท จากเดิม 3.5-4.5 พันล้านบาท โดยบริษัทยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 483 ล้านบาท และปี 2570 ที่ 1.1 พันล้านบาท พร้อมปรับราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2570 เป็น 8.80 บาท และคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว
Automotive Retail▲
เมอร์ฟีย์ ยูเอสเอ รายงานกำไรไตรมาส 2 แข็งแกร่งจากมาร์จิ้นเชื้อเพลิง
เมอร์ฟีย์ ยูเอสเอ รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ที่ 209.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 11.27 ดอลลาร์ต่อหุ้นปรับลด เพิ่มขึ้นจาก 145.6 ล้านดอลลาร์ และ 7.36 ดอลลาร์ต่อหุ้นในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากมาร์จิ้นเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 377.3 ล้านดอลลาร์ จาก 286.0 ล้านดอลลาร์ โดยผลงานเชื้อเพลิงรวมอยู่ที่ 40.6 เซนต์ต่อแกลลอน เทียบกับ 32.0 เซนต์ และมาร์จิ้นเชื้อเพลิงขายปลีกเพิ่มขึ้น 20.2% เป็น 35.1 เซนต์ต่อแกลลอน บริษัทยังเพิ่มยอดขายเชื้อเพลิงขายปลีก 3.9% ขึ้นเงินปันผล 28% เป็น 0.64 ดอลลาร์ต่อหุ้น และซื้อหุ้นคืนมูลค่า 76.8 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 308.7 ล้านดอลลาร์ จาก 275.2 ล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งมาจากค่าธรรมเนียมการประมวลผลการชำระเงินที่สูงขึ้น และผลงานการจัดหาเชื้อเพลิงที่ไม่รวมเครดิตพลังงานหมุนเวียน ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 54.9 ล้านดอลลาร์ แนวโน้มทั้งปีของผู้บริหารคาดว่ามาร์จิ้นเชื้อเพลิงในช่วงครึ่งปีหลังจะเฉลี่ย 35 เซนต์ต่อแกลลอน ลดลงจาก 37.9 เซนต์ในช่วงครึ่งปีแรก โดยมีรายจ่ายฝ่ายทุนอยู่ในช่วงสูงสุดของกรอบ 475 ล้านดอลลาร์ถึง 525 ล้านดอลลาร์
Automotive Retail
แอสเบอรี ออโต้โมทีฟ แต่งตั้งเวนดี้ เรย์โนลด์ส-ด็อบส์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
แอสเบอรี ออโต้โมทีฟ กรุ๊ป อิงค์ (NYSE: ABG) ได้แต่งตั้งเวนดี้ เรย์โนลด์ส-ด็อบส์ เป็นรองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2026 ดร. เรย์โนลด์ส-ด็อบส์ ซึ่งเข้าร่วมงานกับแอสเบอรีในเดือนพฤษภาคม 2022 และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและรองประธานฝ่ายพัฒนาบุคลากรและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวัฒนธรรม จะสืบทอดตำแหน่งต่อจากเจด มิลสเตน ซึ่งจะให้บริการให้คำปรึกษาจนถึงสิ้นปี 2026 เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น ก่อนหน้านี้ เธอเคยดำรงตำแหน่งอาวุโสด้านทรัพยากรบุคคลที่ยูนิซิส คอร์ปอเรชั่น และเชนจ์ เฮลธ์แคร์ และเธอจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย แอสเบอรี ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในแอตแลนตา ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ใหม่ 158 แห่ง และศูนย์ซ่อมตัวถังรถ 37 แห่ง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
Automotive Retail▲
Advance Auto Parts ทำผลงานไตรมาสดีที่สุดในรอบหลายปี
Advance Auto Parts รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ดีที่สุดในรอบหลายปี โดยกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงเพิ่มขึ้นเป็น 1.03 ดอลลาร์ จาก 0.69 ดอลลาร์ในปีก่อน และกระแสเงินสดอิสระกลับมาเป็นบวกเป็นครั้งแรกในรอบสองปี อัตรากำไรขั้นต้นแบบปรับปรุงขยายตัว 240 จุดพื้นฐานเป็น 46.2% โดยได้รับแรงหนุนจากเงินคืนภาษี 26 ล้านดอลลาร์ แต่ประมาณ 110 จุดพื้นฐานมาจากการปรับปรุงอัตรากำไรจากผลิตภัณฑ์จริง อัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5.6% และแม้ไม่รวมเงินคืนจาก IEEPA อัตรากำไรก็ยังขยายตัวเกือบ 130 จุดพื้นฐานเป็น 4.3% บริษัทใช้เงินสดส่วนหนึ่งซื้อคืนหนี้ประมาณ 30 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เลเวอเรจสุทธิลดลงเหลือ 2.1 เท่า และด้วยเงินสดในมือประมาณ 3.1 พันล้านดอลลาร์ Moody's และ S&P จึงปรับแนวโน้มให้มีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม ยอดขายเทียบเท่าโดยรวมยังคงลดลง 0.5% โดยยอดขาย DIY ลดลงในหลักเดียวต่ำ และแย่ลงในสี่สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส อัตราดอกเบี้ยชอร์ตอยู่ที่ 26.88% ของจำนวนหุ้นที่ซื้อขายได้ และหุ้นซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 17.76 เท่า สะท้อนถึงความกังขาที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความยั่งยืนของการฟื้นตัว
Automotive Retail▲
ฮาล์ฟอร์ดส์ปรับเพิ่มแนวโน้มกำไรหลังการซื้อขายช่วงฤดูร้อนแข็งแกร่ง
ฮาล์ฟอร์ดส์ ผู้ค้าปลีกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในสหราชอาณาจักร ปรับเพิ่มแนวโน้มกำไรหลังการซื้อขายในช่วงปีจนถึงปัจจุบันดีเกินคาด ส่งผลให้หุ้นปรับตัวขึ้นประมาณ 10% ถึง 11% ในตลาดลอนดอน บริษัทคาดว่ากำไรก่อนภาษีพื้นฐานสำหรับปีสิ้นสุดเดือนเมษายน 2027 จะอยู่ระหว่าง 55 ล้านปอนด์ถึง 65 ล้านปอนด์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 52.6 ล้านปอนด์ และสูงกว่าช่วงที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 48.9 ล้านปอนด์ถึง 55.1 ล้านปอนด์ การปรับเพิ่มนี้ได้รับแรงหนุนจากฤดูร้อนที่ร้อนจัดในสหราชอาณาจักร ซึ่งกระตุ้นความต้องการจักรยาน อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง และผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขหลักเดียวกลางๆ ในหน่วยล้านปอนด์ ฮาล์ฟอร์ดส์เตือนว่าผลการดำเนินงานจะกระจุกตัวในช่วงครึ่งปีแรกมากขึ้น โดยมีแผนเร่งการลงทุนในเทคโนโลยีและการตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง หุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในปีนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นต่อการพลิกฟื้นของบริษัท
Automotive Retail▲
ออโตบัคส์ ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปีนี้ขึ้น 24% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 30 งวด
ออโตบัคส์เซเว่น ประกาศปรับปรุงผลประกอบการหลังตลาดปิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โดยปรับเพิ่มกำไรสุทธิรวมสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2568 จากเดิม 9,000 ล้านเยน เป็น 11,200 ล้านเยน (ปีก่อน 8,350 ล้านเยน) หรือเพิ่มขึ้น 24.4% ส่งผลให้อัตราการเติบโตของกำไรขยายจาก 7.8% เป็น 34.1% และคาดว่าจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งแรกในรอบ 30 งวด อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้เปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการสำหรับครึ่งปีแรก (เมษายน-กันยายน)
Automotive Retail▼
เป่ยปา มีเดีย ขาดทุนสุทธิ 25.62 ล้านหยวนในงบครึ่งปี 2569
เป่ยปา มีเดีย เปิดเผยงบการเงินครึ่งปี 2569 รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,299 ล้านหยวน ลดลง 32.45% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ติดลบ 25.62 ล้านหยวน พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนเมื่อเทียบกับปีก่อน ลดลง 500.06% กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 146 ล้านหยวน ลดลง 38.90% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 52.15% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.92% อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ติดลบ 1.56% กำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ติดลบ 0.03 หยวน จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 21,500 ราย สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกอยู่ที่ 59.18%
Automotive Retail▲
กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ของบริษัท ออฟซีเอ็น เอดูเคชัน เทคโนโลยี อยู่ที่ 73.224 ล้านหยวน
บริษัท ออฟซีเอ็น เอดูเคชัน เทคโนโลยี เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 โดยมีรายได้รวม 1.169 พันล้านหยวน กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ 73.224 ล้านหยวน และกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 288 ล้านหยวน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ล่าสุดอยู่ที่ร้อยละ 85.53 อยู่ในอันดับที่ 8 ของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันที่เปิดเผยข้อมูลแล้ว อัตรากำไรขั้นต้นล่าสุดอยู่ที่ร้อยละ 60.35 ลดลง 1.89 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นล่าสุดอยู่ที่ร้อยละ 8.82 อยู่ในอันดับที่ 5 กำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.01 หยวน อยู่ในอันดับที่ 6 อัตราหมุนเวียนสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 0.20 เท่า อยู่ในอันดับที่ 5 และอัตราหมุนเวียนสินค้าคงเหลืออยู่ที่ 45.82 เท่า จำนวนผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 246,300 ราย โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกถือหุ้นรวม 1.561 พันล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 25.31 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Automotive Retail▲
กำไรสุทธิครึ่งปี 2569 ของออฟซีเอ็นเอดูเคชันเทคโนโลยี เพิ่มขึ้น 18.52% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ออฟซีเอ็นเอดูเคชันเทคโนโลยีเปิดเผยรายงานครึ่งปี 2569 มีรายได้จากการดำเนินงาน 1,169 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 1.22% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียน 73.2244 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 18.52% เมื่อเทียบกับปีก่อน
Automotive Retail▼
กำไรสุทธิครึ่งปี 2569 ของต้าตงฟาง ลดลง 58.17% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ต้าตงฟาง เปิดเผยรายงานครึ่งปี 2569 รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,312 ล้านหยวน ลดลง 27.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 24.69 ล้านหยวน ลดลง 58.17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 165 ล้านหยวน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์อยู่ที่ 31.90% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.66% อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.88% และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.03 หยวน จำนวนผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 53,100 ราย โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกถือหุ้นรวมกันคิดเป็น 48.50% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Automotive Retail
เป่ยปา มีเดีย ขาดทุน 25.62 ล้านหยวนในครึ่งปีแรก รายได้ลดลง 32.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เป่ยปา มีเดีย เปิดเผยรายงานครึ่งปี 2569 โดยรายได้จากการดำเนินงานครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.3 พันล้านหยวน ลดลง 32.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ 25.62 ล้านหยวน ลดลง 500.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้ไตรมาสสองอยู่ที่ 687 ล้านหยวน ลดลง 32.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ 16.27 ล้านหยวน ณ สิ้นไตรมาสสอง สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 3.855 พันล้านหยวน ลดลง 9.2% จากสิ้นปีก่อน บริษัทระบุว่า ในธุรกิจสื่อวัฒนธรรม รายได้จากโฆษณาตัวรถที่บริหารเองคิดเป็นสัดส่วน 52.3% และรายได้ธุรกิจสินค้าสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน ธุรกิจบริการยานยนต์คว้าโอกาสด้านรถยนต์พลังงานใหม่ โดยเปิดบริการหลังการขายที่ได้รับอนุญาตจากนิโอ และบริการซ่อมบำรุงที่ได้รับอนุญาตจากซีเคอร์ ส่วนบริษัทย่อย หลงรุ่ยโย่ว ได้วางแผนเริ่มเดินเครื่องแท่นชาร์จ 76 เครื่องแรกภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 และได้เปิดให้บริการจุดชาร์จรถโดยสารประจำทางแล้ว 245 แห่ง
Automotive Retail▲
กำไรสุทธิหลังหักรายการพิเศษของออฟซีเอ็น เอดูเคชัน ในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปีก่อน
ออฟซีเอ็น เอดูเคชัน เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรกของปี 2026 โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 1,169 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.22 เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียน 73.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.52 และกำไรสุทธิหลังหักรายการพิเศษ 80.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.15 จำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมของบริษัทอยู่ที่ 716,600 คน เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้จากกลุ่มหลักสูตรข้าราชการพลเรือน 588 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.14 และรายได้จากกลุ่มหลักสูตรหน่วยงานภาครัฐ 182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.36 ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงร้อยละ 10.41 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 60.35 ณ สิ้นรอบระยะเวลารายงาน บริษัทมีสาขาที่ดำเนินการโดยตรง 819 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.84 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีพนักงานรวม 7,317 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.31 เมื่อเทียบกับปีก่อน
Automotive Retail▲
PTG พลิกกำไรไตรมาส 2 รุก Non-Oil เป้ากำไรขั้นต้น 45%
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ 74 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 จากขาดทุนสุทธิ 205 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากกำไรขั้นต้นต่อลิตรของธุรกิจน้ำมันที่ปรับตัวดีขึ้นและการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ Non-Oil ครึ่งแรกปี 2569 รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 118,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจ Non-Oil มีรายได้ 13,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 39.5% โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มีรายได้เติบโต 61.5% ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น บริษัทยังคงเป้าหมายสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil ที่ 40–45% เพื่อสะท้อนการให้ความสำคัญกับคุณภาพของรายได้และความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง
Automotive Retail▲
PTG ครึ่งปีแรกปั๊มรายได้ 1.18 แสนล้านบาท
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี รายงานผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 118,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจ Non-Oil มีรายได้ 13,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 39.5% โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มีรายได้เติบโต 61.5% ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น สำหรับไตรมาส 2/2569 บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ 74 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 205 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากกำไรขั้นต้นต่อลิตรของธุรกิจ Oil ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ Non-Oil บริษัทยังคงเป้าหมายสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil ที่ 40–45%
Automotive Retail▲
PTG พลิกกำไร 74 ล้านบาท ไตรมาส 2/2569
PTG พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ 74 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 จากขาดทุนสุทธิ 205 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากกำไรขั้นต้นต่อลิตรของธุรกิจน้ำมันที่ปรับตัวดีขึ้น และธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่รายได้เติบโต 61.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน บริษัทยังคงเป้าหมายสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันที่ 40–45% ขณะที่ SUPER ลงนามสัญญาสนับสนุนวงเงินสินเชื่อระยะยาวกับ Bank for Investment and Development of Vietnam วงเงินประมาณ 1,065 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการวินด์ฟาร์ม Soc Trang เฟส 1 กำลังการผลิตติดตั้ง 30 เมกะวัตต์ ส่วน SUSCO รับรางวัลห้องน้ำมาตรฐานดีเด่นจากกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569
Automotive Retail▲
PTG พลิกกำไรไตรมาส 2 แตะ 74 ล้านบาท
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่จำนวน 74 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 205 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากกำไรขั้นต้นต่อลิตรของธุรกิจน้ำมันที่ปรับตัวดีขึ้นและการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน สำหรับครึ่งแรกปี 2569 รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 118,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันมีรายได้ 13,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 39.5% โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มีรายได้เติบโต 61.5% ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น บริษัทยังคงเป้าหมายสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันที่ 40–45%
Automotive Retail▲
กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ของบริษัท จงฉี อยู่ที่ 131 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 35.32% เมื่อเทียบกับปีก่อน
บริษัท จงฉี เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 131 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 35.32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 328 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 15.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 74.58 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 32.86% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ล่าสุดอยู่ที่ 38.83% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 66.73% และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.10 หยวน
Automotive Retail▲
กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ของจางโจว ฟาจ่าน อยู่ที่ 43.22 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 11.66% เมื่อเทียบกับปีก่อน
จางโจว ฟาจ่าน เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 43.22 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4.51 ล้านหยวนจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 11.66% นับเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่สาม รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,085 ล้านหยวน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 49.62 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 154 ล้านหยวนจากกระแสเงินสดสุทธิที่เป็นบวกในช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ล่าสุดอยู่ที่ 64.29% ลดลง 3.76 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.90% เพิ่มขึ้น 2.27 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.03 หยวน
Automotive Retail▲
ScanSource, Advance Auto Parts, Deere และ Nordson รายงานผลประกอบการรายไตรมาส
หุ้น ScanSource พุ่งขึ้น 9.7% หลังจากบริษัทรายงานกำไรต่อหุ้นไตรมาสที่สี่ปี 2026 ที่ 1.46 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ Zacks Consensus Estimate คาดการณ์ไว้ที่ 1.11 ดอลลาร์ต่อหุ้น หุ้น Advance Auto Parts ร่วงลง 24.6% หลังจากบริษัทรายงานรายได้ไตรมาสที่สองปี 2026 ที่ 2 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ Zacks Consensus Estimate คาดการณ์ไว้ 1.66% หุ้น Deere & Company ปรับขึ้น 6.9% หลังจากบริษัทรายงานกำไรต่อหุ้นไตรมาสที่สามปี 2026 ที่ 5.1 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ Zacks Consensus Estimate คาดการณ์ไว้ที่ 4.79 ดอลลาร์ต่อหุ้น หุ้น Nordson Corporation ปรับขึ้น 8% หลังจากบริษัทรายงานกำไรต่อหุ้นไตรมาสที่สามปี 2026 ที่ 3.25 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ Zacks Consensus Estimate คาดการณ์ไว้ที่ 3.09 ดอลลาร์ต่อหุ้น
Automotive Retail▲
โอไรลีย์ ออโตโมทีฟ เสร็จสิ้นการเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ 1.6 พันล้านดอลลาร์
โอไรลีย์ ออโตโมทีฟ เสร็จสิ้นการเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิมูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ โดยมีอายุครบกำหนดหลายช่วงปี ซึ่งช่วยเพิ่มแหล่งเงินทุนระยะยาวใหม่ให้กับโครงสร้างเงินทุนของบริษัท หุ้นกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่เหล่านี้ให้แหล่งเงินทุนที่คาดการณ์ได้สำหรับโครงการสินค้าคงคลังและการกระจายสินค้า ซึ่งสนับสนุนการขยายสาขาของบริษัท รวมถึงการเปิดสาขาใหม่สุทธิ 38 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกในไตรมาสแรก นักวิเคราะห์ระบุว่าการออกหุ้นกู้ครั้งนี้เพิ่มหนี้สินในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบที่มีอยู่เดิม หนี้ใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของความสมดุลระหว่างการใช้จ่ายเพื่อการเติบโตและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นของโอไรลีย์ โดยมีคู่แข่งอย่างออโตโซนและแอดวานซ์ ออโต พาร์ตส์
Automotive Retail▲
PTG ชี้พ้นจุดต่ำสุดครึ่งหลังฟื้น ค่าการตลาดกลับปกติ
PTG ประกาศว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เป็นจุดต่ำสุดแล้ว โดยคาดว่าปริมาณขายน้ำมันและค่าการตลาดจะกลับสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่าบริษัทยังคงเป้าค่าการตลาดทั้งปีไว้ที่ 1.70-1.80 บาทต่อลิตร แต่ปรับลดเป้ายอดขายน้ำมันทั้งปีลงเหลือ -5% ถึง 0% เนื่องจากครึ่งปีแรกติดลบ 5.2% ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil คาดโต 20-30% และ EBITDA คาดโต 0-5% จากปีก่อน บริษัทปรับลดงบลงทุนปีนี้เหลือ 3,000-4,000 ล้านบาท จากเดิม 3,500-4,500 ล้านบาท และคาดว่าครึ่งปีหลังจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลจากการลงทุนใหม่ เช่น โรงไฟฟ้าขยะ 4.9 เมกะวัตต์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก ประเมินกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 1,273 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.7% จากปีก่อน และให้คำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 9.80 บาท