NVIDIA CorporationNvidia issued a strong revenue forecast (70% growth next year) that beat analyst estimates, driving its shares up 8.7%.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันพฤหัสบดี โดยดัชนีแนสแดคพุ่งขึ้น 1.57% หลัง Nvidia เผยคาดการณ์รายได้ที่แข็งแกร่ง ตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตในภาคปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 53,569.44 จุด เพิ่มขึ้น 105.56 จุด (+0.20%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,730.99 จุด เพิ่มขึ้น 55.29 จุด (+0.72%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 26,541.35 จุด เพิ่มขึ้น 411.16 จุด (+1.57%) หุ้น Nvidia ปิดพุ่ง 8.7% หลังบริษัทเผยคาดการณ์รายได้ที่แข็งแกร่งและสอดคล้องกับความคาดหวังที่สูงของนักลงทุน ซึ่งช่วยตอกย้ำมุมมองว่า การปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยียังมีโอกาสเดินหน้าต่อ เนื่องจากบริษัทซึ่งมีส่วนสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังรายงานการเติบโตที่โดดเด่น Morgan Stanley ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า Nvidia คาดการณ์การเติบโตของรายได้ในปีหน้าไว้ที่ 70% ซึ่งสูงกว่าประมาณการของ Morgan Stanley ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 52% และสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ที่อยู่ประมาณ 40% หุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมชิปของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเป็นวงกว้าง โดยดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้น 2.3% ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศพุ่งขึ้น 3.4% สูงสุดในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มของ S&P 500 ซึ่งส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ชาร์ลี ริปลีย์ นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโสของ Allianz Investment Management กล่าวว่า “แม้ผลประกอบการและคาดการณ์ที่แข็งแกร่งของ Nvidia จะจุดกระแสการลงทุนขึ้นมาอีกครั้ง แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีทุกกลุ่มในตลาดที่ได้รับอานิสงส์” “ปัจจัยกดดันต่อตลาดยังคงมีอยู่ โดยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการค้าโลก รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ล้วนมีส่วนทำให้หุ้นกลุ่มอื่น ๆ อ่อนแอ” ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นกว่า 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลัง Wall Street Journal รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ไม่ต้องการที่จะกลับไปใช้เงื่อนไขตามบันทึกความเข้าใจที่สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนมิ.ย. นักลงทุนยังจับตาถ้อยแถลงครั้งแรกของ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมแจ็กสัน โฮล (Jackson Hole) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงิน หลังมีข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดออกมา รวมถึงความพยายามของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในการลดแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น คริสโตเฟอร์ ฮอดจ์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ ของ Natixis กล่าวว่า “ประเด็นสำคัญที่วอร์ชให้ความสนใจมาโดยตลอดคือ ปัจจัยฝั่งอุปทานของเศรษฐกิจ และคาดว่าเรื่องนี้จะยังคงเป็นประเด็นหลัก” และไม่คิดว่า “วอร์ชจะแสดงความเห็นชัดเจนมากนักเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายในระยะข้างหน้า แต่ก็ไม่แปลกหากเขาจะแสดงความกังขาต่อสมมติฐานด้านนโยบายที่เคยใช้กันมา และโดยรวมแล้วน่าจะใช้แนวทางที่ไม่ยึดติดกับกรอบความคิดใดเป็นหลัก” ข้อมูลดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ค. ที่ออกมาสูงกว่าคาดเมื่อวันพุธ ทำให้แนวโน้มนโยบายการเงินมีความไม่แน่นอนมากขึ้น และลดความเชื่อมั่นบางส่วนหลังจากข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคเมื่อช่วงต้นเดือนออกมาไม่ร้อนแรง โดยเจ้าหน้าที่เฟดสองรายแสดงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อเมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมย้ำจุดยืนสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านราคา ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด พบว่าจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการทั้งหมดลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงมีเสถียรภาพ ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม - หุ้น Salesforce พุ่ง 22.6% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้และกำไรทั้งปี พร้อมเปิดตัวปลั๊กอินใหม่ที่ผสานเข้ากับโมเดล AI ของ Claude จาก Anthropic - หุ้น CrowdStrike บริษัทซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เพิ่มขึ้น 20.5% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปี และรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ - หุ้นบริษัทซอฟต์แวร์รายอื่น ๆ นำโดย ServiceNow และ Palo Alto Networks บวกแรง โดยปิดพุ่ง 10.04% และ 12.83% ตามลำดับ - หุ้น Moderna ร่วง 4.6% หลังบริษัทเปิดเผยแผนออกหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้น HP ร่วงเกือบ 3% หลังยอดจัดส่งและอัตรากำไรของธุรกิจพีซีลดลงในไตรมาส 3 ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 14,900 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 16,030 ล้านหุ้น - ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วน 1.02 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ 192 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 82 ตัว - ตลาดหุ้นแนสแดคมีหุ้นบวก 2,570 ตัว และหุ้นลบ 2,325 ตัว โดยมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบ ในสัดส่วน 1.11 ต่อ 1 หุ้น - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 15 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 8 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 73 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 85 ตัว
NVIDIA CorporationNvidia issued a strong revenue forecast (70% growth next year) that beat analyst estimates, driving its shares up 8.7%.
Salesforce.com Inc
Crowdstrike Holdings Inc
ServiceNow Inc
Palo Alto Networks Inc
Morgan StanleyMorgan Stanley is only cited for its analysis noting Nvidia's 70% revenue growth forecast exceeds its own 52% estimate; no impact on Morgan Stanley itself.
Helmerich and Payne Inc
Moderna Inc