← Back

Master Style PCL

บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามภายใต้ชื่อโรงพยาบาลมาสเตอร์พีซในประเทศไทย บริการของบริษัทประกอบด้วยหัตถการศัลยกรรม เช่น การเสริมจมูก การยกกระชับตา คิ้ว และหน้าผาก การดูดไขมันด้วยวิธี VASER และการปรับรูปร่าง การทำหน้าท้อง การปรับโครงสร้างใบหน้า และศัลยกรรมความงามอื่น ๆ บริษัทยังให้บริการปลูกผมและรักษาผม บริการดูแลผิวและเลเซอร์ โปรแกรมดูแลหลังการผ่าตัด และผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด ตลอดจนการค้าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2555 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving MASTER.BK
MASTER.BK

เอเซีย พลัส แนะนำซื้อ KLINIQ และ MASTER เป้าราคา 34.00 และ 12.00 บาท

ฝ่ายวิจัยของบล.เอเซีย พลัส ระบุว่าอุตสาหกรรมศัลยกรรมและความงามไทยกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาสู่คุณภาพ เอื้อต่อผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีแบรนด์ เงินทุน และฐานลูกค้าแข็งแกร่ง ภายใต้ธีมนี้ฝ่ายวิจัยมอง KLINIQ และ MASTER เป็นผู้ได้ประโยชน์หลัก โดย KLINIQ เด่นจากฐานลูกค้าระดับกลางถึงบน กลยุทธ์ Multi-Brand และเครือข่ายกว่า 84 สาขา ขณะที่ MASTER เด่นด้านศัลยกรรมเฉพาะทางที่มีรายได้ต่อเคสและมาร์จิ้นสูง พร้อม Upside จากการฟื้นตัวของ Medical Tourism ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรครึ่งปีหลังของทั้งสองหุ้นมีแนวโน้มเร่งตัว โดย KLINIQ คาดกำไรไตรมาส 3/69 เติบโต YoY จาก SSSG ระดับ Double Digit และ Gross Margin เหนือ 51% ส่วน MASTER คาดกำไรฟื้นตัวเด่นจากฐานต่ำปีก่อน หลังรายได้โรงพยาบาลเดือน ก.ค.-ส.ค. เติบโต Low-Single Digit YoY และไตรมาส 4/69 เป็น High Season ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำซื้อ KLINIQ และ MASTER ประเมินราคาเหมาะสมที่ 34.00 บาท และ 12.00 บาท มี Upside 18% และ 42% ตามลำดับ โดยราคาหุ้นยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวของกำไรในครึ่งหลังปี 2569 เต็มที่
ทันหุ้น·4dอ่านต่อ →
MASTER.BK2

MASTER รายงานกำไรสุทธิ Q2 เพิ่มขึ้น 22.9% เตรียมรับไฮซีซัน

บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 456.61 ล้านบาท ลดลง 7.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 4.6% จากไตรมาส 1/2569 ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 64.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% จากปีก่อน สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยอัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 14.2% จากระดับ 10.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับทิศทางช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเดินหน้าต่อยอดประสิทธิภาพภายในองค์กร ควบคู่กับการสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจในเครือ เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์จากฐานธุรกิจที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ พร้อมวางรากฐานรองรับการเติบโต โดยเฉพาะไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และมีแนวโน้มเป็นไตรมาสที่สร้างรายได้สูงสุดของปี
MASTER.BK

MASTER พ้นจุดต่ำสุด Q4 ไฮซีซันหนุนโตแรง

MASTER เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยมั่นใจรักษาอัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีที่ 53-54% และมีอัพไซด์หากอัตราการใช้บริการกลับสู่ระดับ 60-70% ซึ่งจะหนุนอัตรากำไรสุทธิขึ้นถึง 18-19% ขณะที่ไตรมาส 4 เตรียมรับไฮซีซันเต็มสูบ หลังยอดจองคิวใช้บริการหนาแน่น ด้านโบรกเกอร์คาดกำไรปี 2569 โต 30% แตะ 258 ล้านบาท แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 10.30 บาท
thunhoon.com·24dอ่านต่อ →
MASTER.BK2

MASTER ลุ้นกำไร Q2 โต 19% ดาโอปรับเป้าขึ้นเป็น 10.30 บาท

บล.ดาโอ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ MASTER และเปลี่ยนคำแนะนำเป็นซื้อ พร้อมราคาเป้าหมายใหม่ที่ 10.30 บาท จากเดิม 9.00 บาท โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน และ 3% จากไตรมาสก่อนหน้า ดีกว่าประมาณการเดิมที่ 53 ล้านบาท เนื่องจากควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นและรายได้จากบริษัทร่วมฟื้นตัว กำไรทั้งปี 2569 คาดไว้ที่ 258 ล้านบาท โต 30% และปี 2570 ที่ 299 ล้านบาท โต 16% โดยประเมินว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสแรกแล้วและจะฟื้นตัวต่อเนื่อง
MASTER.BK

ASPS แนะ 2 ธีมลงทุนรับมือ 3 สงครามโลก ชี้หุ้นพลังงาน-ประกัน-แพทย์เด่น

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส หรือ ASPS เปิดกลยุทธ์ลงทุนรับมือความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง สงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี โดยแนะนำ 2 ธีมหลัก ธีมแรกคือหุ้นที่คาดว่ากำไรจะเติบโตทั้งเทียบไตรมาสก่อนหน้าและเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ IVL, PTTGC, BCP, TRUE, SCGP, DOHOME, PTTEP, ADVICE, SC, ADVANC, PTT และ MASTER ธีมที่สองคือหุ้นที่กำไรยังเติบโตแต่ราคายังล้าหลัง ได้แก่ BCPG, AMATA, DELTA และ CRC พร้อมกันนี้ ASPS กำหนดให้ DELTA, BDMS และ CPALL เป็นหุ้นเด่นเนื่องจากปลอดภัยจากภาวะสงครามและไม่มีผลกระทบเชิงลบ นอกจากนี้ยังแนะนำการลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศอย่าง MICRON01 เพื่อรับแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากความต้องการชิปหน่วยความจำ และ OIL03 เพื่อรับอานิสงส์จากปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่หนุนราคาน้ำมัน อีกประเด็นที่น่าสนใจคือตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 การประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นไทยถูกปรับเพิ่มขึ้นถึง 3.8% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงดัชนี Dow Jones และสวนทางกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ถูกปรับลดลง