← Health Care Providers & Services

Health Care Facilities

สถานที่ที่ให้การรักษาจริง บริษัทที่เป็นเจ้าของและบริหารโรงพยาบาล บ้านพักคนชรา และศูนย์ผ่าตัด ที่คนไข้เข้ารับการรักษาและพักฟื้น

News moving Health Care Facilities
Health Care Facilities

Ensign Group ประกาศจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส 0.065 ดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนล่วงหน้า 0.15%

Ensign Group ประกาศจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสที่ 0.065 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งเท่ากับการจ่ายครั้งก่อนหน้า เงินปันผลนี้มีอัตราผลตอบแทนล่วงหน้าที่ 0.15% และจะจ่ายในวันที่ 31 ตุลาคม ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียน ณ วันที่ 30 กันยายน โดยวันขึ้นเครื่องหมายไม่รับสิทธิ์เงินปันผลกำหนดไว้ที่วันที่ 30 กันยายนเช่นกัน ปัจจุบันบริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลที่ 0.065 ดอลลาร์ติดต่อกันเป็นเวลา 4 ไตรมาสแล้ว
Seeking Alpha·20hอ่านต่อ →
Health Care Facilities

หยวนต้าเคาะเป้า EKH 5.85 บาท หลังเปิด รพ.สุขภาพจิต Bloom

บล.หยวนต้า ออกบทวิเคราะห์หลังเข้าเยี่ยมชมกิจการโรงพยาบาล Bloom Mental Wellness Hospital ของบริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH โดยคงคำแนะนำ “Trading” และมูลค่าพื้นฐานปี 2027 ที่ 5.85 บาท ด้วยวิธี DCF ที่ WACC 8.6% และ Terminal growth 2.5% ทั้งนี้ Bloom เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวชระดับพรีเมียมขนาด 50 เตียง ซึ่ง EKH ถือหุ้น 58% เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือน ก.ค. 2026 โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2026 ราว 25-30 ล้านบาท ก่อนเพิ่มเป็นมากกว่า 100 ล้านบาทในปี 2027 และเติบโตสู่ประมาณ 400 ล้านบาทต่อปีภายในปีที่ 4-5 เมื่อเข้าสู่ภาวะ Mature คาด Net margin ราว 16-18% มี IRR ของโครงการประมาณ 16-17% และระยะเวลาคืนทุนประมาณ 7 ปี ด้านแนวโน้มผลประกอบการ 3Q26 บริษัทให้ข้อมูลว่ารายได้เดือน ก.ค.-ส.ค. 2026 เติบโตระดับ double digit YoY จากศูนย์การแพทย์เฉพาะทางทั้งศูนย์กุมารเวช ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด และศูนย์ IVF รวมถึงจำนวนผู้ป่วยเงินสดที่เพิ่มขึ้นตามการระบาดของไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 ส่วนกำไรคาดยังเติบโตทั้ง QoQ และ YoY แม้รับรู้ผลขาดทุนจากโรงพยาบาลใหม่ โดยโบรกยังคงประมาณการกำไรปี 2026 ที่ 248 ล้านบาท ลดลง 5% YoY และคาดกำไรปี 2027 ฟื้นตัวชัดเจน โดยคาดว่าโรงพยาบาล Bloom จะถึงจุดคุ้มทุนที่ระดับ EBITDA ตั้งแต่ 1Q27 พร้อมคาด Yield ปันผลปี 2026 และปี 2027 ที่ 5.5% และ 6.1% ตามลำดับ
Health Care Facilities

MBK รับซื้อ Big Lot หุ้น VIH 20.03% ลุยธุรกิจการแพทย์

บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK เข้าซื้อหุ้นบิ๊ก ล็อตของบริษัท ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ VIH จำนวน 125.66 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20.03% จากบริษัท บีบีทีวี เอ็คควิตี้ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 และเป็นบริษัทของตระกูลรัตนรักษ์ เจ้าของช่อง 7HD ที่ถือหุ้น VIH มาตั้งแต่ปี 2557 ก่อนหน้านั้น 2 วัน หุ้น VIH ราคาพุ่งขึ้น 10.71% ปิดตลาดที่ 9.30 บาท ท่ามกลางการรายงานบิ๊ก ล็อตดังกล่าว โดย VIH ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาล 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล สมุทรสาคร และโรงพยาบาลวิชัยเวช แยกไฟฉาย พร้อมทั้งมีโรงเรียนศรีวิชัยอาชีวศึกษา และมีผลการดำเนินงานมีกำไรสม่ำเสมอ จ่ายเงินปันผลทุกปี โดยดิวิเดนด์ยีลด์ล่าสุดอยู่ที่ 4.24% การเข้าซื้อครั้งนี้ถือเป็นการรุกคืบสู่ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพของ MBK ซึ่งมีธุรกิจหลัก 6 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายข้าวสาร ธุรกิจรับจ้างผลิต ธุรกิจศูนย์อาหาร ธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโลจิสติกส์ และธุรกิจพลังงาน โดยคาดว่าจะเกิดการ Synergy ตั้งแต่การเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจรหรือคลินิกเฉพาะทางในพื้นที่ศูนย์การค้าในเครือ เช่น MBK Center พาราไดซ์ พาร์ค และเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ การต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์กับโรงแรมในเครืออย่างโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ไปจนถึงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลลูกค้าและระบบ Loyalty Program ระหว่างกลุ่มธุรกิจ
Health Care Facilities

Aevis Victoria ครึ่งปีแรก 2026 มูลค่าสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น 7% ขณะที่อัตรากำไรธุรกิจสุขภาพดีขึ้น

Aevis Victoria รายงานมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่ 26.75 ฟรังก์สวิสต่อหุ้นสำหรับครึ่งปีแรก 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 7% เมื่อเทียบปีต่อปี และเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับระดับสิ้นปีก่อนหน้า ขณะที่ส่วนลดเทียบมูลค่าสินทรัพย์สุทธิยังคงสูงกว่า 50% ซึ่งฝ่ายบริหารระบุว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของกลุ่ม ภายในธุรกิจสุขภาพ อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของ Swiss Medical Network ปรับตัวดีขึ้นจาก 18.6% เป็น 21.6% และบริการผู้ป่วยนอกมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเป็นบวกเป็นครั้งแรก โดยอัตรากำไรเพิ่มขึ้นจาก 7.1% เป็น 11.8% บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของธุรกิจสุขภาพไว้ที่ 23% พร้อมการเติบโตแบบอินทรีย์ 2% ถึง 3% ต่อปี โดยระบุว่าโรงพยาบาลที่เติบโตเต็มที่ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของพอร์ตสามารถทำอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายได้มากกว่า 25% ถึง 26% ขณะที่โรงพยาบาลที่อยู่ระหว่างการเริ่มดำเนินงานอยู่ที่ 10% ถึง 20% ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 43% เมื่อเทียบปีต่อปี หนี้สินสุทธิรวมอยู่ที่ 846 ล้านฟรังก์สวิส โดยส่วนใหญ่ภายใต้ Swiss Hotel Property หนี้สินสุทธิเทียบกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของ Swiss Medical Network อยู่ที่ประมาณ 2.2 เท่าถึง 2.3 เท่า และอัตราสินเชื่อเทียบมูลค่าทรัพย์สินของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงเหลือ 45% Michel Keusch ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ระบุปัจจัยผลักดันสามประการที่จะช่วยลดส่วนลดเทียบมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ได้แก่ ขั้นต่อไปของการสร้างมูลค่าให้เป็นรูปธรรมผ่านการขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ ซึ่งรวมถึงการประกาศอย่างเป็นทางการในการค้นหานักลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน Swiss Medical Network การยกระดับนักลงทุนสัมพันธ์ด้วยการจัดโรดโชว์มากขึ้น การจัดงานวันตลาดทุน และความโปร่งใสทางการเงินที่มากขึ้น และสภาพคล่องเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นเกือบห้าเท่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา
Health Care Facilities

เอเชีย พลัส คงคำแนะนำซื้อ PR9 เป้า 23 บาท รับโมเมนตัม 3Q69 แข็งแกร่ง

บล.เอเชีย พลัส ประเมินหุ้น PR9 โดยระบุว่ารายได้ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเติบโต 5-6% YoY หนุนจากผู้ป่วยไทยทั้งไข้หวัดใหญ่ COVID-19 และเคสซับซ้อน ขณะที่รายได้ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น 3-4% YoY จากรายได้ต่อบิลที่สูงขึ้น โดยเฉพาะกาตาร์และเมียนมาร์ สะท้อนโมเมนตัม 3Q69 ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ หนุนให้ Net Profit Margin ฟื้นตัวจาก 1Q69 และ 2Q69 บริษัทเริ่มให้บริการ Bi-Plane Angiography และ HBOT เพื่อรองรับเคสซับซ้อน โดยมีค่าเสื่อมราคาเพิ่มเพียง 1 ล้านบาทต่อไตรมาส พร้อมเพิ่มเตียง ICU/CCU ใน 4Q69 เพื่อรองรับอัตราการใช้เตียงกว่า 70% รวมถึงเคสซับซ้อนและ Stroke ที่เพิ่มขึ้น ด้านการขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติ ตลาดจีนเน้น Premium IVF ขณะที่อินโดนีเซียเตรียมกลับไปทำตลาดปลายปี คาดเริ่มเห็นผลต้นปีหน้า พร้อม Upside จากโอกาสกลับมาร่วมมือกับสายการบิน Garuda ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 842 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% YoY บนรายได้โรงพยาบาล 5,445 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% YoY และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 23.00 บาท ส่วน Data Center ของ EDGNEX ซึ่งเป็น JV ระหว่างกลุ่มทุนดูไบและ PROEN ตั้งอยู่ติดอาคาร B ของโรงพยาบาลพระราม 9 ยังไม่ได้รับใบอนุญาตและเปิดดำเนินงาน แม้มีความกังวลด้านความร้อนและต้นทุนค่าไฟ แต่ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอประเมินผลกระทบ จึงต้องติดตามต่อไป
Health Care Facilities

Ramsay Santé เปิดตัว Connecting Care 2030 ตั้งเป้าเติบโตปีละ 3% ภายในปีงบประมาณ 2029

กลุ่ม Ramsay Santé เปิดตัว "Connecting Care 2030" แผนกลยุทธ์ระยะสี่ปีฉบับใหม่ ในงาน Capital Markets Day ประจำปี 2026 ที่กรุงปารีส แผนดังกล่าวตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ระหว่าง 2.0% ถึง 3.0% ในปีงบประมาณ 2027 โดยมีอัตรากำไร EBITDA ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2026 และตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ประมาณ 3.0% ต่อปี พร้อมการปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปของอัตรากำไร EBITDA ภายในปีงบประมาณ 2029 รวมทั้งการใช้จ่ายลงทุนขั้นต้นเฉลี่ยประมาณ 4.0% ของรายได้ในช่วงปีงบประมาณ 2027 ถึง 2029 กลุ่มบริษัทยังตั้งเป้าลดภาระหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ตามเกณฑ์ก่อนมาตรฐาน IFRS ต่ำกว่า 4.0 เท่า กลยุทธ์นี้ตั้งอยู่บนห้าเสาหลัก ได้แก่ การเสริมความแข็งแกร่งของบริการดูแลสุขภาพแบบบูรณาการที่เข้าถึงได้ การก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงดิจิทัล การบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอและสัญญาอย่างเชิงรุก การดำเนินมาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และการเร่งการเติบโตอย่างมีกำไรผ่านแหล่งรายได้ใหม่ ๆ ขณะเดียวกัน Ramsay Health Care ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซึ่งถือหุ้น 52.79% ในกลุ่ม Ramsay Santé ได้ประกาศความตั้งใจที่จะกระจายหุ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ถือหุ้นของตนเองผ่านการจ่ายหุ้นเป็นสิ่งของ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคมของปีนี้ และ Ramsay Santé ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนซื้อขายแบบยกเว้นสำหรับผู้ออกหลักทรัพย์ต่างประเทศในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลียผ่าน CHESS Depository Interests ขณะที่ Crédit Agricole Assurances ซึ่งถือหุ้น 39.82% ในกลุ่ม ได้ยืนยันความมุ่งมั่นในฐานะผู้ถือหุ้นระยะยาวอีกครั้ง
Ramsay Santé·2dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

เคจีไอคาดกำไรหลัก BDMS ไตรมาส 3/69 แตะ 4.51 พันล้านบาท โต 4.3%

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่าผลดำเนินงานไตรมาส 3/69 ของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จะฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะมีกำไรหลักอยู่ที่ 4.51 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% YoY และเพิ่มขึ้น 38.7% QoQ จากการที่รายได้เดือน ก.ค. 2569 เติบโต 8% YoY และเดือน ส.ค. เติบโต 10% YoY จากรายได้ผู้ป่วยในประเทศและผู้ป่วยต่างชาติน่าจะเติบโต เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของการรักษาพยาบาล การแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ตามฤดูกาล และจำนวนผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัวดี โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง ฝ่ายวิจัยเคจีไอคงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 1.61 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% YoY และปี 2570 ที่ 1.77 หมื่นล้านบาท เติบโต 9.8% YoY พร้อมกับอัตรากำไรที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก 34.0% ในปี 2569 เป็น 35.0% ในปี 2570 ขณะที่ BDMS ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ wellness ขึ้นเป็น 20% ภายในปี 2578 จาก 12% ในปี 2568 โดยตลาด wellness ของไทยมีมูลค่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จัดเป็นอันดับ 24 ของโลก และอันดับ 9 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คาดว่าจะเติบโต 7-10% ต่อปีในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ด้านกลยุทธ์การลงทุนแนะนำซื้อหุ้น BDMS ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 23.50 บาท เลือกเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นกลุ่มโรงพยาบาล
ทันหุ้น·2dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

MBK ส่ง PRG ถือหุ้น 20.03% ใน รพ.วิชัยเวช ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRG ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK เข้าถือหุ้นใน บริษัท ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ VIH จำนวน 125.664 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20.03% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว หรือ 20.0477% ของจำนวนหุ้นชำระแล้วหลังหักหุ้นซื้อคืน ผ่านกระดานซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่ เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 โดยผู้ขายคือ บริษัท บีบีทีวีเอ็คควิตี้ จำกัด หรือ BBTV Equity ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เดิม และได้ขายหุ้น VIH ที่ถืออยู่ทั้งหมดให้แก่ PRG ด้าน VIH ระบุว่าการซื้อขายครั้งนี้เป็นรายการระหว่าง BBTV Equity และ PRG โดยบริษัทไม่ได้เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารจัดการ การดำเนินธุรกิจ ตลอดจนวัตถุประสงค์และนโยบายของบริษัท ซึ่งยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ ทั้งนี้ การเข้าถือหุ้น VIH ในสัดส่วนดังกล่าวของ PRG ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Tender Offer) ตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
Health Care Facilities

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำซื้อ BDMS เป้า 25 บาท และ GUNKUL เป้า 6.30 บาท

บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ออกบทวิเคราะห์แนะนำซื้อหุ้น 2 ตัว คือ BDMS และ GUNKUL โดยให้ราคาเป้าหมาย BDMS ที่ 25.00 บาท ประเมินแนวรับ 19.3/19.7 บาท แนวต้าน 21.0/22.3 บาท และคาดกำไรไตรมาส 3/69F พื้นตัวทั้งเทียบปีต่อปีและไตรมาสต่อไตรมาส หลังไตรมาส 2/69 เป็นจุดต่ำสุดของปีจากการเข้าสู่ HIGH SEASON ของผู้ป่วยไทย การฟื้นของผู้ป่วยต่างชาติ และแรงกดดันจากผู้ป่วยกัมพูชาที่ลดลง โดยรายได้เดือนกรกฎาคมเร่งตัวขึ้น 8% YOY จากเพียงราว 1% YOY ในครึ่งปีแรก หนุนจากผู้ป่วยไทยเพิ่ม 9% YOY และผู้ป่วยต่างชาติเพิ่ม 6% YOY สำหรับ GUNKUL ให้ราคาเป้าหมาย 6.30 บาท ประเมินแนวรับ 4.8/4.9 บาท แนวต้าน 5.4/5.6 บาท โดยแนวโน้มกำไรระยะสั้นไตรมาส 3/69F เป็นบวกจากธุรกิจ EPC ที่มี BACKLOG รอรับรู้รายได้จำนวนมาก และปัจจัยฤดูกาลของ WIND FARM ที่คาดความเร็วลมเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรทั้งปีเติบโตแกร่งกว่ากลุ่มฯ จากธุรกิจ EPC และคาดได้ประโยชน์จากแผน PDP2026 ทั้งโครงการระบบส่งไฟฟ้า DIRECT PPA การคัดเลือกโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ และนโยบายสนับสนุน SOLAR ROOFTOP นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนกำไรระยะยาวจากโครงการ SOLAR ที่ฟิลิปปินส์ 784 MWE มูลค่ารวม 7.5 พันลบ. ซึ่งได้ค่าไฟฟ้า 3.53 บ./หน่วย คงที่ 20 ปี และเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้
ทันหุ้น·3dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

กรุงศรีเชียร์ซื้อ SAFE เป้า 9.80 บาท รับเทรนด์ IVF-กฎหมายอุ้มบุญ

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนำซื้อหุ้น บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE ประเมินราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 9.80 บาท ด้วยวิธี DCF WACC 9.7% โดยมองว่าราคาหุ้นซื้อขาย PE ปี 2570 ที่ 12 เท่า ต่ำกว่า Forward PE เฉลี่ย -1.0SD และต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นที่ PBV ต่ำกว่า 1 เท่า ทำให้ downside จำกัดเมื่อเทียบกับโอกาสฟื้นตัวระยะกลาง-ยาว เหตุผลหลักมาจากธุรกิจอยู่ในเมกะเทรนด์ที่รัฐบาลหลายประเทศส่งเสริมการมีบุตร หากไทยผ่อนคลายกฎหมายอุ้มบุญจะช่วยขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าบริการต่อเคสในระยะยาว และโมเมนตัมลูกค้าต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ด้านผู้บริหารคาดรายได้ครึ่งปีหลังเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก จากสัญญาณการใช้บริการกลุ่มต่างชาติที่ดีขึ้นและรายได้ NGG ที่ดีขึ้นจากการร่วมตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนโครงการ สปสช. ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) คาดกำไรครึ่งหลังปี 2569 ฟื้นตัวต่อเนื่องแต่เล็กน้อย โดยกำไรสุทธิครึ่งปีแรกคิดเป็นประมาณ 45% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่คาดเติบโต 6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ยังคงราคาเป้าหมาย 7.25 บาท และคงคำแนะนำถือ แม้ Upside เปิดกว้างแต่ตลาด IVF ยังฟื้นตัวช้า และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กดดันลูกค้าต่างชาติต่อเนื่อง
Health Care Facilities

เอเซีย พลัส ชี้ 4 กลุ่มหุ้นรับอานิสงส์เบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 แนะนำ CK ERW BDMS

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่าการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 ที่จะเข้ามาหมุนเวียนและกระตุ้นจีดีพีในประเทศ จะสร้างประโยชน์ให้ 4 กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตา โดยกลุ่มค้าปลีกหรือ COMM ได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐที่ช่วยประคองกำลังซื้อและการบริโภคระดับฐานราก มีหุ้นเด่นคือ CPALL CPAXT และ BJC ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวและบริการหรือ TOURISM รับงบสนับสนุนการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานสนามบิน มีหุ้นเด่นคือ AOT CENTEL และ THAI ด้านกลุ่มธนาคารหรือ BANK เติบโตตามภาพรวมจีดีพีที่ฟื้นตัวจากการอัดฉีดงบประมาณ มีหุ้นเด่นคือ BBL KBANK และ KTB ส่วนกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างจะปลดล็อกวัฏจักรการลงทุนและการเบิกจ่ายโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐ มีหุ้นเด่นคือ SCC SCCC TPIPL CK และ STECON ในสภาวะตลาดที่ผันผวนหนัก ฝ่ายวิจัยเลือกหุ้นเด่นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยหุ้น CK รับกระแสบวกเต็มๆ จากพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 ที่ผ่านสภาและคาดหวังการเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐ หุ้น ERW เป็นหุ้นท่องเที่ยวที่รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนตัว โครงการกระตุ้นจากภาครัฐอย่างไทยเที่ยวไทยพลัส และเทศกาล GOLDEN WEEK และหุ้น BDMS เป็นหุ้นกลุ่มการแพทย์ที่ราคาปัจจุบันยังปรับตัวขึ้นช้าหรือ LAGGARD แต่คาดผลประกอบการไตรมาส 3/69 จะฟื้นตัวเด่นทั้งจากผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ
ทันหุ้น·3dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

VIH แจ้งบีบีทีวี เอ็คควิตี้ ขายบิ๊กล็อต 20.03% ให้ PRG ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1

บริษัท ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ VIH แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท บีบีทีวี เอ็คควิตี้ จำกัด ได้ขายหุ้นสามัญที่ถืออยู่ทั้งหมด จำนวน 125,664,000 หุ้น ให้แก่ บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRG ผ่านกระดานซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 คิดเป็นร้อยละ 20.03 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ หรือร้อยละ 20.0477 ของจำนวนหุ้นชำระแล้วหักหุ้นซื้อคืน การถือหุ้นของ PRG ในสัดส่วนดังกล่าวยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารจัดการ การดำเนินธุรกิจ หรือวัตถุประสงค์และนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·3dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

ผู้ถือหุ้น VIH ขายบิ๊กล็อต 20.03% ให้ PRG กลุ่ม MBK

บริษัท ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ VIH แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท บีบีทีวี เอ็คควิตี้ จำกัด ผู้ขาย ได้จำหน่ายหุ้นสามัญของ VIH ที่ถืออยู่ทั้งหมดจำนวน 125,664,0000 หุ้น ให้แก่ บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRG ผ่านกระดานซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่ หรือ Big Lot Board เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยคิดเป็นร้อยละ 20.03 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ หรือร้อยละ 20.0477 ของจำนวนหุ้นชำระแล้วหักหุ้นซื้อคืน ทั้งนี้ การถือหุ้นของ PRG ในสัดส่วนดังกล่าวยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ ตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
ทันหุ้น·3dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

เคจีไอคาดกำไรหลัก BDMS ไตรมาส 3/69 ฟื้นแรง 4.51 พันล้านบาท

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินเบื้องต้นว่า BDMS จะรายงานกำไรหลักไตรมาส 3 ปี 2569 ที่ 4.51 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบปีต่อปี และ 38.7% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส คิดเป็น 28.0% ของประมาณการกำไรทั้งปี โดยรายได้เดือนกรกฎาคม 2569 เติบโต 8% เมื่อเทียบปีต่อปี และเดือนสิงหาคมเพิ่ม 10% เมื่อเทียบปีต่อปี ส่งผลให้รายได้ไตรมาส 3 ปี 2569 คาดเติบโต 9% เมื่อเทียบปีต่อปี อยู่ที่ 2.98 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบปีต่อปี และ 15.1% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ปัจจัยหนุนมาจากช่วงไฮซีซันของการรักษาพยาบาล การระบาดตามฤดูกาลของไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 และจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่ฟื้นตัวดีโดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง สอดคล้องกับนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น 8.7% ในเดือนกรกฎาคม และ 14.9% ในเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 35.6% เพิ่มจาก 35.0% ในไตรมาส 3 ปี 2568 และ 31.2% ในไตรมาส 2 ปี 2569 ด้านตลาด wellness ของไทยมีมูลค่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเกือบ 8% ของ GDP และคาดเติบโต 7-10% ต่อปีใน 2-3 ปีข้างหน้า โดย BDMS ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ wellness เป็น 20% ภายในปี 2578 จาก 12% ในปี 2568 เคจีไอคงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 1.61 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบปีต่อปี และปี 2570 ที่ 1.77 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% พร้อมคงคำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 23.50 บาท
Health Care Facilities

ผู้ถือหุ้นควบคุมจริงของซานป๋อเน่ากอเตรียมบริจาคหุ้นมูลค่า 100 ล้านหยวนโดยไม่คิดมูลค่า

จาง หยาง, อวี๋ ชุนเจียง, ฉือ เซียงเอิน และหลวน กั๋วหมิง ผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้ควบคุมจริงของซานป๋อเน่ากอ เตรียมบริจาคหุ้นของบริษัทที่ตนถืออยู่ให้แก่มูลนิธิการศึกษามหาวิทยาลัยการแพทย์首都医科大学 โดยไม่คิดมูลค่า รวมมูลค่าตามราคาตลาด 100 ล้านหยวน เมื่อวันที่ 16 กันยายน ผู้ควบคุมจริงร่วมดังกล่าวได้ลงนามในข้อตกลงการบริจาคกับมูลนิธิการศึกษามหาวิทยาลัยการแพทย์首都医科大学 โดยจะแบ่งการบริจาคเป็นสามรอบ หุ้นที่บริจาคทั้งหมดเป็นหุ้นหมุนเวียนที่ไม่ถูกจำกัดการขาย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาของมหาวิทยาลัยการแพทย์首都医科大学 สนับสนุนการบ่มเพาะบุคลากร การเรียนการสอน การวิจัยทางการแพทย์ การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ และการก่อสร้างมหาวิทยาลัย รวมถึงการมอบรางวัลและทุนการศึกษา ผู้ควบคุมจริงร่วมไม่มีความสัมพันธ์แบบกระทำร่วมกันกับมูลนิธิการศึกษามหาวิทยาลัยการแพทย์首都医科大学 ณ วันที่ลงนามข้อตกลง ผู้ควบคุมจริงร่วมถือหุ้นรวมกันในสัดส่วนร้อยละ 21.86 ซานป๋อเน่ากอก่อตั้งขึ้นในปี 2003 โดยหลวน กั๋วหมิง, อวี๋ ชุนเจียง, ฉือ เซียงเอิน และจาง หยาง เป็นกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทมีรายได้ 971 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.42 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 32.7491 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 53 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ณ ราคาปิดวันที่ 16 กันยายน หุ้นซานป๋อเน่ากออยู่ที่ 49.12 หยวนต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.66 มูลค่าตามราคาตลาดรวมอยู่ที่ 10,118 ล้านหยวน
中国基金报·3dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

โบรกฯ แนะนำซื้อ SAFE เป้าสูงสุด 9.80 บาท ลุ้นกฎหมายอุ้มบุญผ่อนคลายหนุนตลาด IVF

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนำซื้อหุ้น บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE ประเมินราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 9.80 บาท ด้วยวิธี DCF WACC 9.7% โดยระบุว่าเป็นหุ้นเมกะเทรนด์ที่ได้แรงหนุนจากนโยบายส่งเสริมการมีบุตรของรัฐบาลหลายประเทศ ขณะที่หากไทยผ่อนคลายกฎหมายอุ้มบุญจะช่วยขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าบริการต่อเคสในระยะยาว อีกทั้งโมเมนตัมลูกค้าต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง สะท้อนความสามารถในการแข่งขันด้านคุณภาพบริการและอัตราความสำเร็จที่สูง ด้านราคาหุ้นซื้อขายที่ PE ปี 2570 อยู่ที่ 12 เท่า หรือ Forward PE ต่ำกว่า -1.0SD และต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นที่ PBV ต่ำกว่า 1 เท่า มอง downside จำกัดเมื่อเทียบกับโอกาสฟื้นตัวในระยะกลาง-ยาว ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) คาดกำไรครึ่งหลังปี 2569 ฟื้นตัวต่อเนื่องแต่เล็กน้อย โดยกำไรสุทธิช่วงครึ่งปีแรกคิดเป็นประมาณ 45% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่คาดเติบโต 6% y-y และคงราคาเป้าหมาย 7.25 บาท พร้อมคำแนะนำถือ แม้ upside เปิดกว้างแต่ตลาด IVF ยังฟื้นตัวช้าและปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กดดันลูกค้าต่างชาติต่อเนื่อง
Health Care Facilities

HCA Healthcare ปิดดีลซื้อกิจการ College of Health Care Professions เรียบร้อย

HCA Healthcare ได้ปิดการซื้อกิจการ The College of Health Care Professions ตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ผู้ประกอบการโรงพยาบาลซึ่งมีฐานอยู่ในเมืองแนชวิลล์ระบุว่าดีลดังกล่าวต่อยอดจากความมุ่งมั่นที่มีมายาวนานต่อการศึกษาด้านการดูแลสุขภาพ และจากความร่วมมือหลายทศวรรษกับ CHCP ผ่านคณะกรรมการที่ปรึกษาหลักสูตร แหล่งฝึกปฏิบัติทางคลินิก และการจัดหางาน CHCP ให้บริการนักศึกษามากกว่า 8,000 คนใน 10 วิทยาเขตทั่วรัฐเท็กซัสและผ่านหลักสูตรออนไลน์ โดยเปิดสอนหลักสูตรด้านการดูแลสุขภาพที่ได้รับการรับรองมากกว่า 20 หลักสูตร และได้ช่วยเตรียมความพร้อมให้นักศึกษามากกว่า 52,000 คนสำหรับอาชีพในสายการดูแลสุขภาพนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1988 Eric Bing จะยังคงนำ CHCP ในตำแหน่งอธิการบดีและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และวิทยาลัยจะคงพันธกิจ หลักสูตร และการมุ่งเน้นผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่ไว้ HCA Healthcare ซึ่งก่อตั้งในปี 1968 ประกอบด้วยโรงพยาบาล 190 แห่งและสถานพยาบาลผู้ป่วยนอกประมาณ 2,600 แห่งใน 19 รัฐและสหราชอาณาจักร และสนับสนุนโครงการบัณฑิตศึกษาแพทยศาสตร์มากกว่า 365 โครงการในโรงพยาบาล 87 แห่ง
Business Wire·3dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

เอเซีย พลัส แนะนำซื้อ KLINIQ และ MASTER เป้าราคา 34.00 และ 12.00 บาท

ฝ่ายวิจัยของบล.เอเซีย พลัส ระบุว่าอุตสาหกรรมศัลยกรรมและความงามไทยกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาสู่คุณภาพ เอื้อต่อผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีแบรนด์ เงินทุน และฐานลูกค้าแข็งแกร่ง ภายใต้ธีมนี้ฝ่ายวิจัยมอง KLINIQ และ MASTER เป็นผู้ได้ประโยชน์หลัก โดย KLINIQ เด่นจากฐานลูกค้าระดับกลางถึงบน กลยุทธ์ Multi-Brand และเครือข่ายกว่า 84 สาขา ขณะที่ MASTER เด่นด้านศัลยกรรมเฉพาะทางที่มีรายได้ต่อเคสและมาร์จิ้นสูง พร้อม Upside จากการฟื้นตัวของ Medical Tourism ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรครึ่งปีหลังของทั้งสองหุ้นมีแนวโน้มเร่งตัว โดย KLINIQ คาดกำไรไตรมาส 3/69 เติบโต YoY จาก SSSG ระดับ Double Digit และ Gross Margin เหนือ 51% ส่วน MASTER คาดกำไรฟื้นตัวเด่นจากฐานต่ำปีก่อน หลังรายได้โรงพยาบาลเดือน ก.ค.-ส.ค. เติบโต Low-Single Digit YoY และไตรมาส 4/69 เป็น High Season ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำซื้อ KLINIQ และ MASTER ประเมินราคาเหมาะสมที่ 34.00 บาท และ 12.00 บาท มี Upside 18% และ 42% ตามลำดับ โดยราคาหุ้นยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวของกำไรในครึ่งหลังปี 2569 เต็มที่
ทันหุ้น·3dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

ฟิลลิปฯ แนะนำซื้อ PR9 เป้า 24 บาท รับแผนขยาย ICU และโรคซับซ้อน

บล.ฟิลลิปฯ ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า PR9 กำลังปรับทิศทางการรักษาจากโรคทั่วไปสู่โรคหลัก ได้แก่ โรคไต โรคหัวใจ และโรคสมอง เพื่อมุ่งเน้นการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น พร้อมเสริมศักยภาพด้วย Bi-Plane Angiography และ Hyperbaric Oxygen Therapy ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่ 3Q69 โดยมองว่าการเน้นกลุ่มโรคซับซ้อนมีโอกาสเพิ่มรายได้ต่อเคสและสร้างความแตกต่างจากการแข่งขัน ใน 4Q69 PR9 มีแผนขยายเตียง ICU, CCU และ Neuro จาก 24 เตียงเป็น 31 เตียง เพื่อรองรับอัตราการครองเตียงและผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากรักษาอัตราการครองเตียงในระดับสูงได้ ต้นทุนคงที่ที่ลงทุนไปจะกระจายบนรายได้ที่เพิ่มขึ้น หนุนให้กำไรวิ่งเร็วกว่ารายได้ บริษัทยังตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติที่ 27-28% ในปี 2569 โดยรุกตลาดเมียนมา อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง และจีน พร้อมควบคุมงบการตลาดไม่เกิน 3% ของรายได้ และนำ AI มาใช้ในการแพทย์ การตลาด และงานเอกสาร ทางฝ่ายวิเคราะห์คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 24.00 บาทต่อหุ้น
Health Care Facilities

เทเน็ต เฮลธ์แคร์ ปรับเพิ่มคาดการณ์ EBITDA ปี 2026 จากความแข็งแกร่งของ USPI

เทเน็ต เฮลธ์แคร์ ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับปี 2026 ขึ้นเป็น 4.83 ถึง 5.03 พันล้านดอลลาร์ โดยอ้างถึงบริการที่มีความซับซ้อนสูงขึ้น รายได้เชิงพาณิชย์ที่แข็งแกร่ง และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มการดูแลผู้ป่วยนอกอย่าง USPI ทั้งนี้ ประมาณการฉันทามติของแซ็กส์สำหรับกำไรของเทเน็ต เฮลธ์แคร์ในปี 2026 อยู่ที่ 21.04 ดอลลาร์ต่อหุ้น บ่งชี้การเพิ่มขึ้น 25.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ตัวเลขฉันทามติสำหรับรายได้อยู่ที่ 22.2 พันล้านดอลลาร์ บ่งชี้การเติบโต 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในไตรมาสที่สองของปี 2026 จำนวนผู้ป่วยรับใหม่ที่ปรับปรุงแล้วของโรงพยาบาลเดิมเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และรายได้ค่าบริการผู้ป่วยสุทธิต่อผู้ป่วยรับใหม่ที่ปรับปรุงแล้วของโรงพยาบาลเดิมเพิ่มขึ้น 3.3% ขณะที่รายได้ของ USPI เติบโต 9.3% เป็น 1.4 พันล้านดอลลาร์ และรายได้ค่าบริการผู้ป่วยสุทธิทั่วทั้งระบบของสถานพยาบาลเดิมในธุรกิจศัลยกรรมเติบโต 5% บริษัทได้ซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สองของปี 2026 และคณะกรรมการได้ขยายวงเงินอนุมัติการซื้อหุ้นคืนเพิ่มอีก 2 พันล้านดอลลาร์ เหลือวงเงินคงเหลือประมาณ 2.1 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2026 เทเน็ต เฮลธ์แคร์ คาดว่าจะใช้จ่ายด้านการควบรวมและซื้อกิจการในธุรกิจการดูแลผู้ป่วยนอกเกิน 300 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาสที่สองของปี 2026 จากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น วัสดุทางการแพทย์ที่มีราคาสูงขึ้น และความซับซ้อนของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น
Zacks Investment Research·4dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

กรุงศรีแนะซื้อ BCH เป้า 12 บาท คาดรายได้ Q3/69 โต 6-7%

บล.กรุงศรี แนะนำซื้อหุ้นบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด มหาชน หรือ BCH ให้ราคาเป้าหมาย 12.00 บาท โดยมองการฟื้นตัวของรายได้ในไตรมาส 3/69 เป็น Catalyst ระยะสั้น ขณะที่การปรับค่ารักษาประกันสังคมและ M&A เป็น Upside ระยะกลาง ฝ่ายวิจัยกรุงศรีคาดรายได้รักษาพยาบาลไตรมาส 3/69 เติบโต 6-7% YoY จากการใช้บริการเพิ่มขึ้นทั้งผู้ป่วยคนไทยและต่างชาติ จุดเด่นคือ BCH มีสัดส่วนรายได้จากประกันสังคมหรือ SSO สูงถึง 38% ของรายได้รักษาพยาบาลรวม การศึกษาของฝ่ายวิจัยระบุว่าหากปรับค่ารักษาเหมาจ่ายประกันสังคมเพิ่มขึ้น 10% จาก 1,808 บาท จะหนุนกำไรสุทธิราว 11% และเพิ่มมูลค่าจากราคาเหมาะสมราว 0.60-0.70 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2569 BCH จะเริ่มรวมผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลราชเวช อุบลราชธานี ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยราว 4-5 แสนบาทต่อเดือน ช่วยขยายฐานรายได้และต่อยอดการเติบโตระยะยาว ราคาหุ้น BCH ช่วงบ่ายเคลื่อนไหวที่ 11.00 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 0.92% มูลค่าซื้อขาย 12.65 ล้านบาท
ทันหุ้น·4dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

บล.พาย แนะนำซื้อ BH เป้า 220 บาท คาดกำไรโต 3-4% รับผู้ป่วยต่างชาติ-สาขาภูเก็ต

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ออกบทวิเคราะห์แนะนำซื้อหุ้นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH โดยให้มูลค่าพื้นฐานปี 2570 ที่ 220 บาทต่อหุ้น เทียบราคาปัจจุบัน 195.50 บาท คิดเป็นอัพไซด์ 12.5% ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด อิง WACC 8.5% และ Terminal Growth 2.0% คิดเป็น 21.7 เท่าของ PE’27E ขณะที่หุ้นซื้อขายอยู่ที่ 18.8 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงพยาบาลที่ 18.4 เท่า บล.พายคาดกำไร BH ปี 2569-2570 เติบโต 3.6% และ 3.2% YoY ตามลำดับ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและเมียนมา และในปี 2570 จะมีแรงหนุนเพิ่มจากการเปิดโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูเก็ต ซึ่งเป็นสาขาที่ 2 ของ BH ขนาด 212 เตียง เงินลงทุนประมาณ 4.3 พันล้านบาท ใช้เงินสด 100% เปิดให้บริการเฟสแรกภายใน 3Q27 เริ่มจากผู้ป่วยใน 50 เตียง เจาะกลุ่มลูกค้าระดับ Luxury โดยผู้บริหารคาดพลิกมีกำไรภายใน 1-1.5 ปีหลังเปิด ขณะที่สาขาหลักมีโครงการส่วนต่อขยายในซอยสุขุมวิท 1 เป็นศูนย์รักษาโรคมะเร็งแห่งใหม่ขนาด 6 ชั้น เพิ่มห้องตรวจมะเร็งจาก 10 เป็น 23 ห้อง ห้องเคมีบำบัดจาก 18 เป็น 30 ห้อง และเตียงผู้ป่วยในศูนย์มะเร็ง 59 เตียง คาดแล้วเสร็จปลายปี 2570 ด้านผลประกอบการ 2Q26 BH มีกำไรสุทธิ 1,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY สูงกว่าตลาดคาด 6% รายได้จากกิจการโรงพยาบาล 6,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY โดยรายได้ผู้ป่วยต่างชาติซึ่งคิดเป็น 66% ของรายได้ เพิ่มขึ้น 7% YoY จากผู้ป่วยเมียนมาเพิ่ม 28% YoY ตะวันออกกลางเพิ่ม 7% YoY และอเมริกาเพิ่ม 19% YoY ส่วนรายได้ผู้ป่วยไทยซึ่งคิดเป็น 34% ลดลง 2% YoY บล.พายคาดรายได้ BH ปี 2569 และ 2570 อยู่ที่ 26.0 พันล้านบาท และ 27.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% และ 4% ตามลำดับ อัตรากำไรขั้นต้น 51.9% และ 51.4% โดยปี 2570 ลดลง 50 จุดพื้นฐานจากการเปิดสาขาภูเก็ตที่ยังขาดทุนช่วงแรก กำไรสุทธิคาด 7,803 ล้านบาทในปี 2569 และ 8,052 ล้านบาทในปี 2570 เพิ่มขึ้น 3.9% และ 3.2% ตามลำดับ ทั้งนี้ บล.พายมองว่าความสามารถในการปรับค่ารักษาของ BH ราว 5% ต่อปี สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีของไทยที่ 1.1% ต่อปี เป็นปัจจัยสนับสนุนมูลค่าระยะยาว ส่วนความเสี่ยงหลัก ได้แก่ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดสุขภาพระดับพรีเมียม การพึ่งพาผู้ป่วยต่างชาติ และความเสี่ยงด้านบุคลากรทางการแพทย์
Health Care Facilities

กรุงศรีแนะ Buy BCH เป้า 12.00 บาท ลุ้นรายได้ 3Q26F โต 6-7%

บล. กรุงศรี ระบุว่า รายได้รักษาพยาบาลของ BCH ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเดือน ก.ค. 26 รายได้เติบโต 7% y-y และเร่งตัวเป็นราว 8–9% y-y ในเดือน ส.ค. 26 จากทั้งการฟื้นตัวของผู้ป่วยและฐานต่ำในเดือน ส.ค. 25 ที่เริ่มมีผลกระทบจากรายได้กัมพูชาลดลง ขณะที่เดือน ก.ย. 26 คาดยังเติบโตได้ดีจากทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ ฝ่ายวิจัยคาดรายได้ 3Q26F เติบโตราว 6-7% y-y เทียบกับ -1% y-y ใน 1H26 สะท้อนโมเมนตัมรายได้กลับมาเด่นชัด และจะช่วยเพิ่ม operating leverage หนุนการฟื้นตัวของกำไรใน 2H26F หลังถูกกดดันใน 1H26 จากผู้ป่วยกัมพูชาและผู้ป่วยเงินสดคนไทยที่ชะลอตัว นอกจากโมเมนตัมรายได้ที่ฟื้นตัว BCH ยังมี Upside จากการปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคมและการเติบโตผ่าน M&A โดยตั้งแต่ 1 ก.ย. 26 จะเริ่มรวมผลการดำเนินงานของ รพ.ราชเวช อุบลราชธานี ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยราว 4–5 แสนบาท/เดือน แม้ระยะแรกจะเพิ่มรายได้ไม่มาก แต่ช่วยขยายฐานรายได้และต่อยอดการเติบโตระยะยาว ขณะที่การปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคมมองว่าจะมีผลบวกต่อ BCH อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก BCH มีสัดส่วนรายได้ SSO สูงถึง 38% ของรายได้รักษาพยาบาลรวม ฝ่ายวิจัยประเมินว่าหากอัตราเหมาจ่ายเพิ่มขึ้น 10% จาก 1,808 บาท จะหนุนรายได้ SSO ราว 4% กำไรสุทธิราว 11% รวมทั้งมีมูลค่าส่วนเพิ่มจาก TP ราว 0.60-0.70 บาท และมองว่าในระยะสั้นการปรับค่ารักษาประกันสังคมจะสร้างผลบวกต่อกำไรให้มากกว่าการเติบโตจาก M&A ฝ่ายวิจัยมีมุมมอง Positive ต่อ BCH จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ทิศทางรายได้ 3Q26F ที่ฟื้นตัวชัดเจนจากการใช้บริการเพิ่มขึ้นทั้งผู้ป่วยคนไทยและต่างชาติ สัดส่วนรายได้ SSO สูงถึง 38% ของรายได้รักษาพยาบาลรวมที่ทำให้การปรับขึ้นค่ารักษามีผลต่อกำไรค่อนข้างมาก และการรวม รพ.ราชเวช อุบลราชธานี ตั้งแต่ปลาย 3Q26F ที่จะช่วยขยายฐานรายได้และเพิ่มโอกาสต่อยอดเครือข่ายในระยะกลาง-ยาว โดยแนะนำ Buy สำหรับ BCH (TP 12.00) ประเมินด้วยวิธี DCF WACC 7.7% โดยมองการฟื้นตัวของรายได้ 3Q26F เป็น Catalyst ระยะสั้น ขณะที่การปรับค่ารักษาประกันสังคม และ M&A เป็น Upside ระยะกลาง ทั้งนี้ BCH มีโอกาสได้รับประโยชน์สูงสุดในกลุ่มฯ หากมีการปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไร และเปิดโอกาสให้หุ้น Re-rating
Health Care Facilities

US Physical Therapy แต่งตั้ง Nchacha Etta เป็น CFO มีผล 1 กันยายนนี้

US Physical Therapy ประกาศเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมว่า Nchacha Etta จะเข้ารับตำแหน่งรองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ ปิดการค้นหาที่เริ่มขึ้นหลังจาก Jason Curtis เข้ามารักษาการ CFO เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา Etta ดำรงตำแหน่งรองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Omnicell ล่าสุดระหว่างปี 2023 ถึง 2025 และเคยดำรงตำแหน่ง CFO ที่ Essilor of America ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ EssilorLuxottica และที่ Johnson & Johnson Vision หลังจากทำงานด้านการเงินระดับอาวุโสที่ The Coca-Cola Company เป็นเวลาเก้าปี และเคยทำงานที่ Microsoft, Eli Lilly และ The Carlyle Group มาก่อน เขาจะเข้ามารับช่วงบริษัทที่มีรายได้สุทธิรวมเติบโต 8.5% แตะ 214.1 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สองของปี 2026 ปิดการเข้าซื้อกิจการสามแห่งในปีนี้ด้วยมูลค่ารวม 37.6 ล้านดอลลาร์ และยืนยันเป้าหมายกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายทั้งปีที่ปรับปรุงแล้วที่ 102 ล้านดอลลาร์ถึง 106 ล้านดอลลาร์ กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้น USPH ลดลงเหลือ 9.9 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สองของปี 2026 จาก 12.4 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า โดยกำไรต่อหุ้นลดลงเหลือ 0.25 ดอลลาร์จาก 0.58 ดอลลาร์ ขณะที่อัตรากำไรจากการกายภาพบำบัดลดลงเหลือ 19.5% จาก 21.2% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากแรงกดดันประมาณ 100 เบซิสพอยต์จากต้นทุนสวัสดิการสุขภาพที่บริษัทจัดหาให้ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงเหลือ 24.9 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน จาก 35.6 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 และเงินกู้ภายใต้วงเงินสินเชื่อของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 221 ล้านดอลลาร์จาก 161.8 ล้านดอลลาร์ หลังการรีไฟแนนซ์เมื่อวันที่ 14 เมษายนเป็นวงเงินสินเชื่อระยะห้าปีมูลค่า 450 ล้านดอลลาร์
Insider Monkey·5dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

D เผยตลาดต่างชาติโต 10% จีนครองแชมป์ เล็งเปิด 2 สาขาใหม่กรุงเทพฯ-พัทยา

บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ D เปิดเผยว่าตลาดบริการทันตกรรมกลุ่มลูกค้าต่างชาติยังคงขยายตัวประมาณ 10% โดยกลุ่มลูกค้าจีนที่พำนักและทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทยได้ขยับขึ้นเป็นกลุ่มลูกค้าอันดับ 1 แซงหน้ากลุ่มยุโรปแล้ว ทพ.พรศักดิ์ ตันตาปกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าลูกค้าจีนกลุ่มนี้ไม่ใช่นักท่องเที่ยวจากประเทศจีน แต่เป็นนักธุรกิจและผู้พำนักในไทย ซึ่งบริษัทเตรียมล่ามภาษาจีนและระบบดูแลภายในสาขารองรับ ขณะที่ตลาดในประเทศชะลอตัวประมาณ 4% จากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แต่ภาพรวมผลการดำเนินงานยังเติบโตเป็นบวก โดยบริษัทรักษาการเติบโตได้ราว 11% และคงเป้าหมายการเติบโตของผลการดำเนินงานปีนี้ไว้ที่ประมาณ 10-15% ด้านแผนขยายธุรกิจ บริษัทอยู่ระหว่างมองหาทำเลเปิดสาขาเพิ่มประมาณ 2 แห่ง โดยเบื้องต้นวางเป้าหมายที่กรุงเทพฯ 1 สาขา และพัทยา 1 สาขา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปด้านทำเล เนื่องจากให้ความสำคัญกับต้นทุนและศักยภาพของพื้นที่เป็นหลัก
ทันหุ้น·5dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

ทิสโก้ปรับเป้า BCH ขึ้นเป็น 12.80 บาท หลังกำไรโตและปันผลพิเศษ

บล.ทิสโก้ ปรับมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ขึ้นเป็น 12.80 บาท จากเดิม 10.90 บาท โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมปรับฐานการประเมินไปเป็นสิ้นปี 2570 ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2571 ขึ้น 4.6% 4.7% และ 5.3% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลประกอบการจริงใน 1H69 แนวโน้ม 2H69 ที่ดีขึ้น และการรวมผลจากการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลราชเวช อุบลราชธานี เข้าในประมาณการ โดยคาดรายได้รวมปี 2569 ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรจะลดลงจาก 23.9% ในปี 2568 เหลือ 22.7% ในปี 2569 จากการหายไปของผู้ป่วยชาวกัมพูชาและจำนวนผู้ป่วยในที่ลดลง ทั้งนี้ BCH ประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้เงินปันผลระหว่างกาลรวมอยู่ที่ 0.35 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 142% สำหรับผลการดำเนินงาน 1H69 ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มประมาณการเงินปันผลต่อหุ้นทั้งปีจาก 0.40 บาทต่อหุ้น เป็น 0.65 บาทต่อหุ้น และคาดว่าการจ่ายปันผลพิเศษจะช่วยเพิ่ม ROE ของ BCH เป็น 9.4% ในปี 2569F จากประมาณการเดิมที่ 8.8% ก่อนฟื้นตัวต่อเนื่องเป็น 9.8-9.9% ในปี 2570-2571F ปัจจัยบวกสำคัญ ได้แก่ ความเป็นไปได้ที่อัตราการเบิกจ่ายของ SSO จะได้รับการปรับเพิ่มเร็วที่สุดในเดือน พ.ย. 2569 รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดกัมพูชาและคูเวต
ทันหุ้น·7dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

บัวหลวงคาด PR9 กำไรหลัก Q3/69 นิวไฮ 237 ล้านบาท หนุนราคาเป้าหมาย 22 บาท

บล.บัวหลวง ประเมินว่าบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 จะรายงานกำไรหลักในไตรมาส 3 ปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 29% QoQ จากรายได้ 1.44 พันล้านบาท ซึ่งเติบโต 5% YoY และ 10% QoQ โดยรายได้ผู้ป่วยไทยคาดโต 5% YoY และ 11% QoQ เป็น 1.04 พันล้านบาท ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 403 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 7% QoQ จากการฟื้นตัวที่กระจายกว้างขึ้นนอกเหนือจากตะวันออกกลาง โดยกาตาร์และเมียนมายังเป็นตลาดเด่น ประกอบกับช่วงฤดูฝนหนุนจำนวนผู้ป่วยไทยโดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ ด้านอัตรากำไรคาดว่า GM อยู่ที่ 36.5% ทรงตัว YoY แต่เพิ่ม 85bps QoQ และ EBITDA margin เพิ่มเป็น 23.4% หรือบวก 100bps YoY และ 110bps QoQ ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังยังได้แรงหนุนจากศูนย์ไตเทียมที่เพิ่มการใช้บริการเต็มที่ รวมถึงเครื่องมือใหม่ในไตรมาส 3 ปี 2569 เช่น Bi-plane Angiography, Hyperbaric Oxygen Therapy และ Neuro ICU ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนเคสที่มี Margin สูงตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 โดยบริษัทยังคงเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตเลขหลักเดียว สอดคล้องกับประมาณการของบัวหลวงที่ 5.5 พันล้านบาท หรือโต 5% YoY ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 22 บาท อิง PER ปี 2570 ที่ 18x มอง PR9 กำลังเข้าสู่รอบกำไรขาขึ้นใหม่ และตลาดยังมีโอกาสปรับมูลค่าหุ้นขึ้นตามกำไรที่ทำจุดสูงสุดใหม่ ส่วนประเด็น Data Center ที่อยู่ใกล้โรงพยาบาล ฝ่ายบริหารยังไม่เห็นผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานในปัจจุบัน
ทันหุ้น·8dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

กรุงศรีมอง PR9 กำไร 3Q26F ฟื้น หนุนมาร์จิ้นขยายตัว

บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่าฝ่ายวิจัยมองแนวโน้ม 3Q26F ของ PR9 ยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว โดยคาดรายได้รักษาพยาบาลเติบโต 6% y-y เร่งขึ้นจาก 3% y-y ใน 1H26 จากรายได้ผู้ป่วยคนไทยที่กลับมาเติบโตดีขึ้น หลัง 1H26 เติบโตเพียง 1% y-y และได้แรงหนุนจากโรคระบาดตามฤดูกาล ขณะที่รายได้ผู้ป่วยต่างชาติยังเติบโตจำกัดจากฐานสูงช่วงปีก่อน ฝ่ายวิจัยคาดว่า 3Q26F เบื้องต้นจะมีกำไรสุทธิราว 230 ลบ. เพิ่มขึ้น 3% y-y และ 25% q-q โดยมี EBITDA margin ที่ 23.9% ดีขึ้นจาก 22.5% ใน 3Q25 และ 22.2% ใน 2Q26 จาก Operating leverage ที่ดีขึ้นและการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ 2Q26 EBITDA เติบโต 6% y-y สูงกว่ารายได้ที่ 3% y-y สะท้อน operating leverage ที่ดี โดยกรุงศรีคงคำแนะนำ Buy สำหรับ PR9 ที่ราคาเป้าหมาย 24 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF ที่ WACC 8.3% และเลือกเป็นหุ้นเด่นกลุ่มร่วมกับ BDMS พร้อมมองว่ามีโอกาสเพิ่ม payout ratio หนุน dividend yield เฉลี่ยราว 4% ต่อปี ขณะที่ valuation ยังน่าสนใจจากราคาปัจจุบันซื้อขาย PE ปี 27F ต่ำกว่า -1.0SD จึงมองว่าการฟื้นตัวของกำไรจะเป็น catalyst สำคัญต่อการ re-rating ของหุ้น
Health Care Facilities

กรุงศรีแนะซื้อ BDMS เป้า 25 บาท คาดกำไรครึ่งหลังโตทั้ง YoY และ HoH

บล.กรุงศรี แนะนำซื้อหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS พร้อมให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 25 บาท และเลือกเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มการแพทย์ จากเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 50 แห่ง ฐานลูกค้าที่กระจายตัว และ ecosystem ทางการแพทย์ครบวงจร ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิครึ่งปีหลังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และฟื้นตัวจากครึ่งแรกปีนี้ จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยไทยและต่างชาติ ขณะที่ ROE มีแนวโน้มเพิ่มจาก 14.8% ในปี 2569 เป็น 15.4% ในปี 2571 และคาดเงินปันผลเพิ่มจาก 0.75 บาทต่อหุ้นในปี 2569 เป็น 0.80 บาทในปี 2571 สำหรับไตรมาส 3/69 ฝ่ายวิจัยคาดเบื้องต้นจะมีกำไรปกติ 4,550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 43% QoQ โดยคาดรายได้รักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 8% YoY และ 13% QoQ และ EBITDA margin ฟื้นเป็น 24.3% จาก 21.1% ในไตรมาส 2/69 ล่าสุดราคาหุ้น BDMS อยู่ที่ 20.10 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 1.52% มูลค่าซื้อขาย 1,114.27 ล้านบาท
ทันหุ้น·8dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำซื้อ CHG เป้า 1.91 บ. และ CPALL เป้า 64 บ.

บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ออกบทวิเคราะห์แนะนำซื้อหุ้น 2 ตัว คือ CHG และ CPALL โดยหุ้น CHG ให้เป้าหมาย 1.91 บาท ประเมินแนวรับ 1.48/1.52 บาท แนวต้าน 1.7/1.8 บาท โดยมองว่าโอกาสในการปรับอัตราเบิกจ่ายประกันสังคมเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อประมาณการกำไร แต่ยังต้องรอความชัดเจนด้านอัตราและช่วงเวลาที่เริ่มมีผล พร้อมคาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 ฟื้นตัวทั้งปีต่อปีและไตรมาสต่อไตรมาส จากการเข้าสู่ HIGH SEASON ของโรคตามฤดูกาล การใช้บริการที่สูงขึ้น และรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่เริ่มฟื้นตัว ขณะที่ผลขาดทุนของ รพ.แม่สอด มีแนวโน้มลดลง ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของกำไรในครึ่งปีหลังของปี 2569 สำหรับหุ้น CPALL แนะนำซื้อ เป้าหมาย 64 บาท ประเมินแนวรับ 45/46 บาท แนวต้าน 48.5/49.5 บาท โดยคาดว่า SSSG ไตรมาส 3 ปี 2569 เป็นบวกใน QTD หนุนรายได้กลุ่มเครื่องดื่ม RTD เติบโตดีจากสภาพอากาศร้อน ขณะที่ผลกระทบโครงการไทยพลัสมีจำกัดลง และการเพิ่มสัดส่วนสินค้า RTD และ RTE ที่มีกำไรสูงยังช่วยหนุนอัตรากำไรสุทธิขยายตัวขึ้นปีต่อปี ทั้งนี้คาดกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 จะชะลอตัวลงไตรมาสต่อไตรมาสเนื่องจากเข้าสู่ช่วง LOW SEASON แต่คาดว่าจะเติบโตปีต่อปีได้โดยแรงหนุนจากแคมเปญ COLLABORATION และการขยายสาขา พร้อมปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะช่วยส่งต่อโมเมนตัมการเติบโตเข้าสู่ช่วง HIGH SEASON ในไตรมาส 4 ปี 2569
ทันหุ้น·9dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

BDMS บวก 2% โบรกฯ กรุงศรีชูเป้า 25 บาท ลุ้นกำไร Q3/2569 นิวไฮ 4,550 ล้านบาท

หุ้น บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ราคาปรับขึ้น 2.02% มาอยู่ที่ 20.20 บาท เมื่อเวลา 11:48 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2569 ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,003.92 ล้านบาท หลัง บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ประเมิน BDMS เป็นหุ้นเด่น โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 25 บาท จากโมเมนตัมกำไรที่มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จากธุรกิจปกติจะอยู่ที่ 4,550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 43% จากไตรมาสก่อนหน้า ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากรายได้รักษาพยาบาลที่คาดเติบโต 8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 13% จากไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ที่คาดฟื้นตัวสู่ 24.3% จาก 21.1% ในไตรมาส 2/2569 ปัจจัยหนุนมาจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยไทยที่ไม่ใช่กลุ่มประกันสังคม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 67-68% ของรายได้รักษาพยาบาล โดยรายได้รักษาพยาบาลเดือนกรกฎาคม 2569 เติบโต 8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นผู้ป่วยไทยเติบโต 9% และผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 6% ขณะที่เดือนสิงหาคม 2569 มีโมเมนตัมเติบโตประมาณ 9-10% ส่วนตลาดผู้ป่วยต่างชาติซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของรายได้รักษาพยาบาล แรงกดดันเริ่มทยอยลดลง โดยรายได้ผู้ป่วยตะวันออกกลางเดือนสิงหาคม 2569 หดตัวไม่ถึง 10% ดีขึ้นจากการหดตัว 10% ในเดือนกรกฎาคม และคาดว่าจะกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 4/2569 จากความต้องการรักษาพยาบาลที่สะสมไว้ ทั้งนี้ บล.กรุงศรีคาดว่า ROE จะเพิ่มขึ้นจาก 14.8% ในปี 2569 เป็น 15.4% ในปี 2571 และเงินปันผลจะเพิ่มจาก 0.75 บาทต่อหุ้นในปี 2569 เป็น 0.80 บาทต่อหุ้นในปี 2571 โดยราคาหุ้นปัจจุบันให้อัตราผลตอบแทนรวมเฉลี่ยประมาณ 4% ต่อปี
Health Care Facilities

BDMS เด้ง 2% โบรกฯ กรุงศรีชี้กำไร Q3/69 ทำนิวไฮ เป้า 25 บาท

หุ้น บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS ราคาปรับขึ้น 2.02% หรือ 0.40 บาท มาที่ 20.20 บาท เมื่อเวลา 11.15 น. มูลค่าซื้อขาย 965.12 ล้านบาท หลัง บล.กรุงศรี เลือก BDMS เป็นหุ้นเด่น โดยคงคำแนะนำซื้อ เป้าหมาย 25 บาท จากจุดแข็งเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 50 แห่ง ฐานลูกค้ากระจายตัว และ ecosystem ทางการแพทย์ครบวงจร โดยคาดกำไรสุทธิครึ่งหลังปี 69 เติบโตเมื่อเทียบปีก่อน และฟื้นตัวเมื่อเทียบครึ่งปีแรก จากผู้ป่วยไทยที่กลับมาแข็งแกร่งและผู้ป่วยต่างชาติที่ยังเติบโตดี ทั้งนี้ ตลาดผู้ป่วยไทยที่ไม่ใช่ประกันสังคมซึ่งคิดเป็นราว 67-68% ของรายได้รักษาพยาบาล มีรายได้เดือน ก.ค.69 เติบโต 8% เมื่อเทียบปีก่อน และเดือน ส.ค.69 เร่งขึ้นราว 9-10% ส่วนตลาดผู้ป่วยต่างชาติซึ่งคิดเป็นราว 30% ของรายได้รักษาพยาบาล แรงกดดันเริ่มคลายลง โดยเดือน ส.ค.69 รายได้ผู้ป่วยตะวันออกกลางติดลบไม่ถึง 10% เมื่อเทียบปีก่อน ดีขึ้นจากเดือน ก.ค.69 เบื้องต้นคาดไตรมาส 3/69 กำไรจากธุรกิจปกติ 4,550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบปีก่อน และ 43% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากรายได้รักษาพยาบาลที่คาดโต 8% เมื่อเทียบปีก่อน และ EBITDA margin ฟื้นเป็น 24.3% จาก 21.1% ในไตรมาส 2/69 ขณะที่คาด ROE เพิ่มจาก 14.8% ในปี 69 เป็น 15.4% ในปี 71 และเงินปันผลเพิ่มจาก 0.75 บาทต่อหุ้น ในปี 69 เป็น 0.80 บาท ในปี 71
Health Care Facilities

กรุงศรีคาด BDMS กำไรไตรมาส 2/2569 ที่ 3,585 ล้านบาท แนะนำซื้อเป้า 27 บาท

บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า BDMS จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 3,585 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบปีก่อน แต่ลดลง 12% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน โดยหากหักรายการพิเศษจากเงินเคลมประกันน้ำท่วมสุทธิภาษี 72 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขก่อนภาษี 90 ล้านบาท คาดว่าจะมีกำไรปกติ 3,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบปีก่อน และลดลง 13% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน โดยรายได้จากการรักษาคาดเติบโต 1% เมื่อเทียบปีก่อน จากรายได้ผู้ป่วยคนไทยที่ชดเชยการชะลอตัวชั่วคราวของผู้ป่วยต่างชาติในกัมพูชาและตะวันออกกลาง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 32.6% และอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายคาดอยู่ที่ 19% ทรงตัวเมื่อเทียบปีก่อน ทั้งนี้หากกำไรปกติไตรมาส 2/2569 เป็นไปตามคาด จะทำให้กำไรปกติครึ่งปีแรกคิดเป็น 45% ของประมาณการทั้งปี 2569 ที่ 16,785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบปีก่อน และแนวโน้มไตรมาส 3/2569 คาดกำไรเติบโตเมื่อเทียบปีก่อนและเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสก่อน จากการเข้าสู่ไฮซีซั่น การฟื้นตัวของผู้ป่วยไทยและการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ทางฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำซื้อสำหรับ BDMS ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 27 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF ที่ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 6.7% และเลือกเป็นหุ้นเด่น โดยมองว่าฐานรายได้ที่กระจายตัวทำให้เป็นหุ้นเติบโตเชิงรับที่มีกระแสเงินสดและเงินปันผลสม่ำเสมอ และคาดอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นจะเพิ่มจาก 15.7% ในปี 2569 เป็น 16.3% ในปี 2571
Health Care Facilities

EKH เปิดโรงพยาบาลสุขภาพจิต Bloom Mental Wellness ลงทุน 400 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ปีแรก 50 ล้านบาท

บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH เปิดตัว Bloom Mental Wellness Hospital โรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสุขภาพจิต ขนาด 50 เตียง มูลค่าการลงทุนกว่า 400 ล้านบาท โดยเริ่มเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกในเดือนกรกฎาคม 2569 และเปิดบริการผู้ป่วยในในเดือนสิงหาคม 2569 ปัจจุบันมีผู้ป่วยผู้ป่วยนอกเข้ารับบริการเฉลี่ย 10 ถึง 15 รายต่อวัน และมีอัตราครองเตียงผู้ป่วยในเฉลี่ย 2 ถึง 3 เตียงต่อวัน ทั้งนี้ตั้งเป้าสิ้นปี 2569 จะมีผู้ป่วยผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 20 ถึง 30 รายต่อวัน และครองเตียงผู้ป่วยในที่ 5 ถึง 10 เตียงต่อวัน โดยประมาณการรายได้ปีแรกไว้ราว 50 ล้านบาท ปีที่ 2 ขยับเป็น 100 ล้านบาท และใน 4 ถึง 5 ปีจะเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท คาดอัตรากำไรสุทธิประมาณ 17 ถึง 18% จากการได้รับสิทธิประโยชน์ภาษีจาก BOI เป็นเวลา 8 ปี ขณะที่อัตราผลตอบแทนภายในอยู่ที่ 16 ถึง 17% จึงคาดว่าจะคืนทุนภายใน 7 ปี ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ของกลุ่ม EKH ปรับตัวดีขึ้นทั้งเทียบไตรมาสต่อไตรมาสจากช่วงไฮซีซันของธุรกิจโรงพยาบาล และดีขึ้นเทียบปีต่อปี จากสถานการณ์โรคระบาดตามฤดูกาล ทั้งโควิด-19 และโรคติดเชื้ออื่น ๆ ที่กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง โดยครึ่งปีแรกทำรายได้แล้ว 661 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.36% เทียบปีต่อปี และมั่นใจรายได้ปี 2569 จะเติบโตตามเป้าหมายที่ 10% ขณะที่ นพ.จตุภัทร คุณสงค์ ผู้อำนวยการ Bloom Mental Wellness Hospital ระบุว่าปัจจุบันไทยมีผู้ป่วยโรคทางสุขภาพจิตประมาณ 4 ล้านคน และมีเตียงผู้ป่วยจิตเวชเอกชนรวมกันทั้งประเทศไม่ถึง 100 เตียง ขณะที่ความต้องการจริงในระบบสูงกว่า 5,000 เตียง คาดในอีก 2 ถึง 3 ปีจำนวนผู้ป่วยอาจเพิ่มถึง 7 ถึง 8 ล้านคน โดยบริษัทเตรียมแผนทำตลาดเชิงรุกกลุ่ม B2B ในองค์กรเอกชน โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนนานาชาติ ควบคู่กับรายได้หลักจากกลุ่ม B2C
ทันหุ้น·9dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

KTMS ตั้งเป้ารายได้ 800 ล้านบาท เปิดหน่วยไตเทียมใหม่ 11 สาขา

KTMS ประกาศเป้ารายได้รวมปี 2569 ที่ 800 ล้านบาท หลังเทรนด์ผู้ป่วยโรคไตพุ่ง ดันดีมานด์ฟอกเลือดสูง โดยบริษัทเตรียมเปิดหน่วยไตเทียมใหม่อีก 11 สาขาในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แบ่งเป็น 4 สาขาในไตรมาส 3 และอีก 7 สาขาที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม พร้อมติดตั้งเครื่องไตเทียมเพิ่ม 36-64 เครื่อง จากปัจจุบัน 541 เครื่อง เพื่อรองรับผู้ป่วยฟอกเลือดกว่า 1.2 แสนรายทั่วประเทศ นางสาวกาญจนา พงศ์พัฒนะเดชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเสี่ยงประมาณ 8 ล้านคน และมีผู้ป่วยต้องฟอกเลือดราว 120,000 คน โดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเป็นวิธีหลักที่ผู้ป่วยเลือกใช้ถึง 80% ขณะที่ผลดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้ 350.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 12.99 ล้านบาท
Health Care Facilities

EKH เปิดตัวโรงพยาบาลสุขภาพจิต Bloom มูลค่า 400 ล้านบาท

บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH เปิดตัวโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวชระดับพรีเมียม "Bloom Mental Wellness Hospital" ด้วยงบลงทุนกว่า 400 ล้านบาท บนถนนเพชรเกษม ใกล้เดอะมอลล์ บางแค โดยมีขนาด 50 เตียง และมีสัดส่วนการถือหุ้นของ EKH ที่ 58% ร่วมกับบริษัท นารายณ์พร็อพเพอตี้ จำกัด 25% และทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญอีก 17% โรงพยาบาลแห่งนี้มุ่งให้บริการดูแลสุขภาพใจอย่างครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน รักษา และฟื้นฟู สำหรับทุกช่วงวัย ครอบคลุมภาวะซึมเศร้า ภาวะหมดไฟในวัยทำงาน โรคสมาธิสั้นในเด็ก และภาวะเสพติด โดยมีทีมจิตแพทย์เฉพาะทางมากกว่า 30 ท่าน พร้อมนักจิตวิทยาและสหวิชาชีพที่ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล นายแพทย์จตุภัทร คุณสงค์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่าสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตในไทยเพิ่มสูงขึ้น แต่ขาดแคลนโรงพยาบาลเฉพาะทาง การเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·9dอ่านต่อ →
Health Care Facilities

KTMS เร่งเปิดหน่วยฟอกไต 11 แห่ง ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 800 ล้านบาท

บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ KTMS ประกาศเร่งขยายธุรกิจด้วยการเปิดหน่วยไตเทียมใหม่อีก 11 สาขาในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการบริการฟอกเลือดที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะส่งผลให้รายได้รวมปี 2569 แตะระดับ 800 ล้านบาท จากการเปิดเผยของนางสาวกาญจนา พงศ์พัฒนะเดชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายศุภณัฐ พร้อมศิริพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน โดยบริษัทจะเปิดให้บริการ 4 สาขาในไตรมาส 3/2569 และอีก 7 สาขาอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม พร้อมติดตั้งเครื่องไตเทียมเพิ่มอีก 36-64 เครื่อง จากปัจจุบันที่มี 541 เครื่อง ขณะที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยต้องฟอกเลือดประมาณ 120,000 คน และมีหน่วยไตเทียม 1,206 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนดีมานด์ที่ยังสูง โดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเป็นวิธีหลักที่ผู้ป่วยเลือกใช้ถึง 80% สำหรับผลงานครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้ 350.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.27% และกำไรสุทธิ 12.99 ล้านบาท
Health Care Facilities

KTMS เปิดหน่วยไตเทียมเพิ่ม 11 สาขา ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 800 ล้านบาท

KTMS ประกาศขยายบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเพิ่มอีก 11 สาขาในครึ่งปีหลังของปี 2569 โดยแบ่งเป็น 4 สาขาที่จะเปิดในไตรมาส 3 และอีก 7 สาขาที่อยู่ระหว่างเตรียมการ พร้อมติดตั้งเครื่องไตเทียมเพิ่มอีก 36–64 เครื่อง จากปัจจุบันที่มี 541 เครื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น หลังประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเสี่ยงประมาณ 8 ล้านคน และมีผู้ป่วยที่ต้องฟอกเลือดราว 120,000 คน โดยการฟอกเลือดคิดเป็น 80% ของวิธีการรักษาหลัก บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ที่ 800 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีรายได้ 350.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.27% และกำไรสุทธิ 12.99 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2 มีรายได้ 175.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.41% และกำไรสุทธิ 5.69 ล้านบาท
Health Care Facilities

KTMS เปิดเพิ่ม 11 สาขา รับดีมานด์ฟอกไตพุ่ง ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 800 ล้านบาท

บมจ.เคที เมดิคอล เซอร์วิส หรือ KTMS ส่งสัญญาณผลงานไตรมาส 3/2569 แข็งแกร่ง หนุนครึ่งปีหลังโตมีนัยสำคัญ หลังเร่งเปิดหน่วยไตเทียมใหม่ 11 สาขา พร้อมติดตั้งเครื่องไตเทียมเพิ่ม 36-64 เครื่อง จากปัจจุบัน 541 เครื่อง เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 แตะ 800 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกมีรายได้ 350.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.27% และกำไรสุทธิ 12.99 ล้านบาท
Health Care Facilities

EKH เปิดตัว Bloom Mental Wellness Hospital โรงพยาบาลสุขภาพจิต 50 เตียง ลงทุน 400 ล้านบาท

บมจ.เอกชัยการแพทย์ (EKH) เปิดตัว Bloom Mental Wellness Hospital โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตขนาด 50 เตียง ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 400 ล้านบาท โดย EKH ถือหุ้น 58% ร่วมกับนารายณ์พร็อพเพอตี้ 25% และทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญอีก 17% โรงพยาบาลตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม ใกล้เดอะมอลล์ บางแค ดูแลผู้มีภาวะซึมเศร้า ภาวะหมดไฟในวัยทำงาน โรคสมาธิสั้นในเด็ก และภาวะการเสพติด โดยมีจิตแพทย์เฉพาะทางมากกว่า 30 ท่าน และออกแบบสถาปัตยกรรมที่เน้นสุขภาวะทางอารมณ์ นายแพทย์จตุภัทร คุณสงค์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่าประเทศไทยขาดแคลนโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต และโรงพยาบาลแห่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว