← Back

Bangkok Chain Hospital Public Company Limited

Bangkok Chain Hospital Public Company Limited, together with its subsidiaries, operates private hospitals in Bangkok vicinity, Chiang Rai, Saraburi, Nonthaburi, Pathumthani, Ayudhaya, Chachoengsao, Prachinburi, Sa Kaeo Province, and Lao People's Democratic Republic. It offers diagnosis, treatment, prevention, rehabilitation services for heart disease; open heart surgery to provide heart care and clinical treatment by cardiologists; and medical supports. The company also operates diagnostic imaging centers; eye centers that provide eye examination, treatment, and surgery services; cancer centers that offer services ranging from screening, diagnosis, and chemotherapy; fertility centers for infertility treatment, as well as diabetic wound treatment centers. In addition, the company sells health-related drinks; provides medical analysis and research services; and develops package computer programs. The company was founded in 1984 and is headquartered in Nonthaburi, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving BCH.BK
BCH.BK2

ครม. ขยายประกันสังคม หนุนหุ้นโรงพยาบาล BCH-CHG

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาขยายความคุ้มครองประกันสังคมมาตรา 33 ให้แก่ลูกจ้างที่เคยถูกยกเว้น 3 กลุ่ม ได้แก่ กิจการเพาะปลูก ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ ลูกจ้างของนายจ้างบุคคลธรรมดา และลูกจ้างของนายจ้างที่ค้าขายแผงลอย ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 5.5 แสนรายในปี 2569 และ 1.05 ล้านคนในปี 2573 โดยบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีมองว่าเป็น sentiment บวกต่อกลุ่มโรงพยาบาลที่รักษาผู้ประกันตน และมี upside ต่อรายได้ในระยะกลาง-ยาว โรงพยาบาลที่มีรายได้ประกันสังคมสูงสุดในครึ่งปีแรก ได้แก่ BCH 38% และ CHG 30% ขณะที่ RJH มี 53% SKR 36% VIH 26% และ PHG 40% โดยคงน้ำหนัก bullish ต่อกลุ่มโรงพยาบาล เพราะคาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และมีปัจจัยหนุนจาก high season และการปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม หุ้นเด่นเลือก BDMS ราคาเป้าหมาย 25 บาท และ PR9 ราคาเป้าหมาย 24 บาท ส่วน BCH ราคาเป้าหมาย 12 บาท เป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดหากมีการปรับอัตราค่ารักษา
HoonVision·1dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

กำไรกลุ่มโรงพยาบาลไตรมาส 2/2569 อ่อนแรงหลายราย

ปิดฉากฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย โดยรวมกำไร 678 แห่งเพิ่มขึ้น 13% แต่กลุ่มโรงพยาบาลกลับมีสัญญาณชีพจรอ่อนแรง โดย BDMS กำไรสุทธิ 3,248 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน ขณะที่ BH กำไรเพิ่มเพียง 1.7% เป็น 1,889 ล้านบาท และ BCH กำไรลดลง 11.6% เหลือ 343 ล้านบาท ขณะที่ PR9 กำไรเพิ่ม 1.3% เป็น 184 ล้านบาท LPH ลดลง 17.86% เหลือ 46 ล้านบาท RPH ลดลง 27.79% เหลือ 26 ล้านบาท และ WPH ลดลง 62.1% เหลือ 19 ล้านบาท ส่วน PRINC ยังขาดทุน 138 ล้านบาท แต่ขาดทุนลดลงจากปีก่อน ขณะที่ RJH กำไรเพิ่ม 89% เป็น 113.72 ล้านบาท และ EKH เพิ่ม 27.88% เป็น 60 ล้านบาท คาดว่าไตรมาส 3/2569 จะฟื้นตัวจากฤดูฝนที่เป็นไฮซีซั่น
Kaohoon·1dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

CGSI คาดหุ้นโรงพยาบาลครึ่งปีหลังฟื้น ชู BH-PR9 เด่น

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ประเมินว่ากำไรปกติของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล 6 แห่งในไตรมาส 2/69 ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 8% จากไตรมาสก่อน ซึ่งน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้แล้ว โดยคาดว่าครึ่งปีหลังกลุ่มโรงพยาบาลจะกลับมาฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวของแต่ละแห่งจะไม่เท่ากัน CGSI มองว่า BH และ PR9 จะมีผลดำเนินงานดีกว่าคู่แข่ง เนื่องจากมีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติสูงกว่า โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและเมียนมา รวมถึงอุปสงค์สะสมที่อาจกลับมาหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ขณะที่ BDMS น่าจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้เช่นกัน แต่โรงพยาบาลระดับกลางของ BDMS รวมถึง CHG และ RAM อาจยังต้องเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม BCH, CHG และ RAM น่าจะได้ประโยชน์จากฐานที่ต่ำในไตรมาส 3/69 ซึ่งอาจช่วยให้กำไรสุทธิไม่ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน CGSI ยังคงเลือก BH และ PR9 เป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มนี้ โดยดัชนีกลุ่มการแพทย์บวก 5% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่ง Underperform ดัชนี SET ที่บวก 29% ตั้งแต่ต้นปีอย่างมีนัยสำคัญ และเชื่อว่าราคาหุ้นโรงพยาบาลในปัจจุบันสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับกำไรที่อ่อนตัวลงแล้ว จึงคงน้ำหนักการลงทุนอยู่ที่ Overweight โดยมองว่าปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนคือการที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดระดับลงและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด ส่วนความเสี่ยงขาลงคือหากค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มสูงขึ้นและเศรษฐกิจไทยชะลอตัวต่อเนื่อง
thunhoon.com·3dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

BCH เจรจา M&A กว่า 10 ดีล คาดงบ Q3 โตเด่น

บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผยว่าผลดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจ โดยเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน และคาดว่าไตรมาส 4/2569 จะเติบโตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางที่เติบโตระดับ 100% ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 โดยเฉพาะกาตาร์ ขณะที่โรงพยาบาลยังคงเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโตตัวเลขหลักเดียว บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาควบรวมและซื้อกิจการกว่า 10 แห่ง โดยจะคัดเลือกเฉพาะโรงพยาบาลในทำเลที่เหมาะสมและสร้างการเติบโตได้จริง หลังล่าสุดลงทุนในโรงพยาบาลราชเวช อุบลราชธานี มูลค่ารวมประมาณ 490 ล้านบาท ซึ่งคาดจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้ และมีแผนปรับปรุงระบบให้ทันสมัยเพื่อสร้างกำไรอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ BCH เตรียมเข้าประชุมกับบอร์ดประกันสังคมครั้งที่ 2 ในวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อปรับอัตราเหมาจ่ายทุกรายการ คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 90 วัน หรือก่อนวันที่ 24 ตุลาคม 2569 โดยมั่นใจว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเดือนหน้าไม่มีผลกระทบต่อการหารือ เนื่องจากเป็นงานประจำที่ต้องส่งต่อไปยังบอร์ดไตรภาคี และเงินกองทุนประกันสังคมยังแข็งแกร่งจากการปรับเพิ่มเงินสมทบสูงสุดเป็น 875 บาทต่อเดือน จากเดิม 750 บาท
ทันหุ้น·3dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

บัวหลวงชี้หุ้นโรงพยาบาลผ่านจุดต่ำสุด Q3 ฟื้น BH-BDMS เด่น

บล.บัวหลวงประเมินว่าหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลผ่านจุดต่ำสุดของปีในไตรมาส 2 แล้ว และจะฟื้นตัวในไตรมาส 3 จากปัจจัยฤดูกาลและอุปสงค์ค้างคาจากตะวันออกกลาง โดยกำไรหลักรวมของหุ้นโรงพยาบาล 4 บริษัทใน Coverage อยู่ที่ 5.7 พันล้านบาท ลดลง 4% จากปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อน บนรายได้รวม 3.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน แต่ลดลง 3% จากไตรมาสก่อน โดยการลดลงรายไตรมาสมาจากผู้ป่วยไทยที่อ่อนตัวตามฤดูกาลและภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ธุรกิจ Fly-in ยังเติบโต อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 36.5% ลดลง 110bps จากปีก่อน และ 90bps จากไตรมาสก่อน จากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นตามการขยายกำลังการ บริษัท BH และ PR9 ยังมีกำไรเติบโตจากอุปสงค์ Fly-in ขณะที่ BDMS ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากผู้ป่วยกัมพูชาที่ลดลง ส่วน BCH ดีกว่าประมาณการจากรายได้ประกันสังคมที่ช่วยชดเชยผู้ป่วยทั่วไปอ่อนตัว สำหรับไตรมาส 3 ภาพดีขึ้นจากเที่ยวบินระหว่างตะวันออกกลางกับกรุงเทพฯ ที่กลับสู่ระดับก่อนความขัดแย้ง ประกอบกับ High Season ของทั้งผู้ป่วยไทยและ Fly-in โดยเดือนกรกฎาคมเริ่มเห็นรายได้เพิ่มขึ้นทั้งเทียบปีก่อนและเดือนก่อน ด้านฐานะการเงิน BH เด่นที่สุด โดย ROE ไตรมาส 2 เพิ่มเป็น 27.6% จาก 21.9% ในไตรมาส 1 และ 25.9% ในไตรมาส 2 ปีก่อน พร้อม Net cash สูงสุดในกลุ่ม ขณะที่ BDMS เป็นเพียงบริษัทเดียวที่มี Net debt แต่ D/E อยู่เพียง 0.1 เท่า บัวหลวงคงน้ำหนักมากกว่าตลาดกลุ่มโรงพยาบาล โดย BH เป็น Top Pick จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลางและฐานะการเงินแข็งแกร่งรอบด้าน สำหรับ BDMS บัวหลวงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ 23 บาท โดยมองว่าไตรมาส 2 น่าจะเป็นจุดต่ำสุด และแนวโน้มรายได้เดือนกรกฎาคมเริ่มกลับมาโตเทียบปีก่อนทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ ทำให้คาดกำไรหลักไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นทั้งเทียบปีก่อนและไตรมาสก่อน แรงหนุนไตรมาส 3 มาจากฤดูระบาดของโรค ไม่มีฐานสูงจากลูกค้ากัมพูชาเหมือนปีก่อน และรายได้จากเมียนมาที่ยังโตแรง 42% เทียบปีก่อนในไตรมาส 2 ต่อเนื่องจาก 43% เทียบปีก่อนในไตรมาส 4 ปีก่อนและไตรมาส 1 ปีนี้ คาดอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นเป็น 35-37% จากสัดส่วนเคสที่ซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ Net D/E อยู่เพียง 0.1 เท่า และ Receivable turnover ไตรมาส 2 เพิ่มเป็น 43 เท่า เพิ่มขึ้น 7% เทียบปีก่อน Inventory turnover อยู่ที่ 16 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 12 เท่า หุ้นซื้อขายที่ PER ราว 18 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว -1.5SD ขณะที่กำไรครึ่งปีแรกคิดเป็น 45% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งใกล้เคียงสัดส่วนปกติ จึงยังมองว่ากำไรทั้งปีเป็นไปตามประมาณการ สำหรับ BH บัวหลวงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 220 บาท และยังเลือกเป็นหุ้นเด่นกลุ่มโรงพยาบาล โดยไตรมาส 3 มีแรงหนุนหลัก 2 ทางพร้อมกัน คือการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เดินทางเข้ามารักษา และ High season ของผู้ป่วยไทย ขณะที่ความเข้มข้นของการรักษาต่อรายที่สูงขึ้นช่วยหนุนทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น แม้จำนวนผู้ป่วยต่างชาติยังฟื้นไม่เต็มที่ คาดกำไรหลักไตรมาส 3 จะโตเทียบปีก่อนเร็วกว่าในไตรมาส 2 และเพิ่มขึ้นเทียบไตรมาสก่อนตามฤดูกาล โดยข้อมูลเบื้องต้นเดือนกรกฎาคมชี้ว่าผู้ป่วยไทยเริ่มเพิ่มขึ้นจากโรคในฤดูฝน ขณะที่เส้นทางบินจากตะวันออกกลางกลับสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งแล้ว แม้จำนวนผู้ป่วยยังตามหลังอยู่ ส่วนผลจากการงดใช้บริการของผู้ป่วยกัมพูชาหลังเหตุชายแดนเมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 จะไม่กระทบตัวเลขไตรมาส 3 ด้านฐานะการเงิน ROE ไตรมาส 2 อยู่ที่ 27.6% เพิ่มจาก 21.9% ในไตรมาส 1 และ 25.9% ในไตรมาส 2 ปีก่อน สูงกว่าหุ้นอื่นในกลุ่มอย่างชัดเจน ขณะที่บริษัทมีสถานะ Net cash และ Receivable turnover เพิ่มเป็น 84 เท่า จาก 59 เท่าในไตรมาส 2 ปีก่อน หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2570 ราว 18 เท่า ขณะที่ราคาเป้าหมาย 220 บาทอิง PER 21 เท่า หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 30 เท่า ที่ -1SD ส่วนเงินปันผลเป็น Upside เสริม โดยเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งปีแรกที่ 4 บาทต่อหุ้น สูงกว่าที่คาด และหากมี Special dividend ในสัดส่วนเดียวกับปี 2568 จะทำให้ Dividend yield เพิ่มเป็น 6.0% เทียบกับกรณีฐานที่ 2.6% อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักของ IDEA ยังให้น้ำหนักกับการกลับมาโตของกำไรมากกว่าเงินปันผลที่เป็นตัวเสริม
HoonSmart·7dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

โบรกฯ ชี้ 5 หุ้น The Star กำไร Q3 โตเด่น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาดกำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 3/69 จะยังเติบโตจากช่วงเดียวกัน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยืดเยื้อ โดยกำไรสุทธิรวมไตรมาส 2/69 ขยายตัว 14.3% จากช่วงเดียวกัน และ 12.0% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 และเติบโตเลขสองหลักเป็นไตรมาสที่ 5 หนุนโดยอัตรากำไรที่สูงขึ้นและการปรับเพิ่มราคาขาย ท่ามกลางอุปสงค์ที่ขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้างที่ได้อานิสงส์จากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่กว่า 50% ของ 107 บริษัทจดทะเบียนที่ตลาดมีคาดการณ์มีกำไรสุทธิดีกว่าคาด โบรกฯ แนะนำให้หลีกเลี่ยงกลุ่มที่กำไรยังแผ่ว และเข้าสะสม 5 หุ้น The Star ได้แก่ HANA, ERW, PR9, BCH และ TIDLOR ซึ่งมีศักยภาพทำกำไรเติบโตเด่นทั้งจากช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อน ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยบวกเฉพาะตัวและมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ
Share2Trade·7dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน คงคำแนะนำซื้อ BCH เป้า 14 บาท

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) คงคำแนะนำซื้อหุ้น BCH พร้อมราคาเป้าหมาย 14 บาท อิง EV/EBITDA ปี 2026 ที่ 10 เท่า หลังกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 343 ล้านบาท ลดลง 11.6% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 28.2% จากไตรมาสก่อน สอดคล้องกับประมาณการ ฝ่ายวิจัยมองแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2569 ยังดี จากจำนวนผู้ป่วยไทยที่เพิ่มขึ้นตามการแพร่ระบาดของโรค และโอกาสที่ค่ารักษาพยาบาลของสำนักงานประกันสังคมจะปรับเพิ่มขึ้นราว 10% ภายในปลายไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4 ปี 2569 ขณะที่รายได้ผู้ป่วยตะวันออกกลางยังแข็งแกร่ง เติบโตราว 40% จากปีก่อนในไตรมาส 2 แม้รายได้ผู้ป่วยกัมพูชาลดลง 70-80% จากปีก่อน บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.15 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนราว 3%
HoonVision·8dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

บล.เอเชีย พลัส ชี้กำไรกลุ่มรพ.ฟื้น Q3/69

บล.เอเชีย พลัส คาดกำไรกลุ่มโรงพยาบาลจะฟื้นตัวในไตรมาส 3 ปี 2569 เติบโตทั้งเทียบรายไตรมาสและรายปี หลังรายได้ไตรมาส 2 ลดลง 2.9% จากไตรมาสก่อน แต่ยังโต 1.0% จากปีก่อน หนุนโดยผู้ป่วยตะวันออกกลางที่กลับมาหลังรอมฎอนและสถานการณ์อิหร่านคลี่คลาย ขณะที่กำไรปกติกลุ่มลดลง 5.0% จากปีก่อนและ 12.0% จากไตรมาสก่อน นำโดย BDMS ลด 9% และ BCH ลด 6% ส่วน BH และ PR9 กำไรโต 1.7% และ 1.3% ตามลำดับ ฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงพยาบาลเท่าตลาด เลือก BH และ PR9 เป็นหุ้นเด่น ให้ราคาเหมาะสม 220.00 บาทและ 22.00 บาทตามลำดับ ส่วน BDMS เป็นหุ้นเด่นเชิงแทคติคัล คงคำแนะนำซื้อที่ราคาเหมาะสม 23.00 บาท
HoonVision·8dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

ฟินันเซียฯ ชี้กำไร BCH ผ่านจุดต่ำสุด คาดครึ่งปีหลังฟื้น

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล หรือ BCH มีกำไรปกติไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ 4% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 3% รายได้รวมอยู่ที่ 2.98 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 1.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางฟื้นตัวแข็งแกร่ง เพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ฟินันเซีย ไซรัสคาดว่ากำไรของ BCH จะฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยตะวันออกกลาง รวมถึงการปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายรายหัวของประกันสังคมที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาส 4/2569 ซึ่งหากเพิ่มขึ้นทุก 10% จะช่วยเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2570 ราว 3% ล่าสุด BCH อนุมัติลงทุนไม่เกิน 490 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลราชเวช อุบลราชธานี คิดเป็น 2.8% ของสินทรัพย์รวม และประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.35 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 3.2% โดยรวมเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น และกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 สิงหาคม 2569
Kaohoon·9dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

บล.บัวหลวงตรวจงบ 11 บริษัท พบ 8 แห่งกำไรดีกว่าคาด

บล.บัวหลวงเปิดเผยผลตรวจสอบงบการเงินของ 11 บริษัท โดยพบว่ามี 8 บริษัทที่รายงานกำไรดีกว่าคาด ได้แก่ GUNKUL, CK, SPRC, CPF, CBG, AWC, HANA และ BCH ขณะที่ STECON และ BH มีกำไรเป็นไปตามคาด และ BTS รายงานขาดทุนต่ำกว่าคาด โดย GUNKUL มีกำไรหลัก 567 ล้านบาท สูงกว่าคาด 7% และ CK มีกำไรหลัก 800 ล้านบาท สูงกว่าคาด 17% พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.20 บาทต่อหุ้น ส่วน SPRC มีกำไรหลัก 7.09 พันล้านบาท สูงกว่าคาด 11% และประกาศปันผลงวดครึ่งปีแรก 0.50 บาทต่อหุ้น CPF มีกำไรหลัก 4.57 พันล้านบาท สูงกว่าตลาดคาด 13% ขณะที่ CBG มีกำไรหลัก 736 ล้านบาท สูงกว่าคาด 13% และ AWC มีกำไรหลัก 232 ล้านบาท สูงกว่าคาด HANA มีกำไรหลัก 278 ล้านบาท สูงกว่าคาด 25% และ BCH มีกำไรหลัก 343 ล้านบาท สูงกว่าคาด 13% พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.15 บาทต่อหุ้น ด้าน STECON มีกำไรหลัก 910 ล้านบาท เป็นไปตามคาด และ BH มีกำไรหลัก 1.89 พันล้านบาท เป็นไปตามคาด พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 4 บาทต่อหุ้น ส่วน BTS รายงานขาดทุนหลัก 601 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่เดิมคาดว่าจะมีกำไรเล็กน้อย
HoonVision·10dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

เอเซีย พลัส เล็งปรับเพิ่มดัชนีหุ้นไทย หลังกำไร Q2 โตเกินคาด

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย 283 บริษัทจากทั้งหมด 682 บริษัทที่ประกาศงบไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 11.9% เมื่อรวมกับตัวเลขคาดการณ์ของบริษัทที่เหลือซึ่งครอบคลุม 93% ของมูลค่าตลาด ประเมินว่ากำไรรวมไตรมาส 2 จะสูงถึง 3.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากไตรมาสก่อน และ 8.2% จากปีก่อน ทำให้มีความคาดหวังว่ากำไรไตรมาส 2/69 อาจทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากไตรมาส 1/69 โดยกลุ่มที่หนุนการเติบโตหลักคือปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์ และพลังงาน ซึ่งหากรวมกลุ่มที่อิงสินค้าโภคภัณฑ์อย่างพลังงาน ปิโตรเคมี อาหาร และเกษตร จะมีสัดส่วนถึง 44% ของกำไรทั้งตลาด เทียบกับปกติประมาณ 30% ฝ่ายวิจัยมองว่ากำไรสองไตรมาสแรกคิดเป็น 60% ของเป้าหมายทั้งปี ทำให้แรงกดดันในไตรมาส 3 และ 4 ลดลง และเปิดโอกาสให้ประมาณการกำไรต่อหุ้นทั้งตลาดที่เดิมให้ไว้ 95 บาทต่อหุ้นมี upside ส่งผลให้เป้าหมายดัชนีมีพื้นที่ปรับขึ้นได้ ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติในเดือนส.ค. ชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน โดยขายสุทธิสะสมเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่นักลงทุนรายย่อยเป็นฝั่งซื้อสุทธิประคองดัชนีไว้ ฝ่ายวิจัยแนะนำ 3 กลุ่มหุ้น ได้แก่ กลุ่มงบดีเกินคาดอย่าง IRPC TCAP KCE และ CENTEL กลุ่มได้ประโยชน์จากสินค้าโภคภัณฑ์และภูมิรัฐศาสตร์อย่าง TASCO RCL BCP และ PTTGC และกลุ่มคาดหวังการฟื้นตัวครึ่งปีหลังอย่าง THAI ERW และ BCH โดยหุ้นเด่น 3 ตัวคือ PTT BDMS และ CENTEL
thunhoon.com·13dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

BCH ทุ่ม 490 ล้านบาท ซื้อ รพ.อุบลฯ ขยายฐาน

บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH อนุมัติให้บริษัทย่อย โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อุบลราชธานี จำกัด เข้าซื้อสินทรัพย์โรงพยาบาลราชเวช อุบลราชธานี ในจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยวงเงินไม่เกิน 490 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569 การลงทุนนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขยายเครือข่ายโรงพยาบาลสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เพื่อขยายฐานผู้รับบริการและสนับสนุนการเติบโตระยะยาว
HoonVision·13dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

เคจีไอคงคำแนะนำซื้อ BCH ปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 12.50 บาท

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดกำไรไตรมาส 2/2569 ของ BCH จะฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยประมาณการกำไรปกติที่ 334 ล้านบาท ลดลง 12.5% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 24.8% จากไตรมาสก่อน คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 1.33 พันล้านบาท ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการรับรู้รายได้จากโรคเรื้อรังภายใต้สิทธิประกันสังคมราว 70 ล้านบาท และจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายใหม่ปี 2570 ขึ้นเป็น 12.50 บาท จากเดิม 11.00 บาท โดยปรับลด WACC ลงเหลือ 8.5% สะท้อนศักยภาพการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ และคงคำแนะนำซื้อ
HoonVision·16dอ่านต่อ ▾
BCH.BK3

BCH ลุ้นอัพไซด์ครึ่งปีหลัง จากประกันสังคมและขยายเตียง

บริษัทหลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) ประเมินกำไร BCH ในงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ไว้ที่ 329 ล้านบาท ลดลง 19.9% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 15.5% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้พิเศษภาระเสี่ยง 26 โรคเรื้อรังประมาณ 70 ล้านบาท ฤดูฝนที่มาเร็ว และการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 27.6% ลดลงจาก 30.1% ในปีก่อน แต่ดีขึ้นจาก 26.2% ในไตรมาสแรก นอกจากนี้ BCH อยู่ระหว่างตรวจสอบสถานะกิจการเพื่อเข้าลงทุนในบริษัท ราชเวชอุบลราชธานี จำกัด ซึ่งคาดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 และมีโอกาสปรับเพิ่มค่าบริการเหมาจ่ายรายหัวของประกันสังคมในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงแผนขยายเตียงเพิ่มขึ้น 50% โดยราคาเหมาะสมอยู่ที่ 11.40 บาท
HoonVision·23dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

KS ประเมิน SET สัปดาห์นี้กรอบ 1600-1650 จุด ชู KCE และ BCH เป็นหุ้นเด่น

บริษัทหลักทรัพย์ KS ประเมินดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1600 ถึง 1650 จุด โดยคาดว่าตลาดเริ่มผ่อนคลายจากแรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในเกาหลีใต้ เนื่องจากยอดของ Leveraged ETF ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนการถูกบังคับขายไปค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยลดความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลกและเพิ่มแรงเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไปคือการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่สองของปี 2569 ซึ่งคาดว่ายังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสแรก รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของไทยเดือนกรกฎาคมที่คาดว่าจะอยู่ที่บวกสองจุดเจ็ดหนึ่งเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน และ Core CPI ที่คาดว่าบวกหนึ่งจุดสี่หกเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ติดตามดัชนี PMI, ISM และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์ KS เลือก KCE และ BCH โดยให้ราคาพื้นฐานของ KCE ที่ 45 บาท จากคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาสที่สองของปี 2569 ที่ 237 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปีก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งและต้นทุนที่ลดลง แม้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจะอ่อนตัวลง รายได้คาดโตขึ้นร้อยละ 5 ทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน จากราคาขายเฉลี่ยและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นตามอุปสงค์ PCB ที่ฟื้นตัว หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับเป็นร้อยละ 18.3 สำหรับครึ่งปีหลัง KS ยังคงคำแนะนำซื้อ โดยคาดกำไรจะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน จากอุปสงค์ตามฤดูกาลและการขึ้นราคา PCB ทั่วโลก ส่วน BCH ให้ราคาพื้นฐานที่ 11.30 บาท พร้อมคงคำแนะนำซื้อและราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 11.3 บาท โดยคาดว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และจะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวมถึงโอกาสในการจ่ายเงินปันผลพิเศษ นอกจากนี้ BCH อยู่ระหว่างศึกษาการเข้าซื้อโรงพยาบาลราชเวชอุบลราชธานี ซึ่งคาดว่าจะสรุปผลในไตรมาสที่สามของปี 2569 แม้ปัจจุบันจะขาดทุนและส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ แต่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย การรีไฟแนนซ์ และการยกระดับแบรนด์ อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมหากสำนักงานประกันสังคมปรับอัตราค่ารายหัว โดยหากอัตราเหมาจ่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ตั้งแต่ปี 2570 ราคาเหมาะสมของ BCH อาจขยับขึ้นเป็น 12.1 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากราคาเป้าหมายปัจจุบัน
Thunhoon·24dอ่านต่อ ▾
BCH.BK2

กสิกรไทยคงคำแนะนำซื้อ BCH ปรับเป้าขึ้นเป็น 11.3 บาท รับดีล M&A

บล.กสิกรไทยคงคำแนะนำซื้อหุ้นบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH พร้อมปรับราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ขึ้นเป็น 11.3 บาท จากเดิม 11.0 บาท หลังเลื่อนปีฐานประเมินมูลค่า โดยไม่เปลี่ยนแปลงประมาณการกำไร ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงได้สะท้อนผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 แล้ว ขณะที่การเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ การฟื้นตัวของกำไร และปัจจัยหนุนอื่นๆ สนับสนุนโอกาสปรับตัวขึ้น BCH อยู่ระหว่างศึกษาการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลราชเวชอุบลราชธานี ซึ่งจะเป็นการขยายเครือข่ายเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นครั้งแรก คาดว่าการศึกษาความเป็นไปได้จะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยโรงพยาบาลดังกล่าวมีรายได้และอัตรากำไรดีแต่ยังขาดทุนต่อเนื่องและส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ ดีลนี้มีแนวโน้มสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการเสริมประสิทธิภาพเครือข่าย การรีไฟแนนซ์ การยกระดับแบรนด์ และโอกาสปรับเพิ่มตัวคูณมูลค่าหุ้น ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 331 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 13 จากปีก่อน โดยเงินปันผลต่อหุ้นคาดทรงตัวที่ 0.15 บาท ไม่รวมเงินปันผลพิเศษ ราคาเป้าหมาย 11.3 บาทอิงวิธีคิดลดกระแสเงินสดด้วยต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ร้อยละ 8.2 สะท้อนอัตราส่วนราคาต่อกำไรหลักที่ 22.4 เท่าในปี 2569 และ 22.1 เท่าในปี 2570 หากรวมสมมติฐานการปรับขึ้นอัตราค่าบริการเหมาจ่ายรายหัวของสำนักงานประกันสังคมร้อยละ 10 เป็น 1,989 บาทตั้งแต่ปี 2570 มูลค่าหุ้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 12.1 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าการฟื้นตัวของกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 การปรับขึ้นอัตราค่าบริการของสำนักงานประกันสังคม และโอกาสจ่ายเงินปันผลพิเศษเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อราคาหุ้น ขณะที่ความเสี่ยงขาลงสำคัญได้แก่ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าคาดและแรงกดดันด้านต้นทุน
HoonVision·34dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demandimpact 4

ดาวโจนส์ร่วง 507 จุด น้ำมันพุ่ง 7% เหตุฮูตีโจมตีเรือในทะเลแดง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบหนักเมื่อคืน โดยดาวโจนส์ร่วง 507 จุด หรือ 0.97% และแนสแด็กลดลง 2% หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 7% จากการที่กลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียสองลำในทะเลแดง สร้างความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับลงแรง เช่น กูเกิล ลบ 7% และเมตา ลบ 3.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มปลอดภัยอย่างอีไล ลิลลี่ บวก 1.97% และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน บวก 1.4% ด้านสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก 60 ประเทศรวมไทยในอัตรา 10% ถึง 12.5% ภายใต้มาตรา 301 โดยอ้างความล้มเหลวในการปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหุ้นส่งออกไทยอย่างไอทีซีและไทยยูเนี่ยน แม้เงินบาทอ่อนค่าจะช่วยหนุนได้บ้าง บล.พาย ประเมินกรอบดัชนี SET วันนี้ที่ 1,620 ถึง 1,650 จุด และแนะนำหุ้นกลุ่มปลอดภัย เช่น แอดวานซ์ บางกอกเชน โรงพยาบาลกรุงเทพ ซีพีออลล์ และเซ็นทรัลพัฒนา รวมถึงหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีอย่าง ปตท. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม พีทีที โกลบอล เคมิคอล และไทยออยล์
HoonSmart·34dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

BCH ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น รับไฮซีซั่น-ผู้ป่วยต่างชาติหนุน

บล.เอเชีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ของ BCH ไว้ที่ 334 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13.9 จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.0 จากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากรายได้พิเศษภาระเสี่ยง 26 โรคเรื้อรังประมาณ 70 ล้านบาท และการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติกลุ่มตะวันออกกลางหลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอนและสถานการณ์สงครามอิหร่านผ่อนคลาย ขณะที่ผู้ป่วยเมียนมาและชาวต่างชาติอเมริกันยังเติบโตดีช่วยชดเชยรายได้ผู้ป่วยไทยเงินสดที่ชะลอตัวจากศูนย์ความงาม KPS และการปิดด่านชายแดนกระทบโรงพยาบาล KH อรัญฯ ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ที่ 1,293 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.7 จากปีก่อน และคงราคาเหมาะสมที่ 11.00 บาท พร้อมคำแนะนำเก็งกำไร โดยมองแนวโน้มครึ่งปีหลังฟื้นตัวจากผู้ป่วยต่างชาติและการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจโรงพยาบาล
HoonVision·36dอ่านต่อ ▾
Defense & Geopolitical Fragmentationimpact 4

สงครามตะวันออกกลางขยายวงถึงซาอุ ฉุดตลาดหุ้นสหรัฐร่วง

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบเมื่อคืนนี้ โดยดาวโจนส์ลดลง 307.16 จุด ปิดที่ 51,839.26 จุด เอสแอนด์พี 500 ลดลง 14.41 จุด ปิดที่ 7,443.28 จุด และแนสแด็กลดลง 12.17 จุด ปิดที่ 25,508.07 จุด ท่ามกลางความกังวลที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย เปิดแนวรบใหม่ในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานและการค้าโลก ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนีสต็อกซ์ 600 ปิดลบ 1.93 จุด ที่ 639.60 จุด โดยหุ้นกลุ่มพลังงานปรับขึ้น 0.98% หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวปรับลง 0.95% นำโดยไรอันแอร์ที่ร่วง 4.55% หลังรายงานกำไรไตรมาส 1/2569 ลดลง 34% จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับขึ้น นำโดยนิกเคอิญี่ปุ่นบวก 0.63% และเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตจีนบวก 0.42% โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มชิป สำหรับตลาดหุ้นไทยคาดแกว่งตัวในทิศทางบวกต่อเนื่อง จากผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่ออกมาดีกว่าคาด และหุ้นบีซีเอชเป็นที่น่าจับตาหลังเตรียมปิดดีลซื้อกิจการโรงพยาบาลราชเวชอุบลราชธานีทั้ง 100% เพื่อขยายฐานลูกค้าต่างชาติจากสปป.ลาวและกัมพูชา
Dow Jones·36dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

CGSI ชี้คลินิกพรีเมียมในรพ.รัฐ กดดันรพ.เอกชนกลางแข่งเดือด แนะขาย BCH-CHG

ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล วิเคราะห์ว่า การเปิดคลินิกพรีเมียม 16 แห่งในโรงพยาบาลรัฐและสถาบันเฉพาะทางเพื่อรองรับผู้มีรายได้ปานกลางและผู้ป่วยต่างชาติ จะเพิ่มแรงกดดันต่อโรงพยาบาลเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลางที่เน้นผู้ป่วยจ่ายเองและประกันสุขภาพ ทำให้การแข่งขันด้านราคาและค่าใช้จ่ายการตลาดสูงขึ้น รวมถึงการแย่งบุคลากรทางการแพทย์และเพิ่มอำนาจต่อรองให้บริษัทประกัน ฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของ BCH, CHG และ RAM โดยปรับคำแนะนำ BCH และ CHG เป็นขาย ส่วน RAM คงคำแนะนำถือ พร้อมชู BH และ PR9 เป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มโรงพยาบาลพรีเมียมที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติสูง
HoonSmart·38dอ่านต่อ ▾
Aging Population5

BCH ลงนาม MOU ศึกษาลงทุน รพ.ราชเวช อุบลฯ ขยายเครือข่ายอีสาน

บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นกับ บริษัท ราชเวชอุบลราชธานี จำกัด ผู้ดำเนินกิจการ โรงพยาบาลราชเวช อุบลราชธานี เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนและขยายเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดอุบลราชธานี การศึกษานี้มีเป้าหมายรองรับการขยายเครือข่ายของ BCH ไปยังศูนย์กลางสาธารณสุขของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งมีศักยภาพให้บริการผู้ป่วยจากจังหวัดใกล้เคียงและพื้นที่ตอนใต้ของ สปป.ลาว ปัจจุบัน BCH มีโรงพยาบาลในเครือรวม 15 แห่งในประเทศไทยและอีก 1 แห่งใน สปป.ลาว ภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล และโรงพยาบาลการุญเวช การเข้าทำรายการยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะกิจการและการเจรจาเงื่อนไขสำคัญ โดยบันทึกข้อตกลงยังไม่มีผลผูกพัน และการทำธุรกรรมขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบและการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท BCH คาดว่าการศึกษาความเป็นไปได้จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569
Kaohoon·38dอ่านต่อ ▾
BCH.BK

หยวนต้าชี้ PR9-CHG กำไรเด่น นำกลุ่มโรงพยาบาล

บล.หยวนต้า คาดการณ์ว่าผลประกอบการกลุ่มโรงพยาบาลในไตรมาส 2 ปี 2569 จะอ่อนตัวทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ผู้ป่วยไทยที่ทรงตัวตามภาวะเศรษฐกิจ และผู้ป่วยต่างชาติบางตลาดยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและปัญหาชายแดนกัมพูชา อย่างไรก็ตาม มี 3 บริษัทที่กำไรเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน ได้แก่ PR9 BH และ CHG โดย PR9 ได้แรงหนุนจากผู้ป่วยต่างชาติที่เริ่มฟื้น โดยเฉพาะกลุ่มเมียนมา รวมถึงผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ช่วยหนุนรายได้ต่อหัว ขณะที่ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ผ่อนคลาย ส่วน BH คาดกำไรเติบโตระดับ low single digit จากผู้ป่วยต่างชาติที่เริ่มฟื้นตัว และ CHG เติบโตจากฐานต่ำและรายได้ประกันสังคม สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดกำไรกลุ่มฟื้นทั้งเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลังของปีก่อน จากช่วง high season ผู้ป่วยตะวันออกกลางและ CLMV ทยอยกลับมา ขณะที่ผลกระทบจากปัญหาชายแดนกัมพูชาครบรอบ 1 ปีในเดือนมิถุนายน ทำให้ฐานเปรียบเทียบลดลงและมีโอกาสฟื้นตัว นอกจากนี้ ความต้องการรักษาที่เลื่อนออกไปก่อนหน้าและผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนรายได้ต่อหัวและอัตราการทำกำไร ด้านประเด็นรัฐบาลอยู่ระหว่างศึกษาการปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการจากระบบเบิกจ่ายตรงไปสู่ระบบประกันสุขภาพ ซึ่งหากปรับใช้จริงจะเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาต่อกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนในระยะกลางถึงยาว โดยเฉพาะ BDMS BCH และ CHG ที่มีเครือข่ายกว้างและมีประสบการณ์รองรับผู้ป่วยประกัน ส่วนประเด็นประกันสังคมยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อ BCH CHG RJH และ LPH โดยความเสี่ยงจากการกลับรายการรายได้โรคซับซ้อนในปี 2569 ลดลง ขณะที่ยังมี Upside risk จากโอกาสปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายรายหัวจากปัจจุบัน 1,808 บาทต่อรายต่อปี คงน้ำหนักกลุ่มโรงพยาบาลที่เท่าตลาด แม้คาดกำไรครึ่งหลังปี 2569 ฟื้นตัว แต่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาระอุอีกครั้งอาจกระทบการเดินทางและทำให้การฟื้นตัวไม่เป็นไปตามคาด โดยเลือกซื้อ PR9 ราคาเป้าหมาย 22.80 บาท จากรายได้ต่างชาติและผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ฟื้น รวมถึงต้นทุนที่ผ่อนคลาย ทำให้กำไรเติบโตดีกว่ากลุ่ม และ CHG ราคาเป้าหมาย 1.95 บาท จากกำไรที่คาดเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนดีกว่ากลุ่ม มีความเสี่ยงต่ำจากลูกค้าตะวันออกกลางและมี Upside จากประกันสังคมและการปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ส่วน BDMS ราคาเป้าหมาย 24.70 บาท ราคาหุ้น Underperform กลุ่มและคาดกำไรครึ่งหลังปี 2569 ฟื้น ขณะที่ BCH แนะนำ TRADING จากโอกาสจ่ายปันผลพิเศษและ Upside risk จากประกันสังคม
HoonVision·38dอ่านต่อ ▾