BDMS อนุมัติปันผล 0.35 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 8 ก.ย.
บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น จากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยหุ้นมีมูลค่าที่ตราไว้ 0.10 บาท ผู้ถือหุ้นจะไม่ได้สิทธิรับปันผล (XD) ในวันที่ 8 กันยายน และมีวันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิ (Record Date) ในวันที่ 9 กันยายน โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 กันยายน 2569
Kaohoon · 19h อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
BH โรคซับซ้อนหนุน เคาะพื้นฐาน 212 บาท
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ในการประชุมนักวิเคราะห์ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BH มีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มรายได้มากขึ้น โดยให้แนวทางว่ารายได้จะเติบโต 3% yoy ในไตรมาส 3/69 เทียบกับ 3.8% ในไตรมาส 2/69 ซึ่งรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติยังคงเติบโต 7.1% yoy นำโดยผู้ป่วยจากเมียนมา ตะวันออกกลาง และสหรัฐ แม้จำนวนผู้ป่วยต่างชาติจะลดลง 6% ก็ตาม เมื่อรวมผลจากการปรับขึ้นค่ารักษา 4% แล้ว ฝ่ายวิเคราะห์ฯประมาณการว่ารายได้จากการรักษาโรคซับซ้อน (revenue intensity) จะเพิ่มขึ้น 14% yoy สำหรับผู้ป่วยชาวต่างชาติ และ 5% สำหรับผู้ป่วยชาวไทย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า intensity growth น่าจะอยู่ที่ 9% และ 1% ตามลำดับ แม้จะประมาณการว่าจำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางน่าจะลดลง 11% yoy ในไตรมาส 2/69 แต่ได้คาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้วจากความตึงเครียดในภูมิภาค และเชื่อว่าจะกลับมาฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง 69 ฝ่ายวิเคราะห์ฯคาดว่า BH จะมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเติบโต 4% yoy ในไตรมาส 3/69 และมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 52.0% เป็น 52.5% ขณะที่คุมอัตราส่วน SG&A/รายได้อยู่ที่ 15.8% จึงประมาณการกำไรสุทธิ 2,083 ล้านบาทในไตรมาส 3/69 เพิ่มขึ้น 2% yoy และ 10% qoq ทำให้กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 69 อยู่ที่ 5,763 ล้านบาท คิดเป็น 77% ของประมาณการทั้งปี จึงปรับประมาณการกำไรขึ้น 4% ในปี 69-70 และ 2% ในปี 71 นอกจากนี้ BH มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง โดยจ่าย 2 บาท/หุ้นสำหรับครึ่งปีแรก 68, 9 บาท/หุ้นสำหรับครึ่งปีหลัง 68 และ 4 บาท/หุ้นสำหรับครึ่งปีแรก 69 สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริหารต่อกระแสเงินสด ฝ่ายวิเคราะห์ฯจึงปรับสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลจาก 70% เป็น 100% ในปี 69-71 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 5% ขณะที่คาดว่า EBITDA จะอยู่ที่ 1.0-1.1 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเพียงพอรองรับการจ่ายเงินปันผลปีละ 7.7-8.1 พันล้านบาท โดยยังแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 212 บาท คิดเป็น P/E 24 เท่าในปี 70 หรือประมาณ -1SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ความเสี่ยงคือความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจยกระดับขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรง ส่วนปัจจัยบวกคืออุปสงค์สะสมจากผู้ป่วยตะวันออกกลางที่แข็งแกร่งกว่าคาด และการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาอีกครั้ง
HoonVision · 1d อ่านต่อ ▾
ครม. ขยายประกันสังคม หนุนหุ้นโรงพยาบาล BCH-CHG
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาขยายความคุ้มครองประกันสังคมมาตรา 33 ให้แก่ลูกจ้างที่เคยถูกยกเว้น 3 กลุ่ม ได้แก่ กิจการเพาะปลูก ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ ลูกจ้างของนายจ้างบุคคลธรรมดา และลูกจ้างของนายจ้างที่ค้าขายแผงลอย ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 5.5 แสนรายในปี 2569 และ 1.05 ล้านคนในปี 2573 โดยบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีมองว่าเป็น sentiment บวกต่อกลุ่มโรงพยาบาลที่รักษาผู้ประกันตน และมี upside ต่อรายได้ในระยะกลาง-ยาว โรงพยาบาลที่มีรายได้ประกันสังคมสูงสุดในครึ่งปีแรก ได้แก่ BCH 38% และ CHG 30% ขณะที่ RJH มี 53% SKR 36% VIH 26% และ PHG 40% โดยคงน้ำหนัก bullish ต่อกลุ่มโรงพยาบาล เพราะคาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และมีปัจจัยหนุนจาก high season และการปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม หุ้นเด่นเลือก BDMS ราคาเป้าหมาย 25 บาท และ PR9 ราคาเป้าหมาย 24 บาท ส่วน BCH ราคาเป้าหมาย 12 บาท เป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดหากมีการปรับอัตราค่ารักษา
HoonVision · 1d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▼
กำไรกลุ่มโรงพยาบาลไตรมาส 2/2569 อ่อนแรงหลายราย
ปิดฉากฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย โดยรวมกำไร 678 แห่งเพิ่มขึ้น 13% แต่กลุ่มโรงพยาบาลกลับมีสัญญาณชีพจรอ่อนแรง โดย BDMS กำไรสุทธิ 3,248 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน ขณะที่ BH กำไรเพิ่มเพียง 1.7% เป็น 1,889 ล้านบาท และ BCH กำไรลดลง 11.6% เหลือ 343 ล้านบาท ขณะที่ PR9 กำไรเพิ่ม 1.3% เป็น 184 ล้านบาท LPH ลดลง 17.86% เหลือ 46 ล้านบาท RPH ลดลง 27.79% เหลือ 26 ล้านบาท และ WPH ลดลง 62.1% เหลือ 19 ล้านบาท ส่วน PRINC ยังขาดทุน 138 ล้านบาท แต่ขาดทุนลดลงจากปีก่อน ขณะที่ RJH กำไรเพิ่ม 89% เป็น 113.72 ล้านบาท และ EKH เพิ่ม 27.88% เป็น 60 ล้านบาท คาดว่าไตรมาส 3/2569 จะฟื้นตัวจากฤดูฝนที่เป็นไฮซีซั่น
Kaohoon · 1d อ่านต่อ ▾
หุ้น BDMS ดีดขึ้น โบรกคาดกำไร Q3/69 ฟื้นตัว แนะนำซื้อ
หุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ปรับขึ้น 0.51% มาอยู่ที่ 19.90 บาท ระหว่างวันขึ้นไปสูงสุด 20.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 433.06 ล้านบาท โดยบล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดกำไรไตรมาส 3/69 จะฟื้นตัวทั้งเทียบปีก่อนและเทียบไตรมาสก่อน เนื่องจากเข้าสู่ไฮซีซั่นของผู้ป่วยไทย ผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว และแรงกดดันจากผู้ป่วยกัมพูชาลดลงจากฐานต่ำ รวมถึงจำนวนผู้ป่วยและสัดส่วนการรักษาโรคซับซ้อนเพิ่มขึ้น โบรกมองว่าไตรมาส 2/69 เป็นจุดต่ำสุดของกำไรปีนี้ และครึ่งปีหลังไม่มีแผนเปิดโรงพยาบาลขนาดใหญ่เพิ่มเติม หลังเพิ่มเตียงที่สุราษฎร์ธานีและหัวหิน ทำให้การฟื้นของจำนวนผู้ป่วยส่งผ่านไปยังอัตราการใช้บริการและมาร์จิ้นได้มากขึ้น คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 25 บาท
thunhoon.com · 2d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
ASPS แนะถือเงินสด-หุ้นปลอดภัย รับแรงขายจากโฟลว์เข้าเวียดนาม
บล.เอเซีย พลัส แนะนักลงทุนเพิ่มสัดส่วนเงินสดและเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง หลังการเตรียมเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นเวียดนามเข้าสู่ดัชนี FTSE Russell คาดดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 4 ระยะ เริ่มกันยายน 2569 ถึงกันยายน 2570 ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรในตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่เผชิญแรงขายสุทธิกว่า 112.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายวิจัยแนะนำหุ้น BBL, CPF และ BDMS พร้อมป้องกันความเสี่ยงพอร์ตต่างประเทศผ่าน DR ทองคำ GOLD19 และ DR Disney19 ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากภาษีนำเข้าสินค้าจีนของสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มอีก 7.5% สู่ระดับ 20.0% ก่อนประชุมผู้นำสหรัฐฯ-จีน 24 กันยายน 2569 และหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่แตะ 40.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
Kaohoon · 2d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence
▲ 4
จับสัญญาณกำไรไตรมาส 3 คัดหุ้นเติบโตแข็งแกร่ง
กำไรสุทธิไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนไทยคาดขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยแรงหนุนหลักมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนต่างปิโตรเคมี รายได้จากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ต ดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่และกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าต่างประเทศของ GULF ขณะที่ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นกดดันกลุ่มสายการบิน และส่วนต่างดอกเบี้ยที่หดตัวกดดันกลุ่มธนาคาร กลุ่มที่กำไรหลักคาดเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนนำโดยกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมที่เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน และค่าการกลั่น Singapore GRM ที่เพิ่มขึ้น 434% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้แรงหนุนจากดีมานด์ AI และ data center ที่แข็งแกร่ง โดยยอดขาย Power Electronics ของ DELTA Taiwan ในเดือนกรกฎาคมเติบโต 59% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน KCE คาดว่ารายได้จาก PCB อาจเพิ่มขึ้น 17-19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากการปรับขึ้นราคาสินค้าที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งจะหนุนให้ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 9-10% HANA เห็นอัตราการใช้กำลังการผลิต IC ฟื้นตัว และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI คาดเริ่มเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 3 กลุ่มสื่อสารได้แรงหนุนจากรายได้จากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ต กลุ่มโรงพยาบาลคาดว่ารายได้กลับมาเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและเดือนก่อนในเดือนกรกฎาคม หนุนจากผู้ป่วยไทยและตะวันออกกลาง โดยประเมินว่าเที่ยวบินจากอ่าวเปอร์เซียฟื้นถึงระดับก่อนสงครามตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม กลุ่มค้าปลีกเห็นตัวเลขยอดขายสาขาเดิมปรับตัวขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนกรกฎาคม นำโดยกลุ่มค้าปลีกสินค้า IT โดย COM7 คาดยอดขายรวมเติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ ADVICE เติบโต 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน CPALL คาดยอดขายสาขาเดิมขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ขณะที่ Makro ทรงตัว และ Lotus หดตัว 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มท่องเที่ยวเห็นรายได้ต่อห้องพักในเดือนกรกฎาคมของ AWC เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน CENTEL เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ERW เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ MINT เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มที่กำไรหลักคาดลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนนำโดยกลุ่มขนส่ง ซึ่งถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น กลุ่มธนาคารซึ่งถูกกดดันจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่หดตัวต่อเนื่อง และกลุ่มเนื้อสัตว์ซึ่งถูกกดดันจากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง โดยราคาหมูเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมปรับลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน และราคาไก่ลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงคาดยอดขายยังเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนในเดือนกรกฎาคม นักวิเคราะห์แนะนำให้เน้น selective ในหุ้นที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3 ยังคาดเติบโตแข็งแกร่ง ไม่เห็นการปรับกำไรลงแรงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และมีปัจจัยบวกหนุนการฟื้นตัวชัดเจน ได้แก่ KCE ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ CBG ในกลุ่มเครื่องดื่ม ซึ่งคาดยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในพม่าเติบโต 70% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 3 ปี 2569 ITC ในกลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง BH และ BDMS ในกลุ่มโรงพยาบาล AOT และ CENTEL ในกลุ่มท่องเที่ยวและสนามบิน และ GPSC ในกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้า GHECO-One และ Glow IPP เต็มไตรมาส
thunhoon.com · 2d อ่านต่อ ▾
BDMS เผยรายได้โรงพยาบาลเดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้น 10%
BDMS เปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ฟื้นตัวขึ้น โดยรายได้โรงพยาบาลในเดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้น 10% จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราการครองเตียงเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 65% จากระดับ 57% ในครึ่งปีแรก นางสาวอรรจยา อินทรประสงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่และหัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ระบุว่า รายได้โรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครกลับมาเติบโต 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่โรงพยาบาลต่างจังหวัดเติบโต 10% โดยรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยเติบโต 9% และผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 6% แต่หากไม่รวมผลกระทบจากกัมพูชาและตะวันออกกลางจะเติบโตสูงถึง 14% บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITD ของปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 24% และยังเดินหน้าลงทุนขยายโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจที่ไม่ใช่โรงพยาบาลซึ่งตั้งเป้าเติบโตสู่ 8,000 ล้านบาทภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่ระดับ 4,300 ล้านบาท
thunhoon.com · 2d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK
CGSI คาดหุ้นโรงพยาบาลครึ่งปีหลังฟื้น ชู BH-PR9 เด่น
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ประเมินว่ากำไรปกติของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล 6 แห่งในไตรมาส 2/69 ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 8% จากไตรมาสก่อน ซึ่งน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้แล้ว โดยคาดว่าครึ่งปีหลังกลุ่มโรงพยาบาลจะกลับมาฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวของแต่ละแห่งจะไม่เท่ากัน CGSI มองว่า BH และ PR9 จะมีผลดำเนินงานดีกว่าคู่แข่ง เนื่องจากมีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติสูงกว่า โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและเมียนมา รวมถึงอุปสงค์สะสมที่อาจกลับมาหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ขณะที่ BDMS น่าจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้เช่นกัน แต่โรงพยาบาลระดับกลางของ BDMS รวมถึง CHG และ RAM อาจยังต้องเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม BCH, CHG และ RAM น่าจะได้ประโยชน์จากฐานที่ต่ำในไตรมาส 3/69 ซึ่งอาจช่วยให้กำไรสุทธิไม่ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน CGSI ยังคงเลือก BH และ PR9 เป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มนี้ โดยดัชนีกลุ่มการแพทย์บวก 5% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่ง Underperform ดัชนี SET ที่บวก 29% ตั้งแต่ต้นปีอย่างมีนัยสำคัญ และเชื่อว่าราคาหุ้นโรงพยาบาลในปัจจุบันสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับกำไรที่อ่อนตัวลงแล้ว จึงคงน้ำหนักการลงทุนอยู่ที่ Overweight โดยมองว่าปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนคือการที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดระดับลงและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด ส่วนความเสี่ยงขาลงคือหากค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มสูงขึ้นและเศรษฐกิจไทยชะลอตัวต่อเนื่อง
thunhoon.com · 3d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▼
บัวหลวงชี้หุ้นโรงพยาบาลผ่านจุดต่ำสุด Q3 ฟื้น BH-BDMS เด่น
บล.บัวหลวงประเมินว่าหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลผ่านจุดต่ำสุดของปีในไตรมาส 2 แล้ว และจะฟื้นตัวในไตรมาส 3 จากปัจจัยฤดูกาลและอุปสงค์ค้างคาจากตะวันออกกลาง โดยกำไรหลักรวมของหุ้นโรงพยาบาล 4 บริษัทใน Coverage อยู่ที่ 5.7 พันล้านบาท ลดลง 4% จากปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อน บนรายได้รวม 3.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน แต่ลดลง 3% จากไตรมาสก่อน โดยการลดลงรายไตรมาสมาจากผู้ป่วยไทยที่อ่อนตัวตามฤดูกาลและภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ธุรกิจ Fly-in ยังเติบโต อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 36.5% ลดลง 110bps จากปีก่อน และ 90bps จากไตรมาสก่อน จากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นตามการขยายกำลังการ บริษัท BH และ PR9 ยังมีกำไรเติบโตจากอุปสงค์ Fly-in ขณะที่ BDMS ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากผู้ป่วยกัมพูชาที่ลดลง ส่วน BCH ดีกว่าประมาณการจากรายได้ประกันสังคมที่ช่วยชดเชยผู้ป่วยทั่วไปอ่อนตัว สำหรับไตรมาส 3 ภาพดีขึ้นจากเที่ยวบินระหว่างตะวันออกกลางกับกรุงเทพฯ ที่กลับสู่ระดับก่อนความขัดแย้ง ประกอบกับ High Season ของทั้งผู้ป่วยไทยและ Fly-in โดยเดือนกรกฎาคมเริ่มเห็นรายได้เพิ่มขึ้นทั้งเทียบปีก่อนและเดือนก่อน ด้านฐานะการเงิน BH เด่นที่สุด โดย ROE ไตรมาส 2 เพิ่มเป็น 27.6% จาก 21.9% ในไตรมาส 1 และ 25.9% ในไตรมาส 2 ปีก่อน พร้อม Net cash สูงสุดในกลุ่ม ขณะที่ BDMS เป็นเพียงบริษัทเดียวที่มี Net debt แต่ D/E อยู่เพียง 0.1 เท่า บัวหลวงคงน้ำหนักมากกว่าตลาดกลุ่มโรงพยาบาล โดย BH เป็น Top Pick จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลางและฐานะการเงินแข็งแกร่งรอบด้าน สำหรับ BDMS บัวหลวงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ 23 บาท โดยมองว่าไตรมาส 2 น่าจะเป็นจุดต่ำสุด และแนวโน้มรายได้เดือนกรกฎาคมเริ่มกลับมาโตเทียบปีก่อนทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ ทำให้คาดกำไรหลักไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นทั้งเทียบปีก่อนและไตรมาสก่อน แรงหนุนไตรมาส 3 มาจากฤดูระบาดของโรค ไม่มีฐานสูงจากลูกค้ากัมพูชาเหมือนปีก่อน และรายได้จากเมียนมาที่ยังโตแรง 42% เทียบปีก่อนในไตรมาส 2 ต่อเนื่องจาก 43% เทียบปีก่อนในไตรมาส 4 ปีก่อนและไตรมาส 1 ปีนี้ คาดอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นเป็น 35-37% จากสัดส่วนเคสที่ซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ Net D/E อยู่เพียง 0.1 เท่า และ Receivable turnover ไตรมาส 2 เพิ่มเป็น 43 เท่า เพิ่มขึ้น 7% เทียบปีก่อน Inventory turnover อยู่ที่ 16 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 12 เท่า หุ้นซื้อขายที่ PER ราว 18 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว -1.5SD ขณะที่กำไรครึ่งปีแรกคิดเป็น 45% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งใกล้เคียงสัดส่วนปกติ จึงยังมองว่ากำไรทั้งปีเป็นไปตามประมาณการ สำหรับ BH บัวหลวงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 220 บาท และยังเลือกเป็นหุ้นเด่นกลุ่มโรงพยาบาล โดยไตรมาส 3 มีแรงหนุนหลัก 2 ทางพร้อมกัน คือการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เดินทางเข้ามารักษา และ High season ของผู้ป่วยไทย ขณะที่ความเข้มข้นของการรักษาต่อรายที่สูงขึ้นช่วยหนุนทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น แม้จำนวนผู้ป่วยต่างชาติยังฟื้นไม่เต็มที่ คาดกำไรหลักไตรมาส 3 จะโตเทียบปีก่อนเร็วกว่าในไตรมาส 2 และเพิ่มขึ้นเทียบไตรมาสก่อนตามฤดูกาล โดยข้อมูลเบื้องต้นเดือนกรกฎาคมชี้ว่าผู้ป่วยไทยเริ่มเพิ่มขึ้นจากโรคในฤดูฝน ขณะที่เส้นทางบินจากตะวันออกกลางกลับสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งแล้ว แม้จำนวนผู้ป่วยยังตามหลังอยู่ ส่วนผลจากการงดใช้บริการของผู้ป่วยกัมพูชาหลังเหตุชายแดนเมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 จะไม่กระทบตัวเลขไตรมาส 3 ด้านฐานะการเงิน ROE ไตรมาส 2 อยู่ที่ 27.6% เพิ่มจาก 21.9% ในไตรมาส 1 และ 25.9% ในไตรมาส 2 ปีก่อน สูงกว่าหุ้นอื่นในกลุ่มอย่างชัดเจน ขณะที่บริษัทมีสถานะ Net cash และ Receivable turnover เพิ่มเป็น 84 เท่า จาก 59 เท่าในไตรมาส 2 ปีก่อน หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2570 ราว 18 เท่า ขณะที่ราคาเป้าหมาย 220 บาทอิง PER 21 เท่า หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 30 เท่า ที่ -1SD ส่วนเงินปันผลเป็น Upside เสริม โดยเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งปีแรกที่ 4 บาทต่อหุ้น สูงกว่าที่คาด และหากมี Special dividend ในสัดส่วนเดียวกับปี 2568 จะทำให้ Dividend yield เพิ่มเป็น 6.0% เทียบกับกรณีฐานที่ 2.6% อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักของ IDEA ยังให้น้ำหนักกับการกลับมาโตของกำไรมากกว่าเงินปันผลที่เป็นตัวเสริม
HoonSmart · 7d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▼
บล.เอเชีย พลัส ชี้กำไรกลุ่มรพ.ฟื้น Q3/69
บล.เอเชีย พลัส คาดกำไรกลุ่มโรงพยาบาลจะฟื้นตัวในไตรมาส 3 ปี 2569 เติบโตทั้งเทียบรายไตรมาสและรายปี หลังรายได้ไตรมาส 2 ลดลง 2.9% จากไตรมาสก่อน แต่ยังโต 1.0% จากปีก่อน หนุนโดยผู้ป่วยตะวันออกกลางที่กลับมาหลังรอมฎอนและสถานการณ์อิหร่านคลี่คลาย ขณะที่กำไรปกติกลุ่มลดลง 5.0% จากปีก่อนและ 12.0% จากไตรมาสก่อน นำโดย BDMS ลด 9% และ BCH ลด 6% ส่วน BH และ PR9 กำไรโต 1.7% และ 1.3% ตามลำดับ ฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงพยาบาลเท่าตลาด เลือก BH และ PR9 เป็นหุ้นเด่น ให้ราคาเหมาะสม 220.00 บาทและ 22.00 บาทตามลำดับ ส่วน BDMS เป็นหุ้นเด่นเชิงแทคติคัล คงคำแนะนำซื้อที่ราคาเหมาะสม 23.00 บาท
HoonVision · 8d อ่านต่อ ▾
UBS เพิ่มเป้า SET เป็น 1,680 จุด ชี้กรณีดีสุด 1,840 จุด
ยูบีเอสปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยสู่ระดับ 1,680 จุดในกรณีพื้นฐาน โดยในกรณีดีที่สุด ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับสูงถึง 1,840 จุด และในกรณีแย่ที่สุดอาจลงไปที่ 1,460 จุด พร้อมแนะนำหุ้นเด่น 6 ตัว ได้แก่ CPALL, CPN, GULF, KTB, PTT และ TRUE ขณะเดียวกันได้ถอด ADVANC, BDMS, BJC และ AWC ออกจากรายชื่อหุ้นแนะนำ ข้อมูลการซื้อขายตั้งแต่ต้นปีถึง 17 สิงหาคม 2569 ระบุว่า UBS ขายสุทธิสะสม 5,504.04 ล้านบาท และเฉพาะเดือนสิงหาคมขายสุทธิ 3,239.37 ล้านบาท ด้านนายมงคล พ่วงเภตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ อพอลโล่ เวลธ์ จำกัด มองว่าระดับ 1,680 จุดเป็นเป้าหมายที่หลายฝ่ายประเมินไว้อยู่แล้ว แต่การไปถึง 1,820 จุดเป็นเรื่องท้าทายมาก แม้กำไรไตรมาส 2 ของตลาดหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดที่ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท และกำไร 12 เดือนย้อนหลังแตะ 1.2 ล้านล้านบาท โดยแนะนำให้ทยอยขายทำกำไรเมื่อดัชนีเข้าใกล้ 1,630-1,650 จุด และจับตา PTT กับ PTTEP ที่อาจจ่ายเงินปันผลสูงกว่าปกติ
ทันหุ้น · 8d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
เอเซีย พลัส ชี้กำไร Q2/69 บจ.ไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ากำไรไตรมาส 2/69 ของบริษัทจดทะเบียนไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดีกว่าคาดราว 13% แต่ยังแพ้หุ้นเทคฯ สหรัฐที่ NASDAQ ดีกว่าคาด 53% ทำให้เม็ดเงินบางส่วนหมุนไปหุ้นเทคฯ กดดันหุ้นไทยติดๆ ขยับยาก แนะนำหุ้นมีปัจจัยหนุน ได้แก่ PTT, GULF, GPSC, BGRIM และหุ้นคาดกำไรไตรมาส 3 เด่น ได้แก่ CPF, BDMS, BH, PR9, KCE ข้อมูลจาก 594 บริษัท คิดเป็น 98% ของมูลค่า Market Cap ชี้กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 พุ่งสูงถึง 3.86 แสนล้านบาท เติบโต +10.8% QOQ และ +12.5% YOY โดยกลุ่มพลังงานทำกำไรถึง 1 ใน 3 และหุ้นอิง Commodity อย่าง ENERG, PETRO, FOOD, AGRI มีสัดส่วนรวมถึง 44% จากปกติประมาณ 30% ของกำไรทั้งตลาด สัดส่วนกำไรครึ่งปีแรกสูงถึงกว่า 60% ของประมาณการทั้งปี ทำให้เป้ากำไรไตรมาส 3 และ 4 ที่ต้องการเพียงไตรมาสละประมาณ 19% หรือราว 2.28 แสนล้านบาท เป็นเป้าที่ทำได้ไม่ยาก และมีโอกาสกลับประมาณการ EPS ปลายปีขึ้น เพิ่ม Upside ให้แก่ SET Index
thunhoon.com · 10d อ่านต่อ ▾
โบรกเกอร์ชี้ BDMS กำไรผ่านจุดต่ำสุด แนะนำซื้อ เป้าสูงสุด 29.20 บาท
โบรกเกอร์หลายแห่งยังคงแนะนำซื้อหุ้น BDMS หลังกำไรไตรมาส 2 ออกมาต่ำกว่าคาด โดยบล.กรุงศรีคงคำแนะนำ Buy และเลือกเป็นหุ้น Top pick มองเป็น Defensive Growth ที่ ROE และเงินปันผลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้กำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 3,248 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน และ 20% จากไตรมาสก่อน ต่ำกว่าฝ่ายวิจัยและ Consensus คาด 9% และ 8% ตามลำดับ เนื่องจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด แต่ยังมีมุมมองบวกต่อการฟื้นตัวของกำไรในครึ่งหลังปี 2569 และกลับมาเติบโตในปี 2570 โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 25 บาท ด้านบล.แลนด์ แอนด์ เฮาส์ ระบุว่ากำไร 2Q69 ที่ 3.25 พันล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน และ 20% จากไตรมาสก่อน ต่ำกว่าตลาดและฝ่ายวิจัยคาด 6% และ 3% ตามลำดับ โดยกำไรถูกกดดันจากค่าเสื่อมราคาที่สูงกว่าคาด และรายได้ผู้ป่วยต่างชาติได้รับผลกระทบจากผู้ป่วยกัมพูชาและตะวันออกกลางที่ลดลง แต่คาดกำไร 3Q69 ฟื้นตัวเด่นทั้ง YoY และ QoQ จากการเข้าสู่ High season ในช่วงฤดูฝน หนุนผู้ป่วยไทย และผู้ป่วยต่างชาติมีแนวโน้มฟื้น โดยเฉพาะตะวันออกกลางหลังข้อจำกัดการเดินทางผ่อนคลาย และผู้ป่วยกัมพูชาที่ได้แรงหนุนจากฐานต่ำใน 3Q68 โดย 3QTD69 รายได้โรงพยาบาลเติบโตราว 5% จากปีก่อน คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 25 บาท สำหรับบล.ทรีนีตี้ ประเมินหุ้น BDMS หลังรายงานกำไร 2Q67 ที่ 3.25 พันล้านบาท ลดลง 20% QoQ และ 6.9% YoY โดยมีรายได้รวม 2.7 หมื่นล้านบาท ปรับตัวลดลง 4.5% QoQ และทรงตัว YoY ทั้งนี้ รายได้ผู้ป่วยชาวไทยเติบโต 2% YoY ในขณะที่ผู้ป่วยชาวต่างชาติมีรายได้ลดลง 2% YoY ด้าน EBITDA Margin อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 22% จากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น สำหรับแนวโน้ม 3Q67 คาดมีผลการดำเนินงานเติบโต QoQ และยังคงคาดการกำไรปี 2567 ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 6% YoY ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย แนะนำซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 29.20 บาท ที่ WACC ที่ 7.8%
HoonVision · 11d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▼
เอเซีย พลัส ชี้ BDMS-BH กำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัว
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์หุ้นโรงพยาบาล BDMS และ BH หลังประกาศงบไตรมาส 2/69 โดยมองว่ากำไรของทั้งสองบริษัทจะฟื้นตัวชัดเจนในครึ่งปีหลัง BDMS รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 3,176 ล้านบาท ลดลง 21.7% QoQ และ 9.0% YoY จากต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ที่สูงขึ้น รวมถึงค่าเสื่อมราคาจากการเปิดอาคารใหม่ของรพ.กรุงเทพหัวหินและการขยายเตียงของรพ.กรุงเทพสุราษฯ ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 15,918 ล้านบาท ลดลง 1.7% YoY และคงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 23.00 บาท BH รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1,890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% YoY และ 5.5% QoQ โดยมีแรงหนุนจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 7.1% YoY และประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 4.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Div. Yield 2% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 ส.ค. ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 7,714 ล้านบาท เติบโต 2.7% YoY และปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากเดิมเก็งกำไร ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 220 บาท
ทันหุ้น · 12d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
บัวหลวงส่อง 12 หุ้น งบ 2Q26 ไร้หุ้นพลาดเป้า
บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้มีรายงานงบการเงินบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 12 บริษัท แบ่งเป็นกำไรดีกว่าคาด 6 บริษัท ได้แก่ PTT AOT ERW PLANB GFPT AMATA และกำไรตามคาด 6 บริษัท ได้แก่ TOP BEM BGRIM BDMS TIDLOR OSP โดยไม่มีบริษัทใดกำไรต่ำกว่าคาด PTT รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 5.25 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 144% YoY และ 104% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด จากกำไรธุรกิจก๊าซที่ดีกว่าคาด AOT รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 4.44 พันล้านบาท สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 6% และตลาดคาด 17% จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ต่ำกว่าคาด ERW รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 81% QoQ ตามฤดูกาล สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด GFPT รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 582 ล้านบาท ลดลง 12% YoY แต่เพิ่มขึ้น 20% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด PLANB รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY แต่ลดลง 43% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด 4–6% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด AMATA รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.58 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,032% YoY และ 15% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 13% และตลาดคาด 16% พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.60 บาทต่อหุ้น ด้านกลุ่มกำไรตามคาด TOP รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.60 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 378% YoY และ 74% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาด แต่สูงกว่าตลาดคาด 11% จากค่าการกลั่นและ Lube base margin ที่เพิ่มขึ้น BGRIM รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 6% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น BEM รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.01 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 16% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด BDMS รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 3.25 พันล้านบาท ลดลง 7% YoY และ 20% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 7% TIDLOR รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.53 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY แต่ลดลง 5% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด OSP รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.10 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 5% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด AAV รายงานขาดทุนสุทธิ 2Q26 ที่ 2.33 พันล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิทั้ง YoY และ QoQ โดยผลประกอบการเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาด แต่ขาดทุนน้อยกว่าตลาดคาด 17%
Thunhoon · 13d อ่านต่อ ▾
BDMS กำไร Q2 ตามคาด คาดฟื้นตัวครึ่งปีหลัง
บล.เอเชีย พลัส ประเมินหุ้น BDMS หลังกำไรปกติไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 3,176 ล้านบาท ลดลง 21.7% จากไตรมาสก่อน และ 9.0% จากปีก่อน แต่ใกล้เคียงคาดการณ์ โดยผลประกอบการถูกกดดันจากต้นทุนค่ายาและเวชภัณฑ์ที่สูงขึ้น รวมถึงค่าเสื่อมราคาจากการเปิดอาคารใหม่ของโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหินและการขยายเตียงของโรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์ฯ ส่งผลให้ EBITDA Margin ลดลงมาอยู่ที่ 22.0% จาก 22.6% ในไตรมาส 2 ปี 2568 แม้รายได้โรงพยาบาลจะลดลง 4.5% จากไตรมาสก่อนตามฤดูกาล แต่ยังเติบโต 0.8% จากปีก่อน จากรายได้ผู้ป่วยไทยที่เพิ่มขึ้น 2% หนุนโดยการรักษาโรคซับซ้อนและการระบาดของไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 ที่มาเร็วกว่าปกติ รายได้ผู้ป่วยต่างชาติลดลง 2% จากปีก่อน จากการหดตัวของผู้ป่วยกัมพูชา 67% และตะวันออกกลาง 24% แต่หากตัดสองตลาดนี้ออก รายได้ผู้ป่วยต่างชาติยังเติบโต 10% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากผู้ป่วยเมียนมาเพิ่มขึ้น 42% สหรัฐฯ 23% และออสเตรเลีย 17% ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 15,918 ล้านบาท ลดลง 1.7% จากปีก่อน และมองว่าไตรมาส 2 เป็นจุดต่ำสุดของปี โดยคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังจากการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ การเข้าสู่ High Season ของผู้ป่วยไทย และฐานเปรียบเทียบที่ต่ำลง พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเหมาะสม 23.00 บาท
HoonVision · 13d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
เอเซีย พลัส เล็งปรับเพิ่มดัชนีหุ้นไทย หลังกำไร Q2 โตเกินคาด
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย 283 บริษัทจากทั้งหมด 682 บริษัทที่ประกาศงบไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 11.9% เมื่อรวมกับตัวเลขคาดการณ์ของบริษัทที่เหลือซึ่งครอบคลุม 93% ของมูลค่าตลาด ประเมินว่ากำไรรวมไตรมาส 2 จะสูงถึง 3.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากไตรมาสก่อน และ 8.2% จากปีก่อน ทำให้มีความคาดหวังว่ากำไรไตรมาส 2/69 อาจทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากไตรมาส 1/69 โดยกลุ่มที่หนุนการเติบโตหลักคือปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์ และพลังงาน ซึ่งหากรวมกลุ่มที่อิงสินค้าโภคภัณฑ์อย่างพลังงาน ปิโตรเคมี อาหาร และเกษตร จะมีสัดส่วนถึง 44% ของกำไรทั้งตลาด เทียบกับปกติประมาณ 30% ฝ่ายวิจัยมองว่ากำไรสองไตรมาสแรกคิดเป็น 60% ของเป้าหมายทั้งปี ทำให้แรงกดดันในไตรมาส 3 และ 4 ลดลง และเปิดโอกาสให้ประมาณการกำไรต่อหุ้นทั้งตลาดที่เดิมให้ไว้ 95 บาทต่อหุ้นมี upside ส่งผลให้เป้าหมายดัชนีมีพื้นที่ปรับขึ้นได้ ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติในเดือนส.ค. ชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน โดยขายสุทธิสะสมเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่นักลงทุนรายย่อยเป็นฝั่งซื้อสุทธิประคองดัชนีไว้ ฝ่ายวิจัยแนะนำ 3 กลุ่มหุ้น ได้แก่ กลุ่มงบดีเกินคาดอย่าง IRPC TCAP KCE และ CENTEL กลุ่มได้ประโยชน์จากสินค้าโภคภัณฑ์และภูมิรัฐศาสตร์อย่าง TASCO RCL BCP และ PTTGC และกลุ่มคาดหวังการฟื้นตัวครึ่งปีหลังอย่าง THAI ERW และ BCH โดยหุ้นเด่น 3 ตัวคือ PTT BDMS และ CENTEL
thunhoon.com · 13d อ่านต่อ ▾
BDMS กำไรไตรมาส 2 ลดลง 7% เหลือ 3.25 พันล้านบาท
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 3,248.39 ล้านบาท ลดลง 6.92% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,489.92 ล้านบาท แม้รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 1% อยู่ที่ 27,514 ล้านบาท แต่ถูกกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ส่งผลให้ EBITDA อยู่ที่ 6,058 ล้านบาท ลดลง 1% และอัตรากำไร EBITDA ลดลงเหลือ 22.0% จาก 22.6% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 11.8% จาก 12.9% ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ลดลง 2% หลังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาและสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้รายได้จากผู้ป่วยชาวกัมพูชาลดลง 67% และผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางลดลง 24% ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยในลดลง 1% และอัตราการครองเตียงลดลงเหลือ 55% จาก 61% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3% เป็น 23,310 ล้านบาท จาก 22,659 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากค่าแพทย์ ค่ายาและเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากการขยายโรงพยาบาลเครือข่าย อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการยังมีปัจจัยบวกจากรายได้ผู้ป่วยชาวไทยที่เพิ่มขึ้น 2% และรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติหากไม่รวมกัมพูชาและตะวันออกกลางยังเติบโตถึง 10% โดยมีแรงหนุนจากผู้ป่วยชาวเมียนมาเพิ่มขึ้น 42% สหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 23% และออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 17% สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 7,306.45 ล้านบาท ลดลง 6.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7,836.35 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 56,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% และ EBITDA อยู่ที่ 13,074 ล้านบาท ลดลง 2%
Kaohoon · 13d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
บล.กรุงศรีชี้ 7 หุ้นเด่นรับฤดูกาลงบ Q2/69
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีคาดการณ์กำไรตลาดหุ้นไทยงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ไว้ที่ 2.5 ถึง 2.8 แสนล้านบาท ลดลง 15 ถึง 24 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และลดลง 19 ถึง 26 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน โดยกลุ่มโรงกลั่นมีกำไรผันผวนในทางลบ ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ไอซีที และไฟฟ้าคาดกำไรเติบโต ฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์เก็งกำไรหุ้นที่งบจะออกมาเด่นหรือผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยหุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2 จะเติบโตทั้งเทียบปีก่อนและไตรมาสก่อน ได้แก่ PTTEP SCC SCGP ADVANC TRUE BH IVL THANI TNP MOSHI BA AP INSET และ ADVICE ส่วนหุ้นที่ไตรมาส 2 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีและกำไรจะเร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ได้แก่ KTB KBANK AOT BDMS EGCO ICHI THAI และ TFG โดยหุ้นเด่นสุดที่แนะนำคือ ADVANC SCC IVL BH KBANK AOT และ ICHI
HoonVision · 17d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
คิงส์ฟอร์ดแนะทยอยซื้อ 10 หุ้น Value & Defensive Play รับ SET แนวต้าน 1,620-1,630 จุด
บล.คิงส์ฟอร์ดประเมินดัชนี SET วันนี้ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,600 จุดและแนวต้าน 1,620-1,630 จุด โดยรอผลเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซและได้แรงหนุนจากกำไรบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ออกมาดี พร้อมแนะนำทยอยซื้อหุ้นกลุ่ม Value และ Defensive Play จำนวน 10 หลักทรัพย์ ได้แก่ KBANK, KTB, GULF, GPSC, ADVANC, TRUE, CPALL, BH, BDMS และ BEM สำหรับหุ้น ADVICE ให้คำแนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.80 บาท โดยคาดกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นตามราคาสินค้าไอทีที่ทยอยปรับขึ้น ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนและสินค้าอื่นยังแข็งแกร่งช่วยชดเชยสินค้า iPhone ที่ขาดแคลน ตลาดคาดกำไรปี 2569-2570 ที่ 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน และ 413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ส่วนหุ้น AP ให้คำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.74 บาท โดยได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และคาดยอดขายล่วงหน้าไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนจากโครงการแนวราบและฐานต่ำปีก่อนจากแผ่นดินไหว ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 4,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และปี 2570 ที่ 4,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน โดยมี Forward PE ที่ 5.6 เท่า PBV ที่ 0.5 เท่า และ Dividend Yield ที่ 6.5%
HoonSmart · 17d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
เอเซีย พลัส ปรับเป้า SET ขึ้นเป็น 1,720 จุด แนะลงทุนกลุ่ม Domestic Play
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ปีนี้ขึ้นเป็น 1,720 จุด จากเดิม 1,580 จุด โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยเป็นหลุมหลบภัยที่ให้ปันผลสูงท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร เปิดเผยว่า ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากกำไรบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง โดยคาดการณ์กำไรรวมทั้งปีที่ 1.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 95 บาท หลังจากไตรมาสแรกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 3.57 แสนล้านบาท ขณะที่เม็ดเงินต่างชาติซื้อสุทธิสะสมปีนี้อยู่ที่ประมาณ 7.4 ถึง 7.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็นเพียงหนึ่งในสามของระดับที่เคยไหลเข้าในอดีต จึงยังมีโอกาสไหลเข้าเพิ่มได้อีก ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้หันมาเน้นกลุ่ม Domestic Play ที่พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศ เช่น กลุ่มธนาคารที่ให้ปันผลสูงกว่า 4% กลุ่มการแพทย์โดยเฉพาะ BDMS ที่ให้อัตราเงินปันผลสูงถึง 4% กลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE รวมถึงกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ และกลุ่มอาหาร
HoonVision · 21d อ่านต่อ ▾
BDMS เล็งเป้า 22.80 บาท คาดไตรมาส 2 จุดต่ำสุดของปี
บล.เอเอสแอล ประเมินหุ้น BDMS โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 2 ปี 2569 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีจากปัจจัยฤดูกาล แม้การรักษาโรคซับซ้อนยังเติบโต แต่กลุ่มโรคไม่ซับซ้อนลดลงจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติในกลุ่ม CLMV อเมริกา และอังกฤษยังเติบโตดี ส่วนต้นทุนทางการแพทย์อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามเงินเฟ้อแต่ยังบริหารจัดการได้ดี ล่าสุด BDMS เปิดตัวโครงการ WellEra แบบ Mixed-use ด้วยงบลงทุน 2.9 หมื่นล้านบาท โดยผู้บริหารคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ Wellness จาก 12% เป็น 20% ภายในปี 2578 และหนุนการเติบโตของรายได้รวมอีกราว 1% ต่อปีในช่วงปี 2573 ถึง 2577 โดยคาดว่า EBITDA จะพลิกเป็นบวกในปี 2573 สำหรับทั้งปี 2569 ฝ่ายวิจัยคงประมาณการรายได้ที่ 110,522 ล้านบาท ลดลง 0.9% และกำไรสุทธิ 14,714 ล้านบาท ลดลง 7.2% ซึ่งอนุรักษนิยมกว่าเป้าผู้บริหาร พร้อมคงคำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 22.80 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธี DCF
HoonVision · 23d อ่านต่อ ▾
Biotech & Genomic Medicine▲
บล.เอเชีย พลัส ชี้หุ้นการแพทย์หนุนไทยสู่ฮับ ATMP ภูมิภาคใน 4 ปี
บล.เอเชีย พลัส ระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง หรือ ATMP Hub ของภูมิภาคภายใน 4 ปี ผ่านการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม ATMP ครอบคลุมการผลิต จัดเก็บ และขนส่งเซลล์ พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบการผ่านมาตรฐาน GMP และได้รับการรับรอง Cell Bank ฝ่ายวิจัยมองเป็นบวกโดยตรงต่อ MEDEZE ในฐานะผู้นำธุรกิจ Cell Banking ของไทย ด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 50% และเป็นธนาคารเซลล์ที่ถูกกฎหมายแห่งแรกของไทย สะท้อนความพร้อมในการต่อยอดสู่ธุรกิจ ATMP ร่วมกับสถาบันการแพทย์ชั้นนำ หากโครงการ ATMP Sandbox มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจ Anti-Aging และ Regenerative Medicine ซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูง โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างรอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์รักษาโรคข้อเข่าเสื่อมและภาวะผิวหน้าเสื่อมสภาพ และคาดเริ่มรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ขณะเดียวกัน การเติบโตของอุตสาหกรรม ATMP เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างต่อธุรกิจ Longevity ในระยะยาว โดย BDMS โดดเด่นจากการขยายบริการสุขภาพเชิงป้องกันและเวชศาสตร์ชะลอวัยผ่าน WellEra และ BDMS Wellness Clinic ซึ่งครอบคลุมบริการ Anti-Aging และ Regenerative Medicine แม้สัดส่วนรายได้ปัจจุบันยังไม่สูง แต่เป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นดีและดึงดูดลูกค้ากำลังซื้อสูงได้ ขณะที่ BH มีจุดแข็งจาก VitalLife ที่ทำธุรกิจ Longevity มากว่า 20 ปี และได้รับการยอมรับจากกลุ่ม Medical Tourism พรีเมียม จึงมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์เวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพในระยะยาวเช่นกัน ฝ่ายวิจัยเลือก MEDEZE เป็นหุ้นเด่นของธีมนี้ จากศักยภาพการเติบโตในธุรกิจ ATMP ที่มีความชัดเจนที่สุดในกลุ่ม โดยประเมินราคาเหมาะสมเบื้องต้นอยู่ที่ 8.00 บาท อิง Historical P/E +2SD ที่ 40.29 เท่า คิดเป็น Upside 22% แนะนำซื้อ ขณะที่ BDMS และ BH มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของธุรกิจ Longevity และ Regenerative Medicine ในระยะยาว ประเมินราคาเหมาะสมอิง DCF ที่ 23.00 บาท และ 200.00 บาท ตามลำดับ
HoonVision · 28d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
CGSI คาด SET ปรับฐานกรอบ 1,615–1,640 จุด แนะนำ BDMS–PTTEP
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ประเมินว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มปรับฐานเล็กน้อยในกรอบ 1,615 ถึง 1,640 จุด หลังตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงแรง โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,594.14 จุด ลดลง 1,153.18 จุด หรือ 2.19% ส่วน S&P 500 ลดลง 1.52% และ Nasdaq ลดลง 1.74% หลังจากธนาคารกลางสหรัฐมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50 ถึง 3.75% พร้อมย้ำเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่านโยบายการเงินจะยังเข้มงวดต่อไป ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 6.56% ปิดที่ 84.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเบรนท์เพิ่มขึ้น 7.91% ปิดที่ 90.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะกระทบอุปทาน CGSI แนะนำหุ้น BDMS โดยให้จุดทำกำไร 19.40 บาท และจุดตัดขาดทุน 18.80 บาท แม้คาดกำไรปกติไตรมาส 2/2569 จะลดลง แต่ประเมินว่ารายได้จะเร่งขึ้นในปี 2570 จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติและอุปสงค์ในประเทศ พร้อมแนะนำ PTTEP โดยให้จุดทำกำไร 152 บาท และจุดตัดขาดทุน 148.50 บาท รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และคาดผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 จะได้แรงหนุนจากราคาก๊าซและปริมาณขายที่แข็งแกร่ง
Kaohoon · 28d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▼ impact 4
เฟดคงดอกเบี้ย ฉุดหุ้นโลกดิ่ง น้ำมันพุ่งจากตึงเครียดตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงหนัก หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 3 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% พร้อมย้ำเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,594.14 จุด ลดลง 1,153.18 จุด หรือ 2.19% ขณะที่ดัชนี S&P500 ลดลง 1.52% และ Nasdaq ลดลง 1.74% ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มชิป AI ก่อนรายงานผลประกอบการของ Microsoft และ Meta Platforms ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 6.56% ปิดที่ 84.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 7.91% ปิดที่ 90.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงจะกระทบอุปทาน โดยมีรายงานว่าอิหร่านโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ และสหรัฐฯ ร่วมกับซาอุดีอาระเบียโจมตีกลุ่มติดอาวุธในอิรักที่อิหร่านหนุนหลัง สำหรับตลาดหุ้นไทย บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ประเมินว่า SET Index จะปรับฐานเล็กน้อยในกรอบ 1,615-1,640 จุด โดยถูกกดดันจากหุ้นโลกที่ร่วงลงและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง พร้อมแนะนำหุ้น BDMS และ PTTEP โดย BDMS คาดกำไรปกติไตรมาส 2/26 ลดลง 7% จากปีก่อนและ 20% จากไตรมาสก่อน แต่รายได้ปี 27 จะเติบโต 7% จากปี 26 ส่วน PTTEP ได้แรงหนุนจากราคาก๊าซและปริมาณขายที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังปี 26
HoonSmart · 28d อ่านต่อ ▾
Defense & Geopolitical Fragmentation▲
หุ้นไทยวันนี้ไซด์เวย์กรอบ 1,600-1,640 จุด จับตาเฟดกังวลเงินเฟ้อและตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ 1,600 ถึง 1,640 จุด โดยมีแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมันและเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ขณะที่ผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐคงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50 ถึง 3.75 เปอร์เซ็นต์ตามคาด แต่ส่งสัญญาณกังวลเงินเฟ้อ ดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น นักวิเคราะห์จากบล.กสิกรไทยให้กรอบ 1,615 ถึง 1,640 จุด และแนะนำกลยุทธ์รอย่อตั้งรับหุ้นที่คาดกำไรเด่นและปันผลสูง เช่น BDMS และ PTTEP ด้านบล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนลให้กรอบ 1,615 ถึง 1,640 จุด คาดดัชนีปรับฐานเล็กน้อยจากแรงกดดันของดาวโจนส์และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่วนบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ประเมินตลาดผันผวนจากราคาน้ำมันสูงและมติไม่เป็นเอกฉันท์ของเฟด ขณะที่บล.พายให้กรอบ 1,600 ถึง 1,640 จุด โดยเน้นลงทุนในกลุ่มพลังงาน ธนาคารพาณิชย์ และค้าปลีก
Money & Banking · 28d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
ASPS แนะกลยุทธ์รับมือตลาดผันผวน ชู PTTEP-BCP-RCL เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส หรือ ASPS ระบุว่าภาวะลงทุนทั่วโลกกำลังผันผวนสูงจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด จึงเสนอแนวทางรับมือด้วยการเพิ่มสภาพคล่อง ลดความเสี่ยงพอร์ต และเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์ โดยแนะนำหุ้นเด่นสามตัวคือ PTTEP, BCP และ RCL ASPS ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับขึ้นประมาณ 38% ตั้งแต่ต้นเดือนและทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้แนวโน้มราคาน้ำมันไตรมาส 3/69 สูงกว่าไตรมาส 2/69 อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สงครามการค้าเปลี่ยนไปใช้มาตรา 301 ของสหรัฐซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานและการส่งออก ส่วนภาวะดอกเบี้ยสูงยาวนานอาจกดดันมูลค่าหุ้นโดยเฉพาะบริษัทที่มีภาระหนี้สูง ASPS แนะนำกลยุทธ์หลักสี่ประการ ได้แก่ เพิ่มสัดส่วนเงินสด ใช้ทองคำป้องกันความเสี่ยง เลือกหุ้นกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น และเดินเรือ และหลบเข้าหุ้นเชิงรับอย่าง CPALL และ BDMS โดยมองว่า PTTEP จะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันทรงตัวสูงและมีปันผลโดดเด่น BCP มีปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่นฟื้นตัวและความเสี่ยงขาดทุนสต๊อกน้ำมันลดลง ส่วน RCL ได้อานิสงส์จากค่าระวางเรือที่ปรับขึ้น
Kaohoon · 32d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
ฟินันเซีย ไซรัส ปรับเป้า SET กลางปี 70 แตะ 1,710 จุด พร้อมแนะ 11 หุ้นเด่น
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET เป็น 1,710 จุดภายในกลางปี 2570 โดยอิงประมาณการกำไรต่อหุ้นเฉลี่ย 100.5 บาท และค่า PER เป้าหมาย 17 เท่า ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2569 ขึ้น 3% เป็น 99 บาท และปี 2570 เป็น 102 บาท สะท้อนการเติบโต 13% และ 4% จากปีก่อน ตามลำดับ พร้อมมองว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่องและกระแสเงินทุนต่างชาติมีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย เนื่องจากสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติยังต่ำกว่าระดับสูงสุดในอดีต สำหรับหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ BA, BBL, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, SAPPE, STA และ TIDLOR
Kaohoon · 33d อ่านต่อ ▾
Longevity & Life Extension
▲ 2
BDMS เปิดตัว Longevity Card มูลค่า 1 ล้านบาท เจาะตลาดเวลเนสหรู
บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดตัว Longevity Card บัตรดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลมูลค่า 1 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาดเวลเนสระดับหรูและยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพโลก สมาชิกจะได้รับการดูแลจากทีมแพทย์และสหวิชาชีพอย่างต่อเนื่องตลอด 1 ปี ครอบคลุมโปรแกรมติดตามสุขภาพ การตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งและอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น การวิเคราะห์ระดับเซลล์และพันธุกรรม รวมถึงบริการทันตกรรมและดูแลผิวพรรณ บัตรดังกล่าวใช้ระบบเชิญเท่านั้นและรับจำนวนจำกัดต่อปี พร้อมเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำด้านไลฟ์สไตล์และการเดินทาง นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส ระบุว่าองค์กรจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและเวลเนสของโลกอย่างยั่งยืน
Kaohoon · 34d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
ASPS แนะ 2 ธีมลงทุนรับมือ 3 สงครามโลก ชี้หุ้นพลังงาน-ประกัน-แพทย์เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส หรือ ASPS เปิดกลยุทธ์ลงทุนรับมือความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง สงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี โดยแนะนำ 2 ธีมหลัก ธีมแรกคือหุ้นที่คาดว่ากำไรจะเติบโตทั้งเทียบไตรมาสก่อนหน้าและเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ IVL, PTTGC, BCP, TRUE, SCGP, DOHOME, PTTEP, ADVICE, SC, ADVANC, PTT และ MASTER ธีมที่สองคือหุ้นที่กำไรยังเติบโตแต่ราคายังล้าหลัง ได้แก่ BCPG, AMATA, DELTA และ CRC พร้อมกันนี้ ASPS กำหนดให้ DELTA, BDMS และ CPALL เป็นหุ้นเด่นเนื่องจากปลอดภัยจากภาวะสงครามและไม่มีผลกระทบเชิงลบ นอกจากนี้ยังแนะนำการลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศอย่าง MICRON01 เพื่อรับแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากความต้องการชิปหน่วยความจำ และ OIL03 เพื่อรับอานิสงส์จากปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่หนุนราคาน้ำมัน อีกประเด็นที่น่าสนใจคือตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 การประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นไทยถูกปรับเพิ่มขึ้นถึง 3.8% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงดัชนี Dow Jones และสวนทางกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ถูกปรับลดลง
Kaohoon · 35d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
เอเซียพลัสชี้ 3 สงครามเขย่าตลาดโลก แนะหลบภัย DELTA-BDMS-CPALL
บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจาก 3 สงครามหลัก ได้แก่ สงครามตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมัน WTI ใกล้ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สงครามการค้าที่สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีนำเข้ากับกว่า 60 ประเทศรวมไทย และสงครามเทคโนโลยีที่จีนเปิดตัวโมเดล AI ขนาด 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของ ALPHABET รายได้ 1.19 แสนล้านดอลลาร์และกำไรต่อหุ้นพุ่ง 294% YoY ส่วน TESLA กำไรต่อหุ้นหด 18% YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือ 16.8% ด้านตลาดหุ้นไทยประมาณการกำไรต่อหุ้นถูกปรับเพิ่มขึ้น 3.8% สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในกลุ่มพลังงาน ประกันภัย การแพทย์ ปิโตรเคมี และค้าปลีก โดยให้ DELTA BDMS และ CPALL เป็นหุ้นเด่นประจำวัน
InfoQuest · 35d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
บล.เอเชีย พลัส ชี้ 20 กลุ่มอุตสาหกรรมไหนรอด 3 สงคราม พร้อมคัด 10 หุ้นเด่น
บล.เอเชีย พลัส ระบุว่าตลาดหุ้นกำลังเผชิญแรงกดดันจาก 3 สงครามหลัก ได้แก่ สงครามตะวันออกกลาง สงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยได้ให้คะแนน 20 กลุ่มอุตสาหกรรมว่ากลุ่มใดจะรอดหรือได้รับประโยชน์ โดยกลุ่มผู้ชนะที่มีคะแนนระหว่าง 0 ถึง +2 ได้แก่ พลังงาน ประกันภัย การแพทย์ ปิโตรเคมี และค้าปลีก หุ้นที่แนะนำในกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วย TOP BCP BLA TLI BDMS BH PTTGC IVL CPALL และ COM7 ส่วนหุ้นเด่นประจำวันที่เลือกจากกลุ่มที่มีคะแนนไม่ติดลบ ได้แก่ DELTA BDMS และ CPALL
HoonVision · 35d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
บล.กรุงศรีชี้ 12 หุ้นได้ประโยชน์จากโครงการ TISA และแผนบริหารประมงแห่งชาติ
บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล หรือ TISA อยู่ระหว่างสรุปผลศึกษาและปรับปรุงเงื่อนไข โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่ข้อเสนอการเพิ่มเพดานวงเงินลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษียังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม ฝ่ายวิจัยประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทยจากเม็ดเงินลงทุนระยะยาวที่ไหลเข้า โดยทุกๆ เม็ดเงินใหม่ 1 หมื่นล้านบาทจะหนุนดัชนีได้ 25 ถึง 30 จุด และส่งผลดีต่อหุ้นขนาดใหญ่ในธีมลงทุน เช่น GULF, GPSC, KBANK, KTB, ADVANC, AMATA, WHA รวมถึงหุ้นภาคบริการอย่าง BDMS, BH และ AOT นอกจากนี้ มติเห็นชอบแผนบริหารจัดการการประมงแห่งชาติระยะ 5 ปี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการกีดกันทางการค้าและเพิ่มความน่าเชื่อถือด้าน ESG ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มอาหารทะเลและอาหารส่งออก อาทิ TU และ ITC
HoonVision · 36d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▼
โบรกคาดกำไร BDMS ไตรมาส 2/69 ต่ำสุดของปี จากผลกระทบสงครามสหรัฐ-อิหร่าน
หุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS ราคาปรับลง 1.52% หลังโบรกเกอร์คาดกำไรไตรมาส 2/69 จะเป็นระดับต่ำสุดของปีนี้ จากผลกระทบสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยบล.เคจีไอ(ประเทศไทย) คาดกำไรหลักงวดไตรมาส 2/69 ที่ 3.24 พันล้านบาท ลดลง 6.8% YoY และลดลง 19.4% QoQ ขณะที่กำไรสุทธิคาดอยู่ที่ 3.31 พันล้านบาท ลดลง 5.1% YoY และลดลง 18.4% QoQ โดยจะมีบันทึกรายการพิเศษจากค่าเคลมประกันเหตุอุทกภัยในภาคใต้ประมาณ 72 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ที่ 1.61 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% YoY และปี 2570 ที่ 1.77 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% YoY พร้อมคงคำแนะนำซื้อ และปรับราคาเป้าหมายเป็นกลางปี 2570 ที่ 23.50 บาท
thunhoon.com · 38d อ่านต่อ ▾
บัวหลวงชี้ 8 หุ้นกำไรขาขึ้น ปันผลสูงครึ่งหลังต่อเนื่องปีหน้า
บล.บัวหลวง ระบุว่าเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 และเงินปันผลระหว่างกาล โดยคาดว่า Dividend Yield ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปี 2569 จะอยู่ที่ 3.5% เทียบกับ Bond Yield ไทยอายุ 10 ปีที่ราว 2.0% ทำให้ส่วนต่างอยู่ที่ 1.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ประมาณ 1.0% สะท้อนว่าหุ้นปันผลกลับมามีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ ฝ่ายวิจัยจึงคัดเลือกหุ้น 8 ตัวที่คาดว่ากำไรยังถูกปรับขึ้นหรืออย่างน้อยไม่ถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมมีโอกาสจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในระดับสูง ได้แก่ PTTEP คาด Dividend Yield 4.4% ในครึ่งหลังปี 2569 และ 6.3% ในปี 2570 PTT คาดที่ 3.2% และ 5.6% ตามลำดับ ADVANC คาดกำไรหลักไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโต 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน TRUE คาดกำไรหลักโต 48% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดย TRUE คาด Dividend Yield 2.1% ในครึ่งหลังปี 2569 และ 4.2% ปี 2570 ส่วน ADVANC อยู่ที่ 1.8% และ 4.7% CPF ได้แรงหนุนจากราคาหมูที่ทยอยฟื้น TU ได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบลดลง OSP คาดอัตรากำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 42.7% กำไรไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโต 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และไตรมาส 3 ปี 2569 ยังโตได้อีกราว 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดย OSP คาด Dividend Yield 2.7% ครึ่งหลังปี 2569 และ 5.2% ปี 2570 TU 2.6% และ 6.2% CPF 2.5% และ 5.0% และ BDMS คาด Dividend Yield 1.8% ในครึ่งหลังปี 2569 และ 4.2% ในปี 2570
Thunhoon · 38d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
BLA เปิดตัวบริการ Mind Wellness Care ดูแลสุขภาพใจออนไลน์ผ่าน BeDee
บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA เปิดตัวบริการเสริมใหม่ Mind Wellness Care เพื่อดูแลสุขภาพจิตเชิงป้องกันผ่านแพลตฟอร์ม BeDee ในเครือโรงพยาบาล BDMS โดยนางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า ระบุว่าบริการนี้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตแบบออนไลน์โดยนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ ช่วยลดความเครียด วิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าโดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล บริการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ BLA EveryCare ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศสุขภาพครบวงจร ทั้งการดูแลเชิงป้องกัน การปรึกษาแพทย์ออนไลน์ และการฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ ลูกค้า BLA สถานะ Blue Premier ได้รับ 1 สิทธิ์ต่อปี Indigo ทุกระดับได้รับ 2 สิทธิ์ต่อปี และผู้ถือกรมธรรม์สามัญที่มีสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพได้รับ 1 สิทธิ์ต่อปี โดยสามารถกดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน BLA Happy Life Club และสำรองใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน Bedee By BDMS ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2570
Thunhoon · 38d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
กรุงศรีคาด SET สัปดาห์นี้แกว่งขึ้น จับตางบแบงก์ แนะ MTC-GULF-BDMS เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี คาดการณ์ว่าดัชนี SET ในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งขึ้น โดยมีแนวต้านที่ 1,652 และ 1,665 จุด และแนวรับที่ 1,621 และ 1,609 จุด ตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ทยอยปรับลดลงและวัฏจักรการลงทุนที่ยังขยายตัว ขณะที่นักลงทุนจะจับตาผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งตลาดคาดว่ากำไรจะลดลงประมาณ 5-10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า กลยุทธ์ลงทุนแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากบอนด์ยีลด์ขาลง เช่น GULF, GPSC, GUNKUL, WHAUP, MTC, SAWAD, KTC และ ADVANC รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธีมการลงทุนอย่าง KBANK, KTB, STECON, PYLON, INSET และ AMATA โดยหุ้นเด่นประจำสัปดาห์คือ MTC ราคาเป้าหมาย 40 บาท GULF ราคาเป้าหมาย 74 บาท และ BDMS ราคาเป้าหมาย 27 บาท
Kaohoon · 38d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
หยวนต้า ชี้น้ำมันอ่อนตัว รับสัญญาณเจรจาอิหร่าน-สหรัฐ หนุนหุ้น Anti-commodity
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวอ่อนลง หลังจากอิหร่านส่งสัญญาณว่าช่องทางการทูตกับสหรัฐอเมริกาผ่านตัวกลางยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเป็นปัจจัยบวกเชิง Sentiment ระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่ม Anti-commodity โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าว ได้แก่ TASCO, AOT, MINT, BA, MTC, BH และ BDMS
Kaohoon · 38d อ่านต่อ ▾
BDMS.BK▲
หยวนต้าชี้ PR9-CHG กำไรเด่น นำกลุ่มโรงพยาบาล
บล.หยวนต้า คาดการณ์ว่าผลประกอบการกลุ่มโรงพยาบาลในไตรมาส 2 ปี 2569 จะอ่อนตัวทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ผู้ป่วยไทยที่ทรงตัวตามภาวะเศรษฐกิจ และผู้ป่วยต่างชาติบางตลาดยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและปัญหาชายแดนกัมพูชา อย่างไรก็ตาม มี 3 บริษัทที่กำไรเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน ได้แก่ PR9 BH และ CHG โดย PR9 ได้แรงหนุนจากผู้ป่วยต่างชาติที่เริ่มฟื้น โดยเฉพาะกลุ่มเมียนมา รวมถึงผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ช่วยหนุนรายได้ต่อหัว ขณะที่ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ผ่อนคลาย ส่วน BH คาดกำไรเติบโตระดับ low single digit จากผู้ป่วยต่างชาติที่เริ่มฟื้นตัว และ CHG เติบโตจากฐานต่ำและรายได้ประกันสังคม สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดกำไรกลุ่มฟื้นทั้งเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลังของปีก่อน จากช่วง high season ผู้ป่วยตะวันออกกลางและ CLMV ทยอยกลับมา ขณะที่ผลกระทบจากปัญหาชายแดนกัมพูชาครบรอบ 1 ปีในเดือนมิถุนายน ทำให้ฐานเปรียบเทียบลดลงและมีโอกาสฟื้นตัว นอกจากนี้ ความต้องการรักษาที่เลื่อนออกไปก่อนหน้าและผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนรายได้ต่อหัวและอัตราการทำกำไร ด้านประเด็นรัฐบาลอยู่ระหว่างศึกษาการปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการจากระบบเบิกจ่ายตรงไปสู่ระบบประกันสุขภาพ ซึ่งหากปรับใช้จริงจะเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาต่อกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนในระยะกลางถึงยาว โดยเฉพาะ BDMS BCH และ CHG ที่มีเครือข่ายกว้างและมีประสบการณ์รองรับผู้ป่วยประกัน ส่วนประเด็นประกันสังคมยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อ BCH CHG RJH และ LPH โดยความเสี่ยงจากการกลับรายการรายได้โรคซับซ้อนในปี 2569 ลดลง ขณะที่ยังมี Upside risk จากโอกาสปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายรายหัวจากปัจจุบัน 1,808 บาทต่อรายต่อปี คงน้ำหนักกลุ่มโรงพยาบาลที่เท่าตลาด แม้คาดกำไรครึ่งหลังปี 2569 ฟื้นตัว แต่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาระอุอีกครั้งอาจกระทบการเดินทางและทำให้การฟื้นตัวไม่เป็นไปตามคาด โดยเลือกซื้อ PR9 ราคาเป้าหมาย 22.80 บาท จากรายได้ต่างชาติและผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ฟื้น รวมถึงต้นทุนที่ผ่อนคลาย ทำให้กำไรเติบโตดีกว่ากลุ่ม และ CHG ราคาเป้าหมาย 1.95 บาท จากกำไรที่คาดเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนดีกว่ากลุ่ม มีความเสี่ยงต่ำจากลูกค้าตะวันออกกลางและมี Upside จากประกันสังคมและการปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ส่วน BDMS ราคาเป้าหมาย 24.70 บาท ราคาหุ้น Underperform กลุ่มและคาดกำไรครึ่งหลังปี 2569 ฟื้น ขณะที่ BCH แนะนำ TRADING จากโอกาสจ่ายปันผลพิเศษและ Upside risk จากประกันสังคม
HoonVision · 38d อ่านต่อ ▾