← Back

Thanachart Capital Public Company Limited

Thanachart Capital Public Company Limited, an investment holding company, offers various financial services in Thailand. It operates through The Company, Assets Management Business, Securities Business, Life Insurance Business, Non-Life Insurance Business, Asset Management Business, Hire Purchase and Leasing Business, and Other Businesses segments. The company engages in distressed asset management, commercial banking, non-performing asset management, securities brokerage, and investment businesses. It also provides asset-based financing comprising term loan and working capital; provision of life, personal accident, and health insurance products, as well as mortgage reducing term assurance for protection of individuals who are property loan borrowers. In addition, the company offers non-life insurance products in the areas of fire, automobile, marine and transportation, and miscellaneous; life and health protection insurance products to individuals, institutions, and organizations; and auto hire purchase and financials leasing services for passenger cars, as well as vehicles for commercial purposes, such as pick-ups, taxis, truck tractors and lorries, etc. The company was formerly known as National Finance Public Company Limited and changed its name to Thanachart Capital Public Company Limited in April 2006. Thanachart Capital Public Company Limited was incorporated in 1959 and is based in Bangkok, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving TCAP.BK
TCAP.BK

โบรกฯ ชี้ 4 หุ้นแบงก์อาจปันผลสูงกว่าคาด

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มธนาคารที่จะประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเร็วกว่าปีก่อน และมีโอกาสมากกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากกำไรช่วงครึ่งปีแรกปี 69 มากกว่าที่ประเมินไว้ โดยจะประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม ถึง 4 กันยายน 26 คาดว่า KKP, KTB, TCAP และ TTB มีโอกาสจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกปี 69 มากกว่างวดครึ่งปีแรกปี 68 สำหรับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกปี 69 มี TTB สูงที่สุดที่ 2.4% รองลงมาเป็น TISCO ที่ 1.6% และ TCAP ที่ 1.55% ทั้งนี้อัตราเงินปันผลของปี 2569 ยังอยู่ในระดับสูงอยู่ที่ราว 6% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่ 3% พร้อมกันนี้ Investment cycle รอบใหม่จะช่วยหนุนให้สินเชื่อรวมปี 2569 มีโอกาสมากกว่าคาดได้ จากสินเชื่อรายใหญ่และภาครัฐเป็นหลัก คงประมาณการกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารปี 2569 อยู่ที่ 2.21 แสนล้านบาท ลดลง 1.5% จาก NIM ที่ลดลงตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่รายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตได้ดีจาก Wealth management และมีการตั้งสำรองฯที่ลดลง ทั้งนี้ คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” เพราะอัตราเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ราว 6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นที่ 3% ด้าน valuation ยังไม่แพง โดยซื้อขายที่ระดับเพียง 0.98 เท่า P/BV โดยเลือก KTB และ KBANK เป็น Top pick
Share2Trade·3dอ่านต่อ ▾
TCAP.BK

เอเซีย พลัส เล็งปรับเพิ่มดัชนีหุ้นไทย หลังกำไร Q2 โตเกินคาด

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย 283 บริษัทจากทั้งหมด 682 บริษัทที่ประกาศงบไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 11.9% เมื่อรวมกับตัวเลขคาดการณ์ของบริษัทที่เหลือซึ่งครอบคลุม 93% ของมูลค่าตลาด ประเมินว่ากำไรรวมไตรมาส 2 จะสูงถึง 3.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากไตรมาสก่อน และ 8.2% จากปีก่อน ทำให้มีความคาดหวังว่ากำไรไตรมาส 2/69 อาจทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากไตรมาส 1/69 โดยกลุ่มที่หนุนการเติบโตหลักคือปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์ และพลังงาน ซึ่งหากรวมกลุ่มที่อิงสินค้าโภคภัณฑ์อย่างพลังงาน ปิโตรเคมี อาหาร และเกษตร จะมีสัดส่วนถึง 44% ของกำไรทั้งตลาด เทียบกับปกติประมาณ 30% ฝ่ายวิจัยมองว่ากำไรสองไตรมาสแรกคิดเป็น 60% ของเป้าหมายทั้งปี ทำให้แรงกดดันในไตรมาส 3 และ 4 ลดลง และเปิดโอกาสให้ประมาณการกำไรต่อหุ้นทั้งตลาดที่เดิมให้ไว้ 95 บาทต่อหุ้นมี upside ส่งผลให้เป้าหมายดัชนีมีพื้นที่ปรับขึ้นได้ ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติในเดือนส.ค. ชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน โดยขายสุทธิสะสมเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่นักลงทุนรายย่อยเป็นฝั่งซื้อสุทธิประคองดัชนีไว้ ฝ่ายวิจัยแนะนำ 3 กลุ่มหุ้น ได้แก่ กลุ่มงบดีเกินคาดอย่าง IRPC TCAP KCE และ CENTEL กลุ่มได้ประโยชน์จากสินค้าโภคภัณฑ์และภูมิรัฐศาสตร์อย่าง TASCO RCL BCP และ PTTGC และกลุ่มคาดหวังการฟื้นตัวครึ่งปีหลังอย่าง THAI ERW และ BCH โดยหุ้นเด่น 3 ตัวคือ PTT BDMS และ CENTEL
thunhoon.com·13dอ่านต่อ ▾
TCAP.BK3

บล.เอเซีย พลัส ปรับ TCAP เป็น ซื้อ เป้า 105 บาท

บล.เอเซีย พลัส ปรับคำแนะนำหุ้น TCAP ขึ้นเป็น ซื้อ พร้อมราคาเป้าหมาย 105 บาท หลังกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 2.64 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อน และ 28% จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเป็นหลัก ทั้งรายได้เงินปันผล ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม และกำไรเงินลงทุน ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 5% จากไตรมาสก่อน และ 12% จากปีก่อน จากการปล่อยสินเชื่อที่คุมเข้มมากขึ้นของ THANI ทำให้สินเชื่อสุทธิลดลง 4.2% จากไตรมาสก่อน และ 5.7% จากต้นปี ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นจากการปรับโครงสร้างทางการเงิน แต่การตั้งสำรองลดลง 79% จากปีก่อนตามคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น คิดเป็น credit cost ที่ 0.5% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 12.3% ลดลงจาก 13.0% ในไตรมาสก่อน และ 13.9% ในปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 กำไรสุทธิอยู่ที่ 4.77 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อน คิดเป็น 52% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีของบล.เอเซีย พลัส บล.เอเซีย พลัส ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 และ 2570 ขึ้น 16% และ 20% มาอยู่ที่ 9.23 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน และ 9.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน ตามลำดับ จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะรายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ และรายได้จากการรับประกันภัยที่ดีขึ้น รวมถึงการตั้งสำรองที่ลดลงน้อยกว่าคาด คิดเป็น credit cost ทั้งปีที่ 0.6% พร้อมปรับอัตราการจ่ายเงินปันผลขึ้นเป็น 57.5% จากเดิม 50% คิดเป็นเงินปันผล 5.06 บาทต่อหุ้น และคาดว่าจะประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 1.35 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 1.5% โครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 7.5 พันล้านบาท จำนวน 104.86 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 10% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2570 จะช่วยหนุนให้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1% มาอยู่ที่ 10.4% ในปลายปี 2570 หนุนมูลค่าหุ้นและจำกัดความเสี่ยงขาลงของราคา ราคาเป้าหมาย 105 บาท อิง PBV ที่ 1.17 เท่า ภายใต้สมมติฐาน ROE 10.2% และต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น 9.2% แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 48% จากต้นปี และทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 30 ปี แต่ยังมีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงถึง 5.7-6.1% ต่อปี ในช่วงปี 2569-2571 ด้านปัจจัยเทคนิค ราคาปรับตัวหรือแกว่งตัวสร้าง Double Bottom และยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันได้อย่างมีนัยสำคัญ ระยะสั้นสร้างจุดสูงใหม่ด้วยแท่งเทียนสีขาวยาว กรอบแนวรับระหว่างวัน 88.25-88 บาท แนวโน้มแกว่งตัวขึ้นใน Uptrend Channel ต่อเนื่อง แนวต้าน 90 และ 93 บาท
ทันหุ้น·14dอ่านต่อ ▾
TCAP.BK10

TCAP กำไรไตรมาส 2/69 โต 28% รับเงินปันผลหนุน จ่อซื้อหุ้นคืน 7.5 พันล้าน

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 2,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% จากปีก่อน และ 24.4% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาด 24.9% โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 28.8% จากไตรมาสก่อน หลังรับเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 797 ล้านบาท จากเพียง 68 ล้านบาทในไตรมาสก่อน ด้านบล.หยวนต้าปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 และ 2570 ขึ้น 10.7% และ 12.9% ตามลำดับ พร้อมคงคำแนะนำ "TRADING" และให้มูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 2570 ที่ 85 บาท โดยระบุว่ามีปัจจัยจำกัดความเสี่ยงขาลงจากโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7,500 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2570 และคาดอัตราเงินปันผลตอบแทนอีก 4.7%
HoonVision·16dอ่านต่อ ▾
TCAP.BK5

TCAP พุ่งต่อ 7% รับแผนซื้อหุ้นคืน โบรกเคาะเป้าใหม่ 85 บาท

ราคาหุ้น TCAP ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องกว่า 7% หลังคณะกรรมการบริษัทอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วงเงินไม่เกิน 7,500 ล้านบาท โดยจะซื้อคืนไม่เกิน 104.86 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 10% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ผ่านระบบจับคู่อัตโนมัติของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2570 ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ปรับคำแนะนำเป็นซื้อและเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 85 บาท จากเดิม 60 บาท โดยมองว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ระดับ 5% และโครงการซื้อหุ้นคืนจะช่วยหนุนราคา ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 82 บาท จาก 68 บาท และคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 2.15 พันล้านบาท สูงกว่าที่คาดไว้เดิม
Kaohoon·24dอ่านต่อ ▾
TCAP.BK5

TCAP เดินตามรอย TTB ประกาศซื้อหุ้นคืน 10% วงเงิน 7,500 ล้านบาท

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนจำนวนไม่เกิน 104.86 ล้านหุ้น คิดเป็น 10% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ภายในวงเงินไม่เกิน 7,500 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2570 โดยใช้วิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การดำเนินการดังกล่าวมีต้นแบบจากความสำเร็จของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ซึ่ง TCAP ถือหุ้นใหญ่อยู่ในสัดส่วน 24.37% และโครงการซื้อหุ้นคืนของ TTB ได้ช่วยยกระดับอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น กำไรสุทธิต่อหุ้น และอัตราการจ่ายเงินปันผลให้สูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยงวดครึ่งแรกของปี 2569 TTB มีอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 9.0% และกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.12 บาท เทียบกับ 0.10 บาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านสถานะทางการเงินของ TCAP ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 71,724 ล้านบาท สินทรัพย์สภาพคล่อง 9,079 ล้านบาท และหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน 2,330 ล้านบาท นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ ประเมินว่าการซื้อหุ้นคืนจะช่วยหนุนราคาหุ้นและจำกัดการปรับลดลง พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 82 บาท จากเดิม 68 บาท และคาดว่า TCAP จะจ่ายเงินปันผลปี 2569 ที่ 3.60 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนประมาณ 5% ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 85 บาท หลังประกาศดังกล่าว ราคาหุ้น TCAP ปรับตัวขึ้นแรง โดยระหว่างวันพุ่งแตะ 79.00 บาท ก่อนปิดที่ 78.25 บาท เพิ่มขึ้น 7 บาท หรือ 9.82% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 1,844.11 ล้านบาท
Kaohoon·24dอ่านต่อ ▾
TCAP.BK

SET พุ่งทะลุ 1,623 จุด รับแรงซื้อต่างชาติ-กองทุน นำโดย DELTA และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

ดัชนี SET ปิดตลาดวันที่ 31 กรกฎาคม พุ่งขึ้น 25.53 จุด มาอยู่ที่ 1,623.64 จุด มูลค่าซื้อขาย 89,032 ล้านบาท โดยได้รับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ 3,516 ล้านบาท กองทุน 2,037 ล้านบาท และพอร์ตโบรกเกอร์ 493 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 6,046 ล้านบาท หุ้น DELTA และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง HANA KCE และ CCET เป็นแกนนำสำคัญที่ช่วยดันให้ดัชนีปิดเหนือ 1,600 จุดได้สำเร็จ ด้านหุ้น THAI ซึ่งพ้นระยะห้ามขายในวันที่ 4 สิงหาคม มีปริมาณหุ้นที่สามารถขายได้ถึง 19,000 ล้านหุ้น โดยคาดว่าในนาทีแรกจะมีแรงขายราว 8,000 ล้านหุ้นจากรายย่อย กองทุน และบริษัทประกัน ขณะที่สหกรณ์และธนาคารพาณิชย์ที่แปลงหนี้เป็นทุนด้วยต้นทุน 2.50 บาท ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ ส่วนหุ้น TCAP ปิดที่ 78.75 บาท เพิ่มขึ้น 7 บาทหรือ 9.82% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี หลังจากบอร์ดอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7,500 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคมถึง 16 กุมภาพันธ์ 2570
HoonSmart·25dอ่านต่อ ▾