← Transportation Infrastructure

Highways & Railtracks

บริษัทที่เป็นเจ้าของและดำเนินการทางด่วนเก็บค่าผ่านทางและทางรถไฟ โดยเก็บค่าบริการจากยานพาหนะและรถไฟที่วิ่งผ่าน

News moving Highways & Railtracks
Highways & Railtracks

BEM บวก 3.82% ผู้ถือหุ้นกู้ผ่านขยายเพดานหนี้รองรับงานใหม่

หุ้น BEM เพิ่มขึ้น 3.82% มาที่ 6.80 บาท เมื่อเวลา 11.04 น. หลังผู้ถือหุ้นกู้ของบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพอนุมัติขยายเพดานหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุนจาก 2.5 เท่าเป็น 3.0 เท่า พร้อมเพิ่มดอกเบี้ยหุ้นกู้เดิม 0.1% โดยหุ้นกู้ทั้ง 22 รุ่น มีมูลค่ารวมราว 3 หมื่นล้านบาท และการเพิ่มดอกเบี้ยดังกล่าวคิดเป็นต้นทุนเพิ่มเพียงราว 30 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 1% ของประมาณการกำไรปี 2569-2571 บล.กสิกรไทยระบุว่าการขยายเพดานหนี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับโครงการลงทุนใหม่ เช่น Double Deck และ M9 คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 10.31 บาท และเป็น Top Pick กลุ่ม Ground Transportation จากแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังเติบโตเด่น รวมถึง Upside จากโครงการ MRT สายสีม่วงใต้ Double Deck และนโยบายรถไฟฟ้า 17-45 บาท ขณะที่บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 จะขยายตัว YoY และ QoQ จากดอกเบี้ยและค่าซ่อมบำรุงที่ลดลง โดยมี catalyst จากนโยบายตั๋วร่วมที่คืบหน้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนผู้โดยสารรถไฟฟ้าในปี 2570 โตมากกว่า 10% และประหยัดต้นทุนราว 100 ล้านบาทต่อปีจากการนำงานซ่อมบำรุงสายสีม่วงกลับมาทำเอง แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท
Highways & Railtracks

BEM รับอานิสงส์ขึ้นค่าทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก เพิ่มรายได้ 330-350 ล้านบาทต่อปี

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคมปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา หรือทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2569 ตามเงื่อนไขการปรับค่าผ่านทางทุก 5 ปีในสัญญาสัมปทาน ซึ่งโครงการมีอายุสัมปทานถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2585 สำหรับอัตราใหม่ รถไม่เกิน 4 ล้อ ปรับจาก 65 บาทเป็น 80 บาทต่อเที่ยว รถเกิน 4 ล้อแต่ไม่เกิน 10 ล้อ ปรับจาก 105 บาทเป็น 130 บาท และรถเกิน 10 ล้อ ปรับจาก 150 บาทเป็น 185 บาท นับเป็นการปรับขึ้นครั้งที่สองภายใต้กรอบสัมปทานใหม่ที่กำหนดให้ปรับเพิ่มครั้งละ 15 บาททุก 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2564 การปรับค่าผ่านทางครั้งนี้เป็นปัจจัยบวกต่อ BEM เนื่องจากทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกเป็นเส้นทางที่ BEM รับรู้รายได้ค่าผ่านทางเต็ม 100% แตกต่างจากทางด่วนในเมืองที่ได้รับส่วนแบ่งรายได้เพียง 40% แม้เส้นทางดังกล่าวมีสัดส่วนปริมาณจราจรเพียงประมาณ 5-6% ของผู้ใช้ทางด่วนทั้งหมด แต่สร้างรายได้คิดเป็นราว 14-15% ของรายได้ธุรกิจทางด่วน ประเมินว่าจะเพิ่มรายได้ให้บริษัทได้ราว 330-350 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่า BEM กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตระลอกใหม่ จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีorange ในปี 2571 ซึ่งจะช่วยเพิ่มผู้โดยสารเข้าสู่โครงข่ายสายสีน้ำเงินโดยตรง ขณะที่โอกาสจากโครงการทางด่วน Double Deck และสัญญาเดินรถรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ยังเป็นปัจจัยเพิ่มมูลค่าที่สำคัญในระยะถัดไป จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมวิธี DCF ที่ 8.20 บาท
Highways & Railtracks

กทพ. เตรียมขึ้นค่าผ่านทางศรีรัช-วงแหวนฯ 15 ธ.ค. 69 เร่งถก BEM หามาตรการลดผลกระทบ

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จะปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา หรือทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป โดยการปรับครั้งนี้เป็นการปรับเฉพาะทางพิเศษประจิมรัถยาสายนี้เท่านั้น การปรับอัตราดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานการลงทุน ซึ่งระบุให้ปรับอัตราค่าผ่านทางทุก ๆ 5 ปี โดยมี บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM เป็นผู้รับสัมปทานและเป็นผู้ลงทุนโครงการทั้งหมด 100% สำหรับอัตราใหม่ รถยนต์ 4 ล้อ อยู่ที่ 80 บาทต่อคัน จากเดิม 65 บาท รถยนต์ 6-10 ล้อ อยู่ที่ 130 บาทต่อคัน จากเดิม 105 บาท และรถยนต์เกิน 10 ล้อ อยู่ที่ 185 บาทต่อคัน จากเดิม 150 บาท ขณะนี้ กทพ. อยู่ระหว่างหารือในรายละเอียดร่วมกับ BEM และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปแนวทางช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบจากภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยจะประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการล่วงหน้าก่อนการปรับขึ้นค่าผ่านทาง
Highways & Railtracks

กทพ. หารือ BEM ลดภาระประชาชนก่อนขึ้นค่าทางด่วนประจิมรัถยา 15 ธ.ค. 69

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่ากำลังหารือร่วมกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือและลดผลกระทบด้านค่าใช้จ่ายของประชาชน ก่อนปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา หรือทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 69 เป็นต้นไป การปรับอัตราครั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานซึ่งกำหนดให้ปรับอัตราค่าผ่านทางทุก 5 ปี ในอัตรา 15-35 บาท โดย BEM เป็นผู้รับสัมปทานและลงทุนในโครงการทั้งหมด 100% สำหรับอัตราใหม่ รถยนต์ไม่เกิน 4 ล้อ จะปรับจาก 65 บาท เป็น 80 บาทต่อคัน เพิ่มขึ้น 15 บาท ขณะที่รถยนต์มากกว่า 4 ล้อ แต่ไม่เกิน 10 ล้อ จะปรับจาก 105 บาท เป็น 130 บาทต่อคัน เพิ่มขึ้น 25 บาท และรถยนต์มากกว่า 10 ล้อ จะปรับจาก 150 บาท เป็น 185 บาทต่อคัน เพิ่มขึ้น 35 บาท โดยการปรับอัตราครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะทางพิเศษประจิมรัถยา หรือทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครเท่านั้น กทพ. จะเร่งสรุปแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ทาง พร้อมประกาศรายละเอียดให้ประชาชนทราบอย่างเป็นทางการล่วงหน้า ก่อนอัตราค่าผ่านทางใหม่จะมีผลบังคับใช้
Highways & Railtracks

กรุงศรีคงคำแนะนำซื้อ BEM เป้า 8.80 บาท คาดกำไรปี 69 โต 3.4%

บล.กรุงศรี ออกบทวิเคราะห์ระบุว่าปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM ในเดือน ส.ค.69 ฟื้นตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับประมาณการกำไรปี 2569 ที่คาดเติบโต 3.4% จากปีก่อน โดยปริมาณผู้ใช้ทางด่วนเฉลี่ยเดือน ส.ค.69 อยู่ที่ 1.11 ล้านเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.4% จากเดือนก่อน และ 0.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 นับตั้งแต่เดือน พ.ค.69 ขณะที่ผู้โดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 444,000 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 4.2% จากเดือนก่อน และ 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นระดับสูงสุดอันดับ 2 ของปี รองจากเดือน ก.พ.69 ที่ 474,700 เที่ยวต่อวัน และเติบโตจากปีก่อนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 สำหรับช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณผู้ใช้ทางด่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนผู้โดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 424,000 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 2% บล.กรุงศรีคงประมาณการกำไรสุทธิของ BEM ปี 2569 ที่ 3.91 พันล้านบาท ก่อนขยายตัวเป็น 3.97 พันล้านบาทในปี 2570 และ 4.07 พันล้านบาทในปี 2571 พร้อมคงคำแนะนำซื้อและราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 8.80 บาทต่อหุ้น เทียบกับราคาปิด 6.65 บาท คิดเป็นอัพไซด์ประมาณ 32% โดยมองการปรับฐานของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นโอกาสเข้าลงทุน และประเมินว่าโครงการทางด่วน Double Deck หาก BEM ได้รับจะเพิ่มมูลค่าให้แก่หุ้นประมาณ 1 บาทต่อหุ้น
Highways & Railtracks

เคจีไอฯ แนะนำซื้อ BEM เป้า 8.40 บาท หลังปรับค่าทางด่วน SOE

บล.เคจีไอฯ ระบุว่าการปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา หรือทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบกรุงเทพมหานคร (SOE) ซึ่งปรับขึ้นทุก 5 ปี ตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานการลงทุน มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2569 โดยรถ 4 ล้อ ค่าผ่านทางพิเศษ 80 บาทต่อคัน เดิม 65 บาท และรถ 6 – 10 ล้อ ค่าผ่านทางพิเศษ 130 บาทต่อคัน จากเดิม 105 บาท มองเป็นบวกเล็กน้อย จากปริมาณรถในเส้นทาง SOE อยู่ในราว 62,500 คันต่อเดือน หรือ 5.5% ของปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนต่อเดือนที่ 1.1 ล้านคัน คาดผลกระทบจะอยู่ราว 3% ของรายได้จากทางด่วน ทั้งนี้ ค่าทางด่วนจะมีการปรับครั้งใหญ่ตามสัญญาในปี 2572 โดยจะปรับจาก 50 บาท เป็น 60 บาท สำหรับสายเข้าเมือง (FES, SES) และจาก 55 บาท เป็น 65 บาท สำหรับสาย Sector C คาดว่าปี 2571 – 2574 จะเป็นยุคทองของ BEM จากการเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบของรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีม่วง และการปรับขึ้นราคาทางด่วนในเมือง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 8.40 บาท
Highways & Railtracks

กรุงศรีคงคำแนะนำซื้อ BEM เป้า 8.8 บาท คาดกำไรปี 2026 โต 3.4%

บล. กรุงศรี ระบุว่า BEM รายงานปริมาณผู้ใช้บริการรายเดือนเดือนสิงหาคม 2026 โดยปริมาณจราจรเฉลี่ยของทางด่วนอยู่ที่ 1.11 ล้านเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.4% m-m และ 0.7% y-y ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยของรถไฟฟ้าอยู่ที่ 4.44 แสนเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 4.2% m-m และ 1.0% y-y ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับสองของปี รองจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ 4.747 แสนเที่ยวต่อวัน ฝ่ายวิจัยคงประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรไว้ที่ 3.4% y-y ในปี 2026F โดยสมมติให้การเติบโตของทางด่วนเท่ากับ 0% และปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าเติบโต 3% พร้อมระบุว่าทุก ๆ 1% ของปริมาณจราจรทางด่วนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มกำไรตามประมาณการในปี 2026F อีก 1.2% ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายเดิมที่ 8.8 บาท มองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นโอกาสเข้าซื้อ และระบุว่าอัตราค่าโดยสารที่ต่ำลงในช่วง 17 ถึง 45 บาทจะช่วยปลดล็อกความกังวลเรื่องการซื้อคืนสัมปทานทั้งสายสีน้ำเงินและสายสีส้มในอนาคต อีกทั้งโครงการทางด่วน 2 ชั้นยังอยู่ระหว่างรออนุมัติ ซึ่งหากได้รับอนุมัติจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ BEM อีก 1 บาท
Highways & Railtracks

กานเยว่ไฮเวย์ รายได้ค่าผ่านทางเดือนสิงหาคม 362 ล้านหยวน

กานเยว่ไฮเวย์ประกาศเมื่อวันที่ 14 กันยายนว่า รายได้จากบริการเก็บค่าผ่านทางของบริษัทในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 362 ล้านหยวน ตัวเลขดังกล่าวเป็นขนาดรายได้จากธุรกิจบริการเก็บค่าผ่านทางของบริษัทในเดือนนั้น โดยประกาศไม่ได้เปิดเผยตัวชี้วัดการดำเนินงานอื่น ๆ
Highways & Railtracks

เคจีไอและหยวนต้าคงแนะซื้อ BEM เป้า 8.40-10.50 บาท

โบรกเกอร์สองแห่งยังคงคำแนะนำซื้อหุ้น BEM โดยบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้ราคาเป้าหมาย SOTP ที่ 8.40 บาท และบล.หยวนต้าให้ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2569 ที่ 10.50 บาท หลังรายงานปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเดือนสิงหาคม 2569 เฉลี่ย 444,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.0% YoY และ 4.2% MoM ขณะที่รายได้จากการขายตั๋วอยู่ที่ 13.2 ล้านบาท ส่วนปริมาณรถยนต์เฉลี่ยรายวันของผู้ใช้ทางด่วนอยู่ที่ 1.12 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 0.7% YoY และ 1.4% MoM คิดเป็นรายได้ 25.6 ล้านบาท สำหรับงวด 8 เดือนแรกปี 2569 ปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 424,500 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.8% YoY และปริมาณรถยนต์เฉลี่ย 1.1 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 0.8% YoY เคจีไอคงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 3.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และปี 2570 ที่ 4.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY โดยยังไม่รวมโอกาสจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนหยวนต้าคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 3,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% YoY และคาดกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ จากเงินปันผลรับจาก TTW จำนวน 221 ล้านบาท และการเริ่มประหยัดค่าซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีม่วง ทั้งนี้ รถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกจากทั้งหมด 32 ขบวนสำหรับทั้งสายจะจัดส่งถึงประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยฝั่งตะวันออกคาดเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ภายในมกราคม 2571 และฝั่งตะวันตกภายในกรกฎาคม 2573
Highways & Railtracks

โบรกแนะซื้อ BEM เป้า 8.20-9.00 บาท คาดกำไรครึ่งปีหลังโต

โบรกเกอร์หลายรายออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ประเมินว่ากำไรครึ่งหลังปีนี้จะเติบโต พร้อมมองว่ารถไฟฟ้าสายสีส้มจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะยาว จึงแนะนำซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 8.20-9.00 บาท บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า BEM รายงานสถิติเดือน ส.ค. แข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 444,304 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.0%YoY เป็นการเติบโต YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ขณะที่ปริมาณผู้ใช้ทางด่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.118 ล้านเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.7%YoY และแนะนำซื้อให้ราคาเหมาะสม 8.20 บาท บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่ากำไรไตรมาส 3 มักเป็นไตรมาสที่ผลประกอบการพีคของปี และคงกำไรปี 2569 ที่ 3.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และปี 2570 ที่ 4.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY โดยยังไม่รวมโอกาสจากปริมาณผู้โดยสารสายสีส้ม พร้อมแนะนำซื้อให้ราคาเป้าหมาย 8.40 บาท ขณะที่ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 3.9 พันล้านบาท เติบโต 3% YoY และแนะนำซื้อให้ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท ส่วน บล.ทิสโก้ แนะนำซื้อให้ราคาเหมาะสมที่ 8.80 บาท จากกระแสเงินสดที่มั่นคงจากสัมปทานและปัจจัยหนุนจากโครงการต่างๆ ที่ยังไม่สะท้อนในราคาหุ้น
ทันหุ้น·7dอ่านต่อ →
Highways & Railtracks

เคจีไอคงแนะนำซื้อ BEM เป้า 8.40 บาท คาดกำไรครึ่งปีหลังแกร่ง

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM จะมีกำไรในช่วงครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง โดยเดือนสิงหาคม 2569 มีปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ย 444,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4.2% จากเดือนก่อน ขณะที่รายได้จากการขายตั๋วโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 13.2 ล้านบาทต่อวัน ส่วนธุรกิจทางพิเศษมีปริมาณรถยนต์ใช้ทางด่วนเฉลี่ย 1.12 ล้านคันต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.7% จากปีก่อน และมีรายได้เฉลี่ย 25.6 ล้านบาทต่อวัน สำหรับงวด 8 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 424,500 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.8% และปริมาณรถยนต์ใช้ทางด่วนเฉลี่ย 1.10 ล้านคันต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.8% เคจีไอคาดว่าไตรมาส 3/2569 ปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าและรายได้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1-1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11-12% จากไตรมาสก่อน โดยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 3.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน และปี 2570 ที่ 4.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% พร้อมคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายแบบรวมส่วนธุรกิจที่ 8.40 บาท แบ่งเป็นมูลค่าธุรกิจหลัก 6.30 บาท เงินลงทุนใน TTW และ CKP จำนวน 0.75 บาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มอีก 1.35 บาท
Highways & Railtracks

ดาโอคงคำแนะนำซื้อ BEM เป้า 9 บาท รับไฮซีซั่นผู้โดยสารโตต่อเนื่อง

บล.ดาโอ ระบุว่า BEM รายงานผู้โดยสารรถไฟฟ้าเดือน ส.ค. 2026 ที่ 4.4 แสนเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 1% YoY และ 4% MoM ขณะที่ตัวเลข 8M26 อยู่ที่ 4.2 แสนเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 2% YoY ส่วนผู้ใช้ทางด่วน ส.ค. 2026 อยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.7% YoY และ 1% MoM โดยตัวเลขเฉลี่ย 8M26 อยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.8% YoY ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อภาพรวมผู้ใช้บริการ โดยผู้โดยสารรถไฟฟ้าขยายตัวต่อเนื่องทั้ง YoY และ MoM เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และผู้ใช้ทางด่วนโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ตามปัจจัยฤดูกาลหลังทยอยเข้าสู่ช่วง high season ของการเดินทางและท่องเที่ยว รวมถึงได้อานิสงส์จากการหลีกเลี่ยงงานก่อสร้างสายสีorange และมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ทั้งนี้ บล.ดาโอ คงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026E ที่ 3.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท อิง SOTP โดยมี catalyst จากความคืบหน้าโครงการใหม่ในช่วง 2H26E-2027E และนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้าต้นปี 2027E แต่ยังต้องติดตามรายละเอียดการคำนวณ subsidy ของรัฐ โดยเฉพาะปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากนโยบาย
Highways & Railtracks

เคจีไอคาดกำไร BEM ไตรมาส 3 ปี 2569 พีคตามผู้โดยสารและทางด่วนโต

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า BEM รายงานปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันและรายได้จากการขายตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าเดือนสิงหาคม 2569 ที่ 444,000 คน เพิ่มขึ้น 1.0% YoY และ 4.2% MoM และ 13.2 ลบ. เพิ่มขึ้น 0.1% YoY และ 3.8% MoM ตามลำดับ ส่วนปริมาณรถยนต์เฉลี่ยรายวันของผู้ใช้ทางด่วนและรายได้อยู่ที่ 1.12 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 0.7% YoY และ 1.4% MoM และ 25.6 ลบ. เพิ่มขึ้น 0.6% YoY และ 1.9% MoM ตามลำดับ ในช่วง 8M69 ปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันและรายได้อยู่ที่ 424,500 คน เพิ่มขึ้น 0.8% YoY และ 12.72 ลบ. เพิ่มขึ้น 2.2% YoY ขณะที่ปริมาณรถยนต์เฉลี่ยรายวันและรายได้อยู่ที่ 1.1 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 0.8% YoY และ 25.2 ลบ. เพิ่มขึ้น 0.3% YoY ตามลำดับ โดยคาดปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันและรายได้ในไตรมาส 3 ปี 2569 จะเพิ่มราว 1-1.3% YoY และ 11-12% QoQ ส่วนปริมาณรถยนต์เฉลี่ยรายวันและรายได้อาจเติบโต 0.6-0.7% YoY และ 2.5-3.5% QoQ ปกติไตรมาส 3 มักเป็นไตรมาสที่ผลประกอบการพีคของปีจากรายได้ธุรกิจทางพิเศษและระบบรางเติบโตในเลขหลักเดียว การคุมค่าใช้จ่ายดีบวกเงินปันผลระหว่างกาลจาก TTW ส่วนกำไรไตรมาส 4 ปี 2569 น่าจะแข็งแกร่งกว่าที่เคยคาดเล็กน้อย YoY จากการปรับต้นทุนมูลค่าราว 100 ลบ. โดยยังคงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 3.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 4% YoY และปี 2570 ที่ 4.0 พันลบ. เพิ่มขึ้น 3% YoY โดยที่ยังไม่ได้รวมโอกาสที่ปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มจากการทดลองเดินรถสายสีส้ม (ฝั่งตะวันออก) ซึ่งจะป้อนผู้โดยสารเข้าสู่สายสีน้ำเงินมากขึ้น และอัตราค่าโดยสารใหม่ที่ถูกลงในช่วง 17-45 บาท ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้วย ทั้งนี้ ขบวนรถไฟฟ้าสายสีส้มชุดแรกจะทยอยเข้ามาช่วงปลายปี 2569 และรถไฟฟ้าครบทั้ง 17 ขบวนน่าจะพร้อมช่วงปลายปี 2570 เพื่อทดลองเดินรถ ก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการช่วงต้นปี 2571 ขณะที่ขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มของสายสีน้ำเงินจะทยอยมาถึงตั้งแต่กลางปี 2570 จนถึงปลายปี 2571 และการจ่ายค่าตอบแทนโครงการของสายสีน้ำเงินที่จะสิ้นสุดปี 2572 จะช่วยประหยัดกระแสเงินสดของ BEM ได้ราว 5 พันลบ.ต่อปี ส่วนการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการของสายสีส้ม-ฝั่งตะวันตกและสายสีม่วง-ใต้จะเป็นตัวหนุนการเติบโตปี 2573 สำหรับธุรกิจทางพิเศษน่าจะเห็นผลบวกเต็มปีจากการปรับขึ้นค่าผ่านทางด่วนเส้นทางในเมือง FES และ SES ขึ้นที่ 60 บาทปี 2572 จากปัจจุบันที่ 50 บาท กับ BEM ยังคงหวังโครงการทางด่วนยกระดับ 3.5 หมื่นลบ. และสัญญางาน M&E 3 หมื่นลบ. โดยสายสีม่วงใต้จะได้รับอนุมัติจากภาครัฐช่วงต้นปีหน้า ทั้งนี้ยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย SOTP ที่ 8.40 บาท มาจากธุรกิจหลัก 6.30 บาท ที่ WACC 5.3% และ terminal growth 0% และเงินลงทุนใน TTW กับ CKP ที่ 0.75 บาท บวกโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.35 บาท ราคาเป้าหมายสะท้อน PE ปี 2570 ที่ 32-33x ลบ. 0.5 S.D.
Highways & Railtracks

ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้นกู้ BEM 22 รุ่น ใช้สิทธิประชุม 15 กันยายน 2569

ก.ล.ต. แจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จำนวน 22 รุ่น ให้ใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ในรูปแบบการประชุมที่สถานที่จริง ณ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ห้อง the residence 303 & 304 ชั้น Mezzanine เลขที่ 494 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร หุ้นกู้ทั้ง 22 รุ่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ BEM272A BEM279A BEM279B BEM27OA BEM284A BEM284B BEM286A BEM286B BEM292A BEM295A BEM299A BEM306A BEM312A BEM314A BEM329A BEM334A BEM342A BEM349A BEM349B BEM354A BEM362A และ BEM369A โดยวาระการประชุมที่สำคัญประกอบด้วยการแก้ไขข้อกำหนดสิทธิในเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้ในการดำรงอัตราส่วนทางการเงิน และการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ ทั้งนี้ ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ และผลกระทบที่ผู้ถือหุ้นกู้จะได้รับจากการมีมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติให้ชัดเจนในแต่ละทางเลือก พร้อมเหตุผลประกอบและความเห็นของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ถือหุ้นกู้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ ใช้สิทธิของตนในการรักษาประโยชน์ และสอบถามข้อมูลต่าง ๆ จากผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนประกอบการตัดสินใจออกเสียงในการประชุมครั้งนี้
Highways & Railtracks

ก.ล.ต.เตือนผู้ถือหุ้นกู้ BEM 22 รุ่น ใช้สิทธิโหวตแก้เงื่อนไขและเพิ่มดอกเบี้ย 15 ก.ย. นี้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. แจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จำนวน 22 รุ่น ให้ศึกษาข้อมูลและใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 15 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้อง The Residence 303 และ 304 ชั้น Mezzanine โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เลขที่ 494 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยหุ้นกู้ทั้ง 22 รุ่น ประกอบด้วย BEM272A, BEM279A, BEM279B, BEM27OA, BEM284A, BEM284B, BEM286A, BEM286B, BEM292A, BEM295A, BEM299A, BEM306A, BEM312A, BEM314A, BEM329A, BEM334A, BEM342A, BEM349A, BEM349B, BEM354A, BEM362A และ BEM369A วาระสำคัญของการประชุม ได้แก่ การพิจารณาแก้ไขข้อกำหนดสิทธิเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้ในการดำรงอัตราส่วนทางการเงิน และการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ ทั้งนี้ ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ และผลกระทบที่ผู้ถือหุ้นกู้จะได้รับอย่างชัดเจนในแต่ละทางเลือก ทั้งกรณีมีมติอนุมัติและไม่อนุมัติ พร้อมแสดงเหตุผลและความเห็นของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ประกอบ ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ถือหุ้นกู้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและใช้สิทธิเพื่อรักษาประโยชน์ของตนเอง รวมถึงสอบถามข้อมูลจากผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจออกเสียงในการประชุมดังกล่าว
Highways & Railtracks

BEM คาดไตรมาส 3 โต จัดงาน Health Station หนุน Metro Mall

BEM คาดว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจรถไฟฟ้าและทางด่วน ซึ่งจะช่วยผลักดันปริมาณผู้ใช้บริการให้ขยายตัวมากขึ้น พร้อมกับยกระดับพื้นที่ Metro Mall สถานีสวนจตุจักรให้เป็นสถานีสุขภาพ ด้วยการจัดงาน "BEM CARE 2026 Health Station" ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569 โดยร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน อาทิ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลปิยะเวท โรงพยาบาลในเครือบางปากอก สภากาชาดไทย และ สสส. เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการคัดกรองสุขภาพเชิงป้องกันได้ง่ายขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะนำ "ซื้อ" หุ้น BEM โดยให้ราคาเป้าหมาย 10.50 บาท เนื่องจากคาดว่ากำไรครึ่งปีหลังจะเติบโตดีจากค่าซ่อมบำรุงที่ประหยัดลงและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว โดยคาดว่ากำไรปกติปี 2569 จะเติบโต 5.1% มาอยู่ที่ราว 3.97 พันล้านบาท และยังมีปัจจัยบวกจากนโยบายรถไฟฟ้าตั๋วร่วมและการเปิดรถไฟฟ้าสายสีส้มในปี 2571-2583
thunhoon.com·12dอ่านต่อ →
Highways & Railtracks

พาร์ก 24 กำไรก่อนภาษีงวด 11 เดือนถึง ก.ค. เพิ่มขึ้น 20%

พาร์ก 24 ประกาศผลประกอบการงวดสะสม 9 เดือนของปีบัญชี 2569 (พ.ย. 2568 – ก.ค. 2569) หลังตลาดปิดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. โดยกำไรก่อนภาษีรวมอยู่ที่ 26,700 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 20.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราความคืบหน้า 67.7% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 39,500 ล้านเยน ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 5 ปี (ไม่รวมช่วงขาดทุน) ที่ 66.1% จากการคำนวณของบริษัทโดยยึดตามเป้าหมายทั้งปีที่บริษัทคงไว้ คาดว่ากำไรก่อนภาษีในไตรมาส 4 (ต.ค. – ธ.ค.) จะเพิ่มขึ้น 7.5% จากปีก่อน อยู่ที่ 12,700 ล้านเยน ส่วนผลงานจริงในไตรมาส 3 (พ.ค. – ก.ค.) ขยายตัว 31.7% จากปีก่อน อยู่ที่ 10,900 ล้านเยน และอัตรากำไรจากการขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 8.9% ในปีก่อนเป็น 11.4%
株探ニュース·19dอ่านต่อ →
Highways & Railtracks

กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2026 ของหูหนาน อินเวสเมนต์ ลดลง 37.04% เมื่อเทียบกับปีก่อน

หูหนาน อินเวสเมนต์ เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2026 รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 168 ล้านหยวน ลดลง 36.18% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 22.64 ล้านหยวน ลดลง 37.04% กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 17.06 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 80.83 ล้านหยวนจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 15.37% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 51.86% อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.10% และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.05 หยวน จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 39,400 ราย โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกถือหุ้นรวมกันคิดเป็น 39.22% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Highways & Railtracks

กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ของบริษัททางด่วนหนิงหู 2.503 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 3.28% เมื่อเทียบกับปีก่อน

บริษัททางด่วนหนิงหูเปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 9.293 พันล้านหยวน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 2.503 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 3.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 3.603 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.94% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สอง อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 45.64% ลดลง 0.15 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 34.60% เพิ่มขึ้น 1.43 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สอง อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 6.03% กำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.50 หยวน เพิ่มขึ้น 3.28% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 0.09 เท่า อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลืออยู่ที่ 3.32 เท่า เพิ่มขึ้น 3.61% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ห้า จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 38,900 ราย ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สิบอันดับแรกถือหุ้นรวมกันคิดเป็น 72.27% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Highways & Railtracks

อานฮุย เอ็กซ์เพรสเวย์ รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ที่ 1.007 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4.89% เมื่อเทียบกับปีก่อน

อานฮุย เอ็กซ์เพรสเวย์ เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 3.227 พันล้านหยวน และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ 1.007 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 46.93 ล้านหยวนจากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 4.89% เมื่อเทียบกับปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1.722 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12.57% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 56.88% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 44.54% อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8.00% และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.59 หยวน
Highways & Railtracks

โมเดิร์น อินเวสเมนท์ รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ที่ 234 ล้านหยวน ลดลง 23.56% เมื่อเทียบกับปีก่อน

โมเดิร์น อินเวสเมนท์ เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 4,085 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 27.99% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 234 ล้านหยวน ลดลง 23.56% เมื่อเทียบกับปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 904 ล้านหยวน ลดลง 24.40% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ล่าสุดของบริษัทอยู่ที่ 75.88% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.99% อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.88% และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.13 หยวน จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 39,800 ราย โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกถือหุ้นรวมกันคิดเป็น 50.20% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Highways & Railtracks

เสฉวนเฉิงหยู รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ที่ 899 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 1.94% จากปีก่อน

เสฉวนเฉิงหยู เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 4,945 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12.65% จากปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 899 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 1.94% จากปีก่อน นับเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่สอง กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,841 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 24.48% จากปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 67.37% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 33.70% อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4.47% และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.28 หยวน จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 31,000 ราย โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกถือหุ้นรวมกันคิดเป็น 94.58% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Highways & Railtracks

หลงเจียงทรานสปอร์ต รายงานกำไรสุทธิครึ่งปี 2569 ที่ 107 ล้านหยวน ลดลง 8.36% เมื่อเทียบกับปีก่อน

หลงเจียงทรานสปอร์ต เปิดเผยรายงานครึ่งปี 2569 โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 290 ล้านหยวน ลดลง 6.87% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ 107 ล้านหยวน ลดลง 8.36% กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 14.91 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 237 ล้านหยวนจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์อยู่ที่ 10.16% อัตรากำไรขั้นต้น 44.19% อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 2.33% และกำไรต่อหุ้นปรับลด 0.08 หยวน จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 40,600 ราย โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกถือหุ้นรวมกันคิดเป็น 57.88% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Highways & Railtracks

กำไรสุทธิครึ่งปีแรกของหลงเจียงทรานสปอร์ตลดลง 8.36% เมื่อเทียบกับปีก่อน

หลงเจียงทรานสปอร์ตเปิดเผยรายงานครึ่งปี 2026 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โดยกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ในช่วงครึ่งปีแรกลดลง 8.36% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในรอบรายงาน บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 290 ล้านหยวน ลดลง 6.87% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ 107 ล้านหยวน ลดลง 8.36% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.082 หยวน
央广财经·23dอ่านต่อ →
Highways & Railtracks

ซานตงไฮสปีด รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ที่ 1.578 พันล้านหยวน ลดลง 6.98% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ซานตงไฮสปีด เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 10.964 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 2.10% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 1.578 พันล้านหยวน ลดลง 6.98% เมื่อเทียบกับปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 3.553 พันล้านหยวน ลดลง 1.19% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 64.06% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 33.48% อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3.45% และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.26 หยวน จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 26,000 ราย และสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกอยู่ที่ 91.79%
Highways & Railtracks

เสฉวนเฉิงหยู รายงานกำไรสุทธิส่วนของผู้เป็นแม่ครึ่งปีแรก 899 ล้านหยวน

เสฉวนเฉิงหยู เปิดเผยรายงานครึ่งปี 2569 กำไรสุทธิส่วนของผู้เป็นแม่ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 899 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 1.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 4,945 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12.65% กำไรสุทธิส่วนของผู้เป็นแม่หลังหักรายการพิเศษอยู่ที่ 806 ล้านหยวน ลดลง 6.42% กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,841 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 24.48% กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.2792 หยวน โดยในไตรมาสที่สอง รายได้จากการดำเนินงานของบริษัทอยู่ที่ 2,530 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิส่วนของผู้เป็นแม่อยู่ที่ 443 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 16.2% ณ สิ้นไตรมาสที่สอง สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 67,275 ล้านหยวน ลดลง 0.53% จากสิ้นปีก่อน ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของผู้เป็นแม่อยู่ที่ 20,098 ล้านหยวน ลดลง 10.85% จากสิ้นปีก่อน รายงานระบุว่า บริษัทได้เข้าซื้อหุ้น 85% ในบริษัทจิงอี๋เสร็จสิ้นในปี 2568 และได้รวมบริษัทจิงอี๋ไว้ในงบการเงินรวมแล้ว โดยในรอบระยะเวลารายงาน บริษัทจิงอี๋มีกำไรสุทธิ 138 ล้านหยวน
Highways & Railtracks

จี๋หลินไฮเวย์รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ที่ 223 ล้านหยวน ลดลง 2.22% เมื่อเทียบกับปีก่อน

จี๋หลินไฮเวย์เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 521 ล้านหยวน ลดลง 5.09% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 223 ล้านหยวน ลดลง 2.22% กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 288 ล้านหยวน ลดลง 2.19% อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 12.06% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 67.42% อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3.92% และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.12 หยวน จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 37,400 ราย โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกถือหุ้นรวมกันคิดเป็น 72.76% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Highways & Railtracks

DMT กำไร 6 เดือน 525 ล้านบาท ปันผลรวม 0.446 บาทต่อหุ้น

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ว่ามีกำไรสุทธิ 525.16 ล้านบาท และมีรายได้รวม 1,287.58 ล้านบาท ประกอบด้วยรายได้ค่าผ่านทางและรายได้จากการให้บริการและจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มเติมในอัตรา 0.223 บาทต่อหุ้น ทำให้รวมเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เท่ากับ 0.446 บาทต่อหุ้น และกำหนดจ่ายในวันที่ 10 กันยายน 2569 การจ่ายปันผลดังกล่าวสะท้อนนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอของ DMT และตอกย้ำความโดดเด่นในฐานะหุ้นปันผลที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุน โดยข้อมูลถูกนำเสนอผ่านกิจกรรม Earnings Call หรือ OPPDAY ณ สำนักงานทางยกระดับดอนเมือง
Highways & Railtracks

รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ของเสฉวนเฉิงหยู: รายได้เพิ่มขึ้น 12.65% กำไรสุทธิหลังหักรายการพิเศษลดลง 6.42%

เสฉวนเฉิงหยูเปิดเผยรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 4,945 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ 899 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.94% และกำไรสุทธิหลังหักรายการพิเศษ 806 ล้านบาท ลดลง 6.42% การเติบโตของรายได้หลักมาจากการขยายขอบเขตการรวมกิจการ โดยบริษัทได้เข้าซื้อหุ้น 85% ในทางด่วนจิงอี๋ของหูเป่ยเสร็จสิ้น ทำให้มีรายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นประมาณ 257 ล้านบาท แต่รายได้ค่าผ่านทางหลักยังถูกกดดันจากการแบ่งเส้นทางจราจรและนโยบายสิทธิพิเศษ ธุรกิจบริหารจัดการและบำรุงรักษาสะพานทางหลวงมีรายได้ 2,428 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 49.11% ลดลง 4.12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากบริการก่อสร้าง 1,429 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้า 978 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.48% สินทรัพย์รวม ณ สิ้นงวด 67,275 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ 20,098 ล้านบาท ลดลง 10.85% จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับปรุงจากการรวมกิจการภายใต้การควบคุมเดียวกัน บริษัทเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งการสิ้นสุดอายุสัมปทาน การแบ่งเส้นทางจราจรที่เป็นปกติ และนโยบายสิทธิพิเศษค่าผ่านทางที่ยังคงอยู่ ระยะต่อไปต้องติดตามการฟื้นตัวของปริมาณการจราจรในเส้นทางหลักและการเปลี่ยนโครงการใหม่ให้เป็นกำไร
蓝鲸财经·23dอ่านต่อ →
Highways & Railtracks

ชู่เทียนไฮเวย์รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ที่ 437 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8.59% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ชู่เทียนไฮเวย์เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 2,337 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 0.91% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ 437 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8.59% กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 714 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 0.54% อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 57.10% อัตรากำไรขั้นต้น 26.76% อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 4.82% และกำไรต่อหุ้นปรับลด 0.27 หยวน จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 41,300 ราย โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกถือหุ้นรวมกันคิดเป็น 61.65% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Highways & Railtracks

รายงานครึ่งปี 2569 หลงเจียงทรานสปอร์ต: รายได้และกำไรลดลง แต่ลดหนี้ได้ผลชัดเจน

หลงเจียงทรานสปอร์ตเปิดเผยรายงานครึ่งปี 2569 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม บริษัทอาศัยธุรกิจหลักด้านการดำเนินงานทางด่วน และเดินหน้าลึกในกลยุทธ์ “หนึ่งแกนหลัก สองปีก” แต่ได้รับผลกระทบจากยอดขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ช่วงท้ายที่ลดลง และการปรับธุรกิจแท็กซี่ ส่งผลให้รายได้และกำไรในรอบบัญชีลดลงทั้งคู่ รอบบัญชีนี้มีรายได้จากการดำเนินงาน 290 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 6.87 เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ 107 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 8.36 และกำไรสุทธิหลังหักรายการพิเศษ 109 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 9.56 กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานพลิกจากติดลบ 223 ล้านหยวนในงวดเดียวกันของปีก่อน มาเป็นบวก 14.91 ล้านหยวน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ ณ สิ้นงวดลดลงเหลือร้อยละ 10.16 และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 999 ล้านหยวน สะท้อนผลสำเร็จในการลดภาระหนี้อย่างชัดเจน ธุรกิจของบริษัทครอบคลุมค่าผ่านทางด่วน การเดินรถแท็กซี่ การค้าสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงกลุ่มพลังงานสะอาดและวัสดุใหม่แกรไฟต์ โดยซินทงเรียลเอสเตทมีรายได้ลดลง 19.67 ล้านหยวนเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีการขายบ้านพักตากอากาศซึ่งเป็นสินค้าราคาสูง แต่รอบนี้ไม่มีสินค้าประเภทดังกล่าว นับเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรายได้รวม ขณะที่รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าโซลาร์เพิ่มขึ้น 3.26 ล้านหยวน และปริมาณการผลิตไฟฟ้าทำได้ถึงร้อยละ 123.27 ของแผน บริษัทเผชิญความเสี่ยงจากการหมดอายุสิทธิประกอบการทางด่วนฮาร์บิน-ต้าชิ่งในปี 2572 รวมถึงความท้าทายจากการปล่อยเช่าแท็กซี่ที่ยากขึ้น และความไม่แน่นอนของผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจใหม่
蓝鲸财经·23dอ่านต่อ →
Highways & Railtracks

รายงานครึ่งปี 2569 ของ Modern Investment: รายได้เพิ่มแต่กำไรลด รายได้จากการค้าพุ่งสูง

Modern Investment เปิดเผยรายงานครึ่งปี 2569 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 3,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.76 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 234 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 23.56 สะท้อนลักษณะรายได้เพิ่มแต่กำไรลด การเติบโตของรายได้หลักมาจากธุรกิจค้าสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งมีรายได้ 2,129 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 55.88 เพิ่มขึ้นร้อยละ 78.48 แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพียงร้อยละ 11.01 จึงมีส่วนช่วยกำไรจำกัด กำไรที่ลดลงมีสาเหตุหลักจากทางด่วนฉางหย่งหมดอายุสัมปทานและหยุดเก็บค่าผ่านทาง รวมถึงบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมดอย่าง Modern Environment ตั้งสำรองหนี้สินที่คาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณ 4.616 ล้านบาทสำหรับโครงการต้าอัน แม้บริษัทลูกด้านการเงิน เช่น ต้าอิ๋วฟิวเจอร์ส จะมีผลประกอบการเติบโต แต่ก็ยังยากที่จะชดเชยช่องว่างจากธุรกิจหลัก บริษัทเผชิญแรงกดดันด้านรายได้ต่อเนื่องหลังทางด่วนฉางหย่งหยุดดำเนินการ และความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม
蓝鲸财经·23dอ่านต่อ →
Highways & Railtracks

BEM ขอขยายเพดานหนี้เพิ่มกรอบเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท

BEM เตรียมขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นกู้ในวันที่ 15 กันยายน เพื่อขยายเพดาน Net IBD/E จาก 2.5 เท่าเป็น 3.0 เท่า พร้อมเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีก 0.10% ตั้งแต่ปี 2570 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการกู้ยืมได้อีกกว่า 2 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมโครงการสำคัญ เช่น งานระบบรถไฟฟ้าสายสีส้มมูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท การจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มเติม 21 ขบวนมูลค่า 7.2 พันล้านบาท โครงการ Double Deck มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท และโอกาสลงทุน PPP ใหม่ เช่น มอเตอร์เวย์ M9 นักวิเคราะห์จากเอเซีย พลัสมองว่าการขยายเพดานหนี้ครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมมากกว่าสะท้อนปัญหาสภาพคล่อง เนื่องจาก Net IBD/E ณ สิ้นไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 2.29 เท่า และธุรกิจหลักยังสร้าง EBITDA ได้กว่า 9 พันล้านบาทต่อปี ขณะที่ภาระเงินลงทุนจะสอดคล้องกับกระแสเงินสดที่ปลดล็อกจากรถไฟฟ้าสีน้ำเงินในปี 2572 และการเลื่อนจ่ายค่าโครงการ Double Deck ผ่าน CK ไปถึงปี 2573-2574 โดยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเหมาะสม 8.20 บาท
Highways & Railtracks

楚天高速ครึ่งปีแรกกำไรสุทธิและรายได้โตทั้งคู่ พลังงานไฮโดรเจนกับคมนาคมอัจฉริยะผสานกำลัง

楚天高速เผยแพร่รายงานครึ่งปี 2026 รายได้จากการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.91% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิ 437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.59% และกำไรสุทธิหลังหักรายการพิเศษ 434 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมาก 17.13% ธุรกิจทางด่วนและสะพานเป็นศูนย์กำไรหลักของบริษัท รายได้ค่าผ่านทางยานพาหนะอยู่ที่ 1,129 ล้านบาท คิดเป็น 48.33% ของรายได้รวม บริษัทถือสิทธิสัมปทานทางด่วน 6 สาย ระยะทางเก็บค่าผ่านทางประมาณ 619 กิโลเมตร ในรอบรายงาน บริษัทลงทุนแล้ว 6,900 ล้านบาท คงอันดับความน่าเชื่อถือ AAA และเพิ่มหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 48 หัว ปรับปรุงห้องน้ำสาธารณะให้เหมาะกับผู้สูงอายุ 220 แห่ง และมีศูนย์พักรถบรรทุก 16 แห่งที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงคมนาคม ในธุรกิจพลังงานเพื่อการคมนาคม บริษัทบริหารปั๊มน้ำมัน 13 แห่ง สถานีเติมไฮโดรเจน 2 แห่ง สถานี LNG 4 แห่ง และลานชาร์จ 34 แห่ง สถานี LNG 2 แห่งที่เขตบริการซวงซีบนทางด่วนฉีเจียเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เส้นทางสาธิตพลังงานไฮโดรเจนบนทางด่วนฮั่นอี๋เดินรถอย่างมีเสถียรภาพ และเริ่มวางโครงสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลอุตสาหกรรมไฮโดรเจนมณฑลหูเป่ย บริษัทระบุว่าในอนาคตจะยังยึดธุรกิจทางด่วนและสะพานเป็นรากฐาน เร่งโครงการขยายทางด่วนฮั่นอี๋ และผลักดันการพัฒนาควบคู่ระหว่างคมนาคมอัจฉริยะกับพลังงานเพื่อการคมนาคม
证券时报·24dอ่านต่อ →
Highways & Railtracks

ซานตงไฮสปีดกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 1.578 พันล้านหยวน ลดลง 6.98% เมื่อเทียบปีก่อน

ซานตงไฮสปีดเปิดเผยรายงานครึ่งปีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ระบุว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มีรายได้จากการดำเนินงาน 10.964 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ 1.578 พันล้านหยวน ลดลง 6.98% เมื่อเทียบปีก่อน กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 0.263 หยวน ในระหว่างรอบระยะเวลารายงาน รายได้จากบริการก่อสร้างโครงการถนนและสะพานเพิ่มขึ้น
证券时报·24dอ่านต่อ →
Highways & Railtracks

ชู่เทียนไฮเวย์กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 437 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8.59% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ชู่เทียนไฮเวย์เปิดเผยรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม โดยมีรายได้จากการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2,337 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 0.91% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียน 437 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8.59% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 0.27 หยวนต่อหุ้น
央广财经·24dอ่านต่อ →
Highways & Railtracks

เสินเจิ้นเอ็กซ์เพรสเวย์รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ที่ 919 ล้านหยวน ลดลง 4.28% เมื่อเทียบกับปีก่อน

เสินเจิ้นเอ็กซ์เพรสเวย์เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 3,653 ล้านหยวน ลดลง 6.78% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 919 ล้านหยวน ลดลง 41.05 ล้านหยวน หรือคิดเป็น 4.28% เมื่อเทียบกับปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 2,039 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4.31% และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สอง อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 54.62% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 36.41% กำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.35 หยวน ลดลง 9.42% จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 19,900 ราย และผู้ถือหุ้นรายใหญ่สิบอันดับแรกถือหุ้นรวมกันคิดเป็น 92.77% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Highways & Railtracks

จี๋หลินไฮเวย์กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 223 ล้านหยวน ลดลง 2.22% เมื่อเทียบปีก่อน

จี๋หลินไฮเวย์เปิดเผยรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 521 ล้านหยวน ลดลง 5.09% เมื่อเทียบปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ 223 ล้านหยวน ลดลง 2.22% เมื่อเทียบปีก่อน และกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.12 หยวนต่อหุ้น
央广财经·24dอ่านต่อ →
Highways & Railtracks

BEM ขยายเพดานการเงินรับแผนลงทุนใหม่ เป้า 8.20 บาท

บล.เอเชีย พลัส ระบุว่า บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้วันที่ 15 กันยายน เพื่อขอปรับเพดาน Net IBD/E จาก 2.5 เท่า เป็น 3.0 เท่า พร้อมเพิ่มคูปองอีก 0.10% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านโครงสร้างเงินทุนและรองรับแผนลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคต มากกว่าสะท้อนความกังวลด้านสภาพคล่อง เนื่องจาก Net IBD/E ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 ยังอยู่ที่ 2.29 เท่า การปรับ Covenant จะเพิ่มศักยภาพการกู้ยืมให้ BEM ได้อีกกว่า 2 หมื่นล้านบาท รองรับการลงทุนขนาดใหญ่ที่กำลังจะทยอยเกิดขึ้น ทั้งงาน M&E รถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท การจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มเติม 21 ขบวน มูลค่า 7.2 พันล้านบาท โครงการ Double Deck มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท รวมถึงโอกาสลงทุน PPP ใหม่ เช่น มอเตอร์เวย์ M9 ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 8.20 บาท โดยมองว่าการขยายเพดาน Net IBD/E เป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการลงทุนในอนาคต ขณะที่กำไรมีปัจจัยหนุนหลากหลายจากการลดต้นทุน การปรับขึ้นค่าผ่านทาง และการขยายเครือข่ายรถไฟฟ้า
Highways & Railtracks

BEM เตรียมขอปรับเพดานหนี้สินต่อทุนเป็น 3 เท่า

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ในวันที่ 15 กันยายน เพื่อขอปรับเพดานอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจาก 2.5 เท่าเป็น 3.0 เท่า พร้อมเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีก 0.10% ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่าการปรับเงื่อนไขดังกล่าวจะเพิ่มศักยภาพการกู้ยืมให้ BEM ได้อีกกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น งานระบบรถไฟฟ้าสายสีส้มมูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท การจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มเติม 21 ขบวน มูลค่า 7.2 พันล้านบาท และโครงการทางด่วนยกระดับ Double Deck มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท รวมถึงโอกาสลงทุนโครงการ PPP ใหม่ เช่น มอเตอร์เวย์ M9 โดยธุรกิจหลักปัจจุบันยังสร้าง EBITDA ได้มากกว่า 9 พันล้านบาทต่อปี และมีอันดับความน่าเชื่อถือระดับ A ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำซื้อหุ้น BEM ให้ราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 8.20 บาท
ทันหุ้น·25dอ่านต่อ →