สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นทดสอบระดับ 95 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล และราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 ความตึงเครียดนี้ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทุกช่วงอายุ และกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้พลังงานเป็นต้นทุน เช่น สายการบินและโรงไฟฟ้า และกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น ไฟแนนซ์และที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าดัชนี SET Index วันนี้จะปรับลงไม่รุนแรงเท่าตลาดเอเชียเหนือ และคาดว่ากลุ่ม Oil & Gas ในประเทศจะช่วยประคองดัชนีไว้ได้ พร้อมกับสัญญาณบวกจากนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาซื้อสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบ 7 วันทำการ โดยประเมินแนวรับของ SET Index เดือนนี้ที่ 1,575 และ 1,550 จุด และแนะนำให้ผู้ที่สะสมหุ้นที่บริเวณ 1,600 จุดแล้วถือต่อได้ ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้เพิ่มน้ำหนักสามารถทยอยสะสมเมื่อดัชนีอยู่ต่ำกว่า 1,600 จุด โดยเริ่มจากหุ้นแนะนำ เช่น STECON, SEAFCO, AMATA, HANA, KCE, CPF, GFPT, TFG, BCP, SPRC และ TOP