Energy Transition & Power Demand
▲ 3
CGSI มองบวกกลุ่มโรงกลั่นไทย ค่าการกลั่นแข็งแกร่ง
บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นไทย แม้จีนจะส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะเป็นการผ่อนคลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากจีนให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศเป็นลำดับแรก ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจทำให้โรงกลั่น Huajin Aramco เปิดดำเนินงานช้ากว่ากำหนดในเดือนต.ค.-พ.ย.69 โดยหากไม่รวมปริมาณการกลั่นที่ฟื้นตัวในช่วงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านในเดือนก.ค.69 ปริมาณการกลั่นทั่วโลกน่าจะลดลงมากกว่า 2 ล้านบาร์เรล/วันในปี 69 ขณะที่การโจมตีของอิหร่านและฮูตีทำให้อัตราการเดินเครื่องของโรงกลั่นในซาอุดีอาระเบียและคูเวตลดลงตั้งแต่เดือนมี.ค.69 และโรงกลั่นในรัสเซียถูกโจมตีด้วยโดรนจนเปลี่ยนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดีเซลสุทธิ แม้ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงอาจทำให้เกิด demand destruction ประมาณ 330,000 บาร์เรล/วัน แต่อุปทานที่ลดลงมากกว่า 1 ล้านบาร์เรล/วันยังหนุน crack spread ในเอเชีย ขณะที่อุปทาน heavy crude ตึงตัวกดดันการผลิต heavy distillate และมาตรการห้ามส่งออก LSFO ของรัสเซียช่วยหนุน crack spread ให้สูงต่อเนื่อง ราคาหุ้นโรงกลั่นไทยปรับขึ้นมากอาจมีแรงขายทำกำไร แต่ CGSI มองว่าการปรับลงเป็นโอกาสสะสม โดยเฉพาะ TOP, SPRC และ BCP เนื่องจาก GRM แข็งแกร่งในครึ่งปีแรกของปี 69 จะช่วยสร้างกระแสเงินสดและหนุนการจ่ายปันผลที่น่าสนใจ แต่ยังคงแนะนำ Neutral สำหรับกลุ่มน้ำมันและก๊าซไทยเพราะกังวลปิโตรเคมีปลายน้ำ
HoonSmart · 2h อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
KKPS ปรับเพิ่มค่าการกลั่นปี 69 แตะ 19.60 เหรียญ ชู TOP เป้า 80.50 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร หรือ KKPS ปรับเพิ่มประมาณการค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปี 2569 ขึ้นเป็น 19.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 5.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปรับปี 2570 เป็น 9.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยระบุว่าอุปทานโรงกลั่นตึงตัวจากกำลังการผลิตใหม่ที่จำกัด ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และความเสียหายของโรงกลั่นในตะวันออกกลาง สำหรับไตรมาส 3/2569 คาดค่าการกลั่นสิงคโปร์เพิ่มเป็น 25.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนทยอยลดลงในไตรมาส 4 มาอยู่ที่ 16.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล KKPS เลือก บริษัท ไทยออยล์ หรือ TOP เป็นหุ้นเด่น คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้น 7.3% เป็น 80.50 บาท คิดเป็นอัพไซด์ 33.6% และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 9.6% ขณะที่ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง หรือ SPRC เป็นหุ้นเด่นลำดับถัดมา ปรับราคาเป้าหมายขึ้น 64.4% เป็น 14.80 บาท คาดอัพไซด์ 21.3% และให้ผลตอบแทนเงินปันผล 14%
Kaohoon · 3h อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
NIA โชว์ 30 สตาร์ตอัป ผนึกบิ๊กคอร์ปอเรต 60 คู่ธุรกิจ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดเวที GLOBAL STARTUP HUB DEMO DAY 2026 นำ 30 สตาร์ตอัปที่ผ่านการคัดเลือกในกลุ่ม AI, IoT, Semiconductor, EV & Mobility, Energy Tech และ Climate Tech & Sustainability ขึ้นนำเสนอผลลัพธ์หลังจับคู่ธุรกิจกับบริษัทขนาดใหญ่กว่า 60 คู่ธุรกิจ โดยมีเป้าหมายผลักดันสู่การทดสอบ Proof of Concept (PoC) ร่วมกับองค์กรชั้นนำ เช่น ไปรษณีย์ไทย, Central Retail, PTT, Thai Oil และ AIS เพื่อลดความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมและสร้างทางลัดสู่การขายและการลงทุนเชิงพาณิชย์ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่าโครงการนี้เป็นกลไกภายใต้แนวทาง Groom – Grant – Growth – Global เพื่อยกระดับความพร้อมทางธุรกิจและความพร้อมสู่ตลาดสากลของสตาร์ตอัปไทย โดยกระบวนการ PoC จะช่วยให้สตาร์ตอัปได้รับการพิสูจน์เทคโนโลยีกับโจทย์จริงและมีกรณีอ้างอิงสำหรับขยายตลาดในอนาคต
Money & Banking · 1d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▼ impact 4
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังอิหร่าน-โอมานเจรจาเปิดทางฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังอิหร่านและโอมานกลับมาเจรจาจัดตั้งแนวเดินเรือชั่วคราวร่วมกันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสซื้อขายเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 82.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 2.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 88.58 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 3.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า การเจรจาครั้งนี้รวมถึงการตกลงเก็บกู้วัตถุระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อเตรียมเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ขณะที่สหรัฐฯ เริ่มส่งเจ้าหน้าที่ทางการทูตกลับเข้าทำงานในตะวันออกกลาง สะท้อนว่าความเสี่ยงของการยกระดับความขัดแย้งทางทหารในระยะสั้นปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีความเสี่ยงสูง หลังเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดบริเวณชายฝั่งโอมาน ใกล้ปากทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เรือได้รับความเสียหายและไม่สามารถขับเคลื่อนได้
Business Today · 1d อ่านต่อ ▾
TOP.BK
BCP เด่นปันผล–SAF หนุน เคาะเป้าพื้นฐาน 53.50 บาท
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คงคาดการณ์เงินปันผลต่อหุ้นของ BCP ปี 2569 ที่ 5.30 บาท เพิ่มขึ้น 405% จาก 1.05 บาทในปี 2568 โดยคาดกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ 3.14 หมื่นล้านบาท และใช้อัตราการจ่ายเงินปันผลแบบอนุรักษ์นิยมที่ 25% ขณะที่ผู้บริหารยืนยันนโยบายจ่ายอย่างน้อย 30% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองตามข้อกำหนด ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ กระแสเงินสด และแผนลงทุน BCP ยังมีโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่าไม่เกิน 3.8 พันล้านบาทช่วงปี 2568-2571 โดยระยะแรกเสร็จสิ้น 15 มิถุนายน 2569 ซื้อคืน 9.67 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.66% ของหุ้นจำหน่ายแล้ว มูลค่า 336 ล้านบาท จากวงเงินอนุมัติสูงสุด 1.1 พันล้านบาท คาดกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 ลดลงจากไตรมาสก่อน เพราะค่าการกลั่นลดลงจากต้นทุน crude premium ค่าประกันภัย และค่าระวางที่เพิ่มขึ้น แม้ spread น้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่องบิน และดีเซลยังแข็งแกร่งที่ 30.0, 62.3 และ 67.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามลำดับ อัตราการกลั่นคาดลดลง 2%-6% เป็น 260-270 KBD เพราะถังเก็บ middle distillates ใกล้เต็ม หลังกระทรวงพลังงานห้ามส่งออกดีเซลตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม แต่กำไรจากโครงการ SAF ซึ่ง BCP ถือ 80% และ BBGI ถือ 20% คาดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เพราะเป็นไตรมาสแรกที่รับรู้เต็มไตรมาสหลังเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ 18 พฤษภาคม คำแนะนำจาก Bloomberg consensus แบ่งเป็น ซื้อ 19 ราย ถือ 2 ราย ขาย 0 ราย ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 53.50 บาท ณ วันที่ 25 สิงหาคม โดยคาดราคาหุ้นได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นแข็งแกร่ง อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 10.3% และกำไรจาก SAF ทำให้ชอบ BCP มากที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น รองลงมาคือ SPRC และ TOP
HoonVision · 2d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
บล.กสิกรไทย ชี้กำไรกลุ่มพลังงาน Q2 พุ่ง 302%
บล.กสิกรไทย ระบุว่ากำไรสุทธิของกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีในไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น 302% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 63% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็น 1.28 แสนล้านบาท จากภาวะอุปทานตึงตัวในตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี โดยธุรกิจโรงกลั่นได้ประโยชน์จากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้ประโยชน์จากราคาขายที่เพิ่มขึ้น และธุรกิจปิโตรเคมีได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ที่กว้างขึ้น ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรไตรมาส 3/2569 จะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากฐานที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาส 2/2569 แต่ค่าการกลั่นยังอยู่ในระดับสูงจากปัญหาการดำเนินงานของโรงกลั่นในรัสเซียที่ยังต่อเนื่อง และได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของกลุ่มพลังงานขึ้น 21% และ 12% ตามลำดับ จากสมมติฐานค่าการกลั่นที่สูงขึ้นเป็น 18.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และ 9.7 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล จากเดิม 14.2 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล และ 7.9 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและ PTT โดยเลือก TOP เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากคาดว่าจะยังคงได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
HoonVision · 2d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
PTT ขาขึ้นรอบใหม่ ธุรกิจครบวงจรหนุน
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า PTT รักษาความมั่นคงทางพลังงานไว้ได้ แม้ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์กระทบขนส่งพลังงานขยายวงมากขึ้น หนุนจากความสามารถของธุรกิจ Trading ที่สามารถเข้าถึงแหล่ง supply ทั่วโลก โดยบริษัทยังสามารถจัดหาน้ำมันดิบ และ feedstock ให้ธุรกิจ downstream ทำการผลิตได้ต่อเนื่อง u-rate โรงกลั่นในเครือ 1H26 103% (ช่วงปกติ 1H25 104%) Vs. ในภูมิภาคที่มีการลด run 8-17% นำโดยโรงกลั่นจีน รวมถึงฝั่งปิโตรเคมี u-rate โอเลฟินส์ 1H26 เพิ่มมาที่ 86% Vs. 1H25 80% ซึ่งทำให้ได้ประโยชน์อัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น จาก supply ตึงตัว ต่อเนื่อง คงเป้าขยายธุรกิจ Trading ต่อเนื่องในระยะยาว มุ่งกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงขยายการค้าไปเชื้อเพลิงอื่นมากขึ้น โดยคงเป้าเพิ่มปริมาณค้า LNG ราว 3 เท่าตัวภายใน 2030 เป็น 10 mta Vs. 1H26 1.75 mta และเป้า 2026 ที่ 3.7 mta สร้างกระแสเงินสดได้มากขึ้น หนุนจากเกือบทุกธุรกิจ อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น โดย 1H26 EBITDA และ กำไรสุทธิ +55% / 75% y-y ตามลำดับ หนุนจาก supply พลังงานที่ตึงตัวจากการปิดฮอร์มุซ ส่งให้ i) ธุรกิจ E&P ที่อัตรากำไรเพิ่มตามราคาน้ำมันดิบ ii) ธุรกิจก๊าซฯ นอกจากต้นทุนที่ลดลงจากการปรับโครงสร้างราคาก๊าซฯ ราคาขายอ้างอิงเพิ่มขึ้นด้วย iii) ธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ค่าการกลั่น และ product spread ฟื้น ซึ่งปัจจัยข้างต้นยังหนุน y-y ต่อเนื่องใน 2H26F ส่งให้แนวโน้มการสร้างกระแสเงินสดดีขึ้น ส่งให้ net debt/EBITDA มีแนวโน้มลดต่อเนื่องจาก 1H26 ที่ลดเป็น 1.26 เท่า Vs. 2025 ที่ 1.75 เท่า และมีสภาพคล่องส่วนเกินในการจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม คงแผน Asset monetization และการหา strategic partner ลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว คงเป้าทำ Asset monetization ราว 1 แสนลบ. ใน 2025-27 (2025-1H26 ทำแล้ว 1.8 หมื่นลบ.) เพื่อนำสภาพคล่องมาลดภาระหนี้เพิ่มความสามารถในการรองรับความผันผวนของธุรกิจในระยะยาว และ ii) คงแผนหา strategic partner / Genesis เพิ่มความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านการจัดหา feedstock และแหล่งเงินทุนในระยะยาว คาดความคืบหน้าเลื่อนไปใน 2027 จากสงครามในตะวันออกกลางและการแทรกแซงจากภาครัฐกระทบการเจรจา มอง slightly positive ต่อPTT จากแนวโน้มที่ผู้บริหารอยู่ระหว่างพิจารณาให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นมากขึ้นตามสภาพคล่องส่วนเกิน ส่งให้แนวโน้มปันผล 2026F ที่คาดราว 2.3 บาท/หุ้น หรือ yield 5.6% สูงใกล้เคียงกับ 2025 ที่มีการจ่ายปันผลพิเศษมีความเป็นไปได้มากขึ้น และอาจมี upside ได้ (Vs. คาด PTTEP และ TOP มี dividend yield ไม่ต่ำกว่า 6-7%) ส่วนแนวโน้มข้อสรุป strategic partner / Genesis ที่ล่าช้าในช่วงสงครามฯ ไม่ได้เหนือกว่าคาด และเราคงมุมมองว่าไม่ได้ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของ PTT และบริษัทในเครือลดลง รวมถึงเพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจามากขึ้น จากสถานะของธุรกิจในปัจจุบันที่แข็งแกร่งมากขึ้นคงมุมมองกำไรปกติ 3Q26F โต y-y ยังหนุนจากเกือบทุกธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ i) การปรับโครงสร้างราคาก๊าซฯ ทำให้ feed cost ของโรงแยกก๊าซฯ -17% y-y รวมถึงการปิดฮอร์มุซส่งให้ราคาขายอ้างอิงฯ เพิ่มขึ้น ii) ธุรกิจบริษัทลูกได้แรงหนุนจาก supply ตึงตัวต่อเนื่อง หนุนอัตรากำไรทั้ง PTTEP, TOP, PTTGC, IRPC คงคำแนะนำ Buy ที่ TP27F = 44.5 บ. คงมุมมองธุรกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว ทั้งธุรกิจก๊าซฯ ที่ turnaround จากการปรับโครงสร้างก๊าซฯ รวมถึงธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่ supply ตึงตัวมากขึ้นจากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาน้อยลง และการปรับโครงสร้างการผลิตทั่วโลก ทำให้ค่าการกลั่นสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี และ spread ปิโตรเคมีฟื้นกลับสู่จุดทำกำไรในระยะยาว หนุนกำไรปกติโตเฉลี่ย 18% CAGR ใน 2026-28F
HoonVision · 3d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
จับตาหุ้นเด่นวันนี้: PTT กางแผนลงทุน 5 ปี 1 ล้านล้านบาท
หนังสือพิมพ์รายงานว่า PTT กางแผนลงทุน 5 ปีวงเงิน 1 ล้านล้านบาท ลุยธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและโครงสร้างพื้นฐาน โดยให้ PTTEP เป็นหัวหอกลงทุน หนุนนโยบายรัฐบาลดันจีดีพีไทยเติบโต 3% พร้อมเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน Gastech 2026 ระหว่าง 14-17 กันยายนนี้ เดินหน้าหาพันธมิตรเสริมแกร่ง PTTGC, TOP และ IRPC ขยายนำเข้า LNG แตะ 15 ล้านตันในปี 2578 และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 50% ด้าน BGRIM ลุยรับเมกะเทรนด์พลังงาน เดินหน้าพัฒนาโครงการรับ PDP 2026 ชูธุรกิจ Data Center ดาวเด่น หลังเซ็น PPA แล้ว 100 เมกะวัตต์ และมีลูกค้าใหม่จ่อเพิ่มอีก 150 เมกะวัตต์ พร้อมศึกษาสร้างโรงไฟฟ้าใหม่รองรับ Data Center และเตรียมชิงโครงการ Quick Big Win ดันโซลาร์ชุมชน 300-500 เมกะวัตต์ ขณะที่ SGC ปรับพอร์ตสินเชื่อ ดัน Lock Phone ยีลด์ 25% ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 65% ของพอร์ต จ่อขาย C4C ไม่เกิน 1.3 พันล้านบาท และเตรียมเงินสดรองรับ High Season ไตรมาส 3-4/2569 ด้าน SINGER-SGC เดินหน้าล้างขาดทุนสะสม หวังปลดล็อกจ่ายปันผล หลัง SGC มีกำไรต่อเนื่อง 8 ไตรมาส ส่วน SPCG ถูกกลุ่มโภคาชัยพัฒน์แท็กทีมจารุทวีเทกโอเวอร์กิจการมูลค่ากว่า 5,527 ล้านบาท เปิดเกมรุกธุรกิจพลังงานสีเขียวเต็มสูบ ขานรับแผน PDP 2026 ฉบับใหม่ และการปลดล็อก Direct PPA หลังพบ SPCG ซ่อนสินทรัพย์ที่ดินเขต EEC กว่า 3,000 ไร่ พร้อมเดินหน้าขายไฟฟ้าตรงให้กลุ่มลูกค้าโครงการบางกอกฟรีเทรดโซนของกลุ่ม MK ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะกง ด้าน ERW มั่นใจไตรมาส 3/2569 แกร่ง รายได้รวมโต 7% หลังเดือนกรกฎาคมรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยพุ่ง 5% รับท่องเที่ยวครึ่งปีหลังสดใส หนุนทั้งปีรายได้โต 6% แตะ 8,400 ล้านบาท เดินหน้าแผน JUMP+ มุ่งสู่เป้า 10,000 ล้านบาทในปี 2571 ขณะที่ IND เชื่อว่าครึ่งหลังปี 2569 จะรักษาอัตราการเติบโตที่ดีได้ต่อเนื่องจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกที่มีกำไรสุทธิ 13.33 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการ 413.31 ล้านบาท ส่วน SO ยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายการเติบโตแบบ Double Digit โดยมีรายได้สะสมรวมกับมูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้อยู่ที่ 2,894 ล้านบาท หรือคิดเป็น 93.2% ของเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่ 3,100 ล้านบาท ด้าน THAI ลุยปรับกลยุทธ์รับมือน้ำมันพุ่ง ทำ Hedging ราคาเพิ่มเป็น 60% ล่วงหน้า 2 ปี หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางส่อเค้ายืดเยื้อ กางแผนครึ่งปีหลังไม่ปรับลด ASK พร้อมกลับไปเปิดบินอีก 2 เส้นทางคือเซียะเหมินและดานัง เพิ่มความถี่ยุโรป 3 เส้นทางคือปารีส มิวนิก และซูริค มั่นใจปีนี้คงความสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้ ส่วนแผนจัดหาเครื่องบินยังไปต่อ สิ้นปีนี้มีฝูงบิน 102 ลำ ก่อนเพิ่มเป็น 128 ลำในปี 2571 ขณะที่ PRM จ่ายเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้นจากกำไรสะสม เตรียมขึ้น XD วันที่ 27 สิงหาคมนี้ หลังงบไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 580.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% และมีรายได้จากการให้บริการรวม 2,317.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% ด้าน INET มั่นใจโตต่อเนื่อง เดินหน้าพัฒนา INET-IDC4 สะท้อนดีมานด์ Cloud Infrastructure ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น พร้อมเสริมศักยภาพองค์กรไทยสู่ Data Sovereignty ล่าสุดอยู่ระหว่างพัฒนาระบบ EduPass ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ คาดเปิดใช้งานภายใน 6 เดือน ส่วน SAMART มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังฟื้นตัวแรง รับอานิสงส์ SAV เที่ยวบินคึกคัก ธุรกิจ Direct Coding ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว พร้อมลุยประมูลงานใหม่เกือบหมื่นล้านบาท คาดภาครัฐเริ่มทยอยอนุมัติและเปิดประมูลตั้งแต่ตุลาคมเป็นต้นไป หนุนแบ็กล็อกรวมสิ้นปีนี้ทะลุ 20,000 ล้านบาท ด้าน BAM เร่งเครื่องครึ่งปีหลัง สร้างรายได้ทั้งด้าน NPL, NPA และ JV AMC สู่เป้าหมายที่วางไว้ พร้อมโชว์ผลเรียกเก็บในไตรมาส 2/2569 มากถึง 3,513 ล้านบาท เติบโต 16% มีกำไรกว่า 234 ล้านบาท เติบโต 8% ลุยช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้มากขึ้นด้วยโครงการเริ่มต้นใหม่กับ BAM ขณะที่ BCH เผยผลดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โตเด่น เหตุช่วงไฮซีซันเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน เชื่อลูกค้าต่างชาติฟื้นตัวต่อเนื่อง ดันโค้งท้ายปีนี้งบเพิ่มขึ้น แย้มอยู่ระหว่างเจรจาดีล M&A กว่า 10 แห่ง เตรียมเข้าประชุมกับบอร์ดประกันสังคมปรับอัตราเหมาจ่ายทุกรายการ คาดจะเสร็จตุลาคม 2569 ด้าน TFG รับอานิสงส์ราคาหมูหน้าฟาร์มสูง 72-74 บาทต่อกิโลกรัม คาดทรงตัวยาวถึงกันยายน ชี้ราคาไก่เขยิบขึ้นด้วย แย้มความต้องการส่งออกไก่ในยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่นแกร่ง ลั่นบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้ล็อกราคาถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองถึงสิ้นปี 2569 เดินหน้าขยายร้านค้าปลีกแตะ 875 สาขาสิ้นปีนี้ ก่อนทะลุ 1,075 สาขาสิ้นปีหน้า ส่วน JR จ่อรับอานิสงส์ PDP รอบใหม่ เป็นโอกาสรับงานวางระบบและติดตั้งเพิ่ม ส่งสัญญาณครึ่งหลังปี 2569 โดดเด่นกว่าครึ่งแรก ได้แรงหนุนรับรู้โครงการเพิ่ม จัดทัพชิงงานใหม่โครงการด้านไฟฟ้าอีก 100 ล้านบาท ปั๊ม Backlog เพิ่มจาก 5 พันล้านบาท หันรุกควิกวินมากขึ้น หวังเติมพอร์ตและสร้างรายได้สม่ำเสมอ ด้าน KUMWEL ปั้น Kumwel Clinic ปักธงครบ 10 จังหวัดสิ้นปี จ่อบุ๊กรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 พร้อมลุ้นเค้ก BOI Plus วงเงิน 100 ล้านบาท ฟากเมกะเทรนด์ Data Center หนุนดีมานด์ระบบป้องกันฟ้าผ่าและระบบต่อลงดินทะยาน เปิดทางชิงงานใหม่เพียบ มั่นใจรายได้ปี 2569 โตแรง 50% ขณะที่ ORI กางแผน JUMP+ 3 ปี เร่งเครื่องผลงานทะยานสู่ 1.43 พันล้านบาทในปี 2571 ชูโมเดล Build-Operate-Exit-Reinvest ปั้นโรงแรมและคลังสินค้าเพิ่มมูลค่าก่อนขายเข้ากอง REIT หมุนเงินลงทุนรอบใหม่ ฟากครึ่งปีหลังจ่อบุ๊กรายได้ขายสินทรัพย์และที่ดินอีก 1.5-1.8 พันล้านบาท ด้าน TOA ปรับกลยุทธ์บุกตลาดกลุ่มสีทาราคาประหยัด เจาะฐานลูกค้าห้องเช่า พร้อมขยายตลาดกลุ่มเคมีภัณฑ์ก่อสร้างและซ่อมแซม รับดีมานด์รีโนเวตบ้าน เดินหน้าลงทุนตามแผนราว 600 ล้านบาท คาดเร่งใช้ช่วงปลายไตรมาส 3/2569 เน้นพัฒนาการผลิตใหม่ ปักเป้าดันยอดขายโต 5% ส่วน PRINC ปักธงปี 2569 รายได้เติบโตเกิน 10% จากปีก่อน เก็บเกี่ยวลงทุนโรงพยาบาลใหม่เต็มปีและฐานลูกค้าโต ฟุ้งไตรมาส 3/2569 ฟอร์มแจ่มกว่าไตรมาส 2/2569 ขานรับเข้าช่วงไฮซีซันและลูกค้าใช้บริการพุ่ง แถมรับอานิสงส์โครงการ Happitat เปิดบริการ ชี้ช่วยดันยอดโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ สดใสต่อเนื่อง เดินหน้ายกระดับบริการโรคซับซ้อนและอัพฐานต่างชาติต่อเนื่อง หวังช่วยหนุนมาร์จิ้น ด้าน READY เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Plus Customer ธุรกิจขนาดกลางรายได้ 30-300 ล้านบาทต่อปี มุ่งสร้างฐาน Recurring Revenue เพิ่มจากเดิมที่มีสัดส่วนกว่า 90% เร่งนำ AI เสริมผลิตภัณฑ์และระบบงานภายใน พร้อมเปิดตัว Ready Agent-R Service ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 7% ขณะที่ PCE ส่งสัญญาณธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 สดใส อานิสงส์ดีมานด์ไบโอดีเซล B100 ภายในประเทศ ลุยขยายกำลังการผลิตโรงงานน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคเพิ่ม คาดเสร็จไตรมาส 4/2569 รองรับการเติบโตอุตสาหกรรมอาหาร มั่นใจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มโตแกร่ง พร้อมบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งระบบ หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน และ ORN เผยทิศทางธุรกิจไตรมาส 3/2569 สดใส ตุนแบ็กล็อกแน่น 4.26 พันล้านบาท ทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบและแนวสูงต่อเนื่อง เตรียมเปิดตัวคอนโดเดอะ เน็กซ์ เจ็ดยอด 4 วันที่ 22 สิงหาคมนี้ พร้อมอัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย เล็งขยายคอมมูนิตี้มอลล์สู่ภูเก็ต ปักหมุดเปิดต้นปี 2570
InfoQuest · 3d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▲ 2
ต่างชาติอัพเป้า 6 หุ้นพลังงาน ชี้ปิโตรเคมีฟื้นเร็วกว่าเดิม
มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นไทย 6 หลักทรัพย์ ได้แก่ PTT เป็น 44.90 บาท จาก 39.40 บาท TOP เป็น 87 บาท จาก 70 บาท PTTGC เป็น 59 บาท จาก 43 บาท OR เป็น 14.60 บาท จาก 14.30 บาท BCP เป็น 65.70 บาท จาก 51 บาท และ SPRC เป็น 19.70 บาท จาก 12.90 บาท สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นไทย โดยเฉพาะ SPRC PTTGC TOP และ BCP ที่ได้รับการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ ด้านนายศรชัย พิทยาพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเริ่มเข้าสู่ระยะเริ่มต้นของการฟื้นตัวรอบใหม่ หลังเผชิญแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินมาตั้งแต่ปี 2566 โดยสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวเร่งให้การปรับสมดุลของตลาดเกิดเร็วขึ้น เนื่องจากโรงงานบางแห่งที่มีแผนลดหรือยุติการผลิตอยู่แล้วสามารถใช้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุในการหยุดดำเนินงานและลดการส่งมอบสินค้า ทำให้อุปทานในตลาดหายไปเป็นจำนวนมากในช่วงวิกฤติ อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์ปิดฮอร์มุซคลี่คลายลง ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อาจปรับฐานระยะสั้นในไตรมาส 3/2569 แต่ไม่น่ากลับไปสู่ระดับต่ำเช่นปี 2568 เนื่องจากกำลังการผลิตโรงงานเก่าที่ทยอยปิดไปแล้วไม่สามารถกลับเข้าสู่ตลาดได้ทั้งหมด นายศรชัยประเมินว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีโอกาสเข้าสู่จุดสมดุลเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ โดยเดิมประเมินว่าตลาดอาจเข้าสู่ภาวะสมดุลในปี 2572 ภายใต้สมมติฐานความต้องการใช้เม็ดพลาสติกเติบโตเฉลี่ย 1–2% ต่อปี หากไม่มีภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงเข้ามากระทบ และเมื่ออุปทานส่วนเกินลดลงจนเข้าสู่จุดสมดุล อำนาจต่อรองด้านราคาของผู้ผลิตจะเพิ่มขึ้น เปิดโอกาสให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลับมายืนเหนือระดับ 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันได้อย่างยั่งยืน โดยหุ้นเด่นที่แนะนำคือ PTTGC และ SCC ในกลุ่มปิโตรเคมี และ BCP เป็น Top Pick กลุ่มโรงกลั่น พร้อมแนะนำซื้อ IVL และถือ SPRC กับ TOP
thunhoon.com · 3d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▲ 2
PTT ทุ่มงบลงทุนปีนี้ 2.8 หมื่นล้านบาท ขยายท่อและคลัง LNG
PTT ประกาศงบลงทุนปีนี้ 28,000 ล้านบาท เพื่อขยายระบบท่อและคลัง LNG และตั้งเป้าลงทุนของกลุ่ม ปตท. ในช่วง 5 ปีข้างหน้าประมาณ 1 ล้านล้านบาท เล็งออกหุ้นกู้ช่วงปลายปีนี้ เตรียมชงบอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาลเดือนกันยายนนี้ พร้อมยอมรับการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นอาจล่าช้ากว่าแผนเดิม ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมงบลงทุนของ PTT ปี 69 ประมาณ 28,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกใช้ไปแล้วราว 10,000 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะใช้ครบ 100% ตามแผนที่คุยกับกระทรวงการคลัง ส่วนเงินลงทุนของกลุ่ม ปตท. ในช่วง 5 ปีข้างหน้าตั้งเป้าประมาณ 1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นโครงการของ PTTEP โครงการ CFP ของ TOP ระบบท่อของ PTT และการขยายธุรกิจ LNG เทรดดิ้ง ด้านสภาพคล่องของกลุ่ม ปตท. ปัจจุบันมีกระแสเงินสดรวมประมาณ 425,000 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของ PTT ประมาณ 120,000 ล้านบาท เนื่องจาก ณ สิ้นไตรมาส 2/69 มีการกู้เงินจากธนาคาร SCB ราว 70,000 ล้านบาท และช่วงพีคมีการกู้เงินจากสถาบันการเงินประมาณ 150,000 ล้านบาท การอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดระหว่างกาลปี 69 คาดว่าจะเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาได้ภายในเดือนกันยายนนี้ และบริษัทกำลังพิจารณาการออกหุ้นกู้ของ PTT ช่วงปลายปีนี้เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า โดยยังไม่ระบุจำนวนมูลค่า หลังจากปีก่อนออกไปประมาณ 20,000 ล้านบาท และปีนี้มีหุ้นกู้ครบกำหนดประมาณ 30,000 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมีการขอวงเงินออกหุ้นกู้กับผู้ถือหุ้นไว้ช่วงปีประมาณ 100,000 ล้านบาท สำหรับแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง มองว่าสถานการณ์พลังงานโลกยังมีความไม่แน่นอนสูงและยากต่อการคาดการณ์ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และการตัดสินใจของผู้นำประเทศต่างๆ กลุ่ม ปตท. จึงมุ่งเน้นการบริหารจัดการภายในองค์กรและการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยยืนยันว่าความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศยังคงเป็นภารกิจสำคัญและประชาชนจะไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ด้านธุรกิจ LNG บริษัทตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการจัดหา LNG เป็น 10 ล้านตันต่อปีภายในปี 73 และขยับสู่ 15 ล้านตันต่อปีภายในปี 78 จากปีนี้ที่มีเป้าหมายเพิ่มเป็น 3.7 ล้านตันต่อปี หลังจากครึ่งปีแรกของปี 69 อยู่ที่ 1.75 ล้านตันต่อปี ผ่านการมองหาโอกาสลงทุนทั้งในฝั่งแหล่งผลิต เช่น สหรัฐฯ และฝั่งตลาดปลายทางในภูมิภาคต่างๆ เช่น จีน เกาหลีใต้ และยุโรป สำหรับความคืบหน้าการหาพันธมิตรในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ยังคงเดินหน้าแสวงหาพันธมิตรระดับโลกเพื่อเสริมแกร่ง Flagship พร้อมปรับแนวทางตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางรวมถึงปัจจัยจากนโยบายภาครัฐ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าอาจต้องขยับจากแผนเดิมที่คาดว่าจะมีความชัดเจนในปีนี้ เนื่องจากจำเป็นต้องพิจารณาให้ดีๆ เพราะจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้พื้นฐานการจัดหาแหล่งวัตถุดิบเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งถือเป็นการชะลอเพื่อให้ภาพแหล่งวัตถุดิบชัดเจนก่อนถึงจะเกิดการลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งนี้เกณฑ์สำคัญในการเลือกพันธมิตรไม่ได้พิจารณาเฉพาะด้านเงินลงทุน แต่ต้องเป็นพันธมิตรที่สามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน หรือช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้นในระดับโลก ดร.คงกระพัน กล่าวว่า ปัจจุบันพันธมิตรที่อยู่ระหว่างการพูดคุยบางรายก็มีวัตถุดิบและบางคนก็มีตลาด ส่วนพันธมิตรรายเก่าที่เคยเข้ามาพูดคุยที่อาจจะช้าลงก็มี หลังจากความยืดหยุ่นของแหล่งวัตถุดิบตอนนี้ที่รู้มาอาจยังไม่ใช่ โดยเป้าหมายพันธมิตรที่เข้ามาจะต้องช่วยต่อยอดให้ธุรกิจดีและแข็งแรงขึ้น รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการพาแหล่งวัตถุดิบมากขึ้น อย่างไรก็ตามก็มีพันธมิตรใหม่ที่เข้ามาพูดคุยมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ต้องการกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งผลิตและวัตถุดิบออกจากบางภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบริษัทไหน กลุ่ม ปตท. เร่งสร้างความแข็งแรงจากภายใน ยกระดับผลการดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่ม ปตท. กว่า 8,700 ล้านบาท ผ่าน Profit Enhancement Initiatives ซึ่งประกอบด้วยโครงการ MissionX พร้อมทั้งขับเคลื่อน Digital Transformation ผ่านโครงการ AXIS มุ่งเน้นการนำ Digital Tools และ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน นอกจากนี้ยังเดินหน้าเสริมความร่วมมือด้าน Supply Chain และ Marketing ทั้งในและต่างประเทศผ่านโครงการ P1 และ D1 ควบคู่กับการดำเนินงานด้าน Financial Excellence (F1) เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและบริหารกระแสเงินสดของกลุ่ม ปตท. อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ตลอดจนรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่เทียบเท่าระดับประเทศ ส่งผลให้สามารถรักษาเสถียรภาพพลังงานและขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต อย่างไรก็ตามกลุ่ม ปตท. สนับสนุนมาตรการภาครัฐ และบรรเทาผลกระทบด้านราคาพลังงานต่อภาคประชาชน โดยมูลค่าการสนับสนุนมาตรการภาครัฐที่ประเมินได้ประมาณ 17,500 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วนของ ปตท. กว่า 8,500 ล้านบาท
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย · 5d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
หุ้น TOP ดีดแรง โบรกชี้ค่าการกลั่นครึ่งปีหลังฟื้นตัวเกินคาด
หุ้นบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ปรับขึ้น 4.49% มาอยู่ที่ 64.00 บาท หลังโบรกเกอร์ประเมินค่าการกลั่นครึ่งปีหลังฟื้นตัวแรงกว่าคาด บล.โกลเบล็กคาด GRM ไตรมาส 3/69 แตะ 24.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และไตรมาส 4/69 อยู่ที่ 15.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าประมาณการของ TOP อย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันทั้งดีเซล เจ็ต และเบนซินยังอยู่ในระดับสูง และอุปทานผลิตภัณฑ์น้ำมันโลกตึงตัวจากปริมาณการเดินเครื่องโรงกลั่นทั่วโลกที่ลดลงประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม 2569 โกลเบล็กคงคำแนะนำ "ซื้อ" และราคาเป้าหมาย 88 บาท คิดเป็นอัพไซด์ประมาณ 40.2% พร้อมคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 28,279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.9% จากปีก่อน
ทันหุ้น · 6d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▼
กูรูชี้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูงถึงปี 2570 หากสงครามยืดเยื้อ
นักวิเคราะห์ประเมินราคาน้ำมันดิบจะยังอยู่ในแดนสูงยาวถึงปี 2570 หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 91.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียตอยู่ที่ประมาณ 85.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสงครามคลี่คลาย ราคาน้ำมันมีโอกาสลดลงสู่กรอบ 65–76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเฉลี่ยราว 70 ดอลลาร์ในปี 2570 ด้านคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานมีมติให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นเดือนกรกฎาคม 2569 มาปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง 2.40 บาทต่อลิตร ต่อเนื่องอีก 31 วัน นับเป็นครั้งที่ 6 รวมวงเงินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดกระทบกำไรสุทธิกลุ่มโรงกลั่นในไตรมาส 3/2569 มากกว่าไตรมาส 2/2569 โดย PTTGC ได้รับผลกระทบสูงสุดราว 4 พันล้านบาท รองลงมาเป็น BCP ราว 2.98 พันล้านบาท TOP ราว 2.93 พันล้านบาท IRPC ราว 2.5 พันล้านบาท และ SPRC ราว 1.4 พันล้านบาท นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ซื้อเก็งกำไรระยะสั้นตามทิศทางราคาน้ำมัน และรอจังหวะทยอยสะสมเมื่อสงครามคลี่คลาย โดยมองว่า PTTEP ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ขณะที่ PTT ได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากธุรกิจโรงกลั่นในกลุ่ม
thunhoon.com · 7d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▲ 3
บัวหลวงสแกน 8 หุ้นพลังงาน Q2/69 กำไรโตแรงจากโรงกลั่น
บล.บัวหลวงรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ของหุ้นพลังงาน 8 บริษัทใน Coverage มีกำไรสุทธิรวม 1.09 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 195% จากปีก่อน และ 35% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรหลักรวมอยู่ที่ 1.27 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 237% จากปีก่อน และ 49% จากไตรมาสก่อน โดยกลุ่มโรงกลั่นเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้และมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นตามราคาขายและค่า GRM/GIM ที่สูงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม BCP, PTT และ SPRC มีกำไรดีกว่าคาด ส่วน IRPC, PTTEP และ TOP เป็นไปตามคาด ขณะที่ BANPU และ OR ต่ำกว่าคาด ฐานะการเงินของกลุ่มโดยรวมยังแข็งแรง โดย SPRC อยู่ในสถานะ Net Cash, OR ใกล้ Net Cash และ PTTEP มี Net debt/equity เพียง 0.1 เท่า ตามด้วย TOP และ PTT ส่วน BCP อยู่ที่ 0.7 เท่า ขณะที่ BANPU และ IRPC สูงกว่ากลุ่มที่ 1.0 เท่า และ 0.9 เท่า ตามลำดับ ด้านกระแสเงินสด PTT และ PTTEP มี Operating Cash Flow และ Free Cash Flow เป็นบวกต่อเนื่องตลอด 6 ไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ BANPU เป็นบริษัทเดียวที่ยังไม่สามารถสร้าง Free Cash Flow เป็นบวกในช่วงดังกล่าว สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2569 ผู้บริหารส่วนใหญ่มองอย่างระมัดระวังแต่ยังเป็นบวก โดยราคาน้ำมันและ GRM มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นหลังความตึงเครียดตะวันออกกลางผ่อนคลาย แต่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ OR มองเชิงบวกกว่าจากยอดขายน้ำมันและ Marketing Margin ที่คาดเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิจัยมองว่า BCP, PTT, PTTEP และ SPRC เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพจ่าย Dividend Yield สูงในปี 2569 ราว 6–10% และระยะกลางราว 5–7% โดยยังเลือก PTT เป็น Top Pick จากกระแสกำไรที่แข็งแรงและ Dividend Yield ที่น่าสนใจ
thunhoon.com · 8d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▼
บล.หยวนต้า ชี้ตะวันออกกลางตึง ชู PTT เป็นตัวเลือก Hedging
บล.หยวนต้า ระบุความขัดแย้งสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายในระยะสั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว 5-6% WoW พลิกจากลดลง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน หลังอิหร่านเปิดเงื่อนไขก่อนทำข้อตกลงที่ท้าทาย และสหรัฐฯ ยังเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านปฏิเสธขยายเวลาข้อตกลงชั่วคราว MOU หลังสิ้นสุดระยะเวลา 60 วันเมื่อ 17 ส.ค. และสต็อกน้ำมันดิบเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ยังอยู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 1982 บล.หยวนต้า มองว่าสามารถเก็งกำไรหุ้น Oil Play ได้ โดยชู PTT เป็นตัวเลือกหลักสำหรับ Hedging สถานการณ์ในตะวันออกกลาง จากฐานะการเงินมั่นคงและคาดเงินปันผลสูง ขณะที่ค่าการกลั่นสิงคโปร์ปิดลบ 7% WoW มาอยู่ที่ 20.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กดดันหุ้นกลุ่มโรงกลั่น TOP SPRC BCP IRPC และ PTTGC ส่วน Spread กลุ่มโอเลฟินส์และปิโตรเคมีกลุ่ม Polyester ปรับตัวลดลง WoW เป็นลบต่อ IRPC SCC PTTGC และ IVL ตามลำดับ
HoonVision · 9d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
FSS แนะนำเก็งกำไร TOP รับน้ำมันพุ่ง ค่าการกลั่นสูง
บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำเก็งกำไรหุ้นไทยออยล์ หรือ TOP โดยอิงราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus ที่ 68.82 บาท เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นราว 2% สู่ระดับ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดภายหลังข้อตกลงหยุดยิง 60 วันสิ้นสุดลง ขณะเดียวกันคาดว่าโมเมนตัมกำไรไตรมาส 3/2569 จะยังแข็งแกร่งจากค่าการกลั่นล่าสุดที่สูงผิดปกติราว 25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และหากราคาน้ำมันดิบ ณ สิ้นไตรมาสยืนเหนือ 73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะมีกำไรสต๊อกน้ำมันหนุนเพิ่มเติม โดยให้แนวรับที่ 62.25 บาท และแนวต้านที่ 65-66 บาท และ 68.75 บาท
Kaohoon · 9d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
กลุ่มปตท. กำไร Q2 พุ่ง 157% แตะ 1.03 แสนล้านบาท
กลุ่มปตท. รายงานกำไรรวมไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 1.03 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีกำไรรวม 1.75 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 52,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากส่วนต่างราคาที่สูงขึ้นและการซื้อคืนหุ้นกู้ ขณะที่ ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิ 27,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101% จากปริมาณขายเฉลี่ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 572,882 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ด้าน พีทีที โกลบอล เคมิคอล พลิกเป็นกำไร 12,208 ล้านบาท จากขาดทุน 3,616 ล้านบาทในปีก่อน ไทยออยล์ มีกำไรสุทธิ 8,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% ส่วน ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ขาดทุนสุทธิ 1,774 ล้านบาท จากกำไร 2,232 ล้านบาทในปีก่อน ไออาร์พีซี พลิกเป็นกำไร 2,921 ล้านบาท จากขาดทุน 2,132 ล้านบาท และ โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ มีกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท ลดลง 10%
Share2Trade · 10d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
TOP กำไรปกติ Q2 พุ่ง 69.6% ลุ้นปันผลครึ่งปี 2.2 บาท
บล.เอเชีย พลัส ระบุ TOP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 เท่ากับ 8.6 พันล้านบาท ลดลง 56.0% จากไตรมาสก่อน เป็นไปตามคาด ถูกกดดันจากรายการพิเศษที่พลิกเป็นค่าใช้จ่ายรวม 7.7 พันล้านบาท จากงวดก่อนเป็นรายได้ราว 9.9 พันล้านบาท หลักจากบันทึกกลับเป็นขาดทุนสต๊อกน้ำมันรวม NRV 7.6 พันล้านบาท และขาดทุนจาก FX 689.5 ล้านบาท ขณะที่กำไรปกติเพิ่มขึ้น 69.6% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท รับผลบวกจากธุรกิจโรงกลั่น โดย Market GRM เพิ่มขึ้นเป็น 21.2 จาก 12.6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากภาวะสงครามที่ทำให้ Spread ทุกผลิตภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ไว้ราว 2.9 หมื่นล้านบาท และคาดกำไรปกติไตรมาส 3 จะลดลงจากไตรมาส 2 ภายใต้สมมติฐานสงครามไม่รุนแรงเช่นรอบแรก พร้อมแนะนำเพียง Trading ตาม Fund Flow กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี โดยคาดเงินปันผลทั้งปี 2569 ราว 4.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 6.6% ต่อปี และครึ่งปีแรกน่าจะจ่ายราว 2.0-2.2 บาท รอประชุมอนุมัติ 27 สิงหาคม ด้าน บล.กรุงศรี มอง Slightly positive ต่อกำไรปกติไตรมาส 2 ปี 2569 ราว 1.7 หมื่นล้านบาท โตสูงทั้งเทียบปีก่อนและไตรมาสก่อน ใกล้เคียงคาด โดยการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ supply น้ำมันตึงตัว หนุนค่าการกลั่นเพิ่มเป็น 21.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 308% เทียบปีก่อน และ 68% เทียบไตรมาสก่อน คงมุมมองครึ่งหลังปี 2569 กำไรปกติโตเทียบปีก่อนจาก supply ตึงตัว แต่ชะลอเทียบครึ่งปีแรกจาก crude premium อยู่ในระดับสูง และ product spread เริ่มลดลง ฝ่ายวิจัย roll over ไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 70.0 บาทต่อหุ้น คงคำแนะนำ Neutral ราคาปัจจุบันใกล้เต็มมูลค่า สะท้อนกำไรที่อยู่ในระดับสูงกว่าปกติในปี 2569-2570 ไปแล้วระดับหนึ่ง คงมุมมองสามารถถือรับปันผล และรอดู upside จากความคืบหน้าของข้อพิพาทโครงการ CFP
HoonVision · 12d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
บัวหลวงส่อง 12 หุ้น งบ 2Q26 ไร้หุ้นพลาดเป้า
บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้มีรายงานงบการเงินบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 12 บริษัท แบ่งเป็นกำไรดีกว่าคาด 6 บริษัท ได้แก่ PTT AOT ERW PLANB GFPT AMATA และกำไรตามคาด 6 บริษัท ได้แก่ TOP BEM BGRIM BDMS TIDLOR OSP โดยไม่มีบริษัทใดกำไรต่ำกว่าคาด PTT รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 5.25 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 144% YoY และ 104% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด จากกำไรธุรกิจก๊าซที่ดีกว่าคาด AOT รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 4.44 พันล้านบาท สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 6% และตลาดคาด 17% จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ต่ำกว่าคาด ERW รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 81% QoQ ตามฤดูกาล สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด GFPT รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 582 ล้านบาท ลดลง 12% YoY แต่เพิ่มขึ้น 20% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด PLANB รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY แต่ลดลง 43% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด 4–6% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด AMATA รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.58 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,032% YoY และ 15% QoQ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 13% และตลาดคาด 16% พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.60 บาทต่อหุ้น ด้านกลุ่มกำไรตามคาด TOP รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.60 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 378% YoY และ 74% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาด แต่สูงกว่าตลาดคาด 11% จากค่าการกลั่นและ Lube base margin ที่เพิ่มขึ้น BGRIM รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 6% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น BEM รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.01 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 16% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด BDMS รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 3.25 พันล้านบาท ลดลง 7% YoY และ 20% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 7% TIDLOR รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.53 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY แต่ลดลง 5% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด OSP รายงานกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.10 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 5% QoQ เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาด AAV รายงานขาดทุนสุทธิ 2Q26 ที่ 2.33 พันล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิทั้ง YoY และ QoQ โดยผลประกอบการเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาด แต่ขาดทุนน้อยกว่าตลาดคาด 17%
Thunhoon · 13d อ่านต่อ ▾
ไทยออยล์กำไรไตรมาส 2 สูงเกินคาด โบรกเกอร์ให้เป้า 70 บาท
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 8.3 พันล้านบาท ลดลง 58% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน และสูงกว่าที่บล.หยวนต้าและ Bloomberg Consensus คาดไว้ 11-17% จากอัตรากำไรธุรกิจการกลั่นที่ทำได้ 21.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เทียบกับที่คาดไว้ 20.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กำไรปกติอยู่ที่ 1.76 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% จากไตรมาสก่อน และ 641% จากปีก่อน โดยมีรายการพิเศษได้แก่ ขาดทุน Hedging 1.4 พันล้านบาท ขาดทุน FX 690 ล้านบาท ด้อยค่าสินทรัพย์ CFP 1 พันล้านบาท และขาดทุนสต็อกน้ำมันรวม NRV ก่อนภาษี 7.6 พันล้านบาท บล.หยวนต้าคงคำแนะนำ Trading และราคาเหมาะสม 70 บาท โดยคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท และคาดเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกที่ 1.90 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.9%
HoonVision · 13d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
MSCI รีบาลานซ์หนุนหุ้นไทย รับเงินไหลเข้าสุทธิ 500 ล้านบาท
MSCI รีบาลานซ์หนุนหุ้นไทย รับเงินไหลเข้าสุทธิ 500 ล้านบาท โดย GUNKUL และ HANA เซอร์ไพรส์เข้าสมอลแคป ขณะที่ PTTEP และ TRUE ถูกเพิ่มน้ำหนัก คาดผลต่อตลาด Neutral ถึง Slightly Positive ด้าน PTT กำไรไตรมาส 2/69 พุ่ง 143.9% แตะ 52,525 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ปิโตรเคมี การกลั่นและน้ำมัน จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ดีขึ้น ดันกำไรครึ่งปีแรกแตะ 78,263 ล้านบาท เติบโต 74.5% ส่วน TOP กำไรสุทธิ 8,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 27,765 ล้านบาท พร้อมเดินเครื่องโครงการ CFP ปี 71 AOT โชว์ไตรมาส 3/69 กำไรสุทธิ 4,441.68 ล้านบาท โต 14.93% รับแรงหนุนรายได้ Aero เพิ่มขึ้น 2.61% โดยเฉพาะรายได้ค่า PSC เพิ่ม 168.36 ล้านบาท หรือ 2.85% หลังปรับขึ้นจาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน ดัน 9 เดือนแรกกำไรสุทธิ 14,812.33 ล้านบาท โต 3.86% ขณะที่ผู้โดยสารรวมแตะ 99.03 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.84% ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 67.56 บาท BGRIM ไตรมาส 2/69 กำไรโต 676 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,557% จากปริมาณการขายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น เดินหน้าขยายพอร์ตรีนิวต่อเนื่อง วางเป้าปีนี้นำเข้า LNG 6 ลำ 2.8 แสนตัน และทยอย COD โรงไฟฟ้าใหม่เพิ่ม ปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น ด้าน ACE โชว์ Q2/69 กำไรสุทธิ 278.7 ล้านบาท พุ่ง 87.3% รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าโซลาร์และขยะโตเด่น ต้นทุนการเงินลดลง เดินหน้าพอร์ตพลังงานสะอาด 92 โครงการ กำลังผลิตรวม 767.42 เมกะวัตต์ MGC งบไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิพุ่ง 554% แตะ 352 ล้านบาท ทำสถิตินิวไฮ 4 ไตรมาสติดต่อกัน ดันครึ่งปีแรกกำไรสุทธิ 675 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 521% ได้แรงหนุนจากยอดโอนรถยนต์ไฟฟ้า XPENG และ Alpha X เติบโต 688% บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.24 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 ส.ค.นี้ JMART ซีอีโอมั่นใจครึ่งหลังปี 69 กำไรโตกว่าครึ่งปีแรก จากธุรกิจล็อกโฟน SINGER JMT และสุกี้ตี๋น้อย คงเป้ากำไรปี 71 ทะลุ 2 พันล้านบาท ACE เผยครึ่งปีหลัง 2569 หาโอกาสเข้าประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดต่อเนื่อง เร่งก่อสร้างโครงการใหม่ คาดภายในปี 2570 COD เพิ่มอีกหลายโครงการ 88TH วาง 3 เกมรุกการเติบโต ขยายพอร์ต LYO บุกจีน ฮ่องกง ปั้น New S-Curve ธุรกิจสัตว์เลี้ยงผ่าน มอนสเตอร์ แล็บ จ่อเริ่มรับรู้รายได้ใหม่ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2569 หลังไตรมาส 2 รายได้แตะ 151.82 ล้านบาท โต 10.16% GFC พลิกเกมครึ่งปีหลัง อัดแผนดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เจาะ Gen Z ดันบริการฝากไข่ พร้อมเร่งขยายฐานต่างชาติผ่านเอเจนต์ครบ 9 ราย หวังเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสู่ 25% ผนึกพันธมิตรโรงพยาบาลกว่า 8 แห่ง พร้อมเคาะปันผลระหว่างกาล 0.03 บาทต่อหุ้น ILINK คาดรายได้ขายสินค้ากลุ่มโซลาร์ปีนี้โตเท่าตัว จ่อรับอานิสงส์รัฐบาลให้เงินอุดหนุนติดตั้งรูฟท็อป 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน สิทธิลดหย่อนภาษี 2 แสนบาท รอลุ้นประมูลอีกราว 9 พันล้านบาท แย้มงบไตรมาส 3 โต จากดีมานด์เทรดดิ้งงานวิศวกรรมพุ่ง III คาดผลดำเนินงานครึ่งปีหลังโตจากเข้าสู่ไฮซีซั่นธุรกิจขนส่งสินค้า เดินหน้ากลยุทธ์ Logistics & Beyond มุ่งสร้าง Aviation Ecosystem อยู่ระหว่างเจรจาดีล M&A 2-3 ดีล คาดชัดเจนภายในปีนี้ พร้อมเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้โต 20% จากเดิม 15% โชว์กำไรไตรมาส 2/69 กำไร 140.9 ล้านบาท นิวไฮรอบ 10 ไตรมาส SAWAD เดินหน้าธุรกิจเต็มสูบ รับอานิสงส์ High Season ครึ่งปีหลัง มั่นใจปีนี้โตตามเป้าหมาย โชว์กำไรครึ่งปีแรก 2.74 พันล้านบาท โต 16% โบรกมองคุณภาพสินทรัพย์ SAWAD ผ่านจุดต่ำสุด TEAMG ครึ่งแรกปี 69 กวาดรายได้ 1,266 ล้านบาท โต 22% กำไร 111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% หลังงวดไตรมาส 2/69 รายได้ 635 ล้านบาท เติบโต 19% กำไร 61 ล้านบาท พุ่ง 29% โชว์งานสวนสัตว์เฟส 2 และรถไฟสายสีแดงอ่อน ดันแบ็กล็อกสูงถึง 5,988 ล้านบาท ตั้งเป้าครึ่งปีหลังรับงานเพิ่มไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท KLINIQ งบไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิพุ่ง 111.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% ดันครึ่งปีแรกแตะ 232.66 ล้านบาท บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.88 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 ส.ค.นี้ และจ่ายเงินวันที่ 11 ก.ย.69 PIS ครึ่งปีแรกกวาดกำไรสุทธิ 164 ล้านบาท โต 8% รายได้รวมแตะ 1,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากการส่งมอบงานโครงการต่อเนื่อง พร้อมควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจครึ่งปีหลังสดใส เดินหน้าประมูลงานใหม่ต่อยอดแบ็กล็อกที่มีกว่า 6,096 ล้านบาท ทยอยรับรู้ 3-4 ปีข้างหน้า มั่นใจดันรายได้ปีนี้เติบโต 10-15% MTC เดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว ผลงาน 6 เดือนแรกทำรายได้ 16,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.63% กำไรสุทธิ 3,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.84% พร้อมคุม NPL ที่ 2.61% และมั่นใจครึ่งปีหลังสินเชื่อโตประมาณ 10%
InfoQuest · 13d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▼ 3impact 4
ไทยออยล์กำไรไตรมาส 2 ทรุด 57% เหลือ 8,284 ล้านบาท
ไทยออยล์รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 8,283.85 ล้านบาท ลดลง 11,197 ล้านบาท หรือ 57.48% จากไตรมาสแรก จากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน 10,741 ล้านบาท และขาดทุนการบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมัน 6,476 ล้านบาท รวม 17,217 ล้านบาท ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบผันผวนรุนแรงจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซปิดชั่วคราว กระทบการขนส่งน้ำมันดิบราว 20% ของอุปทานโลก ไทยออยล์จึงปรับลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเหลือ 59% และเพิ่มสัดส่วนจากแอฟริกาและอเมริการวม 32% ขณะที่กำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 27,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 9,979.29 ล้านบาทในปีก่อน บริษัทคาดว่าครึ่งปีหลังอาจรับรู้ผลขาดทุนสต๊อกเพิ่มเติม และมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นประมาณ 320 ล้านบาทต่อปีจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพภาครัฐ
HoonSmart · 13d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲ impact 4
น้ำมันดิบพุ่ง 5% หนุน 5 หุ้นพลังงานเด่น
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดตัวขึ้น 5% เมื่อคืนนี้ หลังการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ไม่คืบหน้า โดยอิหร่านระบุว่าจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าสหรัฐฯ จะทำตามเงื่อนไข 6 ข้อ ซึ่งรวมถึงการยุติการข่มขู่และถ้อยคำดูหมิ่นศาสนา ยุติสงครามและการรุกรานอิหร่านและพันธมิตรอย่างถาวร ยุติการปิดล้อมทางทะเลและถอนกำลังทหาร ชดใช้ความเสียหายจากสงคราม ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดโดยไม่มีเงื่อนไข ส่งผลให้การเจรจามีแนวโน้มยืดเยื้อและอุปทานในตลาดยังคงตึงตัว หนุนมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTTEP, PTT, TOP, BCP และ SPRC
HoonVision · 16d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
PTT คาดกำไรไตรมาส 2/2569 ทุบสถิติ 4.9 หมื่นล้าน ลูกกลุ่มผลงานเด่นเกินคาด
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า PTT จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4.9 หมื่นล้านบาทในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจก๊าซและ E&P ที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความกังวลอุปทานจากตะวันออกกลาง รวมถึงกำไรจากสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันที่พลิกฟื้นจากขาดทุนในไตรมาสก่อน ขณะที่บริษัทลูกภายใต้กลุ่ม ปตท. ทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาแล้ว 4 แห่งจากทั้งหมด 7 แห่ง โดย PTTGC โดดเด่นที่สุดด้วยกำไรสุทธิ 12,208 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนปีก่อนและเพิ่มขึ้น 278% จากไตรมาสก่อน PTTEP มีกำไรสุทธิ 27,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101% จากปีก่อน GPSC มีกำไรสุทธิ 1,819.10 ล้านบาท ลดลง 9.91% จากปีก่อนแต่เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน ส่วน OR เป็นบริษัทที่ผลประกอบการอ่อนแอที่สุด โดยพลิกขาดทุนสุทธิ 1,774.95 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2,231.80 ล้านบาท และไตรมาส 1/2569 เคยมีกำไร 2,414.752 ล้านบาท นักวิเคราะห์จากบล.ทรีนีตี้ระบุว่าภาพรวมผลงานกลุ่ม ปตท. ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก โดยเฉพาะ PTTGC และ PTTEP ซึ่งจะเป็นส่วนแบ่งกำไรสำคัญผลักดันงบ PTT ให้ออกมาดีเช่นกัน สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 กลุ่มโรงกลั่นยังมีปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่สูงกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และค่าการกลั่นที่คาดว่ายังแข็งแกร่ง โดยหุ้นเด่นในกลุ่มคือ TOP ราคาเป้าหมาย 61 บาท และ PTTGC ราคาเป้าหมาย 46.50 บาท
Thunhoon · 16d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▼
SET50 พักฐานรับแรงกดดันหุ้นสื่อสาร-พลังงาน ทองคำรีบาวด์
ดัชนี SET50 Index Futures สัญญา S50U26 ปรับตัวลงในวันนี้ โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มสื่อสารและพลังงานที่ปรับตัวลงแรง อาทิ TRUE ที่แม้กำไรเติบโตสูงแต่ราคาลงแรง หลังตลาดซึมซับประเด็นบวกไปแล้วและบริษัทปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ลง ประกอบกับความกังวลแรงขาย China Mobile อีกระลอก ส่งผลให้ ADVANC ปรับตัวลงตามไปด้วย ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTT PTTGC TOP และ OR ปรับตัวลงตามราคาน้ำมันดิบ ช่วงบ่ายดัชนีทรงตัวในระดับต่ำหลังจากรีบาวด์ไม่ผ่านกรอบ Sideway down ทำให้นักลงทุนรอดูปัจจัยทิศทางหุ้นไทยในอนาคต ทั้งสงครามในตะวันออกกลางและการแทรกแซงค่าเงินเยนของสหรัฐและญี่ปุ่นซึ่งอาจกระทบค่าเงินบาท ด้านราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ดี ตอบรับสถานการณ์ตะวันออกกลางที่คลี่คลายและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังโกลด์แมน แซคส์ มองกองทุนเฮดจ์ฟันด์หุ้นเอเชียอาจขาดทุนหนักในเดือนกรกฎาคมจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยี ประกอบกับดอลลาร์อ่อนค่าหลังการแทรกแซงเงินเยน อย่างไรก็ตามปัจจัยบวกดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเพียงระยะสั้น
InfoQuest · 21d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▼
โบรกฯ เตือนหุ้นโรงกลั่นเสี่ยงขายทำกำไรระยะสั้น หลังสเปรดผลิตภัณฑ์ปรับฐาน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เตือนหุ้นกลุ่มโรงกลั่นเสี่ยงถูกขายทำกำไรในระยะสั้น หลังจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับฐานลงแรงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 โดยส่วนต่างของแก๊สโซลีน เจ็ท และแก๊สออยล์ ลดลงมาอยู่ที่ 28.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 57.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 65.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คิดเป็นการลดลง 16% 19% และ 17% จากวันก่อนหน้า และลดลง 25% 18% และ 15% จากค่าเฉลี่ยสัปดาห์ก่อน ตามลำดับ ส่งผลให้ค่าการกลั่นรวมของสิงคโปร์คาดว่าจะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 22-23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับฐานดังกล่าวมีสาเหตุจากความคาดหวังการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากก่อนหน้านี้หุ้นโรงกลั่นปรับตัวขึ้นแรง โดยตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ปี 2569 ราคาหุ้น SPRC เพิ่มขึ้น 46% TOP เพิ่มขึ้น 35% และ BCP เพิ่มขึ้น 32% จากความกังวลอุปทานตึงตัวเมื่อการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านติดขัดและมีการปิดล้อมฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม หากราคาหุ้นปรับลงแรง โบรกฯ มองเป็นโอกาสทยอยสะสม โดยยังคงให้ SPRC เป็นหุ้นเด่นสุด เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาจำกัดจะทำให้ค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 5-6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่สร้างกำไร กระแสเงินสด และจ่ายปันผลได้สูงกว่า 6% แม้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์จะปรับฐานลง แต่ยังคงสูงกว่าประมาณการปี 2569 และ 2570
Share2Trade · 22d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
กสิกรไทยคงคำแนะนำซื้อ TOP เป้า 66.70 บาท รับแนวโน้มไตรมาส 3 แข็งแกร่ง
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย คงคำแนะนำซื้อหุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP โดยให้ราคาเป้าหมาย 66.70 บาท พร้อมประเมินว่าแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ยังแข็งแกร่งจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่สูงและอัตราการใช้กำลังการกลั่นที่คาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มีแผนปิดซ่อมบำรุง โดยในช่วงไตรมาส 3 จนถึงปัจจุบัน ส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินอยู่ที่ประมาณ 30.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 57.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ผลิตภัณฑ์เบนซินและดีเซลรวมกันคิดเป็นประมาณสองในสามของผลผลิตจากโรงกลั่นของ TOP สำหรับไตรมาส 2/2569 คาดกำไรสุทธิประมาณ 7,800 ล้านบาท ลดลงราว 60% จากไตรมาสก่อน จากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมันและการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือรวมประมาณ 6,800 ล้านบาท แต่ธุรกิจโรงกลั่นยังแข็งแกร่ง โดยคาดค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 23.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จาก 12.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อน และอัตราการใช้กำลังการกลั่นอยู่ที่ 107% แม้ลดลงจาก 113% เนื่องจากปิดซ่อมบำรุง 1 เดือน บล.กสิกรไทยคาดกำไรสุทธิปี 2569 ที่ประมาณ 25,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 14,584 ล้านบาทในปี 2568
Kaohoon · 24d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
จับตางบไตรมาส 2 โรงกลั่นไทยโตตามสหรัฐฯ รับค่าการกลั่นพุ่ง แต่ซ่อนต้นทุนแฝง
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มโรงกลั่นสหรัฐฯ เติบโตโดดเด่นจากค่าการกลั่นที่พุ่งสูง โดย Valero Energy มีกำไรสุทธิ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า HF Sinclair กำไรสุทธิ 892 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า และ PBF Energy พลิกมีกำไรสุทธิ 915 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ ขณะที่ Phillips 66 และ Marathon Petroleum ก็คาดว่าจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน สำหรับโรงกลั่นไทย แม้จะได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่นเช่นกัน แต่ผลประกอบการของแต่ละบริษัทจะไม่เท่ากัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับโครงสร้างโรงกลั่น คุณภาพน้ำมันดิบ ประสิทธิภาพการผลิต การบริหารความเสี่ยงด้านราคา และกำไรหรือขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ โรงกลั่นยังต้องแบกรับต้นทุนแฝงที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ ค่าระวางเรือ ค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้นตามความเสี่ยงในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นถึง 3-6 บาทต่อลิตร รวมถึงความเสี่ยงจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากเงินทุนหมุนเวียนที่มากขึ้น และแรงกดดันจากมาตรการภาครัฐและสังคม ตลอดจนความจำเป็นในการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดภายใต้เป้าหมาย Net Zero และมาตรฐาน ESG บริษัทจดทะเบียนไทยที่ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันหลัก ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ขณะที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC มีธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจร
Kaohoon · 25d อ่านต่อ ▾
Defense & Geopolitical Fragmentation▲ impact 4
ราคาน้ำมันดิบพุ่ง หนุนหุ้นพลังงานและโรงกลั่นเด่น
ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง โดย WTI ยืนเหนือ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ใกล้ 91 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ประกาศพร้อมโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน สะท้อนตลาดน้ำมันที่ตึงตัว ด้านอิหร่านยังยืนยันควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดกังวลว่าสงครามและความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันอาจยืดเยื้อต่อไป ฝ่ายวิจัยประเมินเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น เช่น PTTEP, PTT, TOP, SPRC และ BCP จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง แต่เป็นลบต่อหุ้นที่ใช้พลังงานเป็นต้นทุนหลักและเพิ่มความกังวลต่อเงินเฟ้อในภาพรวม
HoonVision · 28d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
CGSI แนะนำ "ซื้อ" TOP ปรับเป้าเป็น 70 บาท เพิ่มคาดการณ์กำไรปี 2569 สูงสุด 31.4%
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 70 บาท จากเดิม 59.50 บาท หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2569 ขึ้น 31.4% โดยประเมินว่าค่าการกลั่นตลาดที่แข็งแกร่งจะชดเชยต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้นได้ ราคาเป้าหมายใหม่ยังมีอัพไซด์ 8.9% จากราคาปัจจุบัน ปัจจัยหนุนมาจาก Crack Spread ในเอเชียที่ทรงตัวระดับสูง หลังโรงกลั่นรัสเซียหยุดเดินเครื่องเพิ่มขึ้นและการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปจากจีนยังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้อุปทานตึงตัว CGSI ปรับเพิ่มสมมติฐานค่าการกลั่นตลาดเป็น 13.4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569 และคาดว่าปี 2569 TOP จะมีรายได้ 487,940 ล้านบาท EBITDA 50,117 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 30,630 ล้านบาท
Thunhoon · 31d อ่านต่อ ▾
Defense & Geopolitical Fragmentation▼ impact 4
ราคาน้ำมันดิบปรับลง หลังเรือบางลำผ่านทะเลแดงได้
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนสามารถเดินทางผ่านทะเลแดงได้ โดยเวสต์เท็กซัสอยู่ที่ 89.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.88 ดอลลาร์ และเบรนท์อยู่ที่ 96.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 3.91 ดอลลาร์ หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันดิบสัญชาติกรีกและเรือ New Explorer ของฮ่องกงสามารถเดินทางผ่านบริเวณทะเลแดงได้ ช่วยลดความกังวลด้านการขนส่งในระยะสั้น ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความพยายามของปากีสถานในการรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และสัญญาณทางเทคนิคที่ชี้ว่าราคาอาจเข้าสู่ช่วงพักฐาน อย่างไรก็ตาม Rapidan Energy Group ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ในไตรมาส 4 ขึ้นเป็น 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงรุนแรงขึ้น ด้านอุปทานยังตึงตัว หลังท่าเรือโนโวรอสซีสค์ของรัสเซียระงับการบรรทุกน้ำมันตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 จากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน โดยท่าเรือดังกล่าวมีปริมาณส่งออกเฉลี่ยประมาณ 650,000 บาร์เรลต่อวัน
Business Today · 31d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
เอเซีย พลัส ชี้มาตรการภาษีใหม่สหรัฐกดดันส่งออกไทยครึ่งปีหลัง
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ามาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐภายใต้ SECTION 301 ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสี่ยงต่อการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง จะทำให้การส่งออกชะลอตัวลง เนื่องจากไทยถูกเรียกเก็บภาษี 12.5% สูงกว่าบางประเทศในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย อาจทำให้ศักยภาพในการแข่งขันลดลง อีกทั้งไทยได้ดุลกับสหรัฐมากขึ้นต่อเนื่อง และยังต้องจับตาภาษีจากการผลิตส่วนเกินที่สหรัฐยังไม่ประกาศ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในภาคการส่งออก กลุ่มสินค้าที่โดนภาษี 12.5% ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ครอบคลุมหุ้น AAI ITC PLUS TU และ COCOCO รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ HANA DELTA KCE และ CCET ขณะที่สินค้าไทยกลุ่มหลักที่ได้รับการยกเว้นภาษี 12.5% คือกลุ่มน้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย ที่สหรัฐนำเข้ามาก ส่งผลผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและน้ำมัน เช่น PTT PTTEP TOP IRPC และ BCP และสินค้าที่อยู่ภายใต้ SECTION 232 อยู่แล้ว เช่น รถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดง ซึ่งผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มเหล็กแปรรูปและท่อเหล็ก เช่น PAP TMT SAM และหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น AH และ SAT กระทรวงพาณิชย์เผยว่าส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 โต 20.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 15.2% และนำเข้าโต 50.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 35.8% ทำให้ขาดดุลการค้า 6,565 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าที่ขยายตัวเด่น ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยงโต 22.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน ยางพาราโต 12.5% กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 14 เดือน และไก่แปรรูปโต 6.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน
Thunhoon · 31d อ่านต่อ ▾
Defense & Geopolitical Fragmentationimpact 4
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบผันผวนจากความตึงเครียดทะเลแดงและสัญญาณเจรจายุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ไทยออยล์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มผันผวน ท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณทะเลแดงและสัญญาณเชิงบวกจากการเจรจายุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่ตอบโต้อิหร่านหากเกิดการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้เรือบางส่วนเริ่มหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบและตลาดกังวลต่อการส่งออกน้ำมันดิบผ่านทะเลแดง ขณะเดียวกัน การหารือนอกรอบระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และรัสเซียในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กรุงมะนิลาส่งสัญญาณแนวโน้มการกลับมาเจรจายุติสงครามผ่านกระบวนการทูต นอกจากนี้ มาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจาก 60 ประเทศในอัตราระหว่าง 10.0 ถึง 12.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 อาจกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมันในระยะยาว แม้ว่าการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะได้รับการยกเว้นก็ตาม ตลาดยังจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 28 ถึง 29 กรกฎาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50 ถึง 3.75 เปอร์เซ็นต์ โดยเครื่องมือ Fed Watch ของ CME Group ให้น้ำหนักสูงถึง 68.5 เปอร์เซ็นต์ สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้น 8.44 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 85.93 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 9.97 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 92.62 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากความกังวลความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น
Thunhoon · 31d อ่านต่อ ▾
โบรกเกอร์ชี้กำไรปกติ TOP ไตรมาส 2/69 โตเด่น แต่ขาดทุนสต๊อกน้ำมันกดดันกำไรสุทธิ
บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งประเมินว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ในไตรมาส 2/69 จะเติบโตแข็งแกร่ง โดยคาดการณ์ไว้ในช่วง 9.1 พันล้านบาทถึง 1.89 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน เนื่องจากค่าการกลั่นตลาดที่ทรงตัวในระดับสูงราว 21 ถึง 24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจะถูกกดดันจากรายการพิเศษ โดยเฉพาะขาดทุนสต๊อกน้ำมันและมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะรับรู้ประมาณ 6.8 พันล้านบาทถึง 1.02 หมื่นล้านบาท รวมถึงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและสัญญาป้องกันความเสี่ยงอีกราว 1.5 ถึง 1.8 พันล้านบาท และการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์โครงการ CFP อีกประมาณ 1.0 พันล้านบาท ด้านธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานมีแนวโน้มดีขึ้นจากอุปทานที่ตึงตัว ขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์ซบเซาจากส่วนต่างราคาที่ลดลง โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้คำแนะนำถือหรือเทรดดิ้ง โดยมีราคาเป้าหมายตั้งแต่ 60 ถึง 70 บาท และคาดการณ์เงินปันผลทั้งปี 2569 ราว 4.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 6.6% ต่อปี
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย · 33d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
KSS มอง SET พักฐาน เซ่นน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ ชู PTT-SPRC-KBANK เด่น
บล.กรุงศรี หรือ KSS ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงพักฐาน โดยให้กรอบแนวต้านที่ 1,650 และ 1,665 จุด และแนวรับที่ 1,630 และ 1,626 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ปรับขึ้นทดสอบ 4.7% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 7 เดือน และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าสุดในรอบ 15 เดือนที่ 33.82 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงมาตรการกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ในอัตรา 10-12.5% ต่อ 60 ประเทศที่มีผลตั้งแต่ 24 กรกฎาคม 2569 แม้ผลกระทบต่อไทยจะจำกัดเพราะไม่ครอบคลุมสินค้าส่งออกสำคัญอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ KSS ประเมินว่าหุ้นในกลุ่มพลังงาน กลุ่มความมั่นคงด้านพลังงาน และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ จะเป็นแกนหลักที่ช่วยประคองดัชนีได้ โดยแนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTT, PTTEP, BCP, TOP และ SPRC ส่วนกลุ่มธนาคารแนะนำ KBANK และ KTB กลุ่มสื่อสารแนะนำ ADVANC และ TRUE กลุ่มรับเหมาก่อสร้างแนะนำ STECON, PYLON และ INSET และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมแนะนำ AMATA และ WHA
Kaohoon · 34d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
หุ้นกลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมีพุ่งแรง SPRC นำ 9% รับค่าการกลั่นฟื้นตัว
ราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ โดย SPRC วิ่งนำที่บวก 8.63% มาอยู่ที่ 10.70 บาท ขณะที่ TOP บวก 1.56% มาที่ 65.00 บาท IRPC บวก 1.77% มาที่ 2.30 บาท BCP บวก 1.67% มาที่ 45.75 บาท และ PTTGC บวก 0.25% มาที่ 40.75 บาท ฝ่ายวิจัย บล.กรุงศรี คาดการณ์ว่า SPRC จะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส 2/2569 ประมาณ 6,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,386% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 314% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรปกติดังกล่าวสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ หรือ Crude Premium อยู่ในระดับต่ำกว่าคาด ขณะที่อุปทานน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในตลาดโลกตึงตัวกว่าที่ประเมินไว้ ด้าน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินว่า TOP จะมีกำไรปกติในไตรมาส 2/2569 ประมาณ 16,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 479% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่ง แม้จะมีรายการพิเศษขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน ทั้งนี้ บล.กรุงศรีปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของ SPRC ขึ้น 303% เป็น 14,873 ล้านบาท และคงคำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท ส่วน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำซื้อเก็งกำไร TOP ที่ราคาเป้าหมาย 66 บาท
Kaohoon · 34d อ่านต่อ ▾
กรุงศรีชี้หุ้นกลุ่มโรงกลั่นผันผวนระยะสั้น หลังกบง.ลดราคาดีเซล 2.40 บาท/ลิตร
ฝ่ายวิจัยบล.กรุงศรีมีมุมมองลบระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น หลังจากกบง.ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคม 2569 โดยมองว่าการขอส่วนลดที่สูงขึ้นจะทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสในช่วงที่อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัว และสะท้อนความต้องการของภาครัฐที่เข้าแทรกแซงและดึงกำไรส่วนเกิน กลายเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น ประกอบกับราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดย SPRC บวก 38.7% BCP บวก 40.6% TOP บวก 42.5% และ IRPC บวก 34.5% จึงเป็นไปได้ที่ระยะสั้นจะเห็นความผันผวน อย่างไรก็ตามระยะยาวฝ่ายวิจัยคงมุมมองบวกจากอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปที่ยังตึงตัวและค่าการกลั่นมีโอกาสทรงตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยมี Top pick คือ SPRC
ทันหุ้น · 34d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▲ 2impact 4
น้ำมัน Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ หนุนหุ้นพลังงาน-โรงกลั่นเด่น
บล.กสิกรไทย ระบุว่า ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ยกระดับการโจมตีอิหร่านและตอบโต้ครั้งใหญ่หากกลุ่มฮูตีโจมตีเรือในทะเลแดงอีก ขณะที่กลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ส่งผลให้ความขัดแย้งลุกลามและเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานโลก โดยทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีท่าทีพร้อมกลับเข้าสู่การเจรจา ฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น เช่น PTTEP, PTT, TOP, SPRC และ BCP จากราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง แต่เป็นลบต่อหุ้นที่ใช้พลังงานสูงและภาพรวมตลาดจากความเสี่ยงเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
HoonVision · 34d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲ impact 4
ดาวโจนส์ร่วง 507 จุด น้ำมันพุ่ง 7% เหตุฮูตีโจมตีเรือในทะเลแดง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบหนักเมื่อคืน โดยดาวโจนส์ร่วง 507 จุด หรือ 0.97% และแนสแด็กลดลง 2% หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 7% จากการที่กลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียสองลำในทะเลแดง สร้างความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับลงแรง เช่น กูเกิล ลบ 7% และเมตา ลบ 3.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มปลอดภัยอย่างอีไล ลิลลี่ บวก 1.97% และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน บวก 1.4% ด้านสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก 60 ประเทศรวมไทยในอัตรา 10% ถึง 12.5% ภายใต้มาตรา 301 โดยอ้างความล้มเหลวในการปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหุ้นส่งออกไทยอย่างไอทีซีและไทยยูเนี่ยน แม้เงินบาทอ่อนค่าจะช่วยหนุนได้บ้าง บล.พาย ประเมินกรอบดัชนี SET วันนี้ที่ 1,620 ถึง 1,650 จุด และแนะนำหุ้นกลุ่มปลอดภัย เช่น แอดวานซ์ บางกอกเชน โรงพยาบาลกรุงเทพ ซีพีออลล์ และเซ็นทรัลพัฒนา รวมถึงหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีอย่าง ปตท. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม พีทีที โกลบอล เคมิคอล และไทยออยล์
HoonSmart · 34d อ่านต่อ ▾
TOP.BK▲
TOP คาดกำไรปกติ Q2 พุ่ง 74.9% รับอานิสงส์สงครามดันค่าการกลั่น
บล.เอเชียพลัส ประเมินกำไรปกติไตรมาส 2 ปี 2569 ของ TOP จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 74.9 จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นตลาดที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 21.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จาก 12.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากภาวะสงครามที่ทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ทุกชนิดปรับตัวสูงขึ้น แม้จะมีต้นทุนน้ำมันดิบ ค่าประกัน ค่าขนส่ง และ Crude premium ที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากการแทรกแซงของภาครัฐในการลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซลก็ตาม อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิในไตรมาส 2 คาดว่าจะลดลงร้อยละ 31.9 จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 8.5 พันล้านบาท เนื่องจากรายการพิเศษที่พลิกกลับเป็นค่าใช้จ่ายสุทธิประมาณ 8.6 พันล้านบาท จากที่เป็นรายได้ประมาณ 9.9 พันล้านบาทในไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกกลับเป็นขาดทุนสต๊อกน้ำมันรวม NRV ประมาณ 7.2 พันล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงเหลือประมาณ 690 ล้านบาท และการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์โครงการ CFP ประมาณ 1.0 พันล้านบาท ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 เป็นประมาณ 3.0 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อน และปรับเพิ่มสมมติฐานค่าการกลั่นทั้งปีเป็น 14 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิม 7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล พร้อมให้ราคาพื้นฐานปี 2570 ที่ 68 บาทต่อหุ้น และแนะนำซื้อขายตามกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี โดยคาดเงินปันผลทั้งปี 2569 ประมาณ 4.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนร้อยละ 6.6 ต่อปี
HoonVision · 34d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▼
กบง. ลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท มีผล 24 ก.ค.-15 ส.ค. นี้
คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. มีมติปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วหน้าโรงกลั่นลง 2.40 บาทต่อลิตร โดยนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นประมาณ 3,892 ล้านบาทมาใช้เป็นส่วนลด มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมถึง 15 สิงหาคม 2569 ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP SPRC BCP IRPC และ PTTGC แต่ผลกระทบยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากค่าการกลั่นในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงจากภาวะอุปทานตึงตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นายสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะเข้าสะสมหากราคาหุ้นปรับฐานลง 5-10% จากระดับปัจจุบัน เพราะพื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่งและแนวโน้มกำไรทั้งปียังอยู่ในเกณฑ์ดี
Thunhoon · 34d อ่านต่อ ▾