Energy Transition & Power Demand
▲ 3
CGSI มองบวกกลุ่มโรงกลั่นไทย ค่าการกลั่นแข็งแกร่ง
บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นไทย แม้จีนจะส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะเป็นการผ่อนคลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากจีนให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศเป็นลำดับแรก ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจทำให้โรงกลั่น Huajin Aramco เปิดดำเนินงานช้ากว่ากำหนดในเดือนต.ค.-พ.ย.69 โดยหากไม่รวมปริมาณการกลั่นที่ฟื้นตัวในช่วงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านในเดือนก.ค.69 ปริมาณการกลั่นทั่วโลกน่าจะลดลงมากกว่า 2 ล้านบาร์เรล/วันในปี 69 ขณะที่การโจมตีของอิหร่านและฮูตีทำให้อัตราการเดินเครื่องของโรงกลั่นในซาอุดีอาระเบียและคูเวตลดลงตั้งแต่เดือนมี.ค.69 และโรงกลั่นในรัสเซียถูกโจมตีด้วยโดรนจนเปลี่ยนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดีเซลสุทธิ แม้ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงอาจทำให้เกิด demand destruction ประมาณ 330,000 บาร์เรล/วัน แต่อุปทานที่ลดลงมากกว่า 1 ล้านบาร์เรล/วันยังหนุน crack spread ในเอเชีย ขณะที่อุปทาน heavy crude ตึงตัวกดดันการผลิต heavy distillate และมาตรการห้ามส่งออก LSFO ของรัสเซียช่วยหนุน crack spread ให้สูงต่อเนื่อง ราคาหุ้นโรงกลั่นไทยปรับขึ้นมากอาจมีแรงขายทำกำไร แต่ CGSI มองว่าการปรับลงเป็นโอกาสสะสม โดยเฉพาะ TOP, SPRC และ BCP เนื่องจาก GRM แข็งแกร่งในครึ่งปีแรกของปี 69 จะช่วยสร้างกระแสเงินสดและหนุนการจ่ายปันผลที่น่าสนใจ แต่ยังคงแนะนำ Neutral สำหรับกลุ่มน้ำมันและก๊าซไทยเพราะกังวลปิโตรเคมีปลายน้ำ
HoonSmart · 2h อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
KKPS ปรับเพิ่มค่าการกลั่นปี 69 แตะ 19.60 เหรียญ ชู TOP เป้า 80.50 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร หรือ KKPS ปรับเพิ่มประมาณการค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปี 2569 ขึ้นเป็น 19.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 5.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปรับปี 2570 เป็น 9.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยระบุว่าอุปทานโรงกลั่นตึงตัวจากกำลังการผลิตใหม่ที่จำกัด ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และความเสียหายของโรงกลั่นในตะวันออกกลาง สำหรับไตรมาส 3/2569 คาดค่าการกลั่นสิงคโปร์เพิ่มเป็น 25.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนทยอยลดลงในไตรมาส 4 มาอยู่ที่ 16.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล KKPS เลือก บริษัท ไทยออยล์ หรือ TOP เป็นหุ้นเด่น คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้น 7.3% เป็น 80.50 บาท คิดเป็นอัพไซด์ 33.6% และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 9.6% ขณะที่ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง หรือ SPRC เป็นหุ้นเด่นลำดับถัดมา ปรับราคาเป้าหมายขึ้น 64.4% เป็น 14.80 บาท คาดอัพไซด์ 21.3% และให้ผลตอบแทนเงินปันผล 14%
Kaohoon · 3h อ่านต่อ ▾
SPRC.BK
BCP เด่นปันผล–SAF หนุน เคาะเป้าพื้นฐาน 53.50 บาท
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คงคาดการณ์เงินปันผลต่อหุ้นของ BCP ปี 2569 ที่ 5.30 บาท เพิ่มขึ้น 405% จาก 1.05 บาทในปี 2568 โดยคาดกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ 3.14 หมื่นล้านบาท และใช้อัตราการจ่ายเงินปันผลแบบอนุรักษ์นิยมที่ 25% ขณะที่ผู้บริหารยืนยันนโยบายจ่ายอย่างน้อย 30% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองตามข้อกำหนด ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ กระแสเงินสด และแผนลงทุน BCP ยังมีโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่าไม่เกิน 3.8 พันล้านบาทช่วงปี 2568-2571 โดยระยะแรกเสร็จสิ้น 15 มิถุนายน 2569 ซื้อคืน 9.67 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.66% ของหุ้นจำหน่ายแล้ว มูลค่า 336 ล้านบาท จากวงเงินอนุมัติสูงสุด 1.1 พันล้านบาท คาดกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 ลดลงจากไตรมาสก่อน เพราะค่าการกลั่นลดลงจากต้นทุน crude premium ค่าประกันภัย และค่าระวางที่เพิ่มขึ้น แม้ spread น้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่องบิน และดีเซลยังแข็งแกร่งที่ 30.0, 62.3 และ 67.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามลำดับ อัตราการกลั่นคาดลดลง 2%-6% เป็น 260-270 KBD เพราะถังเก็บ middle distillates ใกล้เต็ม หลังกระทรวงพลังงานห้ามส่งออกดีเซลตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม แต่กำไรจากโครงการ SAF ซึ่ง BCP ถือ 80% และ BBGI ถือ 20% คาดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เพราะเป็นไตรมาสแรกที่รับรู้เต็มไตรมาสหลังเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ 18 พฤษภาคม คำแนะนำจาก Bloomberg consensus แบ่งเป็น ซื้อ 19 ราย ถือ 2 ราย ขาย 0 ราย ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 53.50 บาท ณ วันที่ 25 สิงหาคม โดยคาดราคาหุ้นได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นแข็งแกร่ง อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 10.3% และกำไรจาก SAF ทำให้ชอบ BCP มากที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น รองลงมาคือ SPRC และ TOP
HoonVision · 2d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▲ 2
ต่างชาติอัพเป้า 6 หุ้นพลังงาน ชี้ปิโตรเคมีฟื้นเร็วกว่าเดิม
มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นไทย 6 หลักทรัพย์ ได้แก่ PTT เป็น 44.90 บาท จาก 39.40 บาท TOP เป็น 87 บาท จาก 70 บาท PTTGC เป็น 59 บาท จาก 43 บาท OR เป็น 14.60 บาท จาก 14.30 บาท BCP เป็น 65.70 บาท จาก 51 บาท และ SPRC เป็น 19.70 บาท จาก 12.90 บาท สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นไทย โดยเฉพาะ SPRC PTTGC TOP และ BCP ที่ได้รับการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ ด้านนายศรชัย พิทยาพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเริ่มเข้าสู่ระยะเริ่มต้นของการฟื้นตัวรอบใหม่ หลังเผชิญแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินมาตั้งแต่ปี 2566 โดยสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวเร่งให้การปรับสมดุลของตลาดเกิดเร็วขึ้น เนื่องจากโรงงานบางแห่งที่มีแผนลดหรือยุติการผลิตอยู่แล้วสามารถใช้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุในการหยุดดำเนินงานและลดการส่งมอบสินค้า ทำให้อุปทานในตลาดหายไปเป็นจำนวนมากในช่วงวิกฤติ อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์ปิดฮอร์มุซคลี่คลายลง ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อาจปรับฐานระยะสั้นในไตรมาส 3/2569 แต่ไม่น่ากลับไปสู่ระดับต่ำเช่นปี 2568 เนื่องจากกำลังการผลิตโรงงานเก่าที่ทยอยปิดไปแล้วไม่สามารถกลับเข้าสู่ตลาดได้ทั้งหมด นายศรชัยประเมินว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีโอกาสเข้าสู่จุดสมดุลเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ โดยเดิมประเมินว่าตลาดอาจเข้าสู่ภาวะสมดุลในปี 2572 ภายใต้สมมติฐานความต้องการใช้เม็ดพลาสติกเติบโตเฉลี่ย 1–2% ต่อปี หากไม่มีภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงเข้ามากระทบ และเมื่ออุปทานส่วนเกินลดลงจนเข้าสู่จุดสมดุล อำนาจต่อรองด้านราคาของผู้ผลิตจะเพิ่มขึ้น เปิดโอกาสให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลับมายืนเหนือระดับ 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันได้อย่างยั่งยืน โดยหุ้นเด่นที่แนะนำคือ PTTGC และ SCC ในกลุ่มปิโตรเคมี และ BCP เป็น Top Pick กลุ่มโรงกลั่น พร้อมแนะนำซื้อ IVL และถือ SPRC กับ TOP
thunhoon.com · 3d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▼
กูรูชี้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูงถึงปี 2570 หากสงครามยืดเยื้อ
นักวิเคราะห์ประเมินราคาน้ำมันดิบจะยังอยู่ในแดนสูงยาวถึงปี 2570 หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 91.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียตอยู่ที่ประมาณ 85.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสงครามคลี่คลาย ราคาน้ำมันมีโอกาสลดลงสู่กรอบ 65–76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเฉลี่ยราว 70 ดอลลาร์ในปี 2570 ด้านคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานมีมติให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นเดือนกรกฎาคม 2569 มาปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง 2.40 บาทต่อลิตร ต่อเนื่องอีก 31 วัน นับเป็นครั้งที่ 6 รวมวงเงินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดกระทบกำไรสุทธิกลุ่มโรงกลั่นในไตรมาส 3/2569 มากกว่าไตรมาส 2/2569 โดย PTTGC ได้รับผลกระทบสูงสุดราว 4 พันล้านบาท รองลงมาเป็น BCP ราว 2.98 พันล้านบาท TOP ราว 2.93 พันล้านบาท IRPC ราว 2.5 พันล้านบาท และ SPRC ราว 1.4 พันล้านบาท นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ซื้อเก็งกำไรระยะสั้นตามทิศทางราคาน้ำมัน และรอจังหวะทยอยสะสมเมื่อสงครามคลี่คลาย โดยมองว่า PTTEP ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ขณะที่ PTT ได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากธุรกิจโรงกลั่นในกลุ่ม
thunhoon.com · 7d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK▲
SPRC ขึ้นแท่นหุ้นปันผล โบรกฯ คาดปีนี้จ่าย 1.15 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ คงคำแนะนำซื้อหุ้น SPRC โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 12.50 บาท และคาดการณ์ว่า SPRC จะจ่ายเงินปันผลรวม 1.15 บาทต่อหุ้นในปี 2569 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 10.1% ผู้บริหารย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างแข็งแกร่งในการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ โดยมีเงินปันผลพื้นฐานรายปีขั้นต่ำที่ 0.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งประกาศสำหรับครึ่งปีแรกแล้ว และคาดว่าจะยั่งยืนตลอดวัฏจักรการกลั่นจนถึงการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ครั้งถัดไปราวปี 2573 สำหรับปี 2570 คาดเงินปันผลที่ 0.69 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 6.1% และปี 2571 คาดที่ 0.83 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 7.2% บริษัทให้แนวโน้ม Market GRM ในไตรมาส 3/69 อยู่ที่ประมาณ 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจาก 23.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/69 ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานและค่าเสื่อมราคาที่ลดลงจะช่วยหนุนกำไรครึ่งหลังปี 69 โดยคาด DD&A ลดลงเหลือประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาส จาก 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2/69 และคาดอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 85-90% ตราบใดที่ยังมีข้อจำกัดด้านการส่งออก
Share2Trade · 8d อ่านต่อ ▾
โบรกฯ แห่เชียร์ SPRC หลังกำไร Q2/69 แกร่งกว่าคาด
บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำหลายแห่งออกบทวิเคราะห์เชิงบวกต่อ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 6.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น YoY และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 9% โบรกเกอร์อย่าง บล.กรุงศรี ให้คำแนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 13.50 บาท ขณะที่ บล.ทิสโก้ และ บล.เคจีไอ ให้ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท โดยมีมุมมองบวกจากค่าการกลั่นที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง คาดไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 15 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หนุนโดยภาวะอุปทานตึงตัว และนโยบายจ่ายเงินปันผลชัดเจน โดยประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 1H26 ที่ 0.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield 4.4% และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลเต็มปี 2569 สูงถึง 10.1% – 12.1% อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยลบจากกำไรไตรมาส 3/2569 ที่อาจลดลง QoQ เนื่องจากค่าการกลั่นปรับตัวลงจากฐานสูงในไตรมาส 2/2569 ที่ 23.7 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ตามภาวะอุปทานที่เริ่มเพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์สงครามคลี่คลาย รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งและพรีเมียมน้ำมันดิบที่สูงขึ้น และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบภาครัฐที่จำกัดอัตราการใช้กำลังการผลิตไว้ที่ 85–90%
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย · 8d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▲ 3
บัวหลวงสแกน 8 หุ้นพลังงาน Q2/69 กำไรโตแรงจากโรงกลั่น
บล.บัวหลวงรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ของหุ้นพลังงาน 8 บริษัทใน Coverage มีกำไรสุทธิรวม 1.09 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 195% จากปีก่อน และ 35% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรหลักรวมอยู่ที่ 1.27 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 237% จากปีก่อน และ 49% จากไตรมาสก่อน โดยกลุ่มโรงกลั่นเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้และมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นตามราคาขายและค่า GRM/GIM ที่สูงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม BCP, PTT และ SPRC มีกำไรดีกว่าคาด ส่วน IRPC, PTTEP และ TOP เป็นไปตามคาด ขณะที่ BANPU และ OR ต่ำกว่าคาด ฐานะการเงินของกลุ่มโดยรวมยังแข็งแรง โดย SPRC อยู่ในสถานะ Net Cash, OR ใกล้ Net Cash และ PTTEP มี Net debt/equity เพียง 0.1 เท่า ตามด้วย TOP และ PTT ส่วน BCP อยู่ที่ 0.7 เท่า ขณะที่ BANPU และ IRPC สูงกว่ากลุ่มที่ 1.0 เท่า และ 0.9 เท่า ตามลำดับ ด้านกระแสเงินสด PTT และ PTTEP มี Operating Cash Flow และ Free Cash Flow เป็นบวกต่อเนื่องตลอด 6 ไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ BANPU เป็นบริษัทเดียวที่ยังไม่สามารถสร้าง Free Cash Flow เป็นบวกในช่วงดังกล่าว สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2569 ผู้บริหารส่วนใหญ่มองอย่างระมัดระวังแต่ยังเป็นบวก โดยราคาน้ำมันและ GRM มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นหลังความตึงเครียดตะวันออกกลางผ่อนคลาย แต่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ OR มองเชิงบวกกว่าจากยอดขายน้ำมันและ Marketing Margin ที่คาดเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิจัยมองว่า BCP, PTT, PTTEP และ SPRC เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพจ่าย Dividend Yield สูงในปี 2569 ราว 6–10% และระยะกลางราว 5–7% โดยยังเลือก PTT เป็น Top Pick จากกระแสกำไรที่แข็งแรงและ Dividend Yield ที่น่าสนใจ
thunhoon.com · 8d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▼
บล.หยวนต้า ชี้ตะวันออกกลางตึง ชู PTT เป็นตัวเลือก Hedging
บล.หยวนต้า ระบุความขัดแย้งสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายในระยะสั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว 5-6% WoW พลิกจากลดลง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน หลังอิหร่านเปิดเงื่อนไขก่อนทำข้อตกลงที่ท้าทาย และสหรัฐฯ ยังเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านปฏิเสธขยายเวลาข้อตกลงชั่วคราว MOU หลังสิ้นสุดระยะเวลา 60 วันเมื่อ 17 ส.ค. และสต็อกน้ำมันดิบเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ยังอยู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 1982 บล.หยวนต้า มองว่าสามารถเก็งกำไรหุ้น Oil Play ได้ โดยชู PTT เป็นตัวเลือกหลักสำหรับ Hedging สถานการณ์ในตะวันออกกลาง จากฐานะการเงินมั่นคงและคาดเงินปันผลสูง ขณะที่ค่าการกลั่นสิงคโปร์ปิดลบ 7% WoW มาอยู่ที่ 20.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กดดันหุ้นกลุ่มโรงกลั่น TOP SPRC BCP IRPC และ PTTGC ส่วน Spread กลุ่มโอเลฟินส์และปิโตรเคมีกลุ่ม Polyester ปรับตัวลดลง WoW เป็นลบต่อ IRPC SCC PTTGC และ IVL ตามลำดับ
HoonVision · 9d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK▲
บล.บัวหลวงตรวจงบ 11 บริษัท พบ 8 แห่งกำไรดีกว่าคาด
บล.บัวหลวงเปิดเผยผลตรวจสอบงบการเงินของ 11 บริษัท โดยพบว่ามี 8 บริษัทที่รายงานกำไรดีกว่าคาด ได้แก่ GUNKUL, CK, SPRC, CPF, CBG, AWC, HANA และ BCH ขณะที่ STECON และ BH มีกำไรเป็นไปตามคาด และ BTS รายงานขาดทุนต่ำกว่าคาด โดย GUNKUL มีกำไรหลัก 567 ล้านบาท สูงกว่าคาด 7% และ CK มีกำไรหลัก 800 ล้านบาท สูงกว่าคาด 17% พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.20 บาทต่อหุ้น ส่วน SPRC มีกำไรหลัก 7.09 พันล้านบาท สูงกว่าคาด 11% และประกาศปันผลงวดครึ่งปีแรก 0.50 บาทต่อหุ้น CPF มีกำไรหลัก 4.57 พันล้านบาท สูงกว่าตลาดคาด 13% ขณะที่ CBG มีกำไรหลัก 736 ล้านบาท สูงกว่าคาด 13% และ AWC มีกำไรหลัก 232 ล้านบาท สูงกว่าคาด HANA มีกำไรหลัก 278 ล้านบาท สูงกว่าคาด 25% และ BCH มีกำไรหลัก 343 ล้านบาท สูงกว่าคาด 13% พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.15 บาทต่อหุ้น ด้าน STECON มีกำไรหลัก 910 ล้านบาท เป็นไปตามคาด และ BH มีกำไรหลัก 1.89 พันล้านบาท เป็นไปตามคาด พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 4 บาทต่อหุ้น ส่วน BTS รายงานขาดทุนหลัก 601 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดที่เดิมคาดว่าจะมีกำไรเล็กน้อย
HoonVision · 10d อ่านต่อ ▾
SPRC กำไรครึ่งปี 1.44 หมื่นล้านบาท จ่ายปันผล 0.50 บาท
บมจ. สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง หรือ SPRC รายงานกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 441.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14,355 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.50 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผลวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 14 กันยายน 2569 สำหรับไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 213.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,926 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสแรกประมาณ 6.8% เนื่องจากรับรู้ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงซึ่งไม่รวมผลจากสต็อกน้ำมันอยู่ที่ 221 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,183 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานพื้นฐานยังแข็งแกร่งจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น อัตราการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลงหลังการซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนแล้วเสร็จ
Money & Banking · 12d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲ impact 4
น้ำมันดิบพุ่ง 5% หนุน 5 หุ้นพลังงานเด่น
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดตัวขึ้น 5% เมื่อคืนนี้ หลังการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ไม่คืบหน้า โดยอิหร่านระบุว่าจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าสหรัฐฯ จะทำตามเงื่อนไข 6 ข้อ ซึ่งรวมถึงการยุติการข่มขู่และถ้อยคำดูหมิ่นศาสนา ยุติสงครามและการรุกรานอิหร่านและพันธมิตรอย่างถาวร ยุติการปิดล้อมทางทะเลและถอนกำลังทหาร ชดใช้ความเสียหายจากสงคราม ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดโดยไม่มีเงื่อนไข ส่งผลให้การเจรจามีแนวโน้มยืดเยื้อและอุปทานในตลาดยังคงตึงตัว หนุนมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTTEP, PTT, TOP, BCP และ SPRC
HoonVision · 16d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK▼
โบรกฯ เตือนหุ้นโรงกลั่นเสี่ยงขายทำกำไรระยะสั้น หลังสเปรดผลิตภัณฑ์ปรับฐาน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เตือนหุ้นกลุ่มโรงกลั่นเสี่ยงถูกขายทำกำไรในระยะสั้น หลังจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับฐานลงแรงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 โดยส่วนต่างของแก๊สโซลีน เจ็ท และแก๊สออยล์ ลดลงมาอยู่ที่ 28.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 57.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 65.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คิดเป็นการลดลง 16% 19% และ 17% จากวันก่อนหน้า และลดลง 25% 18% และ 15% จากค่าเฉลี่ยสัปดาห์ก่อน ตามลำดับ ส่งผลให้ค่าการกลั่นรวมของสิงคโปร์คาดว่าจะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 22-23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับฐานดังกล่าวมีสาเหตุจากความคาดหวังการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากก่อนหน้านี้หุ้นโรงกลั่นปรับตัวขึ้นแรง โดยตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ปี 2569 ราคาหุ้น SPRC เพิ่มขึ้น 46% TOP เพิ่มขึ้น 35% และ BCP เพิ่มขึ้น 32% จากความกังวลอุปทานตึงตัวเมื่อการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านติดขัดและมีการปิดล้อมฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม หากราคาหุ้นปรับลงแรง โบรกฯ มองเป็นโอกาสทยอยสะสม โดยยังคงให้ SPRC เป็นหุ้นเด่นสุด เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาจำกัดจะทำให้ค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 5-6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่สร้างกำไร กระแสเงินสด และจ่ายปันผลได้สูงกว่า 6% แม้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์จะปรับฐานลง แต่ยังคงสูงกว่าประมาณการปี 2569 และ 2570
Share2Trade · 22d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK▲
จับตางบไตรมาส 2 โรงกลั่นไทยโตตามสหรัฐฯ รับค่าการกลั่นพุ่ง แต่ซ่อนต้นทุนแฝง
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มโรงกลั่นสหรัฐฯ เติบโตโดดเด่นจากค่าการกลั่นที่พุ่งสูง โดย Valero Energy มีกำไรสุทธิ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า HF Sinclair กำไรสุทธิ 892 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า และ PBF Energy พลิกมีกำไรสุทธิ 915 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ ขณะที่ Phillips 66 และ Marathon Petroleum ก็คาดว่าจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน สำหรับโรงกลั่นไทย แม้จะได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่นเช่นกัน แต่ผลประกอบการของแต่ละบริษัทจะไม่เท่ากัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับโครงสร้างโรงกลั่น คุณภาพน้ำมันดิบ ประสิทธิภาพการผลิต การบริหารความเสี่ยงด้านราคา และกำไรหรือขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ โรงกลั่นยังต้องแบกรับต้นทุนแฝงที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ ค่าระวางเรือ ค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้นตามความเสี่ยงในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นถึง 3-6 บาทต่อลิตร รวมถึงความเสี่ยงจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากเงินทุนหมุนเวียนที่มากขึ้น และแรงกดดันจากมาตรการภาครัฐและสังคม ตลอดจนความจำเป็นในการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดภายใต้เป้าหมาย Net Zero และมาตรฐาน ESG บริษัทจดทะเบียนไทยที่ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันหลัก ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ขณะที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC มีธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจร
Kaohoon · 25d อ่านต่อ ▾
Defense & Geopolitical Fragmentation▲ impact 4
ราคาน้ำมันดิบพุ่ง หนุนหุ้นพลังงานและโรงกลั่นเด่น
ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง โดย WTI ยืนเหนือ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ใกล้ 91 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ประกาศพร้อมโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน สะท้อนตลาดน้ำมันที่ตึงตัว ด้านอิหร่านยังยืนยันควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดกังวลว่าสงครามและความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันอาจยืดเยื้อต่อไป ฝ่ายวิจัยประเมินเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น เช่น PTTEP, PTT, TOP, SPRC และ BCP จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง แต่เป็นลบต่อหุ้นที่ใช้พลังงานเป็นต้นทุนหลักและเพิ่มความกังวลต่อเงินเฟ้อในภาพรวม
HoonVision · 28d อ่านต่อ ▾
โบรกเกอร์กรุงศรีคาดกำไร SPRC ไตรมาส 2 แตะ 6.4 พันล้านบาท พร้อมปรับเป้าขึ้นเป็น 11.50 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่าบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 ประมาณ 6,402 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 812 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรจากการดำเนินงานปกติคาดอยู่ที่ 6,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,386% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 314% จากไตรมาสก่อน หนุนจากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 20.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางอุปทานน้ำมันตึงตัวและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569 ขึ้น 303% เป็น 14,873 ล้านบาท และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 11.50 บาทต่อหุ้น พร้อมคงคำแนะนำซื้อ โดยคาดว่าบริษัทมีโอกาสจ่ายเงินปันผลในระดับสูง คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 15%
Kaohoon · 31d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
3 ปัจจัยร้อนกดดันหุ้นไทยท่ามกลางแรงซื้อต่างชาติและความตึงเครียดตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากทั้งในและต่างประเทศ โดยดัชนีปิดที่ 1,644.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.36 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 8.92 หมื่นล้านบาท ท่ามกลาง 3 ประเด็นร้อนที่นักลงทุนจับตา ได้แก่ การประกาศงบไตรมาส 2 ของกลุ่มแบงก์ที่นำไปสู่แรงขาย Sell on Fact แม้บางแห่งเช่น KKP และ TTB จะมีกำไรโดดเด่น การที่สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้าไทยในอัตราสูงสุด 12.5% มีผล 24 กรกฎาคม ครอบคลุมสินค้าส่งออกเกือบทั้งหมด และความตึงเครียดตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ดันราคาน้ำมันดิบทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านบวกยังมีแรงซื้อสะสมจากนักลงทุนต่างชาติที่ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง โดยมียอดซื้อสุทธิในเดือนกรกฎาคมทะลุ 4.5 หมื่นล้านบาท เน้นกลุ่มแบงก์ พลังงาน และปิโตรเคมี ประกอบกับมาตรการ Thailand FastPass ที่ตั้งเป้าดึงดูดเงินลงทุน 7 แสนล้านบาทในกลุ่ม Data Center และ EV ช่วยพยุงตลาด นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ตั้งรับในหุ้นพื้นฐานดีที่กำไรครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโต และจับตาหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP รวมถึงหุ้นโรงกลั่นอย่าง SPRC ที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันสูง
Kaohoon · 31d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK▲
KSS มอง SET พักฐาน เซ่นน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ ชู PTT-SPRC-KBANK เด่น
บล.กรุงศรี หรือ KSS ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงพักฐาน โดยให้กรอบแนวต้านที่ 1,650 และ 1,665 จุด และแนวรับที่ 1,630 และ 1,626 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ปรับขึ้นทดสอบ 4.7% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 7 เดือน และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าสุดในรอบ 15 เดือนที่ 33.82 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงมาตรการกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ในอัตรา 10-12.5% ต่อ 60 ประเทศที่มีผลตั้งแต่ 24 กรกฎาคม 2569 แม้ผลกระทบต่อไทยจะจำกัดเพราะไม่ครอบคลุมสินค้าส่งออกสำคัญอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ KSS ประเมินว่าหุ้นในกลุ่มพลังงาน กลุ่มความมั่นคงด้านพลังงาน และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ จะเป็นแกนหลักที่ช่วยประคองดัชนีได้ โดยแนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTT, PTTEP, BCP, TOP และ SPRC ส่วนกลุ่มธนาคารแนะนำ KBANK และ KTB กลุ่มสื่อสารแนะนำ ADVANC และ TRUE กลุ่มรับเหมาก่อสร้างแนะนำ STECON, PYLON และ INSET และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมแนะนำ AMATA และ WHA
Kaohoon · 34d อ่านต่อ ▾
SPRC พุ่ง 8.63% นำกลุ่มโรงกลั่นบวกสวนตลาด รับอานิสงส์ราคาน้ำมันและค่าการกลั่นเพิ่ม
หุ้น SPRC ปรับตัวขึ้น 8.63% มาที่ 10.70 บาท นำกลุ่มโรงกลั่นปรับตัวบวกสวนทางตลาด โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บล.กรุงศรี ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย SPRC เป็น 11.50 บาทต่อหุ้น จากปัจจัยความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยืดเยื้อ และการกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐที่ทำให้ซัพพลายน้ำมันตึงตัว ส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 2569 เพิ่มขึ้น 303% เป็น 14,873 ล้านบาท และปี 2570 เพิ่มขึ้น 104% เป็น 10,413 ล้านบาท อีกทั้ง SPRC ปลอดภาระหนี้แล้ว คาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเพิ่มขึ้นอีก 15% ในระยะ 5 ปี สำหรับภาพรวมกลุ่มโรงกลั่น บล.กรุงศรี ยังคงคำแนะนำเชิงบวก เนื่องจาก Petroleum spread และค่าการกลั่นสูงกว่ากรอบที่ภาครัฐมองไว้ที่ 2 บาทต่อลิตรหรือประมาณ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้การแทรกแซงจากภาครัฐมีน้อยลง
InfoQuest · 34d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK▲
กสิกรไทยคงคำแนะนำถือ SPRC ราคาเป้า 9.70 บาท แม้กำไรปกติ Q2/69 พุ่ง 333%
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ ถือ หุ้น บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC พร้อมราคาเป้าหมาย 9.70 บาท อิงวิธีประเมินมูลค่า PBV ที่ 0.88 เท่า โดยมองว่าราคาหุ้นล่าสุดที่ 9.85 บาท สะท้อนมูลค่าพื้นฐานไปมากแล้ว ส่งผลให้ส่วนต่างจากราคาเป้าหมายอยู่ที่ลบ 1.52 เปอร์เซ็นต์ ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 จะอยู่ที่ 6.64 พันล้านบาท ลดลง 9.8 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน เนื่องจากรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือรวม 372 ล้านบาท แต่หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 333 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 7.0 พันล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงกลั่น โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการเพิ่มอัตราการเดินเครื่องของโรงกลั่นเป็น 86 เปอร์เซ็นต์ จาก 63 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสแรก ขณะที่ Market GRM คาดว่าจะเพิ่มเป็น 19.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จาก 12.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามการขยายตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มเป็น 28.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จาก 9.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มเป็น 62.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จาก 36.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังอุปทานในตะวันออกกลางหยุดชะงักและหลายประเทศจำกัดการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม สำหรับไตรมาส 3 ปี 2569 กสิกรไทยประเมินว่าแนวโน้มกำไรยังแข็งแกร่ง โดยส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมยังทรงตัวในระดับสูง ล่าสุดส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 30.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 57.4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งสองคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตทั้งหมดของ SPRC อีกทั้งการไม่มีแผนปิดซ่อมบำรุงจะช่วยให้อัตราการเดินเครื่องอยู่ในระดับสูงและสนับสนุนผลประกอบการต่อเนื่อง
Thunhoon · 34d อ่านต่อ ▾
กรุงศรีชี้หุ้นกลุ่มโรงกลั่นผันผวนระยะสั้น หลังกบง.ลดราคาดีเซล 2.40 บาท/ลิตร
ฝ่ายวิจัยบล.กรุงศรีมีมุมมองลบระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น หลังจากกบง.ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคม 2569 โดยมองว่าการขอส่วนลดที่สูงขึ้นจะทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสในช่วงที่อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัว และสะท้อนความต้องการของภาครัฐที่เข้าแทรกแซงและดึงกำไรส่วนเกิน กลายเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น ประกอบกับราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดย SPRC บวก 38.7% BCP บวก 40.6% TOP บวก 42.5% และ IRPC บวก 34.5% จึงเป็นไปได้ที่ระยะสั้นจะเห็นความผันผวน อย่างไรก็ตามระยะยาวฝ่ายวิจัยคงมุมมองบวกจากอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปที่ยังตึงตัวและค่าการกลั่นมีโอกาสทรงตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยมี Top pick คือ SPRC
ทันหุ้น · 34d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand
▲ 2impact 4
น้ำมัน Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ หนุนหุ้นพลังงาน-โรงกลั่นเด่น
บล.กสิกรไทย ระบุว่า ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ยกระดับการโจมตีอิหร่านและตอบโต้ครั้งใหญ่หากกลุ่มฮูตีโจมตีเรือในทะเลแดงอีก ขณะที่กลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ส่งผลให้ความขัดแย้งลุกลามและเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานโลก โดยทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีท่าทีพร้อมกลับเข้าสู่การเจรจา ฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น เช่น PTTEP, PTT, TOP, SPRC และ BCP จากราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง แต่เป็นลบต่อหุ้นที่ใช้พลังงานสูงและภาพรวมตลาดจากความเสี่ยงเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
HoonVision · 34d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK▲
บล.กรุงศรีคาด SET วันนี้พักตัว รับแรงหนุนจากหุ้นพลังงานและธนาคาร
บล.กรุงศรีคาดการณ์ว่าดัชนี SET วันนี้จะพักตัว โดยมีแนวต้านที่ 1,650 และ 1,665 จุด แนวรับที่ 1,630 และ 1,626 จุด ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์อีกครั้งจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเร่งตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี 7 เดือนที่ 4.7% และเงินบาทอ่อนค่าที่ 33.82 บาทต่อดอลลาร์ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือน กลุ่มพลังงานและธนาคารคาดว่าจะช่วยประคองตลาด ส่วนกระแสการจัดเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐภายใต้ Section 301 ในกรอบ 10 ถึง 12.5% ประเมินว่ากระทบต่อเศรษฐกิจไทยจำกัดแต่อาจเป็น sentiment ลบต่อบรรยากาศลงทุน ภายในประเทศวันนี้ให้น้ำหนักกับรายงานงบของ DELTA ในงวดไตรมาสที่สองของปี 2569 ซึ่งคาดว่าเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนแต่ชะลอตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และตัวเลขการค้าไทยเดือนมิถุนายนที่คาดว่าส่งออกขยายตัว 15.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนและนำเข้าขยายตัว 35.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตามเนื่องจากใกล้ช่วงวันหยุดยาวของไทยในสัปดาห์หน้าทำให้บรรยากาศลงทุนอยู่ในโหมด wait and see และเน้น selective ในราย sector หุ้นเด่นวันนี้ได้แก่ PTT, SPRC ซึ่งได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์และสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน และ KBANK ซึ่งได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่เร่งตัวขึ้นและพื้นฐานที่ชัดเจนนำไปสู่การ re-rating
HoonVision · 34d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▼
กบง. ลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท มีผล 24 ก.ค.-15 ส.ค. นี้
คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. มีมติปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วหน้าโรงกลั่นลง 2.40 บาทต่อลิตร โดยนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นประมาณ 3,892 ล้านบาทมาใช้เป็นส่วนลด มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมถึง 15 สิงหาคม 2569 ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP SPRC BCP IRPC และ PTTGC แต่ผลกระทบยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากค่าการกลั่นในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงจากภาวะอุปทานตึงตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นายสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะเข้าสะสมหากราคาหุ้นปรับฐานลง 5-10% จากระดับปัจจุบัน เพราะพื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่งและแนวโน้มกำไรทั้งปียังอยู่ในเกณฑ์ดี
Thunhoon · 34d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK▲
SPRC คาดกำไรปกติ Q2/69 พุ่ง 306% หนุนปรับเป้าทั้งปีขึ้น
บล.เอเชีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิของ SPRC ในไตรมาส 2/69 จะลดลง 11.3% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท จากรายการพิเศษที่พลิกเป็นขาดทุน แต่คาดกำไรปกติจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 306.2% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท หนุนจากค่าการกลั่นตลาดที่เพิ่มขึ้นเป็น 22.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิม 12.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และปริมาณน้ำมันดิบนำเข้ากลั่นที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.50 แสนบาร์เรลต่อวัน จาก 1.11 แสนบาร์เรลต่อวัน หลังหยุดซ่อมบำรุงในไตรมาส 1/69 ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 85.9% จาก 63.1% ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569 ขึ้นเป็น 1.2 หมื่นล้านบาท จากเดิม 7.5 พันล้านบาท และปี 2570 เป็น 6.6 พันล้านบาท จากเดิม 4.4 พันล้านบาท พร้อมปรับมูลค่าพื้นฐานปี 2569 ขึ้นเป็น 11.0 บาทต่อหุ้น จากเดิม 10.0 บาทต่อหุ้น แม้คาดกำไรไตรมาส 3/69 จะอ่อนตัวลงจากค่าการกลั่นที่ลดลง แต่ด้วยปันผลที่ยังจ่ายในระดับสูง จึงแนะนำทยอยสะสมช่วงราคาหุ้นปรับฐานเพื่อรับปันผลระหว่างกาล
HoonVision · 34d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK▼
กำไร บจ. ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2.76 แสนล้านบาท ลดลง 10.5% จากปีก่อน
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 2/2569 ซึ่งครอบคลุม 127 บริษัทหรือคิดเป็นร้อยละ 86.7 ของมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ จะอยู่ที่ 2.76 แสนล้านบาท ลดลงร้อยละ 10.5 จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลงร้อยละ 5.3 จากไตรมาสก่อน โดยมีแรงกดดันหลักจากกลุ่มพลังงานตามค่าการกลั่นที่อ่อนตัว และกลุ่มขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากช่วงโลว์ซีซันของธุรกิจสายการบิน ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ ไอซีที และท่องเที่ยวเป็นแรงพยุงสำคัญของตลาด กลุ่มพลังงานคาดกำไรลดลงร้อยละ 26.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน และร้อยละ 11.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่วนกลุ่มขนส่งลดลงร้อยละ 72.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน และร้อยละ 74.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากผลประกอบการที่อ่อนตัวของ AAV และ THAI กลุ่มปิโตรเคมีคาดกำไรเติบโตร้อยละ 326.4 จากฐานต่ำในปีก่อน นำโดย IVL และ PTTGC ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เติบโตร้อยละ 89 และกลุ่ม ICT เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากการแข่งขันที่ผ่อนคลายลงและ ARPU ที่ปรับตัวดีขึ้นของ ADVANC และ TRUE ส่วนธุรกิจท่องเที่ยวได้แรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวในยุโรปของ MINT หุ้นที่คาดว่ากำไรเติบโตโดดเด่นทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน ได้แก่ IVL, PSL และ BGRIM ขณะที่หุ้นที่มีโมเมนตัมกำไรเร่งตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ได้แก่ MINT, SC และ 3BBIF ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับปีก่อน ได้แก่ BGRIM ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7,305.8, IVL เพิ่มขึ้นร้อยละ 982.9, PSL เพิ่มขึ้นร้อยละ 771.9, SPRC เพิ่มขึ้นร้อยละ 666.8 และ AMATA เพิ่มขึ้นร้อยละ 599.1 โดยส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อนและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม ในด้านโมเมนตัมเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน หุ้นที่คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่ MINT เพิ่มขึ้นร้อยละ 452, SC เพิ่มขึ้นร้อยละ 441.7, IVL เพิ่มขึ้นร้อยละ 263.3, PSL เพิ่มขึ้นร้อยละ 169 และ PTTEP เพิ่มขึ้นร้อยละ 121.2 โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาล การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม การโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงปริมาณขายและอัตรากำไรที่ดีขึ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี CGSI ยังได้คัดเลือกหุ้นเด่นภายใต้กลยุทธ์ Quality & Earnings Momentum โดยเน้นหุ้นที่มีกำไรเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน มีคำแนะนำ Outperform และมีความผันผวนต่ำ ประกอบด้วย PTTEP, MINT, SC, BAREIT, TVO, IVL, TNP, ZEN, BANPUU และ PR9
thunhoon.com · 35d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK▲
บล.ฟิลลิปฯ ชี้หุ้นไทยไซด์เวย์ แนะโยกเงินออกจากแบงก์เข้าสู่ 4 ธีมหลัก
บล.ฟิลลิปฯ คาดดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,640 ถึง 1,665 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจาก Forward P/E ปี 2569 ที่ 16.7 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ที่ 17.1 เท่า และหุ้นกลุ่มธนาคารอาจเผชิญแรงขาย Sell on Fact หลังประกาศงบการเงินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรการโครงการ TISA จะช่วยประคองไม่ให้ดัชนีปรับลงลึก และคาดว่าจะเห็นการโยกย้ายเม็ดเงินออกจากกลุ่มธนาคารเข้าสู่กลุ่ม Real Sector เพื่อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่คาดว่าจะออกมาดี กลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 4 ธีมหลัก ได้แก่ เก็งงบไตรมาส 2 ปี 2569 ในหุ้นอย่าง AMATA CPALL DELTA HANA ITC KCE MRDIY MTC OSP QH SAWAD SCC STECON และ TIDLOR กลุ่มพลังงานในหุ้น BCP PTT PTTEP SPRC และ TOP เก็งมาตรการหรือโครงการรัฐในหุ้น BJC CENTEL CK CPAXT CRC DOHOME ERW GLOBAL HMPRO LH MINT และ SCC และหวังเม็ดเงินลงทุนจากจีนในหุ้น ADVANC GUNKUL GULF ROJNA WHA และ WHAUP
HoonVision · 36d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK
26 หุ้น SET100 มี P/E และ P/BV ต่ำ รับกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า
ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยดัชนี SET ปิดที่ 1,646 จุด เพิ่มขึ้น 30.67% จากสิ้นปี 2568 แต่ยังพบหุ้นในกลุ่ม SET100 จำนวน 26 หลักทรัพย์ที่มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่ำกว่า 17.50 เท่า และราคาต่อมูลค่าทางบัญชีต่ำกว่า 1 เท่า เช่น RCL มี P/E เพียง 3.54 เท่า และ P/BV 0.48 เท่า ขณะที่ SPRC มี P/E 4.35 เท่า และ P/BV 0.86 เท่า ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาด SET ติดต่อกัน 18 วันทำการจาก 19 วัน ล่าสุดซื้อสุทธิอีก 54.1 ล้านดอลลาร์ และยังมีความคาดหวังจากแผนเปิดตัวบัญชีออมส่วนบุคคลที่อาจให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 600,000 บาทต่อราย ซึ่งทุกเม็ดเงินใหม่ 10,000 ล้านบาทมีโอกาสหนุนดัชนี SET ได้ 25–30 จุด อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐานอื่นประกอบการตัดสินใจ
Kaohoon · 36d อ่านต่อ ▾
SPRC.BK▲
กูรูชี้กำไรกลุ่มโรงกลั่น Q2/69 เป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนฟื้นตัวครึ่งปีหลัง
นักวิเคราะห์ประเมินผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มโรงกลั่น ได้แก่ TOP, BCP, SPRC และ IRPC จะอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน แต่คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่นสิงคโปร์ที่ยังแข็งแกร่ง ความเสี่ยงด้านนโยบายภาครัฐที่ตลาดรับรู้ไปมากแล้ว และการกลับมาเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังหลังปิดซ่อมบำรุง หุ้นที่ได้รับคำแนะนำซื้อมากที่สุดคือ TOP โดยมีราคาเป้าหมาย 55.00-59.50 บาท รองลงมาคือ BCP ที่ราคาเป้าหมาย 54.00-61.00 บาท และ SPRC ที่ราคาเป้าหมาย 8.80-10.00 บาท ขณะที่ IRPC ยังคงได้รับคำแนะนำเพียงถือหรือซื้อเก็งกำไรที่ราคาเป้าหมาย 1.80-2.10 บาท เนื่องจากธุรกิจปิโตรเคมียังเผชิญอุปทานส่วนเกินและภาระหนี้สูง
Share2Trade · 36d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
บล.ดาโอชี้หุ้นไทยผันผวน แนะ Selective Buy รับ Fund Flow และความร่วมมือจีน-ไทย
บล.ดาโอประเมินดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบแคบใกล้เป้าหมายระยะสั้นที่ 1630-1650 จุด ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนทั่วโลกต่อหุ้นเทคโนโลยีและสถานการณ์สงครามที่ยังอ่อนไหว โดยตลาดไทยได้แรงหนุนจาก Fund Flow และราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไรเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน ด้านปัจจัยในประเทศ การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นำไปสู่การเร่งรัดโครงการรถไฟไทย-จีนและขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและ AI ซึ่งคาดว่าจะหนุนหุ้นกลุ่มนิคมฯ และเทคโนโลยี ขณะที่กระทรวงคมนาคมเดินหน้านโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท และศึกษาการเก็บค่าธรรมเนียมรถติดเพื่ออุดหนุนระบบขนส่งมวลชน ในต่างประเทศ ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวจากหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ แต่ยังจับตาผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ สถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียดแม้อิหร่านส่งสัญญาณเปิดช่องเจรจาทางการทูต ส่วนตลาดหุ้นจีนดีดตัวหลังกองทุนแห่งชาติเข้าซื้อพยุงตลาดและทางการเตรียมหารือสถาบันการเงินเพื่อเรียกความเชื่อมั่น กลยุทธ์การลงทุนเน้น Selective Buy โดยได้ประโยชน์จาก Fund Flow และความร่วมมือจีน-ไทย โดยหุ้นกลุ่มน้ำมันอย่าง PTTEP, TOP และ SPRC ยังได้อานิสงส์จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการประชุม World AI Conference ได้แก่ ADVANC, TRUE, INSET, AMATA, WHA, GULF, GPSC, DELTA, HANA และ KCE พอร์ตหุ้นแนะนำนำ MTC และ OR เข้ามาใหม่ ประกอบด้วย MTC, OR, WHA, GULF, TOP, HMPRO, TRUE, CRC, PTTEP และ PTT ในสัดส่วนหุ้นละ 10%
HoonVision · 37d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
ดาโอประเมิน SET สัปดาห์นี้กรอบ 1,620-1,650 จุด รับแรงหนุนน้ำมันพุ่ง
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินกรอบดัชนี SET สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1,620-1,650 จุด โดยคาดว่าดัชนีจะผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้น หลังกองทัพอิหร่านเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หนุนราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นเหนือ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 11 มิถุนายน 2026 ด้านกลยุทธ์ลงทุนแนะนำเลือกซื้อหุ้นที่ได้อานิสงส์จากสงครามและกระแสเงินทุนไหลเข้า โดยหุ้นเด่นในกลุ่มน้ำมัน ได้แก่ PTTEP, TOP และ SPRC ขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเดินทางเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยเพื่อหารือความร่วมมือด้าน AI และ EV ประกอบด้วย ADVANC, TRUE, INSET, AMATA, WHA, GULF, GPSC, DELTA, HANA และ KCE ทั้งนี้ บล.ดาโอ ได้ปรับพอร์ตหุ้นแนะนำ โดยนำ WHA, GULF และ TOP กลับเข้ามาในพอร์ตอีกครั้ง
HoonSmart · 38d อ่านต่อ ▾