← Back

Bangchak Corporation Public Company Limited

Bangchak Corporation Public Company Limited, together with its subsidiaries, engages in the refining and marketing of petroleum products in Thailand, Singapore, Norway, Korea, Laos, and internationally. It operates through the Refinery and Oil Trading, Marketing, Electricity, Bio-Based Product, Natural Resource, and Others segments. The company also engages in the production and distribution of electricity from green energy; investment in alternative energy business; oil terminal and seaport businesses; and biofuel products and related products. In addition, it is involved in the operation of electric motorcycles and battery replacement services; solar power plants and rooftop businesses; installation of management district cooling systems; manufacture and distribution of ethanol; public utilities and energy services business; operation of contract development and manufacturing organization platform for synthetic biology products with precision fermentation technology; real estate for lease; hydropower plant; and investment in foreign energy, petrochemical, and natural resource businesses. The company sells its products through oil traders. It serves the transportation, aviation, shipping, construction, industrial, and agriculture sectors. The company was formerly known as The Bangchak Petroleum Public Company Limited and changed its name to Bangchak Corporation Public Company Limited in April 2017. Bangchak Corporation Public Company Limited was founded in 1984 and is headquartered in Bangkok, Thailand.

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving BCP.BK
Energy Transition & Power Demand3

CGSI มองบวกกลุ่มโรงกลั่นไทย ค่าการกลั่นแข็งแกร่ง

บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นไทย แม้จีนจะส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะเป็นการผ่อนคลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากจีนให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศเป็นลำดับแรก ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจทำให้โรงกลั่น Huajin Aramco เปิดดำเนินงานช้ากว่ากำหนดในเดือนต.ค.-พ.ย.69 โดยหากไม่รวมปริมาณการกลั่นที่ฟื้นตัวในช่วงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านในเดือนก.ค.69 ปริมาณการกลั่นทั่วโลกน่าจะลดลงมากกว่า 2 ล้านบาร์เรล/วันในปี 69 ขณะที่การโจมตีของอิหร่านและฮูตีทำให้อัตราการเดินเครื่องของโรงกลั่นในซาอุดีอาระเบียและคูเวตลดลงตั้งแต่เดือนมี.ค.69 และโรงกลั่นในรัสเซียถูกโจมตีด้วยโดรนจนเปลี่ยนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดีเซลสุทธิ แม้ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงอาจทำให้เกิด demand destruction ประมาณ 330,000 บาร์เรล/วัน แต่อุปทานที่ลดลงมากกว่า 1 ล้านบาร์เรล/วันยังหนุน crack spread ในเอเชีย ขณะที่อุปทาน heavy crude ตึงตัวกดดันการผลิต heavy distillate และมาตรการห้ามส่งออก LSFO ของรัสเซียช่วยหนุน crack spread ให้สูงต่อเนื่อง ราคาหุ้นโรงกลั่นไทยปรับขึ้นมากอาจมีแรงขายทำกำไร แต่ CGSI มองว่าการปรับลงเป็นโอกาสสะสม โดยเฉพาะ TOP, SPRC และ BCP เนื่องจาก GRM แข็งแกร่งในครึ่งปีแรกของปี 69 จะช่วยสร้างกระแสเงินสดและหนุนการจ่ายปันผลที่น่าสนใจ แต่ยังคงแนะนำ Neutral สำหรับกลุ่มน้ำมันและก๊าซไทยเพราะกังวลปิโตรเคมีปลายน้ำ
HoonSmart·2hอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

ซีอีโอบางจากชูไบโอฟิวเอลดันจีดีพี 2% ลดนำเข้าน้ำมัน

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน “New Energy for Thailand: เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย” ว่า การเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพแบบ Drop-in เป็น 20% มีศักยภาพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเทียบเท่าประมาณ 2% ของ GDP จากการเพิ่มการใช้จ่ายภายในประเทศประมาณ 153,000 ล้านบาท และลดการนำเข้าน้ำมันประมาณ 63,000 ล้านบาท พร้อมช่วยสร้างงาน กระจายรายได้ และเสริมความมั่นคงทางพลังงาน โดยภาคขนส่งคิดเป็น 41% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของประเทศไทย และใช้น้ำมันประมาณ 76% ของการใช้น้ำมันขั้นต้น กลุ่มบางจากได้พัฒนาธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างต่อเนื่อง จนสามารถผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน HEFA-SPK SAF กำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน HVO หรือกรีนดีเซลสำหรับการขนส่งทางถนน และ B24 สำหรับภาคการเดินเรือ
HoonSmart·18hอ่านต่อ ▾
BCP.BK3

BCP หุ้นพุ่ง 8% หลังประกาศปันผล 3 บาท โบรกชี้กำไรครึ่งปีหลังเด่น

ราคาหุ้น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ปรับตัวขึ้น 7.54% มาอยู่ที่ 53.50 บาท หลังบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ในอัตรา 3 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผล 6.0% โดยขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 กันยายน และจ่ายเงินปันผลวันที่ 17 กันยายน บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และประเมินว่ากำไรครึ่งปีหลังจะยังเติบโตสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะลดลงจากครึ่งปีแรกที่มีฐานสูง โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจใหม่ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในฮ่องกง ซึ่งจะรับรู้ผลประกอบการเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกในไตรมาส 3/2569 ขณะที่ EBITDA ของธุรกิจ Trading คาดโต 2.5 เท่า และราคาขายน้ำมันและก๊าซของ OKEA คาดเพิ่มขึ้น 30-40% พร้อมโอกาสรับรู้กำไรพิเศษจากการขายแหล่งปิโตรเลียม Mistral และโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ของ BCPG
Kaohoon·1dอ่านต่อ ▾
BCP.BK2

8 บริษัทจ่ายปันผลระหว่างกาล BCP นำสูงสุด 3 บาท

บริษัทจดทะเบียนไทยอย่างน้อย 8 แห่งประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหลังประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยส่วนใหญ่กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในช่วงวันที่ 7-9 กันยายนนี้ นำโดย BCP จ่าย 3.00 บาทต่อหุ้น ตามด้วย TISCO 2.00 บาท RATCH 0.70 บาท TIPH 0.50 บาท OR 0.30 บาท HMPRO 0.16 บาท TTB 0.081 บาท เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อน และ CIMBT 0.0385 บาท โดย RATCH จ่ายรวมประมาณ 1,522.50 ล้านบาท และ OR จ่ายรวม 3,600 ล้านบาท
Prachachat·1dอ่านต่อ ▾
BCP.BK4

BCP เปิดแผน 5 ปี ตั้งเป้า EBITDA เพิ่ม 2 เท่า รายได้ 1 ล้านล้านบาท

บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น หรือ BCP เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี มุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่าภายในปี 2573 และสร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2574 โดยมีนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า แผนดังกล่าวให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการรับมือความผันผวน ใช้ความแข็งแกร่งจากธุรกิจครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมี EBITDA 43,763 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 18,383 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดและพลังงานชีวภาพมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่ โดยมี SAF เป็นธุรกิจสำคัญที่สร้าง EBITDA ราว 1,000 ล้านบาทในไตรมาส 2 ขณะที่ธุรกิจการตลาดในประเทศตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดค้าปลีก 33% ภายในปี 2574 และ BHK จะเป็นฐานขยายธุรกิจในภูมิภาค ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเชื้อเพลิงเรือจาก 13% เป็น 25% กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติตั้งเป้าเพิ่มอัตราการผลิตเป็นประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวันภายในปี 2574 และกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าตั้งเป้าขยายกำลังผลิตอีกไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ โดยมีเป้าหมาย EBITDA ในปี 2574 เป็น 1.5 เท่าจากฐานปี 2568 ด้านการเงินจะรักษาวินัยในการจัดสรรเงินทุน พร้อมสร้างผลตอบแทนผ่านโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปีและการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราผลตอบแทนรวมของผู้ถือหุ้น BCP ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 94% เทียบกับ SET ENERGY ที่ 38.1% และ SET50 ที่ 32.6%
thunhoon.com·1dอ่านต่อ ▾
BCP.BK2

BCP ปันผลระหว่างกาล 3 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 7 ก.ย. ให้ยีลด์ 6.03%

บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น หรือ BCP ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสะสมในอัตรา 3 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 7 กันยายน 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 17 กันยายน 2569 อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลครั้งนี้คิดเป็น 6.03% อ้างอิงจากราคาปิดวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ 49.75 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
Share2Trade·1dอ่านต่อ ▾
BCP.BK2

บางจากเปิดแผน 5 ปี ตั้งเป้า EBITDA โต 2 เท่า รายได้ 1 ล้านล้านบาทในปี 2574

กลุ่มบริษัทบางจากประกาศแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่าภายในปี 2573 และสร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2574 โดยมุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลกพร้อมอันดับเครดิตสากลระดับ Investment Grade นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มี EBITDA 43,763 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 18,383 ล้านบาท โดยมีแรงสนับสนุนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้ง SAF ธุรกิจการค้า ธุรกิจต้นน้ำ และธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน แผนดังกล่าวครอบคลุม 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ โรงกลั่นและการตลาดและพลังงานชีวภาพ ซึ่งตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดค้าปลีก 33% ภายในปี 2574 และเพิ่ม EBITDA ของธุรกิจ non-oil และอินทนิลเป็น 3 เท่า ธุรกิจการค้าน้ำมันตั้งเป้า EBITDA ประมาณ 5,000 ล้านบาทภายในปี 2574 ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติตั้งเป้าเพิ่มอัตราการผลิตเป็นประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวันภายในปี 2574 ธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานตั้งเป้าขยายกำลังผลิตอีกไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ และมีเป้าหมาย EBITDA ในปี 2574 เป็น 1.5 เท่าจากฐานปี 2568 ส่วนธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์จะบ่มเพาะธุรกิจแห่งอนาคต ด้านการเงิน บริษัทจะรักษาวินัยในการจัดสรรเงินทุน พร้อมสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นผ่านโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปีและการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราผลตอบแทนรวมของผู้ถือหุ้น BCP ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 94% เทียบกับ SET ENERGY ที่ 38.1% และ SET50 ที่ 32.6%
thunhoon.com·2dอ่านต่อ ▾
BCP.BK3

BCP ตั้งเป้า EBITDA ปี 2030 แตะ 1 แสนล้านบาท

บล.หยวนต้า ระบุ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ตั้งเป้าหมายเติบโตสูง โดยคาด EBITDA ปี 2030 แตะ 1 แสนล้านบาท และรายได้ปี 2031 แตะ 1 ล้านล้านบาท บริษัทประเมินแนวโน้ม 1-2 ปีข้างหน้ายังเป็นช่วงอุปทานการกลั่นตึงตัว เพราะกำลังผลิตของรัสเซียและตะวันออกกลางได้รับความเสียหาย และโรงกลั่น Teapot ในจีนลดอัตราผลิต มองข้ามไปปี 2027 ตลาดยังตึงตัวเพราะการก่อสร้างโรงกลั่นใหม่ต้องใช้เวลานาน ธุรกิจ Trading ตั้งเป้า EBITDA ปี 2031 แตะ 5 พันล้านบาท จาก 1 พันล้านบาทในครึ่งแรกปี 2026 ขณะที่ธุรกิจต้นน้ำ OKEA วางแผนเพิ่มปริมาณผลิตเป็น 100 kboed ภายในปี 2031 จาก 29-32 kboed ปัจจุบัน และจะเริ่มเจาะหลุมสำรวจแห่งแรกในโครงการ G2/65 ร่วมกับ Chevron ในปี 2026 บริษัทวางงบลงทุนผูกพัน 9.2 พันล้านบาทต่อปี โดย 66% จัดสรรในธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และ 24% ในธุรกิจต้นน้ำ ระยะสั้นช่วงครึ่งหลังปี 2026 คาดอัตรากลั่นอยู่ระดับ ±260 kbd เทียบกับ 276 kbd ในครึ่งแรกปี 2026 โดยมีปัจจัยหนุนจากตลาดน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัว การขยายตัวของธุรกิจ Trading ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปที่สูงขึ้น และการเพิ่มขึ้นของ Capacity Revenue ของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ รวมถึงการเริ่มรับรู้ผลประกอบการของ Bangchak Hong Kong หลังปิดดีลปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งกรณีเต็มปีจะช่วยสร้างรายได้ 4 หมื่นล้านบาท และ EBITDA 2 พันล้านบาท และรับรู้ผลประกอบการของโครงการ SAF เต็มไตรมาส ล่าสุดไตรมาส 2 ปี 2026 มีอัตราผลิตสูง 6.8 kbd และสร้าง EBITDA ราว 1 พันล้านบาทต่อไตรมาส บล.หยวนต้า คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท ปรับไปใช้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2027 ที่ 58.00 บาท อ้างอิงค่าเฉลี่ย PBV ในอดีต 10 ปีที่ 0.9 เท่า ราคาปัจจุบันมี Upside Gain +13.2% และมี Dividend Yield ปี 2026 สูง 8.8% คงคำแนะนำ ซื้อ
HoonVision·2dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

BCP เด่นปันผล–SAF หนุน เคาะเป้าพื้นฐาน 53.50 บาท

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คงคาดการณ์เงินปันผลต่อหุ้นของ BCP ปี 2569 ที่ 5.30 บาท เพิ่มขึ้น 405% จาก 1.05 บาทในปี 2568 โดยคาดกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ 3.14 หมื่นล้านบาท และใช้อัตราการจ่ายเงินปันผลแบบอนุรักษ์นิยมที่ 25% ขณะที่ผู้บริหารยืนยันนโยบายจ่ายอย่างน้อย 30% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองตามข้อกำหนด ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ กระแสเงินสด และแผนลงทุน BCP ยังมีโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่าไม่เกิน 3.8 พันล้านบาทช่วงปี 2568-2571 โดยระยะแรกเสร็จสิ้น 15 มิถุนายน 2569 ซื้อคืน 9.67 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.66% ของหุ้นจำหน่ายแล้ว มูลค่า 336 ล้านบาท จากวงเงินอนุมัติสูงสุด 1.1 พันล้านบาท คาดกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 ลดลงจากไตรมาสก่อน เพราะค่าการกลั่นลดลงจากต้นทุน crude premium ค่าประกันภัย และค่าระวางที่เพิ่มขึ้น แม้ spread น้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่องบิน และดีเซลยังแข็งแกร่งที่ 30.0, 62.3 และ 67.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามลำดับ อัตราการกลั่นคาดลดลง 2%-6% เป็น 260-270 KBD เพราะถังเก็บ middle distillates ใกล้เต็ม หลังกระทรวงพลังงานห้ามส่งออกดีเซลตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม แต่กำไรจากโครงการ SAF ซึ่ง BCP ถือ 80% และ BBGI ถือ 20% คาดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เพราะเป็นไตรมาสแรกที่รับรู้เต็มไตรมาสหลังเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ 18 พฤษภาคม คำแนะนำจาก Bloomberg consensus แบ่งเป็น ซื้อ 19 ราย ถือ 2 ราย ขาย 0 ราย ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 53.50 บาท ณ วันที่ 25 สิงหาคม โดยคาดราคาหุ้นได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นแข็งแกร่ง อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 10.3% และกำไรจาก SAF ทำให้ชอบ BCP มากที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น รองลงมาคือ SPRC และ TOP
HoonVision·2dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand2

ต่างชาติอัพเป้า 6 หุ้นพลังงาน ชี้ปิโตรเคมีฟื้นเร็วกว่าเดิม

มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นไทย 6 หลักทรัพย์ ได้แก่ PTT เป็น 44.90 บาท จาก 39.40 บาท TOP เป็น 87 บาท จาก 70 บาท PTTGC เป็น 59 บาท จาก 43 บาท OR เป็น 14.60 บาท จาก 14.30 บาท BCP เป็น 65.70 บาท จาก 51 บาท และ SPRC เป็น 19.70 บาท จาก 12.90 บาท สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นไทย โดยเฉพาะ SPRC PTTGC TOP และ BCP ที่ได้รับการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ ด้านนายศรชัย พิทยาพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเริ่มเข้าสู่ระยะเริ่มต้นของการฟื้นตัวรอบใหม่ หลังเผชิญแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินมาตั้งแต่ปี 2566 โดยสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวเร่งให้การปรับสมดุลของตลาดเกิดเร็วขึ้น เนื่องจากโรงงานบางแห่งที่มีแผนลดหรือยุติการผลิตอยู่แล้วสามารถใช้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุในการหยุดดำเนินงานและลดการส่งมอบสินค้า ทำให้อุปทานในตลาดหายไปเป็นจำนวนมากในช่วงวิกฤติ อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์ปิดฮอร์มุซคลี่คลายลง ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อาจปรับฐานระยะสั้นในไตรมาส 3/2569 แต่ไม่น่ากลับไปสู่ระดับต่ำเช่นปี 2568 เนื่องจากกำลังการผลิตโรงงานเก่าที่ทยอยปิดไปแล้วไม่สามารถกลับเข้าสู่ตลาดได้ทั้งหมด นายศรชัยประเมินว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีโอกาสเข้าสู่จุดสมดุลเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ โดยเดิมประเมินว่าตลาดอาจเข้าสู่ภาวะสมดุลในปี 2572 ภายใต้สมมติฐานความต้องการใช้เม็ดพลาสติกเติบโตเฉลี่ย 1–2% ต่อปี หากไม่มีภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงเข้ามากระทบ และเมื่ออุปทานส่วนเกินลดลงจนเข้าสู่จุดสมดุล อำนาจต่อรองด้านราคาของผู้ผลิตจะเพิ่มขึ้น เปิดโอกาสให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลับมายืนเหนือระดับ 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันได้อย่างยั่งยืน โดยหุ้นเด่นที่แนะนำคือ PTTGC และ SCC ในกลุ่มปิโตรเคมี และ BCP เป็น Top Pick กลุ่มโรงกลั่น พร้อมแนะนำซื้อ IVL และถือ SPRC กับ TOP
thunhoon.com·3dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

ซีอีโอบางจากซื้อหุ้น BCP 1 แสนหุ้น ราคาเฉลี่ย 47.75 บาท

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจำนวน 100,000 หุ้น เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่ราคาเฉลี่ย 47.75 บาท ตามแบบรายงาน 59 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หลังการซื้อดังกล่าว นายชัยวัฒน์ถือหุ้น BCP รวม 3,100,000 หุ้น โดยทำรายการผ่านตลาดหลักทรัพย์ด้วยวิธี Auto Matching ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
Prachachat·5dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

กูรูชี้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูงถึงปี 2570 หากสงครามยืดเยื้อ

นักวิเคราะห์ประเมินราคาน้ำมันดิบจะยังอยู่ในแดนสูงยาวถึงปี 2570 หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 91.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียตอยู่ที่ประมาณ 85.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสงครามคลี่คลาย ราคาน้ำมันมีโอกาสลดลงสู่กรอบ 65–76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเฉลี่ยราว 70 ดอลลาร์ในปี 2570 ด้านคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานมีมติให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นเดือนกรกฎาคม 2569 มาปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง 2.40 บาทต่อลิตร ต่อเนื่องอีก 31 วัน นับเป็นครั้งที่ 6 รวมวงเงินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดกระทบกำไรสุทธิกลุ่มโรงกลั่นในไตรมาส 3/2569 มากกว่าไตรมาส 2/2569 โดย PTTGC ได้รับผลกระทบสูงสุดราว 4 พันล้านบาท รองลงมาเป็น BCP ราว 2.98 พันล้านบาท TOP ราว 2.93 พันล้านบาท IRPC ราว 2.5 พันล้านบาท และ SPRC ราว 1.4 พันล้านบาท นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ซื้อเก็งกำไรระยะสั้นตามทิศทางราคาน้ำมัน และรอจังหวะทยอยสะสมเมื่อสงครามคลี่คลาย โดยมองว่า PTTEP ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ขณะที่ PTT ได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากธุรกิจโรงกลั่นในกลุ่ม
thunhoon.com·7dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

ปตท. และบางจาก ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดลิตรละ 0.85 บาท

บมจ. ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก หรือ OR และ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น หรือ BCP ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ลิตรละ 0.85 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น ปรับเป็น เบนซิน 95 ลิตรละ 46.68 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 37.69 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 37.32 บาท E20 ลิตรละ 32.69 บาท E85 ลิตรละ 28.63 บาท ดีเซล ลิตรละ 38.39 บาท ดีเซล B20 ลิตรละ 33.39 บาท และพรีเมียมดีเซล ลิตรละ 50.05 บาท
InfoQuest·8dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand3

บัวหลวงสแกน 8 หุ้นพลังงาน Q2/69 กำไรโตแรงจากโรงกลั่น

บล.บัวหลวงรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ของหุ้นพลังงาน 8 บริษัทใน Coverage มีกำไรสุทธิรวม 1.09 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 195% จากปีก่อน และ 35% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรหลักรวมอยู่ที่ 1.27 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 237% จากปีก่อน และ 49% จากไตรมาสก่อน โดยกลุ่มโรงกลั่นเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้และมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นตามราคาขายและค่า GRM/GIM ที่สูงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม BCP, PTT และ SPRC มีกำไรดีกว่าคาด ส่วน IRPC, PTTEP และ TOP เป็นไปตามคาด ขณะที่ BANPU และ OR ต่ำกว่าคาด ฐานะการเงินของกลุ่มโดยรวมยังแข็งแรง โดย SPRC อยู่ในสถานะ Net Cash, OR ใกล้ Net Cash และ PTTEP มี Net debt/equity เพียง 0.1 เท่า ตามด้วย TOP และ PTT ส่วน BCP อยู่ที่ 0.7 เท่า ขณะที่ BANPU และ IRPC สูงกว่ากลุ่มที่ 1.0 เท่า และ 0.9 เท่า ตามลำดับ ด้านกระแสเงินสด PTT และ PTTEP มี Operating Cash Flow และ Free Cash Flow เป็นบวกต่อเนื่องตลอด 6 ไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ BANPU เป็นบริษัทเดียวที่ยังไม่สามารถสร้าง Free Cash Flow เป็นบวกในช่วงดังกล่าว สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2569 ผู้บริหารส่วนใหญ่มองอย่างระมัดระวังแต่ยังเป็นบวก โดยราคาน้ำมันและ GRM มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นหลังความตึงเครียดตะวันออกกลางผ่อนคลาย แต่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ OR มองเชิงบวกกว่าจากยอดขายน้ำมันและ Marketing Margin ที่คาดเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิจัยมองว่า BCP, PTT, PTTEP และ SPRC เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพจ่าย Dividend Yield สูงในปี 2569 ราว 6–10% และระยะกลางราว 5–7% โดยยังเลือก PTT เป็น Top Pick จากกระแสกำไรที่แข็งแรงและ Dividend Yield ที่น่าสนใจ
thunhoon.com·8dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

เอเซีย พลัส เล็งปรับเพิ่มดัชนีหุ้นไทย หลังกำไร Q2 โตเกินคาด

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย 283 บริษัทจากทั้งหมด 682 บริษัทที่ประกาศงบไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 11.9% เมื่อรวมกับตัวเลขคาดการณ์ของบริษัทที่เหลือซึ่งครอบคลุม 93% ของมูลค่าตลาด ประเมินว่ากำไรรวมไตรมาส 2 จะสูงถึง 3.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากไตรมาสก่อน และ 8.2% จากปีก่อน ทำให้มีความคาดหวังว่ากำไรไตรมาส 2/69 อาจทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากไตรมาส 1/69 โดยกลุ่มที่หนุนการเติบโตหลักคือปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์ และพลังงาน ซึ่งหากรวมกลุ่มที่อิงสินค้าโภคภัณฑ์อย่างพลังงาน ปิโตรเคมี อาหาร และเกษตร จะมีสัดส่วนถึง 44% ของกำไรทั้งตลาด เทียบกับปกติประมาณ 30% ฝ่ายวิจัยมองว่ากำไรสองไตรมาสแรกคิดเป็น 60% ของเป้าหมายทั้งปี ทำให้แรงกดดันในไตรมาส 3 และ 4 ลดลง และเปิดโอกาสให้ประมาณการกำไรต่อหุ้นทั้งตลาดที่เดิมให้ไว้ 95 บาทต่อหุ้นมี upside ส่งผลให้เป้าหมายดัชนีมีพื้นที่ปรับขึ้นได้ ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติในเดือนส.ค. ชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน โดยขายสุทธิสะสมเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่นักลงทุนรายย่อยเป็นฝั่งซื้อสุทธิประคองดัชนีไว้ ฝ่ายวิจัยแนะนำ 3 กลุ่มหุ้น ได้แก่ กลุ่มงบดีเกินคาดอย่าง IRPC TCAP KCE และ CENTEL กลุ่มได้ประโยชน์จากสินค้าโภคภัณฑ์และภูมิรัฐศาสตร์อย่าง TASCO RCL BCP และ PTTGC และกลุ่มคาดหวังการฟื้นตัวครึ่งปีหลังอย่าง THAI ERW และ BCH โดยหุ้นเด่น 3 ตัวคือ PTT BDMS และ CENTEL
thunhoon.com·13dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand3

BCP กำไรไตรมาส 2 ทะลุ 1.2 หมื่นล้าน โบรกเกอร์ปรับเป้าสูงสุด 62 บาท

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ประมาณ 12,200 ถึง 12,239 ล้านบาท เติบโตกว่าร้อยละ 99 จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่งในระดับ 18.4 ถึง 23.0 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากภาวะอุปทานผลิตภัณฑ์น้ำมันตึงตัวโดยเฉพาะกลุ่มดีเซลและน้ำมันอากาศยาน รวมถึงแรงหนุนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ธุรกิจการตลาดมีค่าการตลาดสุทธิปรับดีขึ้นเป็น 1.23 ถึง 1.26 บาทต่อลิตร และเริ่มรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์จากธุรกิจเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนหรือ SAF ในเดือนพฤษภาคม สร้าง EBITDA ราว 1.0 พันล้านบาท ขณะที่ผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงลดลงเหลือประมาณ 538 ถึง 879 ล้านบาท นักวิเคราะห์หลายแห่งจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นสู่กรอบ 26,300 ถึง 32,100 ล้านบาท และให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 62 บาท จากบล.กรุงศรี พร้อมคำแนะนำซื้อเป็นส่วนใหญ่
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·16dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand8

BCP กำไรไตรมาส 2/69 พุ่งทำสถิติใหม่ รับแรงหนุน SAF

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 99% จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุนเมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นกำไรสูงสุดรายไตรมาสครั้งใหม่ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากโครงการเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนหรือ SAF ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤษภาคม กำไรปกติอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 1,493% จากปีก่อน ด้านธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดมีกำไรเพิ่มขึ้น 40% จากไตรมาสก่อน แม้ค่าการกลั่นลดลงเล็กน้อย แต่ได้อานิสงส์จากส่วนต่างราคา SAF ที่สูงและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติมีกำไรเพิ่มขึ้น 64% จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาพลังงานโลก ฝ่ายวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 เป็น 2.6 หมื่นล้านบาท และปี 2570 เป็น 1.2 หมื่นล้านบาท พร้อมปรับราคาเหมาะสมเป็น 51.00 บาท คงคำแนะนำซื้อ โดยคาดการณ์อัตราเงินปันผลตอบแทนปี 2569 สูงถึง 9.9%
HoonVision·17dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

3 โบรกฯ ชี้แนวโน้ม SET แกว่งไซด์เวย์อัป พร้อมชู BCP กำไร 2Q26 พุ่ง 1.22 หมื่นล้านบาท

บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.คิงส์ฟอร์ด และบล.ดาโอ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ โดยบล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index แกว่งตัว Sideways Up ในกรอบ 1,605-1,625 จุด รับ Sentiment บวกจากตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ต่ำคาด ขณะที่บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับ 1,600 จุด แนวต้าน 1,620-1,630 จุด และบล.ดาโอ คาดกรอบสัปดาห์นี้ที่ 1,590-1,655 จุด ด้านหุ้นเด่น บล.ดาโอ ระบุ BCP มีกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.22 หมื่นล้านบาท พลิกจากขาดทุน YoY และเพิ่มขึ้น 99% QoQ สูงกว่าตลาดคาด 31% พร้อมปรับคำแนะนำเป็นซื้อและราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 50.00 บาท หลังปรับประมาณการกำไรปี 2026E และ 2027E ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทันหุ้น·17dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

โบรกเกอร์ชี้เป้าหุ้นเด่น SAPPE กำไรปี 70 โต 16% MINT-BCP กำไรแกร่ง

โบรกเกอร์หลายแห่งสรุปหุ้นเด่นทางพื้นฐาน โดยบล.เมย์แบงก์ระบุว่า SAPPE คาดกำไรปี 70 โตเด่นสุดกลุ่มที่ 16% เทียบกลุ่มที่ 9.4% ขณะที่ PE’70 เพียง 12.2 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่ม ด้านบล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล รายงานว่า Core EPS ไตรมาส 2/2026 ของ MINT เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 1,282% QoQ สู่ระดับ 0.55 บาทต่อหุ้น และ BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2026 ที่แข็งแกร่งที่ 12,239 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 60% จาก Market GRM ที่แข็งแกร่งและการเริ่มผลิต SAF ซึ่งช่วยเพิ่ม EBITDA ราว 1.0 พันล้านบาท สำหรับ TIDLOR บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดกำไร 2Q26 ที่ 1.49 พันลบ. -8% q-q, +15% y-y ขณะที่บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส คาดกำไรสุทธิ 2Q26F ที่ 1.48 พันล้านบาท (+14.4% YoY, -8.1% QoQ) โดยทั้งปี 2026F คาดกำไรสุทธิขยายตัว +19.2% ส่วน PTT บล.กรุงศรี คาดกำไรปกติ+225% y-y, +80% q-q ดีกว่าที่เคยประเมินจากโรงแยกก๊าซฯ และธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·17dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand2impact 4

BCP กำไรสุทธิไตรมาส 2/26 พุ่งแตะ 1.2 หมื่นล้านบาท จากพลังงานตึงตัว

บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/26 ที่ 12,239 ล้านบาท ฟื้นตัวแรงจากขาดทุน 2,560 ล้านบาทในไตรมาส 2/25 และเพิ่มขึ้น 99% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีกำไรปกติที่ 12,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,035% จากปีก่อนและ 27% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากสถานการณ์ตึงตัวของอุปทานพลังงานจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ค่าการกลั่นของธุรกิจโรงกลั่นอยู่ที่ 18.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 314% จากปีก่อน และ EBITDA ของธุรกิจทรัพยากร OKEA เพิ่มขึ้น 102% จากปีก่อนและ 64% จากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569 ขึ้น 215% เป็น 37,803 ล้านบาท และปี 2570 ขึ้น 87% เป็น 17,364 ล้านบาท พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ขึ้นเป็น 62.00 บาท คงคำแนะนำซื้อ โดยมองว่า BCP เป็นโรงกลั่นที่ได้ประโยชน์เด่นจากวงจรอุปทานตึงตัว คาดกำไรปี 2569 เติบโต 257% จากปีก่อน กระแสเงินสดเพิ่มขึ้นมาก และมีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูง 8-10%
HoonVision·17dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

ดาโอคาด SET สัปดาห์นี้กรอบ 1,590-1,655 จุด ชี้หุ้นเด่น BCP-ADVICE

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินดัชนี SET สัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,590 ถึง 1,655 จุด โดยตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการไตรมาสสองปี 2569 ซึ่งอาจมีแรงซื้อกลับในหุ้นที่ผลประกอบการออกมาดี ขณะที่ปัจจัยภายนอกยังมีความไม่แน่นอนจากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านและตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ กลยุทธ์แนะนำเก็งกำไรหุ้นที่คาดว่างบจะออกมาดี โดยหุ้นเด่นวันนี้ได้แก่ BCP ซึ่งมีกำไรสุทธิไตรมาสสองปี 2569 ที่ 1.22 หมื่นล้านบาท พลิกจากขาดทุนเมื่อเทียบกับปีก่อนและเพิ่มขึ้นร้อยละ 99 จากไตรมาสก่อน สูงกว่าตลาดคาดร้อยละ 31 และ ADVICE ที่คาดกำไรไตรมาสสองปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 123 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 63 จากปีก่อน
HoonSmart·17dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

CGSI มองกรอบ SET วันนี้ 1,600-1,620 จุด แนะนำ MINT และ BCP

ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) ประเมินกรอบดัชนี SET วันนี้ที่ 1,600-1,620 จุด โดยระบุว่าตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาดช่วยลดแรงกดดันการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งหนุนสินทรัพย์เสี่ยง แต่ราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นปัจจัยกดดัน พร้อมแนะนำหุ้น MINT และ BCP โดย MINT มีกำไรต่อหุ้นหลักไตรมาส 2/2026 เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนและ 1,282% จากไตรมาสก่อน มาที่ 0.55 บาทต่อหุ้น หนุนจากธุรกิจอาหารที่ทำได้ดีกว่าคาด ส่วน BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2026 ที่ 12,239 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 60% จากผลขาดทุนสต็อกที่ต่ำกว่าคาดและ Market GRM ที่แข็งแกร่ง รวมถึงเริ่มผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนซึ่งช่วยเพิ่ม EBITDA ราว 1.0 พันล้านบาท
HoonSmart·17dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

โบรกฯ เตือนหุ้นโรงกลั่นเสี่ยงขายทำกำไรระยะสั้น หลังสเปรดผลิตภัณฑ์ปรับฐาน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เตือนหุ้นกลุ่มโรงกลั่นเสี่ยงถูกขายทำกำไรในระยะสั้น หลังจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับฐานลงแรงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 โดยส่วนต่างของแก๊สโซลีน เจ็ท และแก๊สออยล์ ลดลงมาอยู่ที่ 28.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 57.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 65.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คิดเป็นการลดลง 16% 19% และ 17% จากวันก่อนหน้า และลดลง 25% 18% และ 15% จากค่าเฉลี่ยสัปดาห์ก่อน ตามลำดับ ส่งผลให้ค่าการกลั่นรวมของสิงคโปร์คาดว่าจะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 22-23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับฐานดังกล่าวมีสาเหตุจากความคาดหวังการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากก่อนหน้านี้หุ้นโรงกลั่นปรับตัวขึ้นแรง โดยตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ปี 2569 ราคาหุ้น SPRC เพิ่มขึ้น 46% TOP เพิ่มขึ้น 35% และ BCP เพิ่มขึ้น 32% จากความกังวลอุปทานตึงตัวเมื่อการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านติดขัดและมีการปิดล้อมฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม หากราคาหุ้นปรับลงแรง โบรกฯ มองเป็นโอกาสทยอยสะสม โดยยังคงให้ SPRC เป็นหุ้นเด่นสุด เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาจำกัดจะทำให้ค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 5-6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่สร้างกำไร กระแสเงินสด และจ่ายปันผลได้สูงกว่า 6% แม้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์จะปรับฐานลง แต่ยังคงสูงกว่าประมาณการปี 2569 และ 2570
Share2Trade·22dอ่านต่อ ▾
BCP.BK4

BCP ตั้งบริษัทย่อยใหม่ในสิงคโปร์ รุกธุรกิจเดินเรือและเช่าเหมาลำ

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP แจ้งว่า BCP Trading Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นร้อยละ 100 ได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในสิงคโปร์ชื่อ MOBIUS MARITIME PTE. LTD. เพื่อดำเนินธุรกิจเดินเรือและให้เช่าเหมาลำเรือพร้อมลูกเรือสำหรับการขนส่งสินค้าและการขนส่งทางน้ำ โดยจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 บริษัทย่อยใหม่มีทุนจดทะเบียน 5,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น 5,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดย BCPT ถือหุ้นทั้งหมด และมีกรรมการ 3 คน แหล่งเงินลงทุนมาจากเงินทุนหมุนเวียนของ BCPT การจัดตั้งบริษัทย่อยดังกล่าวไม่เข้าข่ายรายการที่ต้องรายงานสารสนเทศตามเกณฑ์การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน แต่เป็นการลงทุนในบริษัทย่อยที่ทำให้บริษัทนั้นมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ BCP จึงแจ้งข้อมูลเพื่อทราบ
thunhoon.com·22dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

จับตางบไตรมาส 2 โรงกลั่นไทยโตตามสหรัฐฯ รับค่าการกลั่นพุ่ง แต่ซ่อนต้นทุนแฝง

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มโรงกลั่นสหรัฐฯ เติบโตโดดเด่นจากค่าการกลั่นที่พุ่งสูง โดย Valero Energy มีกำไรสุทธิ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า HF Sinclair กำไรสุทธิ 892 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า และ PBF Energy พลิกมีกำไรสุทธิ 915 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ ขณะที่ Phillips 66 และ Marathon Petroleum ก็คาดว่าจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน สำหรับโรงกลั่นไทย แม้จะได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่นเช่นกัน แต่ผลประกอบการของแต่ละบริษัทจะไม่เท่ากัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับโครงสร้างโรงกลั่น คุณภาพน้ำมันดิบ ประสิทธิภาพการผลิต การบริหารความเสี่ยงด้านราคา และกำไรหรือขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ โรงกลั่นยังต้องแบกรับต้นทุนแฝงที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ ค่าระวางเรือ ค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้นตามความเสี่ยงในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นถึง 3-6 บาทต่อลิตร รวมถึงความเสี่ยงจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากเงินทุนหมุนเวียนที่มากขึ้น และแรงกดดันจากมาตรการภาครัฐและสังคม ตลอดจนความจำเป็นในการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดภายใต้เป้าหมาย Net Zero และมาตรฐาน ESG บริษัทจดทะเบียนไทยที่ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันหลัก ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ขณะที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC มีธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจร
Kaohoon·25dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

เอเซีย พลัส ชี้มาตรการภาษีใหม่สหรัฐกดดันส่งออกไทยครึ่งปีหลัง

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ามาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐภายใต้ SECTION 301 ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสี่ยงต่อการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง จะทำให้การส่งออกชะลอตัวลง เนื่องจากไทยถูกเรียกเก็บภาษี 12.5% สูงกว่าบางประเทศในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย อาจทำให้ศักยภาพในการแข่งขันลดลง อีกทั้งไทยได้ดุลกับสหรัฐมากขึ้นต่อเนื่อง และยังต้องจับตาภาษีจากการผลิตส่วนเกินที่สหรัฐยังไม่ประกาศ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในภาคการส่งออก กลุ่มสินค้าที่โดนภาษี 12.5% ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ครอบคลุมหุ้น AAI ITC PLUS TU และ COCOCO รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ HANA DELTA KCE และ CCET ขณะที่สินค้าไทยกลุ่มหลักที่ได้รับการยกเว้นภาษี 12.5% คือกลุ่มน้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย ที่สหรัฐนำเข้ามาก ส่งผลผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและน้ำมัน เช่น PTT PTTEP TOP IRPC และ BCP และสินค้าที่อยู่ภายใต้ SECTION 232 อยู่แล้ว เช่น รถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดง ซึ่งผ่อนคลายต่อหุ้นกลุ่มเหล็กแปรรูปและท่อเหล็ก เช่น PAP TMT SAM และหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น AH และ SAT กระทรวงพาณิชย์เผยว่าส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 โต 20.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 15.2% และนำเข้าโต 50.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 35.8% ทำให้ขาดดุลการค้า 6,565 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าที่ขยายตัวเด่น ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยงโต 22.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน ยางพาราโต 12.5% กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 14 เดือน และไก่แปรรูปโต 6.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน
Thunhoon·31dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

ASPS แนะกลยุทธ์รับมือตลาดผันผวน ชู PTTEP-BCP-RCL เด่น

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส หรือ ASPS ระบุว่าภาวะลงทุนทั่วโลกกำลังผันผวนสูงจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด จึงเสนอแนวทางรับมือด้วยการเพิ่มสภาพคล่อง ลดความเสี่ยงพอร์ต และเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์ โดยแนะนำหุ้นเด่นสามตัวคือ PTTEP, BCP และ RCL ASPS ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับขึ้นประมาณ 38% ตั้งแต่ต้นเดือนและทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้แนวโน้มราคาน้ำมันไตรมาส 3/69 สูงกว่าไตรมาส 2/69 อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สงครามการค้าเปลี่ยนไปใช้มาตรา 301 ของสหรัฐซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานและการส่งออก ส่วนภาวะดอกเบี้ยสูงยาวนานอาจกดดันมูลค่าหุ้นโดยเฉพาะบริษัทที่มีภาระหนี้สูง ASPS แนะนำกลยุทธ์หลักสี่ประการ ได้แก่ เพิ่มสัดส่วนเงินสด ใช้ทองคำป้องกันความเสี่ยง เลือกหุ้นกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น และเดินเรือ และหลบเข้าหุ้นเชิงรับอย่าง CPALL และ BDMS โดยมองว่า PTTEP จะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันทรงตัวสูงและมีปันผลโดดเด่น BCP มีปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่นฟื้นตัวและความเสี่ยงขาดทุนสต๊อกน้ำมันลดลง ส่วน RCL ได้อานิสงส์จากค่าระวางเรือที่ปรับขึ้น
Kaohoon·32dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

KSS มอง SET พักฐาน เซ่นน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ ชู PTT-SPRC-KBANK เด่น

บล.กรุงศรี หรือ KSS ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงพักฐาน โดยให้กรอบแนวต้านที่ 1,650 และ 1,665 จุด และแนวรับที่ 1,630 และ 1,626 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ปรับขึ้นทดสอบ 4.7% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 7 เดือน และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าสุดในรอบ 15 เดือนที่ 33.82 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงมาตรการกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ในอัตรา 10-12.5% ต่อ 60 ประเทศที่มีผลตั้งแต่ 24 กรกฎาคม 2569 แม้ผลกระทบต่อไทยจะจำกัดเพราะไม่ครอบคลุมสินค้าส่งออกสำคัญอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ KSS ประเมินว่าหุ้นในกลุ่มพลังงาน กลุ่มความมั่นคงด้านพลังงาน และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ จะเป็นแกนหลักที่ช่วยประคองดัชนีได้ โดยแนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTT, PTTEP, BCP, TOP และ SPRC ส่วนกลุ่มธนาคารแนะนำ KBANK และ KTB กลุ่มสื่อสารแนะนำ ADVANC และ TRUE กลุ่มรับเหมาก่อสร้างแนะนำ STECON, PYLON และ INSET และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมแนะนำ AMATA และ WHA
Kaohoon·34dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

หุ้นกลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมีพุ่งแรง SPRC นำ 9% รับค่าการกลั่นฟื้นตัว

ราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ โดย SPRC วิ่งนำที่บวก 8.63% มาอยู่ที่ 10.70 บาท ขณะที่ TOP บวก 1.56% มาที่ 65.00 บาท IRPC บวก 1.77% มาที่ 2.30 บาท BCP บวก 1.67% มาที่ 45.75 บาท และ PTTGC บวก 0.25% มาที่ 40.75 บาท ฝ่ายวิจัย บล.กรุงศรี คาดการณ์ว่า SPRC จะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส 2/2569 ประมาณ 6,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,386% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 314% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรปกติดังกล่าวสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ หรือ Crude Premium อยู่ในระดับต่ำกว่าคาด ขณะที่อุปทานน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในตลาดโลกตึงตัวกว่าที่ประเมินไว้ ด้าน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินว่า TOP จะมีกำไรปกติในไตรมาส 2/2569 ประมาณ 16,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 479% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่ง แม้จะมีรายการพิเศษขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน ทั้งนี้ บล.กรุงศรีปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของ SPRC ขึ้น 303% เป็น 14,873 ล้านบาท และคงคำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท ส่วน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำซื้อเก็งกำไร TOP ที่ราคาเป้าหมาย 66 บาท
Kaohoon·34dอ่านต่อ ▾
BCP.BK3

กรุงศรีชี้หุ้นกลุ่มโรงกลั่นผันผวนระยะสั้น หลังกบง.ลดราคาดีเซล 2.40 บาท/ลิตร

ฝ่ายวิจัยบล.กรุงศรีมีมุมมองลบระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น หลังจากกบง.ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคม 2569 โดยมองว่าการขอส่วนลดที่สูงขึ้นจะทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสในช่วงที่อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัว และสะท้อนความต้องการของภาครัฐที่เข้าแทรกแซงและดึงกำไรส่วนเกิน กลายเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น ประกอบกับราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดย SPRC บวก 38.7% BCP บวก 40.6% TOP บวก 42.5% และ IRPC บวก 34.5% จึงเป็นไปได้ที่ระยะสั้นจะเห็นความผันผวน อย่างไรก็ตามระยะยาวฝ่ายวิจัยคงมุมมองบวกจากอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปที่ยังตึงตัวและค่าการกลั่นมีโอกาสทรงตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยมี Top pick คือ SPRC
ทันหุ้น·34dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand

กบง. ลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท มีผล 24 ก.ค.-15 ส.ค. นี้

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. มีมติปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วหน้าโรงกลั่นลง 2.40 บาทต่อลิตร โดยนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นประมาณ 3,892 ล้านบาทมาใช้เป็นส่วนลด มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมถึง 15 สิงหาคม 2569 ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP SPRC BCP IRPC และ PTTGC แต่ผลกระทบยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากค่าการกลั่นในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงจากภาวะอุปทานตึงตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นายสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะเข้าสะสมหากราคาหุ้นปรับฐานลง 5-10% จากระดับปัจจุบัน เพราะพื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่งและแนวโน้มกำไรทั้งปียังอยู่ในเกณฑ์ดี
Thunhoon·34dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

ASPS แนะ 2 ธีมลงทุนรับมือ 3 สงครามโลก ชี้หุ้นพลังงาน-ประกัน-แพทย์เด่น

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส หรือ ASPS เปิดกลยุทธ์ลงทุนรับมือความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง สงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี โดยแนะนำ 2 ธีมหลัก ธีมแรกคือหุ้นที่คาดว่ากำไรจะเติบโตทั้งเทียบไตรมาสก่อนหน้าและเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ IVL, PTTGC, BCP, TRUE, SCGP, DOHOME, PTTEP, ADVICE, SC, ADVANC, PTT และ MASTER ธีมที่สองคือหุ้นที่กำไรยังเติบโตแต่ราคายังล้าหลัง ได้แก่ BCPG, AMATA, DELTA และ CRC พร้อมกันนี้ ASPS กำหนดให้ DELTA, BDMS และ CPALL เป็นหุ้นเด่นเนื่องจากปลอดภัยจากภาวะสงครามและไม่มีผลกระทบเชิงลบ นอกจากนี้ยังแนะนำการลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศอย่าง MICRON01 เพื่อรับแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากความต้องการชิปหน่วยความจำ และ OIL03 เพื่อรับอานิสงส์จากปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่หนุนราคาน้ำมัน อีกประเด็นที่น่าสนใจคือตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 การประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นไทยถูกปรับเพิ่มขึ้นถึง 3.8% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงดัชนี Dow Jones และสวนทางกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ถูกปรับลดลง
Kaohoon·35dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

บล.เอเชีย พลัส ชี้ 20 กลุ่มอุตสาหกรรมไหนรอด 3 สงคราม พร้อมคัด 10 หุ้นเด่น

บล.เอเชีย พลัส ระบุว่าตลาดหุ้นกำลังเผชิญแรงกดดันจาก 3 สงครามหลัก ได้แก่ สงครามตะวันออกกลาง สงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยได้ให้คะแนน 20 กลุ่มอุตสาหกรรมว่ากลุ่มใดจะรอดหรือได้รับประโยชน์ โดยกลุ่มผู้ชนะที่มีคะแนนระหว่าง 0 ถึง +2 ได้แก่ พลังงาน ประกันภัย การแพทย์ ปิโตรเคมี และค้าปลีก หุ้นที่แนะนำในกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วย TOP BCP BLA TLI BDMS BH PTTGC IVL CPALL และ COM7 ส่วนหุ้นเด่นประจำวันที่เลือกจากกลุ่มที่มีคะแนนไม่ติดลบ ได้แก่ DELTA BDMS และ CPALL
HoonVision·35dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demandimpact 4

น้ำมันขึ้น 0.90 บาททุกชนิด หลังสงครามตะวันออกกลางปะทุรุนแรง

คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีมติเห็นชอบเพิ่มการอุดหนุน แต่ราคาน้ำมันทุกชนิดยังปรับขึ้น 0.90 บาทต่อลิตร จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงและยืดเยื้อ ประกอบกับการโจมตีระลอกใหม่ที่ขยายวงกว้างและความตึงเครียดในทะเลแดงจากกลุ่มฮูตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์พุ่งสูงถึง 163.59 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันเบนซินสูงถึง 124.92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 651.31 ล้านบาท กบน. จึงปรับอัตราเงินกองทุนใหม่ โดยเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาเป็น 8.57 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ 36.69 บาทต่อลิตร และเพิ่มการชดเชยแก๊สโซฮอล 95 เป็น 2.89 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ 36.69 บาทต่อลิตร โดยอัตราใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ขณะที่ บมจ. ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก และ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น ปรับขึ้นราคาขายปลีกทุกชนิด 0.90 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
InfoQuest·35dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

บล.ฟิลลิปฯ ชี้หุ้นไทยไซด์เวย์ แนะโยกเงินออกจากแบงก์เข้าสู่ 4 ธีมหลัก

บล.ฟิลลิปฯ คาดดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,640 ถึง 1,665 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจาก Forward P/E ปี 2569 ที่ 16.7 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ที่ 17.1 เท่า และหุ้นกลุ่มธนาคารอาจเผชิญแรงขาย Sell on Fact หลังประกาศงบการเงินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรการโครงการ TISA จะช่วยประคองไม่ให้ดัชนีปรับลงลึก และคาดว่าจะเห็นการโยกย้ายเม็ดเงินออกจากกลุ่มธนาคารเข้าสู่กลุ่ม Real Sector เพื่อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่คาดว่าจะออกมาดี กลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 4 ธีมหลัก ได้แก่ เก็งงบไตรมาส 2 ปี 2569 ในหุ้นอย่าง AMATA CPALL DELTA HANA ITC KCE MRDIY MTC OSP QH SAWAD SCC STECON และ TIDLOR กลุ่มพลังงานในหุ้น BCP PTT PTTEP SPRC และ TOP เก็งมาตรการหรือโครงการรัฐในหุ้น BJC CENTEL CK CPAXT CRC DOHOME ERW GLOBAL HMPRO LH MINT และ SCC และหวังเม็ดเงินลงทุนจากจีนในหุ้น ADVANC GUNKUL GULF ROJNA WHA และ WHAUP
HoonVision·36dอ่านต่อ ▾
BCP.BK2

น้ำมันทุกชนิดขึ้นราคาลิตรละ 0.85 บาท มีผลวันนี้

บมจ. ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก และ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ลิตรละ 0.85 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป ส่งผลให้ราคาขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นปรับตัวดังนี้ เบนซิน 95 อยู่ที่ลิตรละ 44.78 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ลิตรละ 35.79 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ลิตรละ 35.42 บาท E20 อยู่ที่ลิตรละ 30.79 บาท E85 อยู่ที่ลิตรละ 26.73 บาท ดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 35.79 บาท และดีเซล B20 อยู่ที่ลิตรละ 30.79 บาท ส่วนซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 และ GSH99 รวมถึงพรีเมียมดีเซล ไฮพรีเมียมดีเซล พลัส และไฮพรีเมียม 98 พลัส ไม่มีการปรับราคา
InfoQuest·36dอ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demandimpact 4

หุ้นพลังงาน-โรงกลั่นจ่อดีด รับตะวันออกกลางเดือด

บล.กสิกรไทยระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่มีแนวโน้มเจรจากับอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ พร้อมเตือนจะตอบโต้หากกลุ่มฮูตีขัดขวางการเดินเรือในทะเลแดง ขณะที่การสู้รบเข้าสู่วันที่ 10 และตัวกลางยังพยายามรื้อฟื้นการเจรจา ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ทรงตัวราว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังมีการโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและการขู่ปิดล้อมการเดินเรือของฮูตี ฝ่ายวิจัยถือเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น เช่น PTTEP, TOP, SPRC, BCP และ PTTGC จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่เป็นลบต่อหุ้นที่พึ่งพาต้นทุนพลังงานและการขนส่ง รวมถึงกลุ่มสายการบินและโลจิสติกส์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
HoonVision·36dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

กูรูชี้กำไรกลุ่มโรงกลั่น Q2/69 เป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

นักวิเคราะห์ประเมินผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มโรงกลั่น ได้แก่ TOP, BCP, SPRC และ IRPC จะอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน แต่คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่นสิงคโปร์ที่ยังแข็งแกร่ง ความเสี่ยงด้านนโยบายภาครัฐที่ตลาดรับรู้ไปมากแล้ว และการกลับมาเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังหลังปิดซ่อมบำรุง หุ้นที่ได้รับคำแนะนำซื้อมากที่สุดคือ TOP โดยมีราคาเป้าหมาย 55.00-59.50 บาท รองลงมาคือ BCP ที่ราคาเป้าหมาย 54.00-61.00 บาท และ SPRC ที่ราคาเป้าหมาย 8.80-10.00 บาท ขณะที่ IRPC ยังคงได้รับคำแนะนำเพียงถือหรือซื้อเก็งกำไรที่ราคาเป้าหมาย 1.80-2.10 บาท เนื่องจากธุรกิจปิโตรเคมียังเผชิญอุปทานส่วนเกินและภาระหนี้สูง
Share2Trade·36dอ่านต่อ ▾
BCP.BK2

กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ขายหุ้น BCP กว่า 2.54 ล้านหุ้น

กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ได้จำหน่ายหุ้นของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP จำนวน 2,549,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.1742% เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือ 217,411,646 หุ้น หรือคิดเป็น 14.8609% โดยกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของ BCP นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เคยให้มุมมองว่ากองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง อาจต้องขายหุ้นเพื่อเตรียมเงินปันผลรอบครึ่งปี ซึ่งอาจกดดันหุ้นขนาดใหญ่ที่กองทุนถืออยู่ เช่น SCB, PTT, DELTA, GULF และ ADVANC โดยกองทุนมีขนาดประมาณ 1.71 แสนล้านบาท และมีนโยบายจ่ายปันผลร้อยละ 3 ถึง 9 ต่อปี ทำให้กรอบเงินปันผลทั้งปีอาจอยู่ระหว่าง 4.5 พันล้านบาทถึง 1.35 หมื่นล้านบาท แม้กองทุนสามารถใช้กำไรสะสมหรือเงินสดแทนการขายหุ้นได้ แต่ด้วยสัดส่วนลงทุนในหุ้นสูงถึงร้อยละ 90.85 และการถือหุ้นใหญ่กระจุกตัว โดยหุ้น 5 อันดับแรกคิดเป็นร้อยละ 52.1 ของพอร์ต ตลาดจึงกังวลต่อแรงขายเพื่อเตรียมสภาพคล่อง ซึ่งอาจลดทอนผลของ Window Dressing และทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผันผวนหรือติดลบในช่วงครึ่งเดือนก่อนสิ้นครึ่งปี
Share2Trade·36dอ่านต่อ ▾
BCP.BK

BCP ปิดเช้าบวก 3% โบรกคาดกำไร Q2 แตะหมื่นล้าน อัพเป้า 48 บาท

ราคาหุ้น BCP ปิดตลาดภาคเช้าบวก 3.45% มาที่ 45.00 บาท หลังบล.เอเซีย พลัส คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% จากไตรมาสก่อน หนุนโดยกำไรจากการดำเนินงานปกติที่คาดว่าจะเติบโต 25.4% มาอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท และรายการพิเศษสุทธิที่ลดลงเหลือประมาณ 2,200 ล้านบาท จาก 3,700 ล้านบาทในไตรมาสก่อน โดยผลขาดทุนจากสัญญาป้องกันความเสี่ยงลดลงเหลือประมาณ 2,100 ล้านบาท และคาดว่าจะไม่บันทึกผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันในไตรมาสนี้ ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 เป็นประมาณ 21,000 ล้านบาท และปี 2570 เป็นประมาณ 14,000 ล้านบาท พร้อมปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ขึ้นเป็น 48 บาทต่อหุ้น จากเดิม 43 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ”
Kaohoon·37dอ่านต่อ ▾