DOHOME ตั้งเป้าขึ้น Top 3 ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างใน 3-5 ปี
บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษใหม่โดยผสาน DNA ผู้ก่อตั้งกับทายาทรุ่นที่ 2 เพื่อยกระดับธุรกิจสู่มืออาชีพและตั้งเป้าขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของตลาดค้าปลีก-ค้าส่งวัสดุก่อสร้างไทยภายใน 3-5 ปี นายอดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา ประธานกรรมการบริหาร เปิดเผยว่าบริษัทจะเน้นกลยุทธ์ Customer Centric เชื่อม B2B-B2C ผ่าน Omnichannel พร้อมเร่งขยาย House Brand ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 19-20% ของยอดขายรวม และมีมากกว่า 20 แบรนด์ เช่น NASH, YOSHINO, POWER MAX, FINEXT, MARINE และ DECOS ด้านการขยายสาขา บริษัทมีแผนพัฒนารูปแบบ 2 โมเดล ได้แก่ สาขาขนาดใหญ่ Size XL พื้นที่ 15,000-18,000 ตร.ม. ปัจจุบันมี 27 สาขา และ Dohome To Go ขนาด 1,000 ตร.ม. กว่า 30 สาขาในกรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมเสริมทัพผู้บริหารรุ่นที่ 2 จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ นางสาวอริยา ตั้งมิตรประชา ดูแลกลยุทธ์สินค้าและ House Brand, นางสลิลทิพ เรืองสุทธิภาพ ดูแลบัญชีการเงินและปฏิบัติการ และนายมารวย ตั้งมิตรประชา ดูแลช่องทางออนไลน์และ Omni-channel
Money & Banking · 3d อ่านต่อ ▾
DOHOME.BK▲
รายได้ภาคการเกษตรโตแรงสุดในรอบ 20 เดือน หนุนหุ้นกลุ่มเกษตร-ค้าปลีก
รายได้ภาคการเกษตรเดือนกรกฎาคมเติบโตเร่งขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเดือนที่ 5 และแรงสุดในรอบ 20 เดือน โดยได้แรงหนุนจากราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น 12% ขณะที่ผลผลิตลดลง 2% บทวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า ระบุว่า สินค้าที่ราคาปรับขึ้นดี ได้แก่ มันสำปะหลัง ปาล์ม และไข่ไก่ ส่วนสุกรราคาปรับลง ด้านผลผลิตทุเรียนและสุกรเพิ่มขึ้น ขณะที่มันสำปะหลัง เงาะ มังคุด ปาล์มน้ำมัน และไข่ไก่ลดลง คาดว่ารายได้ภาคการเกษตรจะยังเติบโตในอัตราเร่งช่วงไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4 ปี 2569 จากรายได้สินค้าหลักที่ยังโตต่อเนื่อง ผลผลิตที่ถูกกระทบจากภัยแล้งและอุปทานโลกที่ลดลง ฐานปีก่อนต่ำ และสถิติรอบการฟื้นตัวที่กินเวลาประมาณ 12 เดือน โดยรอบนี้ปรับขึ้นมาแล้ว 5 เดือน จึงมีโอกาสขึ้นต่ออีกอย่างน้อย 5-6 เดือน เศรษฐกิจการเกษตรคิดเป็น 10% ของจีดีพี และเกี่ยวข้องกับครัวเรือนราว 30% ของประชากร จึงคาดว่าจะช่วยหนุนการบริโภคอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวมถึงช่วยเพิ่มคุณภาพสินทรัพย์ให้กลุ่มสถาบันการเงินและลดแรงกดดันหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์ และยังกระตุ้นการลงทุนในเครื่องจักร รถแทรกเตอร์ ปั๊มน้ำ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ พลังงานแสงอาทิตย์ และการปรับปรุงพื้นที่เกษตร หุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ GFPT, TFG, STA, GLOBAL, DOHOME, MTC, SAWAD, FSMART, DRT, DCC และ SAT นอกจากนี้ยังแนะนำให้ติดตาม APURE หรือบริษัท อกริเพียว โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 ฟื้นตัว โดยมีกำไรสุทธิ 56 ล้านบาท เร่งขึ้นจาก 12 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 และพลิกจากขาดทุน 34 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 เนื่องจากยอดส่งออกไปยุโรปโตแรง 8-10 เท่าตัว หลังยุโรปกีดกันสินค้าจากจีนที่ถูกมองว่าทุ่มตลาด ทำให้คำสั่งซื้อเข้ามาที่ APURE จำนวนมาก ด้านต้นทุนบริษัทวางแผนรองรับภัยแล้งไว้แล้ว และค่าขนส่งลูกค้ารับผิดชอบทั้งหมด จึงประเมินว่ากำไรไตรมาส 3 ปี 2569 จะเร่งตัวขึ้นทั้งเทียบรายไตรมาสและรายปี และมีโอกาสดีสุดในรอบ 10 ไตรมาส ส่วนไตรมาส 4 คาดทรงตัวเทียบรายไตรมาสและโตเด่นเทียบรายปี หากเป็นไปตามคาด กำไรทั้งปีจะอยู่ที่ราว 250 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่ทำได้เพียง 27 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.26 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบนพีอีเพียง 8 เท่า และคาดผลตอบแทนเงินปันผล 8-9% ต่อปี ทางเทคนิคราคาเพิ่งกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน พร้อมสัญญาณบวก โดยมีแนวต้านที่ 2.60 บาท และ 2.80 บาท
บล.หยวนต้า · 3d อ่านต่อ ▾
DOHOME.BK▲
เอเชีย พลัส ชี้กำไรกลุ่มค้าปลีก 2Q69 โต 11% YoY
บล.เอเชีย พลัส ประเมินกำไรปกติรวมของกลุ่มพาณิชย์ 7 บริษัท ได้แก่ BJC, COM7, CPALL, CPAXT, CRC, DOHOME และ HMPRO ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 15% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน โดยกำไรที่อ่อนตัวลงรายไตรมาสมาจากผลของฤดูกาลและค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงานและการขยายธุรกิจ ขณะที่การเติบโตเทียบปีก่อนได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นของเกือบทุกบริษัท DOHOME มีกำไรเติบโตแรงสุดในกลุ่มทั้งรายไตรมาสและรายปีที่ 22% และ 94% ตามลำดับ จากมาร์จิ้นสินค้าเหล็กที่เพิ่มขึ้น ส่วน CPAXT มีกำไรอ่อนแอสุด ลดลง 33% จากไตรมาสก่อน และ 20% จากปีก่อน เพราะค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากการขยายความสามารถด้านการขนส่ง ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติรวมของกลุ่มในไตรมาส 3 ปี 2569 ยังหดตัวรายไตรมาสจากผลของฤดูกาล เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนที่ยอดขายต่ำสุดของปี และมาร์จิ้นวัสดุก่อสร้างลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งส่งผลลบต่อ DOHOME มากสุด แต่คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่องเทียบปีก่อนจากฐานต่ำในไตรมาส 3 ปี 2568 การขยายธุรกิจ และมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่ากำไรจะกลับมาเร่งตัวขึ้นทั้งรายไตรมาสและรายปีในไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน
HoonVision · 5d อ่านต่อ ▾
DOHOME.BK
กรุงศรีคาดกำไรกลุ่มค้าปลีก Q3 โต ชู MOSHI-CRC-MRDIYT เด่น
บล.กรุงศรี คาดกำไรปกติของกลุ่มค้าปลีกในไตรมาส 3/2569 เติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนตามฤดูกาลหน้าฝน โดยกำไรที่โต YoY มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวจาก Product mix การบริหารโปรโมชัน และต้นทุนขนส่งที่ลดลง ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมคาดทรงตัวจากกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติกลุ่มค้าปลีกปี 2569 อยู่ที่ 6.82 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY สูงกว่ายอดขายที่คาดโต 4% YoY และหากไม่รวม GLOBAL และ DOHOME ซึ่งได้ประโยชน์สูงจากสต็อกสินค้าต้นทุนเดิมในไตรมาส 2/2569 คาดว่า MRDIYT MOSHI และ CRC จะมีกำไรปกติโตเด่นสุดในกลุ่ม ทั้งนี้คงน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ NEUTRAL เนื่องจากกำลังซื้อที่ยังเปราะบางทำให้การฟื้นตัวของ SSS จำกัด โดยแนะนำเน้น Selective play และเลือก MOSHI CRC และ MRDIYT เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม
ทันหุ้น · 7d อ่านต่อ ▾
DOHOME.BK▲
DOHOME กำไรไตรมาส 2 โต 94% ฟินันเซีย ไซรัส คงซื้อเป้า 4.30 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 เติบโต 94.3% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 21.8% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามประมาณการของบริษัทและตลาด โดยมีปัจจัยหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวโดดเด่นทั้งเทียบรายปีและรายไตรมาส ยอดขายรวมไตรมาส 2/2569 เติบโต 6.9% จากปีก่อน โดยยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 1.8% จากยอดขายหลังร้านกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่โต 7-8% และการปรับขึ้นราคาขาย ชดเชยยอดขายหน้าร้านที่ลดลง 3-4% ขณะที่จำนวนสาขาใหม่เพิ่มเป็น 27 แห่ง จาก 24 แห่งในไตรมาส 2/2568 อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 20.2% เพิ่มจาก 18% ในปีก่อน จากสินค้าทุกกลุ่มปรับตัวดีขึ้น ทั้งเหล็ก สินค้า Private Brand และสินค้าอื่น ๆ จากผลของการปรับราคาขาย ขณะที่ยังมีต้นทุนสินค้าเดิมอยู่ และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลงเล็กน้อยตามฐานยอดขายที่โต ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 กำไรคิดเป็น 68% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569 เทียบกับสัดส่วน 67% ในครึ่งแรกปี 2568 สะท้อนความเสี่ยงด้านประมาณการกำไรที่ลดลงมีจำกัด ฟินันเซีย ไซรัส ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 เติบโต 35.5% จากปีก่อน โดยคาดกำไรไตรมาส 3/2569 ยังเติบโตจากปีก่อน จากยอดขายสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้นประมาณ 5% และคาด GPM รักษาระดับประมาณ 18% เนื่องจากอัตรากำไรกลุ่มเหล็กและสินค้าบางกลุ่มกลับสู่ระดับปกติแล้ว ฟินันเซีย ไซรัส ยังคงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ DOHOME โดยเน้นกลยุทธ์การลงทุนเชิง Trading จากแนวโน้มยอดขายสาขาเดิมที่ฟื้นตัวและคาดการณ์กำไรครึ่งหลังปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตจากปีก่อน พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายที่ 4.30 บาทต่อหุ้น
Kaohoon · 12d อ่านต่อ ▾
DOHOME.BK▲
ทีทีบี เวลธ์ คงน้ำหนักลงทุน Overweight กลุ่มค้าปลีก ชี้กำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ Overweight กลุ่มค้าปลีก โดยประเมินว่ากำไรของกลุ่มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และการหดตัวของยอดขายสาขาเดิมกำลังสิ้นสุดลง พร้อมคาดว่า EPS รวมของบริษัทค้าปลีกที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์จะเติบโต 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 2/2569 แม้จะลดลง 16% จากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล และคาดว่าการฟื้นตัวจะต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากยอดขายสาขาเดิมที่กลับมาเติบโต การขยายตัวของอัตรากำไรจากการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น และการประหยัดต้นทุน โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มค้าปลีกอุปกรณ์ปรับปรุงและตกแต่งบ้าน ได้แก่ GLOBAL, DOHOME และ HMPRO รวมถึง CRC จะฟื้นตัวโดดเด่นที่สุด ขณะที่ CPN, CPALL และ COM7 ยังเติบโตได้ดีจากกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ สำหรับกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน บริษัทหลักทรัพย์ประเมินว่า EPS จะเติบโต 37% ในไตรมาส 2/2569 หลังจากกำไรหดตัวต่อเนื่องในช่วงปี 2566-2568 โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรที่ดีขึ้น การหดตัวของ SSSG ที่ลดลง และผลดีด้านราคาสินค้าจากภาวะเงินเฟ้อ GLOBAL ถูกมองว่าโดดเด่นที่สุด โดยคาดกำไรเติบโต 84% จากสัดส่วนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ที่สูงขึ้น การควบคุมต้นทุน และผลดีด้านราคา CRC ถูกคาดว่าจะมีกำไรเติบโต 36% ในไตรมาส 2/2569 จากการปรับกลยุทธ์ธุรกิจที่ช่วยหนุนทั้งยอดขายสาขาเดิมและอัตรากำไร รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ขณะที่ CPN คาดกำไรเติบโต 15%, CPALL เติบโต 7%, COM7 เติบโต 30% และ MOSHI เติบโต 19% โดยมองว่าบริษัทเหล่านี้ยังคงเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและขยายอัตรากำไรได้ต่อเนื่อง ในทางกลับกัน CPAXT ถูกประเมินว่ากำไรจะลดลงต่ออีก 17% จากยอดขายสาขาเดิมที่อ่อนตัวและอัตรากำไรที่ลดลงจากการที่ผู้บริโภคหันไปใช้สินค้าราคาต่ำลง ส่วน BJC แม้คาดกำไรเพิ่มขึ้น 12% จากการเข้าซื้อกิจการค้าส่งในเวียดนาม แต่ธุรกิจหลัก BigC ยังอ่อนแอและ SSSG ติดลบ ขณะที่ MRDIY คาดกำไรเติบโตเพียง 13% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดหวัง แม้จะได้แรงหนุนจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ ระบุว่าแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 จะฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้นตามเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น โดยยังให้น้ำหนักเชิงบวกกับกลุ่มวัสดุก่อสร้างและ CRC มากที่สุด และเลือก CPN, GLOBAL และ CRC เป็น Top Picks ของกลุ่มค้าปลีก สำหรับคำแนะนำและราคาเป้าหมาย หุ้นที่ได้รับคำแนะนำ BUY ได้แก่ CPN ราคาเป้าหมาย 75 บาท, GLOBAL 9 บาท, CRC 31 บาท, CPALL 62 บาท, COM7 34 บาท, DOHOME 4.50 บาท, HMPRO 9.50 บาท, MOSHI 50 บาท และ MRDIYT 12.20 บาท ขณะที่ CPAXT ได้คำแนะนำ HOLD ราคาเป้าหมาย 14 บาท และ BJC ได้คำแนะนำ SELL ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท
thunhoon.com · 15d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
คลังเตรียมอุดหนุนครัวเรือนละ 5 หมื่นบาทติดโซลาร์เซลล์ หนุนหุ้น GUNKUL-SYNEX-HMPRO
กระทรวงการคลังเตรียมให้เงินอุดหนุนแบบให้เปล่าแก่ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ Solar Rooftop จำนวน 50,000 บาทต่อครัวเรือน จากต้นทุนค่าติดตั้งเฉลี่ยประมาณ 100,000 ถึง 150,000 บาทต่อครัวเรือน โดยมีขนาดการติดตั้งขั้นต่ำ 5 กิโลวัตต์ โครงการนี้ตั้งเป้าหมายช่วยเหลือประชาชน 500,000 ถึง 1,000,000 ครัวเรือนที่ภาระค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 3,000 ถึง 4,000 บาทต่อเดือน ใช้งบประมาณจากแหล่งเงินกู้ 200,000 ล้านบาท นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ ระบุว่า นโยบายดังกล่าวจะส่งผลบวกตรงต่อบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง หรือ GUNKUL รวมถึงกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและซ่อมแซมบ้าน ได้แก่ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ หรือ GLOBAL และบริษัท ดูโฮม หรือ DOHOME ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้น GUNKUL และบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือจากการอุดหนุนของภาครัฐ
Kaohoon · 17d อ่านต่อ ▾
Artificial Intelligence▲
ASPS แนะนำ CPALL, DOHOME, THAI รับประโยชน์น้ำมันอ่อนตัว พร้อมกลยุทธ์เก็งกำไร DR ต่างประเทศ
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส แนะนำหุ้น CPALL, DOHOME และ THAI เป็นหุ้นเด่นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากมีความหวังในการบรรลุข้อตกลงชั่วคราวบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดลดคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 4.0% ลงเหลือ 53% จากเดิม 67% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเกินกว่า 1% หนุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ บวก 1.7 ถึง 2.6% และส่งแรงบวกต่อเนื่องมายังตลาดหุ้นเอเชีย โดยเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 3.7% และญี่ปุ่นบวก 3.1% ฝ่ายวิจัยยังแนะนำให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงทิศทางค่าเงินเยนที่อาจเกิดภาวะ Short Squeeze หากธนาคารกลางญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาด ในด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยี คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ เตรียมห้ามนำเข้าอุปกรณ์ Optical Transceivers รุ่นใหม่จากจีนภายในปีนี้ ซึ่งเป็นลบต่อผู้ผลิตจีนอย่าง DR: ZJINNO80 แต่เป็นบวกต่อผู้ผลิตสหรัฐฯ โดยแนะนำเก็งกำไรระยะสั้นใน DR: COHR23 และ DR: LITE80 ขณะเดียวกัน SanDisk และ SK Hynix ร่วมกันเปิดตัวชิปหน่วยความจำ HBF เพื่อแก้ปัญหาคอขวดในงาน AI Inference โดยตลาดคาดการณ์ว่าผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 ของ SanDisk จะมีรายได้เติบโต 354% และกำไรต่อหุ้นพุ่งสูงถึง 11,751% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงแนะนำเก็งกำไรผ่าน DR: SNDK03 สำหรับเศรษฐกิจในประเทศ ตลาดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2569 จะขยายตัว 2.55% ขณะที่ฝ่ายวิจัยประเมินว่าเงินเฟ้อครึ่งปีหลังจะเคลื่อนไหวในกรอบ 2.65 ถึง 2.85% ซึ่งสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้มีโอกาสสูงที่ ธปท. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ไปจนถึงสิ้นปี ด้านตลาดหุ้นไทย แม้ตลาดภูมิภาคจะปรับตัวบวก แต่ดัชนี SET อาจปรับขึ้นได้น้อยกว่าเนื่องจากมีน้ำหนักหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์สูงถึง 25.1% ของมูลค่าตลาดรวม และมีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรเมื่อดัชนีทดสอบแนวต้าน 1,350 จุด กระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวและสลับมาขายสุทธิ ทำให้เกิดการหมุนเวียนกลุ่มลงทุนไปยังหุ้นที่พึ่งพิงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ CPALL ที่ได้อานิสงส์จากกำลังซื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันขาลง DOHOME ที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 จะเติบโตแข็งแกร่งจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น และ THAI ที่ได้รับประโยชน์จากการลดต้นทุนน้ำมันเครื่องบินและราคาหุ้นยังล้าหลังกลุ่มท่องเที่ยว ฝ่ายวิจัยยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการจัดพอร์ตลงทุนต่างประเทศ โดยให้เก็งกำไรใน DR: ZIJIN80 และ DR: COHR23
Kaohoon · 21d อ่านต่อ ▾
DOHOME.BK▲
เอเชียพลัสชี้เศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัวปลายปี 2026 แนะจัดพอร์ตไม่ประมาท เลือก 3 หุ้นเด่น
บล.เอเชียพลัสคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกและไทยจะชะลอตัวลงในช่วงปลายปี 2026 โดย GDP สหรัฐฯ และจีนในไตรมาส 4 จะลดลงมาอยู่ที่ 2.0% และ 4.6% ตามลำดับ ขณะที่ GDP ไทยจะชะลอจาก 2.8% ในไตรมาสแรกเหลือเพียง 0.9% ในไตรมาสสุดท้าย จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่กดดันราคาน้ำมันและต้นทุนสูงขึ้น นักลงทุนจึงควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคมอย่างใกล้ชิด ได้แก่ เงินเฟ้อวันที่ 6 ส.ค. ที่ตลาดคาด +2.6%YOY, GDP ไตรมาส 2 วันที่ 17 ส.ค. และการประชุม กนง. วันที่ 26 ส.ค. ซึ่งคาดคงดอกเบี้ยที่ 1.00% เอเชียพลัสแนะนำให้จัดพอร์ตแบบไม่ประมาทและเลือกลงทุนแบบเจาะจงในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเสนอ DOHOME จากกำไรไตรมาส 2 ที่คาดเติบโตเด่นและอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น, CPALL ที่กำไรฟื้นตัวต่อเนื่องและได้ประโยชน์จากเม็ดเงินรัฐบาล, และ CENTEL ที่รับอานิสงส์ท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นและนักท่องเที่ยวเข้าประเทศฟื้นตัว
HoonVision · 24d อ่านต่อ ▾
DOHOME.BK▲
ASPS แนะ 2 ธีมลงทุนรับมือ 3 สงครามโลก ชี้หุ้นพลังงาน-ประกัน-แพทย์เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส หรือ ASPS เปิดกลยุทธ์ลงทุนรับมือความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง สงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี โดยแนะนำ 2 ธีมหลัก ธีมแรกคือหุ้นที่คาดว่ากำไรจะเติบโตทั้งเทียบไตรมาสก่อนหน้าและเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ IVL, PTTGC, BCP, TRUE, SCGP, DOHOME, PTTEP, ADVICE, SC, ADVANC, PTT และ MASTER ธีมที่สองคือหุ้นที่กำไรยังเติบโตแต่ราคายังล้าหลัง ได้แก่ BCPG, AMATA, DELTA และ CRC พร้อมกันนี้ ASPS กำหนดให้ DELTA, BDMS และ CPALL เป็นหุ้นเด่นเนื่องจากปลอดภัยจากภาวะสงครามและไม่มีผลกระทบเชิงลบ นอกจากนี้ยังแนะนำการลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศอย่าง MICRON01 เพื่อรับแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากความต้องการชิปหน่วยความจำ และ OIL03 เพื่อรับอานิสงส์จากปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่หนุนราคาน้ำมัน อีกประเด็นที่น่าสนใจคือตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 การประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นไทยถูกปรับเพิ่มขึ้นถึง 3.8% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงดัชนี Dow Jones และสวนทางกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ถูกปรับลดลง
Kaohoon · 35d อ่านต่อ ▾
DOHOME.BK▲
บล.ฟิลลิปฯ ชี้หุ้นไทยไซด์เวย์ แนะโยกเงินออกจากแบงก์เข้าสู่ 4 ธีมหลัก
บล.ฟิลลิปฯ คาดดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวออกข้างในกรอบ 1,640 ถึง 1,665 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจาก Forward P/E ปี 2569 ที่ 16.7 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ที่ 17.1 เท่า และหุ้นกลุ่มธนาคารอาจเผชิญแรงขาย Sell on Fact หลังประกาศงบการเงินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรการโครงการ TISA จะช่วยประคองไม่ให้ดัชนีปรับลงลึก และคาดว่าจะเห็นการโยกย้ายเม็ดเงินออกจากกลุ่มธนาคารเข้าสู่กลุ่ม Real Sector เพื่อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่คาดว่าจะออกมาดี กลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 4 ธีมหลัก ได้แก่ เก็งงบไตรมาส 2 ปี 2569 ในหุ้นอย่าง AMATA CPALL DELTA HANA ITC KCE MRDIY MTC OSP QH SAWAD SCC STECON และ TIDLOR กลุ่มพลังงานในหุ้น BCP PTT PTTEP SPRC และ TOP เก็งมาตรการหรือโครงการรัฐในหุ้น BJC CENTEL CK CPAXT CRC DOHOME ERW GLOBAL HMPRO LH MINT และ SCC และหวังเม็ดเงินลงทุนจากจีนในหุ้น ADVANC GUNKUL GULF ROJNA WHA และ WHAUP
HoonVision · 36d อ่านต่อ ▾
Energy Transition & Power Demand▲
รัฐอัดงบ 2 แสนล้านดันพลังงานสะอาด 9 หุ้นไทยรับประโยชน์เต็มๆ
นโยบายเม็ดเงิน 200,000 ล้านบาทภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินเพื่อขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและระบบขนส่งไฟฟ้า ส่งผลบวกต่อหุ้นไทย 9 หลักทรัพย์ในกลุ่มโซลาร์รูฟท็อปและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า โดยกลุ่มโซลาร์รูฟท็อปที่ได้ประโยชน์เต็มๆ ได้แก่ GUNKUL จากธุรกิจครบวงจรทั้งจำหน่ายอุปกรณ์และรับเหมาติดตั้ง SOLAR ในฐานะผู้ผลิตแผงและให้บริการติดตั้ง กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและไอทีอย่าง HMPRO DOHOME GLOBAL และ COM7 ที่เป็นช่องทางจำหน่ายชุดอุปกรณ์โซลาร์สำเร็จรูปสำหรับครัวเรือน และ KTC จากมาตรการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและการผ่อนชำระติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่ช่วยกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร ส่วนกลุ่มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า NEX ได้ประโยชน์สูงสุดในกลุ่มรถโดยสารและรถบรรทุกไฟฟ้า EA จะคลายกังวลเรื่องสภาพคล่องและปลดล็อกสินทรัพย์โรงงานผลิตแบตเตอรี่และประกอบรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ GPSC และ GULF ได้ประโยชน์จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จทั่วประเทศ นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ซื้อสะสมเมื่อย่อตัวหรือเก็งกำไรตามกระแสนโยบาย พร้อมเตือนว่าหุ้นกลุ่ม EV และโซลาร์เซลล์มักตอบสนองต่อข่าวสารนโยบายอย่างรวดเร็ว นักลงทุนควรแบ่งไม้ซื้อและไม่ไล่ราคาในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงในระยะสั้น
Share2Trade · 38d อ่านต่อ ▾