Airport Services▲
ทิสโก้ปรับเป้า AOT เป็น 75 บาท คาดกำไรปี 2570 โต 58%
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ปรับคำแนะนำหุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT จาก "ถือ" เป็น "ซื้อ" พร้อมปรับมูลค่าที่เหมาะสมขึ้นจาก 64 บาท เป็น 75 บาทต่อหุ้น หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรในช่วงปี 2569-2571 ขึ้น 5-6% และคาดว่ากำไรปี 2570 จะเติบโต 58% จากแรงหนุนของการปรับเพิ่มค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ การเติบโตของผู้โดยสารทั้งเส้นทางระหว่างประเทศและภายในประเทศ และรายได้ประกันขั้นต่ำจากธุรกิจ Duty Free ที่เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายบริหารคาดว่าจำนวนผู้โดยสารในปี 2570 มีโอกาสขยายตัวประมาณ 8.8% จากการที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ยืนยันแผนขยายเส้นทางบิน และปัญหาความล่าช้าในการส่งมอบเครื่องบินเริ่มคลี่คลาย ขณะที่ AOTGA ซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ให้บริการภาคพื้นดินและบริการขนส่งสินค้ารายที่ 3 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คาดว่าสัมปทานใหม่จะสร้างรายได้ให้แก่ AOT ประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี ผ่านส่วนแบ่งรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ส่วนการกลับมาเปิดให้บริการ Duty Free ขาเข้าคาดว่าจะเพิ่มกำไรให้ AOT ประมาณ 600 ล้านบาทต่อปี หากได้รับการอนุมัติ
Airport Services▲
ทิสโก้ปรับคำแนะนำ AOT เป็นซื้อ เป้า 75 บาท รับอานิสงส์ผู้โดยสารพุ่ง
บล.ทิสโก้ ปรับคำแนะนำหุ้น AOT จากเดิม "ถือ" เป็น "ซื้อ" พร้อมปรับมูลค่าที่เหมาะสมขึ้นเป็น 75.00 บาท โดยมองว่าแนวโน้มในปี 2027 มีความแข็งแกร่งมากขึ้น จากปัจจัยหนุนทั้งการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารที่ได้อานิสงส์จากอุปสงค์การท่องเที่ยวและการใช้ Slot ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โอกาสสร้างแหล่งกำไรใหม่จากธุรกิจบริการภาคพื้นดินและสัมปทานขนส่งสินค้าของ AOTGA และแนวโน้มธุรกิจ Duty Free ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ฝ่ายบริหารคาดว่าการยกเลิกเที่ยวบินในช่วง Slot ฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคม 2026 ถึงมีนาคม 2027 จะลดลง แม้ปัจจุบันยอดจอง Slot เพิ่มขึ้นเพียง 1% โดยสายการบินเผชิญความล่าช้าในการส่งมอบเครื่องบินที่ลดลง และ THAI ยืนยันแผนขยายเส้นทางบิน ซึ่งจะหนุนการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารให้เร่งตัวขึ้น 8.8% การอนุมัติให้ AOTGA เป็นผู้ให้บริการภาคพื้นดินและขนส่งสินค้ารายที่ 3 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ AOT ราว 500 ล้านบาทต่อปี ผ่านการแบ่งรายได้และรายได้จากส่วนได้เสียในบริษัทร่วม ขณะที่ความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิด Duty Free ขาเข้าคาดว่าจะเพิ่มกำไรให้ AOT ประมาณ 600 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ทิสโก้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026-2028 ขึ้น 5-6% และคาดว่ากำไรในปี 2027 จะเติบโต 58% จากแรงหนุนของการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ การเติบโตของจำนวนผู้โดยสารทั้งระหว่างประเทศและภายในประเทศ และการรับประกันรายได้ขั้นต่ำจากธุรกิจ Duty Free ที่สูงขึ้น
Airport Services▲
ทิสโก้ปรับคำแนะนำ AOT เป็นซื้อ เป้า 75 บาท รับอานิสงส์ Duty Free ขาเข้า
บล.ทิสโก้ ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เป็น "ซื้อ" จากเดิม "ถือ" พร้อมปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 75.00 บาท จากเดิม 64.00 บาท และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2571 ขึ้น 5-6% โดยได้แรงหนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารที่แข็งแกร่งขึ้นและการคาดการณ์รายได้จากสัมปทานที่สูงขึ้น ฝ่ายวิจัยทิสโก้มองแนวโน้มกำไรในปี 2570 แข็งแกร่งขึ้นจากอุปสงค์ด้านการท่องเที่ยว การใช้ Slot ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โอกาสสร้างแหล่งกำไรใหม่จากธุรกิจบริการภาคพื้นดินและสัมปทานด้านการขนส่งสินค้าของ AOTGA รวมถึงธุรกิจ Duty Free ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น จุด upside ที่มีนัยสำคัญคือความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิดให้บริการ Duty Free ขาเข้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำไรให้ AOT ประมาณ 600 ล้านบาทต่อปี โดยผลสำรวจผู้โดยสารสะท้อนการสนับสนุนอย่างมากต่อการนำบริการดังกล่าวกลับมา และหากได้รับการอนุมัติ AOT จะได้ประโยชน์ผ่านรูปแบบการแบ่งรายได้จากสัมปทาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนรายได้จากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน ราคาหุ้น AOT วันนี้เคลื่อนไหวอยู่ที่ 61.50 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 1.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 368.38 ล้านบาท
Airport Services▲
JPARK เปิดโครงการ GJ PARK มูลค่า 590 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านต่อปี
บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK เปิดโครงการ GJ PARK อาคารจอดรถครบวงจรแห่งใหม่ภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 590 ล้านบาท โดยเป็นไลฟ์สไตล์ มอลล์ แห่งที่ 2 ที่มีขนาดใหญ่ ภายใต้การพัฒนาบนพื้นที่เช่าระยะยาว 30 ปี โครงการประกอบด้วยพื้นที่จอดรถรองรับได้ 1,000 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน และพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์ 4,000 ตารางเมตร ซึ่งมีอัตราการเช่าแล้วประมาณ 90% นายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่าโครงการนี้จะเริ่มสร้างรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป โดยวางเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าจะชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงินราว 300 ล้านบาทได้ภายใน 5 ปีนับจากนี้ บริษัทประเมินรายได้ปี 2569 จะเติบโต 25-30% จากปีก่อนที่ราว 575.95 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกมีรายได้แล้ว 349.04 ล้านบาท ปัจจุบัน JPARK บริหารพื้นที่จอดรถรวมมากกว่า 60 แห่ง โดยกว่า 90% อยู่ในกรุงเทพฯ และที่เหลืออยู่ในต่างจังหวัด เช่น สนามบินนครศรีธรรมราช สนามบินขอนแก่น และสนามบินอุบลราชธานี ทั้งนี้ JPARK ยังมีแผนจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT เพิ่มเติม โดยเบื้องต้นมีแนวคิดนำโครงการรูปแบบไลฟ์สไตล์ มอลล์ราว 3-4 แห่งเข้าเป็นสินทรัพย์ของกองดังกล่าว และวางเป้าภายใน 5 ปีนับจากปี 2568 หรือช่วงปี 2572 น่าจะเห็นความชัดเจนในรายละเอียดส่วนนี้ โดยโครงการ GJ PARK ประเมินอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนหรือ IRR อยู่ในระดับ 12-15% ขณะที่เงื่อนไขขั้นต่ำของบริษัทกำหนดไว้ที่มากกว่า 10%
Airport Services▲
JPARK เปิดตัว GJ PARK อาคารจอดรถ 1,000 คันในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ลงทุนกว่า 590 ล้านบาท
บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK เปิดตัวโครงการ GJ PARK อาคารจอดรถครบวงจรแห่งใหม่ภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 590 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการใช้พื้นที่จอดรถของผู้มาใช้บริการศูนย์การแพทย์ บุคลากร ตลอดจนประชาชนที่เข้ามาใช้บริการและทำกิจกรรมภายในพื้นที่ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการดังกล่าวรองรับรถได้ 1,000 คัน และมีพื้นที่สำหรับร้านค้าและบริการต่าง ๆ ภายในโครงการ นายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPARK กล่าวว่า GJ PARK ไม่ได้เป็นเพียงอาคารจอดรถแห่งใหม่ แต่เป็นภาพสะท้อนของการนำความเชี่ยวชาญด้าน Parking Management มาพัฒนาเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ สร้างประโยชน์ให้แก่พื้นที่โดยรอบ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่บริษัท ภายในโครงการมีการติดตั้งเทคโนโลยี ได้แก่ ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ หรือ License Plate Recognition, ระบบแนะนำพื้นที่จอดรถ หรือ Parking Guidance และระบบชำระค่าบริการแบบไร้เงินสด หรือ Cashless Payment เพื่อลดระยะเวลาในการหาที่จอดรถและเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนของรถยนต์ภายในอาคาร โครงการนี้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของ JPARK ที่มุ่งขยายจากการให้บริการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถไปสู่การพัฒนาและบริหารโครงการที่มีรูปแบบและขนาดหลากหลายมากขึ้น พร้อมช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายแหล่งรายได้และฐานธุรกิจของบริษัทในระยะยาว
Airport Services▲
JPARK เปิดตัวอาคารจอดรถ GJ PARK มูลค่า 590 ล้านบาท
บริษัท เจนก้องไกล หรือ JPARK เปิดตัวโครงการ GJ PARK อาคารจอดรถครบวงจรแห่งใหม่ภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 590 ล้านบาท นายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPARK กล่าวว่า โครงการนี้รองรับความต้องการใช้พื้นที่จอดรถของผู้มาใช้บริการศูนย์การแพทย์ บุคลากร และประชาชนที่เข้ามาใช้บริการและทำกิจกรรมภายในพื้นที่ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายในอาคารติดตั้งระบบบริหารจัดการจอดรถ ได้แก่ ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ หรือ License Plate Recognition ระบบแนะนำพื้นที่จอดรถ หรือ Parking Guidance และระบบชำระค่าบริการแบบไร้เงินสด หรือ Cashless Payment เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการหาที่จอดรถ นอกจากพื้นที่จอดรถแล้ว โครงการยังมีพื้นที่สำหรับร้านค้าและบริการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้ามาใช้บริการ และเพิ่มศักยภาพของอาคารให้สร้างมูลค่าได้มากกว่าการเป็นเพียงพื้นที่รองรับยานพาหนะ
Airport Services▲
JPARK เปิด GJ PARK อาคารจอดรถครบวงจรในศูนย์แพทย์มหิดล ลงทุน 590 ล้านบาท
บมจ.เจนก้องไกล หรือ JPARK เปิดตัวโครงการ GJ PARK อาคารจอดรถครบวงจรภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 590 ล้านบาท โดยเป็นเงินกู้จากธนาคารกสิกรไทย 300 ล้านบาท และบริษัทได้ทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี นายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JPARK กล่าวว่าโครงการนี้คาดว่าจะให้ผลตอบแทนจากการลงทุนหรือ IRR อยู่ที่ 12-15% และคืนทุนได้ภายใน 5 ปี แม้สัญญาเงินกู้กำหนดคืนเงินกู้ภายใน 7 ปี โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทต่อปี และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป โครงการประกอบด้วยพื้นที่จอดรถรองรับได้อย่างน้อย 1,000 คัน และพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์อีก 4,000 ตารางเมตร ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเช่าแล้วกว่า 80% บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการลักษณะดังกล่าวอีก 3-4 แห่ง โดยมุ่งเน้นพื้นที่ที่มีปริมาณการสัญจรสูง และตั้งเป้านำกลุ่มสินทรัพย์โครงการเหล่านี้ระดมทุนเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือ REIT ใน 5 ปีข้างหน้าหรือปี 72 สำหรับแนวโน้มธุรกิจช่วงที่เหลือของปี บริษัทจะเปิดให้บริการโครงการรับบริหารพื้นที่จอดขนาดกลาง 400-500 ช่องจอด ระยะเวลาสัญญา 3 ปี ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนธันวาคมนี้ และมั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโต 20-30% พร้อมแตะระดับ 1,000 ล้านบาทในปี 71 ตามเป้าหมาย ขณะที่บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาโอกาสขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านในหมวดธุรกิจบริการและเทคโนโลยีร่วมกับภาครัฐ
Airport Services▲
JPARK เปิดตัว GJ PARK อาคารจอดรถ 590 ลบ. ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 20-30%
บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK เปิดให้บริการอาคารจอดรถครบวงจร GJ PARK ภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยมูลค่าการลงทุนก่อสร้าง 590 ล้านบาท ภายใต้การเช่าพื้นที่ระยะยาว 30 ปี โดยนายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าอาคารมีพื้นที่ทั้งหมด 40,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยที่จอดรถอย่างน้อย 1,000 คัน และพื้นที่พาณิชย์ประมาณ 4,000 ตารางเมตร ซึ่งมีอัตราการเช่าแล้วกว่า 80% และคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนหรือ IRR จะอยู่ที่ระดับ 12-15% สูงกว่าเป้าหมายขั้นต่ำที่ตั้งไว้ที่ 10% โดยคาดการณ์รายได้ขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทต่อปี เริ่มรับรู้รายได้ในงบการเงินไตรมาส 3/69 และคาดว่าจะคืนทุนภายใน 5 ปี ทั้งนี้ เงินลงทุนส่วนหนึ่งเป็นการกู้ยืมจากธนาคารกสิกรไทยจำนวน 300 ล้านบาท ซึ่งตามสัญญากำหนดคืนเงินกู้ภายใน 7 ปี สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง บริษัทคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก จากโครงการใหม่ทั้งโครงการนครศรีธรรมราชซึ่งเปิดให้บริการเฟสแรก 400 ช่องจอด จากพื้นที่รวม 1,000 ช่องจอด เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา และโครงการขนาดกลางประมาณ 400-500 ช่องจอดในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการและรับรู้รายได้ในเดือน ธ.ค.69 โดยยังคงเป้าหมายการเติบโตรายได้รวมในปี 69 ไว้ที่ประมาณ 20-30% จากปีก่อน และจะเติบโตต่อเนื่องแตะระดับ 1000 ล้านบาทในปี 71 พร้อมเตรียมงบลงทุนรวมสำหรับปีนี้ไว้ที่ประมาณ 300 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนพัฒนโครงการลักษณะ Lifestyle Mall เพิ่มเติมอีกประมาณ 3-4 แห่งภายใน 5 ปีข้างหน้า ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่และสนามบินในจังหวัดอุบลราชธานี ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช และมีแผนนำกลุ่มสินทรัพย์โครงการเหล่านี้ระดมทุนเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือ REIT ภายในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการขยายโครงการต่อไปในอนาคต
Airport Services▲
JPARK ลงทุน 590 ล้านบาท เปิดตัว GJ PARK อาคารจอดรถในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK เปิดตัวโครงการ GJ PARK อาคารจอดรถครบวงจรแห่งใหม่ภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 590 ล้านบาท โดยมีนายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นผู้ประกาศเปิดตัว โครงการนี้พัฒนาภายใต้แนวคิดยกระดับพื้นที่จอดรถให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางและเข้าถึงบริการทางการแพทย์ รองรับความต้องการใช้พื้นที่จอดรถของผู้มาใช้บริการ บุคลากร และประชาชนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยี Parking Management มาใช้ ทั้งระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ หรือ LPR ระบบแนะนำพื้นที่จอดรถ และระบบชำระเงินแบบไร้เงินสด นอกจากนี้ GJ PARK ยังมีพื้นที่สำหรับร้านค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ และเพิ่มศักยภาพในการสร้างมูลค่าของโครงการนอกเหนือจากการเป็นพื้นที่รองรับรถยนต์ นายสันติพลกล่าวว่าโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของ JPARK ที่มุ่งขยายธุรกิจจากการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถไปสู่การพัฒนาและบริหารโครงการที่มีรูปแบบและขนาดหลากหลาย โดยใช้จุดแข็งด้านองค์ความรู้ ประสบการณ์ บุคลากร และเทคโนโลยี ทั้งนี้ GJ PARK จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายแหล่งรายได้และฐานธุรกิจของ JPARK ในระยะยาว ต่อยอดจากธุรกิจหลัก และรองรับความต้องการด้านพื้นที่จอดรถและโครงสร้างพื้นฐานที่มีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของเมือง สถานพยาบาล และพื้นที่ให้บริการสาธารณะ ขณะเดียวกัน JPARK ยังคงเดินหน้าศึกษาโอกาสพัฒนาโครงการใหม่และขยายช่องทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
Airport Services▲
JPARK เปิดตัว GJ PARK อาคารจอดรถครบวงจร ลงทุนกว่า 590 ล้านบาท
บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK เปิดตัวโครงการ GJ PARK อาคารจอดรถครบวงจรแห่งใหม่ภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 590 ล้านบาท นายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าโครงการนี้รองรับความต้องการใช้พื้นที่จอดรถของผู้มาใช้บริการศูนย์การแพทย์ บุคลากร และประชาชนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ภายในโครงการติดตั้งระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ หรือ License Plate Recognition ระบบแนะนำพื้นที่จอดรถ หรือ Parking Guidance และระบบชำระค่าบริการแบบไร้เงินสด หรือ Cashless Payment เพื่อลดระยะเวลาในการหาที่จอดรถและเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนของรถยนต์ อาคารแห่งนี้ยังมีพื้นที่สำหรับร้านค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่าได้มากกว่าการเป็นเพียงพื้นที่รองรับยานพาหนะ และสอดคล้องกับทิศทางของ JPARK ที่มุ่งขยายจากการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถไปสู่การพัฒนาและบริหารโครงการขนาดใหญ่ครบวงจร เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้และฐานธุรกิจในระยะยาว
Airport Services▲
เคจีไอปรับเพิ่มน้ำหนักกลุ่มขนส่งเป็นมากกว่าตลาด เลือก AOT หุ้นเด่นเป้า 71 บาท
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนกลุ่มขนส่งขึ้นเป็น "มากกว่าตลาดฯ" จาก "เท่ากับตลาดฯ" โดยเลือก Airports of Thailand หรือ AOT เป็นหุ้นเด่น ด้วยราคาเป้าหมาย DCF ปี 2570F ที่ 71.00 บาท หลังรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ดร.เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ ได้หารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกับรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คุณสุรศักดิ์พันธ์เจริญวรกุล โดยคาดข้อเสนอจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีใน 1-2 สัปดาห์ โครงการดังกล่าวจะมอบสิทธิประโยชน์ 1 ล้านสิทธิ ประกอบด้วยเงินสนับสนุนค่าที่พักในอัตราคงที่สูงสุด 1,500 บาทต่อคืนต่อสิทธิ จำกัดไม่เกิน 5 สิทธิต่อคน และคูปองท่องเที่ยวแบบร่วมจ่ายมูลค่า 1,500 บาทต่อสิทธิในเมืองหลัก และ 2,000 บาทในเมืองรอง เปิดลงทะเบียนช่วง 1-25 ต.ค. 69 และใช้สิทธิได้ 2 ช่วง คือ 1 พ.ย.-15 ธ.ค. 69 และ 15 ม.ค.-28 ก.พ. 70 ซึ่งจะช่วยเพิ่มอุปสงค์การเดินทางภายในประเทศและเป็นประโยชน์ต่อสายการบินในประเทศอย่างไทยแอร์เอเซีย บางกอกแอร์เวย์ นกแอร์ และการบินไทย สำหรับ AOT คาดได้ประโยชน์เต็มไตรมาสจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกใหม่ที่ 1,120 บาทต่อคน จากอัตราเดิม 730 บาทต่อคน ตั้งแต่ 3Q69F ขณะที่การบินไทยจะยังมีกำไรใน 3Q69F จาก yield ที่สูงและ cabin factor ที่เหมาะสม และคาดกำไร 4Q69F เติบโต QoQ แข็งแกร่งขึ้นตามฤดูท่องเที่ยว.
Airport Services▲
โบรกเกอร์คงแนะซื้อ AOT เป้า 73 บาท รับผู้โดยสารระหว่างประเทศฟื้น
บล.ดาโอ ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น AOT หรือท่าอากาศยานไทย ด้วยราคาเป้าหมาย 73.00 บาท อิงวิธี DCF ที่ WACC 7.0% และ terminal growth 3.0% โดยมองบวกต่อแนวโน้มผู้โดยสารที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งจะหนุนผลการดำเนินงานงวด 4QFY26E และ FY27E จำนวนผู้โดยสารรวมเดือน ก.ค.-ส.ค.26 ดีขึ้นเป็น -1.6% YoY จาก -3.7% YoY ใน 3QFY26 โดยเดือน ก.ค. ยังลดลง -1.7% YoY แต่เดือน ส.ค. พลิกเป็นบวก +0.8% YoY และช่วง 1-5 ก.ย.26 เพิ่มขึ้น +1.5% YoY ดีกว่า 3QFY26 ที่ลดลง -1.4% YoY ทางโบรกเกอร์ประเมินผู้โดยสาร 4QFY26E จะลดลงเล็กน้อยราว -1.5% ถึง -2.0% YoY ดีกว่า 3QFY26 ที่ -3.7% YoY และจะเพิ่มขึ้น +1.5% ถึง +2.0% QoQ ทำให้ทั้งปี FY26E มีผู้โดยสาร 127 ล้านคน หรือ +1.0% YoY มากกว่าที่คาดเดิม 126 ล้านคน ส่วน FY27E ประเมินผู้โดยสารรวม 130-131 ล้านคน พร้อมคงประมาณการกำไรสุทธิ FY26E ที่ 1.94 หมื่นล้านบาท หรือ +7% YoY และ FY27E ที่ 2.62 หมื่นล้านบาท หรือ +35% YoY โดยกำไรปกติ 4QFY26E จะเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ จากผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ฟื้นตัวช่วยหนุนรายได้ PSC และได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่ม PSC ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศเป็น 1,120 บาท จากเดิม 730 บาท ตั้งแต่ 20 มิ.ย.26 ขณะที่กำไร FY27E จะเติบโตแข็งแกร่งทำสถิติสูงสุดใหม่จากการรับรู้ผลบวกของ PSC อัตราใหม่เต็มปี ทั้งนี้ยังมี upside จากประเด็นที่อยู่ระหว่างการศึกษา ได้แก่ การเก็บ PSC ผู้โดยสาร transfer/transit การปรับเพิ่มค่าธรรมเนียม Landing & Parking และการกลับมาเปิดดิวตี้ฟรีขาเข้า
Airport Services▲
ดาโอปรับคำแนะนำ AOT เป็น "ซื้อ" เป้า 69 บาท ลุ้นงบ Q4/69 โตจากค่า PSC
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับคำแนะนำหุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ขึ้นเป็น "ซื้อ" หลังจากราคาหุ้นมีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมที่คาดไว้ 69 บาท กว่า 11% โดยมองว่า AOT เป็นหุ้นในกลุ่มการบินที่ได้รับผลกระทบต่ำสุดจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา ปัจจัยบวกหลักคือผลประกอบการงวดไตรมาส 4/69 ซึ่งจะรับรู้รายได้จากค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศหรือ PSC อัตราใหม่ที่ 1,120 บาทต่อคนเต็มไตรมาส แม้จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาสจะลดลง 0.5% จากปีก่อน แต่อัตราใหม่ที่เก็บสูงกว่าเดิมถึง 53% จะชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ โดยผู้โดยสารระหว่างประเทศเดือน ส.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.8% และเดือน ก.ย. วันที่ 1-5 เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน ภาพรวมผู้โดยสารปีงบประมาณ 26 นับถึงวันที่ 5 ก.ย. มีจำนวนรวม 120 ล้านคน ทำให้มีโอกาสที่ผู้โดยสารรวมทั้งปีจะสูงกว่าที่ AOT คาดไว้ที่ 125.95 ล้านคน และกำไรสุทธิทั้งปี 26 มีโอกาสดีกว่าที่คาดไว้เบื้องต้นที่ 19,654 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 4/69 เบื้องต้นคาดไว้ที่ 4,800 ล้านบาท ซึ่งจะเติบโตทั้งจากปีก่อนและจากไตรมาสก่อน ด้าน AOTGA ได้รับอนุมัติจาก ครม. ให้เข้าทำสัญญาบริหารคลังสินค้า บริการลานจอด อุปกรณ์ภาคพื้น และการดูแลผู้โดยสารภาคพื้นรายที่ 3 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ต่อจากรายแรกคือการบินไทย และบริษัทลูกของ BA โดย AOT ถือหุ้นใน AOTGA สัดส่วน 49% คาดว่าจะเพิ่มกำไรให้ AOT ประมาณ 1-2% ผ่านส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน และมีผลดีทางอ้อมที่ช่วยให้สายการบินต่างประเทศมีโอกาสเพิ่มเที่ยวบินมายังประเทศไทยมากขึ้น หนุนรายได้ค่าบริการสนามบิน ค่า Landing Parking และค่าบริการผู้โดยสารขาออก นอกจากนี้มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสของรัฐบาลคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางในช่วง High Seasons ปลายปี 26 ถึงต้นปี 27
Airport Services▼
BAFS แจ้งหยุดส่งน้ำมันผ่านท่อหลังพบน้ำมันปนเปื้อนท่อระบายน้ำ กทม.
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS แจ้งว่าบริษัทได้สั่งหยุดส่งน้ำมันผ่านท่อทันทีเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย หลังเกิดสถานการณ์น้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิงและใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 รอยต่อเขตคลองเตยและเขตยานนาวา โดยบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT ในฐานะผู้ดำเนินกิจการระบบท่อขนส่งน้ำมัน ระบุว่าบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการวิเคราะห์หาสาเหตุและเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และยืนยันว่าการบริหารจัดการขนส่งน้ำมันให้สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และภาคเหนือยังดำเนินได้ตามปกติ ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบพบว่าสาเหตุหรือความเสียหายส่วนใดอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัท บริษัทพร้อมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นภายใต้กรมธรรม์ที่ทำไว้ สำหรับระบบท่อดังกล่าว BPT เป็นเจ้าของระบบท่อขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นบางจากจนถึงคลังน้ำมันช่องนนทรี และต่อไปยังคลังน้ำมันอากาศยานดอนเมือง คลังน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ และคลังน้ำมันภาคพื้นดินที่คลังน้ำมันบางปะอิน โดยบริเวณจุดที่เกิดเหตุเป็นหนึ่งในแนวท่อดังกล่าว ซึ่ง BPT ได้ให้สิทธิโดยมีค่าตอบแทนสำหรับการใช้และบริหารทรัพย์สินของระบบท่อส่งน้ำมันเส้นนี้แก่ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ปัจจุบัน BPT ให้บริการขนส่งน้ำมันผ่านท่อแบบ Multi-Products ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ โดยรับน้ำมันจากคลังน้ำมันบางปะอินเพื่อส่งต่อไปยังคลังน้ำมันพิจิตรและคลังน้ำมันนครลำปาง
Airport Services▼
BAFS พร้อมร่วมแก้ปัญหาน้ำมันปนเปื้อนท่อระบายน้ำถนนเชื้อเพลิง
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ระบุว่าจากสถานการณ์น้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิงและใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 รอยต่อเขตคลองเตยและเขตยานนาวา บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT ในฐานะผู้ดำเนินกิจการระบบท่อขนส่งน้ำมัน ให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการวิเคราะห์หาสาเหตุและเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ หากผลการตรวจสอบพบว่าสาเหตุหรือความเสียหายส่วนใดอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัท บริษัทพร้อมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นภายใต้กรมธรรม์ที่ทำไว้ ทั้งนี้ BPT เป็นเจ้าของระบบท่อขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นบางจากจนถึงคลังน้ำมันช่องนนทรีตลอดเส้นทางไปยังคลังน้ำมันอากาศยานดอนเมือง คลังน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ และคลังน้ำมันภาคพื้นดินที่คลังน้ำมันบางปะอิน โดยบริเวณจุดที่เกิดเหตุซึ่งเป็นหนึ่งในแนวท่อดังกล่าว BPT ได้ให้สิทธิโดยมีค่าตอบแทนสำหรับการใช้และบริหารทรัพย์สินของระบบท่อส่งน้ำมันเส้นนี้แก่ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ปัจจุบัน BPT ให้บริการขนส่งน้ำมันผ่านท่อแบบ Multi-Products ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ โดยรับน้ำมันจากคลังน้ำมันบางปะอินส่งต่อไปยังคลังน้ำมันพิจิตรและคลังน้ำมันนครลำปาง
Airport Services▲
บล.พาย ปรับคำแนะนำหุ้น AOT เป็น "ซื้อ" เป้า 69 บาท
บล.พาย ปรับคำแนะนำหุ้น AOT ขึ้นเป็น "ซื้อ" หลังจากราคาหุ้นมีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ 69 บาท กว่า 11% โดยมองว่า AOT เป็นหุ้นในกลุ่มการบินที่ได้รับผลกระทบต่ำสุดจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากธุรกิจมีความเกี่ยวพันกับราคาน้ำมันทางตรงค่อนข้างต่ำ ปัจจัยบวกหลักมาจากผลประกอบการงวด FY4Q26 ที่จะรับรู้รายได้จากค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศอัตราใหม่ที่ 1,120 บาทต่อคนเต็มไตรมาส ซึ่งสูงกว่าเดิมถึง 53% ขณะที่ภาพรวมผู้โดยสารปีงบประมาณ 26 นับถึงวันที่ 5 ก.ย. มีจำนวนรวม 120 ล้านคน ทำให้มีโอกาสสูงกว่าที่ AOT คาดไว้ที่ 125.95 ล้านคน และกำไรสุทธิทั้งปี 26 มีโอกาสดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยเคยคาดไว้ที่ 19,654 ล้านบาท ส่วน AOTGA ที่ได้รับอนุมัติจาก ครม. ให้เข้าทำสัญญาบริหารคลังสินค้า บริการลานจอด อุปกรณ์ภาคพื้น และการดูแลผู้โดยสารภาคพื้นรายที่ 3 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ คาดว่าจะเพิ่มกำไรให้ AOT ประมาณ 1-2% ผ่านส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน โดย AOT ถือหุ้นใน AOTGA สัดส่วน 49% และยังมีปัจจัยหนุนจากการออกมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสที่จะกระตุ้นการเดินทางในช่วง High Season ปลายปี 26 ถึงต้นปี 27
Airport Services▼
BAFS แจ้งตลาดหลักทรัพย์ น้ำมันรั่วใต้สะพานพระราม 3 สั่งหยุดท่อทันที
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตรวจพบน้ำมันรั่วไหลบริเวณถนนเชื้อเพลิง ใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 กันยายน 2569 และได้สั่งหยุดการขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อบริเวณดังกล่าวทันที พร้อมเร่งตรวจสอบเพื่อค้นหาจุดรั่วไหลและระงับเหตุ ระบบท่อดังกล่าวเป็นของบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BAFS โดยเชื่อมโยงการขนส่งน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก คลังน้ำมันช่องนนทรี ไปยังคลังน้ำมันอากาศยานดอนเมือง สุวรรณภูมิ และคลังน้ำมันบางปะอิน ปัจจุบัน BPT และบริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด หรือ BFPL ซึ่งได้รับสิทธิในการใช้และบริหารระบบท่อตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบและค้นหาจุดรั่วไหล โดยเบื้องต้นยังไม่พบผลกระทบรุนแรงต่อประชาชน ชุมชนโดยรอบ และสิ่งแวดล้อม BAFS ระบุว่าผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันทางท่อยังสามารถบริหารจัดการการขนส่งน้ำมันได้ตามปกติ จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันอากาศยานไปยังท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ รวมถึงการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดินไปยังพื้นที่ภาคเหนือ สำหรับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย และบริษัทจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพิ่มเติมหากมีความคืบหน้าที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
Airport Services▲
บล.พาย ปรับคำแนะนำ AOT เป็นซื้อ เป้า 69 บาท รับอานิสงส์ค่า PSC ใหม่และสัมปทาน AOTGA
บล.พาย ปรับคำแนะนำหุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ขึ้นเป็น "ซื้อ" หลังจากราคาหุ้นมีส่วนต่างจากมูลค่าเหมาะสมที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ 69 บาท อยู่กว่า 11% โดยมองว่าเป็นหุ้นที่ได้รับผลกระทบต่ำจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยระบุว่ายังมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มผลประกอบการงวด FY4Q26 ที่คาดว่าจะเห็นการเติบโตอย่างมากจากการเก็บค่า PSC ใหม่เต็มไตรมาส ขณะที่ผลดีจากการที่ AOTGA ได้รับสัมปทานเป็นผู้ให้บริการรายที่ 3 ในสนามบินสุวรรณภูมิจะช่วยหนุนทั้งทางตรงจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน และทางอ้อมที่จะช่วยให้สายการบินต่างประเทศมีโอกาสเพิ่มเที่ยวบินมายังประเทศไทยได้
Airport Services
BAFS แจงน้ำมันรั่วพระราม 3 หยุดส่งทางท่อชั่วคราว ไม่กระทบขนส่งน้ำมันอากาศยาน
หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า เหตุน้ำมันรั่วไหลบริเวณพระราม 3 ไม่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันอากาศยาน โดยบริษัทย่อย บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT เป็นเจ้าของระบบท่อขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากจนถึงคลังน้ำมันช่องนนทรี ซึ่งเป็นแนวท่อที่วางผ่านบริเวณที่เกิดเหตุ และได้ให้สิทธิการใช้และบริหารทรัพย์สินของระบบท่อดังกล่าวโดยมีค่าตอบแทนแก่ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด หรือ BFPL ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เมื่อตรวจพบน้ำมันรั่วไหลได้หยุดการขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อทันที โดยยังไม่ปรากฏผลกระทบรุนแรงต่อประชาชน ชุมชนโดยรอบ และสิ่งแวดล้อม ขณะที่ BPT และ BFPL ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการตรวจสอบหาจุดรั่วไหลเพื่อระงับเหตุโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและชุมชนเป็นสำคัญ บริษัทระบุว่าบริษัทน้ำมันผู้ขนส่งน้ำมันทางท่อทุกรายยังคงบริหารจัดการการขนส่งน้ำมันได้ โดยไม่กระทบการขนส่งน้ำมันอากาศยานไปยังท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดินไปยังพื้นที่ภาคเหนือ และความเสียหายยังอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ที่ BPT และ BFPL ได้ทำไว้ บริษัทจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหากมีความคืบหน้าที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
Airport Services▼
BAFS สั่งระงับส่งน้ำมันทางท่อทันทีหลังพบท่อรั่ว ยันไม่กระทบเชื้อเพลิงอากาศยาน
บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ หรือ BAFS เปิดเผยว่า บริษัทย่อยคือ บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT ซึ่งเป็นเจ้าของระบบท่อขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากจนถึงคลังน้ำมันช่องนนทรีและต่อไปยังคลังน้ำมันอากาศยานดอนเมือง คลังน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ และคลังน้ำมันภาคพื้นดินที่คลังน้ำมันบางปะอิน ได้หยุดการขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อดังกล่าวทันทีเมื่อตรวจพบว่าน้ำมันรั่วไหล โดยขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีผลกระทบรุนแรงต่อประชาชน ชุมชนโดยรอบ และสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด ทั้งนี้ BPT ได้ให้สิทธิการใช้และบริหารทรัพย์สินของระบบท่อส่งน้ำมันดังกล่าวโดยมีค่าตอบแทนแก่ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อ และโลจิสติกส์ จำกัด หรือ BFPL ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 และทั้งสองบริษัทได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการตรวจสอบค้นหาจุดรั่วไหลเพื่อระงับเหตุโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและชุมชนเป็นสำคัญ บริษัทระบุว่าบริษัทน้ำมันผู้ขนส่งน้ำมันทางท่อทุกรายยังคงบริหารจัดการการขนส่งน้ำมันได้ และเหตุการณ์นี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันอากาศยานทั้งที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดินไปยังพื้นที่ภาคเหนือ ขณะที่ความเสียหายยังอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกรมธรรม์ที่ BPT และ BFPL ได้ทำไว้ และบริษัทยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
Airport Services▼
BAFS สั่งหยุดส่งน้ำมันผ่านท่อหลังพบรั่วไหล ยันไม่กระทบสนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าได้สั่งหยุดการขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อทันที หลังจากตรวจพบน้ำมันรั่วไหลบริเวณแนวท่อ โดยหม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ระบุว่า บริษัทย่อยคือ บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT เป็นเจ้าของระบบท่อขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากถึงคลังน้ำมันช่องนนทรี และต่อไปยังคลังน้ำมันอากาศยานดอนเมือง คลังน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ และคลังน้ำมันภาคพื้นดินที่คลังน้ำมันบางปะอิน ซึ่งเป็นแนวท่อที่วางผ่านบริเวณที่เกิดเหตุ โดย BPT ได้ให้สิทธิการใช้และบริหารทรัพย์สินของระบบท่อดังกล่าวแก่ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อ และ โลจิสติกส์ จำกัด หรือ BFPL ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 ขณะนี้ยังไม่ปรากฏผลกระทบรุนแรงต่อประชาชน ชุมชนโดยรอบ และสิ่งแวดล้อม โดย BPT และ BFPL ร่วมกันตรวจสอบหาจุดรั่วไหลเพื่อระงับเหตุโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การขนส่งน้ำมันอากาศยานไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดินไปยังพื้นที่ภาคเหนือยังดำเนินได้ตามปกติ และความเสียหายยังอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ที่ BPT และ BFPL ได้ทำไว้ บริษัทจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ หากมีความคืบหน้าที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
Airport Services▼
BAFS แจ้งหยุดท่อน้ำมันรั่วพระราม 3 ยันไม่กระทบขนส่งเชื้อเพลิงดอนเมือง-สุวรรณภูมิ
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตรวจพบน้ำมันรั่วไหลบริเวณใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 ในช่วงเย็นวันที่ 8 กันยายน 2569 และได้สั่งหยุดการขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อดังกล่าวทันที ระบบท่อนี้เป็นของบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BAFS โดยเป็นท่อขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากมายังคลังน้ำมันช่องนนทรี ก่อนเชื่อมต่อไปยังคลังน้ำมันอากาศยานดอนเมือง คลังน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ และคลังน้ำมันภาคพื้นดินบางปะอิน ซึ่งแนวท่อพาดผ่านบริเวณที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ BPT ได้ให้สิทธิการใช้และบริหารทรัพย์สินของระบบท่อดังกล่าว โดยมีค่าตอบแทนแก่ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด หรือ BFPL ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ปัจจุบันยังไม่พบผลกระทบรุนแรงต่อประชาชน ชุมชนโดยรอบ และสิ่งแวดล้อม โดย BPT และ BFPL อยู่ระหว่างประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบและค้นหาจุดรั่วไหล รวมถึงเร่งระงับเหตุ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและชุมชนเป็นสำคัญ BAFS ระบุเพิ่มเติมว่าผู้ขนส่งน้ำมันทางท่อทุกรายยังสามารถบริหารจัดการการขนส่งน้ำมันได้ตามปกติ เหตุการณ์ดังกล่าวจึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันอากาศยานไปยังท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดินไปยังพื้นที่ภาคเหนือ สำหรับความเสียหายยังคงอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยที่ BPT และ BFPL จัดทำไว้ และบริษัทอยู่ระหว่างเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมจะรายงานข้อมูลเพิ่มเติมต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ หากมีความคืบหน้าที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
Airport Services▲
AOT ลุ้นกำไรปี 70 หลัง AOTGA ชนะประมูลงานสุวรรณภูมิ 6.7 หมื่นล้าน
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ บริษัท บริการภาคพื้นท่าอากาศยานกรุงเทพ หรือ AOTGA เป็นผู้ชนะการประมูลโครงการให้บริการคลังสินค้า ลานจอดอากาศยาน และบริการภาคพื้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายใต้รูปแบบ PPP Net Cost โดย AOTGA จะเป็นผู้ให้บริการรายที่ 3 โครงการประกอบด้วยสัญญาหลัก 2 โครงการ ได้แก่ การให้บริการคลังสินค้า และการให้บริการลานจอดอากาศยาน อุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้น และผู้โดยสาร มีระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี และมูลค่ารวมมากกว่า 67,000 ล้านบาท AOTGA เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง AOT ถือหุ้น 49% และบริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟลท์เซอร์วิส หรือ SAL ถือหุ้น 51% โดย SAL เป็นบริษัทย่อยของ สกาย ไอซีที หรือ SKY บล.เคจีไอประเมินว่า AOTGA จะบริหารจัดการสินค้าประมาณ 400,000-600,000 ตันต่อปี สร้างรายได้ประมาณ 4,000-6,000 ล้านบาทต่อปี และคาดว่า AOT จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรประมาณ 400-600 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นโอกาสเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปีงบประมาณ 2570 ประมาณ 1.5-2.2% บล.เคจีไอยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปีงบประมาณ 2570 ที่ 71 บาท
Airport Services▲
AOT เดินหน้าโครงการ Cargo และ Ground Handling มูลค่า 6.7 หมื่นล้านบาท
AOT เดินหน้าโครงการให้บริการ Cargo และ Ground Handling หลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ AOTGA คว้าสิทธิเป็นผู้ให้บริการรายที่ 3 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ภายใต้สัมปทาน PPP Net Cost อายุ 25 ปี มูลค่ารวมกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท โดยโครงการประกอบด้วย 2 สัญญาหลัก ได้แก่ การให้บริการ Cargo Handling และ Ramp Handling ซึ่ง AOTGA เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง AOT ถือหุ้น 49% และ SAL ถือหุ้น 51% โดย SAL เป็นบริษัทย่อยของ SKY โบรกเกอร์ KGI ประเมินว่า หากดำเนินงานเต็มศักยภาพ โครงการนี้จะสร้างรายได้ราว 4.0-6.0 พันล้านบาทต่อปี และหนุนกำไรส่วนของ AOT ราว 400-600 ล้านบาทต่อปี คิดเป็น Upside ต่อกำไรปี 2570 ราว 1.5-2.2% พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 71 บาท
Airport Services▲
ครม. อนุมัติ AOTGA ชนะประมูลคลังสินค้าและลานจอดสุวรรณภูมิ
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) เป็นผู้ชนะการคัดเลือกโครงการให้บริการคลังสินค้าและโครงการให้บริการลานจอด อุปกรณ์ภาคพื้น และการดูแลผู้โดยสารภาคพื้น รายที่ 3 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยโครงการคลังสินค้าครอบคลุมการบริหารจัดการสินค้า 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าขาเข้า ขาออก ถ่ายลำ เน่าเสียง่าย และเร่งด่วน/อีคอมเมิร์ซ ขณะที่โครงการลานจอดแบ่งเป็นกลุ่มบริการหลักและกลุ่มบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การลงนามสัญญาระหว่าง ทอท. และ AOTGA จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณสินค้าและการจราจรทางอากาศ ยกระดับมาตรฐานการบริการ และผลักดันให้สุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
Airport Services▲
ครม.ไฟเขียว AOT ลงนาม AOTGA บริการภาคพื้นสุวรรณภูมิ
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเปิดทางให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ลงนามสัญญากับบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ซึ่งเป็นผู้ผ่านการประเมินสูงสุด ตามที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครั้งที่ 25/2568 มีมติเห็นชอบ โดยโครงการนี้เป็นรูปแบบ PPP Net Cost และมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณการจราจรทางอากาศ ส่งเสริมการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพการให้บริการสู่มาตรฐานสากล ขอบเขตการให้บริการแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มบริการหลัก เช่น บริการอุปกรณ์สนับสนุนอากาศยาน การขนถ่ายสัมภาระและสินค้า และกลุ่มบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดการทั่วไปด้านภาคพื้นและบริการลูกเรือ รัฐบาลคาดหวังว่าโครงการจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินของสุวรรณภูมิ และสนับสนุนเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
Airport Services
สคร. ยัน AOT เลื่อนคืนพื้นที่ดิวตี้ฟรี ไม่ยกเลิกสัญญา
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การคืนพื้นที่ร้านค้าปลอดอากรขาเข้าของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ไม่ใช่การยกเลิกสัญญา แต่เป็นการเลื่อนออกไป โดยเงื่อนไขในสัญญายังคงเป็นรูปแบบเดิม และสามารถเจรจาแก้ไขสัญญาได้ แต่ต้องยึดผลประโยชน์สูงสุดของรัฐเป็นสำคัญ ทั้งนี้ สคร. จะไม่เข้าไปดูรายละเอียดตัวเลขทางการเงินที่เป็นความลับทางธุรกิจระหว่าง AOT กับคู่สัญญาโดยตรง ไทม์ไลน์สำคัญเริ่มจากวันที่ 2 กรกฎาคม 2567 ที่คณะรัฐมนตรีรับทราบแนวทางหยุดใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับร้านดิวตี้ฟรีขาเข้า ก่อนที่ AOT จะรับคืนพื้นที่จากคิง เพาเวอร์ รวมประมาณ 2,250.60 ตารางเมตร ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 และเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 AOT ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเพื่อเสนอแนวทางนำบริการดิวตี้ฟรีขาเข้ากลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง
Airport Services▲
SAV ลุ้นเที่ยวบินครึ่งปีหลังฟื้น โบรกเคาะเป้า 18 บาท
บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV มีแนวโน้มผลการดำเนินงานฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2569 หลังปริมาณเที่ยวบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชาเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น โดยมีโอกาสเข้าประมูลงานใหม่รวมกว่า 3,200 ล้านบาท ขณะที่โบรกเกอร์สองแห่งปรับมุมมองเชิงบวกและคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 18 บาท ในไตรมาส 2/2569 SAV มีกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน และรายได้ 451 ล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อน เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้เที่ยวบินระหว่างประเทศลดลง แต่ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมปริมาณเที่ยวบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากสายการบินเวียดนามที่ปรับเส้นทางมาบินผ่านกัมพูชามากขึ้น หลังกัมพูชาเปิดให้เที่ยวบินเช่าเหมาลำกับจีนอีกครั้ง บริษัทเตรียมเข้าร่วมประมูลงานติดตั้งระบบตรวจจับสิ่งแปลกปลอมบนทางวิ่งของท่าอากาศยานไทย (AOT) มูลค่า 1,300 ล้านบาท และงานจัดหาอุปกรณ์วิทยุการบินแห่งประเทศไทย มูลค่า 1,900 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการที่เข้าประมูลกว่า 3,200 ล้านบาท โดยบล.กรุงศรีคาดกำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ 550 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน และเพิ่มเป็น 615 ล้านบาทในปี 2570 ขณะที่บล.พายปรับประมาณการกำไรปี 2569 ลง 3% มาอยู่ที่ 584 ล้านบาท แต่ยังเติบโต 7% จากปีก่อน
Airport Services▲
AOT คาดผู้โดยสารปี 2569 แตะ 126-129 ล้านคน รับไฮซีซันและเส้นทางบินใหม่
AOT เดินหน้าแผนเพิ่มรายได้-ลดต้นทุน พร้อมคุมค่าใช้จ่ายและบริหารเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รับทิศทางผู้โดยสารฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ที่มีปัจจัยหนุนจากไฮซีซันท่องเที่ยวและเส้นทางบินใหม่ ทั้งในเอเชียและยุโรป รวมถึงเส้นทางบินตรงจากภูเก็ตไปอิสราเอล ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 1-15 สิงหาคม 2569 จำนวนผู้โดยสารเติบโตประมาณ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะได้อานิสงส์จากบิ๊กอีเวนต์ระดับโลก เช่น เทศกาลดนตรี Tomorrowland คอนเสิร์ต K-pop และการประชุมธนาคารโลก โดย AOT ประเมินยอดผู้โดยสารรวมทั้งปีไว้ที่ 126-129 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่สูง ซึ่งอาจกระทบต้นทุนสายการบินและการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว
Airport Services▲
BAFS เตรียมรับไฮซีซัน Q4 หลังฟื้นตัวจากวิกฤตตะวันออกกลาง
บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ หรือ BAFS คาดว่าผลงานไตรมาส 3/2569 จะฟื้นตัวจากปริมาณการเข้าสนามบินสุวรรณภูมิที่เพิ่มขึ้น หลังวิกฤตตะวันออกกลางคลี่คลาย ขณะที่ไตรมาส 4 จะได้แรงหนุนจากเทศกาลวันชาติจีนและมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวของรัฐ ดัน EBITDA เติบโตแข็งแกร่ง โดยบริษัทต่อสัญญาโครงการ Into-Plane Services กับท่าอากาศยานไทยเป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน เพื่อลดความไม่แน่นอน และขยายพอร์ตพลังงานสะอาด โดยมีกำลังการผลิตรวม 52 เมกะวัตต์ และเตรียมเปิด COD โครงการโซลาร์รูฟท็อปเพิ่ม รวมถึงโรงไฟฟ้าขยะชุมชนสุราษฎร์ธานีที่ถือหุ้น 30% คาด COD ภายในสิ้นปีนี้ ดันกำลังการผลิตรวมเป็น 56 เมกะวัตต์
Airport Services▲
BAFS เดินหน้า JUMP+ ตั้งเป้ารายได้ 4.3 พันล้านบาทในปี 2571
BAFS เปิดเผยผลดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 839 ล้านบาท กำไรสุทธิ 61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และงวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% โดยบริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ JUMP+ ตั้งเป้ารายได้รวมเพิ่มเป็น 4,300 ล้านบาทภายในปี 2571 จาก 3,669 ล้านบาทในปี 2569 โดยมีโครงการท่อขนส่งน้ำมันภาคเหนือระยะที่ 3 หรือ "ลิงก์ไลน์" ความคืบหน้า 93% คาดเปิดดำเนินการปลายปี 2569 และจะเพิ่มปริมาณขนส่งน้ำมันอีก 800 ล้านลิตร ผลักดันส่วนแบ่งตลาดเป็น 62% ในปี 2570 ขณะที่ธุรกิจพลังงานสะอาดมีกำลังผลิตติดตั้งรวม 55 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าขยะสุราษฎร์ธานีคืบหน้า 81% คาดเปิดเชิงพาณิชย์ธันวาคม 2569 นอกจากนี้ AOT อนุญาตให้ BAFS ดำเนินงานเติมน้ำมันที่สุวรรณภูมิต่อชั่วคราวไม่เกิน 3 ปี 6 เดือน และบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.13 บาท เพิ่มขึ้น 18%
Airport Services▲
BAFS ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 3.67 พันล้านบาท เดินหน้าโครงการท่อส่งน้ำมัน
BAFS เปิดแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ารายได้รวม 3,669 ล้านบาท และปริมาณเติมน้ำมันอากาศยาน 5,400 ล้านลิตร พร้อมเดินหน้าโครงการขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 หรือ Link Line สระบุรี-อ่างทอง ซึ่งมีความคืบหน้าก่อสร้าง 93% คาดเปิดดำเนินการภายในสิ้นปี 2569 โดยโครงการนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันไหลผ่านระบบ 700-800 ล้านลิตรต่อปี และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของกลุ่ม BAFS จาก 40% เป็น 62% ในปี 2570 ขณะที่ธุรกิจเติมน้ำมันอากาศยานยังมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยปริมาณเติมน้ำมันเฉลี่ยที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 13.9 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และบริษัทได้รับอนุมัติให้ดำเนินธุรกิจ Into-plane Services ต่อชั่วคราวไม่เกิน 3 ปี 6 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงระยะสั้น
Airport Services▲
BAFS ปรับเป้ารายได้ปี 69 แตะ 3.67 พันล้านบาท ลุยขยายพอร์ตพลังงาน
บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ หรือ BAFS เปิดเผยในงาน Earnings Call ว่า บริษัทปรับเป้ารายได้รวมปีนี้ที่ 3,670 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนที่ 3,700 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางช่วงต้นปี ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 3/69 คาดผลงานใกล้เคียงปีก่อน แต่ดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน โดยยอดเติมน้ำมันเฉลี่ยรายวันที่สุวรรณภูมิและดอนเมืองในเดือนสิงหาคมเพิ่มเป็น 13.9 ล้านลิตรต่อวัน จาก 13.6 ล้านลิตรต่อวันในเดือนก่อน และ Load Factor สายการบินยังสูงที่ 80% บริษัทตั้งเป้าดัน EBITDA จากธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคเป็น 40% ของกลุ่มภายใน 5 ปี พร้อมเพิ่มกำลังผลิตโซลาร์ปีละ 5–10 เมกะวัตต์ โครงการท่อส่งน้ำมันภาคเหนือ Phase 3 เส้นทางสระบุรี–อ่างทอง ระยะทาง 52 กิโลเมตร คืบหน้า 93% คาดเปิดดำเนินการสิ้นปีนี้ และตั้งเป้าปริมาณน้ำมันผ่านท่อเพิ่ม 700–800 ล้านลิตรต่อปี ทำให้รายได้ของบริษัท บิ๊กซี เพ็ทโทรเลียม ทรานสปอร์ต หรือ BPT โตราว 10% ต่อปีใน 3 ปีแรก และส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 40% ในปี 2569 เป็น 62% ในปีถัดไป ขณะเดียวกันบริษัทมั่นใจว่าจะได้รับคัดเลือกให้บริหารสัมปทานเติมน้ำมันสนามบินสุวรรณภูมิต่อในกรอบ 3 ปี 6 เดือน จากสถิติบริการดีเยี่ยมตลอด 20 ปี
Airport Services▲
AOT แก้สล็อตเกินจริงสำเร็จ รับไฮซีซัน ผู้โดยสารโต 8%
AOT ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาการจองสล็อตบินเกินจริง ส่งผลให้ศักยภาพการบินในช่วงฤดูหนาวนี้แข็งแกร่ง โดยผู้โดยสารในช่วงครึ่งแรกของเดือนสิงหาคมเติบโต 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และภาพรวมเดือนสิงหาคมโต 4% ขณะที่เส้นทางตะวันออกกลางพุ่ง 100% และอัตราการบรรทุกผู้โดยสารของเที่ยวบินตรงเพิ่มเป็น 95-97% จากเดิม 89% การปรับขึ้นค่าธรรมเนียม PSC ไม่กระทบปริมาณผู้โดยสาร และ AOT ยังเตรียมเสนอ ครม. อนุมัติผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 (ออสการ์) ในเดือนกันยายนเพื่อแก้ปัญหาคอขวด ขณะเดียวกันจะปรับพื้นที่ขาเข้าเพื่อขายสินค้าที่เสียภาษีปกติร่วมกับคิง เพาเวอร์ คาดสร้างรายได้เพิ่ม 100 ล้านบาทต่อปี
Airport Services▼
ท่าอากาศยานเซี่ยเหมินรายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 250 ล้านหยวน ลดลง 10.79% เมื่อเทียบปีก่อน
ท่าอากาศยานเซี่ยเหมินเปิดเผยรายงานครึ่งปีแรกของปี 2026 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,249 ล้านหยวน ลดลง 3.75% เมื่อเทียบปีก่อน และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 250 ล้านหยวน ลดลง 10.79% เมื่อเทียบปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 72.15 ล้านหยวน ลดลงอย่างมากถึง 76.40% เมื่อเทียบปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ของบริษัทอยู่ที่ 34.35% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35.59% อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 6.07% และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.60 หยวน อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่สี่ ขณะที่อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือลดลงอย่างมากเมื่อเทียบปีก่อน จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 20,700 ราย และผู้ถือหุ้นรายใหญ่สิบอันดับแรกถือหุ้นรวมกันคิดเป็น 73.63% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Airport Services▼
สนามบินไป๋หยุนรายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ที่ 427 ล้านหยวน ลดลง 43.13% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สนามบินไป๋หยุนเปิดเผยรายงานครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 4.06 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 427 ล้านหยวน ลดลง 43.13% เมื่อเทียบกับปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1.742 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 0.40% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ล่าสุดของบริษัทอยู่ที่ 31.01% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.32% อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.06% และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.17 หยวน ลดลง 46.88% เมื่อเทียบกับปีก่อน จำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 79,400 ราย โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกถือหุ้นรวมกันคิดเป็น 65.00% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
Airport Services▼
รายงานครึ่งปี 2569 ของ หางซิน เทคโนโลยี: ขาดทุนจากนโยบายการชำระเงินที่ปรับเปลี่ยน กระแสเงินสดดีขึ้น
หางซิน เทคโนโลยี เปิดเผยรายงานครึ่งปี 2569 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โดยได้รับผลกระทบจากการปรับนโยบายการชำระเงินของลูกค้าหน่วยงานพิเศษ และต้นทุนการดำเนินงานในต่างประเทศที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผลประกอบการช่วงเวลาดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญและเข้าสู่ภาวะขาดทุน ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้ควบคุมที่แท้จริงมีการเปลี่ยนแปลง และหุ้นกู้แปลงสภาพได้ถูกไถ่ถอนก่อนกำหนดและเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์แล้ว ในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 869 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 7.31 เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ติดลบ 17 ล้านหยวน พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนเมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิหลังหักรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำอยู่ที่ติดลบ 18 ล้านหยวน ลดลงถึงร้อยละ 210.81 เมื่อเทียบกับปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ติดลบ 11 ล้านหยวน โดยกระแสเงินสดไหลออกสุทธิลดลงอย่างมากถึงร้อยละ 87.72 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อพิจารณาโครงสร้างธุรกิจ ธุรกิจซ่อมบำรุงและบริการด้านการบินมีรายได้ 845 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.71 เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 25.15 ลดลง 2.56 จุด百分點จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจพัฒนาและสนับสนุนอุปกรณ์มีรายได้เพียง 22 ล้านหยวน ลดลงอย่างมากถึงร้อยละ 84.56 เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นลดลงไปอยู่ที่ติดลบร้อยละ 166.13 สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของนโยบายการชำระเงินของลูกค้าหน่วยงานพิเศษ บริษัทได้ปรับลดรายได้ของธุรกิจส่วนนี้ลงประมาณ 93 ล้านหยวน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงประมาณ 89 ล้านหยวน ก่อนหน้านี้ บริษัทเคยถูกออกรายงานการตรวจสอบแบบไม่มีเงื่อนไขพร้อมข้อความเน้นความไม่แน่นอนที่มีนัยสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานต่อเนื่อง เนื่องจากขาดทุนต่อเนื่องและข้อจำกัดจากบัญชี MEU ของสหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น การไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพจนเสร็จสิ้น การเร่งเรียกเก็บลูกหนี้การค้า และการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งช่วยขจัดข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินงานต่อเนื่องได้บางส่วน แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นข้อกังวลระยะยาว
Airport Services▲
โวลาโต กรุ๊ป จะควบรวมกับ อะไลน์เมนต์ เอ็นจิ้น ในข้อตกลงมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์
โวลาโต กรุ๊ป ได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายที่จะควบรวมกับ อะไลน์เมนต์ เอ็นจิ้น ในข้อตกลงที่มีมูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ ธุรกรรมนี้จะปรับตำแหน่งของโวลาโตให้มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง การประมวลผลประสิทธิภาพสูง และการพัฒนา Data Center ผ่านวิทยาเขตอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานของอะไลน์เมนต์ในรัฐโอไฮโอ โวลาโตจะยังคงเป็นบริษัทแม่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลังจากการควบรวมครั้งนี้ หุ้นของโวลาโตเพิ่มขึ้น 66.24% มาอยู่ที่ 0.26 ดอลลาร์จากข่าวดังกล่าว
Airport Services
สนามบินฮาเนดะเปิดอาคารใหม่ ก.ย. นี้ รับดีมานด์ท่องเที่ยวพุ่ง
สนามบินฮาเนดะในกรุงโตเกียวเปิดตัวอาคารผู้โดยสารส่วนขยายฝั่งเหนือแห่งใหม่ในวันนี้ ก่อนเปิดใช้งานจริงในเดือนกันยายนนี้ โดยมีประตูขึ้นเครื่อง 6 จุด เพื่อรองรับปริมาณการเดินทางทางอากาศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อาคารส่วนขยายของอาคารผู้โดยสาร 1 นับเป็นการขยายพื้นที่ครั้งใหญ่นับตั้งแต่เปิดใช้งานอาคารหลักเมื่อเดือนกันยายน 2536 โดยเจแปน แอร์พอร์ต เทอร์มินัล ผู้บริหารจัดการสนามบินฮาเนดะ เปิดเผยว่า โครงสร้างอาคารใช้เหล็กและไม้ประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายในอาคารมีเลานจ์ พื้นที่สำหรับเด็ก และบริการรถยนต์ไร้คนขับ iino ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 4 คนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 60 ล้านคนภายในปี 2573 โดยยอดผู้ใช้บริการสนามบินฮาเนดะในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงทะลุ 90 ล้านคนเป็นครั้งแรก และจำนวนเที่ยวบินขึ้นลงแตะระดับราว 490,000 เที่ยวบิน ซึ่งถือเป็นเพดานสูงสุดของความจุสนามบินแล้ว เพื่อแก้ปัญหาความแออัดและเที่ยวบินล่าช้า สายการบินญี่ปุ่นประกาศตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ ผู้โดยสารเที่ยวบินภายในประเทศต้องเช็กอินโหลดสัมภาระล่วงหน้าอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเครื่องออก จากเดิม 20 นาที คุมิโกะ ไซโตะ เจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ กล่าวว่า เนื่องจากระยะทางจากจุดตรวจค้นความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ผู้โดยสารต้องมาถึงเร็วขึ้นเพื่อทำขั้นตอนเช็กอินให้เสร็จสิ้น และขอความร่วมมือให้เครื่องบินออกเดินทางตรงเวลา กระทรวงการท่องเที่ยวและคมนาคมของญี่ปุ่นระบุว่า อัตราการตรงต่อเวลาของเที่ยวบิน ซึ่งกำหนดเป็นการออกเดินทางภายใน 15 นาทีจากเวลาที่กำหนด ยังคงลดลงต่อเนื่อง โดยมีค่าเฉลี่ย 83% สำหรับสายการบิน 10 อันดับแรกในปีงบประมาณ 2568
Airport Services▼
ไฮเทค ไฮเทค กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 อยู่ที่ 51.24 ล้านหยวน ลดลง 19.56% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ไฮเทค ไฮเทค เปิดเผยรายงานครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 51.24 ล้านหยวน ลดลง 19.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 751 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 6.56% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 29.17 ล้านหยวน ลดลง 111.26% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ล่าสุดอยู่ที่ 33.76% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 32.47% ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.37% และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 0.07 หยวน