หุ้นไทยร่วง 12 จุด กังวลสงครามตะวันออกกลางปะทุและแรงขายหุ้นแบงก์หลังประกาศงบไตรมาส 2

EarningsGeopolitics Impact 4
โดย efinanceThai·อ่านต้นฉบับ
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง 12.23 จุด มาอยู่ที่ 1,640.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,795 ล้านบาท โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยกกระดาน นำโดย BBL, ADVANC, KTB, SCB และ DELTA ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่นิ่งและไร้วี่แววเจรจาที่มีนัยยะ ประกอบกับการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของกลุ่มแบงก์ที่ออกมาไม่โดดเด่น โดย KKP, KBANK และ TTB มีกำไรโดดเด่น ขณะที่ BBL และ SCB กำไรลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน และ SCB มีกำไรลดลง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติพลิกมาขายสุทธิ 472 ล้านบาทเมื่อวานนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 13 วันทำการ ด้านบล.กรุงศรีคาดว่าตลาดจะเคลื่อนไหวในกรอบไซด์เวย์ถึงขาขึ้น โดยสงครามที่ผันผวนเป็นภาพระยะสั้นที่เป็นลบ หลังอิหร่านทำลายดาต้าเซ็นเตอร์ของ Amazon ที่บาห์เรน และทรัมป์ขู่โจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน ดันน้ำมันดิบเบรนท์กลับมาเหนือ 90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานและความมั่นคงในระยะสั้น นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวทรัมป์เตรียมประกาศภาษีมาตรา 301 เก็บภาษี 10-12.5% กับ 60 ประเทศ แทนมาตรา 122 ที่หมดอายุ 24 กรกฎาคมนี้ ด้านบล.พายระบุว่าตลาดอยู่ในช่วงชั่งน้ำหนักระหว่างผลประกอบการกับสงคราม โดยผลประกอบการยังมีทิศทางเติบโตดี หลังเห็นสัญญาณกำไรกลุ่มต้นน้ำขยายตัวดีจาก TSMC และ ASML จึงเริ่มเห็นแรงเก็งกำไรในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ คืนนี้รอติดตามผลประกอบการของ ALPHABET ว่าจะมีทิศทาง CAPEX และการเติบโตอย่างไร แต่การเร่งขึ้นของ US Bond Yield ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ตลาดผันผวน โดยตลาดยังเชื่อว่าจะเห็นการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้และปีหน้า ราคาน้ำมันจึงเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย กลยุทธ์ยังเน้นใช้ปริมาณเงินไม่มากด้วย Valuation โดยหุ้นแนะนำได้แก่ กลุ่มส่งออกอย่าง ITC และ TU, ค้าปลีกอย่าง CPALL, CPN และ HMPRO, นิคมฯ อย่าง AMATA และ WHA, โรงไฟฟ้าอย่าง BGRIM และ GPSC และการเงินอย่าง MTC

ผลกระทบต่อหุ้น 21

Financials± ผสม · 5 หุ้น
Digital Finance & Tokenization · 3 หุ้น
Bangkok Bank PCL
BBL
▼ ลบเงินทุนความเกี่ยวข้อง

Bangkok Bank (BBL) saw profit decline compared to previous year, leading to sell-off.

Semiconductors · 2 หุ้น
ASML Holding N.V.
ASML
▲ บวกอุปสงค์ความเกี่ยวข้อง

Article mentions strong upstream profit expansion from ASML, leading to speculative buying in semiconductor stocks.

Energy Transition & Power Demand · 2 หุ้น
Artificial Intelligence · 2 หุ้น
Consumer Staples · 2 หุ้น
Cloud & Digital Infrastructure · 1 หุ้น
Electrification & Mobility · 1 หุ้น
Climate Adaptation & Water · 1 หุ้น
Real Estate · 1 หุ้น
Consumer Discretionary · 1 หุ้น

ผลกระทบต่อธีม 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2impact 4

ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย
2impact 4

ล็อกฮีด มาร์ติน ลงนามข้อตกลงกรอบความร่วมมือ JATM กับกระทรวงสงครามสหรัฐฯ

กระทรวงสงครามสหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงกรอบความร่วมมือครั้งสำคัญกับล็อกฮีด มาร์ติน เพื่อเร่งขยายการผลิตและการส่งมอบขีปนาวุธ AIM-260 Joint Advanced Tactical Missile อย่างรวดเร็ว โดยกำหนดแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างหลายปีภายใต้กรอบ "Arsenal of Freedom" ของรัฐบาลทรัมป์ ขีปนาวุธ AIM-260 JATM ได้รับการออกแบบมาเพื่อทดแทน AIM-120 AMRAAM รุ่นเดิม ด้วยพิสัยยิงที่ไกลขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การประมวลผลสัญญาณขั้นสูง และอานุภาพทำลายล้างที่เหนือกว่าต่อภัยคุกคามทางอากาศจากประเทศที่มีศักยภาพเทียบเท่าและใกล้เคียง ล็อกฮีด มาร์ติน เป็นผู้รับเหมาหลักรายสำคัญ ขณะที่นอร์ธรอป กรัมแมน จัดหามอเตอร์จรวดเชื้อเพลิงแข็งขั้นสูง หัวรบ และเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ และได้ส่งมอบมอเตอร์จรวดเชื้อเพลิงแข็งสำหรับใช้ทางยุทธวิธีมากกว่า 1 ล้านเครื่อง บริษัท RTX ซึ่งเป็นผู้ผลิต AMRAAM รายเดิม กำลังร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตรนาโตเพื่อขยายการผลิต AMRAAM ให้ได้อย่างน้อย 1,900 หน่วยต่อปี และโบอิงกับเจเนอรัล ไดนามิกส์ก็มีแนวโน้มได้รับประโยชน์ในฐานะซัพพลายเออร์ระบบนำร่อง การนำวิถี วัตถุระเบิด และชิ้นส่วนโครงสร้าง คาดว่ากรอบความร่วมมือนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนที่เน้นภาคกลาโหม ซึ่งรวมถึงกองทุน iShares U.S. Aerospace & Defense ETF ที่มีสินทรัพย์สุทธิ 1.254 หมื่นล้านดอลลาร์ กองทุน Invesco Aerospace & Defense ETF ที่มีมูลค่าตลาด 7.63 พันล้านดอลลาร์ และกองทุน State Street SPDR S&P Aerospace & Defense ETF ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 6.13 พันล้านดอลลาร์
Zacks Investment Research·12hอ่านต่อ →

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอนุมัติการขายอาวุธให้ซาอุดีอาระเบียที่มีศักยภาพมูลค่า 5.75 พันล้านดอลลาร์

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้อนุมัติการขายอาวุธที่มีศักยภาพสองรายการให้ซาอุดีอาระเบีย รวมมูลค่า 5.75 พันล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นชุดชุดนำวิถีและระเบิด JDAM-ER มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ และข้อตกลงแยกต่างหากมูลค่า 750 ล้านดอลลาร์สำหรับเครื่องยนต์รถถัง AGT-1500 ชุด JDAM ประกอบด้วยชุดนำวิถี JDAM รุ่น KMU-572 จำนวน 5,004 ชุด และ KMU-556 จำนวน 5,000 ชุด พร้อมระเบิด BLU-111 จำนวน 5,004 ลูก และ BLU-117 จำนวน 5,000 ลูก โดยโบอิ้งได้รับการระบุเป็นผู้รับเหมาหลักสำหรับ JDAM-ER และฮันนี่เวลล์รับผิดชอบเครื่องยนต์ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่าการขายครั้งนี้จะเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันทางอากาศของซาอุดีอาระเบีย และปรับปรุงความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังสหรัฐและพันธมิตรในอ่าว สำหรับโบอิ้ง ข้อตกลงนี้ถือว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับงานในมือที่รอส่งมอบของกลุ่มธุรกิจป้องกันประเทศ อวกาศ และความมั่นคง ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 85 พันล้านดอลลาร์ โดยคำสั่งซื้อจากต่างประเทศคิดเป็น 27% แล้ว และกลุ่มธุรกิจนี้รายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาสที่สอง ส่วนใหญ่เป็นผลจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน VC-25B สำหรับฮันนี่เวลล์ แอโรสเปซ สัญญา AGT-1500 ที่มีขนาดเล็กกว่านั้นสอดคล้องกับธุรกิจเครื่องยนต์ขับเคลื่อนด้านการป้องกันประเทศที่มีอยู่แล้ว และเพิ่มเติมให้กับธุรกิจป้องกันประเทศระหว่างประเทศซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของรายได้รวมด้านการป้องกันประเทศและอวกาศ การขายที่มีศักยภาพทั้งสองรายการนี้ไม่มีขนาดใหญ่พอที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการระยะสั้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยลำพัง
Insider Monkey·19hอ่านต่อ →