Oil & Gas Refining & Marketing▲
Valero Energy แต่งตั้ง Matt Audette เข้าสู่คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ
Valero Energy ได้แต่งตั้ง Matt Audette เป็นกรรมการอิสระและสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบ โดย Audette ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ LPL Financial และเคยดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินที่ E*TRADE คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ Audette เข้าสู่คณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งจะเพิ่มประสบการณ์ด้านการรายงานทางการเงินและด้านกฎระเบียบอย่างลึกซึ้งให้กับคณะกรรมการชุดนี้ Valero Energy เป็นบริษัทกลั่นน้ำมันสัญชาติสหรัฐฯ ที่ผลิต ทำการตลาด และจำหน่ายเชื้อเพลิงเหลวเพื่อการขนส่งที่ได้จากปิโตรเลียมและคาร์บอนต่ำ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีทั่วทวีปอเมริกาและยุโรป การแต่งตั้งครั้งนี้ส่งผลกระทบทั้งต่อการดำเนินธุรกิจกลั่นน้ำมันแบบดั้งเดิมและกิจกรรมคาร์บอนต่ำที่กำลังเติบโตของบริษัท
Oil & Gas Refining & Marketing▼
พบจุดรั่วท่อน้ำมันพระราม 3 ใต้ปลอกครอบท่อแผลยาว 6.6 เซนติเมตร
น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่าพบจุดรั่วของท่อขนส่งน้ำมันบริเวณถนนเชื้อเพลิง พระราม 3 แล้ว โดยอยู่ใต้ปลอกครอบท่อหรือ Sleeve ซึ่งยาวประมาณ 1.8 เมตร และติดแน่นกับท่อจนไม่สามารถเลื่อนออกได้ จึงต้องลอกปลอกออกทีละแผ่นเพื่อตรวจสอบสภาพท่ออย่างละเอียด ผลการตรวจด้วยเครื่อง UT Scan หรือ Ultrasonic Testing เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ระบุจุดรั่วซึมอยู่จากปลายปลอกครอบท่อเข้าไปประมาณ 1.2 เมตร และพบแผลบนท่อยาวประมาณ 6.6 เซนติเมตร ลึกประมาณ 7 มิลลิเมตร กรมธุรกิจพลังงานได้แจ้งให้กลุ่มบริษัทบางจากจัดหา Third Party ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยตรวจสอบ โดยทีมวิศวกรจะเร่งซ่อมแผลด้วยวิธี Wrap แล้วตรวจซ้ำด้วย UT Scan และเครื่องมืออื่นอย่างน้อย 2 ครั้ง ก่อนเข้าสู่กระบวนการ Pressure Test หลังจากนั้นจะทำ Intelligent Pigging Test ตรวจสอบภายในท่อตลอดแนวระยะทางประมาณ 32 กิโลเมตร เพื่อประเมินความหนาของท่อและค้นหาจุดเสี่ยงรั่วซึมเพิ่มเติม หากพบจุดเสี่ยงบริษัทต้องจัดทำแผนเปลี่ยนท่อใหม่ รวมถึงจุดที่เสียหายในปัจจุบัน ขณะที่กรมธุรกิจพลังงานได้สั่งให้บริษัทส่งประวัติการบำรุงรักษาท่อและข้อมูลบริเวณที่ติดตั้งปลอกหุ้มท่อทั้งหมด โดยเฉพาะแนวท่อบริเวณตอม่อทั้งหมด ต้องสำรวจและวางแผนแนวท่อใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ปัจจุบัน
Oil & Gas Refining & Marketing▲
มาราธอน ปิโตรเลียม พุ่ง 7.3% หลังนักวิเคราะห์ปรับเพิ่มคำแนะนำและผลประกอบการดีเกินคาด
หุ้นมาราธอน ปิโตรเลียม ปรับขึ้น 7.3% หลังจากนักวิเคราะห์ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนและผลประกอบการออกมาดีเกินคาด โดยหุ้นดังกล่าวทำผลงานได้ดีกว่าทั้งกลุ่มพลังงานน้ำมันและตลาดโดยรวมในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา บริษัทรายงานรายได้ 52,337 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 5,138 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 และมีกำหนดหารือเกี่ยวกับผลประกอบการไตรมาส 3 ในการประชุมทางไกลเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว การคาดการณ์เชิงบรรยายสำหรับมาราธอน ปิโตรเลียม คาดการณ์รายได้ 137.9 พันล้านดอลลาร์ และกำไร 5.2 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2029 ซึ่งบ่งชี้ว่ารายได้จะลดลง 3.6% ต่อปี และกำไรจะลดลง 3.3 พันล้านดอลลาร์ จากระดับ 8.5 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน การคาดการณ์ดังกล่าวให้มูลค่ายุติธรรมที่ 324.56 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าราคาปัจจุบัน 24% ขณะที่นักวิเคราะห์ที่มองบวกที่สุดบางรายเคยคาดว่ารายได้อาจแตะประมาณ 198.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไร 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การปรับเพิ่มคำแนะนำของนักวิเคราะห์และผลตอบแทนของราคาหุ้นที่เหนือกว่าตลาดเมื่อไม่นานมานี้ ตอกย้ำว่าโมเมนตัมของกำไรเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นที่สำคัญ แม้ว่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงความเสี่ยงหลักที่ว่าความต้องการผลิตภัณฑ์กลั่นในอนาคตอาจอ่อนแอลงในเชิงโครงสร้างเมื่อเวลาผ่านไป
Oil & Gas Refining & Marketing
BCP ตั้ง "บัณฑิต หรรษาไพบูลย์" นั่งซีอีโอคนใหม่ มีผล 1 ม.ค. 2570
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP แจ้งการปรับทัพผู้บริหารครั้งใหญ่ โดยนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ จะพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 31 ธ.ค. 2569 เนื่องจากครบวาระตามสัญญาจ้าง ขณะที่คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้ง นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่แทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 เป็นต้นไป
Oil & Gas Refining & Marketing
BCP ตั้งบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ นั่งซีอีโอกลุ่มบางจาก มีผล 1 ม.ค. 2570
คณะกรรมการบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน หรือ BCP มีมติแต่งตั้งนายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป มติดังกล่าวออกในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 12/2569 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569 และบริษัทได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ปัจจุบันนายบัณฑิตดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการรับตำแหน่งต่อจากนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้างในวันที่ 31 ธันวาคม 2569
Oil & Gas Refining & Marketing
BCP ตั้ง "บัณฑิต หรรษาไพบูลย์" นั่ง CEO คนใหม่ แทน "ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช"
บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น หรือ BCP เปิดเผยความคืบหน้าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารระดับสูง โดยนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่คนปัจจุบัน จะพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระตามสัญญาจ้างในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 12/2569 เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งนายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่สืบแทน โดยการแต่งตั้งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
Oil & Gas Refining & Marketing
บอร์ด BCP ตั้ง "บัณฑิต หรรษาไพบูลย์" นั่ง CEO คนใหม่ มีผล 1 ม.ค. 2570
คณะกรรมการบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP มีมติอนุมัติแต่งตั้งนายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 เป็นต้นไป ปัจจุบันนายบัณฑิตดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการรับตำแหน่งแทนนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้างในวันที่ 31 ธ.ค. 2569 บริษัทได้แจ้งมติดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว
Oil & Gas Refining & Marketing
บางจากตั้ง 'บัณฑิต หรรษาไพบูลย์' นั่งซีอีโอคนใหม่ มีผล 1 ม.ค. 2570
คณะกรรมการบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP มีมติแต่งตั้ง นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป ต่อจาก นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้างในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เป็นผู้อนุมัติการแต่งตั้งครั้งนี้ ปัจจุบันนายบัณฑิตดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด และเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ-โรงกลั่น และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน รวมถึงเคยปฏิบัติหน้าที่ในบริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) นายบัณฑิตสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท Master of Business Administration จาก Lehigh University ประเทศสหรัฐอเมริกา และปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเคมี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Oil & Gas Refining & Marketing
BCP ตั้ง “บัณฑิต หรรษาไพบูลย์” นั่งซีอีโอคนใหม่ มีผล 1 ม.ค. 2570
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช จะพ้นจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้างในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 12/2569 เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 มีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่แทนนายชัยวัฒน์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
Oil & Gas Refining & Marketing▲
Marathon Petroleum ซื้อขายที่ 421.96 ดอลลาร์ ขณะอันดับ Zacks แตะระดับ Strong Buy
Marathon Petroleum ปิดการซื้อขายวันล่าสุดที่ 421.96 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.94% แซงหน้าการปรับขึ้น 1.14% ของดัชนี S&P 500 หุ้นของบริษัทกลั่นน้ำมันแห่งนี้ปรับขึ้น 14.74% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เอาชนะการปรับขึ้น 1.41% ของกลุ่มพลังงานน้ำมัน และการปรับลง 2.85% ของดัชนี S&P 500 ก่อนการประกาศผลประกอบการที่กำลังจะมาถึง บริษัทคาดว่าจะรายงานกำไรต่อหุ้นที่ 23.15 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 669.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ด้วยรายได้ 32.84 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 8.39% สำหรับทั้งปี ประมาณการฉันทามติของ Zacks คาดการณ์กำไรที่ 59.15 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้ 154.8 พันล้านดอลลาร์ เปลี่ยนแปลงที่ +452.8% และ +14.48% ตามลำดับ ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ประมาณการกำไรต่อหุ้นฉันทามติของ Zacks ปรับขึ้น 26.78% และปัจจุบัน Marathon Petroleum มีอันดับ Zacks อยู่ที่อันดับ 1 ซึ่งเป็นระดับ Strong Buy
Oil & Gas Refining & Marketing▲
มาราธอนและวาเลโรพุ่งกว่า 150% ขณะนักวิเคราะห์แนะให้รอ
มาราธอน ปิโตรเลียม และวาเลโร เอเนอร์จี ต่างพุ่งขึ้นกว่า 150% นับตั้งแต่ต้นปี แต่ปัจจุบันทั้งสองแห่งซื้อขายสูงกว่าเป้าหมายราคาที่นักวิเคราะห์ให้ฉันทามติ ส่งผลให้ทั้งสองหุ้นได้รับคำแนะนำระดับถือเป็นส่วนใหญ่ มาราธอนปรับขึ้น 157.1% แตะ 413.20 ดอลลาร์ และวาเลโรปรับขึ้น 152.4% แตะ 404.84 ดอลลาร์ เทียบกับเป้าหมายฉันทามติที่ 370.17 ดอลลาร์ และ 355.47 ดอลลาร์ ตามลำดับ การพุ่งขึ้นครั้งนี้ได้แรงหนุนจากส่วนต่างราคากลั่นที่เพิ่มขึ้นราวสองเท่าในปี 2026 หลังจากโดรนโจมตีของยูเครนทำให้กำลังการกลั่นของรัสเซียหายไปกว่า 2.8 ล้านบาร์เรล โดยฝ่ายบริหารของมาราธอนประเมินว่ากำลังการผลิตทั่วโลกที่หยุดชะงักมีมากกว่า 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าค่าปกติในอดีตราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน โรงกลั่นทั้งสองแห่งทำกำไรรวมกันราว 8.8 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สองของปี 2026 แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์แล้วว่ากำไรปี 2027 จะลดลงอย่างรุนแรง เหลือ 33.95 ดอลลาร์สำหรับมาราธอน และ 31.21 ดอลลาร์สำหรับวาเลโร ทำให้อัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า 13 เท่าและ 14 เท่าดูเหมือนกับกับดักมูลค่าในจุดสูงสุดของวัฏจักร การถือหุ้นเสียงข้างมากของมาราธอนใน MPLX หนุนการเติบโตของเงินปันผลปีละ 12.5% ในปี 2026 และ 2027 ขณะที่วาเลโรได้ประโยชน์จากอาร์บิทราจน้ำมันเบนซินที่กลับมาเปิดอีกครั้ง ซึ่งทำให้การนำเข้าน้ำมันเบนซินสุทธิของสหรัฐลดลงราว 400,000 บาร์เรลต่อวัน วาเลโรคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น 2.6 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สอง และมาราธอนคืนเงินมากกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ โดยยังเหลือวงเงินซื้อหุ้นคืนอีก 6.1 พันล้านดอลลาร์
Oil & Gas Refining & Marketing▲
โคสโมะเซกิยูเริ่มใช้แนฟทาที่ได้จากกระบวนการผลิต SAF
เมื่อวันที่ 17 โคสโมะเซกิยูประกาศว่าได้เริ่มใช้แนฟทาที่เกิดขึ้นร่วมในกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนหรือ SAF ร่วมกับมารุเซ็นเซกิคากาคุ อุเบะมารุเซ็นโพลิเอทิลีน และ SAF FAIRE SKY ENERGY โดยจะนำแนฟทาที่ได้จากการผลิต SAF ซึ่งใช้น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็นวัตถุดิบ ภายในหน่วยผลิต SAF ของโรงกลั่นซาไกของโคสโมะเซกิยู มาใช้เป็นวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ โดย SAF FAIRE SKY ENERGY เป็นผู้ผลิตแนฟทา โคสโมะเซกิยูเป็นผู้จัดหา มารุเซ็นเซกิคากาคุผลิตเคมีภัณฑ์พื้นฐาน และอุเบะมารุเซ็นโพลิเอทิลีนผลิตโพลิเอทิลีนเพื่อต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์พลาสติก ทั้งสี่บริษัทจะผลักดันการขยายปริมาณการจัดหาและการพัฒนาการใช้งานในอนาคต เพื่อนำไปสู่การลดคาร์บอนในภาคเคมีภัณฑ์ สิ่งทอ และบรรจุภัณฑ์ต่อไป
Oil & Gas Refining & Marketing▼
รัฐหั่นราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 4 บาท ฉุดกำไรหุ้นโรงกลั่นหด 3-4%
คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานประกาศปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ โรงกลั่นลง 4 บาทต่อลิตร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้หุ้นกลุ่มโรงกลั่นปรับตัวลงแรง โดยหุ้นไทยออยล์ หรือ TOP ร่วง 4.17% หรือ 2.75 บาท ปิดที่ 63.25 บาทต่อหุ้น และหุ้น SPRC ลดลง 3.60% หรือ 0.50 บาท ปิดที่ 13.70 บาทต่อหุ้น นายสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก กล่าวกับทันหุ้นว่า มาตรการนี้กระทบหุ้น TOP และ BCP มากที่สุด เนื่องจากทั้งสองแห่งมีกำลังการผลิตรวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของกำลังการผลิตน้ำมันทั้งประเทศ โดยประเมินจากปริมาณผลิตดีเซลของโรงกลั่นหลักๆ วันละ 20 ล้านลิตร จะคิดเป็นมูลค่าผลกระทบ 80 ล้านบาทต่อวัน และความเสียหายรวมตลอดช่วงมาตรการอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท กดกำไรสุทธิของกลุ่มโรงกลั่นลดลงประมาณ 3-4% ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง ระบุว่ามติเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสูงกว่ามติเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ถือเป็น Negative Surprise จากการแทรกแซงของภาครัฐที่ต่อเนื่องและมากขึ้น และเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มโรงกลั่นต่อไป
Oil & Gas Refining & Marketing▲
วาเลโร เอเนอร์จี ปรับขึ้น 1.57% ขณะตลาดร่วงก่อนรายงานผลประกอบการวันที่ 22 ตุลาคม
วาเลโร เอเนอร์จี ปิดการซื้อขายล่าสุดที่ 403.28 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.57% ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 0.45% ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 1.21% และดัชนีแนสแด็กลดลง 0.01% บริษัทกลั่นน้ำมันแห่งนี้ปรับขึ้น 13.42% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แซงหน้าการเพิ่มขึ้น 3.72% ของกลุ่มพลังงานน้ำมัน และแซงหน้าการลดลง 2.43% ของดัชนีเอสแอนด์พี 500 วาเลโรมีแผนรายงานผลประกอบการในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์กำไร 18.09 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 394.26% จากปีก่อนหน้า ด้วยรายได้ 3.854 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19.81% สำหรับทั้งปี ประมาณการฉันทามติของแซ็กส์คาดการณ์กำไร 46.41 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้ 1.5052 แสนล้านดอลลาร์ เปลี่ยนแปลง +337.42% และ +22.68% ตามลำดับ ประมาณการกำไรต่อหุ้นตามฉันทามติปรับขึ้น 14.24% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และวาเลโร เอเนอร์จี ปัจจุบันมีอันดับแซ็กส์ที่ 1 ซึ่งหมายถึงน่าซื้ออย่างยิ่ง
Oil & Gas Refining & Marketing▼
รัฐเพิ่มส่วนลดดีเซลหน้าโรงกลั่นเป็น 4 บาท กดกำไร BCP-TOP-SPRC
คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานมีมติยกเลิกประกาศเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาทต่อลิตร และปรับลดราคาดังกล่าวสำหรับน้ำมันดีเซลเป็น 4.00 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้ บล.ดาโอ มีมุมมองเป็นลบต่อกลุ่มโรงกลั่นจากความเสี่ยงด้านนโยบายที่สูงขึ้น โดยเชื่อว่ากระทบกำไรและกระแสเงินสดเรียงจากมากไปน้อยคือ BCP TOP PTTGC IRPC และ SPRC พร้อมคงน้ำหนักการลงทุนเท่ากับตลาดสำหรับกลุ่มพลังงาน และแนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มโรงกลั่นก่อน โดยมีคำแนะนำ TOP ถือ เป้า 70.00 บาท SPRC ถือ เป้า 12.00 บาท และ BCP ซื้อ เป้า 50.00 บาท ขณะที่ยังชอบ PTTEP ซื้อ เป้า 180.00 บาท จากแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยน้ำมันที่กลับมาสูงขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2569 ด้าน บล.กรุงศรี มอง slightly negative ต่อกลุ่มโรงกลั่น หลังภาครัฐขอส่วนลดราคาน้ำมันดีเซลจากโรงกลั่นสูงกว่าที่คาด โดยหากภาครัฐขอส่วนลดดีเซลที่ 4 บาทต่อลิตรต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2569 จะทำให้ประมาณการกำไรมี Downside ใน TOP ราว 6% SPRC 8% และ BCP 7% ขณะที่ราคาเป้าหมายจะถูกกระทบราว TOP 1.4% SPRC 2.2% และ BCP 2.8% ตามลำดับ แต่ยังคงมุมมอง Bullish ต่อกลุ่มโรงกลั่นจากแนวโน้ม Supply ที่ตึงตัว โดยเลือก TOP เป็น Top Pick และคาดว่าโครงการ CFP จะเริ่ม COD ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2571 เป็นปัจจัยหนุนศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
Oil & Gas Refining & Marketing▲
ATLAS คาดกำไร Q3/69 โต รับ LPG ขยายตัว เร่งเปิด Gas Shop อีก 150 สาขา
บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS ประเมินว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 มีทิศทางที่ดีขึ้น จากปริมาณการใช้ LPG ที่ขยายตัวในทุกกลุ่ม ทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคยานยนต์ พร้อมเริ่มรับรู้รายได้จากโรงบรรจุ LPG ที่ขยายเพิ่มอีก 3 แห่ง นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด LPG ภาคครัวเรือนจากระดับ 4.8% ณ ไตรมาส 2/2569 ควบคู่กับแผนขยายเครือข่าย Gas Shop เพิ่มอีก 130–150 สาขาภายในปี 2569 หลังจากครึ่งปีแรกของปีนี้ขยายเพิ่มได้แล้ว 72 สาขา ส่งผลให้ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 525 สาขา โดยตลาด LPG ภาคครัวเรือนมีขนาดตลาดมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี และในปี 2569 บริษัทฯ เชื่อมั่นว่ายอดขายจะเติบโตที่ระดับ double digit และมีปริมาณจำหน่ายก๊าซมากกว่า 4.5 แสนตันตามเป้าหมาย
Oil & Gas Refining & Marketing▼
หุ้นโรงกลั่นร่วง TOP BCP IRPC หลังรัฐสั่งลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 4 บาท/ลิตร
หุ้นกลุ่มโรงกลั่นปรับตัวลงแรง นำโดย TOP BCP และ IRPC หลังราชกิจจานุเบกษาประกาศปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล 4 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569 โดยหุ้นบริษัท ไทยออยล์ จำกัด มหาชน หรือ TOP ลดลง 6.44% หรือ 4.25 บาท มาอยู่ที่ 61.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,540 ล้านบาท ขณะที่หุ้นบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน หรือ BCP ลดลง 5.29% หรือ 3 บาท มาอยู่ที่ 53.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,412 ล้านบาท และหุ้นบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด มหาชน หรือ IRPC ลดลง 8.78% หรือ 0.26 บาท มาอยู่ที่ 2.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 617 ล้านบาท ทั้งนี้ บล.ฟิลลิป ระบุว่า หุ้นในกลุ่มโรงกลั่นมีแนวโน้มได้รับผลบวกจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบอย่างจำกัด หลังการประกาศปรับลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นดังกล่าว
Oil & Gas Refining & Marketing▼
หุ้นโรงกลั่นร่วงหนัก รัฐหั่นดีเซลหน้าโรงกลั่น 4 บาท โบรกชี้ TOP ยังเด่น
หุ้นกลุ่มโรงกลั่นปรับตัวลดลงทั้งกลุ่ม หลังราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่มติคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้ปรับลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น 4.00 บาทต่อลิตร ระหว่างวันที่ 16 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569 โดยเมื่อเวลา 11:29 น. หุ้นไทยออยล์ หรือ TOP อยู่ที่ 61.75 บาท ลบ 4.25 บาท หรือ 6.44% บางจาก คอร์ปอเรชั่น หรือ BCP อยู่ที่ 53.50 บาท ลบ 3.25 บาท หรือ 5.73% พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC อยู่ที่ 47.75 บาท ลบ 2.50 บาท หรือ 4.98% ไออาร์พีซี หรือ IRPC อยู่ที่ 2.72 บาท ลบ 0.24 บาท หรือ 8.11% และสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง หรือ SPRC อยู่ที่ 13.10 บาท ลบ 0.80 บาท หรือ 5.76% บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ระบุว่าการขอส่วนลดราคาน้ำมันดีเซลของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นเป็น 4.00 บาทต่อลิตร สูงกว่าสมมติฐานเดิมที่ฝ่ายวิจัยรวมผลกระทบไว้ที่ 2.40 บาทต่อลิตรจนถึงสิ้นปี 2569 ส่งผลให้ประมาณการกำไรของหุ้นโรงกลั่น ได้แก่ TOP SPRC และ BCP มีความเสี่ยงด้านลบราว 3-4% ขณะที่ราคาเป้าหมายปี 2570 มีความเสี่ยงลดลงประมาณ 0.6-1.2% และหากภาครัฐขอส่วนลดในระดับ 4 บาทต่อลิตรต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2569 จะทำให้ประมาณการกำไรของ TOP มี Downside ราว 6% SPRC ราว 8% และ BCP ราว 7% ขณะที่ราคาเป้าหมายอาจได้รับผลกระทบราว 1.4% 2.2% และ 2.8% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม บล.กรุงศรียังคงมุมมอง Bullish ต่อกลุ่มโรงกลั่น โดยเลือก TOP เป็นหุ้นเด่น จากแนวโน้มการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันที่โดดเด่นกว่ากลุ่มในระยะยาว โดยเฉพาะหลังโครงการพลังงานสะอาด หรือ Clean Fuel Project เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 3/2571 ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ ประเทศไทย ระบุว่ามีมุมมองเชิงลบต่อกลุ่มโรงกลั่น โดยประเมินผลกระทบเรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ BCP TOP PTTGC IRPC และ SPRC พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงกลั่นในระยะนี้ โดยแนะนำ ถือ TOP ราคาเป้าหมาย 70.00 บาท ถือ SPRC ราคาเป้าหมาย 12.00 บาท และ ซื้อ BCP ราคาเป้าหมาย 50.00 บาท ขณะเดียวกันยังคงเลือก PTTEP เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงาน พร้อมคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 180.00 บาท
Oil & Gas Refining & Marketing▲
ยูบีเอส ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้นวาเลโร เอนเนอร์จี เป็น 450 ดอลลาร์ มองแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ยูบีเอส ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของบริษัท วาเลโร เอนเนอร์จี คอร์ปอเรชัน จาก 355 ดอลลาร์ เป็น 450 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 8 กันยายน พร้อมคงคำแนะนำซื้อหุ้นดังกล่าว การปรับราคาเป้าหมายครั้งนี้บ่งชี้ถึงโอกาสขาขึ้นเกือบ 17% จากระดับปัจจุบัน และสูงกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของหุ้นที่กว่า 393 ดอลลาร์ ซึ่งทำได้เมื่อต้นเดือนนี้ คำแนะนำดังกล่าวตั้งอยู่บนความคาดหวังว่าอัตรากำไรจากการกลั่นที่แข็งแกร่งผิดปกติทั่วโลกจะคงอยู่ยาวนานกว่าที่เคยประเมินไว้ เนื่องจากโรงกลั่นที่เสียหายหรือหยุดเดินเครื่องต้องใช้เวลาในการกลับมาดำเนินงานเต็มรูปแบบ และการโจมตีโรงกลั่นของรัสเซียโดยยูเครนยังจำกัดกำลังการผลิตทั่วโลกเพิ่มเติม แกรี ซิมมอนส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของวาเลโร กล่าวว่าโอกาสทำกำไรจากส่วนต่างราคาสำหรับการส่งออกน้ำมันเครื่องบินไปยังยุโรปได้กลับมาเปิดอีกครั้ง และบริษัทคาดว่าอัตรากำไรของน้ำมันเครื่องบินจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของไตรมาสที่สาม เนื่องจากโรงกลั่นเปลี่ยนไปผลิตดีเซลตามข้อกำหนดฤดูหนาว บริษัทกลั่นน้ำมันแห่งนี้คืนเงินให้ผู้ถือหุ้น 2.6 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สอง ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 695 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า และเจสัน กาเบลแมน จากทีดี โคเวน คาดว่าวาเลโรจะซื้อหุ้นคืนประมาณ 20% ของมูลค่าตลาดระหว่างไตรมาสที่สามถึงสิ้นปีหน้า การเคลื่อนไหวของยูบีเอสส่งสัญญาณความเชื่อมั่นว่าส่วนต่างราคากลั่นที่สูงจะสนับสนุนการปรับขึ้นต่อไปได้ แม้ว่าการชะลอตัวของอัตรากำไรจากการกลั่นยังคงเป็นความเสี่ยงหลักต่อประมาณการกำไรและราคาหุ้น
Oil & Gas Refining & Marketing▼
กรุงศรีคงมุมมองบวกกลุ่มโรงกลั่น เลือก TOP หุ้นเด่นเป้า 83 บาท
บล.กรุงศรี คงมุมมอง BULLISH ต่อกลุ่มโรงกลั่น โดยมองว่าในระยะยาวปี 2569-2571 กลุ่มโรงกลั่นจะเด่นจากแนวโน้มซัพพลายที่ตึงตัวและกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาจำกัด ส่งผลให้ค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี แม้ spread จะปรับฐานสู่ระดับปกติ แต่ยังสร้างกระแสเงินสดและจ่ายปันผลในระดับสูงได้ต่อเนื่อง โดยเลือกหุ้น TOP เป็นหุ้น Top pick จากแนวโน้มการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันที่เด่นกว่ากลุ่มในระยะยาวหลังโครงการ CFP เริ่ม COD ในไตรมาส 3/71 พร้อมแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 83 บาท สำหรับกรณีที่ กบน. มีมติให้ปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซล 4 บาทต่อลิตร ตั้งแต่ 16 ก.ย. ถึง 31 ต.ค. 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพในช่วงเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลางนั้น ฝ่ายวิจัยมอง slightly negative ต่อกลุ่มโรงกลั่น ทำให้ประมาณการในกลุ่มมี Downside ประมาณ 3-4% และกระทบต่อราคาเป้าหมายปี 2570 ลดลงราว 0.6-1.2% ทั้งนี้ หากภาครัฐขอส่วนลดที่ 4 บาทต่อลิตร ไปจนถึงสิ้นปี 2569 จะทำให้ประมาณการกำไรมี Downside ต่อ TOP ราว 6% ต่อ SPRC ราว 8% และต่อ BCP ราว 7% และกระทบราคาเป้าหมายของ TOP ราว 1.4% ของ SPRC ราว 2.2% และของ BCP ราว 2.8% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่าหาก Product Spread เริ่มปรับตัวลดลงในช่วงหลังเดือน ต.ค. 2569 ภาครัฐมีโอกาสปรับลดส่วนลดราคาดีเซลในช่วงที่เหลือของปีได้ โดยระบุว่าการแทรกแซงของภาครัฐจะค่อยๆ ลดลงตามระดับ Product Spread เมื่อราคาน้ำมันปรับฐานเข้าสู่ระดับปกติ ทำให้กลุ่มโรงกลั่นยังสามารถสร้างกระแสเงินสดและจ่ายเงินปันผลในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง และหากราคาหุ้นในกลุ่มปรับตัวลดลง มองเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ
Oil & Gas Refining & Marketing▲
ATLAS คาดยอดขาย Q3/69 สดใส ลุยขยาย Gas Shop เพิ่ม 130-150 สาขา
บมจ.แอตลาส เอ็นเนอยี หรือ ATLAS ประเมินว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 3/69 จะสดใส โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจ LPG ที่เติบโตแข็งแกร่งในทุกกลุ่ม ทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคยานยนต์ ประกอบกับปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลในประเทศที่ฟื้นตัว และการเริ่มรับรู้รายได้จากโรงบรรจุ LPG ที่ขยายเพิ่มอีก 3 แห่ง นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ATLAS กล่าวว่าบริษัทตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด LPG ภาคครัวเรือนจาก 4.8% ณ ไตรมาส 2/69 พร้อมแผนขยายเครือข่าย Gas Shop เพิ่มอีก 130-150 สาขาภายในปี 69 หลังจากครึ่งปีแรกขยายได้แล้ว 72 สาขา ทำให้ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 525 สาขา โดยตลาด LPG ภาคครัวเรือนมีขนาดมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี บริษัทยังเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ผลิตถังก๊าซ LPG Alumax หรือถังอะลูมิเนียมแบบขึ้นรูปไร้รอยต่อ ซึ่งมีน้ำหนักเบาและแข็งแรงสูง และในปี 69 เชื่อมั่นว่ายอดขายจะเติบโต double digit และมีปริมาณจำหน่ายก๊าซมากกว่า 4.5 แสนตันตามเป้าหมาย
Oil & Gas Refining & Marketing▲
ATLAS คาดยอดขาย Q3/69 โตเด่น รับก๊าซขาขึ้น ลุยขยาย Gas Shop สู่ 130-150 สาขา
บมจ. แอตลาส เอ็นเนอยี หรือ ATLAS ประเมินว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 จะปรับตัวดีขึ้น โดยได้แรงหนุนจากปริมาณการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือ LPG ที่ขยายตัวในทุกกลุ่ม ทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคยานยนต์ รวมทั้งการเริ่มรับรู้รายได้จากโรงบรรจุ LPG ที่ขยายเพิ่มอีก 3 แห่ง นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด LPG ภาคครัวเรือนจากระดับ 4.8% ณ ไตรมาส 2/2569 ควบคู่กับแผนขยายเครือข่าย Gas Shop เพิ่มอีก 130-150 สาขาภายในปี 2569 หลังจากในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นครึ่งปีแรกของปีนี้ขยายเพิ่มได้แล้ว 72 สาขา ส่งผลให้ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 525 สาขา ทั้งนี้ ตลาด LPG ภาคครัวเรือนที่บริษัทฯ มุ่งขยายมีขนาดตลาดมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี ขณะที่ ATLAS ยังครองตำแหน่งผู้นำตลาด LPG ในภาคยานยนต์ และเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ผลิตถังก๊าซ LPG Alumax ซึ่งเป็นถังอะลูมิเนียมแบบขึ้นรูปไร้รอยต่อ น้ำหนักเบาและแข็งแรงสูง โดยในปี 2569 บริษัทฯ เชื่อมั่นว่ายอดขายจะเติบโตที่ระดับ double digit และมีปริมาณจำหน่ายก๊าซมากกว่า 4.5 แสนตันตามเป้าหมาย
Oil & Gas Refining & Marketing▲
ATLAS คาดยอดขาย Q3/69 โต รับอานิสงส์ LPG ขาขึ้น เปิด Gas Shop เพิ่ม 130-150 สาขา
บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS ผู้จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวภายใต้แบรนด์ก๊าซหุงต้มพีที ประเมินว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 จะมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยได้แรงหนุนจากปริมาณการใช้ LPG ที่ขยายตัวในทุกกลุ่มทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคยานยนต์ พร้อมกันนี้บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงบรรจุ LPG ที่ขยายเพิ่มอีก 3 แห่ง นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ATLAS ยังเป็นผู้นำตลาด LPG ในภาคยานยนต์ และเตรียมขยายตลาด LPG ภาคครัวเรือนซึ่งมีขนาดตลาดมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดครัวเรือนจากระดับ 4.8% ณ ไตรมาส 2/2569 ควบคู่กับแผนขยายเครือข่าย Gas Shop เพิ่มอีก 130-150 สาขาภายในปี 2569 หลังจากในไตรมาส 2/2569 ขยายเพิ่มได้แล้ว 72 สาขา ส่งผลให้ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 525 สาขา ทั้งนี้ ATLAS เป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ผลิตถังก๊าซ LPG Alumax ซึ่งเป็นถังอะลูมิเนียมแบบขึ้นรูปไร้รอยต่อ น้ำหนักเบาและแข็งแรงสูง และในปี 2569 บริษัทเชื่อมั่นว่ายอดขายจะเติบโตที่ระดับ double digit และมีปริมาณจำหน่ายก๊าซมากกว่า 4.5 แสนตันตามเป้าหมาย
Oil & Gas Refining & Marketing▲
ATLAS คาดกำไรไตรมาส 3/69 โตเด่น รับดีมานด์ LPG ฟื้น เร่งขยาย Gas Shop สู่ 525 สาขา
นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS ผู้จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวภายใต้แบรนด์ก๊าซหุงต้มพีที เปิดเผยว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/69 คาดว่าจะเติบโตในทิศทางที่ดี จากปริมาณการใช้ LPG ที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคยานยนต์ ขณะเดียวกันบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงบรรจุ LPG ที่ขยายเพิ่มอีก 3 แห่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการและสนับสนุนปริมาณการจำหน่ายให้เติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบัน ATLAS เป็นผู้นำตลาด LPG ภาคยานยนต์ และอยู่ระหว่างเร่งขยายตลาด LPG ภาคครัวเรือนเพื่อผลักดันส่วนแบ่งตลาดจากระดับเดิม 4.8% โดยประเมินว่าตลาด LPG ภาคครัวเรือนยังมีศักยภาพเติบโตสูงจากขนาดตลาดมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี บริษัทจึงเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดควบคู่กับแผนขยายเครือข่าย Gas Shop อีก 130-150 สาขาภายในปี 69 หลังช่วงครึ่งปีแรกเปิดเพิ่มแล้ว 72 สาขา ส่งผลให้ปัจจุบันมีสาขารวม 525 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ ATLAS ยังเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ผลิตถังก๊าซ LPG PT Alumax ซึ่งเป็นถังอะลูมิเนียมแบบขึ้นรูปไร้รอยต่อ น้ำหนักเบาและแข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงจากรอยต่อของถัง และบริษัทมั่นใจว่ายอดขายปี 69 จะเติบโตในระดับสองหลัก พร้อมตั้งเป้าปริมาณจำหน่ายก๊าซมากกว่า 450,000 ตัน
Oil & Gas Refining & Marketing▲
ATLAS ส่งซิกไตรมาส 3/2569 ฟอร์มดี ลุยตลาด LPG ครัวเรือน ตั้งเป้ายอดขายโต double digit
บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS ผู้จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์ก๊าซหุงต้มพีที (PT) ส่งสัญญาณผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยนายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ระบุว่าปริมาณการใช้ LPG ยังขยายตัวจากความต้องการที่สูงขึ้นในทุกกลุ่ม ทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคยานยนต์ อีกทั้งบริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงบรรจุ LPG ที่ขยายเพิ่มอีก 3 แห่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการและสนับสนุนปริมาณการขายให้เติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบัน ATLAS ครองตำแหน่งผู้นำตลาด LPG ในภาคยานยนต์ และเตรียมขยายตลาด LPG ภาคครัวเรือนซึ่งมีขนาดตลาดมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดครัวเรือนจากระดับ 4.8% ณ ไตรมาส 2/2569 ควบคู่กับแผนขยายเครือข่าย Gas Shop เพิ่มอีก 130–150 สาขาภายในปี 2569 หลังจากในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นครึ่งปีแรกของปีนี้ขยายเพิ่มได้แล้ว 72 สาขา ส่งผลให้ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 525 สาขา ขณะเดียวกันบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ผลิตถังก๊าซ LPG Alumax หรือถังอะลูมิเนียมแบบขึ้นรูปไร้รอยต่อ (Seamless) ซึ่งมีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงสูง ช่วยยกระดับความปลอดภัยและสร้างความแตกต่างจากถังก๊าซหุงต้มทั่วไปในตลาด สำหรับปี 2569 บริษัทฯ เชื่อมั่นว่ายอดขายจะเติบโตที่ระดับ double digit และมีปริมาณจำหน่ายก๊าซมากกว่า 4.5 แสนตันตามเป้าหมาย
Oil & Gas Refining & Marketing▲
วาระที่ 7 บางจากตกไป ACE นั่งบอร์ดต่อ ผู้ถือหุ้น 7 รายยื่นฟ้องเพิกถอนมติ
มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 69 คว่ำวาระที่ 7 ซึ่งเป็นข้อเสนอของคณะกรรมการบางจากเอง ไม่ใช่ของผู้ถือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อแก้ไขข้อบังคับบริษัทให้ยกระดับคุณสมบัติกรรมการ โดยกำหนดว่าผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการต้องไม่เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวโทษหรือถูกอายัดทรัพย์สินโดยสำนักงาน ปปง. ในคดีฟอกเงิน ซึ่งหากมติผ่าน กรรมการที่เป็นตัวแทนของกลุ่มทุนเป้าหมายจะพ้นตำแหน่งทันที โดยเรื่องนี้ถูกมองว่ามุ่งเป้าไปที่ บ.อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี หรือ ACE ซึ่งถือหุ้นใหญ่ราว 16.82% และมีตัวแทนนั่งเป็นบอร์ด และถูก ปปง. อายัดทรัพย์สินไว้ ผลการโหวตเห็นด้วยมีเพียง 69.50% ต่ำกว่าเกณฑ์ 75% หรือไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิ์ออกเสียง มติดังกล่าวจึงตกไป ทำให้ตัวแทนจาก บ.อัลฟ่า ชาร์เตอร์ดฯ ยังนั่งเป็นบอร์ดบางจากได้ต่อไปตามโครงสร้างเดิม เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายของ ปปง. ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด อย่างไรก็ดี ต่อมามีผู้ถือหุ้นรายย่อย 7 ราย แต่งตั้งทนายความเพื่อฟ้องร้องขอให้เพิกถอนมติดังกล่าวที่มีการลงคะแนนเสียงไปแล้ว โดยมีกระแสข่าวว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้เข้ามาถือหุ้นบางจากได้เพียงไม่กี่วัน
Oil & Gas Refining & Marketing▲
ATLAS คาดกำไร Q3/69 โต รับอานิสงส์ LPG ขยายตัว เร่งเปิด Gas Shop สู่ 525 สาขา
บมจ.แอตลาส เอ็นเนอยี หรือ ATLAS ประเมินว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 จะเติบโตขึ้น โดยได้แรงหนุนจากปริมาณการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือ LPG ที่ขยายตัวในทุกกลุ่ม ทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคยานยนต์ รวมทั้งการเริ่มรับรู้รายได้จากโรงบรรจุ LPG ที่ขยายเพิ่มอีก 3 แห่ง นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด LPG ภาคครัวเรือนจากระดับ 4.8% ณ ไตรมาส 2/2569 ควบคู่กับแผนขยายเครือข่าย Gas Shop เพิ่มอีก 130–150 สาขา ภายในปี 2569 หลังจากครึ่งปีแรกของปีนี้ขยายเพิ่มได้แล้ว 72 สาขา ส่งผลให้ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 525 สาขา ทั้งนี้ ตลาด LPG ภาคครัวเรือนมีขนาดตลาดมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี และบริษัทฯ ยังเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ผลิตถังก๊าซ LPG Alumax ซึ่งเป็นถังอะลูมิเนียมแบบขึ้นรูปไร้รอยต่อ น้ำหนักเบาและแข็งแรงสูง โดยในปี 2569 บริษัทฯ เชื่อมั่นว่ายอดขายจะเติบโตที่ระดับ double digit และมีปริมาณจำหน่ายก๊าซมากกว่า 4.5 แสนตัน ตามเป้าหมาย
Oil & Gas Refining & Marketing▲
ฟิลลิปส์ 66 บวก 2.83% ขณะที่อันดับ Zacks แตะระดับซื้ออย่างแข็งแกร่งก่อนประกาศผลประกอบการ
ฟิลลิปส์ 66 ปิดการซื้อขายวันล่าสุดที่ 264.34 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.83% จากเซสชันก่อนหน้า แซงหน้าผลขาดทุนรายวันของเอสแอนด์พี 500 ที่ 0.45% การลดลง 0.63% ของดาวโจนส์ และการร่วงลง 0.78% ของแนสแด็ก ก่อนหน้านั้น หุ้นของบริษัทกลั่นน้ำมันแห่งนี้เพิ่มขึ้น 6.86% เอาชนะการเพิ่มขึ้น 2% ของกลุ่มน้ำมันและพลังงาน และผลขาดทุน 1.99% ของเอสแอนด์พี 500 สำหรับการประกาศผลประกอบการที่กำลังจะมาถึง ฟิลลิปส์ 66 คาดว่าจะรายงานกำไรต่อหุ้นที่ 8.73 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 246.43% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ด้วยรายได้ 35.54 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.62% สำหรับทั้งปี ประมาณการฉันทามติของ Zacks คาดการณ์กำไรที่ 24.47 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้ 156.82 พันล้านดอลลาร์ เปลี่ยนแปลง +279.97% และ +14.84% ตามลำดับจากปีที่แล้ว ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ประมาณการกำไรต่อหุ้นฉันทามติของ Zacks ปรับขึ้น 0.12% และปัจจุบันฟิลลิปส์ 66 มีอันดับ Zacks ที่ 1 ซึ่งเป็นระดับซื้ออย่างแข็งแกร่ง ด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้าที่ 10.51 เทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 9.13
Oil & Gas Refining & Marketing▲
EA ส่งมอบคาร์บอนเครดิต 57,327 ITMOs จาก Bangkok E-Bus ให้ KliK สวิตเซอร์แลนด์
บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เปิดเผยว่าโครงการ Bangkok E-Bus Programme ได้ส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานประจำปี 2568 จำนวน 57,327 ITMOs ให้แก่ KliK Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้มียอดส่งมอบสะสมรวม 108,960 ITMOs โครงการนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Green Energy Ecosystem ของ EA ที่เชื่อมโยงพลังงานสะอาด แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ และการบริหารจัดการคาร์บอนเข้าด้วยกัน โดย Bangkok E-Bus Programme นำรถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คันมาให้บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อทดแทนรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลและก๊าซธรรมชาติ และผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการเดินรถจริงสามารถตรวจวัด ตรวจสอบ รับรอง และถ่ายโอนระหว่างประเทศภายใต้ Article 6.2 แห่งความตกลงปารีส นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA กล่าวว่าโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Green Energy Ecosystem ของ EA สามารถสร้างมูลค่าได้ตลอดห่วงโซ่ และระบุว่า ESG ไม่ได้แยกออกจากธุรกิจหลัก แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การเติบโตของบริษัท
Oil & Gas Refining & Marketing
PBF Energy ตั้งราคาหุ้นกู้แลกเปลี่ยนดอกเบี้ย 0% มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ ครบกำหนดปี 2032
PBF Energy เปิดเผยว่าบริษัทย่อย PBF Holding ได้ตั้งราคาหุ้นกู้แลกเปลี่ยนดอกเบี้ย 0% มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ ครบกำหนดปี 2032 ในการเสนอขายแบบเอกชน ผู้ซื้อรายแรกมีสิทธิ์ซื้อหุ้นกู้เพิ่มเติมได้ไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์ หุ้นกู้ดังกล่าวเป็นภาระผูกพันระดับอาวุโสและไม่มีหลักประกันของผู้ออกหุ้นกู้ โดยจะไม่จ่ายดอกเบี้ยเป็นประจำ และมูลค่าเงินต้นของหุ้นกู้จะไม่เพิ่มขึ้น
Oil & Gas Refining & Marketing▲
4 โบรกเชียร์ TOP รับอานิสงส์โครงการ CFP ดันกำลังกลั่นแตะ 4 แสนบาร์เรล
บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งออกมามองบวกต่อความคืบหน้าโครงการพลังงานสะอาด CFP ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP หลังการก่อสร้างเดินหน้าตามแผน โดยโครงการจะเพิ่มกำลังการกลั่น รองรับน้ำมันดิบได้หลากหลายขึ้น และปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ไปสู่สินค้ามูลค่าสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มค่าการกลั่นและความสามารถทำกำไรในระยะยาว บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่าหลังเข้าเยี่ยมชมโครงการ CFP โครงการนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อโครงสร้างโรงกลั่นของ TOP โดยจะเพิ่มกำลังการกลั่นจาก 375,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน พร้อมเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตของหน่วยยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์จาก 28% เป็น 50% และเพิ่มดัชนีความซับซ้อนของโรงกลั่นจาก 9.8 เป็น 12 ขณะที่สัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยาน จะเพิ่มขึ้นจาก 53% เป็น 62% โดยทรีนีตี้แนะนำ ซื้อเก็งกำไร TOP ให้ราคาเป้าหมาย 74 บาท ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า ประเทศไทย จำกัด ระบุว่าโครงการ CFP จะเพิ่มกำลังการกลั่นจาก 275,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน พร้อมเพิ่มความสามารถในการกลั่นน้ำมันดิบชนิดหนักซึ่งมีราคาต่ำกว่าเป็น 40-50% และลดการใช้น้ำมันดิบชนิดเบาจากเกือบทั้งหมด เหลือประมาณ 40-50% ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 งานก่อสร้างภายใต้สัญญา EPCM มีความคืบหน้า 34.87% โดยหน่วยกลั่นน้ำมันดิบแห่งที่ 4 หรือ CDU-4 ขนาด 220,000 บาร์เรลต่อวัน มีเป้าหมายเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2/70 ก่อนที่โครงการ CFP จะเปิดดำเนินงานเต็มรูปแบบในไตรมาส 3/71 สำหรับหน่วย ERU ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ CFP จะมีกำลังผลิตไฟฟ้า 250 เมกะวัตต์ และผลิตไอน้ำ 175 ตันต่อชั่วโมง โดย TOP และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC อยู่ระหว่างเจรจาซื้อขาย ERU หลังไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขเดิม คาดได้ข้อสรุปภายในวันที่ 30 ต.ค.69 โดยหยวนต้าคงคำแนะนำ Trading และให้ราคาเป้าหมาย 74 บาท ด้านบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุว่ามูลค่าลงทุนรวมของโครงการอยู่ที่ประมาณ 7.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากไม่รวม ERU จึงคงคำแนะนำ ซื้อ TOP พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 88 บาท ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่าอัตราการกลั่นน้ำมันดิบของ TOP จะทยอยเพิ่มจาก 307,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2569 เป็น 320,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2570 และ 350,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2571 ก่อนเพิ่มเป็น 400,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2572 หลังโครงการ CFP เปิดดำเนินงานเต็มรูปแบบ และคาดว่าจะช่วยเพิ่มค่าการกลั่นตลาดประมาณ 4-5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยคงคำแนะนำ ซื้อ TOP และให้ราคาเป้าหมาย 70 บาท
Oil & Gas Refining & Marketing▲
EA ส่งมอบ 57,327 ITMOs ให้ KliK Foundation สวิตเซอร์แลนด์
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานประจำปี 2568 จำนวน 57,327 ITMOs ให้แก่ KliK Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้โครงการ Bangkok E-Bus Programme ส่งผลให้มียอดส่งมอบสะสมรวม 108,960 ITMOs โครงการดังกล่าวนำรถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คันมาให้บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อทดแทนรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลและก๊าซธรรมชาติ โดยผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการเดินรถจริงผ่านการตรวจวัด ตรวจสอบ รับรอง และถ่ายโอนระหว่างประเทศภายใต้ Article 6.2 แห่งความตกลงปารีส นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Bangkok E-Bus Program เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Green Energy Ecosystem ของ EA สามารถสร้างคุณค่าตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด การลดเชื้อเพลิงฟอสซิล ไปจนถึงการบริหารจัดการผลการลดก๊าซเรือนกระจกให้เกิดมูลค่าในระดับนานาชาติ และระบุว่า ESG ไม่ได้แยกออกจากธุรกิจหลัก แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การเติบโตของบริษัท
Oil & Gas Refining & Marketing▲
EA ส่งมอบ ITMOs 57,327 หน่วยให้ KliK Foundation สวิตเซอร์แลนด์
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานประจำปี 2568 จำนวน 57,327 ITMOs ให้แก่ KliK Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้โครงการ Bangkok E-Bus Programme ส่งผลให้มียอดส่งมอบสะสมรวม 108,960 ITMOs โครงการดังกล่าวนำรถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คันมาให้บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อทดแทนรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลและก๊าซธรรมชาติ โดยผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการเดินรถจริงผ่านการตรวจวัด ตรวจสอบ รับรอง และถ่ายโอนระหว่างประเทศภายใต้ Article 6.2 แห่งความตกลงปารีส นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Bangkok E-Bus Programme เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Green Energy Ecosystem ของ EA สามารถสร้างมูลค่าได้ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ไปจนถึงการบริหารจัดการผลการลดก๊าซเรือนกระจกให้เกิดมูลค่าในระดับนานาชาติ
Oil & Gas Refining & Marketing▲
พีบีเอฟ เอเนอร์จี ตั้งราคาหุ้นกู้แลกเปลี่ยนดอกเบี้ย 0% วงเงิน 500 ล้านดอลลาร์ ครบกำหนดปี 2032
พีบีเอฟ เอเนอร์จี ประกาศว่า พีบีเอฟ โฮลดิง คัมปานี แอลแอลซี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อม ได้ตั้งราคาหุ้นกู้แลกเปลี่ยนดอกเบี้ย 0% ครบกำหนดปี 2032 วงเงินรวม 500 ล้านดอลลาร์ ในการเสนอขายแบบเอกชนที่ได้รับการยกเว้นการจดทะเบียน หุ้นกู้ดังกล่าวออกโดย พีบีเอฟ ไฟแนนซ์ คอร์ปอเรชัน ร่วมกับบริษัทแม่ เป็นพันธบัตรด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันที่ไม่จ่ายดอกเบี้ยเป็นประจำ ครบกำหนดวันที่ 15 มกราคม 2032 และมีอัตราแลกเปลี่ยนเริ่มต้นที่ 10.3306 หุ้นของหุ้นสามัญคลาสเอของ พีบีเอฟ เอเนอร์จี ต่อมูลค่าหลัก 1,000 ดอลลาร์ เทียบเท่าราคาแลกเปลี่ยนเริ่มต้นประมาณ 96.80 ดอลลาร์ต่อหุ้น คิดเป็นพรีเมียมประมาณ 37.5% เหนือราคาปิด 70.40 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 การเสนอขายคาดว่าจะปิดในวันที่ 17 กันยายน 2026 และผู้ออกหุ้นกู้ได้ให้สิทธิผู้ซื้อรายแรกในการซื้อหุ้นกู้เพิ่มเติมได้สูงสุดอีก 50 ล้านดอลลาร์ของมูลค่าหลักรวม เงินสุทธิจากการเสนอขายคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 485.0 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 533.6 ล้านดอลลาร์หากใช้สิทธิซื้อเพิ่มเต็มจำนวน โดย 25.2 ล้านดอลลาร์จะกันไว้สำหรับชำระค่าใช้จ่ายของธุรกรรมคาปด์คอลล์ และส่วนที่เหลือรวมกับเงินสดที่มีอยู่จะใช้เพื่อชำระคืนหรือไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันดอกเบี้ย 7.875% ครบกำหนดปี 2030 ที่ยังคงค้างอยู่ทั้งหมด ธุรกรรมคาปด์คอลล์มีราคาเพดานเริ่มต้นที่ 123.20 ดอลลาร์ต่อหุ้น คิดเป็นพรีเมียม 75.0% เหนือราคาปิดเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026
Oil & Gas Refining & Marketing▲
EA ส่งมอบ 57,327 ITMOs ให้สวิตเซอร์แลนด์ ยอดสะสมทะลุ 108,960 หน่วย
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่าโครงการ Bangkok E-Bus Programme ได้ส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานประจำปี 2568 จำนวน 57,327 ITMOs ให้แก่ KliK Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้มียอดส่งมอบสะสมรวม 108,960 ITMOs โดย ITMOs เหล่านี้ผ่านกระบวนการตรวจวัด ตรวจสอบ และรับรองตามมาตรฐาน ก่อนได้รับอนุมัติให้ถ่ายโอนระหว่างประเทศภายใต้ Article 6.2 แห่งความตกลงปารีส เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย NDC ด้านสภาพภูมิอากาศของสวิตเซอร์แลนด์ โครงการดังกล่าวนำรถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คันมาให้บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทดแทนรถดีเซลและก๊าซธรรมชาติ และถือเป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญของการเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดเข้ากับกลไกคาร์บอนระหว่างประเทศ โดยประเทศไทยและสวิตเซอร์แลนด์เคยสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันจากการถ่ายโอน ITMOs ภายใต้ Article 6.2 จากโครงการนี้ นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ และ EA พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือ เพื่อขยาย Green Energy Ecosystem ไปสู่ภาคส่วนอื่นต่อไป
Oil & Gas Refining & Marketing▲
EA ส่งมอบ 57,327 ITMOs ให้ KliK Foundation สวิตเซอร์แลนด์ ยอดสะสม 108,960 ITMOs
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานประจำปี 2568 จำนวน 57,327 ITMOs ให้แก่ KliK Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้โครงการ Bangkok E-Bus Programme ส่งผลให้มียอดส่งมอบสะสมรวม 108,960 ITMOs โดยโครงการดังกล่าวนำรถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คันมาให้บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อทดแทนรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลและก๊าซธรรมชาติ และผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการเดินรถจริงสามารถตรวจวัด ตรวจสอบ รับรอง และถ่ายโอนระหว่างประเทศได้ภายใต้ Article 6.2 แห่งความตกลงปารีส นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Bangkok E-Bus Program เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Green Energy Ecosystem ของ EA สามารถสร้างคุณค่าตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ไปจนถึงการบริหารจัดการผลการลดก๊าซเรือนกระจกให้เกิดมูลค่าในระดับนานาชาติ และระบุว่า ESG ไม่ได้แยกออกจากธุรกิจหลัก แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การเติบโตของบริษัท
Oil & Gas Refining & Marketing▲
EA ส่งมอบคาร์บอนเครดิต 57,327 ITMOs ให้ KliK Foundation สวิตเซอร์แลนด์
บริษัท EA เปิดเผยว่าโครงการ Bangkok E-Bus Programme ได้ส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานประจำปี 2568 จำนวน 57,327 ITMOs ให้แก่ KliK Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้ยอดส่งมอบสะสมอยู่ที่ 108,960 ITMOs ซึ่งสะท้อนศักยภาพของ Green Energy Ecosystem ของ EA ในการต่อยอดธุรกิจและการบริหารจัดการคาร์บอนเพื่อสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์และเทคโนโลยีที่มีอยู่ ขณะที่ UNIX ได้รับมอบประกาศนียบัตรผ่านการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ซึ่งผ่านการทวนสอบข้อมูลแล้ว เพื่อใช้เป็นฐานวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ส่วน FVC ประกาศกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2569 เดินหน้าสร้างรายได้จาก 4 ธุรกิจหลัก รับมือการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนที่สูงขึ้น พร้อมตุน Backlog รอรับรู้ต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน การรักษาสภาพคล่อง และการเร่งรับรู้รายได้จากงานในมือ เพื่อผลักดันผลประกอบการปี 2569 ให้เติบโตตามเป้าหมาย
Oil & Gas Refining & Marketing▲
EA ส่งมอบ 57,327 ITMOs ให้สวิตเซอร์แลนด์ ยอดสะสม 108,960 ITMOs
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่าโครงการ Bangkok E-Bus Programme ได้ส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานประจำปี 2568 จำนวน 57,327 ITMOs ให้แก่ KliK Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้มียอดส่งมอบสะสมรวม 108,960 ITMOs โดย ITMOs เหล่านี้ผ่านการตรวจวัด ตรวจสอบ และรับรองตามมาตรฐาน ก่อนได้รับอนุมัติให้ถ่ายโอนระหว่างประเทศภายใต้ Article 6.2 แห่งความตกลงปารีส เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย NDC ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โครงการดังกล่าวนำรถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คันมาให้บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และถือเป็นหนึ่งในต้นแบบการเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดเข้ากับกลไกคาร์บอนระหว่างประเทศ โดยไทยและสวิตเซอร์แลนด์เคยสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันจากการถ่ายโอน ITMOs ภายใต้ Article 6.2 จากโครงการนี้ นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ และ EA พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือ เพื่อขยาย Green Energy Ecosystem ไปสู่ภาคส่วนอื่นต่อไป
Oil & Gas Refining & Marketing▲
หุ้นโรงกลั่นสหรัฐฯ พุ่งกว่าสองเท่า ขณะวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงโลกตึงตัวหนักขึ้น
หุ้นของโรงกลั่นน้ำมันสหรัฐฯ อย่างฟิลลิปส์ 66, วาเลโร เอเนอร์จี และมาราธอน ปิโตรเลียม พุ่งขึ้นกว่าสองเท่าในปีนี้ สร้างผลตอบแทนเหนือกว่าเอ็กซอนโมบิลและเชฟรอน ซึ่งแต่ละแห่งเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 40 ในปี 2026 เนื่องจากตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงโลกตึงตัวมากกว่าตลาดน้ำมันดิบอย่างมาก ปริมาณผลิตภัณฑ์กลั่นกว่า 7 ล้านบาร์เรลต่อวันหยุดชะงักในตะวันออกกลางและรัสเซีย ดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลั่นพุ่งสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และหนุนกำไรจากการกลั่น ทั้งฟิลลิปส์ 66, มาราธอน ปิโตรเลียม และวาเลโร ต่างรายงานกำไรไตรมาสสองสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และคาดว่าอัตรากำไรจะอยู่ในระดับสูงไปจนถึงสิ้นปี และอาจต่อเนื่องตลอดปีหน้า ปริมาณการกลั่นทั่วโลกแตะจุดสูงสุดในฤดูร้อนที่ 81.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 960,000 บาร์เรลต่อวันจากเดือนก่อน แต่จุดสูงสุดดังกล่าวต่ำกว่าปีที่แล้ว 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยความสูญเสียกระจายอยู่ในตะวันออกกลาง รัสเซีย และเศรษฐกิจนำเข้าน้ำมันดิบในเอเชีย สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศระบุในรายงานประจำเดือนกันยายน นักวิเคราะห์ของอาร์บีเอ็น เอเนอร์จี ตั้งข้อสังเกตว่าตลาดน้ำมันดิบโลกไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันดิบมากนัก แต่โลกกำลังประสบปัญหาในการกลั่นน้ำมันดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์กลางเพียงพอ โดยสต็อกผลิตภัณฑ์กลางของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมมีแนวโน้มแตะระดับต่ำสุด ณ สิ้นเดือนนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2005 และต่ำสุดสำหรับเดือนนี้ นับตั้งแต่ปี 1951
Oil & Gas Refining & Marketing▲
คาลูเมตเพิ่มวงเงินสินเชื่อเป็น 600 ล้านดอลลาร์ ดึงเงินกู้กระทรวงพลังงานสหรัฐงวดสุดท้าย 34 ล้านดอลลาร์
บริษัท คาลูเมต อิงค์ ได้แก้ไขสัญญาเงินกู้แบบอิงสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิม เพื่อเพิ่มวงเงินรวมเป็น 600 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 100 ล้านดอลลาร์ ภายใต้ข้อจำกัดฐานการกู้ยืม กำหนดครบกำหนดของวงเงินนี้ยังคงเป็นเดือนมกราคม 2574 และมีธนาคารอเมริกาเป็นผู้นำกลุ่มผู้ให้กู้ ในส่วนอื่น มอนทานา รีนิวเอเบิลส์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ไม่ได้รวมอยู่ในงบของคาลูเมต ได้รับเงินเบิกงวดสุดท้ายจำนวน 34 ล้านดอลลาร์ ภายใต้ข้อตกลงค้ำประกันเงินกู้ฉบับแก้ไขล่าสุดกับกระทรวงพลังงานสหรัฐ เดวิด ลูนิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กล่าวว่าการแก้ไขวงเงินสินเชื่อสะท้อนการปรับฐานการกู้ยืมให้สอดคล้องกับราคาตลาดที่สูงขึ้นและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น เสริมสภาพคล่องรองรับความต้องการเงินทุนหมุนเวียนท่ามกลางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวน บริษัทยังระบุว่าเงินลงทุนโครงการที่เหลือสำหรับการขยายกำลังการผลิต MaxSAF ลดลงเหลือ 137 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่วางไว้ 1.2 พันล้านดอลลาร์ในแผนระยะที่ 2 เนื่องจากนำอุปกรณ์ที่ผ่านการใช้งานแล้วจากโรงกลั่นแอสฟัลต์คาลูเมต มอนทานา ที่อยู่ข้างเคียงกลับมาใช้ใหม่