สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 รวม 72,484.34 ล้านบาท โดยในเดือนกรกฎาคมเดือนเดียวมียอดซื้อสุทธิสูงถึง 45,310.65 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 60% ของยอดซื้อสุทธิทั้งปี เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าผ่าน NVDR และกลุ่มนักลงทุนสถาบันต่างชาติ โดยหุ้นที่ถูกซื้อสะสมหนาแน่นได้แก่กลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง KBANK BBL KTB SCB และ TTB กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีอย่าง PTT PTTEP TOP และ GPSC รวมถึงกลุ่มบริโภค ท่องเที่ยว และสื่อสารอย่าง TRUE AOT BDMS MINT CPF และ HMPRO ปัจจัยหนุนการไหลเข้าของเงินทุนในเดือนกรกฎาคมมาจากเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้น การชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและเงินดอลลาร์หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว และแรงดึงดูดจากหุ้นบิ๊กแคปไทยที่ราคายังตามภูมิภาคแต่จ่ายเงินปันผลสูง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเผชิญความเสี่ยงจากสงครามตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันใกล้ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สงครามการค้าที่สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีนำเข้ากับไทยในอัตรา 10-12.5% และสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่กระทบห่วงโซ่อุปทาน นักวิเคราะห์แนะนำหุ้นกลุ่มพลังงาน ประกันภัย การแพทย์ ปิโตรเคมี และค้าปลีกเป็นหลุมหลบภัย พร้อมชูหุ้นที่กำไรไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเติบโตทั้ง QoQ และ YoY เช่น IVL PTTGC BCP TRUE SCGP DOHOME PTTEP ADVICE SC ADVANC PTT และ MASTER และหุ้นที่กำไรยังโตแต่ราคายังตามตลาดอย่าง BCPG AMATA DELTA และ CRC ด้านสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub และอดีตกรรมการ 2 รายต่อ บก.ปอศ. กรณีแจ้งข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเหตุโจมตีทางไซเบอร์ที่ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าถูกโจรกรรม 16 สกุล มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาทในปี 2564 และขอให้อัยการฟ้องผู้กระทำผิด 12 ราย กรณีปั่นหุ้น ECF พร้อมเรียกค่าปรับทางแพ่งรวมประมาณ 269.95 ล้านบาท