หุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลาย กดดันราคาน้ำมันร่วง

MacroCommodity
สรุป · ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญ

หุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ และดัชนีดาวโจนส์ทำระดับสูงสุดในรอบสามสัปดาห์ครึ่ง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงมากกว่าร้อยละ 6 และช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อ ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.84 ดัชนีดาวโจนส์บวกร้อยละ 1.21 และแนสแด็ก 100 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.47 นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์กแสดงความเห็นในเชิงผ่อนคลาย โดยระบุว่าอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม และเงินเฟ้อน่าจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับลดลง 5 จุดพื้นฐาน สู่ระดับร้อยละ 4.68 ขณะที่หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปและโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์เผชิญแรงกดดันจากการร่วงลงร้อยละ 5 ของดัชนีคอสปีของเกาหลีใต้ หุ้นกลุ่มสายการบินและเรือสำราญปรับตัวขึ้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง โดยอเมริกันแอร์ไลน์ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ และอะแลสกาแอร์ ปรับตัวขึ้นมากกว่าร้อยละ 5 และหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์อย่างแอตลาสเซียน เซอร์วิซนาว และไมโครซอฟท์ ก็ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน

ผลกระทบต่อหุ้น 48

Artificial Intelligence · 8 หุ้น
Semiconductors · 6 หุ้น
Energy · 6 หุ้น
Consumer Discretionary · 6 หุ้น
Industrials · 5 หุ้น
Cloud & Digital Infrastructure · 5 หุ้น
Energy Transition & Power Demand · 3 หุ้น
Climate Adaptation & Water · 2 หุ้น
Digital Finance & Tokenization · 1 หุ้น
Biotech & Genomic Medicine · 1 หุ้น
Cybersecurity & Digital Trust · 1 หุ้น
Carbon Removal (DAC) · 1 หุ้น
Defense & Geopolitical Fragmentation · 1 หุ้น
Synthetic Biology (non-pharma) · 1 หุ้น
อื่นๆ · 1 หุ้น