← Back

Thaifoods Group Public Company Limited

บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไก่และสุกรในประเทศไทย เวียดนาม ญี่ปุ่น และต่างประเทศ ดำเนินธุรกิจผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจ poultry ธุรกิจสุกร ธุรกิจโรงงานอาหารสัตว์ ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจอื่น ๆ บริษัทจำหน่ายไก่แช่แข็ง อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากสุกร และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายลูกไก่เนื้อ ผลิตภัณฑ์ซอสและเครื่องปรุง การผลิตวัคซีน ธุรกิจค้าปลีกและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พลังงานทดแทน และการให้คำปรึกษาซอฟต์แวร์โลจิสติกส์ ก่อตั้งในปี 2530 และมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย

Price · split & dividend adjusted
News & notes moving TFG-R.BK
TFG-R.BK

3 โบรกฯ ชี้ SET แกว่งกรอบ 1,567-1,629 จุด หุ้นเด่น BBL, KLINIQ, TFG, BDMS

โบรกเกอร์สามแห่งออกมุมมองกลยุทธ์การลงทุนประจำวัน โดยบล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,572-1,585 จุด จุดสนใจอยู่ที่การประชุม Fed คืนนี้ซึ่งตลาดให้น้ำหนัก 92% ว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 25 bps สู่ระดับ 3.75-4% พร้อมจับตาถ้อยแถลงประธาน Fed และ Dot Plot ที่จะบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปี 2027 ด้านราคาน้ำมันดิบยังดีดขึ้นสู่ระดับ US$109/bbl จากปัญหา Supply Disruption ในซาอุฯ และลิเบีย กลยุทธ์แนะนำแบบ Barbell พักเงินระยะสั้นใน Commodity-Bank-Defensive และ Rotate หา Value-Domestic Play ระยะกลาง-ยาว โดยหุ้นเด่นวันนี้คือ BBL แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 240 บาท คาดสินเชื่อเร่งตัวใน 2H26 และเทรด PBV เพียง 0.6 เท่า ให้ Dividend Yield สูงกว่า 5% ต่อปี ขณะที่บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินกรอบ SET ที่ 1,567-1,629 จุด แนะนำทยอยสะสมกลุ่ม Domestic Play เช่น BBL, KKP, AMATA, GULF, BGRIM, GUNKUL, STECON, BEM พร้อมให้ TFG ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 12.50 บาท และ BDMS ซื้อ ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท ส่วนบล.ดาโอ คาดดัชนีแกว่ง Sideway หลังหุ้น DELTA กดดันดัชนีเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ หุ้นเด่นวันนี้ KLINIQ แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท โดยแนวโน้มกำไร 2H26E จะเติบโต YoY, HoH หนุนจากการขยาย 13 สาขา, SSSG โต double digit และ GPM ขยายตัว คงประมาณการกำไรปี 2026E โต 476 ลบ. หรือ +31% YoY
ทันหุ้น·3dอ่านต่อ →
TFG-R.BK2

กรุงศรีชู TFG เป็นหุ้นเด่นรับยางพารา-น้ำตาลพุ่ง แนะนำซื้อเป้า 14.20 บาท

บล. กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาราคายางพาราเพิ่มขึ้น 4.8% w-w จากอุปทานตึงตัวหลังฝนตกหนักและน้ำท่วมในไทยและเวียดนาม ทำให้การกรีดยางลดลง ประกอบกับความกังวลต่อเอลนีโญและคำสั่งซื้อจากผู้ผลิตยางล้อที่เพิ่มขึ้นเพื่อสำรองวัตถุดิบใช้ในช่วง 4Q26 ขณะที่ราคาน้ำตาลเพิ่มขึ้น 1.0% w-w ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 จากความกังวลว่าเอลนีโญและไฟป่าในบราซิลจะกดดันผลผลิต ส่วนราคาถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 0.9% w-w จากอุปสงค์จีนที่แข็งแกร่ง และราคาน้ำมันปาล์มดิบลดลง 0.4% w-w หลังมาเลเซียรายงานสต็อกปลายเดือนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามฤดูกาลเก็บเกี่ยว ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มเป็น Bullish โดยคงเลือก TFG เป็น Top pick สำหรับการลงทุนระยะยาว ให้คำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 14.20 บาท จากการขยายสาขาร้านค้า การล็อกต้นทุนวัตถุดิบถึง 3Q27F และอัตราเงินปันผลราว 8% ต่อปี จ่ายรายไตรมาส พร้อมมองว่า TVO STA และ NER เป็นหุ้นเด่นที่ได้อานิสงส์เชิงบวกชัดเจนที่สุดจากธีม Super El Niño
TFG-R.BK

TFG คาดราคาหมู-ไก่ทรงตัวสูงถึงกลางปี 2570 เร่งขยายสาขาไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต

นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เปิดเผยว่า ราคาหมูและไก่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงราวกลางปี 2570 เพราะความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณผลผลิตในตลาดเพิ่มขึ้นไม่ทันความต้องการ ส่งผลให้ราคาไม่ปรับลดลงตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้หลังเทศกาลตรุษจีน และอาจปรับเพิ่มขึ้นได้ในบางช่วง โดยผู้ประกอบการรายย่อยยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมัน และปัญหาโรคระบาด จนบางกลุ่มต้องลดกำลังการผลิต ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้เปรียบด้านการบริหารฟาร์มและการควบคุมโรค จึงรักษาระดับการผลิตและทยอยเพิ่มกำลังการผลิต ด้านกลยุทธ์ธุรกิจ TFG เดินหน้าขยายธุรกิจค้าปลีก ไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต โดยคาดว่าภายในสิ้นปี 2569 จะมีสาขารวมประมาณ 860 – 870 สาขา และตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีกประมาณ 200-250 สาขาในปี 2570 พร้อมกันนี้การส่งออกยังเติบโตโดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น ยุโรป และสหราชอาณาจักร ซึ่งญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่ช่วง High Season โดยสินค้าส่งออกครอบคลุมไก่สดแช่แข็งและไก่ปรุงสุกแปรรูป ขณะที่ในเวียดนามบริษัทเป็นผู้ผลิตสุกรรายใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ และอยู่ระหว่างลงทุนเพิ่มในฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ไก่ ด้านต้นทุนการผลิต บริษัทได้ล็อกราคากากถั่วเหลืองล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปี 2568 ช่วยให้ต้นทุนโดยรวมทรงตัวในระดับต่ำ และในปีนี้ได้ลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐานหลังบ้านทั้งโรงชำแหละสุกรและไก่ รวมถึงฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้ผลประโยชน์อย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
ทันหุ้น·5dอ่านต่อ →
TFG-R.BK

เคจีไอปรับน้ำหนักหุ้นกลุ่มอาหารเป็นมากกว่าตลาดฯ รับเอลนีโญหนุนราคาเนื้อสัตว์

บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่มอาหารขึ้นเป็น "มากกว่าตลาดฯ" จาก "เท่ากับตลาดฯ" โดยระบุว่าอุปทานปศุสัตว์ที่ตึงตัวขึ้นและราคาสินค้าเนื้อสัตว์ที่สูงขึ้นจะผลักดันให้กำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ถึงปี 2570 ฟื้นตัวและมีน้ำหนักมากกว่าแรงกดดันจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่อาจสูงขึ้น ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยอ้างรายงานอัปเดตเดือน ส.ค. 69 ของ World Meteorological Organization ว่าความน่าจะเป็นที่ El Niño จะทวีความรุนแรงไปสู่ระดับรุนแรงมากเพิ่มขึ้น และอาจยืดเยื้อถึงต้นปี 2570 ด้านราคาเนื้อสัตว์ในประเทศยังแข็งแกร่ง โดยราคาไก่เนื้อ QTD พุ่งขึ้น 9% YoY และ 13% QoQ ที่ 45.5 บาทต่อกก. ส่วนราคาหมูทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 11% QoQ ที่ 75.5 บาทต่อกก. ผลวิเคราะห์ sensitivity ชี้ว่า GPM ที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 0.1 ppt จะทำให้กำไรสุทธิปี 2570F ของ Betagro, GFPT และ Thaifoods Group เพิ่มขึ้นราว 2.4%, 0.7% และ 1.1% ตามลำดับ โดย GFPT เป็นหุ้นเด่นที่ราคาเป้าหมาย 11.40 บาท และ BTG ยังมองบวกที่ราคาเป้าหมาย 25.40 บาท ส่วน TFG ยังไม่มีคำแนะนำ
TFG-R.BK

เอลนีโญลากยาวถึงต้นปี 2570 โบรกชี้ 11 หุ้นรับอานิสงส์

เอลนีโญมีแนวโน้มลากยาวถึงต้นปี 2570 โดยข้อมูลของ NOAA ระบุว่ามีโอกาสสูงถึง 81% ที่จะพัฒนากลายเป็น VERY STRONG EL NIÑO ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.69 ส่งผลให้เกิดภัยแล้งในไทยและเอเชีย ขณะที่ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบน้อยกว่าภูมิภาคอื่น เนื่องจากโครงสร้างดัชนีมีสัดส่วนหุ้นอิงสินค้าโภคภัณฑ์และกลุ่มธนาคารรวมกันสูงเกินครึ่งหนึ่งของตลาด โดยนายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเชีย พลัส ระบุว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มเกษตร อาหาร และน้ำมันพืช อย่าง KSL, KTIS, BRR, CPF, TFG, GFPT และ TVO รวมถึงกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นอย่าง TOP, SPRC, IRPC และ BCP จากค่าการกลั่นที่อาจปรับตัวขึ้น และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ได้อานิสงส์จากเงินเฟ้อและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย โดย SET Index มีสัดส่วน 30% ในกลุ่มโภคภัณฑ์ และ 20% ในกลุ่มธนาคาร ทำให้ไทยเป็นแหล่งพักเงินที่น่าสนใจในช่วงเกิด Supply Shock ทั่วโลก
TFG-R.BK5

TFG มั่นใจครึ่งปีหลังฟื้น ลุยค้าปลีก-ส่งออก ขยายเวียดนาม

TFG หรือบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มองว่าครึ่งปีหลังของปี 2569 ธุรกิจจะฟื้นตัวแข็งแกร่ง รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐและการส่งออกที่ขยายตัว ส่งผลให้ราคาไก่และสุกรในประเทศปรับขึ้น โดยราคาไก่มีชีวิตอยู่ที่ประมาณ 40.50 บาทต่อกิโลกรัม และสุกรอยู่ที่ 72-74 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 5-7% จากช่วงก่อนหน้า ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกผ่านไทยเฟรชมาร์ทปรับเป้าหมายขยายสาขาเป็น 875 แห่งภายในสิ้นปี จากเดิม 850 แห่ง และปัจจุบันมีสาขาประมาณ 750 แห่ง ส่วนธุรกิจส่งออกซึ่งมีญี่ปุ่นและยุโรปเป็นตลาดหลัก จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซันในไตรมาส 3 และมีโมเมนตัมต่อเนื่องถึงสิ้นปี สำหรับการลงทุนในเวียดนาม บริษัทมีแม่พันธุ์สุกรประมาณ 70,000 แม่พันธุ์ และยอดจำหน่ายสุกรเกือบ 120,000-130,000 ตัวต่อเดือน โดยปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตสุกร 20% และปี 2570 อีก 25% พร้อมเริ่มธุรกิจเลี้ยงไก่ในเวียดนามแล้ว และเตรียมเดินเครื่องโรงงานอาหารสัตว์กำลังการผลิต 100,000 ตันต่อเดือนในเดือนกันยายน 2569 เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 10-15%
TFG-R.BK

TFG มั่นใจครึ่งปีหลังโตแรง ตั้งเป้าสาขา 875 แห่ง

ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป หรือ TFG เปิดแผนครึ่งปีหลังปี 2569 มั่นใจรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมี Thai Foods Fresh Market เป็น New S-Curve ผลักดันยอดสาขาจากปัจจุบัน 748 แห่ง ไปสู่เป้าหมาย 875 แห่งภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเพิ่มมาร์จิ้นจากช่องทางค้าปลีกโดยตรง ลดความผันผวนจากราคาสินค้าเกษตร นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขยายธุรกิจในเวียดนาม ทั้งโรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์มสุกร และธุรกิจไก่ครบวงจร ตามอุปสงค์ที่เติบโต ผู้บริหารมั่นใจว่าราคาสุกรและไก่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ส่งผลให้ผลงานครึ่งปีหลังเติบโตโดดเด่น และรายได้ทั้งปีสร้างสถิติ All Time High
TFG-R.BK4

TFG เดินหน้าขยายค้าปลีก สร้าง New S-Curve

บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ส่งสัญญาณธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง หลังคาดว่าราคาสุกรและไก่ผ่านจุดต่ำสุดของปีแล้ว และมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจค้าปลีก "Thai Foods Fresh Market" เดินหน้าขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ล่าสุดมี 748 สาขา พร้อมเร่งขยายให้ครบ 875 สาขาภายในสิ้นปี ตอกย้ำบทบาท New S-Curve และการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดล Market Driven เต็มรูปแบบ ด้านธุรกิจเวียดนาม เดินหน้าลงทุนโรงงานอาหารสัตว์ ขยายธุรกิจไก่ และฟาร์มสุกร หวังสร้าง Growth Engine ใหม่ในระยะยาว มั่นใจรายได้ปีนี้เติบโตสร้าง All Time High โดยงาน Analyst Meeting จัดขึ้นที่อาคารชินวัตร 3 เมื่อเร็วๆ นี้
TFG-R.BK

คิงส์ฟอร์ดแนะนำลดพอร์ตหุ้น 20-30% หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

บล.คิงส์ฟอร์ดประเมินแนวรับ SET วันนี้ที่ 1,560 – 1,575 จุด และแนวต้าน 1,590 – 1,600 จุด โดยคาดว่าดัชนีมีโอกาสปรับลดลง หลังจากประธานเฟดส่งสัญญาณดอกเบี้ยตึงตัว ส่งผลให้ Fund Flow ในตลาดเกิดใหม่อาจชะลอตัวก่อนการประชุมวันที่ 15 – 16 ก.ย. นี้ ดังนั้นหากมีพอร์ตหุ้นในสัดส่วนสูง แนะนำลดพอร์ตลง 20 – 30% พร้อมแนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่มรับน้ำมันเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐโจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยหุ้นเด่นชู TFG และ TU สำหรับ TFG มีราคาเป้าหมาย IAA Consensus ที่ 12.20 บาท คาดกำไรสุทธิปี 69 ที่ 7.1 พันล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อน และจะกลับมาเติบโตในปี 70 ที่ 8.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% ส่วน TU มีราคาเป้าหมาย 13.80 บาท โดยกำไรปกติไตรมาส 2/69 อยู่ที่ราว 1,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.21% จากปีก่อน และ 49.18% จากไตรมาสก่อน และคาดกำไรสุทธิปี 69 และปี 70 ที่ 4,764 ล้านบาท และ 5,022 ล้านบาท ตามลำดับ
TFG-R.BK

ตลาดหลักทรัพย์ตั้งเบญจรงค์เป็นรองผู้จัดการ

คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีมติแต่งตั้งเบญจรงค์ สุวรรณคีรี เป็นรองผู้จัดการหัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ขณะที่ธนาคารกรุงเทพประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 2.00 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นในวันที่ 10 กันยายน และจ่ายในวันที่ 25 กันยายน 2569 ส่วน AOT จัดแคมเปญช็อป บิน ฟิน ลุ้น มอบคูปองเงินสดและตั๋วเครื่องบินฟรีสำหรับผู้โดยสารที่ใช้จ่ายครบตามเงื่อนไข และ ESTAR จับมือกรุงศรีอยุธยายกระดับบริการลูกค้า Wealth ขณะที่ BIZ กำไรไตรมาส 2/2569 โต 87% และ TFG เดินหน้าขยายไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ตสู่ 875 สาขา มั่นใจรายได้ปีนี้โต 10-15%
thunhoon.com·19dอ่านต่อ →
TFG-R.BK

รายได้ภาคการเกษตรโตแรงสุดในรอบ 20 เดือน หนุนหุ้นกลุ่มเกษตร-ค้าปลีก

รายได้ภาคการเกษตรเดือนกรกฎาคมเติบโตเร่งขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเดือนที่ 5 และแรงสุดในรอบ 20 เดือน โดยได้แรงหนุนจากราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น 12% ขณะที่ผลผลิตลดลง 2% บทวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า ระบุว่า สินค้าที่ราคาปรับขึ้นดี ได้แก่ มันสำปะหลัง ปาล์ม และไข่ไก่ ส่วนสุกรราคาปรับลง ด้านผลผลิตทุเรียนและสุกรเพิ่มขึ้น ขณะที่มันสำปะหลัง เงาะ มังคุด ปาล์มน้ำมัน และไข่ไก่ลดลง คาดว่ารายได้ภาคการเกษตรจะยังเติบโตในอัตราเร่งช่วงไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4 ปี 2569 จากรายได้สินค้าหลักที่ยังโตต่อเนื่อง ผลผลิตที่ถูกกระทบจากภัยแล้งและอุปทานโลกที่ลดลง ฐานปีก่อนต่ำ และสถิติรอบการฟื้นตัวที่กินเวลาประมาณ 12 เดือน โดยรอบนี้ปรับขึ้นมาแล้ว 5 เดือน จึงมีโอกาสขึ้นต่ออีกอย่างน้อย 5-6 เดือน เศรษฐกิจการเกษตรคิดเป็น 10% ของจีดีพี และเกี่ยวข้องกับครัวเรือนราว 30% ของประชากร จึงคาดว่าจะช่วยหนุนการบริโภคอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวมถึงช่วยเพิ่มคุณภาพสินทรัพย์ให้กลุ่มสถาบันการเงินและลดแรงกดดันหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์ และยังกระตุ้นการลงทุนในเครื่องจักร รถแทรกเตอร์ ปั๊มน้ำ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ พลังงานแสงอาทิตย์ และการปรับปรุงพื้นที่เกษตร หุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ GFPT, TFG, STA, GLOBAL, DOHOME, MTC, SAWAD, FSMART, DRT, DCC และ SAT นอกจากนี้ยังแนะนำให้ติดตาม APURE หรือบริษัท อกริเพียว โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 ฟื้นตัว โดยมีกำไรสุทธิ 56 ล้านบาท เร่งขึ้นจาก 12 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 และพลิกจากขาดทุน 34 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 เนื่องจากยอดส่งออกไปยุโรปโตแรง 8-10 เท่าตัว หลังยุโรปกีดกันสินค้าจากจีนที่ถูกมองว่าทุ่มตลาด ทำให้คำสั่งซื้อเข้ามาที่ APURE จำนวนมาก ด้านต้นทุนบริษัทวางแผนรองรับภัยแล้งไว้แล้ว และค่าขนส่งลูกค้ารับผิดชอบทั้งหมด จึงประเมินว่ากำไรไตรมาส 3 ปี 2569 จะเร่งตัวขึ้นทั้งเทียบรายไตรมาสและรายปี และมีโอกาสดีสุดในรอบ 10 ไตรมาส ส่วนไตรมาส 4 คาดทรงตัวเทียบรายไตรมาสและโตเด่นเทียบรายปี หากเป็นไปตามคาด กำไรทั้งปีจะอยู่ที่ราว 250 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่ทำได้เพียง 27 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.26 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบนพีอีเพียง 8 เท่า และคาดผลตอบแทนเงินปันผล 8-9% ต่อปี ทางเทคนิคราคาเพิ่งกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน พร้อมสัญญาณบวก โดยมีแนวต้านที่ 2.60 บาท และ 2.80 บาท
บล.หยวนต้า·26dอ่านต่อ →
TFG-R.BK4

TFG รับอานิสงส์ราคาหมูไก่สูง คาดหมูทรงตัวถึงกันยายน

ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป หรือ TFG ระบุว่าราคาเนื้อหมูที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลบวกโดยตรงต่อรายได้และกำไรของบริษัท ขณะที่ราคาเนื้อไก่ก็ขยับขึ้นตามในฐานะสินค้าทดแทน โดยนายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่าความต้องการส่งออกไก่ในตลาดยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่นยังแข็งแกร่งในช่วงไตรมาส 3 ถึงกลางไตรมาส 4 ปี 2569 บริษัทล็อกราคาถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองไว้ถึงสิ้นปี 2569 ช่วยคุมต้นทุนอาหารสัตว์ให้ทรงตัวต่ำ และตั้งเป้าขยายร้านไทยฟู้ดส์ เฟรช มาร์เก็ตเป็น 875 สาขาภายในสิ้นปีนี้ และ 1,075 สาขาภายในสิ้นปีหน้า ด้านนายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ระบุว่าราคาหมูหน้าฟาร์มอยู่ที่ 72–74 บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าต้นทุน 1–2 บาท และคาดว่าจะทรงตัวถึงกลางเดือนกันยายน 2569 ก่อนอ่อนตัวลงเล็กน้อยช่วงเทศกาลกินเจ
thunhoon.com·26dอ่านต่อ →
TFG-R.BK2

ราคาหมูหน้าฟาร์มจ่อขึ้น 2 บาท หลังผลผลิตลด

กรมการค้าภายในหารือสมาคมผู้เลี้ยงสุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่ พร้อมผู้ประกอบการรายใหญ่เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาและบริหารจัดการซัพพลายให้สมดุล โดยระบุว่าความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากโครงการไทยช่วยไทย พลัส ส่งผลให้ราคาหน้าฟาร์มปรับตัวตามกลไกตลาด นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่าราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 72–74 บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าต้นทุน 1–2 บาท และอาจขยับขึ้นเล็กน้อยใน 1–2 สัปดาห์ข้างหน้าก่อนทรงตัวถึงกลางเดือนกันยายน ด้านบล.กสิกรไทยประเมินว่าราคาหมูหน้าฟาร์มมีแนวโน้มปรับขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัมจากผลผลิตที่ลดลงเพราะหมูโตช้าและเสี่ยงเจ็บป่วยช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นบวกต่อ CPF, BTG และ TFG หากต้นทุนอาหารสัตว์ไม่เพิ่มขึ้น
TFG-R.BK

CGSI ปรับเป้า SET ขึ้นเป็น 1,690 จุด หลังกำไรบจ.ไตรมาส 2 แข็งแกร่ง

ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2569 เป็น 1,690 จุด จากเดิม 1,630 จุด พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดปีนี้ขึ้น 8% หลังกำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ศึกษาอยู่ในไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และ 14% จากไตรมาสก่อน นำโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมสองกลุ่มนี้ กำไรสุทธิรวมจะลดลง 25% จากปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มการแพทย์ ท่องเที่ยว สินค้าอุปโภคบริโภค และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมปรับรายชื่อหุ้น Top pick โดยถอด ERW และ CRC ออก และเพิ่ม CPALL กับ PTT เข้ามา ทำให้รายชื่อล่าสุดประกอบด้วย BH, PR9, THAI, PTT, CPALL, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC และ TIDLOR
TFG-R.BK

TFG SSP DEMCO เผยแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 เติบโต

บริษัทจดทะเบียนสามแห่งเปิดเผยแนวโน้มธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง โดย TFG คาดราคาสุกรและไก่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และธุรกิจค้าปลีก Thai Foods Fresh Market มี 748 สาขา เร่งขยายเป็น 875 สาขาภายในสิ้นปี พร้อมลงทุนโรงงานอาหารสัตว์และฟาร์มในเวียดนาม SSP มีกำไรสุทธิครึ่งแรก 325.1 ล้านบาท รายได้ขายไฟฟ้า 1,572.1 ล้านบาท และเตรียมขายไฟโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 แห่งสิ้นปี คาดปี 2571 กำลังผลิตโตกว่าเท่าตัว ส่วน DEMCO มีกำไรสุทธิครึ่งแรก 30.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 519.4% จากงวดเดียวกันปีก่อน โดยมี Backlog 2,699 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ภายในปี 2571
TFG-R.BK3

TFG เร่งขยาย Thai Foods Fresh Market สู่ 875 สาขา

บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ประกาศเร่งขยายสาขา Thai Foods Fresh Market จาก 748 สาขา ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 สู่ 875 สาขาภายในสิ้นปี 2569 จากเป้าเดิม 850 สาขา โดยมองเป็น New S-Curve สำคัญของธุรกิจค้าปลีก ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์แห่งใหม่ในเวียดนาม พร้อมขยายธุรกิจไก่และเพิ่มฟาร์มสุกร คาดโครงการทยอยแล้วเสร็จปลายปี 2569 และเริ่มหนุนรายได้ตั้งแต่ปี 2570 นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าราคาสุกรและไก่ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในเดือนพฤษภาคม และมีโอกาสฟื้นตัวช่วงที่เหลือของปี สนับสนุนเป้าหมายรายได้ปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 36,479.72 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,521.55 ล้านบาท พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.225 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569
Money & Banking·33dอ่านต่อ →
TFG-R.BK

TFG จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.225 บาท หลังกำไร Q2/69 แตะ 1.47 พันล้าน

บอร์ดบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.225 บาท จากผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 สิงหาคมนี้ และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2569 ในไตรมาสดังกล่าว บริษัทมีรายได้รวม 18,601.84 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,474.46 ล้านบาท โดยธุรกิจร้านค้าปลีก ไทย ฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต มีรายได้ 8,756.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นเป็น 748 สาขา จาก 615 สาขา ณ สิ้นปี 2568 บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาเป็น 875 สาขาภายในสิ้นปีนี้ และยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 10-15%
TFG-R.BK6

TFG ประกาศกำไร Q2/69 ที่ 1.47 พันล้านบาท พร้อมจ่ายปันผล 0.225 บาท

บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 18,601.84 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,474.46 ล้านบาท โดยร้านค้าปลีกไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ มีรายได้ 8,756.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.45% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นเป็น 748 สาขา จากสิ้นปี 2568 ที่มี 615 สาขา คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.225 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2569 นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าบริษัทตั้งเป้าขยายสาขาร้านค้าปลีกเป็น 875 สาขา และเร่งขยายธุรกิจในเวียดนามซึ่งเป็นกลไกการเติบโตสำคัญ โดยยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสสร้างสถิติรายได้สูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
TFG-R.BK2

บล.เอเซีย พลัส ชี้บาทแข็งดึงฟันด์โฟลว์ พร้อมสแกน 17 หุ้นรับอานิสงส์

บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมการลงทุนโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ท่ามกลางการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงเกินคาด ซึ่งกระตุ้นความหวังให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่องด้วยยอดซื้อสะสมเดือนนี้สูงกว่า 9.2 พันล้านบาท ล่าสุดเงินบาทแตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ฝ่ายวิจัยได้เปิดโผ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในไทยที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากสภาวะเงินบาทแข็งค่า กลุ่มแรกคือกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow ต่างชาติ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง KBANK, SCB, BBL และ KTB กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยวอย่าง AOT, CPALL และ CRC กลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE และกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง SCC กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มีภาระหนี้สินหรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศสูง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานอย่าง GULF, BGRIM, GPSC และ PTTEP และกลุ่มสายการบินอย่าง AAV และกลุ่มที่สามคือกลุ่มธุรกิจที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารอย่าง TFG และ TVO นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนท่ามกลางความผันผวน โดยชูหุ้นปลอดภัยผสานทองคำป้องภัย พร้อมกำหนดหุ้นเด่นประจำวันคือ SYNTEC, PTT และ GUNKUL สำหรับตลาดหุ้นไทย และ LITE01 กับ ZIJIN80 สำหรับการลงทุนต่างประเทศ
TFG-R.BK

บล.กรุงศรีชี้ 7 หุ้นเด่นรับฤดูกาลงบ Q2/69

บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีคาดการณ์กำไรตลาดหุ้นไทยงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ไว้ที่ 2.5 ถึง 2.8 แสนล้านบาท ลดลง 15 ถึง 24 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และลดลง 19 ถึง 26 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน โดยกลุ่มโรงกลั่นมีกำไรผันผวนในทางลบ ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ไอซีที และไฟฟ้าคาดกำไรเติบโต ฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์เก็งกำไรหุ้นที่งบจะออกมาเด่นหรือผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยหุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2 จะเติบโตทั้งเทียบปีก่อนและไตรมาสก่อน ได้แก่ PTTEP SCC SCGP ADVANC TRUE BH IVL THANI TNP MOSHI BA AP INSET และ ADVICE ส่วนหุ้นที่ไตรมาส 2 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีและกำไรจะเร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ได้แก่ KTB KBANK AOT BDMS EGCO ICHI THAI และ TFG โดยหุ้นเด่นสุดที่แนะนำคือ ADVANC SCC IVL BH KBANK AOT และ ICHI
TFG-R.BK

CGSI เผย 14 หุ้นเด่น รับมือกำไรบจ.ไตรมาส 2/69 กลุ่มสื่อสาร-ท่องเที่ยวเสี่ยงผิดหวัง

CGSI ประเมินกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/69 โดยกลุ่มปิโตรเคมีจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่กลุ่มสื่อสารและท่องเที่ยวอาจสร้างความผิดหวัง พร้อมคงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 2569 ที่ 1,630 จุด และเลือก BH, PR9, THAI, ERW, CRC, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC และ TIDLOR เป็นหุ้น Top pick. ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่ากลุ่ม Non-bank จะมีกำไรสุทธิลดลง 14% yoy และ 7% qoq ในไตรมาส 2/69 ตามประมาณการของ Bloomberg consensus โดยกลุ่มปิโตรเคมีน่าจะได้แรงหนุนจากสเปรดที่สูงขึ้น ส่วนกลุ่มขนส่งโดยเฉพาะสายการบินมีแนวโน้มอ่อนตัวจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง. นอกจากนี้ กลุ่ม ICT และกลุ่มท่องเที่ยวยังมีความเสี่ยงที่จะสร้างความผิดหวัง เนื่องจากประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งของ Bloomberg consensus ที่กลุ่ม ICT +26% yoy และกลุ่มท่องเที่ยว +15% yoy น่าจะไม่สามารถทำได้จริงในช่วงที่เศรษฐกิจยังอ่อนแอและสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 4% yoy. สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันแพงส่งผลให้ไทยเผชิญภาวะขาดดุลแฝด โดยขาดดุลการค้า 1.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในครึ่งปีแรก 69. ราคาน้ำมันที่สูงยังเพิ่มความเสี่ยงที่ภาครัฐจะเข้ามาแทรกแซงราคา ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของธุรกิจน้ำมันและก๊าซปลายน้ำ รวมทั้งอาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง 69 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่าภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันน่าจะเกิดขึ้นชั่วคราว ฝ่ายวิเคราะห์จึงเชื่อว่าธปท. จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม กนง. วันที่ 26 ส.ค. 69. ด้านคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. คณะกรรมการการเลือกตั้งคาดว่าจะสรุปสำนวนภายในปลายเดือนส.ค. นี้ แต่เชื่อว่ากรอบเวลามีโอกาสเลื่อนออกไป โดยกรณีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือการส่งสำนวนฟ้องแค่บางราย ซึ่งน่าจะส่งผลลบต่อ sentiment ของตลาด และกระบวนการพิจารณาคดีที่ใหญ่กว่าน่าจะใช้เวลามากกว่าเดิม. ปัจจุบัน SET ซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 16.7 เท่า แต่จะลดลงเหลือ 14 เท่าหากไม่รวม DELTA ซึ่งมี P/E ล่วงหน้า 83 เท่า โดย CGSI ยังคงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 69 ที่ 1,630 จุด. ปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนตลาดคือสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มคลี่คลายและราคาน้ำมันลดลง ส่วน downside risk คือการที่ กกต. ยื่นฟ้องนักการเมืองสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาลและสถิตินักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง.
TFG-R.BK2

TFG คาดกำไรปกติ 2Q26F ลดลง 47% จากปีก่อน ตามต้นทุนอาหารสัตว์สูงและราคาไก่-หมูอ่อนตัว

บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีคาดการณ์กำไรปกติของ TFG ในไตรมาส 2/2566 ที่ 1,392 ล้านบาท ลดลง 47% จากปีก่อนและ 28% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงมาอยู่ที่ 18% ตามต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาขายไก่และสุกรอ่อนตัวแรงโดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคม 2566 ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นมาที่ 9% จากการเร่งขยายสาขาค้าปลีกใหม่ 58 สาขาในไตรมาสนี้ รวมเป็น 748 สาขา ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 ด้านรายได้คาดอยู่ที่ 18,292 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อนแต่เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจไก่ลดลงทั้งปริมาณและราคา ส่วนธุรกิจสุกรมีปริมาณเพิ่มขึ้นแต่ถูกฉุดด้วยราคาที่ลดลง ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกยังเติบโตดีที่ประมาณ 8,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อนและ 6% จากไตรมาสก่อน จากการขยายสาขาใหม่ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากยอดขายสาขาเดิมที่ติดลบประมาณ 5% ได้ ทั้งนี้คาดว่ากำไรปกติในครึ่งปีแรกคิดเป็น 41% ของประมาณการทั้งปี 2566 ที่ 8,048 ล้านบาท และคาดว่ากำไรปกติในไตรมาส 3/2566 จะกลับมาเติบโตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนตามราคาไก่และสุกรที่ทยอยฟื้น โดยราคาสุกรไทยเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคม 2566 อยู่ที่ 64.50 บาท เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน และราคาไก่อยู่ที่ 40 บาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน ขณะที่คาดว่าราคาข้าวโพดจะเริ่มลดลงจากผลผลิตที่เข้าสู่ฤดูกาล บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรียังคงคำแนะนำซื้อและราคาเป้าหมายที่ 11.50 บาท โดยมองว่าผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2566 แล้ว และจะกลับมาเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังตามราคาเนื้อสัตว์ที่ฟื้นตัว
TFG-R.BK3

TFG คาดผลงานครึ่งปีหลังฟื้นตัว รับอานิสงส์ราคาหมูไก่พุ่งและบาทอ่อน

บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG คาดการณ์ผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2569 จะฟื้นตัวขึ้น หลังจากไตรมาส 2/2569 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซัน โดยยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 10-15% แรงหนุนสำคัญมาจากราคาหมูมีชีวิตที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 74 บาท และราคาไก่หน้าฟาร์มที่ 43-44 บาท เพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2569 ประมาณ 15-20% ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์มีแนวโน้มลดลงจากการเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวและการนำเข้าข้าวโพดตามกรอบ WTO จากสหรัฐจำนวน 1 ล้านตันในช่วงไตรมาส 3-4/2569 นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงสู่กรอบ 33-34 บาทต่อดอลลาร์ยังช่วยหนุนการส่งออกไก่ทั้งเนื้อสุกและเนื้อดิบ ซึ่งคาดว่าปริมาณส่งออกรวมในปีนี้จะอยู่ที่ 90,000-100,000 ตัน ด้านธุรกิจร้านค้าปลีก Thai Foods Fresh Market หรือ TFM ได้ปรับเป้าหมายขยายสาขาเพิ่มเป็น 875 สาขาภายในสิ้นปี 2569 จากเดิม 850 สาขา โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจค้าปลีกจะมากกว่า 50% ของรายได้รวมเมื่อขยายครบตามเป้า พร้อมกันนี้บริษัทยังแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ได้แก่ ร้านกาแฟบริเวณหน้า TFM และธุรกิจโรงสีข้าว ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์และเพิ่มอัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ
thunhoon.com·51dอ่านต่อ →
TFG-R.BK

ส่งออกไทย มิ.ย. พุ่ง 20.8% โบรกชู 5 กลุ่มหุ้นรับอานิสงส์

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานการส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20.8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 13.7-15.2% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 41,190.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 50.3% ส่งผลให้เดือนมิถุนายนขาดดุลการค้า 6,534.7 ล้านดอลลาร์ สำหรับครึ่งปีแรก การส่งออกมีมูลค่า 196,741.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17.6% และการนำเข้ามีมูลค่า 228,485.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 38.0% ทำให้ขาดดุลการค้ารวม 31,744 ล้านดอลลาร์ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.หยวนต้า ระบุว่าการส่งออกที่สูงกว่าคาดและการขาดดุลเป็นปัจจัยให้ค่าเงินอ่อนค่า พร้อมชู 5 กลุ่มหุ้นรับอานิสงส์ ได้แก่ ยางพาราที่กลับมาโต 12.5% ในรอบ 14 เดือน หนุน STA NER และ TEGH ไก่แปรรูป หนุน GFPT TFG และ CPF อาหารสัตว์เลี้ยงที่โตต่อเนื่อง 22.3% เป็นเดือนที่ 10 หนุน ITC และ AAI อาหารทะเลกระป๋องที่กลับมาขยายตัว 17.5% หนุน TU และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่โตในอัตราเร่ง หนุน SMT CCET KCE และ HANA
Climate Adaptation & Water

โบรกฯ แนะสะสมหุ้นกลุ่มเนื้อสัตว์-เครื่องดื่ม ก่อนเอลนีโญทวีความรุนแรงปลายปี

โบรกเกอร์แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นกลุ่มเนื้อสัตว์และกลุ่มเครื่องดื่มก่อนที่ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญจะชัดเจนในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า หลังจากศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศของ NOAA ประกาศว่าโลกเข้าสู่ภาวะเอลนีโญอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 และประเมินว่ามีโอกาส 63% ที่จะทวีความรุนแรงเป็นซูเปอร์เอลนีโญในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 ถึงมกราคม 2027 ซึ่งอาจทำให้ไทยเผชิญอากาศร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติ โดยในอดีตช่วงซูเปอร์เอลนีโญ ไทยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีลดลงเหลือประมาณ 1,446 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 40 ปีที่ 1,596 มิลลิเมตรราว 9.4% และอุณหภูมิสูงสุดแตะระดับประมาณ 41 องศาเซลเซียส สูงกว่าช่วงปกติราว 2 องศาเซลเซียส ด้านกลุ่มเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อหมู มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความเครียดจากความร้อนทำให้หมูโตช้าและเสี่ยงโรค ส่งผลให้ปริมาณหมูออกสู่ตลาดลดลง โดยข้อมูลในอดีตช่วงปี 2004 ถึง 2023 พบว่าราคาเนื้อหมูปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 17% ในช่วงเอลนีโญ เทียบกับราคาเนื้อไก่ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 12% ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มและร้านสะดวกซื้อมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการบริโภคเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้นในช่วงอากาศร้อน โบรกเกอร์จึงแนะนำหุ้นกลุ่มเนื้อสัตว์ ได้แก่ BTG, TFG และ CPF และกลุ่มเครื่องดื่ม ได้แก่ ICHI, CBG และ OSP รวมถึงร้านสะดวกซื้อ CPALL
thunhoon.com·60dอ่านต่อ →