Intelligent Traffic & Tolling Systems
3
เวย์โมเตรียมให้บริการรถยนต์ไร้คนขับในสิงคโปร์ภายในปี 2028 ถือเป็นการเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรก
เวย์โม บริษัทเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับในเครืออัลฟาเบท ประกาศเมื่อวันที่ 18 ว่าจะเริ่มให้บริการรถยนต์ไร้คนขับที่ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในสิงคโปร์ภายในปี 2028 ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรกของบริษัท โดยกลุ่มรถยนต์ชุดแรกซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดรุ่นจากัวร์ ไอ-เพซ จะเดินทางถึงสิงคโปร์ภายในไม่กี่เดือน และในปี 2027 เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไร้คนขับที่ผ่านการฝึกอบรมจะขับเคลื่อนด้วยระบบmanualในระยะเริ่มต้น เพื่อปรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของเวย์โมที่ชื่อเวย์โม ไดรเวอร์ ให้เข้ากับลักษณะเส้นทางและรูปแบบสภาพอากาศมรสุมในท้องถิ่น โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการแก่สาธารณชนได้ในปี 2028 บริษัทกำลังร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานขนส่งทางบกของสิงคโปร์ในการนำบริการเข้าสู่ประเทศนี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสิงคโปร์กล่าวว่า สิงคโปร์ยินดีต้อนรับการเข้าสู่ตลาดของเวย์โมในฐานะผู้ให้บริการรถยนต์ไร้คนขับรายล่าสุด นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 เวย์โมยังได้ประกาศแผนที่จะเริ่มให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียวภายในปี 2027 อีกด้วย
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
KTB ได้เป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เป้าราคา 46 บาท
บล.ฟิลลิปฯ ระบุว่า KTB จะได้ทำหน้าที่เป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ในโครงการตั๋วร่วมรถไฟฟ้า หลังกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 70 เป็นต้นไป ผู้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะใช้มาตรการค่าโดยสารแบบตั๋วร่วมกับรถไฟฟ้าทุกสายทุกสีทุกเส้นทางในราคา 17-45 บาท โดยภาครัฐจะเป็นผู้รับภาระชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารในเส้นทางที่เดินทางจริงเกินกว่า 45 บาทให้แก่ผู้โดยสารโดยไม่ชดเชยคืนให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง และ KTB จะเป็นผู้เตรียมความพร้อมระบบหลังบ้านเพื่อบริหารจัดการเงินและเคลียร์คืนเงินส่วนต่างให้กับประชาชน มองว่าเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ KTB แต่รายได้หลักที่คาดว่าจะได้คือค่าธรรมเนียมในการเป็นเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ซึ่งไม่น่าจะสูงอย่างมีนัยสำคัญต่อประมาณการเดิม ขณะที่ประโยชน์เพิ่มเติมคือสภาพคล่องราคาถูกจากเงินที่ผ่านธนาคารและข้อมูลผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่สามารถ Cross sell ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ได้ ทั้งนี้ยังคงประมาณการกำไรปี 69 ไว้ที่ 48.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% y-y และคงราคาพื้นฐาน 46 บาท โดยคาดว่าปี 69 จะจ่ายปันผล 2.10 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 4.7% และปี 70 จะจ่าย 2.21 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 4.9% แนะนำ ทยอยซื้อ
Intelligent Traffic & Tolling Systems
▲2
สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นประกาศเป้าหมายนำระบบขับขี่อัตโนมัติมาใช้จริงในสังคมปี 2028
นายซาโต้ โคจิ ประธานสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น แถลงข่าวที่กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 17 ว่า สมาคมตั้งเป้านำระบบพื้นฐานสำหรับการขับขี่อัตโนมัติมาใช้งานจริงในสังคมบางพื้นที่ภายในปี 2028 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ และระบุแนวนโยบายเร่งสร้างแพลตฟอร์มควบคุมข้อมูลที่บูรณาการทั้งระบบเฝ้าติดตามรถขับขี่อัตโนมัติจากระยะไกล และกลไกที่รถยนต์รับข้อมูลคนเดินถนนจากเซนเซอร์และกล้องบนถนน นายซาโต้ยังยืนยันว่าควรทำให้การไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นควบคู่กันได้ พร้อมกล่าวว่าจะเร่งความเร็วในการพัฒนา นอกจากนี้ยังพิจารณาสร้างกลไกที่ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกัน ทั้งการช่วยเหลือผู้เสียหายและการสอบสวนอุบัติเหตุเมื่อเกิดเหตุขึ้น
Intelligent Traffic & Tolling Systems
▲3
BEM ราคาแตะ 6.85 บาท โบรกดาโอคงแนะนำซื้อ เป้า 9.00 บาท
หุ้น BEM ปรับขึ้น 4.58% แตะ 6.85 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หลังบล.ดาโอคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท อิง SOTP โดยระบุว่าบริษัทมีมุมมองเป็นบวกจากการจัด Group conference call กับ BEM ซึ่งคาดว่าปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าปี 2027E มีโอกาสเติบโตมากกว่า 10% YoY หนุนโดยนโยบายตั๋วร่วม ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจารายละเอียดกับรัฐ โดยเฉพาะประเด็น subsidy ด้านต้นทุน บริษัทคาดว่าจะเริ่มเห็น cost saving จากการนำงานซ่อมบำรุงสายสีม่วงกลับมาทำเองตั้งแต่ 3Q26E โดยคาด cost saving เฉลี่ยอยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อปี และใน 4Q26E อาจมี reverse ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงบางส่วนซึ่งเป็นรายการ one-time นอกจากนี้คาดการณ์ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยใน 2H26E จะยังทรงตัวต่ำใกล้เคียง 2Q26 สำหรับการปรับขึ้นค่าผ่านทาง SOE ใน ธ.ค. 2026 บริษัทมอง net impact เป็นกลาง ขณะที่อยู่ระหว่างหารือกับ กทพ. เกี่ยวกับมาตรการลดผลกระทบ ทั้งนี้ บล.ดาโอคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026E ที่ 3.9 พันล้านบาท เติบโต 3% YoY โดย 3Q26E เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิขยายตัว YoY จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงสายสีม่วงที่ปรับตัวลง และโต QoQ หนุนโดยปัจจัยฤดูกาลของการเดินทาง โดยมี catalyst จากความคืบหน้าโครงการ Double Deck และสัญญาเดินรถสายสีม่วงใต้ รวมถึงนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้าต้นปี 2027E ซึ่งจะช่วยหนุนปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าทั้งระบบสูงขึ้น
Intelligent Traffic & Tolling Systems
▲3
กทพ.ขึ้นค่าทางด่วนประจิมรัถยา 15 บาท เริ่ม 15 ธันวาคม 2569 BEM ลุยรายได้เชิงพาณิชย์
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ยืนยันว่าการปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา สายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก 15 บาท เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานที่กำหนดให้ปรับขึ้นทุก 5 ปี โดยรถ 4 ล้อ ปรับจาก 65 บาท เป็น 80 บาท รถ 6-10 ล้อ จาก 105 บาท เป็น 130 บาท และรถเกิน 10 ล้อ จาก 150 บาท เป็น 185 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. ระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ทาง เบื้องต้นอาจใช้รูปแบบคูปองส่วนลด หรือส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ใช้บัตร Easy Pass โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปและประกาศให้ประชาชนทราบเร็วๆ นี้ ปัจจุบันทางพิเศษประจิมรัถยามีปริมาณรถใช้บริการประมาณ 6 หมื่นคันต่อวัน ด้านนางสาวปาหนัน โตสุวรรณถาวร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่าบริษัทมองทั้งธุรกิจทางด่วนและธุรกิจรถไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโตสอดคล้องกับการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทาง พร้อมเดินหน้าต่อยอดรายได้จากธุรกิจเชิงพาณิชย์เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากค่าโดยสารและค่าผ่านทาง โดยพัฒนาและปรับโฉมพื้นที่ภายในสถานีรถไฟฟ้าให้เป็น Landmark และพื้นที่พักคอย พร้อมทยอยเพิ่มและปรับรูปแบบจอสื่อโฆษณาดิจิทัล หรือ Digital Display ภายในสถานี และขยายไปยังพื้นที่บนดิน เช่น บริเวณแยกสีลม สุขุมวิท และพื้นที่บริเวณทางด่วน ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่ามีมุมมองเชิงบวกต่อ BEM คาดว่าจะเปิดทดลองโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก ก่อนกำหนดเดิมที่ภายใน มกราคม 2571 พร้อมคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 3,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% YoY และคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมที่ 10.50 บาท
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
คนต. เคาะกรุงไทยเป็นศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางระบบตั๋วร่วม คุมค่าโดยสารไม่เกิน 45 บาท
คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม หรือ คนต. มีมติเห็นชอบให้ธนาคารกรุงไทยเข้ามาประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง หรือ CCH ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาท ตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 โดยการประชุมครั้งที่ 3/2569 มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน และที่ประชุมยังได้พิจารณากฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับอัตราค่าโดยสารร่วมอีก 2 ฉบับ เพื่อให้เกิดกลไกขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ด้านความคืบหน้ากฎหมายลำดับรองนั้น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ได้ออกประกาศสำนักงานและลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 5 ฉบับ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงนามประกาศกระทรวงคมนาคม 6 ฉบับ และประกาศ คนต. 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ทั้งนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร ได้รายงานความคืบหน้าการเจรจากับผู้ประกอบการ การดำเนินงานตาม พ.ร.บ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 รวมถึงการติดตั้งและทดสอบระบบตั๋วร่วม โดยที่ประชุมมีมติรับทราบและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด
Intelligent Traffic & Tolling Systems
7
JPARK เปิดตัว GJ PARK อาคารจอดรถ 1,000 คันในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ลงทุนกว่า 590 ล้านบาท
บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK เปิดตัวโครงการ GJ PARK อาคารจอดรถครบวงจรแห่งใหม่ภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 590 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการใช้พื้นที่จอดรถของผู้มาใช้บริการศูนย์การแพทย์ บุคลากร ตลอดจนประชาชนที่เข้ามาใช้บริการและทำกิจกรรมภายในพื้นที่ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการดังกล่าวรองรับรถได้ 1,000 คัน และมีพื้นที่สำหรับร้านค้าและบริการต่าง ๆ ภายในโครงการ นายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPARK กล่าวว่า GJ PARK ไม่ได้เป็นเพียงอาคารจอดรถแห่งใหม่ แต่เป็นภาพสะท้อนของการนำความเชี่ยวชาญด้าน Parking Management มาพัฒนาเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ สร้างประโยชน์ให้แก่พื้นที่โดยรอบ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่บริษัท ภายในโครงการมีการติดตั้งเทคโนโลยี ได้แก่ ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ หรือ License Plate Recognition, ระบบแนะนำพื้นที่จอดรถ หรือ Parking Guidance และระบบชำระค่าบริการแบบไร้เงินสด หรือ Cashless Payment เพื่อลดระยะเวลาในการหาที่จอดรถและเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนของรถยนต์ภายในอาคาร โครงการนี้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของ JPARK ที่มุ่งขยายจากการให้บริการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถไปสู่การพัฒนาและบริหารโครงการที่มีรูปแบบและขนาดหลากหลายมากขึ้น พร้อมช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายแหล่งรายได้และฐานธุรกิจของบริษัทในระยะยาว
Intelligent Traffic & Tolling Systems
2
รัฐบาลเตรียมชง ครม. ธ.ค. 69 อนุมัติทางพิเศษภูเก็ต กะทู้-ป่าตอง เปิดใช้ปี 2574
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ตหรือทางด่วนกะทู้-ป่าตอง จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติประมาณเดือนธันวาคม 2569 โดยปัจจุบันสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้เสนอโครงการไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว และอยู่ระหว่างปรับแบบโครงการโดยเฉพาะการลดขนาดอุโมงค์จาก 17 เมตร เหลือ 14 เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างสอบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาก ครม. มีมติเห็นชอบ จะเข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคาและคาดว่าจะได้ผู้รับจ้างประมาณเดือนเมษายน 2570 ขณะที่การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2570 และจะเริ่มก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2570 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 4 ปี คาดว่าแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2574 และเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2574 เมื่อแล้วเสร็จจะร่นระยะเวลาการเดินทางระหว่างกะทู้-ป่าตองจากปัจจุบัน 30 นาที เหลือเพียง 5 นาที โดยคาดว่าเมื่อเปิดให้บริการโครงการระยะที่ 1 จะมีปริมาณจราจรเฉลี่ยประมาณ 50,000-60,000 คันต่อวัน รวมรถจักรยานยนต์
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
กทพ. เตรียมขึ้นค่าผ่านทางศรีรัช-วงแหวนฯ 15 ธ.ค. 69 เร่งถก BEM หามาตรการลดผลกระทบ
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จะปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา หรือทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป โดยการปรับครั้งนี้เป็นการปรับเฉพาะทางพิเศษประจิมรัถยาสายนี้เท่านั้น การปรับอัตราดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานการลงทุน ซึ่งระบุให้ปรับอัตราค่าผ่านทางทุก ๆ 5 ปี โดยมี บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM เป็นผู้รับสัมปทานและเป็นผู้ลงทุนโครงการทั้งหมด 100% สำหรับอัตราใหม่ รถยนต์ 4 ล้อ อยู่ที่ 80 บาทต่อคัน จากเดิม 65 บาท รถยนต์ 6-10 ล้อ อยู่ที่ 130 บาทต่อคัน จากเดิม 105 บาท และรถยนต์เกิน 10 ล้อ อยู่ที่ 185 บาทต่อคัน จากเดิม 150 บาท ขณะนี้ กทพ. อยู่ระหว่างหารือในรายละเอียดร่วมกับ BEM และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปแนวทางช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบจากภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยจะประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการล่วงหน้าก่อนการปรับขึ้นค่าผ่านทาง
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
รฟม. สำรวจ 5 สถานีหลักสายสีเขียว เตรียมติดตั้งตั๋วร่วม EMV เริ่มใช้ปี 2570
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. นำโดยนายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการ รฟม. และนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. พร้อมด้วยผู้บริหารจากกรมการขนส่งทางราง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่สำรวจความพร้อมของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพื่อเตรียมติดตั้งระบบจัดเก็บค่าโดยสารตั๋วร่วมแบบ EMV Contactless ตามนโยบายตั๋ร่วมและมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วม ซึ่งกำหนดเป้าหมายเริ่มใช้ในปี 2570 คณะผู้บริหารเดินทางโดยรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากสถานีหมอชิตไปยังสถานีหลัก 5 แห่งที่มีผู้โดยสารหนาแน่น ได้แก่ สถานีหมอชิต สถานีอโศก สถานีสยาม สถานีศาลาแดง และสถานีพญาไท โดยเดินสำรวจกายภาพสถานีและสังเกตการณ์ความหนาแน่นของผู้โดยสารบริเวณชั้นจำหน่ายบัตรโดยสาร นายมนตรีกล่าวว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการสำรวจปัญหาทางกายภาพเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ทั้งนี้ คณะผู้บริหารยังได้หารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลการให้บริการผู้โดยสารด้านต่างๆ เพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมและอัตราค่าโดยสารร่วมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มุ่งยกระดับระบบคมนาคมของประเทศให้สะดวก ปลอดภัย และเชื่อมโยงทุกโหมดการเดินทางอย่างไร้รอยต่อภายในปี 2570 ตามเป้าหมาย
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
กทพ. รวม 11 โครงการทางด่วนเร่งด่วน ชงครม. N2 วงเงิน 1.48 หมื่นล้านบาท
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการทางพิเศษระยะเร่งด่วนรวม 11 โครงการ โดยในจำนวนนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 โครงการ เตรียมขออนุมัติดำเนินโครงการ 6 โครงการ และอยู่ระหว่างศึกษาออกแบบ 2 โครงการ นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. เปิดเผยว่า โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช – วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานครด้านตะวันออก หรือ N2 เดิม ระยะทาง 6.67 กิโลเมตร วงเงิน 14,802 ล้านบาท อยู่ระหว่างนำเสนอครม. คาดว่าจะได้รับอนุมัติและเริ่มก่อสร้างในปี 2570 เปิดให้บริการในปี 2573 ขณะที่โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช – แคราย หรือ N1 เดิม ระยะทางประมาณ 12.60 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเตรียมศึกษาความเหมาะสมใหม่ คาดว่าครม.จะอนุมัติในปี 2572 เริ่มก่อสร้างปี 2573 และเปิดให้บริการปี 2576 ด้านโครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 ช่วงงามวงศ์วาน – พระราม 9 หรือ Double Deck ระยะทาง 20.09 กิโลเมตร วงเงิน 34,800 ล้านบาท อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการ PPP เพื่อขอความเห็นชอบการแก้ไขสัญญาตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 คาดเริ่มก่อสร้างปี 2570 เปิดให้บริการปี 2574 สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ระยะทาง 18.70 กิโลเมตร วงเงิน 31,244 ล้านบาท มีความก้าวหน้าก่อสร้าง 95.98% ณ เดือนสิงหาคม 2569 และโครงการทางพิเศษสายฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ–ถนนลำลูกกา ระยะทาง 16.21 กิโลเมตร วงเงิน 24,060 ล้านบาท มีความก้าวหน้า 9.57% คาดเปิดให้บริการในปี 2571
Intelligent Traffic & Tolling Systems
2
พอนี่.ai เปิดตัวรถบรรทุกขับอัตโนมัติระดับ 4 เจรจาขยายตลาดยุโรป
บริษัทเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติสัญชาติจีน พอนี่.ai เปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้าล้วนที่มาพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 ซึ่งสามารถวิ่งได้โดยไม่มีคนขับภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ในงานแสดงสินค้ายานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ IAA Transportation ที่เปิดฉากขึ้นที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 14 รถรุ่นที่เปิดตัวครั้งนี้พัฒนาร่วมกับกว่างฉี กรุ๊ป ผู้ผลิตรถยนต์รัฐวิสาหกิจของจีน และจะเริ่มผลิตจำนวนมากในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทยังเปิดเผยว่า正在เจรจากับรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในยุโรปและลูกค้าที่มีศักยภาพเกี่ยวกับการทดสอบวิ่งในยุโรป นายหัว ซิน รองประธานผู้ดูแลธุรกิจรถบรรทุกอัตโนมัติ กล่าวว่า บริษัทได้สอบถามเรื่องนี้กับท่าเรือหลายแห่งและรัฐบาลหลายประเทศแล้ว โดยมุ่งเน้นตลาดที่มีค่าจ้างแรงงานสูงหรือเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง และกล่าวว่า ยุโรปเป็นตลาดที่สำคัญอย่างแน่นอนสำหรับรถบรรทุกอัตโนมัติ ปัจจุบันพอนี่.ai ให้บริการรถบรรทุกขับอัตโนมัติระดับ 4 ในจีนราว 200 คัน โดยบางคันวิ่งแบบไร้คนขับเต็มรูปแบบ แต่ในยุโรปยังมีเพียงไม่กี่ประเทศที่จัดทำระบบและกฎระเบียบรองรับการทดสอบวิ่งรถยนต์ขับอัตโนมัติ บริษัทระบุในแถลงการณ์ว่าจะขยายธุรกิจรถบรรทุกอัตโนมัติสู่ตลาดยุโรปและตะวันออกกลางภายในสองปีข้างหน้า และยังเดินหน้าธุรกิจรถแท็กซี่อัตโนมัตินอกจีน โดยได้ทดสอบวิ่งในหลายเมืองของยุโรป รวมถึงกรุงซาเกร็บ เมืองหลวงของโครเอเชีย
Intelligent Traffic & Tolling Systems
▲7
เคจีไอฯ แนะนำซื้อ BEM เป้า 8.40 บาท หลังปรับค่าทางด่วน SOE
บล.เคจีไอฯ ระบุว่าการปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา หรือทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบกรุงเทพมหานคร (SOE) ซึ่งปรับขึ้นทุก 5 ปี ตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานการลงทุน มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2569 โดยรถ 4 ล้อ ค่าผ่านทางพิเศษ 80 บาทต่อคัน เดิม 65 บาท และรถ 6 – 10 ล้อ ค่าผ่านทางพิเศษ 130 บาทต่อคัน จากเดิม 105 บาท มองเป็นบวกเล็กน้อย จากปริมาณรถในเส้นทาง SOE อยู่ในราว 62,500 คันต่อเดือน หรือ 5.5% ของปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนต่อเดือนที่ 1.1 ล้านคัน คาดผลกระทบจะอยู่ราว 3% ของรายได้จากทางด่วน ทั้งนี้ ค่าทางด่วนจะมีการปรับครั้งใหญ่ตามสัญญาในปี 2572 โดยจะปรับจาก 50 บาท เป็น 60 บาท สำหรับสายเข้าเมือง (FES, SES) และจาก 55 บาท เป็น 65 บาท สำหรับสาย Sector C คาดว่าปี 2571 – 2574 จะเป็นยุคทองของ BEM จากการเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบของรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีม่วง และการปรับขึ้นราคาทางด่วนในเมือง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 8.40 บาท
Intelligent Traffic & Tolling Systems
▲3
ราชกิจจาฯ ประกาศขึ้นค่าทางด่วนประจิมรัถยา 80-185 บาท เริ่ม 15 ธ.ค. 2569
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคมกำหนดให้ทางพิเศษประจิมรัถยาเป็นทางต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษ พร้อมอัตราค่าผ่านทางใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป โดยยกเลิกประกาศกระทรวงคมนาคมเรื่องกำหนดให้ทางพิเศษศรีรัช - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร เป็นทางต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษ พ.ศ. 2564 ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 สำหรับอัตราค่าผ่านทางใหม่ที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางซื่อ 2 ซึ่งใช้กับผู้ใช้ทางพิเศษประจิมรัถยาที่จะเข้าใช้ทางพิเศษศรีรัชและทางพิเศษเฉลิมมหานคร กำหนดไว้ที่รถที่มีล้อไม่เกิน 4 ล้อ 80 บาทต่อคัน จากเดิม 65 บาท รถที่มีล้อเกิน 4 ล้อแต่ไม่เกิน 10 ล้อ 130 บาทต่อคัน จากเดิม 105 บาท และรถที่มีล้อเกิน 10 ล้อ 185 บาทต่อคัน จากเดิม 150 บาท ทั้งนี้ คณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้พิจารณาตามเงื่อนไขของสัญญาสัมปทานโครงการทางพิเศษสายศรีรัช - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ในการประชุมครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ประกาศดังกล่าวลงนามโดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569
Intelligent Traffic & Tolling Systems
4
GO เวย์โม และนิปปอนโคสึ เตรียมเปิดแท็กซี่ไร้คนขับ 100 คันในโตเกียวภายในปี 2027
สามบริษัท ได้แก่ GO ผู้ให้บริการแอปเรียกรถแท็กซี่ เวย์โมในเครืออัลฟาเบตของสหรัฐฯ และนิปปอนโคสึ ประกาศเมื่อวันที่ 15 ว่ามีแผนจะเริ่มให้บริการแท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติเป็นครั้งแรกในประเทศภายในปี 2027 ในเขตกรุงโตเกียว โดยจะเป็นระดับ 4 ซึ่งระบบจะควบคุมการทำงานทั้งหมดภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และมีนโยบายจะทยอยเปิดให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับในระดับ 100 คัน ทั้งสามบริษัทซึ่งได้ทดสอบการวิ่งบนถนนในกรุงโตเกียวได้บรรลุข้อตกลงร่วมมือกันเพื่อมุ่งสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์ โดยจะให้บริการผ่านแอปของ GO และเวย์โม เวย์โมจะให้บริการเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วย ส่วนนิปปอนโคสึจะรับผิดชอบด้านการบริหารการเดินรถและการดำเนินงานของสำนักงาน นายคาวานาเบะ อิจิโร ประธานสมาพันธ์รถเช่าพร้อมคนขับและแท็กซี่แห่งชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธาน GO ด้วย กล่าวในการชี้แจงเมื่อวันเดียวกันว่า การนำแท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติมาใช้สามารถช่วยลดอุบัติเหตุจราจรและบรรเทาการขาดแคลนแรงงานได้ พร้อมแสดงความมุ่งมั่นว่า ต้องการทำให้การให้บริการเชิงพาณิชย์เกิดขึ้นจริงโดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
Intelligent Traffic & Tolling Systems
▲7
เอเซีย พลัส ชี้ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ปลดล็อกลงทุนภาครัฐ หนุน CK-STECON
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่าการผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เป็นจุดเริ่มต้นของการเร่งลงทุนภาครัฐรอบใหม่ โดยมีงบลงทุนสูงถึง 7.89 แสนล้านบาท หรือ 20.8% ของงบทั้งหมด และมองว่ากลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงมากที่สุด เนื่องจากเป็นจุดปลดล็อกการเปิดประมูลและเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะระบบราง มอเตอร์เวย์ ทางด่วน และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ ซึ่งจะเป็นแหล่งเติม Backlog สำคัญในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ทำให้ CK และ STECON เป็นหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณมากที่สุด สำหรับกลุ่มวัสดุก่อสร้าง การลงทุนภาครัฐจะช่วยหนุนอุปสงค์ปูนซีเมนต์คอนกรีตและวัสดุก่อสร้างในประเทศ ท่ามกลางภาวะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังฟื้นตัวจำกัด โดย SCC, SCCC และ TPIPL เป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการฟื้นตัวของ Construction Cycle ขณะที่ TASCO ได้แรงหนุนจากงบซ่อมบำรุงถนนและโครงข่ายทางหลวง ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อ Theme ลงทุนภาครัฐ โดยมองว่าการผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 เป็น Catalyst สำคัญที่ช่วยยืนยันการกลับมาของวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า และแนะนำให้น้ำหนักหุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเปิดประมูลและเร่งก่อสร้างโครงการภาครัฐเป็นลำดับแรก โดยให้ CK และ STECON เป็น Top Picks ของกลุ่มรับเหมา ขณะที่ SCC และ TASCO เป็นตัวแทนหลักของกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือความเร็วในการเบิกจ่ายงบ การเปิดประมูลโครงการคมนาคม การทยอยลงนามสัญญางานใหม่ และความคืบหน้าโครงการ PPP ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อจังหวะการรับรู้รายได้ การเติม Backlog และการฟื้นตัวของกำไรในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้างในระยะถัดไป
Intelligent Traffic & Tolling Systems
เทสลาเตือนกฎรถไร้คนขับของอังกฤษจะบั่นทอนนวัตกรรม
เทสลาโจมตีอังกฤษเรื่องกฎหมายรถไร้คนขับที่บริษัทระบุว่าจะ "บั่นทอนนวัตกรรม" และทำให้สหราชอาณาจักรล้าหลังประเทศอื่นทั่วโลก ในการยื่นเอกสารต่อกระทรวงคมนาคมของอังกฤษ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติสหรัฐฯ เตือนว่ากฎที่กำหนดให้รถยนต์ที่โฆษณาว่าขับเองได้ต้องเป็นรถไร้คนขับเต็มรูปแบบนั้น "เสี่ยงที่จะกัดกร่อนความเชื่อมั่นในแบรนด์และลดทอนแรงจูงใจในการลงทุนในสหราชอาณาจักร" พร้อมระบุว่ากฎหมายดังกล่าวจะทำให้บริษัทต้องสูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์ กระทรวงคมนาคมไม่ได้ระบุชื่อเทสลาในฐานะผู้ยื่นเรื่องร้องเรียน แต่ระบุว่ามาจากบริษัทที่จะต้องเปลี่ยนการสร้างแบรนด์ของตน โดยชี้ว่าเทสลาเป็นบริษัทเดียวที่มีลักษณะเช่นนั้น ขณะที่การประเมินผลกระทบของรัฐบาลระบุว่าเทสลาจะต้องเลิกใช้คำว่า "ขับเองได้" หากนำระบบขับเองเต็มรูปแบบมาใช้ในสหราชอาณาจักร ระบบเอฟเอสดีของเทสลา ซึ่งสามารถเร่งความเร็ว บังคับพวงมาลัย นำทางผ่านทางแยก และจอดรถได้ แต่ยังต้องมีผู้ขับขี่คอยควบคุมโดยมืออยู่บนพวงมาลัย ยังไม่ได้รับอนุมัติในสหราชอาณาจักร ซึ่งบริษัทยังคงเสนอการสมัครสมาชิกรายเดือนในราคา 99 ปอนด์สำหรับความสามารถเวอร์ชันพื้นฐาน กฎหมายที่กำหนดให้ต้องเลิกใช้คำว่า "ขับเองได้" จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม ขณะที่อังกฤษเตรียมอนุญาตให้ใช้แท็กซี่ไร้คนขับในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
Intelligent Traffic & Tolling Systems
4
Boring Company ระดมทุน 3 พันล้านดอลลาร์ นำโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มูลค่า 23 พันล้านดอลลาร์
Boring Company ประกาศระดมทุนรอบละ 3 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 9 กันยายน นำโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกองทุนเพื่อการลงทุนของประเทศ โดยประเมินมูลค่าบริษัทขุดเจาะอุโมงค์ของอีลอน มัสก์แห่งนี้ที่ 23 พันล้านดอลลาร์ การระดมทุนครั้งนี้เชื่อมโยงกับแผนของบริษัทที่จะขุดอุโมงค์ทั่วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งบริษัทได้ลงนามในข้อตกลงกับหน่วยงานถนนและขนส่งแห่งดูไบเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เพื่อสร้าง Dubai Loop ซึ่งเป็นระบบอุโมงค์สำหรับผู้โดยสาร โดยระยะแรกยาวประมาณ 4 ไมล์ และมีสี่สถานี คาดว่าจะเริ่มขุดได้ในช่วงปลายปีนี้ บริษัทระบุว่าขอบเขตงานในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในที่สุดจะอยู่ที่ 93 ไมล์ของอุโมงค์หรือมากกว่านั้น ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปใช้จ้างวิศวกรและพนักงานฝ่ายผลิตและปฏิบัติการเพิ่มเติม พัฒนาเครื่องขุดเจาะ Prufrock ต่อ และขยายระบบ Loop ในลาสเวกัสและแนชวิลล์ การระดมทุนครั้งนี้ดึงดูด Sequoia Capital, Andreessen Horowitz, Temasek, Valor Equity Partners, Vy Capital, Human Capital, Shamal Holding และ Baron Capital และหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานว่านักลงทุนบางรายตกลงที่จะส่งผู้สมัครงานหรือเปิดประตูให้กับเจ้าหน้าที่เมือง โดยผู้สนับสนุนรายหนึ่งที่ไม่ทำตามข้อตกลงอาจถูกบังคับให้ขายหุ้นคืนบางส่วน ซึ่งมัสก์ยืนยันรายงานนี้บน X ด้วยคำเดียวว่า True การระดมทุนครั้งล่าสุดที่บริษัทประกาศคือในเดือนเมษายน 2022 เมื่อระดมทุนได้ 675 ล้านดอลลาร์ ที่มูลค่าประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์ และบริษัทเรียกดูไบว่าสัญญาก่อสร้างฉบับแรกนอกสหรัฐอเมริกา
Intelligent Traffic & Tolling Systems
▲2impact 4
จีนวางโรดแมป EV อัจฉริยะ ตั้งเป้ารถขับขี่อัตโนมัติใช้กว้างปี 2573
กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนเปิดเผยแผนพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน โดยตั้งเป้าให้รถยนต์ที่มีระบบขับขี่อัตโนมัติเข้ามาใช้งานในวงกว้างภายในปี 2573 ภายใต้แผนดังกล่าว จีนจะเร่งนำเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติมาใช้งานบนทางหลวง ทางด่วนในเขตเมือง และถนนบางเส้นทางในเมือง โดยตั้งเป้าให้รถยนต์ขับขี่อัตโนมัติมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่าการขับขี่โดยมนุษย์ กระทรวงฯ ระบุว่ารัฐบาลจีนตั้งเป้ายกระดับบทบาทอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจ พร้อมพัฒนาผู้ผลิตรถยนต์จีนหลายรายให้ติด 10 อันดับแรกของโลกด้านยอดขาย เพิ่มการยอมรับแบรนด์รถยนต์จีนในตลาดโลก และเพิ่มบทบาทของจีนในการกำหนดมาตรฐานยานยนต์ระดับสากล ขณะเดียวกันจีนจะเพิ่มความเข้มงวดด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการผลิตรถยนต์ ความปลอดภัยบนท้องถนน ระบบขับขี่อัตโนมัติ และการอัปเดตซอฟต์แวร์ พร้อมพิจารณากระบวนการอนุมัติเป็นกรณีพิเศษสำหรับชิ้นส่วนสำคัญและรถยนต์ที่ผลิตในปริมาณน้อย กระทรวงฯ เสริมว่าจีนจะเพิ่มการกำกับดูแลกำลังการผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ ควบคุมการลงทุนที่มากเกินไป ส่งเสริมการควบรวมอุตสาหกรรม และขจัดกำลังการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการผูกขาด ยกระดับการกำกับดูแลคุณภาพสินค้า ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม และควบคุมมาตรการจูงใจที่ไม่เหมาะสมจากรัฐบาลท้องถิ่น สำหรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ กระทรวงฯ จะจัดทำแนวทางให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศต่าง ๆ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัทจีนและต่างชาติในด้านการวิจัยและพัฒนายานยนต์และชิ้นส่วนสำคัญ การลงทุน และการขยายตลาดทั่วโลก
Intelligent Traffic & Tolling Systems
2
WeRide, Uber และ AVOMO ได้รับใบอนุญาตขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 ระดับชาติฉบับแรกของสเปน
WeRide, Uber Technologies และ AVOMO ซึ่งเป็นแผนกยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Moove Cars Group ได้รับใบอนุญาตระดับชาติฉบับแรกของสเปนสำหรับรถโดยสารขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 4 เพื่อวิ่งบนถนนสาธารณะ โดยออกโดยกรมการจราจรทั่วไปของสเปนภายใต้กรอบ ES-AV ใบอนุญาตนี้ให้อำนาจในการทดสอบรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ GXR ของ WeRide ในสเปน และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำแผนที่ในแคว้นมาดริดก่อนการเปิดตัวร่วมครั้งแรกของพันธมิตรในยุโรป โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในสิ้นปี 2026 ระยะแรกจะนำรถจำนวน 20 คันที่ติดตั้งเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติล่าสุดของ WeRide มาใช้งาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญประจำรถคอยดูแล ครอบคลุมพื้นที่ที่มีความต้องการสูงในเขตมหานครมาดริด การอนุมัตินี้ถือเป็นการรับรองระดับชาติครั้งแรกสำหรับรถ GXR ขับเคลื่อนอัตโนมัติของ WeRide ในสหภาพยุโรป และเป็นใบอนุญาตขับขี่อัตโนมัติใบที่เก้าที่ WeRide ได้รับทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นเมืองที่สี่จากทั้งหมด 15 เมืองภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง WeRide และ Uber โดยจะมีอีก 11 เมืองตามมาภายในปี 2030 WeRide กล่าวว่าแคว้นมาดริดเป็นประตูสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจในยุโรป ขณะที่ Sarfraz Maredia หัวหน้าฝ่ายการเคลื่อนที่และจัดส่งอัตโนมัติระดับโลกของ Uber เรียกใบอนุญาตนี้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนการเคลื่อนที่อัตโนมัติจากขั้นวางแผนสู่การใช้งานจริง
Intelligent Traffic & Tolling Systems
2
Pony.ai และ Verne เริ่มทดสอบ rides แบบไร้คนขับเต็มรูปแบบในซาเกร็บ
Pony.ai และ Verne ได้เริ่มทดสอบ rides แบบไร้คนขับเต็มรูปแบบพร้อมผู้โดยสารบนถนนสาธารณะในซาเกร็บ ซึ่งเป็นครั้งแรกในยุโรป เส้นทางทดสอบครอบคลุมระยะทาง 22 กิโลเมตร เชื่อมต่อสำนักงานใหญ่ของ Verne และย่านธุรกิจหลักแห่งหนึ่งของซาเกร็บกับสนามบิน Franjo Tuđman Zagreb และจะขยายเส้นทางไร้คนขับเต็มรูปแบบเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยมีเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้งหมดในซาเกร็บ ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นเพียงกว่าห้าเดือนหลังจาก Pony.ai, Verne และ Uber ประกาศความร่วมมือเพื่อเปิดตัวบริการ Robotaxi เชิงพาณิชย์แห่งแรกในยุโรป ซึ่ง Pony.ai เป็นผู้ให้เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ Verne เป็นผู้นำด้านการดำเนินงานบริการ และ Uber ให้การเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มของตน นับตั้งแต่เปิดตัวบริการดังกล่าวเมื่อต้นเดือนเมษายน ขบวนรถได้วิ่งสะสมมากกว่า 200,000 กิโลเมตร ให้บริการลูกค้าหลายพันเที่ยว และได้รับคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย 4.7 จาก 5 การทดสอบครั้งนี้ใช้ Robotaxi รุ่นที่เจ็ดของ Pony.ai ซึ่งขับเคลื่อนด้วยตัวควบคุมโดเมน L4 ที่พัฒนาโดย Pony.ai บนพื้นฐาน NVIDIA DRIVE AGX และดำเนินการตามกฎระเบียบของโครเอเชียที่เกี่ยวข้องและการอนุมัติที่จำเป็นสำหรับการทดสอบยานยนต์อัตโนมัติพร้อมผู้โดยสารบนถนนสาธารณะ ปัจจุบัน Pony.ai ให้บริการเชิงพาณิชย์แบบไร้คนขับเต็มรูปแบบในสี่เมืองใหญ่ของจีน และมีการวิ่งสะสมมากกว่า 100 ล้านกิโลเมตรในการดำเนินงานอัตโนมัติทั่วโลก รวมถึงมากกว่า 40 ล้านกิโลเมตรในโหมดไร้คนขับเต็มรูปแบบ ขณะที่แผนการขยายไปต่างประเทศมี Robotaxi มากกว่า 4,000 คัน รวมถึงแผนร่วมกับ Uber ในการติดตั้งรถมากกว่า 2,000 คันทั่วยุโรป และตั้งเป้าขบวนรถทั่วโลกมากกว่า 3,500 คันภายในสิ้นปี 2026 ครอบคลุมมากกว่า 20 เมือง
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
โซลทุ่ม 86.1 ล้านล้านวอน ดัน 100 โครงการ สู่ Top 3 เมืองโลกปี 2573
นายกเทศมนตรีกรุงโซล โอ เซฮุน เปิดเผยว่า กรุงโซลเตรียมทุ่มงบประมาณ 86.1 ล้านล้านวอน หรือ 6.43 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลุยโครงการสำคัญ 100 โครงการ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของเมืองขึ้นสู่ Top 3 ของโลกภายในปี 2573 โดยโครงการริเริ่มเหล่านี้มุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตประชาชนและการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ อาทิ การจัดสรรพื้นที่ออกกำลังกายที่เดินทางจากบ้านได้ภายใน 10 นาที การมอบสิทธิ์ใช้บริการปัญญาประดิษฐ์ให้คนรุ่นใหม่ 500,000 คน และการเพิ่มรถบัสไร้คนขับเป็น 500 คันภายในปี 2573 จากปัจจุบัน 16 คัน ในด้านอสังหาริมทรัพย์ กรุงโซลตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างที่อยู่อาศัย 310,000 ยูนิตภายในปี 2574 ผ่านการวางแผนบูรณาการอย่างรวดเร็ว พร้อมผลักดันการจัดหาที่อยู่อาศัยของรัฐ 130,000 ยูนิต เพื่อรับมือราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้ โอได้ผลักดันการเลื่อนอันดับของกรุงโซลนับตั้งแต่ชนะเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ซึ่งทำให้เขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงโซลติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3 และนับเป็นสมัยที่ 5 ที่เขาดำรงตำแหน่งนี้ ปัจจุบันกรุงโซลอยู่อันดับที่ 6 จากดัชนีเมืองมหาอำนาจโลกประจำปี 2568 ของมูลนิธิโมริ เมโมเรียล ประเทศญี่ปุ่น ตามหลังลอนดอน โตเกียว นิวยอร์ก ปารีส และสิงคโปร์ โดยดัชนีนี้ประเมินเมืองจากตัวชี้วัดหลัก 6 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ การวิจัยและพัฒนา การปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ความน่าอยู่ สิ่งแวดล้อม และการเข้าถึง
Intelligent Traffic & Tolling Systems
8
กอร์ดอน จอห์นสัน นักวิจารณ์เทสลา วิจารณ์การเปิดตัว Cybercab ที่เงียบเหงา ขณะที่ NHTSA เปิดการสอบถามเชิงตรวจสอบ
กอร์ดอน จอห์นสัน นักวิจารณ์เทสลา วิจารณ์การเปิดตัว Cybercab ของอีลอน มัสก์ ในเมืองออสติน โดยกล่าวว่า "พายุแห่ง Cybercab" ที่สัญญาไว้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และ "เรื่องราวของรถแท็กซี่ไร้คนขับไม่เคยเกี่ยวกับรถแท็กซี่ไร้คนขับเลย มันเกี่ยวกับหุ้น" เทสลาเริ่มให้บริการนั่ง Cybercab เมื่อวันพฤหัสบดีเฉพาะในพื้นที่จำกัดของเมืองออสติน รัฐเท็กซัส โดยมัสก์ไม่ได้เข้าร่วมงาน และคำกล่าวของผู้บริหารเกี่ยวกับราคา การผลิต และเทคโนโลยีใช้เวลาประมาณ 15 นาที บันทึกของรัฐเท็กซัสแสดงให้เห็นว่ามี Cybercab 45 คัน จากรถเทสลาไร้คนขับ 420 คันที่จดทะเบียนในรัฐ และฝูงรถ 45 คันนี้ปรากฏในบันทึกของเท็กซัสแล้วก่อนการเปิดตัว NHTSA เปิดการสอบถามเชิงตรวจสอบเกี่ยวกับ Cybercab ประมาณ 1,000 คัน โดยตรวจสอบว่าเทสลารับรองตนเองว่ารถที่ไม่มีพวงมาลัย แป้นเบรก แป้นคันเร่ง หรือกระจกมองข้างเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลางได้อย่างไร โดยโจนาธาน มอร์ริสัน ผู้บริหารกล่าวว่าหน่วยงานสนับสนุนการพัฒนาที่ปลอดภัยอย่างเต็มที่ แต่ต้องมั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายทั้งหมด เทสลากล่าวว่าปัจจุบันบริการนั่ง Cybercab เปิดให้ประชาชนทั่วไปในบางพื้นที่ของออสติน และ Robotaxi ให้บริการด้วยรถ Model Y ทั่วเท็กซัสและฟลอริดา และบริษัทกล่าวว่าในที่สุด Cybercab จะเป็นแกนหลักของเครือข่ายไร้คนขับที่ใหญ่ขึ้น
Intelligent Traffic & Tolling Systems
2
วูเวน บาย โตโยต้า ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับจังหวัดชิซูโอกะ
วูเวน บาย โตโยต้า ซึ่งดำเนินการเมืองสาธิตเทคโนโลยีการเคลื่อนที่ยุคหน้า "วูเวน ซิตี้" ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับจังหวัดชิซูโอกะเมื่อวันที่ 3 เพื่อร่วมกันดำเนินการบริการสาธิตในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัด โดยในปีงบประมาณนี้ จะมีการทดสอบระบบที่มุ่งลดอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นศูนย์โดยใช้เทคโนโลยีการเคลื่อนที่และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัด รวมถึงพิจารณาทดสอบบริการขับขี่อัตโนมัติในพื้นที่รอบเมืองมิชิมะของจังหวัดด้วย
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
โตเกียวครั้งแรก! ประตูตรวจตั๋วแบบเดินผ่านด้วยการจดจำใบหน้า เริ่มใช้ที่สถานีอิเกบูกูโระและคามิอิทาบาชิของรถไฟโทบุ
บริษัทรถไฟโทบุเริ่มให้บริการ "ประตูตรวจตั๋วแบบเดินผ่านด้วยการจดจำใบหน้า" ซึ่งเป็นครั้งแรกในเขตโตเกียว เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 ที่สถานีอิเกบูกูโระและคามิอิทาบาชิของสายโทโจ ผู้ที่ใช้บริการได้คือผู้ถือบัตรโดยสารประจำเดือน PASMO ในช่วงที่รวมสองสถานีนี้ ประตูดังกล่าวใช้บริการยืนยันตัวตนด้วยชีวมิติ "SAKULaLa" ซึ่งพัฒนาร่วมกับบริษัทฮิตาชิ โดยกล้องที่ติดตั้งบนประตูตรวจตั๋วอัตโนมัติจะจดจำใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ทำให้ผู้โดยสารสามารถผ่านได้โดยไม่ต้องหยุด บริษัทรถไฟโทบุได้นำร่องใช้ที่สถานีโทบุอุสึโนมิยะในเดือนพฤษภาคม 2026 และสำหรับสองสถานีนี้ได้ดัดแปลงประตูตรวจตั๋วอัตโนมัติเดิมเพื่อรองรับ บริษัทมีแผนจะเพิ่มสถานีที่ใช้บริการ โดยได้ร่วมมือกับสามบริษัท ได้แก่ โอมิรอน โซเชียล โซลูชันส์, นิปปอน ชินโก และโตชิบา เพื่อเพิ่มความสามารถในการใช้งานทั่วไปของระบบจดจำใบหน้า ในด้านความปลอดภัย ได้ผสมผสานเทคโนโลยี "PBI" ของฮิตาชิกับเทคโนโลยีจดจำใบหน้าของพานาโซนิค คอนเนคต์ โดยจัดเก็บข้อมูลชีวมิติในรูปแบบที่ไม่สามารถกู้คืนได้บนคลาวด์ และใช้ระบบสร้างและลบกุญแจลับในแต่ละครั้ง สถานีอิเกบูกูโระเป็นสถานีที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 420,000 คนต่อวัน และมีศูนย์การค้าอยู่ด้วย จึงถูกเลือกเป็นกรณีต้นแบบ
Intelligent Traffic & Tolling Systems
นายักซ์เข้าซื้อไอพีเอส กรุ๊ป มูลค่า 350 ล้านดอลลาร์ เดินหน้าสมาร์ทพาร์กกิ้ง
นายักซ์ตกลงเข้าซื้อไอพีเอส กรุ๊ป ผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่จอดรถอัจฉริยะ จากวินด์แจมเมอร์ แคปิตอล อินเวสเตอร์ส ในรูปแบบธุรกรรมเงินสดทั้งหมด มูลค่า 350 ล้านดอลลาร์ มูลค่ากิจการคิดเป็นประมาณ 17 เท่าของอีบิทดาที่ปรับปรุงแล้วของไอพีเอสในปี 2569 โดยยังไม่รวมผลประหยัดจากการควบรวม หรือประมาณ 12 เท่าเมื่อรวมผลประหยัดอีบิทดาต่อปีที่คาดว่าจะมากกว่า 8 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 นายักซ์ระบุว่าดีลนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรอีบิทดาที่ปรับปรุงแล้ว กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้ว และการแปลงเป็นกระแสเงินสดอิสระได้ทันที ไอพีเอสคาดว่าจะสร้างรายได้มากกว่า 90 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2569 โดยกว่าร้อยละ 60 เป็นรายได้ประจำ และเติบโตจากธุรกิจเดิมประมาณร้อยละ 20 จากปีงบประมาณ 2568 ธุรกรรมนี้คาดว่าจะปิดดีลในไตรมาสที่สี่ของปี 2569 และหุ้นนายักซ์ปรับตัวขึ้นเกือบร้อยละ 5 ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันอังคาร
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
เจ้อเจียงซื่อเป้าแตะเพดานราคา ร่างแก้ไขกฎหมายความปลอดภัยการจราจรทางถนนตั้งหมวดขับขี่อัตโนมัติเป็นครั้งแรก
วันที่ 25 สิงหาคม หุ้นกลุ่มแนวคิดการขับขี่อัจฉริยะปรับตัวขึ้นระหว่างวัน เจ้อเจียงซื่อเป้าพุ่งชนเพดานราคา ส่วนซิงหยวนจั๋วเหม่ย จงโหยวเทคโนโลยี หย่าชวงอิเล็กทรอนิกส์ ว่านจี๋เทคโนโลยี และฝูหลงหม่าปรับตัวขึ้นตาม ด้านข่าว ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว ร่างแก้ไขกฎหมายความปลอดภัยการจราจรทางถนนซึ่งเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติชุดที่ 14 พิจารณาเป็นวาระแรกในวันเดียวกัน ได้กำหนดหมวดพิเศษว่าด้วยข้อกำหนดพิเศษสำหรับรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ โดยระบุแนวคิดของรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติและฟังก์ชันช่วยขับขี่ให้ชัดเจน และระบุชัดว่า หากรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติกระทำผิดกฎหมายความปลอดภัยการจราจรทางถนนขณะที่ฟังก์ชันขับขี่อัตโนมัติทำงานอยู่ ให้ผู้ผลิตรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติและผู้นำเข้าเป็นผู้รับผิดชอบ สถาบันวิเคราะห์ระบุว่า ปี 2026 ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นปีแรกของการผลิตเชิงพาณิชย์สำหรับรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติระดับ L3 ในประเทศ โดยสัญญาณจากนโยบาย เทคโนโลยี ตลาด และการแข่งขันที่สอดประสานกัน บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมการขับขี่อัจฉริยะของจีนกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของการพัฒนา
Intelligent Traffic & Tolling Systems
▲3
ธนาคารคาโงชิมะและพันธมิตรเตรียมเพิ่มฟังก์ชันชำระเงินระบบขนส่งในแอปธนาคาร
ธนาคารคาโงชิมะและสำนักงานขนส่งเมืองคาโงชิมะได้บรรลุข้อตกลงพื้นฐานเมื่อวันที่ 21 ในการพัฒนาและดำเนินการฟังก์ชันเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับระบบขนส่งผ่านแอปชำระเงินของธนาคาร โดยจะเพิ่มฟังก์ชันชำระค่าโดยสารระบบขนส่งลงในแอป Pay Don ซึ่งพัฒนาโดยธนาคารและดำเนินการร่วมกับสถาบันการเงินในจังหวัด เพื่อให้ใช้ได้กับรถโดยสารประจำทางและรถรางในจังหวัด กำหนดเริ่มให้บริการช่วงปลายเดือนตุลาคม นับเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นที่แอปชำระเงินไร้เงินสดของสถาบันการเงินใช้คิวอาร์โค้ดให้บริการฟังก์ชันชำระเงินระบบขนส่ง มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความสะดวกของระบบขนส่งสาธารณะและส่งเสริมการใช้จ่ายแบบไร้เงินสด
Intelligent Traffic & Tolling Systems
▲2
รฟม.เดินหน้ารถไฟฟ้าสีเงิน-สีเทา จ่อชง ครม.ปี 71
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ได้ลงนามสัญญาจ้างที่ปรึกษาศึกษาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสายสีเทา ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ แล้ว โดยใช้เวลาศึกษาประมาณ 12 เดือน และคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติทั้งสองโครงการได้ในปี 2571 เบื้องต้นคาดว่าทั้งสองโครงการจะลงทุนในรูปแบบ PPP Gross Cost ซึ่งภาครัฐเป็นผู้ลงทุนงานโยธาและรับความเสี่ยงด้านรายได้ทั้งหมด โดยจ้างเอกชนก่อสร้างระบบและบริหารจัดการโครงการในระยะยาว สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเงินได้มีการปรับเพิ่มเส้นทางให้เชื่อมต่อไปถึงอาคารผู้โดยสารด้านใต้ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งได้หารือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) แล้ว ส่วนสายสีเทาจะศึกษาการเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าสายอื่นให้มีความสะดวก รฟม. ได้ลงนามสัญญาจ้างบริษัท เอ็มเอชพีเอ็ม จำกัด เป็นที่ปรึกษาศึกษาและออกแบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา ระยะที่ 1 ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ วงเงิน 76.35 ล้านบาท และจ้างบริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาศึกษาและออกแบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 75.70 ล้านบาท
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
Rekor Systems ชนะสัญญากรมการขนส่งเซาท์แคโรไลนา มูลค่ากว่า 22 ล้านดอลลาร์
Rekor Systems ได้รับเลือกจากกรมการขนส่งเซาท์แคโรไลนา สำหรับสัญญา 7 ปี มูลค่าที่อาจสูงเกิน 22 ล้านดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับการเจรจาขั้นสุดท้าย บริษัทจะดูแลและปรับปรุงระบบนับปริมาณจราจร การจำแนกประเภทยานพาหนะ การตรวจวัดความเร็ว และการชั่งน้ำหนักขณะเคลื่อนที่ของกรมการขนส่งเซาท์แคโรไลนาทั่วทั้งรัฐ โดยเปลี่ยนเซ็นเซอร์แบบฝังในถนนที่เสื่อมสภาพเป็นระบบริมทางที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำของข้อมูลและลดการปิดช่องจราจรเพื่อบำรุงรักษา สัญญานี้ยังเปิดให้เมือง เทศมณฑล และหน่วยงานท้องถิ่นอื่นๆ ในเซาท์แคโรไลนาใช้บริการได้ ซึ่งอาจผลักดันมูลค่ารวมให้สูงกว่าเส้นฐาน 22 ล้านดอลลาร์ทั่วทั้งรัฐ Rekor จะจัดหาโครงสร้างพื้นฐานและบริหารจัดการระบบภายใต้รูปแบบข้อมูลในลักษณะบริการ ในขณะที่กรมการขนส่งเซาท์แคโรไลนาจะได้รับข้อมูลจราจรที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว หุ้นของ Rekor Systems ซื้อขายสูงขึ้นร้อยละ 2.25 ที่ประมาณ 0.68 ดอลลาร์ หลังการประกาศดังกล่าว
Intelligent Traffic & Tolling Systems
5
อมตะนำนักลงทุนไฮเทคจีนเยือนเวียดนาม ปักหมุดฮาลอง-ฟู้เถาะ พัฒนาสมาร์ทซิตี้
กลุ่มอมตะนำคณะนักลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงจากจีนเข้าพบผู้บริหารระดับสูงของเวียดนามเพื่อผลักดันโครงการอมตะ ซิตี้ ฮาลอง ในจังหวัดกว๋างนิญ และนำเสนอแนวคิดเมืองแห่งอนาคตในจังหวัดฟู้เถาะ นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน เปิดเผยว่าเป้าหมายคือการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เพื่อยกระดับเวียดนามสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค คณะผู้บริหารได้เข้าพบนายกวาน มั่ญ เกื่อง กรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและเลขาธิการพรรคประจำจังหวัดกว๋างนิญ โดยจังหวัดดังกล่าวมีจุดเด่นด้านโลจิสติกส์และนโยบายสนับสนุนการลงทุน นอกจากนี้ยังได้หารือกับผู้บริหารนครโฮจิมินห์ โดยมีนางอุรวดี ศรีภิรมย์ยา เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนามเข้าร่วม เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้โอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม ส่วนที่จังหวัดฟู้เถาะ อมตะได้เสนอโมเดลพัฒนาแบบบูรณาการที่ผสานเมืองอัจฉริยะ นิคมอุตสาหกรรม และศูนย์บริการสมัยใหม่ เพื่อรองรับการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
BTS-EBM-NBM จับมือ ViaBus เปิดเช็กอินตำแหน่งรถไฟฟ้าเรียลไทม์ครั้งแรกในไทย
บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส ร่วมกับบริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด และบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพู จับมือบริษัท เวีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน ViaBus เปิดให้ผู้โดยสารติดตามตำแหน่งขบวนรถไฟฟ้าแบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ครอบคลุมรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งสายสุขุมวิทและสายสีลม รวมถึงรถไฟฟ้ามหานครสายสีเหลืองและสายสีชมพู พร้อมแสดงจุดหมายปลายทางของแต่ละขบวน ข้อมูลตำแหน่งรถไฟฟ้าจะเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายระบบขนส่งสาธารณะอื่นบนแอป ViaBus ทั้งรถโดยสารประจำทางและเรือโดยสาร ซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านคน ช่วยให้วางแผนการเดินทางหลายรูปแบบจากแพลตฟอร์มเดียว ความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบข้อมูลขนส่งมวลชนแบบ Multi-modal ที่เชื่อมรถ ราง และเรือเข้าด้วยกันเพื่อการเดินทางไร้รอยต่อ
Intelligent Traffic & Tolling Systems
▲2
ครม. อนุมัติให้ รฟม. เดินหน้ารถไฟฟ้าโมโนเรลในสงขลา เชื่อมหาดใหญ่กับจังหวัดใกล้เคียง
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลา ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวกำหนดให้ รฟม. ดำเนินกิจการรถไฟฟ้าเพิ่มเติมในจังหวัดสงขลา จากเดิมที่ดำเนินกิจการในจังหวัดเชียงใหม่ พังงา ภูเก็ต นครราชสีมา และพิษณุโลก โดยเป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนระบบรางแบบโมโนเรล ระยะทางรวม 12.54 กิโลเมตร 12 สถานี มีโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่งที่สถานีคลองหวะ และจุดเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่ง 3 แห่งที่สถานีคลองหวะ สถานีคอหงส์ และสถานีรถตู้ สถานีมีลักษณะเป็น 3 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่คร่อมเกาะกลางถนน ออกแบบให้เชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งจากยานพาหนะประเภทต่าง ๆ และรองรับปริมาณผู้โดยสารจากพื้นที่โดยรอบเมืองหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งจัดให้มีพื้นที่จอดแล้วจรและพื้นที่รับส่ง คณะกรรมการ รฟม. ได้มีมติเห็นชอบแล้ว และเป็นไปตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
STAR Systems ขับเคลื่อนเครือข่ายระบบเก็บค่าผ่านทางแบบหลายช่องจราจรที่กำลังเติบโตในอินเดีย
STAR Systems International กำลังสนับสนุนการเปิดตัวโครงการเก็บค่าผ่านทางแบบหลายช่องจราจรชุดใหม่ทั่วอินเดีย รวมถึงทางด่วนเดลี-ชัยปุระ พิงค์ซิตี้ เอ็กซ์เพรสเวย์อันเป็นแลนด์มาร์กในรัฐราชสถาน การติดตั้งใช้เครื่องอ่าน Titan Pro และเสาอากาศ Avior ของบริษัท เพื่อให้ยานพาหนะสามารถเดินทางด้วยความเร็วบนทางหลวง ในขณะที่ธุรกรรมค่าผ่านทางถูกระบุและประมวลผลโดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ขจัดอุปสรรคจากด่านเก็บเงินแบบเดิม โครงการครอบคลุมหลายพื้นที่ รวมถึงโชรยาสีในรัฐคุชราต มุนด์กาบนถนนวงแหวนเมืองเดลีส่วนต่อขยายเมืองหมายเลขสอง ชาห์จาฮันปุระ ดาอูลัตปุระ และมาโนฮาร์ปุระในรัฐราชสถานบนทางหลวงหมายเลข 48 และฆราอุนดาบนทางหลวงหมายเลข 44 ในรัฐหรยาณา ความริเริ่มนี้สนับสนุนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลอินเดียสำหรับเครือข่ายทางหลวงแห่งชาติที่ปลอดภัยขึ้น ชาญฉลาดขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการเปลี่ยนระบบนิเวศค่าผ่านทางสู่ดิจิทัล
Intelligent Traffic & Tolling Systems
2
บริษัทย่อยของไห่หนานไฮเวย์เตรียมซื้อหุ้นทั้งหมดของเจียวค่งเทคโนโลยีด้วยมูลค่า 36.1038 ล้านหยวน
บริษัทไห่หนานพับลิกอินฟอร์เมชันเน็ตเวิร์ก ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ไห่หนานไฮเวย์ถือหุ้นทั้งหมด เตรียมซื้อหุ้นร้อยละ 100 ของบริษัทไห่หนานเจียวค่งเทคโนโลยี ด้วยมูลค่า 36.1038 ล้านหยวน เพื่อขยายธุรกิจด้านการขนส่งอัจฉริยะ คู่สัญญาในธุรกรรมนี้คือบริษัทไห่หนานสมาร์ททรานสปอร์ตอินดัสทรีดีเวลอปเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทถือหุ้นทั้งหมด ทำให้ธุรกรรมนี้เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน หลังธุรกรรมเสร็จสิ้น บริษัทพับลิกเน็ตเวิร์กจะถือหุ้นร้อยละ 100 ในเจียวค่งเทคโนโลยี และเจียวค่งเทคโนโลยีจะถูกรวมเข้าในงบการเงินรวมของบริษัท บริษัทระบุว่าการดำเนินการนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งการปรับเปลี่ยนและพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲impact 4
จีลี่ ออโต้ ได้รับการรับรองระบบการจัดการความปลอดภัยสำหรับระบบช่วยขับขี่แบบรวมเป็นรายแรกในจีน
จีลี่ ออโต้ ประกาศว่าได้รับใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัยสำหรับระบบช่วยขับขี่แบบรวมขององค์กรผู้ผลิตรถยนต์เป็นรายแรกในจีน ซึ่งการรับรองนี้เป็นข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่บังคับใช้และผูกโยงกับการเข้าสู่ตลาดโดยตรง ใบรับรองหมายเลข 001 นี้ได้รับในช่วงเวลาสำคัญที่มาตรฐานแห่งชาติบังคับเรื่องข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับระบบช่วยขับขี่แบบรวมของรถยนต์อัจฉริยะที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกำลังจะมีผลบังคับใช้ โดยเหลือช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเพียงครึ่งปีก่อนที่มาตรฐานบังคับจะถูกบังคับใช้เต็มรูปแบบในเดือนมกราคม 2027 รถยนต์ทุกรุ่นที่จำหน่ายในอุตสาหกรรมจะต้องผ่านการรับรองระบบนี้ก่อนจึงจะสามารถวางจำหน่ายได้ จีลี่ ออโต้ ในฐานะหนึ่งในหน่วยงานหลักที่ร่วมร่างมาตรฐานแห่งชาติบังคับนี้ ได้นำข้อมูลการทดสอบจริงจำนวนมหาศาลจากสภาพถนนที่ซับซ้อนในประเทศมาผนวกเข้ากับข้อกำหนดต่างๆ และได้ดำเนินการปรับกระบวนการภายในให้สอดคล้องตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างกรอบมาตรฐาน จึงสามารถคว้าใบรับรองแรกได้ทันทีที่มาตรฐานมีผลบังคับใช้ ปัจจุบันอัตราการติดตั้งระบบช่วยขับขี่ระดับ 2 ในรถยนต์ใหม่ของจีนทะลุร้อยละ 70 และอัตราการติดตั้งระบบช่วยนำทางขั้นสูงเกินร้อยละ 30 การรับรองระบบนี้เปรียบเสมือนใบอนุญาตการผลิตที่ถูกต้องตามกฎระเบียบสำหรับรถยนต์รุ่นอัจฉริยะ ซึ่งจะผลักดันให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมดเร่งแก้ไขจุดอ่อนในการจัดการความปลอดภัยตลอดวงจรชีวิตของระบบขับขี่อัจฉริยะ
Intelligent Traffic & Tolling Systems
2
ไป่ตู้และลิฟต์เริ่มทดสอบบนถนนในลอนดอนสำหรับบริการเรียกรถอัตโนมัติอพอลโล โก
ไป่ตู้และลิฟต์ได้เริ่มทดสอบบนถนนสำหรับแพลตฟอร์มเรียกรถอัตโนมัติอพอลโล โกในลอนดอนผ่านบริการฟรีนาวของลิฟต์ การทดสอบกำลังเกิดขึ้นในเขตเบรนต์โดยมีผู้ควบคุมความปลอดภัยอยู่บนรถ ครอบคลุมสภาพแวดล้อมการขับขี่ทั้งในเมืองและชานเมือง บริษัททั้งสองวางแผนที่จะเปิดให้บริการแก่ผู้โดยสารทั่วไปเริ่มในปี 2027 ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล การดำเนินการนี้ต่อยอดจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในปี 2025 ที่ลิฟต์จะนำรถยนต์อัตโนมัติอพอลโล โกไปใช้ในตลาดสำคัญของยุโรป โดยอพอลโล โกจัดหายานพาหนะอาร์ที6 และเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ ขณะที่ฟรีนาวของลิฟต์มอบความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงานในท้องถิ่น โครงการในลอนดอนนี้สืบเนื่องจากประสบการณ์การทดสอบของอพอลโล โกในฮ่องกง ซึ่งเป็นตลาดพวงมาลัยขวาแห่งแรก โดยได้รับใบอนุญาตทดสอบแบบไร้คนขับเต็มรูปแบบครั้งแรกจากกรมการขนส่งฮ่องกงเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม และเริ่มทดสอบบนเกาะสนามบินเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม
Intelligent Traffic & Tolling Systems
เทคโนโลยีจอดรถอัจฉริยะ EXEED VPD เริ่มทดสอบในตะวันออกกลาง
เอ็กซ์อีอีดีได้ส่งรถทดสอบจำนวนแปดคันที่ติดตั้งเทคโนโลยี Valet Parking Driver ไปยังซาอุดีอาระเบีย โดยการทดสอบภาคสนามในพื้นที่จะเริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมทั่วซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ภายใต้สภาพอากาศร้อนจัดและสภาพถนนที่ซับซ้อน ระบบ VPD ซึ่งมีฟีเจอร์เรียกคืนรถด้วยสัมผัสเดียวที่ให้ผู้ใช้เรียกรถผ่านแอปพลิเคชันขณะรอในล็อบบี้ปรับอากาศ จะเปิดตัวทั่วโลกในรุ่น ET ปี 2026 เทคโนโลยีนี้มุ่งเปลี่ยนการจอดรถจากภาระส่วนตัวให้เป็นบริการที่จัดการโดยรถยนต์ทั้งหมด ทำให้การจอดรถในย่านการค้าที่พลุกพล่านของดูไบหรือตามถนนคอร์นิชในอาบูดาบีเป็นเรื่องง่ายดาย
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
ตลาดระบบรางดิจิทัลโลกคาดการณ์มูลค่าแตะ 136.49 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2031
ตลาดระบบรางดิจิทัลโลกคาดว่าจะเติบโตจาก 90.98 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 เป็น 136.49 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2031 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้นที่ร้อยละ 8.5 ตามรายงานใหม่จาก ResearchAndMarkets.com ส่วนระบบข้อมูลผู้โดยสารคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้นสูงสุด เนื่องจากหน่วยงานขนส่งมวลชนนำจอแสดงผลดิจิทัลแบบไดนามิกและแอปพลิเคชันมือถือมาใช้เพื่ออัปเดตตารางเวลาและการหยุดชะงักแบบเรียลไทม์ การตรวจสอบระยะไกลครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในปี 2025 โดยได้แรงหนุนจากเซ็นเซอร์และการวิเคราะห์บนพื้นฐาน IoT ที่ตรวจสอบสภาพราง สต็อกยานพาหนะ และระบบสัญญาณ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถูกระบุว่าเป็นตลาดภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด โดยได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนในเมืองอัจฉริยะ การขยายตัวของเมือง และระบบสัญญาณขั้นสูง โดย Siemens Mobility ได้ขยายความร่วมมือกับ SBS Transit ในสิงคโปร์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 เพื่อปรับปรุงระบบสัญญาณของสายดาวน์ทาวน์ให้ทันสมัย ผู้เล่นหลักประกอบด้วย Siemens, Cisco, Hitachi, Wabtec, Alstom และ IBM
Intelligent Traffic & Tolling Systems▲
การใช้ AI ในระบบระบุตำแหน่งรถบัส เปลี่ยนอนาคตของระบบขนส่งสาธารณะ
การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการใช้ AI ในระบบขนส่งสาธารณะกำลังก้าวหน้า โดยระบบบริหารจัดการการเดินรถที่พัฒนาต่อยอดจากระบบระบุตำแหน่งรถบัสกำลังเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้บริการ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีการจัดฟอรัม "แนวหน้าของข้อมูลเปิดด้านระบบขนส่งสาธารณะ 2026" เพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากรูปแบบข้อมูลมาตรฐานสำหรับรถบัส หรือ GTFS โดยใช้ GTFS เป็นฐานในการพัฒนาระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรเพื่อให้รถวิ่งตรงเวลา การสร้างแอปนำทางรถบัสบนสมาร์ทโฟนอย่างง่าย และการพัฒนาแอปพลิเคชันด้วย AI แบบรู้สร้าง ขณะนี้บริษัทต่างๆ กำลังดำเนินการทดสอบและนำร่องเชิงพาณิชย์ในหลายพื้นที่ เช่น ระบบ "AI ขับเคลื่อนรถบัส" ของเอ็นทีที โดโคโม บิสซิเนส ระบบ MaaS และระบบขนส่งในชุมชนแบบตามความต้องการของฟูจิตสึ และระบบบริหารจัดการการเดินรถ "LIVU" ของเรชิป โฮลดิงส์ การแพร่หลายของระบบขนส่งตามความต้องการที่ขับเคลื่อนด้วย AI และยานยนต์ไร้คนขับ คาดว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุออกนอกบ้านมากขึ้น แก้ปัญหาพื้นที่ที่ระบบขนส่งเข้าไม่ถึง และเปลี่ยนแนวคิดจากการเป็นเจ้าของยานพาหนะไปสู่การใช้บริการ