Defense Primes — Europe & Asia
▲3impact 4
สหรัฐฯ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์บรรลุข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ แทนที่ฉบับปี 1951
สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ซึ่งจะเปิดทางให้สหรัฐฯ ขยายบทบาททางทหารและความมั่นคงบนเกาะกรีนแลนด์ได้อย่างถาวร พร้อมสกัดการแผ่อิทธิพลของชาติที่เป็นปรปักษ์ โดยคาดว่าจะมีการลงนามร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์หน้า และข้อตกลงฉบับใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ข้อตกลงว่าด้วยการป้องกันกรีนแลนด์ปี 1951 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือ NATO ตั้งฐานทัพหรือส่งกำลังทหารเข้าประจำการในกรีนแลนด์ รวมถึงห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรเข้าไปลงทุนในการทำเหมืองแร่และแร่สำคัญ ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ดูเหมือนมีเป้าหมายเพื่อสกัดจีนหรือรัสเซียไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรหรือตั้งฐานที่มั่นทางทหารในกรีนแลนด์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความย้ำว่าสหรัฐฯ จะสามารถดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างเสถียรภาพและปกป้องดูแลความมั่นคงของกรีนแลนด์ รวมถึงสหรัฐฯ และยืนยันว่าไม่ใช่การถ่ายโอนอธิปไตยหรือยกดินแดนให้สหรัฐฯ ขณะที่เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก และเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ยืนยันการบรรลุข้อตกลงผ่านแถลงการณ์ร่วม โดยเฟรเดอริกเซนระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในเขตอาร์กติกและมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ พร้อมรับรองอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก รวมถึงสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองของชาวกรีนแลนด์
Defense Primes — Europe & Asia
2impact 4
ทรัมป์ลงนามกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ให้อำนาจเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน โดยกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจขยายมาตรการคว่ำบาตร การเรียกเก็บภาษีศุลกากร และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อรัสเซีย พร้อมต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่มีอยู่เดิม กฎหมายซึ่งมีชื่อว่า Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย ธนาคารรัสเซีย และเรือที่ใช้ขนส่งพลังงานจากรัสเซีย อีกทั้งให้อำนาจทรัมป์เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด นอกจากนี้ยังขยายอายุของกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน หรือ Iran Sanctions Act ออกไปอีก 5 ปี เพื่อคงมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคพลังงานและอาวุธของอิหร่าน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน หลังจากวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สืบทอดเจตนารมณ์ของลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตวุฒิสมาชิกผู้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังล้มป่วยกะทันหันได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเผชิญความเห็นแตกแยกในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าในวุฒิสภา โดยสมาชิกพรรคเดโมแครต 3 คนในสภาผู้แทนราษฎรระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อไม่นานมานี้ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเพิ่มอำนาจให้ทรัมป์ในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างมาก แต่ไม่ได้บังคับให้เขาใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย
Defense Primes — Europe & Asia
3impact 4
สหรัฐฯ ผ่านกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย เก็บภาษีสูงสุด 100% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันดิบ
เมื่อวันที่ 18 ที่สหรัฐฯ กฎหมายที่กำหนดให้เก็บภาษีคว่ำบาตรสูงสุด 100% กับประเทศสำคัญที่ซื้อน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติของรัสเซียซึ่งยังคงรุกรานยูเครนได้ผ่านความเห็นชอบ และประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในร่างกฎหมายดังกล่าว กฎหมายนี้กำหนดให้เก็บภาษีสูงสุด 100% กับ 5 ประเทศชั้นนำที่ซื้อน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย โดยมีจีนและอินเดียเป็นเป้าหมายหลัก นอกจากนี้ยังกำหนดมาตรการคว่ำบาตรกับประเทศที่ช่วยรัสเซียหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน สำหรับก๊าซธรรมชาตินั้น ได้กำหนดข้อยกเว้นให้ประเทศที่ปริมาณนำเข้าจากรัสเซียต่ำกว่า 15% ของปริมาณส่งออกต่อปีของรัสเซีย และได้ดำเนินมาตรการลดการซื้อแล้ว ไม่อยู่ในข่ายถูกคว่ำบาตร
Defense Primes — Europe & Asia
ล็อกฮีด มาร์ติน เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-35A ลำแรกของเยอรมนี
ล็อกฮีด มาร์ติน ได้เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-35A ไลต์นิง II ลำแรกของเยอรมนีให้แก่รัฐบาลเยอรมนีในพิธีที่โรงงานผลิต F-35 ของบริษัทในเมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 โครงการจัดซื้อตามแผนของเยอรมนีกำหนดเครื่องบิน F-35A จำนวน 35 ลำ โดยเครื่องบินแปดลำแรกจะส่งมอบให้ฐานทัพอากาศแห่งชาติเอ็บบิงในรัฐอาร์คันซอเพื่อฝึกนักบินเริ่มตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงนี้ และเครื่องบิน F-35 ลำแรกของเยอรมนีจะมาถึงประเทศในปลายปี 2027 นายบอริส พิสโทริอุส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี กล่าวว่าเครื่องบินขับไล่ลำแรกจะส่งมอบภายในปีนี้ และจะบรรลุขีดความสามารถในการปฏิบัติการเต็มรูปแบบภายในปี 2029 โดยเรียกเครื่องบินลำนี้ว่าขีดความสามารถหลักที่ชี้ขาดสำหรับกองทัพอากาศเยอรมนีและสำหรับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือทั้งหมด พลโทโฮลเกอร์ นอยมันน์ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศและอวกาศเยอรมนี กล่าวว่า F-35 จะทำให้เยอรมนีเป็นส่วนหนึ่งของประชาคม F-35 นานาชาติที่ใหญ่ขึ้น เสริมความแข็งแกร่งทั้งให้แก่เยอรมนีและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ โอเจ ซานเชซ ประธานฝ่ายอากาศยานของล็อกฮีด มาร์ติน กล่าวว่าบริษัทกำลังต่อยอดจากความร่วมมือกับเยอรมนีที่มีมากว่า 50 ปี และตั้งข้อสังเกตว่าอุตสาหกรรมเยอรมนีมีส่วนร่วมในโครงการ F-35 นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2001 เครื่องบิน F-35 ได้รับการคัดเลือกจาก 20 ประเทศ รวมถึง 13 ประเทศในยุโรป และปัจจุบันมีเครื่องบิน F-35 มากกว่า 1,355 ลำที่ปฏิบัติการอยู่ทั่วโลก
Defense Primes — Europe & Asia
สหรัฐฯ เตรียมออกวีซ่าให้ผู้นำอิหร่านร่วมประชุม UNGA
รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมอนุมัติวีซ่าให้ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ เพื่อเปิดทางให้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA ณ นครนิวยอร์ก ในสัปดาห์หน้า แม้ทั้งสองประเทศยังคงอยู่ในภาวะสงคราม และมีการเจรจาเป็นระยะเพื่อหาทางยุติความขัดแย้งก็ตาม ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้หารือกันเกี่ยวกับการมีปฏิสัมพันธ์ในระดับสูงผ่านทางโทรศัพท์ในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ก่อนที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะร่วมหารือกัน ณ กรุงวอชิงตัน ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเปิดเผยในวันเดียวกันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่สเตลธ์ F-35 จำนวน 48 ลำ พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้แก่ซาอุดีอาระเบีย โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 2.43 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ ยืนยันว่าเกาหลีใต้จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามในตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม พร้อมย้ำว่าบทบาทใด ๆ ของประเทศจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับการสู้รบ และคิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ กล่าววันนี้ว่า การซ้อมรบทางทหารที่นำโดยสหรัฐฯ กำลังทำให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีเลวร้ายลงเรื่อย ๆ พร้อมยืนยันว่าเกาหลีเหนือจะเดินหน้าเสริมคลังแสงนิวเคลียร์ต่อไป
Defense Primes — Europe & Asia
รัฐมนตรีคลังอังกฤษเตรียมขอให้อียูไม่กีดกันสหราชอาณาจักรในนโยบายอุตสาหกรรม
นายฮีลีย์ รัฐมนตรีคลังสหราชอาณาจักร มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมกับรัฐมนตรีคลังสหภาพยุโรปที่กรุงดับลินในวันที่ 17 และจะเรียกร้องให้อียูไม่กีดกันสหราชอาณาจักรออกจากนโยบายอุตสาหกรรม "เมด อิน ยูโรป" กระทรวงการคลังอังกฤษระบุว่านายฮีลีย์ต้องการกระชับความร่วมมือกับอียูในด้านเทคโนโลยี การป้องกันประเทศ และการผลิต โดยหวังว่าจะได้รับการปรับปรุงการเข้าถึงตลาดยุโรป เมื่อปีที่แล้ว สหราชอาณาจักรได้เจรจาเพื่อเข้าร่วมกองทุนป้องกันประเทศของอียูที่ชื่อ SAFE แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากปฏิเสธที่จะจ่ายเงินสมทบ นายฮีลีย์จึงจะเรียกร้องให้อียู "เรียนรู้บทเรียน" จากกรณี SAFE นโยบาย "เมด อิน ยูโรป" มีเป้าหมายลดการพึ่งพาชิ้นส่วนจากจีนด้วยการให้ความสำคัญกับสินค้าที่ผลิตในอียูมากกว่าสินค้าจากนอกอียู ซึ่งเป็นประเด็นกังวลสำหรับบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหราชอาณาจักรที่ส่งชิ้นส่วนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอียู นายฮีลีย์เตรียมเรียกร้องให้อียูกำหนดอุปสรรคใหม่ ๆ หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ของอังกฤษรายงานว่าในการประชุมครั้งนี้ นายฮีลีย์จะส่งสัญญาณว่าสหราชอาณาจักรอาจบรรลุข้อตกลง "รีเซ็ต" ความสัมพันธ์กับอียูได้ โดยมีเงื่อนไขว่ารัฐบาลสามารถแสดงให้เห็นว่าเป็น "ประโยชน์ต่อประชาชนชาวอังกฤษ"
Defense Primes — Europe & Asia
ทรัมป์เผยสหรัฐจ่อตั้งฐานทัพในโปแลนด์ เตรียมประกาศที่ตั้งเร็ว ๆ นี้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social แสดงความยินดีต่อความคืบหน้าครั้งสำคัญในการจัดตั้งฐานทัพสหรัฐในโปแลนด์ โดยได้รับการสนับสนุนจากนายคารอล นาฟรอสกี ประธานาธิบดีโปแลนด์ ทรัมป์ระบุว่าจะมีการประกาศสถานที่ตั้งฐานทัพสหรัฐในเร็ว ๆ นี้ พร้อมยกย่องความเป็นผู้นำที่กล้าหาญของนาฟรอสกี และชี้ว่าหากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นย่างก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์สำหรับการเป็นพันธมิตรอันยิ่งใหญ่ระหว่างสหรัฐและโปแลนด์
Defense Primes — Europe & Asia
2
ธนาคารมิцуบิชิ ยูเอฟเจ เตรียมสรุปท่าทีการปล่อยสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับด้านกลาโหม
เมื่อวันที่ 17 มีรายงานว่าธนาคารมิцуบิชิ ยูเอฟเจ มีแนวโน้มที่จะสรุปท่าทีภายในธนาคารเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับด้านกลาโหมในเร็ว ๆ นี้ โดยจะพิจารณาความสอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงของรัฐบาล ประกอบกับศักยภาพการเติบโต และตัดสินใจเป็นรายกรณีไปว่าสามารถปล่อยสินเชื่อได้หรือไม่ อุตสาหกรรมกลาโหมเป็นหนึ่งใน 17 สาขาที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นเป้าหมายการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในยุทธศาสตร์การเติบโต โดยมีแนวทางสนับสนุนวิสาหกิจเกิดใหม่ผ่านการลงทุนภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมสร้างฐานเทคโนโลยีและการผลิตของสินค้าที่ใช้ได้ทั้งทางทหารและพลเรือน เช่น โดรน
Defense Primes — Europe & Asia
Thales เปิดตัวระบบบัญชาการและควบคุมด้วย AI HexaForce สำหรับชาติพันธมิตร NATO
Thales ประกาศเปิดตัว HexaForce ระบบบัญชาการและควบคุมหลายโดเมนรุ่นใหม่ที่เสริมขีดความสามารถด้วย AI ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อสนับสนุนอธิปไตยของชาติสำหรับ NATO และประเทศพันธมิตร ระบบนี้ผ่านการทดสอบสำเร็จระหว่างการฝึกซ้อม NATO CWIX 2026 และได้รับการปรับแต่งสำหรับสงครามความเข้มข้นสูง โดยรองรับความต้องการด้านการบัญชาการของกำลังพลมากกว่า 100,000 นาย HexaForce ทำงานครอบคลุมปฏิบัติการทางบก ทางอากาศ ทางทะเล ไซเบอร์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อวกาศ และสารสนเทศ และใช้ขีดความสามารถปัญญาประดิษฐ์ของ cortAIx ซึ่งเป็นหน่วยเร่งพัฒนาด้าน AI โดยเฉพาะของ Thales ที่รวมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล 800 คนเข้าด้วยกัน ขณะนี้การทดลองภาคสนามกำลังปูทางสู่การติดตั้งใช้งานเต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถจาก 100 เป็น 1,000 เป้าหมายที่ประมวลผลต่อวัน โซลูชันนี้ต่อยอดจากข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการของ Artemis.IA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นข้อมูลเป็นศูนย์กลางและใช้งานร่วมกับกระทรวงกองทัพฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 2023 และพร้อมใช้งานแล้วในขณะนี้
Defense Primes — Europe & Asia
CAE ลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการฝึกอบรมโดรนกับ WB Electronics ของโปแลนด์
CAE ลงนามบันทึกความเข้าใจกับบริษัทเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ WB Electronics ของโปแลนด์ เมื่อวันที่ 8 กันยายน ณ งานแสดงสินค้า MSPO 2026 ในเมืองเคียลต์เซ ประเทศโปแลนด์ โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านการจำลองและการฝึกอบรมแบบสังเคราะห์ของ CAE เข้ากับแพลตฟอร์มไร้คนขับและอัตโนมัติของ WB Electronics เพื่อฝึกอบรมผู้ปฏิบัติการให้แก่กองกำลังป้องกันประเทศในแคนาดา โปแลนด์ และประเทศพันธมิตร ดีลดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ CAE รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งรายได้ด้านการป้องกันประเทศเพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็น 531.8 ล้านดอลลาร์ และอัตรากำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มที่ปรับปรุงแล้วขยับขึ้นเป็น 9.5% จาก 9.4% ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.8% เป็น 1,173.4 ล้านดอลลาร์ และกระแสเงินสดอิสระพลิกเป็นบวก 104.0 ล้านดอลลาร์ จากติดลบ 134.7 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน กำไรจากการดำเนินงานลดลง 35.1% เป็น 86.8 ล้านดอลลาร์ จากค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง 48.3 ล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นลดลงเหลือ 0.10 ดอลลาร์ จาก 0.18 ดอลลาร์ โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจพลเรือนที่ปรับปรุงแล้วลดลงเหลือ 16.5% จาก 20.2% ยอดคำสั่งซื้อด้านการป้องกันประเทศลดลง 26.1% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็น 451.9 ล้านดอลลาร์ ดันอัตราส่วนคำสั่งซื้อต่อยอดขายของไตรมาสนี้มาอยู่ที่ 0.85 เท่า และแนวโน้มปีงบประมาณ 2027 ของฝ่ายบริหารคาดว่ารายได้ธุรกิจพลเรือนจะทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย CAE ซื้อคืนและยกเลิกหุ้นจำนวน 1,107,279 หุ้น เป็นเงิน 39.0 ล้านดอลลาร์ในระหว่างไตรมาส และกำลังดำเนินแผนการเปลี่ยนแปลงโดยตั้งเป้าประหยัดต้นทุนประจำปี 125 ล้านดอลลาร์ ถึง 150 ล้านดอลลาร์ ภายในปีงบประมาณ 2030 โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายรวมจะอยู่ที่ 200 ล้านดอลลาร์ ถึง 250 ล้านดอลลาร์
Defense Primes — Europe & Asiaimpact 5
ทรัมป์หวังสงครามอิหร่านใกล้จบ แต่ซาอุฯ-ฮูตีปะทะเดือด เสี่ยงซัพพลายน้ำมันหาย 4%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ 16 กันยายนว่า หวังว่าสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 จะใกล้ถึงจุดสิ้นสุด โดยระบุว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลง และตนได้รับการติดต่อจากอิหร่านโดยตรง แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบียเปิดฉากโจมตีในเยเมน และกลุ่มกบฏฮูตีตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเมืองต่าง ๆ ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงท่าเรือน้ำมันยันบุริมทะเลแดง และฐานทัพอากาศคามิส มูชาอิตทางตอนใต้ ตามคำแถลงของยาห์ยา ซารี โฆษกกองทัพกลุ่มฮูตี สงครามดังกล่าวปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ก่อนที่เตหะรานจะยิงตอบโต้อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย และการโจมตีซาอุดีอาระเบียจนท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกเสียหายในครั้งนี้ ทำให้กลุ่มผู้ค้าน้ำมันเตือนว่า หากท่อส่งน้ำมันดังกล่าวต้องหยุดส่งน้ำมันเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันทั่วโลกหายไปสูงถึง 4% ขณะที่ทางการซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าจะกลับมาเดินท่อส่งน้ำมันได้เมื่อใด นอกจากนี้ การที่สงครามลุกลามเข้าสู่เยเมนยังซ้ำเติมภาวะขาดแคลนพลังงานทั่วโลก หลังจากสงครามก่อนหน้านี้ได้ตัดขาดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวถึง 1 ใน 5 ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เมื่อวันพุธเคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 6.30 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองครั้งใหญ่ต่อพรรครีพับลิกันก่อนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ด้านสำนักข่าวแอกซิออส รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ปธน.ทรัมป์มีกำหนดพบหารือกับผู้นำคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC ซึ่งประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ บาห์เรน คูเวต และโอมาน นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ในวันอังคารหน้า ที่ 22 กันยายน เพื่อหารือแนวทางขั้นต่อไปในสงครามกับอิหร่าน ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2558 และเคยสงบลงตามข้อตกลงหยุดยิง ได้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้งหลังกลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
Defense Primes — Europe & Asia
4
ทรัมป์สั่งตัดสินค้าแคนาดาออกจากระบบจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลกลางสหรัฐ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลงนามในบันทึกความเข้าใจเมื่อวันที่ 16 เพื่อตัดสินค้าแคนาดาออกจากระบบจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานพลเรือนของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ โดยอ้างว่าเป็นมาตรการตอบโต้ที่แคนาดากีดกันบริษัทสหรัฐฯ ไม่ให้เข้าสู่ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของแคนาดา ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงขึ้นจากการตอบโต้กันด้วยภาษีศุลกากรในอัตราสูง ทรัมป์ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารงบประมาณและการจัดการสหรัฐฯ และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุรายการสินค้าที่จะถูกตัดออก รวมทั้งให้ติดตามการปฏิบัติต่อสินค้าสหรัฐฯ ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของแคนาดาด้วย ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าที่ทวีขึ้น แคนาดากำลังกระชับความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปอย่างรวดเร็ว โดยนางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เพิ่งเสนอแนวคิดเมื่อวันที่ 16 นี้เองที่จะให้แคนาดาเป็นประเทศแรกที่มีสถานะกึ่งสมาชิกของสหภาพยุโรป
Defense Primes — Europe & Asia
5impact 4
หุ้นโบอิ้งร่วง 6% หลังซีอีโอส่งสัญญาณกังวลด้านการผลิตและกระแสเงินสด
หุ้นโบอิ้งร่วงลง 6% เมื่อวันพุธ หลังจากเคลลี ออร์ตเบิร์ก ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุถึงข้อจำกัดด้านการผลิตและปรับคาดการณ์กระแสเงินสดในการประชุม Morgan Stanley Laguna Conference ออร์ตเบิร์กกล่าวว่าโบอิ้งยังไม่สามารถรักษาอัตราการผลิตตามเป้าหมายที่ 47 ลำต่อเดือนในโครงการ 737 ได้ โดยการผลิตปีกเป็นข้อจำกัดในการเพิ่มกำลังการผลิต และกระแสเงินสดอิสระที่สูงกว่า 2 พันล้านดอลลาร์มีแนวโน้มเป็นไปได้น้อยลงเนื่องจากความท้าทายด้านการส่งมอบ แม้ว่าบริษัทยังคงเป้าหมายทั้งปีที่กระแสเงินสดอิสระ 1 พันล้านถึง 3 พันล้านดอลลาร์ สำหรับเครื่องบิน 737 MAX 10 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของคำสั่งซื้อที่ค้างส่งของโบอิ้งในรุ่น 737 ออร์ตเบิร์กกล่าวว่าการรับรองจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ โดยการทดสอบการบินทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว สำหรับโครงการ 777X การทดสอบเพื่อการรับรองยังคงดำเนินต่อไป โดยบางส่วนคาดว่าจะยืดเยื้อไปถึงปี 2027 ขณะที่บริษัทยังคงแผนการส่งมอบในปี 2027 และอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญากับสายการบินเกี่ยวกับเครื่องบิน 777X ที่ผลิตเสร็จแล้ว ออร์ตเบิร์กยังชี้ถึงความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในโครงการด้านกลาโหมและความล่าช้าในการส่งมอบเครื่องยนต์สำหรับโครงการ 787 พร้อมระบุว่าโบอิ้งกำลังได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากจีน และบริษัทกำลังพยายามหลีกเลี่ยงการหยุดงานกับสหภาพ SPEEA โดยเตือนว่าการประท้วงหยุดงานจะทำให้โครงการรับรอง 777X ต้องหยุดชะงัก
Defense Primes — Europe & Asia
▲3impact 4
EU เปิดทางแคนาดาเป็นสมาชิกสมทบชาติแรก หวังกระชับความร่วมมือเทคฯ-กลาโหม-พลังงาน
อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แถลงเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า สหภาพยุโรปกำลังเปิดประตูต้อนรับแคนาดาให้เข้าเป็นสมาชิกสมทบชาติแรกของกลุ่ม ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้ระบุไว้ในสนธิสัญญาของ EU มาก่อน โดยประกาศระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีต่อที่ประชุมรัฐสภายุโรป ณ เมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส ว่า ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันอย่างครอบคลุมตั้งแต่การผลิตอัจฉริยะ แร่ยุทธศาสตร์สำคัญ พลังงาน ไปจนถึง AI พร้อมจัดตั้งพันธมิตรด้านเทคโนโลยี บูรณาการฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศร่วมกัน และผลักดันให้ภูมิภาคอาร์กติกเป็นโครงการความร่วมมือหลัก ประธาน EC ย้ำว่าความเป็นพันธมิตรนี้ไม่ได้มุ่งต่อต้านใครอื่น ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นความพยายามของยุโรปในการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการเปลี่ยนนโยบายครั้งสำคัญของ EU เนื่องจากที่ผ่านมา EU มักปฏิเสธการจัดหมวดหมู่สมาชิกภาพที่มีความยืดหยุ่น โดยชาติสมาชิก EU ส่วนใหญ่ยังสงวนท่าทีต่อข้อเสนอของเยอรมนีในเดือน พ.ค. ที่เสนอให้ยูเครนได้รับสถานะสมาชิกสมทบเพื่อปูทางสู่การเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ ขณะที่มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ระบุเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า แคนาดากำลังแสวงหาความเป็นพันธมิตรเฉพาะตัวร่วมกับ EU แต่ไม่ได้ต้องการเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ โดยประธาน EC ได้เชิญนายกฯ คาร์นีย์มาร่วมการประชุมที่เมืองสตราสบูร์ก และผู้นำแคนาดามีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ย. หลังความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ แตกหักครั้งประวัติศาสตร์จากการเจรจาการค้าที่ล้มเหลวเมื่อเดือนที่ผ่านมา นำไปสู่มาตรการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้กันไปมา
Defense Primes — Europe & Asia▲
อียูเสนอแคนาดาเป็นสมาชิกสมทบรายแรก เร่งกระชับความร่วมมือรอบด้าน
อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เสนอให้แคนาดาเข้าเป็นสมาชิกสมทบรายแรกของสหภาพยุโรป ระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีที่เมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส โดยมีมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เข้าร่วมรับฟัง ฟ็อน แดร์ ไลเอิน กล่าวว่าในโลกที่กำลังเปลี่ยนโฉมจำเป็นต้องทบทวนความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันอย่างเร่งด่วน และย้ำว่าต้องการทำงานร่วมกับคาร์นีย์เพื่อเปิดทางให้แคนาดาเป็นสมาชิกสมทบรายแรกของสหภาพยุโรป ทั้งสองฝ่ายยังกล่าวถึงการกระชับความร่วมมือด้านการผลิต เทคโนโลยี กลาโหม และพลังงาน ขณะที่แคนาดาให้ความสำคัญกับการผลักดันกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าเสรี CETA ให้แล้วเสร็จ ซึ่งเจรจามานานนับ 10 ปี แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 10 ประเทศ โดยประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ได้แก่ ความแตกต่างในการกำหนดมาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน CBAM ตลอดจนกฎระเบียบด้านการตัดไม้ทำลายป่าและการใช้สารกำจัดศัตรูพืช ทั้งนี้ แคนาดาได้รับอนุญาตให้เข้าถึง SAFE ซึ่งเป็นโครงการเงินกู้วงเงิน 150,000 ล้านยูโร หรือ 173,000 ล้านดอลลาร์ ของสหภาพยุโรปสำหรับการจัดซื้อด้านกลาโหม และคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะเร่งเดินหน้าความร่วมมือก่อนการประชุมสุดยอดที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ในเดือนต.ค. ซึ่งอาจลงนามข้อตกลงการค้าดิจิทัลที่อยู่ระหว่างการจัดทำ
Defense Primes — Europe & Asia▲
สรุปข่าวต่างประเทศ: UN ชี้สงครามใหญ่เป็นความเสี่ยงโลก, ซาอุดีอาระเบียเตือนภัย, ศาลเกาหลีใต้สั่งเกาหลีเหนือจ่าย 4.46 หมื่นล้านวอน
ผลสำรวจของสหประชาชาติพบว่าผู้คนทั่วโลกกังวลมากขึ้นว่าสงครามขนาดใหญ่เป็นความเสี่ยงระดับโลกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียประกาศเตือนภัยด้านความมั่นคงครอบคลุมหลายพื้นที่เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน รวมถึงในนครเมกกะและเมืองเจดดาห์ หลังจากถูกกลุ่มติดอาวุธฝักใฝ่อิหร่านโจมตีต่อเนื่องตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้านศาลเกาหลีใต้มีคำสั่งให้เกาหลีเหนือชำระค่าเสียหายแก่รัฐบาลเกาหลีใต้จำนวน 4.46 หมื่นล้านวอน หรือ 32.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกรณีการทำลายอาคารสำนักงานประสานงานร่วมสองเกาหลีเมื่อปี 2563 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลเกาหลีใต้ฟ้องร้องและชนะคดีต่อเกาหลีเหนือ ขณะที่สำนักงบประมาณสภาคองเกรสสหรัฐฯ เปิดเผยว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาผลาญงบประมาณไปแล้วกว่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงอาจส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.5% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2570 ส่วนนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Television เมื่อวานนี้ว่า ไทยอาจเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราราว 30% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าทั้งคัน ซึ่งเป็นการเปิดเผยครั้งแรกถึงอัตราภาษีที่อาจนำมาใช้เพื่อจูงใจผู้ผลิตรถยนต์ให้เข้ามาผลิตในประเทศ
Defense Primes — Europe & Asia
เซเลนสกีเชิญทาคาอิจิเยือนเคียฟ หารือกลาโหมและโดรน
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ได้ส่งคำเชิญให้ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เดินทางเยือนกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เพื่อหารือความร่วมมือด้านกลาโหมและเทคโนโลยีโดรน เอสุเกะ โมริ ประธานสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น เปิดเผยเรื่องนี้เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน และกล่าวกับสำนักข่าวเกียวโดว่าเขาจะนำคำเชิญดังกล่าวไปถ่ายทอดให้แก่นายกฯ ทาคาอิจิอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ เคยเดินทางเยือนกรุงเคียฟในปี 2566 แต่ทาคาอิจิ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ยังไม่ได้เดินทางไปเยือนเมืองหลวงของยูเครน โมริกล่าวว่าเซเลนสกีแสวงหาความร่วมมือทวิภาคีเกี่ยวกับโดรนและเรือผิวน้ำไร้คนขับ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ยูเครนกำลังเร่งพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี และญี่ปุ่นควรเปิดกว้างและพิจารณาความร่วมมือในด้านดังกล่าว พร้อมย้ำว่าญี่ปุ่นควรรวมพลังกับประเทศอื่น ๆ ในการเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย ด้านเซเลนสกีระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่ายูเครนยินดีต้อนรับทาคาอิจิเสมอ และเปิดเผยว่าทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการสนับสนุนด้านพลังงานสำหรับยูเครนก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว ตลอดจนความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ
Defense Primes — Europe & Asia▲impact 4
ญี่ปุ่นเล็งเพิ่มงบกลาโหมเป็น 3.5% ของ GDP หวั่นกระทบการคลัง-บอนด์ยีลด์พุ่ง
รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านกลาโหมระยะกลางขึ้นมาอยู่ที่ 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของ NATO และชาติพันธมิตรอื่น ๆ ของสหรัฐฯ โดยหนึ่งในแนวทางที่พิจารณาคือกำหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับคำมั่นของเกาหลีใต้ที่ตั้งเป้าเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมเป็น 3.5% ของ GDP ภายในระยะเวลา 10 ปี ขณะที่เป้าหมายต่ำกว่านั้นที่กรอบ 3% ก็ยังมีความเป็นไปได้เช่นกัน ทั้งนี้ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้เร่งเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมขึ้นมาเกือบ 2% ของ GDP ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เร็วกว่ากำหนดเดิม 2 ปี จากเดิมที่ก่อนปี 2022 ญี่ปุ่นกำหนดเพดานการใช้จ่ายด้านกลาโหมอย่างไม่เป็นทางการไว้ราว 1% ของ GDP และคาดว่าจะประกาศแผนการใช้จ่ายด้านกลาโหมฉบับใหม่ระยะ 5 ปีในช่วงปลายปีนี้ หลังรายงานดังกล่าว หุ้นกลุ่มกลาโหมญี่ปุ่นนำโดย IHI Corp และ Kawasaki Heavy Industries พลิกขึ้นในการซื้อขายช่วงบ่ายที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดที่ 1.82% และ 0.89% ตามลำดับ ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับตัวลดลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1996 และเงินเยนอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 154.91 เยนต่อดอลลาร์ นักวิเคราะห์จาก Iwai Cosmo Securities ระบุว่าตลาดกังวลด้านสถานะการคลังตามที่สะท้อนจากปฏิกิริยาในตลาดพันธบัตร ซึ่งเป็นเรื่องยากที่นักลงทุนจะมองบวกสำหรับข่าวนี้
Defense Primes — Europe & Asia▲
HawkEye 360 และ Leonardo ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อขีดความสามารถด้านสัญญาณอธิปไตยของยุโรป
HawkEye 360, Inc. และ Leonardo S.p.A. ประกาศบันทึกความเข้าใจเพื่อจัดตั้งความร่วมมืออย่างเป็นระบบในการผสานขีดความสามารถด้านการตรวจจับคลื่นความถี่วิทยุของ HawkEye 360 เข้ากับโซลูชันบริการอวกาศของ Telespazio และ e-Geos ในเครือ Leonardo สำหรับลูกค้าในยุโรป ภายใต้บันทึกความเข้าใจนี้ Leonardo จะเป็นผู้นำด้านการผสานข้อมูลโดยรวมและบริหารการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานสถาบันทั่วยุโรปผ่านโซลูชันภูมิสารสนเทศของบริษัท ขณะที่ HawkEye 360 จะจัดหาขีดความสามารถด้านข้อมูลคลื่นความถี่วิทยุโดยเฉพาะที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการด้านปฏิบัติการของยุโรป ระยะแรกมุ่งเน้นการผสานชั้นข้อมูลคลื่นความถี่วิทยุที่ปรับแต่งเฉพาะเข้ากับบริการด้านข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และการลาดตระเวนระดับโลกของ Leonardo รวมถึงขีดความสามารถสำรองแบบเอกสิทธิ์สำหรับพื้นที่ความสนใจที่กำหนดในยุโรป โดยข้อมูลจะถูกส่งผ่านสถานีภาคพื้นดินในอิตาลีและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป เพื่อลดความหน่วงและเสริมสร้างอธิปไตยด้านข้อมูลของยุโรป บันทึกความเข้าใจยังกำหนดแนวทางแบบเป็นระยะสำหรับความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมถึงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเพย์โหลด เช่น การระบุตำแหน่งด้วยคลื่นความถี่วิทยุ ระบบไฟฟ้าออปติกและไฮเปอร์สเปกตรัล การผลิตและการติดตั้งบนระบบของแต่ละฝ่าย ตลอดจนการขยายความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างการวิเคราะห์คลื่นความถี่วิทยุของ HawkEye 360 และโซลูชันการตรวจจับของ Leonardo จอห์น เซราฟินี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HawkEye 360 กล่าวว่าความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนประเทศต่างๆ ในยุโรปด้วยข้อมูลเชิงลึกด้านคลื่นความถี่วิทยุที่เชื่อถือได้และบูรณาการ ซึ่งฝังอยู่ในสถาปัตยกรรมของประเทศเหล่านั้นเอง ขณะที่ มัสซิโม เคลาудио คอมปารินี กรรมการผู้จัดการฝ่ายอวกาศของ Leonardo กล่าวว่าความร่วมมือนี้เสริมสร้างบทบาทของ Leonardo ในฐานะผู้ผสานระบบข่าวกรองอวกาศอธิปไตยของยุโรปที่ได้รับความไว้วางใจ
Defense Primes — Europe & Asia
หัวหน้าฝ่ายสหราชอาณาจักรของฟอร์ดเตือนพรรคแรงงานเรื่องต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะเจแอลอาร์ปลดพนักงาน 4,000 คน
หัวหน้าฝ่ายสหราชอาณาจักรของฟอร์ดเตือนพรรคแรงงานว่าการเพิกเฉยต่อต้นทุนด้านพลังงาน ภาษี และกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นจะนำมาซึ่งความเสี่ยงร้ายแรง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินจากภาคธุรกิจรอบใหม่ ลิซา แบรนคิน กล่าวว่าการดำเนินงานของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในสหราชอาณาจักรอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักอยู่แล้ว ทำให้บริษัทต้องทำงานอย่างหนักมากเพื่อรักษาสิ่งที่เรามีอยู่ เธอชี้ไปที่การเพิ่มขึ้นของเงินสมทบประกันสังคมและภาษีทรัพย์สินทางธุรกิจเมื่อไม่นานมานี้ ราคาไฟฟ้าอุตสาหกรรมที่สูง และเป้าหมายรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลว่าเป็นต้นทุนที่บีบรัดบริษัทต่างๆ ฟอร์ดผลิตเครื่องยนต์ดีเซลประมาณ 600,000 เครื่องต่อปีที่โรงงานแดเกนแฮม ซึ่งคิดเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตของโรงงานแห่งประวัติศาสตร์นี้ และกำลังลงทุนแยกต่างหาก 380 ล้านปอนด์ในการอัปเกรดโรงงานเฮลวูดในเมอร์ซีย์ไซด์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการคว้าสัญญามูลค่า 900 ล้านปอนด์จากกระทรวงกลาโหมเพื่อทดแทนฝูงรถแลนด์โรเวอร์ของกองทัพ ฟอร์ดกล่าวว่าแดเกนแฮมสามารถจัดหาเครื่องยนต์สำหรับรถเรนเจอร์เวอร์ชันทหารได้ โดยแข่งขันกับเจแอลอาร์ เจเนอรัล มอเตอร์ส แบคค็อก อิเนออส และบริษัทสตาร์ทอัพเฟอริง ฟอร์ดยังกำลังผลักดันรัฐบาลให้ผ่อนปรนข้อกำหนดของมาตรการบังคับใช้รถยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ซึ่งบริษัทโต้แย้งว่าล้ำหน้ากว่าความต้องการของผู้บริโภคมากเกินไป
Defense Primes — Europe & Asia
4impact 5
น้ำมันดิบพุ่ง WTI ทะลุ 103 ดอลลาร์ เบรนท์ทะลุ 108 ดอลลาร์ หลังซาอุฯปิดท่อ East-West Pipeline
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสส่งมอบเดือนตุลาคมบวก 3.04 ดอลลาร์ หรือ 3.04% สู่ระดับ 103.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายนบวก 3.47 ดอลลาร์ หรือ 3.32% สู่ระดับ 108.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ท่ามกลางการโจมตีจากกลุ่มฮูตี ทั้งนี้ ท่อ East-West Pipeline มีความยาว 1,200 กิโลเมตร และช่วยให้ซาอุดีอาระเบียขนส่งน้ำมันดิบโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาท่อดังกล่าวลำเลียงน้ำมันประมาณ 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นราว 4-5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก ขณะเดียวกัน มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ได้หารือสถานการณ์ล่าสุดในภูมิภาคระหว่างพบปะกับพลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐ ที่เมืองเจดดาห์ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ามกุฎราชกุมารได้ขอความช่วยเหลือทางทหารจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธที่จะอนุมัติให้กองทัพสหรัฐเข้าโจมตีฮูตีโดยตรง ขณะที่กลุ่มฮูตีเปิดเผยว่ายิงขีปนาวุธพิสัยไกลและส่งโดรนนับสิบลำเข้าโจมตีฐานทัพอากาศทางตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุดีอาระเบีย และก่อนหน้านี้ได้ยึดเมืองท่าโมค แล้วรุกลงใต้สู่ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ และยึดเกาะมายุนซึ่งตั้งอยู่ใจกลางช่องแคบดังกล่าว ส่งผลให้ควบคุมเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดนได้มากขึ้น ขณะที่นายอิสมาอีล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกับกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับซึ่งกำหนดจัดวันนี้ที่โอมานถูกเลื่อนออกไปตามคำขอของซาอุดีอาระเบีย และปฏิเสธรายงานที่อ้างว่าเหตุเลื่อนมาจากสถานการณ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่ารัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับและอิหร่านมีกำหนดประชุมกันในวันที่ 14 กันยายนที่เมืองซาลาลาห์ ประเทศโอมาน เพื่อหารือข้อตกลงชั่วคราวในการกำกับดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการเจรจาที่ริเริ่มโดยโอมานครั้งนี้ถือเป็นการพบกันครั้งแรกของนักการทูตระดับสูงจากทั้ง 6 ประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับกับอิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
Defense Primes — Europe & Asia▲
TD เปิดแผน 5 ปีวงเงิน 1.5 แสนล้านดอลลาร์ เร่งการลงทุนในแคนาดา
ธนาคารโทรอนโต-โดมินิออน เปิดตัวแผนระยะ 5 ปี วงเงิน 1.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งการลงทุน การเติบโต และนวัตกรรมในภาคส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจแคนาดา แผนดังกล่าวจะสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อใหม่ การรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ การให้คำปรึกษา และกิจกรรมทางการเงินอื่น ๆ ครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ พลังงาน แร่ธาตุสำคัญและทรัพยากร กลาโหมและอากาศยาน ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ และโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ TD ยังมุ่งสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของชนพื้นเมือง การเติบโตอย่างยั่งยืน ความพร้อมของกำลังแรงงาน และการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้
Defense Primes — Europe & Asia
ทรัมป์ย้ำไม่เสียใจเปิดสงครามอิหร่าน จ่อคว่ำบาตรเพิ่ม
โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าไม่รู้สึกเสียใจที่เปิดสงครามกับอิหร่าน และเตรียมคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่ออิหร่าน ข่าวดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 โดยมีเนื้อหาสาระเพียงเท่านี้ เนื่องจากรายงานต้นทางไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรหรือเงื่อนไขใด ๆ ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลต่อตลาดน้ำมันหรือเศรษฐกิจโลกอย่างไร
Defense Primes — Europe & Asia
2impact 4
ทรัมป์เผยสหรัฐฯ อาจปักหลักในอิหร่านต่อเพื่อฮุบน้ำมัน คาดสงครามจบปีนี้
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนว่า สหรัฐฯ อาจตัดสินใจปักหลักในอิหร่านต่อไปเพื่อฮุบน้ำมันไว้ โดยเปรียบเทียบกับกรณีที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมน้ำมันสำรองราว 1 ใน 5 ของเวเนซุเอลา และย้ำว่าสงครามอิหร่านน่าจะยุติลงภายในปีนี้ ซึ่งอาจเป็นช่วงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน ทรัมป์กล่าวว่าสุดท้ายสหรัฐฯ จะถอนตัวออกมา เว้นแต่จะเลือกอยู่ต่อแล้วฮุบน้ำมันไว้แบบเวเนซุเอลา พร้อมระบุว่ารายได้ที่สหรัฐฯ ได้จากเวเนซุเอลาคุ้มค่าสงครามไปหลายเท่าแล้ว ด้านตลาดน้ำมันยังผันผวน โดยผู้ค้าคาดว่าราคาจะปรับขึ้นในวันนี้ 14 กันยายน หลังเกิดเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทำให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียตัดสินใจปิดท่อส่งน้ำมันแห่งนี้ ทรัมป์ยังระบุว่าจะยอมรับเฉพาะดีลที่ใช่และไม่เซ็นดีลที่ไม่ดี พร้อมอ้างว่าทางการอิหร่านโทรตื๊อไม่หยุดเพื่อขอเจรจาสันติภาพ ทว่ารัฐบาลอิหร่านเคยปฏิเสธข้ออ้างนี้
Defense Primes — Europe & Asia
2impact 4
หุ้นเอเชียเปิดลบ น้ำมันพุ่งหลังซาอุดีอาระเบียปิดท่อ East-West Pipeline
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ หลังซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันโดยไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังถูกโจมตีด้วยโดรนจากอิรักเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา โดยดัชนีนิกเกอิเปิดที่ 63,659.53 จุด ลดลง 351.81 จุด หรือ 0.55% ดัชนีฮั่งเส็งเปิดที่ 24,701.18 จุด ลดลง 104.45 จุด หรือ 0.42% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,867.02 จุด ลดลง 21.09 จุด หรือ 0.54% ขณะที่ดัชนี KOSPI ร่วงลง 2.92% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ขยับขึ้น 0.16% ด้านราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสพุ่งขึ้น 2.8% แตะระดับ 102.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 3.1% แตะ 107.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียระบุว่าการปิดท่อดังกล่าวเป็นมาตรการป้องกัน แต่ยังไม่เปิดเผยขนาดความเสียหายและระยะเวลาที่ต้องปิดดำเนินการ ขณะที่รัฐบาลอิรักสั่งปลดผู้บัญชาการทหารที่รับผิดชอบปฏิบัติการในจังหวัดเมย์ซาน พร้อมเปิดปฏิบัติการติดตามผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตี และการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอ่าวอาหรับและอิหร่านซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นวันนี้ที่เมืองซาลาลาห์ ประเทศโอมาน ถูกเลื่อนออกไป นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดและ BOJ ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีนในวันที่ 15 กันยายน ทั้งราคาบ้านเดือนสิงหาคม การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร และอัตราว่างงาน
Defense Primes — Europe & Asia
3impact 5
อิหร่าน-โอมาน เคาะเส้นทางเข้า-ออกช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังไม่เปิดเดินเรือ
อิหร่านและโอมานบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับรายละเอียดเส้นทางเข้า-ออกใหม่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซแล้ว โดยจะแจ้งผลการหารือต่อกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับในการประชุมระดับภูมิภาคที่กรุงมัสกัตในวันพรุ่งนี้ ข้อตกลงนี้เป็นผลจากการเจรจาทางเทคนิคและการทูตอย่างเข้มข้นระหว่างอิหร่านกับโอมาน ซึ่งได้ข้อสรุปขั้นสุดท้ายเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว เส้นทางขาเข้าจะตั้งอยู่ในน่านน้ำอาณาเขตของอิหร่านทั้งหมด ขณะที่เส้นทางขาออกบางส่วนก็อยู่ในน่านน้ำอาณาเขตของอิหร่านเช่นกัน โดยเส้นทางใหม่จะอยู่ในการกำกับดูแลของอิหร่าน และเส้นทางฝั่งใต้ของช่องแคบจะถูกปิดทันทีที่ระบบใหม่เริ่มใช้งานจริง แหล่งข่าวย้ำว่าข้อตกลงนี้ไม่ได้หมายความว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานแต่อย่างใด พร้อมระบุว่าอิหร่านได้ยื่นข้อเรียกร้อง 7 ข้อไปยังสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการเปิดเส้นทางเดินเรือ และเส้นทางน้ำนี้จะถูกปิดต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องทั้งหมดจะได้รับการสนองตอบ ซึ่งการตัดสินใจเปิดเดินเรืออีกครั้งขึ้นอยู่กับท่าทีของสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้รัฐบาลอิหร่านประกาศจำกัดการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กองกำลังสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการปิดล้อมทางทะเลเพื่อสกัดเรือสินค้าที่เดินทางเข้า-ออกจากท่าเรืออิหร่าน
Defense Primes — Europe & Asia▲impact 4
สมาชิกรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า NPT ไม่ผูกพันอีกต่อไป ขณะที่น้ำมันเบรนต์ทะลุ 109 ดอลลาร์
โมฮัมหมัดเรซา โมห์เซนี-ซานี สมาชิกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 ว่า เตหะรานไม่ถือว่าสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ผูกพันอีกต่อไป แม้ว่าจะยังไม่ได้ยื่นหนังสือแจ้งถอนตัวอย่างเป็นทางการต่อประเทศผู้เก็บรักษาสนธิสัญญาในวอชิงตัน ลอนดอน หรือมอสโกก็ตาม น้ำมันดิบเบรนต์เพิ่มขึ้น 13.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงแปดเซสชัน ปรับขึ้นจาก 96.02 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 1 กันยายน เป็น 109.51 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 9 กันยายน หลังจากที่สหรัฐกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งเมื่อวันที่ 2 กันยายน ทองคำซึ่งมักปรับขึ้นตามความเสี่ยงสงครามกลับลดลงสู่ 4,318.89 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันที่ 11 กันยายน จาก 4,683.72 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ส่งสัญญาณว่าความแข็งแกร่งของดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนที่ปรับตามเงินเฟ้อมีพลังเหนือความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย บิตคอยน์ปิดที่ 77,231 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 12 กันยายน ลดลงจากระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 79,852 ดอลลาร์เมื่อวันก่อน ขณะที่ดัชนี VIX ปิดที่ 17.84 เมื่อวันที่ 10 กันยายน เพิ่มขึ้น 16.8% จากเดือนก่อน แต่ยังอยู่ในช่วงปกติที่ 15 ถึง 20 ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนสิงหาคม 2026 เทียบกับที่คาดไว้ 0.2% ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐคงอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ 3.75% ไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 และนักวิเคราะห์กล่าวว่าห่วงโซ่จากเตหะรานถึงบิตคอยน์จะซื้อขายได้ก็ต่อเมื่อมีการยื่นหนังสือถอนตัวอย่างเป็นทางการ หรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซดันราคาเบรนต์ทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
Defense Primes — Europe & Asiaimpact 4
เปเซชเคียนยันอิหร่านไม่ยอมจำนนต่อสหรัฐฯ ขณะโมดีเรียกร้องเจรจาสันติภาพ
มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ประกาศว่าอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อสหรัฐฯ และยืนยันว่าประเทศของเขาสามารถต้านทานการรุกรานจากสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ โดยกล่าวระหว่างสุนทรพจน์ต่อกลุ่มผู้นำศาสนาของอินเดียในกรุงนิวเดลี ก่อนการประชุมสุดยอด BRICS ที่อินเดียในช่วงสุดสัปดาห์ คำกล่าวนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าหากวอชิงตันไม่ดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน อิหร่านอาจทำลายอิสราเอลและตะวันออกกลาง เปเซชเคียนซึ่งเดินทางเยือนอินเดียเป็นครั้งแรกได้พบกับนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย โดยโมดีแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของคนประจำเรือ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นของสันติภาพ เสรีภาพในการเดินเรือและการค้า พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่านการเจรจาและการทูต การขนส่งน้ำมันและสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงจนแทบหยุดชะงักนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มทำสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้เรือและลูกเรือติดค้างหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกพุ่งขึ้นจากความรุนแรงของสงครามในเดือนนี้ ซึ่งสร้างความกังวลต่ออินเดียที่นำเข้าเชื้อเพลิงเกือบ 85% ของความต้องการทั้งหมด และพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในเดือนกรกฎาคม เรือ 2 ลำซึ่งมีลูกเรือชาวอินเดียรวม 30 คน ถูกโจมตีขณะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และรัฐบาลอินเดียระบุว่ามีลูกเรือ 10 คนเสียชีวิตจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
Defense Primes — Europe & Asia▲
เลือกตั้งสวีเดนระอุ รัฐบาลใหม่ติดกับดักงบกลาโหมเบียดสวัสดิการ
การเลือกตั้งทั่วไปของสวีเดนที่กำลังจะมาถึงกำลังนำพารัฐบาลชุดใหม่เข้าสู่ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางการคลังอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เมื่อต้องแบกรับภาระงบประมาณกลาโหมที่เพิ่มขึ้นในเชิงโครงสร้างระยะยาว ควบคู่กับแรงกดดันในการขยายงบสวัสดิการสังคมและบรรเทาค่าครองชีพ ท่ามกลางพื้นที่ทางการคลังที่หดแคบลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังสวีเดนยุติสถานะความเป็นกลางทางทหารเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การนาโตอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม 2024 ค่าใช้จ่ายทางทหารได้เร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยชาติสมาชิกนาโตมีมติร่วมกันที่จะเพิ่มงบกลาโหมแตะระดับร้อยละ 3.5 ของ GDP ภายในปี 2035 ควบคู่กับงบความมั่นคงที่เกี่ยวข้องอีกร้อยละ 1.5 เยนส์ มักนุสสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากธนาคาร SEB ระบุว่า ในปีนี้รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการปฏิรูปโดยไร้แหล่งรายได้รองรับไปแล้วราว 80,000 ล้านโครนาสวีเดน หรือประมาณ 8,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แยกต่างหากจากงบกลาโหมและงบช่วยเหลือยูเครนนอกกรอบปกติอีกราว 45,000 ถึง 50,000 ล้านโครนา ขณะที่หนี้สาธารณะซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 35 ของ GDP ในปี 2025 คาดว่าจะขยับขึ้นสู่ร้อยละ 39 ในปีนี้ มัตติอัส แพร์ชอน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร Swedbank และโยนาส ทัลล์แบร์ก ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม ชี้ตรงกันว่ารัฐบาลชุดถัดไปจะต้องเลือกระหว่างผลประโยชน์ โดยงบกลาโหมที่เพิ่มขึ้นอาจต้องแลกมาด้วยการปรับลดงบประมาณในระบบสวัสดิการแห่งรัฐ หรือเงินช่วยเหลือระหว่างประเทศ การแข่งขันระหว่างกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้านสายกลาง-ซ้ายนำโดยพรรคสังคมประชาธิปไตย และรัฐบาลผสมฝ่ายขวาเดิมของนายกรัฐมนตรี อูลฟ์ คริสเตอชอน จากพรรคโมเดอเรต ดำเนินไปอย่างสูสี โดยทั้งสองฝ่ายต่างขับเคี่ยวด้วยคำมั่นสัญญาเพื่อบรรเทาค่าครองชีพ ระบบสาธารณสุข และการศึกษา
Defense Primes — Europe & Asia
เบิร์นแฮมเผชิญบททดสอบยุทธศาสตร์เศรษฐกิจก่อนงบประมาณอังกฤษ 28 ตุลาคม
นายกรัฐมนตรีแอนดี เบิร์นแฮม ของอังกฤษกำลังเผชิญแรงกดดันให้กำหนดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของรัฐบาลให้ชัดเจนก่อนการประกาศงบประมาณวันที่ 28 ตุลาคม โดยเจ้าหน้าที่พรรคแรงงานตั้งคำถามว่ารัฐบาลของเขาจะรับมือกับภาวะการเติบโตที่อ่อนแอ การคลังสาธารณะที่ตึงตัว และเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างไร ตามรายงานของบลูมเบิร์ก นับตั้งแต่เข้ามาแทนที่เคียร์ สตาร์เมอร์ เบิร์นแฮมได้ผลักดันรัฐมนตรีและข้าราชการให้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเอาชนะอุปสรรคด้านระบบราชการและกฎหมาย ซึ่งสร้างชัยชนะทางการเมืองในช่วงแรกได้หลายครั้ง แม้เจ้าหน้าที่และบุคคลในพรรคแรงงานกล่าวว่าการตัดสินใจทางเศรษฐกิจที่ยากกว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข รัฐมนตรีคลังจอห์น ฮีลีย์ ให้คำมั่นเรื่องเสถียรภาพทางการคลังในสุนทรพจน์สำคัญครั้งแรกของเขาเมื่อสัปดาห์นี้ และเน้นย้ำความจำเป็นในการลดการกู้ยืม ซึ่งทำให้ผู้สังเกตการณ์ที่คาดว่ารัฐบาลจะผ่อนคลายกฎการคลังเพื่อให้กู้ยืมได้มากขึ้นในงบประมาณเดือนตุลาคมเกิดความสับสน เบิร์นแฮมแสดงความชื่นชอบการลดภาษีมากกว่าการขึ้นภาษี แม้นักเศรษฐศาสตร์มองว่าการขึ้นภาษีเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปิดช่องว่างทางการคลังสาธารณะ และยังคงมีคำถามว่าใครเป็นผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจ โดยกระทรวงการคลังของฮีลีย์ หน่วยงานหมายเลข 10 ภาคเหนือแห่งใหม่ของเบิร์นแฮมในเมืองแมนเชสเตอร์ และเจ้าหน้าที่ดาวนิงสตรีต ต่างมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายการเติบโต การตัดสินใจเรื่องการใช้จ่ายครั้งสำคัญหลายเรื่องถูกเลื่อนออกไป รัฐบาลกำลังมุ่งสู่การเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็น 3% ของจีดีพีภายในปี 2030 แต่ยังไม่คาดว่าจะเห็นแผนจัดหาเงินทุนจนถึงปีหน้า เบิร์นแฮมต้องการลดการใช้จ่ายด้านสวัสดิการ แม้ขนาดและจังหวะเวลายังไม่ชัดเจน แผนการโอนบริษัทเทมส์วอเตอร์เป็นของรัฐถูกเลื่อนออกไปท่ามกลางความกังวลเรื่องต้นทุน และการตัดสินใจเรื่องการขุดเจาะเพิ่มเติมในแหล่งน้ำมันและก๊าซแจ็คดอว์และโรสแบงก์ถูกเลื่อนออกไปเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง พรรคแรงงานมีคะแนนนิยมในระดับประเทศแข็งแกร่งขึ้นนับตั้งแต่เบิร์นแฮมเข้ารับตำแหน่ง และพันธมิตรของเขาคาดว่าทิศทางเศรษฐกิจระยะยาวของรัฐบาลจะปรากฏชัดมากขึ้นในแผน 10 ปีที่กำหนดไว้เดือนธันวาคม ขณะที่ความท้าทายที่เร่งด่วนกว่ามาพร้อมกับงบประมาณเดือนตุลาคม ขณะที่เจ้าหน้าที่ชั่งน้ำหนักผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับแรงกดดันต่อการคลังของรัฐบาล
Defense Primes — Europe & Asia
สเตลแลนติสลงนามบันทึกข้อตกลงขายโรงงานแบรมป์ตันที่หยุดผลิตให้โรเชล
สเตลแลนติส เอ็นวี ลงนามบันทึกข้อตกลงกับโรเชล อิงค์ ผู้ผลิตยานเกราะสัญชาติแคนาดา เพื่อกำหนดแนวทางสู่การขายโรงงานผลิตรถยนต์ที่หยุดผลิตแห่งหนึ่งใกล้เมืองโตรอนโต โรเชลซึ่งมีสำนักงานใหญ่ใกล้โรงงานของสเตลแลนติสในเมืองแบรมป์ตัน รัฐออนแทรีโอ กำลังมุ่งคว้าสัญญาทางทหารของแคนาดามูลค่าสูงถึง 4.9 พันล้านดอลลาร์แคนาดา หรือ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเบา และได้แจ้งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ว่าบริษัทสามารถกลับมาเดินเครื่องโรงงานแห่งนี้ได้อย่างรวดเร็วหากได้รับสัญญาดังกล่าว โรมัน ชิมอนอฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโรเชล กล่าวว่าบริษัทของเขาเป็นผู้ซื้อที่มีศักยภาพอย่างจริงจังเพียงรายเดียวสำหรับโรงงานแห่งนี้ และอธิบายว่าบันทึกข้อตกลงฉบับนี้เป็นก้าวแรกของกระบวนการที่ซับซ้อน ลูแอนน์ กอสเซลิน โฆษกของสเตลแลนติส ยืนยันว่าเอกสารฉบับนี้ได้ลงนามแล้ว และกล่าวว่าผู้ผลิตรถยนต์เชื่อว่าโรเชลเป็นเส้นทางที่แข็งแกร่งในการฟื้นการดำเนินงานที่โรงงานประกอบแบรมป์ตัน และรักษาบทบาทของพื้นที่แห่งนี้ในภาคการผลิตของแคนาดา โรงงานแห่งนี้เคยจ้างพนักงานในสหภาพแรงงานราว 3,000 คนในช่วงที่ยังผลิตรถยนต์ แต่การผลิตหยุดลงเมื่อปลายปี 2023 และแผนการผลิตรถยนต์อเนกประสงค์จี๊ป คอมพาส ที่โรงงานแห่งนี้ถูกยกเลิกเมื่อปีที่แล้ว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศแผนการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศ ปัจจุบันสเตลแลนติสอยู่ระหว่างการเจรจากับยูนิฟอร์ ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานที่representพนักงานของโรงงานแห่งนี้
Defense Primes — Europe & Asiaimpact 4
บลูมเบิร์กชี้บอนด์ยีลด์สหรัฐ 4-5% จ่อเป็น New Normal จากหนี้พุ่งและ AI บูม
บลูมเบิร์ก อิโคโนมิกส์ ประเมินว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในกรอบ 4-5% มีแนวโน้มกลายเป็นภาวะปกติใหม่ หลังแรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างที่เคยกดต้นทุนการกู้ยืมให้ต่ำมานานหลายทศวรรษกำลังเปลี่ยนทิศ ทั้งการลดลงของเงินออมโลก การพุ่งขึ้นของหนี้ภาครัฐ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น โดยการคำนวณล่าสุดประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยธรรมชาติที่แท้จริงเพิ่มขึ้นมาเกือบ 2.6% ในไตรมาส 2 ปี 2569 และเมื่อรวมเงินเฟ้อแล้วสอดคล้องกับ Bond Yield อายุ 10 ปีที่ประมาณ 4.7% ภายใต้ภาวะเงินเฟ้อมีเสถียรภาพ ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีในตลาดปัจจุบันอยู่ที่ราว 4.8% จึงใกล้เคียงกับระดับที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจรองรับ ปัจจัยกดดันหลักมาจากการกู้ยืมของภาครัฐ โดยเฉพาะสหรัฐ ซึ่งหนี้รัฐบาลกลางที่ถือครองโดยสาธารณะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 100% ของ GDP จาก 79% ก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 111% ของ GDP ภายในปี 2573 ขณะที่สมาชิก NATO ในยุโรปประกาศเพิ่มเป้าหมายงบกลาโหมเป็น 3.5% ของ GDP จากเดิม 2% ซึ่ง Bloomberg Economics ประเมินว่าอาจเพิ่มภาระหนี้ของยุโรปอีก 1-3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า และทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนซึ่งเคยแตะเกือบ 4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2557 ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดพันธบัตร เพราะรัฐบาลสหรัฐต้องแบกรับภาระการคลังเพิ่มขึ้น โดยการจ่ายดอกเบี้ยคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของการขาดดุลงบประมาณแล้ว ขณะที่ผู้ซื้อบ้านเผชิญอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสูงขึ้น และบริษัทต่าง ๆ เผชิญต้นทุนรีไฟแนนซ์ที่หนักขึ้นจากหนี้ภาคธุรกิจยุคโควิดมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ที่กำลังครบกำหนดในช่วง 2 ปีข้างหน้า
Defense Primes — Europe & Asia
3impact 4
ทรัมป์ยันไม่เสียใจเปิดศึกอิหร่าน พร้อมคว่ำบาตรธนาคารรายใหญ่สัปดาห์หน้า
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา แถลงยืนยันว่า ตนไม่เสียใจแม้แต่น้อยที่ตัดสินใจเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่าน พร้อมลั่นวาจาว่า ถ้าให้ทำใหม่อีกรอบก็จะทำแบบเดิมเป๊ะ ๆ แม้ศึกครั้งนี้จะส่งผลกระทบทางการเมืองต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์แก่ ลอรา อิงเกริม ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน ตามเวลาสหรัฐฯ ทรัมป์กล่าวว่า หากปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ รัฐบาลอิหร่านย่อมจะกวาดล้างอิสราเอลและภูมิภาคตะวันออกกลางให้สิ้นซาก ทั้งยังจะเปิดฉากยิงขีปนาวุธถล่มเมืองต่าง ๆ ในแผ่นดินสหรัฐฯ อีกด้วย ท่าทีของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังเตรียมรับมือกับสงครามอิหร่านที่อาจยืดเยื้อ หลังมีรายงานข่าวว่า ที่ปรึกษาคนสำคัญของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดี และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ เตือนว่า สงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อไปตลอดช่วงที่เหลือของวาระการดำรงตำแหน่งของทรัมป์ และอาจยืดเยื้อไปจนเลยวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมกราคม 2572 อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงยืนกรานตามคำกล่าวอ้างที่เน้นย้ำมาตลอดหลายเดือนว่า การสู้รบจะยุติลงทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมเสร็จสิ้นลง และจะส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวลดลงตามมา ในด้านมาตรการทางเศรษฐกิจ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าตัดขาดอิหร่านออกจากเครือข่ายระบบการเงินโลกอย่างต่อเนื่อง โดย สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะคว่ำบาตรธนาคารรายใหญ่แห่งหนึ่งในสัปดาห์หน้า โดยเดิมมาตรการดังกล่าวมีกำหนดประกาศในวันนี้ 11 กันยายน แต่ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากมีพิธีรำลึกครบรอบ 25 ปีเหตุการณ์โจมตีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 เบสเซนต์ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สั่งคว่ำบาตรจนต้องปิดสาขาในนครดูไบของธนาคารใหญ่อันดับสองของอียิปต์ไปแล้ว หลังพบว่ามีการทำธุรกรรมโอนเงินให้อิหร่านเป็นมูลค่าสูงถึง 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของตุรกีที่ทำธุรกรรมให้อิหร่าน สหรัฐฯ ก็สั่งคว่ำบาตรไปแล้วเช่นกัน แม้เบสเซนต์จะไม่ได้ระบุรายชื่อเฉพาะเจาะจงของธนาคารทั้งสองแห่งก็ตาม
Defense Primes — Europe & Asia
▲2impact 4
อีซีบีขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ลาการ์ดกล่าวว่า 'ประหลาดใจกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ'
ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ปัจจัยเบื้องหลังคือการที่ธนาคารกลางได้รับความมั่นใจว่าเศรษฐกิจยูโรโซนยังคงความแข็งแกร่งแม้ราคาน้ำมันดิบจะยังคงสูงต่อเนื่อง ประธานาธิบดีลาการ์ดกล่าวในการแถลงข่าวว่า 'ประหลาดใจกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ' และกล่าวถึงไตรมาสที่สองว่า 'แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีความยืดหยุ่น' ภายในภูมิภาคการใช้จ่ายด้านกลาโหมและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขยายตัว ภาคการผลิตและอื่นๆ ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง และภาคบริการดิจิทัลก็เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตจากกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ แนวโน้มเหล่านี้คาดว่าจะดำเนินต่อไปในไตรมาสที่สาม ซึ่งนำไปสู่การปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโต ในทางกลับกัน อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ 2 ไปจนถึงปี 2028 และอีซีบีระบุว่า 'ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ' พร้อมแสดงความกังวลวิกฤตมากกว่าครั้งที่ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยครั้งก่อนในเดือนมิถุนายน และแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะมุ่งเน้นการควบคุมเงินเฟ้อ ลาการ์ดเน้นย้ำว่า 'จะไม่ให้คำมั่นล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางนโยบาย' โดยมีเจตนาที่จะพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจและตัดสินนโยบายในการประชุมแต่ละครั้ง แต่ในตลาดมีความเห็นเพิ่มขึ้นว่าอีซีบีจะขึ้นดอกเบี้ยอีกภายในปีนี้
Defense Primes — Europe & Asia
2impact 5
น้ำมันโลกพุ่ง 6% เบรนท์แตะ 107.63 ดอลลาร์ WTI ทะลุ 100 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 6% ในวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน หลังเกิดการโจมตีเรือขนส่งทางทะเลรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั้งสองสัญญาหลักทะยานเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสัญญาเบรนท์ปิดเพิ่มขึ้น 6.42 ดอลลาร์ หรือ 6.34% มาอยู่ที่ 107.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสัญญา West Texas Intermediate ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 6.43 ดอลลาร์ หรือ 6.69% ปิดที่ 102.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ราคาน้ำมันสหรัฐฯ กลับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ และทั้งสองสัญญาแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม พร้อมบันทึกการปรับตัวขึ้นรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือน แรงกดดันต่อตลาดเพิ่มขึ้นหลังกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเข้าควบคุมท่าเรือโมคาในเยเมนเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่การสัญจรของเรือในอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัด ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนว่าสหรัฐฯ อาจโจมตีภูเขาพิกแอกซ์ของอิหร่าน และระบุว่าสงครามมีแนวโน้มยืดเยื้อไปจนหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่อิหร่านระบุว่าได้โจมตีเรือ 10 ลำบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพุธ หลังจากสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่านเตือนว่าจะยกระดับการตอบโต้หากเผชิญการโจมตีเพิ่มเติม ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ในสัปดาห์ล่าสุดลดลง 391,000 บาร์เรล เหลือ 424.1 ล้านบาร์เรล น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.55 ล้านบาร์เรล ขณะที่ OPEC ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569 เหลือ 380,000 บาร์เรลต่อวัน เป็นการปรับลดประมาณการติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5 และผลสำรวจของ Reuters พบว่าปริมาณการผลิตน้ำมันของ OPEC ลดลง 640,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม
Defense Primes — Europe & Asiaimpact 5
ราคาน้ำมันดิบนิวยอร์กทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดตะวันออกกลาง ปรับขึ้น 8 วันทำการติดต่อกัน
การซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์นิวยอร์กเมื่อวันที่ 10 ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากความตึงเครียดที่ทวีขึ้นในตะวันออกกลาง และปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 8 ทำการ โดยน้ำมันดิบมาตรฐานสหรัฐ WTI ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายช่วงเช้า และปิดที่ 102.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 6.43 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น 6.69% จากวันก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบราว 4 เดือนนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐส่งสัญญาณเมื่อวันที่ 9 ว่าการยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน ทำให้ตลาดมีมุมมองในแง่ร้ายมากขึ้นต่อการกลับสู่ภาวะปกติของสถานการณ์ตะวันออกกลางในระยะอันใกล้ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 ยังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตี กลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนอิหร่านในเยเมน กำลังเพิ่มการควบคุมช่องแคบ Bab el-Mandeb ตามแนวชายฝั่งทะเลแดง และมีรายงานว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในเดือนที่แล้วลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความกังวลว่าการขนส่งพลังงานทางทะเลแดงอาจถูกคุกคาม นอกเหนือจากช่องแคบฮอร์มุซ จากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น ตลาดหุ้นปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ทำการ โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ 30 ตัว ปิดที่ 52,064.10 จุด ลดลง 316.56 จุดจากวันก่อนหน้า และดัชนีแนสแด็กคอมโพสิตปิดที่ 26,081.72 จุด ลดลง 171.62 จุด
Defense Primes — Europe & Asia▲
CIBC ประกาศลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์ในธุรกิจด้านกลาโหมและเทคโนโลยีสอง用途ของแคนาดา
CIBC ประกาศความมุ่งมั่นวงเงิน 2 พันล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนการระดมทุนสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับกลาโหมและธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีสอง用途ทั่วแคนาดา ความมุ่งมั่นนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้บริษัทแคนาดาขยายธุรกิจ เสริมสร้างขีดความสามารถภายในประเทศ และคว้าโอกาสการเติบโตในภาคส่วนที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นต่อความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของแคนาดา เงินทุนจะมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจที่มีคุณสมบัติในภาคส่วนยุทธศาสตร์ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ความมั่นคงทางไซเบอร์ ขีดความสามารถด้านดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยผสมผสานการจัดหาเงินทุนเข้ากับข้อมูลเชิงลึกของภาคส่วนและการสนับสนุนด้านธนาคารโดยเฉพาะ CIBC ได้จัดตั้งเครือข่ายระดับชาติของผู้เชี่ยวชาญด้านภาคกลาโหมผ่านหน่วยธนาคารพาณิชย์ของตน เพื่อให้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การจัดหาเงินทุนแบบมีโครงสร้าง และการเชื่อมโยงเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ CIBC ยังขยายโครงการธนาคารเพื่อการทหารสำหรับชุมชนด้านกลาโหมของแคนาดา ซึ่งรวมถึงสมาชิกกองทัพแคนาดา ทหารผ่านศึก สมาชิกหน่วยยามฝั่ง และครอบครัวของพวกเขา โดยเสนอการสนับสนุนด้านธนาคารส่วนบุคคลเฉพาะทางและการบรรเทาค่าธรรมเนียมสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เกี่ยวข้องกับการย้ายถิ่นฐานสำหรับการย้ายฐานทัพที่มีคุณสมบัติ โครงการริเริ่มเหล่านี้ต่อยอดจากการที่ CIBC เข้าร่วมเป็นธนาคารพันธมิตรของกลุ่มพัฒนาธนาคารด้านกลาโหม ความมั่นคง และความยืดหยุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ และการจัดงาน CIBC Defence and Resiliency Summit ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งดึงดูดผู้นำมากกว่า 700 คนจากทั่วประเทศ
Defense Primes — Europe & Asia▲
นอร์ธรอป กรัมแมน ขยายความร่วมมือด้านกลาโหมในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกที่งาน MSPO
นอร์ธรอป กรัมแมน กำลังขยายความร่วมมือทางอุตสาหกรรมในภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ขณะที่สมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโตเสริมความแข็งแกร่งด้านการป้องกันทางอากาศ เพิ่มการผลิตอาวุธ และยกระดับขีดความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามในหลายมิติ ผู้รับเหมาด้านกลาโหมรายนี้ประกาศข้อตกลงเบื้องต้นฉบับใหม่กับบริษัทในเอสโตเนีย และการขยายความร่วมมือกับฮูตา สตาโลวา โวลา ผู้ผลิตยานพาหนะทางทหารของโปแลนด์ โดยเปิดตัวในงานนิทรรศการอุตสาหกรรมกลาโหมนานาชาติ MSPO ที่เมืองเคียลต์เซ ประเทศโปแลนด์ ภายใต้บันทึกความเข้าใจกับเอสโตเนีย บริษัทโก คราฟต์ จะรับหน้าที่บูรณาการระบบกลาโหม และบริษัทเดฟเซกอินเทล จะรับผิดชอบการผลิตและประกอบเสาโครงสร้างเฉพาะทาง เพื่อสนับสนุนระบบไอบีซีเอสหรือระบบบัญชาการรบแบบบูรณาการของนอร์ธรอป ซึ่งกำลังผลิตเต็มอัตราและใช้งานจริงแล้วในกองทัพบกสหรัฐและโปแลนด์ ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับโปแลนด์ครอบคลุมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การซ่อมบำรุง และการผลิตปืนกลต่อเนื่องตระกูลบุชมาสเตอร์ ซึ่งติดตั้งบนรถลำเลียงพลหุ้มเกราะโรโซมัก และรถรบ infantry Fighting Vehicle บอร์ซุก ของโปแลนด์ และถูกใช้โดยสหรัฐและประเทศพันธมิตร 65 ประเทศ นอร์ธรอปยังระบุว่ายังคงอยู่ระหว่างการหารือกับโปแลนด์เกี่ยวกับการขายเครื่องบินบัญชาการและควบคุมทางอากาศ E-2D แอดวานซ์ ฮอว์กอาย และได้เน้นย้ำถึงเรด ฮันเตอร์ ระบบป้องกันทางอากาศระยะสั้นที่ใช้หัวรบสกัดกั้นขนาด 50 มิลลิเมตรแบบนำวิถี เพื่อรับมือกับโดรน ฝูงโดรนประสานงาน และขีปนาวุธร่อน บริษัทไม่เปิดเผยมูลค่าสัญญา กำหนดการส่งมอบ หรือการมีส่วนสนับสนุนทางการเงินที่คาดหวัง และบันทึกความเข้าใจเหล่านี้ไม่รับประกันคำสั่งซื้อในอนาคต
Defense Primes — Europe & Asia▲impact 4
รายได้ส่วนธุรกิจป้องกันประเทศของ GE Aerospace เพิ่มขึ้น 16% แตะ 3.4 พันล้านดอลลาร์
ส่วนธุรกิจ Defense & Propulsion Technologies ของ GE Aerospace มีรายได้เติบโต 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 3.4 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สองของปี 2026 โดยธุรกิจ Defense & Systems เพิ่มขึ้น 11.7% แตะ 2.2 พันล้านดอลลาร์ และธุรกิจ Propulsion & Additive Technologies เพิ่มขึ้น 23.4% แตะ 1.2 พันล้านดอลลาร์ สัญญาที่เพิ่งได้รับล่าสุด ได้แก่ ข้อตกลงกับกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีสำหรับเครื่องยนต์กังหันก๊าซทางทะเล LM2500+G4 จำนวน 12 เครื่อง สำหรับโครงการเรือพิฆาต KDDX สัญญาจาก Defense Innovation Unit สำหรับแท่นทดสอบไฮเปอร์โซนิกภายใต้โครงการ HyCAT และสัญญากับ Turkish Aerospace Industries เพื่อเดินหน้าการผสานเครื่องยนต์ F404 เข้ากับเครื่องบินฝึกไอพ่น Hurjet ของตุรกี คำสั่งซื้อของส่วนธุรกิจเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาสนี้ กำไรจากการดำเนินงานเติบโต 18% แตะ 475 ล้านดอลลาร์ และบริษัทปิดไตรมาสด้วยยอดคำสั่งซื้อค้างส่งรวม 210 พันล้านดอลลาร์ สำหรับปี 2026 GE คาดว่ารายได้ของ Defense & Propulsion Technologies จะเพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลักตอนต้น นอกจากนี้ GE ยังเพิ่งตกลงเข้าซื้อ Consolidated Precision Products จาก Warburg Pincus และ Berkshire Partners ในราคาประมาณ 11.75 พันล้านดอลลาร์ โดยใช้เงินสด 7 พันล้านดอลลาร์และหนี้ใหม่สำหรับส่วนที่เหลือ
Defense Primes — Europe & Asia
GE Aerospace ลงนามข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อศึกษาศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ FA-50 ในโปแลนด์
GE Aerospace ลงนามข้อตกลงเบื้องต้นกับ Military Aviation Works ของโปแลนด์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งขีดความสามารถด้านการซ่อมบำรุงภายในประเทศสำหรับเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนฝูงเครื่องบินขับไล่ KAI FA-50 ของกองทัพอากาศโปแลนด์ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ครอบคลุมบริการซ่อมบำรุง ซ่อมแซม และยกเครื่องที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการซ่อมบำรุงระดับคลังเก็บ โดย GE Aerospace และ Military Aviation Works ซึ่งเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นในชื่อ WZL-2 จะประเมินอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และข้อกำหนดอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ในโปแลนด์ กองทัพอากาศโปแลนด์สั่งซื้อเครื่องบินรบเบา FA-50 จำนวน 48 ลำในปี 2022 โดย 12 ลำแรกส่งมอบในปี 2023 ในรูปแบบ FA-50GF Gap Filler และอีก 36 ลำคาดว่าจะส่งมอบในรูปแบบ FA-50PL ที่ก้าวหน้ากว่า โดยข้อตกลงที่เสนอจะครอบคลุมเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินทั้ง 48 ลำ รวมถึงเครื่องยนต์สำรอง GE Aerospace กล่าวว่าการจัดตั้งการสนับสนุนในท้องถิ่นจะช่วยปรับปรุงความพร้อมและการใช้งานของเครื่องบินสำหรับกองทัพโปแลนด์ ขณะที่ WZL-2 ระบุว่าขีดความสามารถในการซ่อมบำรุงภายในประเทศเป็นวิธีเสริมสร้างความเป็นอิสระในการปฏิบัติการของโปแลนด์และลดการพึ่งพาผู้ให้บริการซ่อมบำรุงจากต่างประเทศ GE Aerospace ได้ส่งมอบเครื่องยนต์ F404 มากกว่า 4,000 เครื่อง ซึ่งสะสมชั่วโมงบินรวมกว่า 13 ล้านชั่วโมง โดยประมาณ 300 เครื่องขับเคลื่อนเครื่องบิน T-50, TA-50 และ FA-50 ที่ผลิตโดย Korea Aerospace Industries บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ และ GE Aerospace ไม่ได้เปิดเผยรายได้ที่เป็นไปได้ ข้อกำหนดด้านการลงทุน หรือกรอบเวลาสำหรับการบรรลุข้อตกลงที่ชัดเจน