Wind

พลังงานลมโตจนกลายเป็นแหล่งไฟฟ้าหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดแหล่งหนึ่งของโลก — กำลังผลิตสะสมแตะ 1,299 กิกะวัตต์ในปี 2025 แต่ถ้ามองใกล้ๆ มันคือสองธุรกิจที่คนละเรื่องกันเลย: ลมบนบก (onshore) ที่ถูก เสถียร และทำกำไรแล้ว กับ ลมนอกชายฝั่ง (offshore) ที่กังหันใหญ่กว่า ลมแรงกว่า แต่กำลังเจอวิกฤตต้นทุนบานปลาย โครงการถูกยกเลิก และผู้ผลิตขาดทุนเป็นหมื่นล้าน บทเรียนนี้พาไปดูว่าลมกลายเป็นไฟฟ้าได้ยังไง ทำไมสองฝั่งถึงต่างกันสุดขั้ว และตอนนี้ใครชนะใครเจ็บ

Theme index · base 100 · USD total return
News & notes moving Wind
Wind

INVX ชี้กฎดาต้าเซ็นเตอร์ชัด ดันหุ้นพลังงานสะอาด-นิคมฯ แนะนำ Selective Buy

นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX ระบุว่า ความพยายามผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาคเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรกมีมติเร่งบูรณาการข้อมูลและข้อกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Single Dashboard เพื่อวางกรอบยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมให้ชัดเจนภายใน 1 เดือน โดยกำหนดเกณฑ์ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 2 MW เป็นกิจการประเภทอุตสาหกรรม พร้อมกำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์ทรัพยากรให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงทั้งทางตรงและทางอ้อม และกำหนดเงื่อนไขพลังงานที่เข้มงวดเพื่อสนับสนุน Green Data Center ทั้งการแยกประเภทอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะกลุ่ม การบังคับใช้สัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 60% เพื่อตอบโจทย์ Net Zero และการคุมเข้มมาตรฐานระบบสำรองไฟ พร้อมจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และอาคาร และสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำมาตรฐานทางเทคนิค และเตรียมใช้มาตรการเด็ดขาดระงับการจัดสรรน้ำและไฟฟ้าสำหรับโครงการที่ยังไม่ก่อสร้างหากไม่ผ่านเกณฑ์ InnovestX ประเมินว่านโยบายที่ชัดเจนขึ้นนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ กลุ่มพลังงานสะอาด ซึ่งข้อบังคับการใช้พลังงานสะอาดขั้นต่ำ 60% จะเปลี่ยนภาพจากทางเลือกเป็นความจำเป็น กระตุ้นความต้องการจริงอย่างก้าวกระโดด และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งการจัดดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกิจการอุตสาหกรรมจะทำให้เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ไหลเข้าสู่นิคมฯ ชั้นนำที่มีความพร้อมด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือ Smart Grid และการจัดการสิ่งแวดล้อม ทิ้งห่างนิคมฯ ที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิล ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้นสะสมหุ้นกลุ่มผู้นำใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นบริษัทมีโครงข่ายไฟฟ้าระดับ Smart Grid ที่เสถียรพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier 3-4 มีการร่วมทุนกับบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ และมีระบบบริหารจัดการน้ำหมุนเวียนของตนเอง คือ AMATA และ WHA ขณะที่กลุ่มพลังงานสะอาดเน้นบริษัทที่มีความคืบหน้าในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทางตรงหรือ Direct PPA กับกลุ่ม Hyperscaler ระดับโลก มีคะแนน ESG และ Green Certificate สูง และมีการลงทุนเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานหรือ BESS เพื่อรักษาความเสถียรของไฟฟ้าที่ส่งให้ดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM รวมทั้งผู้รับจ้างวางระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอย่าง GUNKUL
ทันหุ้น·3hอ่านต่อ →
Wind

Clearway Energy แต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และจัดตั้งสำนักงานการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล

Clearway Energy ได้ปรับโครงสร้างทีมผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยเขายังคงดำรงตำแหน่งเดิมที่ Clearway Group และย้ายซาราห์ รูเบนสไตน์ ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินในขณะนั้น ไปสู่สำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่ที่มุ่งเน้นโครงการดิจิทัลและข้อมูล ตลอดจนงานด้านการบูรณาการ ไรเดอร์ดูแลด้านการเงินองค์กร ความเสี่ยง การวางแผน และตลาดทุนทั่วทั้งองค์กรอยู่แล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงรวมความเป็นผู้นำด้านการเงินไว้ที่เดียว และอาจกระชับการประสานงานระหว่างบริษัทจดทะเบียนกับบริษัทในเครือที่ไม่ได้จดทะเบียน สำนักงานการเปลี่ยนแปลงของรูเบนสไตน์มีเป้าหมายเพื่อเร่งการใช้เทคโนโลยีทั่วทั้งการดำเนินงาน ซึ่งสำหรับธุรกิจที่ภาระดอกเบี้ยและการจ่ายเงินปันผลถูกระบุว่ายังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกำไรอย่างเพียงพอ อาจช่วยให้ฝ่ายบริหารติดตามกระแสเงินสด รายการพิเศษ และการจัดสรรทุนได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นทั่วสินทรัพย์พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ Clearway Energy ดำเนินงานสินทรัพย์ผลิตพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ และมีมูลค่าตลาดประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์ จุดตรวจสอบแรกที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุนคือผลประกอบการและแนวโน้มครั้งถัดไปของฝ่ายบริหารหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยจับตาดูความสามารถในการครอบคลุมภาระดอกเบี้ย ความยั่งยืนของการจ่ายเงินปันผล และสำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่จะส่งผลต่อการรายงานเกี่ยวกับคุณภาพกำไรและผลการดำเนินงานระดับโครงการอย่างไร
Simply Wall St·5hอ่านต่อ →
Wind

EnBW และพันธมิตรเปิดฟาร์มกังหันลม offshore He Dreiht ขนาด 960 เมกะวัตต์

EnBW Energie Baden-Württemberg และพันธมิตรอย่าง Allianz, AIP Management และ Norges Bank Investment Management ได้เปิดฟาร์มกังหันลม offshore He Dreiht ขนาด 960 เมกะวัตต์ในทะเลเหนือของเยอรมนี โครงการนี้ประกอบด้วยกังหัน 64 ตัวที่ติดตั้งเมื่อเดือนที่แล้ว กำลังทยอยเดินเครื่องเป็นระยะ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และกังหันชุดแรกเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว He Dreiht ก่อสร้างโดยไม่ใช้เงินสนับสนุนจากรัฐ และระดมทุนผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว โดยมีเงินลงทุนรวมประมาณ 2.75 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.4 พันล้านยูโร EnBW ถือหุ้นร้อยละ 50.1 ผ่านบริษัทโครงการ ขณะที่อีกร้อยละ 49.9 ถือโดยกลุ่มพันธมิตรซึ่งประกอบด้วย Allianz Global Investors ในนามของนิติบุคคลในเครือ Allianz, AIP Management และ Norges Bank Investment Management ฟาร์มกังหันลมแห่งนี้คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าต่อปีของครัวเรือนราว 1.1 ล้านครัวเรือน และพันธมิตรด้านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ได้แก่ Evonik, Google, PASM ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Telekom, Fraport, Bosch, Salzgitter, SHS Stahl-Holding Saar, Deutsche Bahn และ DHL Group Georg Stamatelopoulos ประธานคณะกรรมการบริหารของ EnBW กล่าวว่า He Dreiht เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดเพียงโครงการเดียวของ EnBW ในด้านพลังงานหมุนเวียน และบริษัทกำลังพัฒนาโครงการ offshore เพิ่มเติม รวมถึง Dreekant ขนาด 1 กิกะวัตต์ในทะเลเหนือของเยอรมนี และ Morven ขนาด 2.9 กิกะวัตต์ในสกอตแลนด์
Power Technology·15hอ่านต่อ →
Wind

เฟดขึ้นดอกเบี้ย 25 เบซิสพอยต์ กดดันการระดมทุนในภาคพลังงานทางเลือก

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 เบซิสพอยต์ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ส่งผลให้กรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ร้อยละ 3.75-4.00 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบสามปี โดยคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอีกครั้งในปี 2569 การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความสำคัญเป็นพิเศษต่อโครงการพลังงานทางเลือกซึ่งต้องพึ่งพาการระดมทุนอย่างมาก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนเงินทุนเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ กำหนดการพัฒนา และมูลค่าของกิจการทั่วทั้งภาคส่วน ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นสร้างแรงกดดันเป็นพิเศษต่อเทคโนโลยีที่ใช้เงินลงทุนสูง เช่น พลังงานลม offshore การดักจับคาร์บอน และไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ และยังอาจบีบผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ที่สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวได้ล็อกราคาไฟฟ้าไว้แล้ว ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ มีหุ้นพลังงานทางเลือกสามตัวที่โดดเด่นด้านตัวเลขทางการเงิน ได้แก่ Montauk Renewables, Constellation Energy Corporation และ TXNM Energy โดยแต่ละตัวมีคะแนน VGM อยู่ที่ A หรือ B และมีอันดับ Zacks Rank ที่ 1 (Strong Buy) หรือ 3 (Hold) Montauk Renewables คาดว่าจะใช้จ่ายลงทุนที่ไม่ใช่ด้านการพัฒนา 20-25 ล้านดอลลาร์ และใช้จ่ายในโครงการพัฒนา 80-100 ล้านดอลลาร์ โดยมีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยที่ 1.7 และประมาณการฉันทามติของ Zacks สำหรับกำไรต่อหุ้นปี 2569 เติบโต 1,100% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ Constellation Energy คาดว่าจะใช้จ่ายลงทุนราว 5.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2569 และ 4.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2570 โดยมีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยที่ 7.5 และประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2569 เติบโต 29.3% ส่วนแผนลงทุนระหว่างปี 2568-2572 ของ TXNM Energy มีมูลค่ารวมประมาณ 7.8 พันล้านดอลลาร์ โดยมีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยที่ 1.9 และประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2569 เติบโต 31.8%
Zacks Investment Research·16hอ่านต่อ →
Wind2

เบิร์นสไตน์ปกป้อง GE Vernova ขณะที่ GLJ ให้เรตติ้งขายโดยเน้นเรื่องมูลค่า

นักวิเคราะห์จากเบิร์นสไตน์ สุไนนา โอคาลัน ออกมาปกป้อง GE Vernova ว่า "พร้อมที่จะชนะ" โดยชี้ว่าคำสั่งซื้อจากศูนย์ข้อมูลคิดเป็นเพียง 38% ของคำสั่งซื้อในธุรกิจไฟฟ้า หรือคิดเป็น 5 พันล้านดอลลาร์ในครึ่งแรกของปี 2026 ขณะที่อีก 62% ที่เหลือมาจากภาคสาธารณูปโภค เบิร์นสไตน์คงเรตติ้งซื้อสำหรับหุ้นนี้พร้อมราคาเป้าหมายที่ 1,298 ดอลลาร์ และนักวิเคราะห์ที่ติดตาม GE Vernova เกือบ 80% ก็ให้เรตติ้งซื้อเช่นกัน การปกป้องครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากหุ้น GE Vernova ร่วงลง 8.5% จากเรตติ้งขายใหม่ของ GLJ Research ซึ่งนักวิเคราะห์ กอร์ดอน จอห์นสัน โต้แย้งว่าบริษัทแห่งนี้เป็น "ผู้ผลิตกังหันก๊าซแบบวัฏจักรที่ถูกตั้งราคาเสมือนเป็นบริษัทเติบโตระยะยาว" โดยซื้อขายที่ประมาณ 38.9 เท่าของ EV/EBITDA ล่วงหน้า แบบจำลองของจอห์นสันประเมิน EBITDA ปี 2027 ไว้ที่ 7.42 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ 22% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจังหวะเวลาของคำสั่งซื้อกังหันที่สั่งในปี 2024 เพื่อส่งมอบในปี 2027 การถือครองของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ใน GE Vernova ลดลงจาก 118 กองทุน ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2026 เหลือ 106 กองทุน ณ สิ้นไตรมาสที่สองของปี 2026 ขณะที่ยอดขายชอร์ตยังอยู่ในระดับต่ำที่ 3.29% ของหุ้นที่หมุนเวียน ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2026 ในอีกเหตุการณ์หนึ่ง GE Vernova ประกาศข้อตกลงจัดหากังหันลมกับ Eurus Energy Holdings ในญี่ปุ่น
Insider Monkey·18hอ่านต่อ →
Wind3

WEH ปิดขายหุ้นกู้ 7,000 ล้านบาทเต็มจำนวน ค้ำประกันโดย CGIF ใหญ่สุดในไทย

บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ WEH ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมรายใหญ่ที่สุดของไทย ประสบความสำเร็จในการปิดการระดมทุนผ่านหุ้นกู้มูลค่ารวม 7,000 ล้านบาทได้เต็มจำนวน โดยแบ่งเป็นหุ้นกู้ทั่วไปและหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับ Investment Grade รวม 4 ชุด เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA แนวโน้มคงที่ จากทริสเรทติ้ง ภายใต้การค้ำประกันของ Credit Guarantee and Investment Facility หรือ CGIF ซึ่งจัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ Asian Development Bank (ADB) หุ้นกู้ออกโดยบริษัทย่อยของ WEH จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ทรอปิคอล วินด์ จำกัด และ บริษัท เค.อาร์.เอส. ทรี จำกัด เป็นหุ้นกู้แบบทยอยชำระคืนเงินต้น หรือ Amortising Bond อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.56 ต่อปี อายุ 9 ปี 9 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2579 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ธุรกรรมครั้งนี้นับเป็นธุรกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก CGIF ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน WEH มีโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เปิดดำเนินงานแล้ว 8 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 717 เมกะวัตต์ และมีโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์แบบมีระบบกักเก็บพลังงานที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาอีก 4 โครงการ รวมกำลังการผลิตทั้งสิ้น 1,106 เมกะวัตต์ พร้อมตั้งเป้าขยายสู่ 2,000 เมกะวัตต์ โดยบริษัทมีรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาทและกำไรสุทธิสูงกว่า 5,000 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นแล้วรวมกว่า 11,000 ล้านบาท
Wind

มัสก์คาดพลังงานแสงอาทิตย์จะบดขยี้แหล่งพลังงานอื่นทั้งหมดจนเหลือต่ำกว่า 0.1%

อีลอน มัสก์ ตอกย้ำวิทยานิพนธ์เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ของเขาเมื่อวันอังคาร โดยคาดการณ์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า "การเติบโตแบบเอกซ์โพเนนเชียลของพลังงานแสงอาทิตย์จะดำเนินต่อไปจนกระทั่งแหล่งพลังงานอื่นทั้งหมดเหลือน้อยกว่า 0.1%" และเสริมในโพสต์แยกอีกโพสต์หนึ่งว่า "พลังงานแสงอาทิตย์เป็นอนาคตที่ชัดเจนมาก" รัฐเท็กซัสกำลังเสนอตัวอย่างจริงของการเปลี่ยนแปลงนี้ แม้ว่าข้อมูลของ ERCOT จะไม่ได้คาดการณ์ไว้ใกล้เคียงกับสถานการณ์ที่มัสก์ระบุว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะครองสัดส่วนเกิน 99.9% เลยก็ตาม โดยพลังงานแสงอาทิตย์จ่ายไฟฟ้าให้ ERCOT คิดเป็น 10.4% ในปี 2024 แซงหน้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ 8.4% ขณะที่พลังงานลมจ่ายอีก 24.2% และกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งเพิ่มขึ้นจาก 698 เมกะวัตต์ในปี 2016 เป็น 37,443 เมกะวัตต์ในปี 2025 สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่าสัดส่วนของพลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าของ ERCOT เพิ่มขึ้นจาก 4% ในปี 2021 เป็น 12% ในปี 2025 โดยพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดสาธารณูปโภคผลิตไฟฟ้าได้ 45 เทระวัตต์-ชั่วโมงในเก้าเดือนแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบปีต่อปี และพลังงานลมกับพลังงานแสงอาทิตย์รวมกันตอบสนองความต้องการของโครงข่ายไฟฟ้าถึง 36% การคาดการณ์ของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานเมื่อเดือนพฤษภาคมคาดว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดสาธารณูปโภคของ ERCOT จะแตะ 78 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงในปี 2026 แซงหน้าถ่านหินที่ 60 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงเป็นครั้งแรกในรอบปี มัสก์กำลังทุ่มเงินระดับองค์กรหนุนวิทยานิพนธ์นี้ โดยเทสลา กำลังพิจารณาสร้างโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์แบบครบวงจรมูลค่า 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์ในเทศมณฑลฟอร์ตเบนด์ รัฐเท็กซัส และมัสก์เพิ่งกล่าวว่าเทสลาและสเปซเอ็กซ์พลอเรชันเทคโนโลยีส์กำลังสร้างกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์มุ่งสู่ระดับ 100 กิกะวัตต์ต่อปีต่อบริษัท พร้อมยอมรับว่า "ก๊าซธรรมชาติยังคงจำเป็นเพื่อเสริมและเป็นตัวเริ่มต้นให้พลังงานแสงอาทิตย์ไปอีกหลายปี" พลังงานแสงอาทิตย์ยังเป็นศูนย์กลางของแผนที่กว้างขึ้นของสเปซเอ็กซ์ โดยบริษัทมองเห็นแผงโซลาร์ขนาดใหญ่ที่จ่ายพลังงานให้โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ในวงโคจร
Yahoo Finance·1dอ่านต่อ →
Wind

ENGIE จะจ่ายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสูงสุด 568 เมกะวัตต์ให้กับการดำเนินงานของ Oracle ในรัฐเท็กซัส

ENGIE North America ประกาศข้อตกลงจัดหาไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่จะจ่ายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสูงสุด 568 เมกะวัตต์ให้กับการดำเนินงานที่เติบโตของ Oracle ในรัฐเท็กซัส ไฟฟ้าดังกล่าวจะมาจากกลุ่มแหล่งพลังงานลมที่ให้บริการตลาดของสภาการเชื่อถือได้ทางไฟฟ้าแห่งรัฐเท็กซัส หรือ ERCOT ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกำลังการผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนใหม่และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ราว 12 กิกะวัตต์ของ ENGIE ที่สร้างขึ้นทั่วอเมริกาเหนือในช่วงหกปีที่ผ่านมา แอนน์-ลอร์ ชาสซานิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารชั่วคราวของ ENGIE North America กล่าวว่าข้อตกลงเหล่านี้สะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มสินทรัพย์ของบริษัท และความสามารถในการมอบโซลูชันพลังงานที่ปรับให้เหมาะกับลูกค้าที่ขยายธุรกิจในรัฐเท็กซัส จูเลีย โรบิน หัวหน้าฝ่ายวางแผนและจัดหาโครงสร้างพื้นฐานของ Oracle Cloud Infrastructure กล่าวว่าข้อตกลงเหล่านี้ช่วยผลักดันเป้าหมายของ Oracle ที่จะจับคู่การใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์กับไฟฟ้าที่ปราศจากคาร์บอนภายในปี 2035 โดยไม่ผลักภาระค่าใช้จ่ายไปยังผู้บริโภคในรัฐเท็กซัส ENGIE North America ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองฮิวสตัน มีกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 12 กิกะวัตต์ที่ดำเนินงานอยู่หรืออยู่ระหว่างการก่อสร้างทั่วอเมริกาเหนือ คิดเป็นเงินลงทุน 11 พันล้านดอลลาร์
Wind2

หยวนต้าปรับเป้า GPSC เป็น 66.50 บาท เลือกเป็นหุ้นเด่นโรงไฟฟ้าไตรมาส 4

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ปรับราคาเป้าหมายหุ้น บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ปี 2570 ขึ้นเป็น 66.50 บาท จากเดิม 60.00 บาท พร้อมคงคำแนะนำซื้อ และเลือก GPSC เป็น Top Pick กลุ่มโรงไฟฟ้าในไตรมาส 4/69 เทียบกับราคาปิดวันที่ 15 ก.ย.69 ที่ 48.25 บาท คิดเป็น Upside ประมาณ 37.8% โดยมองว่าบริษัทได้ประโยชน์จากร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศรอบใหม่ ซึ่งในช่วง 11 ปีแรก ระหว่างปี 2570-2580 มีแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่รวมประมาณ 50.6 กิกะวัตต์ โดย GPSC ตั้งเป้าคว้ากำลังผลิตใหม่จากแผนดังกล่าวประมาณ 5.2 GWe หรือราว 10% ของกำลังผลิตใหม่ทั้งหมด แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซประมาณ 2.4 GWe และพลังงานหมุนเวียน 2.7 GWe ประกอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 2.2 GWe และพลังงานลม 0.5 GWe ขณะที่โรงไฟฟ้าก๊าซเดิมอย่าง Glow IPP ขนาด 713 เมกะวัตต์ ซึ่ง GPSC ถือหุ้น 95% และ RPCL ขนาด 1,400 เมกะวัตต์ ซึ่งถือหุ้น 24% มีโอกาสต่ออายุสัญญาที่จะทยอยหมดอายุในปี 2571 และ 2576 ตามลำดับ อีกทั้งการจำหน่ายไฟฟ้าให้กลุ่ม Data Center เป็นอีกทางเลือกที่อาจสร้างผลตอบแทนสูงขึ้น ด้านฐานะการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2/69 GPSC มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเพียง 0.72 เท่า เทียบกับเงื่อนไขทางการเงินที่ 2.5 เท่า หยวนต้ายังปรับประมาณการกำไรปกติปี 2570 เพิ่มขึ้น 2% เป็น 6,865 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน จากการรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้า GHECO-One เต็มปี และปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 14.9% แม้ปรับสมมติฐานราคาก๊าซธรรมชาติสูงขึ้นเป็น 360 บาทต่อล้านบีทียู
Wind

GUNKUL ยืนยันกรอบ PDP2026 ลุ้นกำไร 3Q26 นิวไฮ 618 ล้านบาท

ผู้บริหาร GUNKUL แจงในงาน Virtual Conference ที่ บล.บัวหลวง จัดขึ้นว่าแผน PDP2026 ยังอยู่ในช่วง Public Hearing เดือน ก.ย. 2026 และตั้งเป้าเสนอ ครม. ในเดือน พ.ย. หรืออย่างช้าภายในปีนี้ ส่วน Solar ชุมชน คาดทราบผลประมูลปลายปี 2026 ลงนาม PPA กลางปี 2027 และเริ่มรับรู้เงินลงทุนในปี 2028 ขณะที่กรอบ Direct PPA คาดชัดเจนภายในสิ้นปี 2026 รอบประมูลใหญ่ภายใต้ PDP2026 ทั้งลม 2,700MW และ Solar 24,000MW มีแนวโน้มเริ่มชัดขึ้นในปี 2027 โดยคาดเปิดประมูลราวกลางปี ลงนาม PPA ชุดแรกใน 3Q27 และเริ่มจ่ายไฟช่วงปี 2029–30 โดยผู้บริหารยืนยันส่วนแบ่งงานประมูลในอดีตราว 10% สอดคล้องกับสมมติฐาน EPC บริษัทยังให้ความสำคัญกับ Smart meter และงานปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 230–500kV ซึ่งมีคู่แข่งน้อยกว่า 10 ราย รองรับสมมติฐานงาน Grid Modernization/EEC Fast-track ที่ 2.7 พันล้านบาทต่อปี ด้าน Data Center ยังต้องรอกฎเกณฑ์ก่อนเปิดประมูล โดยประเมินเงินลงทุนราว 5–6 ล้านเหรียญสหรัฐต่อ MW ไม่รวม GPU และงานระบบไฟฟ้า/EPC คิดเป็น 10–15% ของเงินลงทุนทั้งหมด ขณะที่กำลังคนปัจจุบันรองรับงาน Data Center ภาคเอกชนได้ถึง 500MW ระยะสั้น 3Q26 ยังแข็งแกร่ง โดยการผลิตไฟฟ้าพลังลมช่วง ก.ค.–ส.ค. เพียงสองเดือนเท่ากับทั้ง 3Q25 หนุนส่วนแบ่งกำไรจาก Wind JV คาดเพิ่มเป็น 327 ล้านบาท จาก 132 ล้านบาทใน 2Q26 และคาดกำไรหลัก 3Q26 ที่ 618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY และ 9% QoQ ซึ่งมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ Backlog EPC อยู่ที่ 5.0 พันล้านบาท และคาดรับรู้ราว 1.6 พันล้านบาทใน 3Q26 โดยคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท และคงน้ำหนักกลุ่มสาธารณูปโภค มากกว่าตลาด
Wind

GE Vernova และ Vineyard Wind ตกลงยุติข้อพิพาทโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งมูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์

GE Vernova และ Vineyard Wind บรรลุข้อตกลงยุติการต่อสู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ภายใต้ข้อตกลงที่ประกาศเมื่อวันพุธ GE Vernova ได้ถอนหนังสือแจ้งความประสงค์ที่จะยุติการมีส่วนร่วมในโครงการ Vineyard Wind ขณะที่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยกเลิกข้อเรียกร้องทางกฎหมายที่ค้างอยู่ทั้งหมด โดยไม่เปิดเผยเงื่อนไขทางการเงินและเงื่อนไขอื่น ๆ ข้อพิพาททวีความรุนแรงขึ้นเมื่อต้นปีนี้ หลังจาก GE Vernova พยายามออกจากสัญญาที่ครอบคลุมการก่อสร้างและการบำรุงรักษากังหันลม โดยอ้างว่าไม่ได้รับชำระเงินมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สำหรับงานในโครงการนี้ ส่งผลให้ Vineyard Wind ยื่นฟ้องคัดค้านในศาลรัฐแมสซาชูเซตส์และได้รับคำสั่งห้ามชั่วคราวที่บังคับให้ GE Vernova ต้องทำงานในฟาร์มกังหันลมต่อไป ข้อพิพาทนี้ยังเกี่ยวข้องกับต้นทุนและความล่าช้าที่ตามมาหลังจากใบพัดกังหันลมของ GE Vernova เกิดความเสียหายในปี 2024 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เศษซากกระจัดกระจายไปตามชายหาดใกล้เคียงและนำไปสู่การตรวจสอบและซ่อมแซมอย่าง extensive โครงการ Vineyard Wind 1 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์ ประกอบด้วยกังหันลม 62 ตัว มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 806 เมกะวัตต์ และบริษัทต่าง ๆ กล่าวเมื่อวันพุธว่ากังหันลมทั้งหมดสามารถผลิตไฟฟ้าได้แล้ว โดยโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจ่ายไฟฟ้าในปริมาณที่เทียบเท่ากับความต้องการของบ้านเรือนและธุรกิจมากกว่า 400,000 แห่ง Vineyard Wind เป็นเจ้าของร่วมกันในสัดส่วนที่เท่ากันโดย Avangrid Renewables และกองทุนที่บริหารโดย Copenhagen Infrastructure Partners ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของโครงการ
Wind

ไอเอสโอ นิวอิงแลนด์ เลือกโครงการส่งไฟฟ้าร่วม TIDE ของเอเวอร์ซอร์ส เป็นทางออกที่ต้องการ

ไอเอสโอ นิวอิงแลนด์ ได้เลือกโครงการ Transmission Initiative Down East หรือ TIDE ซึ่งเป็นโครงการส่งไฟฟ้าร่วมของเอเวอร์ซอร์ส เป็นทางออกด้านการส่งไฟฟ้าระยะยาวที่ต้องการในกระบวนการคัดเลือกแบบแข่งขัน โครงการ TIDE จะขยายขีดความสามารถในการส่งไฟฟ้าระหว่างรัฐเมนและรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ช่วยลดความแออัดในภูมิภาคและสนับสนุนความสามารถในการจ่าย และสามารถรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมบนบกในอนาคตได้ถึง 1,200 เมกะวัตต์ในภาคเหนือของนิวอิงแลนด์ จากการวิเคราะห์ของไอเอสโอ นิวอิงแลนด์ โครงการ TIDE คาดว่าจะให้อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุนมากกว่า 2 ต่อ 1 ซึ่งรวมถึงการประหยัดต้นทุนการผลิตและความแออัด 1.42 พันล้านดอลลาร์ การหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร 1.30 พันล้านดอลลาร์ และการหลีกเลี่ยงการลงทุนด้านการส่งไฟฟ้า 694 ล้านดอลลาร์ ส่วนของเอเวอร์ซอร์สจะเน้นการยกระดับและการเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในเขตทางเดินไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ รวมถึงสายไฟฟ้าใหม่ระยะทาง 18 ไมล์ ที่ระดับแรงดัน 345 กิโลโวลต์ การสร้างสายไฟฟ้า 345 กิโลโวลต์ที่มีอยู่เดิมใหม่จากโครงสร้างแบบสองเสา H-frame เป็นแบบเสาเดียว การเปลี่ยนตัวนำของสายไฟฟ้า 345 กิโลโวลต์อีกสายหนึ่ง และอุปกรณ์ด้านแรงดันและคุณภาพไฟฟ้า โดยมีงานเพิ่มเติมในรัฐเมนและรัฐแมสซาชูเซตส์ โครงการนี้ยังต้องผ่านการทบทวนด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม การขออนุญาต และการกำกับดูแล โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2029 หากได้รับการอนุมัติจากรัฐและหน่วยงานกำกับดูแลทั้งหมด
GlobeNewswire·2dอ่านต่อ →
Wind

นอววา ลงนามข้อตกลงกรอบซื้อโครงการพลังงานหมุนเวียนในอาร์เจนตินา 3.17 กิกะวัตต์ จาก ABO Energy

กลุ่มบริษัท นอววา ได้ลงนามในข้อตกลงกรอบที่มีผลผูกพันเพื่อเข้าซื้อพอร์ตโครงการพลังงานหมุนเวียนในอาร์เจนตินากำลังการผลิตรวม 3.17 กิกะวัตต์ จาก ABO Energy ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเยอรมนี ข้อตกลงนี้ลงนามในกรุงปารีสโดย คาร์สเทน ชลาเกเตอร์ กรรมการผู้จัดการของ ABO Energy และ สตีเวน หลิว ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนอววา และครอบคลุมโครงการที่อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาในปัจจุบัน ธุรกรรมนี้จะดำเนินการผ่านกระบวนการตรวจสอบสถานะเพื่อยืนยัน และคาดว่าจะมีการทำข้อตกลงซื้อขายหุ้นอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นอววาได้เข้าซื้อโครงการพลังงานแสงอาทิตย์สามโครงการในโคลอมเบียจาก ABO Energy ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 40 เมกะวัตต์ นอววา ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในสิงคโปร์และมุ่งเน้นธุรกิจศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียน ระบุว่าดีลนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงการในภูมิภาคละตินอเมริกา ขณะที่ ABO Energy กล่าวว่าการขายครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นตลาดหลักของบริษัท
Power Technology·2dอ่านต่อ →
Wind2

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำซื้อ BDMS เป้า 25 บาท และ GUNKUL เป้า 6.30 บาท

บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ออกบทวิเคราะห์แนะนำซื้อหุ้น 2 ตัว คือ BDMS และ GUNKUL โดยให้ราคาเป้าหมาย BDMS ที่ 25.00 บาท ประเมินแนวรับ 19.3/19.7 บาท แนวต้าน 21.0/22.3 บาท และคาดกำไรไตรมาส 3/69F พื้นตัวทั้งเทียบปีต่อปีและไตรมาสต่อไตรมาส หลังไตรมาส 2/69 เป็นจุดต่ำสุดของปีจากการเข้าสู่ HIGH SEASON ของผู้ป่วยไทย การฟื้นของผู้ป่วยต่างชาติ และแรงกดดันจากผู้ป่วยกัมพูชาที่ลดลง โดยรายได้เดือนกรกฎาคมเร่งตัวขึ้น 8% YOY จากเพียงราว 1% YOY ในครึ่งปีแรก หนุนจากผู้ป่วยไทยเพิ่ม 9% YOY และผู้ป่วยต่างชาติเพิ่ม 6% YOY สำหรับ GUNKUL ให้ราคาเป้าหมาย 6.30 บาท ประเมินแนวรับ 4.8/4.9 บาท แนวต้าน 5.4/5.6 บาท โดยแนวโน้มกำไรระยะสั้นไตรมาส 3/69F เป็นบวกจากธุรกิจ EPC ที่มี BACKLOG รอรับรู้รายได้จำนวนมาก และปัจจัยฤดูกาลของ WIND FARM ที่คาดความเร็วลมเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรทั้งปีเติบโตแกร่งกว่ากลุ่มฯ จากธุรกิจ EPC และคาดได้ประโยชน์จากแผน PDP2026 ทั้งโครงการระบบส่งไฟฟ้า DIRECT PPA การคัดเลือกโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ และนโยบายสนับสนุน SOLAR ROOFTOP นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนกำไรระยะยาวจากโครงการ SOLAR ที่ฟิลิปปินส์ 784 MWE มูลค่ารวม 7.5 พันลบ. ซึ่งได้ค่าไฟฟ้า 3.53 บ./หน่วย คงที่ 20 ปี และเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้
ทันหุ้น·2dอ่านต่อ →
Wind2impact 4

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีแตะ 5% ขณะตลาดจับตาการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของเฟด

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 5.00% หลังจากทะลุระดับ 5% เมื่อวานนี้ และปรับขึ้นสูงสุดถึง 5.04% ในวันนี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีอยู่ที่ 5.36% ส่วนพันธบัตรอายุ 2 ปีปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4.66% ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดมากกว่า 1% ส่งสัญญาณให้เฟดเห็นว่านักลงทุนต้องการให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตลาดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมพรุ่งนี้ 0.25% นักกลยุทธ์ระบุว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ได้แก่ การ unwind ของ yen carry trade ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การออกพันธบัตรบริษัทเพื่อระดมทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ปรับสูงขึ้นจากเศรษฐกิจที่เติบโตและการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน และอุปทานพลังงานที่ตึงตัวซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาการขนส่งในทะเลแดงและการที่จีนซื้อน้ำมันเพิ่มขึ้นเพื่อสำรอง
Yahoo Finance·3dอ่านต่อ →
Wind

RWE ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Masdar ด้านโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง

RWE ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Masdar โดยมุ่งเน้นโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง ซึ่งทำให้การเติบโตระยะยาวในพลังงานหมุนเวียนเป็นศูนย์กลางของการหารือล่าสุดเกี่ยวกับหุ้นตัวนี้ RWE ปิดตลาดครั้งล่าสุดที่ 58.50 ยูโร ขณะที่บทวิเคราะห์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดประเมินมูลค่ายุติธรรมไว้ที่ประมาณ 67.58 ยูโร ซึ่งบ่งชี้ว่าหุ้นถูกประเมินต่ำไปราว 13% กรอบมุมมองเชิงบวกนั้นตั้งอยู่บนปัจจัยหนุนด้านนโยบายในตลาดหลัก ทั้งการที่สหราชอาณาจักรคงเขตราคาเดียว การขยายระยะเวลาสัญญา CfD เป็น 20 ปี การเพิ่มเพดานราคาในการประมูล และมาตรการ "Big Beautiful Bill" ฉบับใหม่ของสหรัฐฯ ที่มีมาตรการจูงใจทางภาษี ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้มองเห็นรายได้ชัดเจนขึ้นและลดความเสี่ยงของกระแสเงินสดจากโครงการ อย่างไรก็ตาม แบบจำลอง SWS DCF ชี้ไปในทิศทางตรงกันข้าม โดยบ่งชี้ว่าหุ้นซื้อขายสูงกว่ามูลค่ากระแสเงินสดในอนาคตที่ประเมินไว้ที่ 31.97 ยูโรอย่างมาก ซึ่งมองว่าถูกประเมินสูงเกินไปเมื่อใช้เกณฑ์ดังกล่าว นอกจากนี้ สภาพลมที่อ่อนแรงและห่วงโซ่อุปทานพลังงานหมุนเวียนที่ตึงตัวยังอาจกดดันผลตอบแทนและกระแสเงินสดของโครงการ RWE ได้
Simply Wall St·3dอ่านต่อ →
Wind

Econergy เข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสด้วยการซื้อกิจการแพลตฟอร์มพลังงานลม Escofi มูลค่า 134 ล้านยูโร

Econergy ได้เข้าซื้อกิจการ Escofi ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มพลังงานลมบนบกของฝรั่งเศสที่มีกำลังการผลิตประมาณ 740 เมกะวัตต์ ในมูลค่า 134 ล้านยูโร หรือประมาณ 155 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสครั้งแรกของผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระรายนี้ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในอิสราเอล ดีลนี้ทำให้พอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียนรวมของ Econergy อยู่ที่ 13 กิกะวัตต์ ซึ่งรวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน 6 กิกะวัตต์ และขยายแพลตฟอร์มในยุโรปของบริษัทไปสู่แปดตลาด ได้แก่ ฝรั่งเศส โรมาเนีย สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมนี โปแลนด์ สเปน และกรีซ Escofi ซึ่งก่อตั้งในปี 1988 มีกำลังการผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 128 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 34 เมกะวัตต์ อยู่ในขั้นการพัฒนาขั้นสูง 147 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดเริ่มก่อสร้างระหว่างปี 2028 ถึง 2030 และอยู่ในขั้นการพัฒนาช่วงต้นและช่วงกลางอีก 432 เมกะวัตต์ ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในแคว้นโอ-เดอ-ฟร็องส์และกร็องแอสต์ กำลังการผลิตที่เดินเครื่องและอยู่ระหว่างการก่อสร้างของ Escofi มากกว่า 90% ได้รับประโยชน์จากรายได้ตามสัญญา 20 ปีภายใต้ระบบสัญญาส่วนต่างของฝรั่งเศส และในเดือนกรกฎาคม บริษัทได้รับสัญญาส่วนต่างเพิ่มเติมสำหรับสามโครงการรวม 46 เมกะวัตต์ ในราคาสูงกว่า 80 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง หรือประมาณ 92 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง โครงการที่เดินเครื่องแล้ว อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และอยู่ในขั้นการพัฒนาขั้นสูงของ Escofi รวม 309 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสร้างรายได้ต่อปี 59 ถึง 65 ล้านยูโร และกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย 47 ถึง 53 ล้านยูโร ในปีตัวแทน โดยกำลังการผลิตที่เดินเครื่องได้จะแตะประมาณ 300 เมกะวัตต์ภายในปี 2030 ทั้งนี้ Marathon Capital เป็นที่ปรึกษาฝ่ายผู้ซื้อให้แก่ Econergy โดยมี KPMG เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินและภาษี และ Linklaters เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย
Wind3

GE Vernova ร่วง 8.6% หลัง GLJ Research เริ่มให้ความคุ้มครองด้วยเรตติ้งขาย

หุ้น GE Vernova ร่วงลง 8.6% ในช่วงบ่าย หลังจาก GLJ Research เริ่มให้ความคุ้มครองหุ้นตัวนี้ด้วยเรตติ้งขายและราคาเป้าหมายที่ 470 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ของ GLJ Research กอร์ดอน จอห์นสัน ที่ 3 ได้ระบุจุดยืนเชิงลบ โดยเตือนว่าหุ้นตัวนี้ถูกตั้งราคาเสมือนเป็นบริษัทเติบโตสูง แม้ว่าธุรกิจหลักอย่างการผลิตกังหันก๊าซจะมีลักษณะเป็นวัฏจักร และชี้ให้เห็นถึงการขาดทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่องในธุรกิจพลังงานลมของ GE Vernova ว่าเป็นความเสี่ยงที่ยังคงอยู่ หุ้นตัวนี้มีความผันผวนสูงมากและมีการเคลื่อนไหวเกิน 5% ถึง 26 ครั้งในรอบปีที่ผ่านมา และการเคลื่อนไหวในวันนี้บ่งชี้ว่าตลาดมองว่าข่าวนี้มีนัยสำคัญ แต่ไม่ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงการรับรู้ต่อธุรกิจโดยพื้นฐาน GE Vernova ปรับขึ้น 29.1% นับตั้งแต่ต้นปี แต่ที่ราคา 877.40 ดอลลาร์ต่อหุ้น ยังคงซื้อขายต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 1,175 ดอลลาร์เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 อยู่ 25.3%
Yahoo Finance·4dอ่านต่อ →
Wind

เซี่ยงไฮ้ อิเล็กทริก รายได้ครึ่งปีแรก 2569 เพิ่มขึ้น 16.6% คำสั่งซื้อใหม่แตะ 1.0039 แสนล้านหยวน

เซี่ยงไฮ้ อิเล็กทริก รายงานรายได้จากการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 6.3332 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้น 16.6% เมื่อเทียบปีต่อปี กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 970 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 18.2% และคำสั่งซื้อใหม่รวมทั้งสิ้น 1.0039 แสนล้านหยวน ในจำนวนคำสั่งซื้อใหม่นั้น กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์พลังงานคิดเป็น 6.424 หมื่นล้านหยวน ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์พลังงานลม 1.239 หมื่นล้านหยวน อุปกรณ์กักเก็บพลังงาน 1.144 หมื่นล้านหยวน อุปกรณ์พลังงานนิวเคลียร์ 457 ล้านหยวน และอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน 2.023 หมื่นล้านหยวน ขณะที่กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์อุตสาหกรรมมีมูลค่า 2.125 หมื่นล้านหยวน และกลุ่มธุรกิจบริการแบบครบวงจร 1.491 หมื่นล้านหยวน แยกตามกลุ่มธุรกิจ รายได้ของกลุ่มอุปกรณ์พลังงานเพิ่มขึ้น 21.4% เป็น 3.6558 หมื่นล้านหยวน กลุ่มอุปกรณ์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.9% เป็น 1.8954 หมื่นล้านหยวน และกลุ่มบริการแบบครบวงจรเพิ่มขึ้น 31.5% เป็น 1.0862 หมื่นล้านหยวน ในต่างประเทศ เซี่ยงไฮ้ มิตซูบิชิ เอเลเวเตอร์ ชนะสัญญาโครงการดูไบ ปาล์ม ไอส์แลนด์ ระยะที่สอง เพื่อจัดหาลิฟต์ระดับไฮเอนด์ 700 ตัว ธุรกิจส่งและจ่ายไฟฟ้าชนะสัญญาจัดหาสวิตช์เกียร์แรงดันสูงและต่ำให้แก่ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในฟินแลนด์ ซึ่งเป็นการเข้าสู่ตลาดไฮเอนด์ของยุโรปครั้งใหญ่ครั้งแรก และบริษัทได้ลงนามโครงการกักเก็บพลังงานมินีตี้ ระยะที่สอง สโตนฮิลล์ พลังงานกักเก็บ 50 เมกะวัตต์ต่อ 150 เมกะวัตต์ชั่วโมง ในสหราชอาณาจักร บริษัทยังได้รับสัญญา EPC สำหรับโครงการเมทานอลสีเขียวจากชีวมวลกำลังผลิต 100,000 ตันต่อปี ระยะที่หนึ่ง ในเขตใหม่หลานโจว มีคำสั่งซื้อพลังงานลมนอกชายฝั่งเกิน 2 กิกะวัตต์ และหุ่นยนต์มนุษย์ ซูหยวน 2.0 เปิดตัวครั้งแรกในประเทศ
Wind

หุ้นกลุ่มอุปกรณ์พลังงานลมพุ่งติดเพดาน ต้าจินจ้งกงกลับมาปิดล็อกอีกครั้ง

ช่วงเช้าวันที่ 15 กันยายน หุ้นกลุ่มอุปกรณ์พลังงานลมในตลาดหุ้น A-share พุ่งขึ้นติดเพดานกันถ้วนหน้า หุ้นผู้นำอย่างต้าจินจ้งกงกลับมาปิดล็อกอีกครั้งหลังถูกเปิดออกชั่วคราว โดยมีคำสั่งซื้อรอที่ราคาสูงสุดถึง 159,000 ล็อต ขณะที่ซีหัวเทคโนโลยี เทียนชุนฟงเหนิง และจี๋ซินเทคโนโลยีก็ปิดล็อกพร้อมกัน ในด้านข่าว คณะรัฐมนตรีเยอรมนีอนุมัติร่างแก้ไขกฎหมายพลังงานลมนอกชายฝั่ง โดยนำกลไกสัญญาส่วนต่างเข้ามาใช้ในกรอบพลังงานลมนอกชายฝั่งของเยอรมนี และมีแผนขยายอายุการดำเนินงานมาตรฐานของโครงการจาก 25 ปีเป็น 35 ปี ร่างกฎหมายนี้จะถูกส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา และมีกำหนดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2027 ทางด้านในประเทศ ระหว่างเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2026 มีโครงการพลังงานลมของรัฐวิสาหกิจส่วนกลางและท้องถิ่นที่ผ่านการประมูลจัดซื้อกังหันลมทั้งชุดแล้ว 383 โครงการ กำลังการผลิตรวม 105,984.12 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 105.98 กิกะวัตต์ ส่วนราคาเฉลี่ยกังหันลมบนบกพร้อมเสาในเดือนสิงหาคม 2026 อยู่ที่ 2,120.32 หยวนต่อกิโลวัตต์ ลดลง 61.2 หยวนต่อกิโลวัตต์จากเดือนกรกฎาคม ขณะที่ราคาไม่รวมเสาอยู่ที่ 1,595.84 หยวนต่อกิโลวัตต์ เพิ่มขึ้น 6.04 หยวนต่อกิโลวัตต์จากเดือนกรกฎาคม ซิ่งเย่ซิเคียวริตี้ส์ระบุว่า กำลังการผลิตติดตั้งพลังงานลมนอกชายฝั่งของยุโรปมีแนวโน้มพุ่งจาก 2 กิกะวัตต์ในปี 2025 ไปแตะเฉลี่ยราว 7 กิกะวัตต์ต่อปีในช่วงปี 2026 ถึง 2030 และบริษัทจีนมีโอกาสเข้าไปมีส่วนแบ่งด้วยความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและต้นทุน ในวันเดียวกัน หุ้นกลุ่มแผงวงจรพิมพ์ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง อ้าวหงอิเล็กทรอนิกส์ปิดล็อกเป็นวันที่สามติดต่อกัน หัวเจิ้งซินไฉและต้าเหวยหุ้นปิดล็อกเช่นกัน ส่วนกลุ่มฟอยล์ทองแดง ซวงซิงซินไฉปิดล็อกเป็นวันที่สามติดต่อกัน
上海证券报·4dอ่านต่อ →
Wind7

อนุทินประกาศไทยไม่เลือกความมั่นคงหรือความยั่งยืน พร้อมวงเงิน 5 หมื่นล้านหนุนโซลาร์รูฟท็อป

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศบนเวที Gastech 2026 ว่าไทยจะไม่เลือกความมั่นคงหรือความยั่งยืนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องได้ทั้งสองอย่างในราคาที่ประชาชนและธุรกิจรับไหว โดยก๊าซธรรมชาติและ LNG ยังเป็นกระดูกสันหลังในช่วงเปลี่ยนผ่าน พร้อมเร่งกระจายแหล่งพลังงานเพื่อลดความเสี่ยงจากราคาตลาดโลก รัฐบาลเตรียมวงเงิน 50,000 ล้านบาท ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม สนับสนุนครัวเรือนติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดค่าไฟ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เดินเกมต่อยอด LNG ควบคู่ไฮโดรเจน แอมโมเนีย และ CCS มุ่งสู่ Net Zero 2050 และไทยยังเปิดให้ยื่นสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26 ในพื้นที่กว่า 60,200 ตารางกิโลเมตร โดยครึ่งปีแรก BOI รับคำขอส่งเสริมลงทุนทะลุ 1.43 ล้านล้านบาท โต 37% จากแรงหนุนหลักด้านดิจิทัล พลังงานสะอาด และเทคโนโลยี ด้าน วรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เตรียมเข้าประมูลโครงการภายใต้ร่าง PDP 2026 ซึ่งกำหนดกำลังผลิตใหม่ในช่วง 12 ปีแรก ปี 2569-2580 รวมกว่า 50,900 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น CCGT 9,100 เมกะวัตต์ SMR 300 เมกะวัตต์ Solar 24,300 เมกะวัตต์ Wind 2,700 เมกะวัตต์ และ BESS 14,500 เมกะวัตต์ โดย SSP เคยคว้าโครงการ FiT ปี 2565-2573 รวม 170.5 เมกะวัตต์ และปัจจุบันมีโครงการในมือราว 420 เมกะวัตต์ ทั้งโซลาร์ในไทยและวินด์ฟาร์มบาโกในฟิลิปปินส์ พร้อมเตรียม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ รวม 19.8 เมกะวัตต์ ในไตรมาส 4/2569 และมีโครงการทยอย COD ต่อเนื่องถึงปี 2573 อีกกว่า 146 เมกะวัตต์ โดยตั้งเป้าดันกำลังผลิตพลังงานทดแทนแตะ 1,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2575 สำนักงาน ก.ล.ต. แต่งตั้ง อภิสิทธิ์ สุขสาคร เป็นผู้ช่วยเลขาธิการ สายเทคโนโลยีดิจิทัล มีผล 1 มกราคม 2570 รับผิดชอบกำกับดูแลงานด้านความเสี่ยงเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีสารสนเทศ ขณะที่ จินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP รับมอบประกาศนียบัตร Carbon Footprint for Organization หรือ CFO ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังบริษัทดำเนินโครงการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์มาตั้งแต่ปี 2564
Wind5impact 4

GULF วางแผนลงทุน 5 ปี 1.4 แสนล้านบาท ดันดาต้าเซ็นเตอร์แตะ 2,000 เมกะวัตต์

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ในช่วง 5 ปีข้างหน้าวงเงินสูงถึง 1.4 แสนล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังรองรับของดาต้าเซ็นเตอร์เป็นสูงสุด 2,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังรองรับประมาณ 200 เมกะวัตต์ นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ภาคเอกชนพร้อมเข้าร่วมพัฒนาโครงการพลังงานทุกประเภทตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม แบตเตอรีกักเก็บพลังงาน และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการศึกษาเทคโนโลยี SMR โดยแผน PDP ตั้งเป้ากำลังผลิตไฟฟ้าไว้ที่ระดับ 50,000 เมกะวัตต์ และบริษัทเห็นโอกาสในธุรกิจไฟฟ้าเสรี เช่น การขายไฟฟ้าสีเขียวให้ผู้ใช้ไฟรายใหญ่ ด้านธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ GULF เห็นด้วยที่ภาครัฐกำหนดนิยามและกฎระเบียบที่ชัดเจน โดยชี้ว่าความต้องการใช้งานในไทยสูงมากจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ ขณะเดียวกันบริษัทได้จับมือกับ Singtel Group เข้าร่วมพัฒนาโครงการ Vietnam-Thailand-Singapore (VTS) Cable System ระบบเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมโยงเวียดนาม ไทย และสิงคโปร์ ในรูปแบบ Open Access มูลค่าโครงการหลักหมื่นล้านบาท กำหนดเปิดให้บริการภายในปีพ.ศ. 2573
ทันหุ้น·4dอ่านต่อ →
Wind

กรีนโค้ท รีนิวเอเบิลส์ รายงานกระแสเงินสดครึ่งปีแรก 2569 ที่ 60 ล้านยูโร อัตราความสามารถจ่ายเงินปันผล 1.6 เท่า

กรีนโค้ท รีนิวเอเบิลส์ รายงานกระแสเงินสดสุทธิ 60 ล้านยูโรในครึ่งปีแรกของปี 2569 ลดลงจาก 65 ล้านยูโรในครึ่งปีแรกของปี 2568 โดยรองรับอัตราความสามารถจ่ายเงินปันผลสุทธิที่ 1.6 เท่า เทียบกับ 1.7 เท่าในปีก่อนหน้า และสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.2 เท่าซึ่งประกาศในเดือนธันวาคม 2568 โดยคาดว่าอัตราความสามารถจ่ายเงินปันผลตลอดทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 1.5 เท่า รายได้อยู่ที่ 157 ล้านยูโร ลดลง 2% ตามที่รายงาน แต่เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบแบบเทียบเคียง หลังปรับจากการขายพอร์ตโฟลิโอในไอร์แลนด์มูลค่า 156 ล้านยูโรเมื่อต้นปี 2568 ขณะที่ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบแบบเทียบเคียง แต่ต่ำกว่างบประมาณ 6% เนื่องจากทรัพยากรลมในไตรมาสแรกอยู่ที่ติดลบ 10% กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายทรงตัวที่ 90 ล้านยูโร ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงมาอยู่ที่ 67 ล้านยูโรจาก 70 ล้านยูโร และมูลค่าสินทรัพย์สุทธิลดลง 4% มาอยู่ที่ 1.1 พันล้านยูโร หรือ 97.2 ยูโรต่อหุ้น ลดลง 1.8 ยูโรจากเดือนธันวาคม ส่วนใหญ่เป็นผลจากการปรับลดลงเกือบ 10% ของเส้นราคาไฟฟ้าในเยอรมนี อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 53% เทียบกับเป้าหมายที่ระดับกลาง ๆ 40% ภายในสิ้นปี 2570 โดย 89% ของหนี้เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ที่ต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 3.5% มีเงินสดในงบดุล 139 ล้านยูโร และวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน 240 ล้านยูโร บริษัทประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 100 ล้านยูโร โดยชุดแรก 25 ล้านยูโรเสร็จสมบูรณ์แล้ว และชุดที่สอง 25 ล้านยูโรอยู่ระหว่างดำเนินการที่ส่วนลดเฉลี่ย 23% และระบุว่าการทบทวนพอร์ตโฟลิโอเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยกระบวนการขายอย่างเป็นทางการอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะเพิ่มสภาพคล่องมากกว่า 250 ล้านยูโร และสินทรัพย์มากกว่า 300 ล้านยูโรคาดว่าจะเกิดขึ้นจริงภายในกลางถึงปลายปีหน้า กรีนโค้ท ยังเปิดเผยสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของบอร์คุมเป็นเวลา 15 เดือน สำหรับ 450 กิกะวัตต์ชั่วโมง ที่ราคา 96 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าราคาในครึ่งปีแรกที่ 90 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมงอยู่ 6 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง และระบุว่าแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลดรอกเฮดา เอเนอร์จีพาร์ค อยู่ในระยะเริ่มต้นที่ 32 เมกะวัตต์ โดยมีความสามารถในการขยายกำลังการผลิต โดยตั้งเป้าผลตอบแทนเงินสดต่อเงินสดมากกว่า 3 เท่า
Wind3

BGRIM ลุยลงทุนโรงไฟฟ้าต่างประเทศ เล็งสรุปดีล IPP 1,500 เมกะวัตต์ในมาเลเซียปลายปีนี้

บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM เดินหน้าลงทุนพลังงานในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในมาเลเซียได้เข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานโซลาร์แล้ว 200 เมกะวัตต์ และอีก 400 เมกะวัตต์อยู่ระหว่างพัฒนา ขณะที่โรงไฟฟ้า IPP ขนาด 1,500 เมกะวัตต์อยู่ระหว่างการศึกษาและคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปลายปีนี้ นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม ของ BGRIM เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจพลังงานกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากระบบดั้งเดิมสู่พลังงานสะอาด เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพของคุณภาพสูงจากอุตสาหกรรมยุคใหม่ ทั้ง AI, Semiconductor, Electronics และ Data Center สำหรับเวียดนาม ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เปิดดำเนินการแล้ว 677 เมกะวัตต์ พลังงานลมอีก 100 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าแก๊สอีก 1,500 เมกะวัตต์ที่กำลังลงทุน โดยประเมินผลตอบแทนเงินลงทุนประมาณ 10-12% แต่ต้องติดตามเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าจากภาครัฐของเวียดนามให้ชัดเจนภายในปี 2569 นี้ นอกจากนี้ BGRIM ยังเข้าไปลงทุนใน 15 ประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงาน เช่น เกาหลี และญี่ปุ่น ทั้งโครงการก๊าซธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า โดยมองว่าการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศจะเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางพลังงานของภูมิภาคอาเซียน
Wind3

SUPER เล็งประมูลโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ตั้งเป้าคว้า 200 เมกะวัตต์

บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER เตรียมขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยจับโอกาสลงทุนภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย PDP2026 ซึ่งครอบคลุมช่วงปี 2569-2593 และกำหนดกรอบกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ราว 50,900 เมกะวัตต์ โดยให้น้ำหนักกับพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUPER ระบุว่า บริษัทสนใจเข้าร่วมโครงการโซลาร์ชุมชนซึ่งมีกำลังผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายคว้ากำลังผลิตประมาณ 200 เมกะวัตต์จากโครงการดังกล่าว หากทำได้ตามเป้าจะช่วยเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่พอร์ตของบริษัทและสนับสนุนโอกาสการเติบโตในระยะต่อไป นอกจากนี้ SUPER ยังติดตามโอกาสลงทุนจากโครงการพลังงานสะอาดอื่นภายใต้ PDP2026 โดยเฉพาะโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบ BESS ซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นในโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของประเทศ
Wind6

SSP พร้อมชิงโควตา PDP 2026 ตั้งเป้ากำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์ในปี 2575

บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP ประกาศความพร้อมเต็มกำลังทั้งด้านการเงินและศักยภาพในการเข้าร่วมประมูลโครงการโซลาร์และวินด์ฟาร์มภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ซึ่งกำหนดกำลังผลิตใหม่รวม 50,900 เมกะวัตต์ในช่วง 12 ปีแรก คือระหว่างปี 2569 ถึง 2580 โดยแผนดังกล่าวประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ 14,500 เมกะวัตต์ ก่อนแยกเป็นทางเลือกสู่เป้าหมายพลังงานสะอาดหลังปี 2580 ทั้งแนวทาง CCS พลังงานหมุนเวียนควบคู่ระบบกักเก็บพลังงาน และการผสมผสานทั้งสองแนวทาง โดยทุกทางเลือกกำหนดสัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 65% ในปี 2593 นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า บริษัทฯ มุ่งขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดและลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมา SSP เป็นหนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จในการประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565 ถึง 2573 รวม 170.5 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 154.5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ กำลังผลิตตามสัญญารวม 16 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการระยะแรกที่เปิดรับซื้อรวม 5,203 เมกะวัตต์ ปัจจุบันบริษัทฯ เตรียม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ คาดเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วงไตรมาส 4/2569 และยังมีโครงการในมือประมาณ 420 เมกะวัตต์ เป็นโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย 3 โครงการรวม 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์มบาโก ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ที่จะทยอย COD ในปี 2570 นอกจากนี้ยังมีแผน COD โครงการอื่นต่อเนื่องจนถึงปี 2573 อีกกว่า 146 เมกะวัตต์ ซึ่งยังไม่รวมโอกาสในการคว้างานประมูลในแผน PDP 2026 ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทุกรูปแบบแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2575 และคาดว่าจะได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
ทันหุ้น·5dอ่านต่อ →
Wind7

GULF ปิดดีล PPA วินด์ฟาร์ม 4 โครงการ 346.5 MW รวมพอร์ตลม 1,058.5 MW กำไรปีละ 2 พันล้าน

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประกาศว่าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 4 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 346.5 เมกะวัตต์ ภายใต้บริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นระยะเวลา 25 ปี ครบทั้งหมดแล้วเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 โดยโครงการทั้ง 4 แห่งประกอบด้วย บริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ 36 จำกัด กำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ บริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ 52 จำกัด กำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ และบริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ 39 จำกัด กำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ ซึ่งกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2572 และบริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ 3 จำกัด กำลังการผลิต 76.5 เมกะวัตต์ กำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2573 นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ระบุว่าโครงการทั้ง 4 โครงการนี้จะสร้างกำไรให้กับ GULF ประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี และปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทยที่ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. แล้วทั้งสิ้น 14 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 1,058.5 เมกะวัตต์ ซึ่งเมื่อเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ครบทั้งหมดระหว่างปี 2570-2573 จะสร้างกำไรให้กับ GULF ปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท ด้านบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (มหาชน) แนะนำซื้อ GULF ราคาเป้าหมาย 82 บาท ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2570 ที่ 80 บาท และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ปรับราคาเป้าหมายใหม่ของ GULF เป็น 75 บาท พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570-2573 เฉลี่ย 12-26% โดยคาดว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 จะมีความชัดเจนอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 4/2569
Wind

ยูนนาน เอเนอร์จี อินเวสต์เมนท์ ได้รับมอบหมายจากผู้ถือหุ้นใหญ่ให้พัฒนาโครงการฟาร์มกังหันลม 5 แห่ง กำลังการผลิตรวมเกือบ 600,000 กิโลวัตต์

บริษัท ยูนนาน เอเนอร์จี อินเวสต์เมนท์ จำกัด ประกาศเมื่อวันที่ 14 กันยายนว่า บริษัท ยูนนาน เอเนอร์จี กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เป็นผู้ชนะการคัดเลือกเป็นผู้ลงทุนพัฒนาหลักสำหรับโครงการฟาร์มกังหันลม 5 แห่ง รวมถึงฟาร์มกังหันลมทงเฉวียน มาหลง เฟส 3 ฝั่งตะวันออก หลังจากการพิจารณาของยูนนาน เอเนอร์จี กรุ๊ป ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมด คือ บริษัท หม่าหลง หยุนเหนิงโถว นิวเอเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด พัฒนาโครงการฟาร์มกังหันลมทงเฉวียน เฟส 3 ฝั่งตะวันออกและตะวันตก เฟส 4 และเฟส 5 และให้บริษัท ฮุ่ยเจ๋อ หยุนเหนิงโถว นิวเอเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด พัฒนาโครงการฟาร์มกังหันลมอู่ซิง อำเภอฮุ่ยเจ๋อ โครงการทั้ง 5 แห่งตั้งอยู่ในมณฑลยูนนาน คาดว่ามีกำลังการผลิตรวม 599,950 กิโลวัตต์ ระยะเวลาก่อสร้างรวมของแต่ละโครงการ 12 เดือน ประกอบด้วย ฟาร์มกังหันลมทงเฉวียน เฟส 3 ฝั่งตะวันออก 193,750 กิโลวัตต์ ฝั่งตะวันตก 162,500 กิโลวัตต์ เฟส 4 93,700 กิโลวัตต์ เฟส 5 100,000 กิโลวัตต์ และฟาร์มกังหันลมอู่ซิง อำเภอฮุ่ยเจ๋อ 50,000 กิโลวัตต์ โครงการทั้งหมดได้รับการบรรจุอยู่ในบัญชีโครงการพลังงานใหม่ชุดแรกของมณฑลยูนนานประจำปี 2026 แล้ว บริษัทระบุว่า ปัจจุบันมีกำลังการผลิตพลังงานใหม่ที่เปิดดำเนินการแล้วรวม 2,754,860 กิโลวัตต์ แบ่งเป็นพลังงานลม 2,493,860 กิโลวัตต์ โครงการครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มขนาดกำลังการผลิตพลังงานใหม่ของบริษัท และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจพลังงานใหม่ให้ใหญ่ขึ้น ดีขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น บริษัทเตือนด้วยว่า การดำเนินโครงการคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานในปีนี้ โครงการยังต้องเสนอให้คณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณา และต้องได้รับการอนุมัติหรือเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง จึงยังมีความไม่แน่นอน
Wind3impact 4

PDP 2026 เปิดรอบลงทุน 25 ปี ไฟฟ้าใหม่ 5.09 หมื่นเมกะวัตต์ ชู GULF–GUNKUL–GPSC–BGRIM

ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 กำลังเข้าสู่กระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยวางกรอบแผนระยะยาว 25 ปี มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ไฮไลต์อยู่ที่ช่วง 12 ปีแรก คือปี 2569–2580 ซึ่งกำหนดกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่รวมประมาณ 50,900 MW ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 9,100 MW พลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก 300 MW โซลาร์ 24,300 MW พลังงานลม 2,700 MW และระบบกักเก็บไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ หรือ BESS อีก 14,500 MW หากเดินหน้าตามแผน กำลังผลิตไฟฟ้าสะสมในปี 2580 จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 115,635 MW โดยเงินลงทุนในโครงการต่างๆ อยู่ในกรอบประมาณ 3.6–7 แสนล้านบาท บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่าร่าง PDP ฉบับใหม่มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจากปัจจุบันราว 15% ของกำลังผลิต ขึ้นเป็นประมาณ 60–70% และอาจสูงถึง 80% หากรวมแหล่งพลังงานที่ไม่มีการปล่อยคาร์บอนประเภทอื่น ขณะที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เลือก GULF เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม และมองว่า GUNKUL มีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์จากทั้งธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและงานก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้า ส่วน บล.เอเซีย พลัส ให้มูลค่าพื้นฐาน GULF ที่ 80 บาท และ GUNKUL ที่ 6.40 บาท โดยโบรกเกอร์ให้น้ำหนักกลุ่ม GULF–GUNKUL–GPSC–BGRIM ขณะที่ GPSC อยู่ระหว่างศึกษาการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ร่วมกับ Seaborg Technologies จากเดนมาร์ก ด้านราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับขึ้นแรงตั้งแต่ต้นปี ถึงวันที่ 9 ก.ย. 2569 โดย GUNKUL ราคา 5.20 บาท เพิ่มขึ้น 173.68% TSE ราคา 0.92 บาท เพิ่มขึ้น 95.74% SSP ราคา 6.05 บาท เพิ่มขึ้น 86.73% BGRIM ราคา 21.00 บาท เพิ่มขึ้น 48.94% และ GPSC ราคา 51.25 บาท เพิ่มขึ้น 42.36%
Wind

TAURON Polska Energia รายงาน EBITDA ลดลง 12% เหลือ 3.7 พันล้าน złoty

TAURON Polska Energia SA รายงานว่า EBITDA ลดลง 12% เมื่อเทียบปีต่อปี เหลือ 3.7 พันล้าน złoty โดย большинствоกลุ่มธุรกิจมีผลประกอบการลดลงจากสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย กลุ่มธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากยอดคงเหลือบัญชีกำกับดูแลที่เป็นลบเกิน 170 ล้าน złoty และการลดลงของ WACC 1.34 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียนมีปริมาณการผลิตต่อหน่วยกำลังการผลิตติดตั้งลดลง 27% ท่ามกลางสภาวะลมที่แย่ที่สุดในรอบ 10 ปี ความพร้อมใช้งานของโรงไฟฟ้าถ่านหินลดลง 15.1% จากการชำรุดของอุปกรณ์และการหยุดเดินเครื่อง และการปล่อยก๊าซ CO2 เพิ่มขึ้น 24% โดยต้นทุนการปล่อยก๊าซเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7% ในด้านบวก บริษัทมีปริมาณการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบปีต่อปี ขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 39% เป็น 1,210 เมกะวัตต์ และเชื่อมต่อกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนใหม่ 1 กิกะวัตต์ได้ก่อนกำหนด TAURON ยังได้รับเงินทุน 293 ล้านยูโรสำหรับกังหัน OCGT ซึ่งถูกกว่าสัญญาตลาดล่าสุด 25-30% และขยายฐานลูกค้า Tauron New Energy เป็นเกือบ 400,000 ราย
Yahoo Finance·7dอ่านต่อ →
Wind

สกายบอร์นปิดดีลทางการเงินสำหรับโครงการกังหันลม offshore Gennaker ขนาด 976.5 เมกะวัตต์

สกายบอร์น รีนิวเอเบิลส์ ระดมทุนได้มากกว่า 3 พันล้านยูโร เพื่อผลักดันโครงการกังหันลม offshore Gennaker ขนาด 976.5 เมกะวัตต์ ในทะเลบอลติกของเยอรมนี ทำให้โครงการสามารถเข้าสู่ระยะการก่อสร้างได้ การระดมทุนครั้งนี้รวมถึงเงินทุนแบบไม่มีหลักประกันจำนวน 2.1 พันล้านยูโร ที่จัดหาโดยกลุ่มผู้ให้กู้เชิงพาณิชย์ 16 ราย ร่วมกับธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป เมื่อไม่นานมานี้ ชตัทท์แวร์เคอ มึนเช่น ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรด้านทุนเชิงกลยุทธ์ในโครงการ โดยซื้อหุ้นร้อยละ 25 และเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างความเป็นเจ้าของระยะยาวของ Gennaker โครงการนี้ตั้งอยู่ห่างจากคาบสมุทรฟิชลันด์-ดาร์ส-ซิงสท์ไปทางเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร และจะกลายเป็นโรงไฟฟ้ากังหันลม offshore ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยผลิตไฟฟ้าประมาณ 3.8 เทระวัตต์-ชั่วโมงต่อปีจากกังหันลม 63 ตัว ซึ่งเพียงพอสำหรับเลี้ยงดูครัวเรือนราวหนึ่งล้านครัวเรือน โดยกำหนดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นปี 2028 สกายบอร์นเป็นผู้นำการพัฒนาโครงการมาตั้งแต่ต้น และจะดูแลการบริหารการก่อสร้างรวมถึงการดำเนินงานสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง และเมื่อปิดดีลทางการเงินแล้ว ข้อตกลงสำคัญทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับหนี้สิน ทุน ข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้า พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และการจัดหา ตลอดจนการติดตั้ง ก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว ในปี 2025 สกายบอร์นได้สรุปแพ็กเกจการจัดหาและการติดตั้งหลักสำหรับ Gennaker ครอบคลุมฐานราก โครงข่ายสายเคเบิลระหว่างกังหัน และเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหันลม โดยงานส่งมอบและงาน offshore มอบให้กลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วย Boskalis, Dajin Heavy Industry, EEW Special Pipe Constructions (Rostock), Fred. Olsen Windcarrier, Seaway 7, Siemens Gamesa Renewable Energy และ TKF และต่อมาได้รับใบอนุญาตก่อสร้างและดำเนินงานจากสำนักงานเกษตรและสิ่งแวดล้อมแห่งรัฐเมคเลินบวร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น ในปี 2026 สกายบอร์นยังเสริมแนวโน้มเชิงพาณิชย์ของ Gennaker ด้วยการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับผู้ซื้อรายใหญ่ ซึ่งรวมถึง Amazon จำนวน 600 เมกะวัตต์ และ Uniper จำนวน 100 เมกะวัตต์
Power Technology·7dอ่านต่อ →
Wind14

บีโอไอไฟเขียวมาตรการ BOI to IPO เร่ง FastPass 3.44 แสนล้านบาท

ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 มีมติเห็นชอบกรอบทิศทางใหม่ของการส่งเสริมการลงทุนที่มุ่งเน้นคุณค่าที่เกิดขึ้นจริงจากการลงทุน พร้อมอนุมัติมาตรการ BOI to IPO ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบีโอไอ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อสนับสนุนบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนให้เข้าจดทะเบียนใน SET, mai หรือ LiVEx โดยบริษัทในกลุ่ม New Economy ที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 3 ปี หรือลดหย่อน 50% เพิ่มเติม 5 ปี ส่วนบริษัททั่วไปจะได้รับยกเว้นภาษีเพิ่มเติม 2 ปี หรือลดหย่อน 50% เพิ่มเติม 3 ปี ด้าน Thailand FastPass บอร์ดบีโอไออนุมัติเพิ่มอีก 17 โครงการ จาก 15 บริษัท มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 1.21 แสนล้านบาท และมีแผนจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 14,000 คน ครอบคลุม 4 กลุ่ม ได้แก่ อาหารสัตว์ อาหารแปรรูป อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงยานยนต์และชิ้นส่วน ส่งผลให้ปัจจุบันมีโครงการสำคัญเข้าสู่กลไก Thailand FastPass รวม 42 โครงการ จาก 38 บริษัท มูลค่าเงินลงทุนกว่า 3.44 แสนล้านบาท และมีแผนจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 27,000 คน นอกจากนี้บอร์ดบีโอไอยังอนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ 3 โครงการ รวมมูลค่า 9,640 ล้านบาท ได้แก่ บริษัท วินด์ มหาสารคาม 1 จำกัด ลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม 90 เมกะวัตต์ มูลค่า 3,172 ล้านบาท บริษัท พรีซิชั่น พลาสติก จำกัด ลงทุนผลิตบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนพลาสติกชนิดปลอดเชื้อ รวมถึงเครื่องดื่มและสิ่งปรุงแต่งอาหาร มูลค่า 2,033 ล้านบาท และบริษัท ชูแคน (ประเทศไทย) จำกัด ลงทุนผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA) มูลค่า 4,435 ล้านบาท
Wind

บอร์ดบีโอไออนุมัติ 3 โครงการใหญ่ มูลค่ารวม 9,640 ล้านบาท

ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จำนวน 3 โครงการ รวมมูลค่า 9,640 ล้านบาท ตามที่ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผย โครงการแรกคือ บริษัท วินด์ มหาสารคาม 1 จำกัด ลงทุนขยายกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม กำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. มูลค่าลงทุน 3,172 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่มหาสารคาม โครงการที่สองคือ บริษัท พรีซิชั่น พลาสติก จำกัด ผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดปลอดเชื้อมากว่า 30 ปี ลงทุนขยายกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดปลอดเชื้อ เครื่องดื่มจากพืชผักผลไม้ และสิ่งปรุงแต่งอาหาร มูลค่าลงทุน 2,033 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่อยุธยา และโครงการที่สามคือ บริษัท ชูแคน (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในกลุ่ม ShuCan Technology ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ลงทุนขยายกิจการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA) เพื่อรองรับลูกค้าหลักที่เข้ามาขยายฐานการผลิตอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทางแสง (Optical Transceiver) ในไทยก่อนหน้านี้ โดยใช้เทคโนโลยี Surface Mount Technology (SMT) ครบทั้งสายการผลิต มูลค่าลงทุน 4,435 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก จังหวัดระยอง นายนฤตม์ กล่าวว่า โครงการที่ได้รับอนุมัติในครั้งนี้สะท้อนถึงการลงทุนที่สร้างประโยชน์ต่อประเทศในหลายมิติ ทั้งการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานสะอาด การยกระดับมาตรฐานการผลิตของผู้ประกอบการไทย และการต่อยอดฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
Wind

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นรับรอง 18 พื้นที่เป็นเขตยุทธศาสตร์ GX เน้นรวมศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์และใช้พลังงานปลอดคาร์บอน

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นประกาศเมื่อวันที่ 11 ว่าได้คัดเลือก 18 พื้นที่ให้เป็นเขตยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว หรือ GX ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมของดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยจะสนับสนุนผ่านการผ่อนคลายกฎระเบียบการใช้ที่ดินและเงินอุดหนุน เพื่อดึงดูดบริษัทและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมในภูมิภาค ทั้ง 18 พื้นที่ได้รับการคัดเลือกจาก 38 พื้นที่ที่คณะกรรมการพิจารณาเมื่อเดือนเมษายนจัดให้เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ แบ่งเป็นประเภทเน้นรวมศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ 9 พื้นที่ โดยในจังหวัดฮอกไกโดที่เมืองอิชิการิ บริษัท NTT East Japan และอีก 10 บริษัทรวมเป็น 11 บริษัทดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศที่ใช้พลังงานหมุนเวียน ขณะที่จังหวัดอากิตะซึ่งมีบริษัทสหรัฐฯ และอื่น ๆ วางแผนก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านเยนก็ได้รับการคัดเลือกเช่นกัน ส่วนประเภทฟื้นฟูโรงกลั่นและนิคมอุตสาหกรรมเคมีรวมถึงเมืองคาวาซากิ และประเภทใช้พลังงานปลอดคาร์บอนมี 8 พื้นที่รวมถึงจังหวัดนีงาตะ นายอากาซาวะ เรียวเซย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 ว่า จะสนับสนุนอย่างใกล้ชิดให้พื้นที่ที่มีศักยภาพที่เหลืออยู่ปรับปรุงแผนให้สมบูรณ์ พร้อมแสดงท่าทีว่าจะมีการรับรองเพิ่มเติมในอนาคต
Wind10impact 4

กูเกิลลงทุน 1.3 หมื่นล้านยูโรในโครงสร้างพื้นฐาน AI ในฟินแลนด์

กูเกิลเปิดเผยแผนลงทุน 1.3 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 1.513 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานที่มุ่งเน้นปัญญาประดิษฐ์ในฟินแลนด์ภายในสองปี โดยจะสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และความร่วมมือในท้องถิ่น เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของบริการ Search, Maps และ Gemini บริษัทระบุว่าแผนนี้เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปเพียงครั้งเดียว แพ็กเกจดังกล่าวรวมข้อตกลงระยะเวลา 22 ปีที่สนับสนุนการต่ออายุการดำเนินงานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โลวีซา กำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมบนบกแห่งใหม่ และระบบแบตเตอรี่ขนาด 94 เมกะวัตต์ กูเกิลยังระบุว่าจะสนับสนุนการฟื้นฟูป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำ รวมถึงเส้นทางสันทนาการ ซาวน่าสาธารณะ และสะพานตกปลาใกล้พื้นที่ดำเนินงาน และเน้นย้ำเมืองฮามินา ซึ่งการดำเนินงานของบริษัทสนับสนุนซัพพลายเออร์ฟินแลนด์มากกว่า 600 รายระหว่างปี 2023 ถึง 2025 หุ้นของ Alphabet ซื้อขายลดลงในการซื้อขายล่วงหน้าก่อนเปิดตลาดวันพุธ ขณะที่ฟิวเจอร์ส S&P 500 ลดลง 0.2%
Yahoo Finance·8dอ่านต่อ →
Wind

ออร์สเต็ดได้รับความเห็นด้านภาษีที่เป็นผลดีต่อโครงการวอลนีย์เอ็กซ์เทนชันและฮอร์นซี 1

ออร์สเต็ดได้รับความเห็นฉบับสุดท้ายที่สนับสนุนแนวทางของบริษัทในการจัดเก็บภาษีสำหรับฟาร์มกังหันลม offshore ขนาดใหญ่สองแห่งในสหราชอาณาจักร ได้แก่ โครงการวอลนีย์เอ็กซ์เทนชันและโครงการฮอร์นซี 1 คณะกรรมการที่ปรึกษาซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้อนุสัญญาอนุญาโตตุลาการของสหภาพยุโรปได้สรุปว่าโครงการทั้งสองมีวัตถุประสงค์ทางกฎหมายและทางเศรษฐกิจที่แท้จริง จึงควรถูกจัดเก็บภาษีเป็นหลักในประเทศที่โครงการตั้งอยู่ ซึ่งหมายความว่าภาษีส่วนใหญ่จะตกเป็นของสหราชอาณาจักรตลอดอายุการดำเนินงานของโครงการ เนื่องจากโครงการเหล่านี้ผลิตไฟฟ้าและสร้างรายได้ ข้อพิพาทนี้ย้อนหลังไปกว่าทศวรรษ โดยออร์สเต็ดได้ติดต่อหน่วยงานจัดเก็บภาษีของเดนมาร์กและหน่วยงานสรรพากรและศุลกากรของอังกฤษในปี 2015 เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับการแบ่งสิทธิในการจัดเก็บภาษีระหว่างสองประเทศ และหลังจากที่หน่วยงานทั้งสองไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เรื่องดังกล่าวจึงถูกส่งต่อให้คณะกรรมการที่ปรึกษาในปี 2023 ออร์สเต็ดระบุว่าผลลัพธ์นี้จะนำไปสู่การปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในสถานะภาษีของบริษัทในเดนมาร์ก รวมถึงดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นจำนวนที่ได้กันสำรองไว้แล้วสำหรับสถานะภาษีที่ไม่แน่นอน และคาดว่าจะได้รับการชดเชยเกือบทั้งหมดในที่สุดจากภาษีที่ต่ำลงในสหราชอาณาจักร บริษัทระบุว่าขณะนี้จะหารือกับหน่วยงานจัดเก็บภาษีของเดนมาร์กเกี่ยวกับโครงการฟาร์มกังหันลม offshore อื่น ๆ ของออร์สเต็ดที่เผชิญการประเมินภาษีเดนมาร์กในลักษณะเดียวกัน และคาดว่าข้อสรุปใด ๆ จะเป็นไปตามหลักการเดียวกันกับที่กำหนดไว้ในกรณีของโครงการวอลนีย์เอ็กซ์เทนชันและฮอร์นซี 1 อีกทั้งจะหารือกับหน่วยงานสรรพากรและศุลกากรของอังกฤษเกี่ยวกับการนำความเห็นนี้ไปปฏิบัติด้วย ออร์สเต็ดมีกำลังการผลิตฟาร์มกังหันลม offshore ที่ติดตั้งแล้วทั่วโลก 11 กิกะวัตต์ และมีอีก 7.2 กิกะวัตต์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และรายงานกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมการร่วมทุนใหม่และค่าธรรมเนียมการยกเลิกที่ 25.1 พันล้านโครนเดนมาร์กในปี 2025
Wind

SUPER เผย EVN จ่อเคลียร์เงินค้างจ่าย ต.ค.-พ.ย.นี้ ลดหนี้ 1 หมื่นล้านบาท

บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น หรือ SUPER เผยการไฟฟ้าเวียดนาม หรือ EVN เตรียมลงนามแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและชำระเงินค้างจ่ายทั้งหมดให้บริษัทในช่วงประมาณเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนนี้ หลังสภาแห่งชาติเวียดนามอนุมัติให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และมอบอำนาจให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ EVN ดำเนินการชำระเงินและเดินหน้าโครงการต่างๆ หลังจากผลการตรวจสอบโครงการพลังงานทดแทนกว่า 400 โครงการโดย Government Inspector สรุปว่าเกือบทุกโครงการดำเนินการจ่ายไฟฟ้าได้ถูกต้องครบถ้วน ขณะที่โครงการ Loc Ninh 3 ได้รับอนุมัติเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินจากระดับจังหวัดแล้ว และอยู่ระหว่างรอใบอนุญาต CCA ในอีก 2-3 เดือน ด้านการปรับโครงสร้างทางการเงิน บริษัทได้ดึงพาร์ทเนอร์ร่วมทุนและขายโครงการบางส่วน ทำให้ลดหนี้ลงได้กว่า 10,000 ล้านบาท และลดอัตราส่วน D/E เหลือ 1.6 เท่า พร้อมตั้งสำรองความเสี่ยงไว้ 550 ล้านบาท ซึ่งหากได้รับชำระเงินคืนเต็มจำนวนจะกลับมาบันทึกเป็นรายได้และกำไรทันที สำหรับกลยุทธ์การเติบโต บริษัทมุ่งเน้นการลงทุนในประเทศไทยเกือบ 100% โดยมีโครงการ Big Lot พลังงานหมุนเวียนรวม 355 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน 315 เมกะวัตต์ และพลังงานลม 40 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการ Private PPA ที่ดำเนินการอยู่ 150 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ารายใหม่อีก 2-3 ราย ขนาดประมาณ 50-60 เมกะวัตต์ต่อราย โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเติบโตเท่าตัวหรือ 100% จากฐานกำลังการผลิตโซลาร์ในไทยประมาณ 400 กว่าเมกะวัตต์ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และพร้อมรองรับแผน PDP 2026 ที่คาดว่าจะเปิดรับซื้อพลังงานทดแทนเพิ่ม 10,000-20,000 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการโซลาร์ชุมชนเป้าหมายรวมประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ ขนาดโครงการละ 5-8 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความคุ้มค่าและเตรียมเข้าร่วมประมูล
Wind4impact 4

กูเกิลลงนามข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับแรก ขยายโรงไฟฟ้าลอวิซาในฟินแลนด์ถึงปี 2050

อัลฟาเบ็ตลงนามข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับแรกในประวัติศาสตร์ของกูเกิล เป็นความร่วมมือกับฟอร์ตุมเพื่อขยายและเพิ่มกำลังการผลิตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอวิซาในฟินแลนด์ไปจนถึงปี 2050 ปัจจุบันลอวิซาผลิตไฟฟ้าให้ฟินแลนด์ 10% และไม่สามารถเดินเครื่องต่อได้หลังปี 2030 หากไม่มีการลงทุนครั้งนี้ ฟอร์ตุมกำลังดำเนินโครงการลงทุนมูลค่า 1 พันล้านยูโร โดยยังมีโครงการราว 80% และรายจ่ายลงทุน 700 ล้านยูโรที่รอการตัดสินใจขั้นสุดท้าย กูเกิลจับคู่ข้อตกลงนี้กับโครงการพลังงานลมบนบกที่ทำสัญญาไว้ 629 เมกะวัตต์ แบตเตอรี่ขนาด 94 เมกะวัตต์ใกล้เมืองคาจานีซึ่งมีกำหนดเปิดดำเนินการปลายปี 2027 และความสามารถด้านการตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้า และในเช้าวันเดียวกันนั้นยังได้ประกาศลงทุน 13 พันล้านยูโรในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ในฟินแลนด์ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหกวันหลังจากจิม แครมเมอร์กล่าวบนอากาศว่าการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น "ยากกว่าที่ตลาดตระหนัก" มาก และหนึ่งวันก่อนที่ฮอลเทค นิวเคลียร์จะยื่นเอกสาร S-1 เพื่อจดทะเบียนในตลาดแนสแด็กภายใต้สัญลักษณ์ HNUC โดยมีแผนนำเงินที่ได้ไปเร่งการขอใบอนุญาต การติดตั้ง และกำลังการผลิตของเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็ก SMR-300 หุ้นอัลฟาเบ็ตซื้อขายที่ 330.56 ดอลลาร์ ลดลง 7.48% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แต่เพิ่มขึ้น 38.31% เมื่อเทียบปีต่อปี ด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไรที่ 15
24/7 Wall St.·8dอ่านต่อ →
Wind2

International Public Partnerships รายงานมูลค่าสินทรัพย์สุทธิครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นเป็น 153.4 เพนนี ยืนยันเป้าหมายเงินปันผล

International Public Partnerships รายงานมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่สูงขึ้น ความสามารถในการจ่ายเงินปันผลที่ดีขึ้น และความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในกลยุทธ์การหมุนเวียนเงินทุนสำหรับรอบหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2026 มูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 1.9 เพนนี เป็น 153.4 เพนนี ให้ผลตอบแทนรวมของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิแบบannualizedที่ 8.2% ขณะที่มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมอยู่ที่ประมาณ 2.7 พันล้านปอนด์ และคณะกรรมการได้ยืนยันเป้าหมายเงินปันผลปี 2026 ที่ 8.79 เพนนีต่อหุ้น และเป้าหมายปี 2027 ที่ 9.01 เพนนีต่อหุ้น ความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 เท่า จาก 1.1 เท่าในปีก่อนหน้า แม้ว่ามุฮัมหมัด อันวาร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินกล่าวว่าอัตราความสามารถในการจ่ายเงินปันผลควรกลับสู่ช่วงปกติที่ 1.1 ถึง 1.2 เท่าสำหรับทั้งปี ตั้งแต่กลางปี 2023 INPP ได้รับรู้หรือมุ่งมั่นที่จะรับรู้การลงทุนมากกว่า 440 ล้านปอนด์ เทียบเท่าประมาณ 17% ของพอร์ตการลงทุน ขณะที่ลงทุนซ้ำหรือมุ่งมั่นลงทุนมากกว่า 480 ล้านปอนด์ โดยมีข้อผูกพันใหม่รวมถึงโครงการ Moray West offshore transmission owner ซึ่งมีผลตอบแทนคาดการณ์เฉลี่ยสูงกว่า 11% บริษัทได้ขยายโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 225 ล้านปอนด์ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2027 และลดการลงทุนในหุ้นของบริษัทโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล toob ลงเหลือศูนย์ ท่ามกลางแรงกดดันในภาคเครือข่ายทางเลือกของสหราชอาณาจักร
Wind

โครงการกังหันลมโฮปเบย์ที่นำโดยชาวอินูอิตได้รับเงินกู้ 20 ล้านดอลลาร์จาก CIB

ธนาคารโครงสร้างพื้นฐานของแคนาดาได้บรรลุข้อตกลงทางการเงินสำหรับเงินกู้โครงการมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์ให้แก่ Kitikmeot Tugliq Limited Partnership ซึ่งเป็นหุ้นส่วนที่นำโดยชาวอินูอิตระหว่าง Kitikmeot Inuit Association และ Tugliq Energy เพื่อพัฒนาโครงการกังหันลมโฮปเบย์ในนูนาวุต โครงการนี้ประกอบด้วยกังหันลมขนาด 4.2 เมกะวัตต์และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ขนาด 4 เมกะวัตต์ จะจ่ายไฟฟ้าให้แก่การดำเนินงานโฮปเบย์ของ Agnico Eagle Mines Limited ซึ่งเป็นหนึ่งในเหมืองที่อยู่เหนือสุดของแคนาดา คาดว่าจะลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ถึงสามล้านลิตรต่อปี และลดการปล่อยมลพิษประมาณ 13,000 ตันต่อปี เงินกู้จาก CIB นี้เสริมการสนับสนุนมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์จากกรมทรัพยากรธรรมชาติแคนาดา และถือเป็นโครงการที่สองของ CIB ในนูนาวุต ต่อจากเงินกู้ 6.7 ล้านดอลลาร์ให้แก่ Anuriqjuak Nukkiksautiit Wind ในซานิกิลูอัก โครงการนี้คาดว่าจะสร้างงาน 15 ตำแหน่งในช่วงการก่อสร้างสูงสุด และให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาวผ่านรูปแบบการแบ่งปันผลกำไร