Solar▲impact 4
เอกนัฏ เปิดแผนผ่าโครงสร้างพลังงาน กันโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ให้ประชาชน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลเตรียมกันกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ไว้สำหรับประชาชนโดยเฉพาะ กำหนดขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ต่อราย เพื่อกระจายสิทธิ์ให้ครัวเรือนทั่วประเทศ แนวทางใหม่จะให้รัฐรับซื้อไฟส่วนที่เหลือคืนและนำมาหักเป็นส่วนลดค่าไฟในรอบเดียวกัน ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์อาจผลิตไฟได้ราว 600-700 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 กว่าบาท และรัฐจะสนับสนุนส่วนลด 50,000 บาท โดยนำรายได้จากไฟฟ้าที่ผลิตได้มาผ่อนชำระ คาดผ่อนอุปกรณ์หมดในประมาณ 7-10 ปี ด้านการลดขั้นตอนอนุญาตจะเหลือการประสานผ่านการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย โดยกรณีติดตั้งเพื่อใช้เองตั้งเป้าตรวจรับประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนกรณีขายคืนไม่เกิน 1 เดือน สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ วาง 3 เป้าหมายคือ สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากปัจจุบัน 20 % กว่าๆ ให้เข้าใกล้ 50% ภายใน 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 65% ในระยะยาว พร้อมลดการพึ่งพา LNG ตลาด Spot หันมาทำสัญญาระยะยาว และเปิดช่องเทคโนโลยีอนาคตทั้งไฮโดรเจน Geothermal, Solid Oxide Fuel Cell และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ขณะที่ต้นทุนไฟสาธารณะซึ่งรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟมานาน 30-40 ปี คิดเป็นภาระประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี รัฐบาลได้ดึงภาระส่วนนี้ออกจากโครงสร้าง และดำเนินมาตรการค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกในอัตรา 3 บาทต่อหน่วยแล้ว
Solar▲
INVX ชี้กฎดาต้าเซ็นเตอร์ชัด ดันหุ้นพลังงานสะอาด-นิคมฯ แนะนำ Selective Buy
นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX ระบุว่า ความพยายามผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาคเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรกมีมติเร่งบูรณาการข้อมูลและข้อกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Single Dashboard เพื่อวางกรอบยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมให้ชัดเจนภายใน 1 เดือน โดยกำหนดเกณฑ์ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 2 MW เป็นกิจการประเภทอุตสาหกรรม พร้อมกำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์ทรัพยากรให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงทั้งทางตรงและทางอ้อม และกำหนดเงื่อนไขพลังงานที่เข้มงวดเพื่อสนับสนุน Green Data Center ทั้งการแยกประเภทอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะกลุ่ม การบังคับใช้สัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 60% เพื่อตอบโจทย์ Net Zero และการคุมเข้มมาตรฐานระบบสำรองไฟ พร้อมจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และอาคาร และสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำมาตรฐานทางเทคนิค และเตรียมใช้มาตรการเด็ดขาดระงับการจัดสรรน้ำและไฟฟ้าสำหรับโครงการที่ยังไม่ก่อสร้างหากไม่ผ่านเกณฑ์ InnovestX ประเมินว่านโยบายที่ชัดเจนขึ้นนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ กลุ่มพลังงานสะอาด ซึ่งข้อบังคับการใช้พลังงานสะอาดขั้นต่ำ 60% จะเปลี่ยนภาพจากทางเลือกเป็นความจำเป็น กระตุ้นความต้องการจริงอย่างก้าวกระโดด และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งการจัดดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกิจการอุตสาหกรรมจะทำให้เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ไหลเข้าสู่นิคมฯ ชั้นนำที่มีความพร้อมด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือ Smart Grid และการจัดการสิ่งแวดล้อม ทิ้งห่างนิคมฯ ที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิล ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้นสะสมหุ้นกลุ่มผู้นำใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นบริษัทมีโครงข่ายไฟฟ้าระดับ Smart Grid ที่เสถียรพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier 3-4 มีการร่วมทุนกับบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ และมีระบบบริหารจัดการน้ำหมุนเวียนของตนเอง คือ AMATA และ WHA ขณะที่กลุ่มพลังงานสะอาดเน้นบริษัทที่มีความคืบหน้าในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทางตรงหรือ Direct PPA กับกลุ่ม Hyperscaler ระดับโลก มีคะแนน ESG และ Green Certificate สูง และมีการลงทุนเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานหรือ BESS เพื่อรักษาความเสถียรของไฟฟ้าที่ส่งให้ดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM รวมทั้งผู้รับจ้างวางระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอย่าง GUNKUL
Solar
Clearway Energy แต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และจัดตั้งสำนักงานการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล
Clearway Energy ได้ปรับโครงสร้างทีมผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้งสตีเวน ไรเดอร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยเขายังคงดำรงตำแหน่งเดิมที่ Clearway Group และย้ายซาราห์ รูเบนสไตน์ ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินในขณะนั้น ไปสู่สำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่ที่มุ่งเน้นโครงการดิจิทัลและข้อมูล ตลอดจนงานด้านการบูรณาการ ไรเดอร์ดูแลด้านการเงินองค์กร ความเสี่ยง การวางแผน และตลาดทุนทั่วทั้งองค์กรอยู่แล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงรวมความเป็นผู้นำด้านการเงินไว้ที่เดียว และอาจกระชับการประสานงานระหว่างบริษัทจดทะเบียนกับบริษัทในเครือที่ไม่ได้จดทะเบียน สำนักงานการเปลี่ยนแปลงของรูเบนสไตน์มีเป้าหมายเพื่อเร่งการใช้เทคโนโลยีทั่วทั้งการดำเนินงาน ซึ่งสำหรับธุรกิจที่ภาระดอกเบี้ยและการจ่ายเงินปันผลถูกระบุว่ายังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกำไรอย่างเพียงพอ อาจช่วยให้ฝ่ายบริหารติดตามกระแสเงินสด รายการพิเศษ และการจัดสรรทุนได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นทั่วสินทรัพย์พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ Clearway Energy ดำเนินงานสินทรัพย์ผลิตพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ และมีมูลค่าตลาดประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์ จุดตรวจสอบแรกที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุนคือผลประกอบการและแนวโน้มครั้งถัดไปของฝ่ายบริหารหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยจับตาดูความสามารถในการครอบคลุมภาระดอกเบี้ย ความยั่งยืนของการจ่ายเงินปันผล และสำนักงานการเปลี่ยนแปลงแห่งใหม่จะส่งผลต่อการรายงานเกี่ยวกับคุณภาพกำไรและผลการดำเนินงานระดับโครงการอย่างไร
อาร์เรย์ เทคโนโลยีส์ ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดคำแนะนำการลงทุนเป็นกลาง พร้อมลดราคาเป้าหมายเหลือ 5 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนสำหรับอาร์เรย์ เทคโนโลยีส์ ผู้พัฒนเทคโนโลยีติดตามแสงอาทิตย์ ลงเป็นระดับกลาง พร้อมทั้งลดราคาเป้าหมายจากเดิม 10 ดอลลาร์ เหลือ 5 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลง 6.49 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 3.97 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ระบุว่าการเปลี่ยนวิธีจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิจากเดิมที่จ่ายเป็นหุ้นมาเป็นการจ่ายเป็นเงินสด จะทำให้มุมมองต่อการใช้กระแสเงินสดอิสระเปลี่ยนแปลงไป และมองว่าในขณะที่คู่แข่งขยายฐานธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรม เงินที่จะนำไปใช้ลดหนี้ ลงทุนเพื่อการเติบโต และโดยเฉพาะการควบรวมและซื้อกิจการแบบคล่องตัวจะลดน้อยลง นักวิเคราะห์คาดว่าบริษัทจะสามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระได้เพียงพอต่อการจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ แต่ประเมินว่ายอดจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจนถึงปี 2030 จะอยู่ที่ cumulative 162 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของกระแสเงินสดอิสระสะสมที่คาดการณ์ไว้ที่ 638 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกัน
การเสนอขายหุ้น IPO ของ SB Energy ในเครือซอฟต์แบงก์เผชิญบททดสอบจากนักลงทุน ขณะที่กำหนดเวลา OpenAI สร้างความไม่แน่นอนต่อการระดมทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์
ความพยายามของซอฟต์แบงก์ในการนำ SB Energy เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ กำลังเผชิญบททดสอบที่ยากขึ้นจากนักลงทุน เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกำหนดเวลาการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะของ OpenAI ทำให้เกิดคำถามว่าการเติบโตในอนาคตของบริษัทพัฒนาศูนย์ข้อมูลแห่งนี้ต้องพึ่งพาลูกค้ารายเดียวมากเพียงใด คาดว่า SB Energy จะระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นวงเงินระหว่าง 5 พันล้านถึง 7 พันล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า บริษัทยังไม่ได้เปิดใช้งานศูนย์ข้อมูลแม้แต่แห่งเดียว แต่มีมูลค่างานในมือที่ทำสัญญาไว้แล้วราว 4.39 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่ผูกกับกำลังการผลิตในอนาคต 8.8 กิกะวัตต์ โดยรายได้ตามสัญญาราว 3.57 แสนล้านดอลลาร์ในจำนวนนี้คาดว่าจะยังไม่รับรู้จนถึงปี 2577 หรือหลังจากนั้น SB Energy มีรายได้เพียง 138.7 ล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์เดิม และขาดทุนจากการดำเนินงาน 551.6 ล้านดอลลาร์ OpenAI เป็นผู้เช่ารายหลักของโครงการในแผนงานที่ใหญ่ที่สุดของ SB Energy ขณะที่ Nvidia ได้ให้การค้ำประกันวงเงิน 1.05 แสนล้านดอลลาร์สำหรับระยะแรกของศูนย์ข้อมูลในรัฐโอไฮโอขนาด 8 กิกะวัตต์ และคาดว่าทั้ง OpenAI และ Nvidia จะถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้ SB Energy ประเมินว่าต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 1.7 แสนล้านดอลลาร์เพื่อสร้างแผนงานของตน และนักวิเคราะห์ที่อ้างถึงในรายงานประเมินว่าบริษัทอาจต้องการเงินทุนจากส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มอีก 7 พันล้านดอลลาร์นอกเหนือจากเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ นอกเหนือจากหนี้สินจำนวนมาก เพียงเพื่อรักษาสัดส่วนการลงทุนในโครงการตามปกติที่ 10% ของส่วนของผู้ถือหุ้น
Solar▼
เฟดขึ้นดอกเบี้ย 25 เบซิสพอยต์ กดดันการระดมทุนในภาคพลังงานทางเลือก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 เบซิสพอยต์ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ส่งผลให้กรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ร้อยละ 3.75-4.00 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบสามปี โดยคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอีกครั้งในปี 2569 การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความสำคัญเป็นพิเศษต่อโครงการพลังงานทางเลือกซึ่งต้องพึ่งพาการระดมทุนอย่างมาก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนเงินทุนเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ กำหนดการพัฒนา และมูลค่าของกิจการทั่วทั้งภาคส่วน ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นสร้างแรงกดดันเป็นพิเศษต่อเทคโนโลยีที่ใช้เงินลงทุนสูง เช่น พลังงานลม offshore การดักจับคาร์บอน และไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ และยังอาจบีบผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ที่สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวได้ล็อกราคาไฟฟ้าไว้แล้ว ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ มีหุ้นพลังงานทางเลือกสามตัวที่โดดเด่นด้านตัวเลขทางการเงิน ได้แก่ Montauk Renewables, Constellation Energy Corporation และ TXNM Energy โดยแต่ละตัวมีคะแนน VGM อยู่ที่ A หรือ B และมีอันดับ Zacks Rank ที่ 1 (Strong Buy) หรือ 3 (Hold) Montauk Renewables คาดว่าจะใช้จ่ายลงทุนที่ไม่ใช่ด้านการพัฒนา 20-25 ล้านดอลลาร์ และใช้จ่ายในโครงการพัฒนา 80-100 ล้านดอลลาร์ โดยมีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยที่ 1.7 และประมาณการฉันทามติของ Zacks สำหรับกำไรต่อหุ้นปี 2569 เติบโต 1,100% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ Constellation Energy คาดว่าจะใช้จ่ายลงทุนราว 5.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2569 และ 4.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2570 โดยมีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยที่ 7.5 และประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2569 เติบโต 29.3% ส่วนแผนลงทุนระหว่างปี 2568-2572 ของ TXNM Energy มีมูลค่ารวมประมาณ 7.8 พันล้านดอลลาร์ โดยมีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยที่ 1.9 และประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2569 เติบโต 31.8%
กพช. ไฟเขียวโซลาร์รูฟท็อป 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน เล็งชง ครม. 22 ก.ย.นี้
คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับภาคประชาชนในวงเงิน 50,000 บาทต่อครัวเรือน และขยายเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จาก 5,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,000 เมกะวัตต์ โดยจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 22 กันยายน 2569 ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะลงนามในหนังสือของกระทรวงมหาดไทยภายใต้โครงการดังกล่าว และเตรียมนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 15 วัน หรือเร็วที่สุดภายใน 3-5 วันนับจากนี้ ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองชุดใหญ่ที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน และส่งเรื่องให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำเสนอต่อที่ประชุม ครม. ภายใน 2 สัปดาห์นี้ หาก ครม. อนุมัติ จะเปิดระบบให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิได้ภายใน 2 วันหลังจากนั้น ส่วนความคืบหน้าการกำหนดหลักเกณฑ์อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์นั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างสรุปการจัดหมวดหมู่อัตราค่าไฟฟ้า โดยนายเอกนิติกำชับให้เร่งสรุปรายละเอียดให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569
รัฐบาลเตรียมแจกเงินติดโซลาร์รูฟท็อป 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน เข้าครม.ปลายก.ย.นี้
กระทรวงมหาดไทยเตรียมผลักดันโครงการลดภาระประชาชนในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โดยรัฐบาลจะอุดหนุนเงินให้เปล่าแก่ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่าในวันที่ 18 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จะลงนามในหนังสือโครงการดังกล่าว ก่อนส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้พิจารณาภายในไม่เกิน 15 วัน จากนั้นจะเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งมีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ก่อนที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะสรุปและนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในประมาณ 2 สัปดาห์ และเมื่อครม.มีมติแล้วภายใน 2 วันจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ นอกจากนี้ นายพลพีร์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่าเบื้องต้นจะใช้เม็ดเงินที่เหลือจากรอบก่อนซึ่งประชาชนลงทะเบียนไม่ครบตามกรอบงบประมาณมาเติมเงินในรอบนี้ โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาจำนวนเงินและสรุปรายละเอียดผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพื่อเสนอครม.ต่อไป ขณะเดียวกันนายเอกนิติได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเร่งสรุปหลักเกณฑ์อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับ Data Center ให้เสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ โดย Data Center ถูกจัดเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 9 และต้องคำนวณค่าไฟสาธารณะและค่าไฟทางรวมเข้าไปด้วย โดยรายได้ค่าไฟจาก Data Center จะช่วยลดภาระของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
Solar▲
สรรพากรออก 5 มาตรการภาษี หนุนโซลาร์รูฟลดหย่อนได้ 2 แสนบาท
กรมสรรพากรประกาศออก 5 มาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามนโยบายของรัฐบาล โดยนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า มาตรการทั้ง 5 ด้านครอบคลุมการส่งเสริมขีดความสามารถของผู้ประกอบการ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การแก้ไขปัญหาสังคม การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ในด้านสิ่งแวดล้อม กรมสรรพากรให้หักลดหย่อนค่าซื้อและค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่การซื้องานศิลปะด้านทัศนศิลป์หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาทในแต่ละปีภาษี ส่วนการบริจาคให้แก่องค์กรกีฬาระดับประเทศและระดับจังหวัดผ่านระบบ e-Donation ขยายระยะเวลาให้หักลดหย่อนและหักรายจ่ายได้ 2 เท่า กรมสรรพากรยังลงนามในความตกลงพหุภาคีเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล หรือ GIR MCAA เพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม และลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันกับ National Tax Service หรือ NTS ของสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกัน การพัฒนาบุคลากร และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
กพช. ขยายโซลาร์ภาคประชาชนรับซื้อ 10,000MW ที่ 2.20 บาท นาน 20 ปี
ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 มีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญด้านพลังงาน ทั้งการดูแลภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน และการขยายโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคประชาชน โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมรับทราบแนวทางดูแลค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 หลังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. เห็นชอบค่า Ft ขายปลีกที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย โดยนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน หรือ Claw back จำนวน 16,127.17 ล้านบาท มาช่วยลดภาระค่าไฟ ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ยังรับภาระต้นทุนคงค้างบางส่วนไว้แทนประชาชน ด้านโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ที่ประชุมเห็นชอบขยายการส่งเสริมครอบคลุมทั้งการติดตั้งบนหลังคา ภาคพื้นดิน และแบบลอยน้ำ ในรูปแบบ Net Billing โดยกำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้ารวมเพิ่มเป็น 10,000 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายเดิม 500 เมกะวัตต์ จำกัดปริมาณไฟฟ้าที่เสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ พร้อมอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่ 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 20 ปี จากเดิมที่โครงการก่อนหน้านี้กำหนดสัญญารับซื้อ 10 ปี และผู้เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนเดิมตั้งแต่โครงการตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2561 และมติ กพช. เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 รวมถึงผู้เข้าร่วมโครงการตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ภายใต้เป้าหมาย 500 เมกะวัตต์ จะได้รับการขยายระยะเวลารับซื้อไฟฟ้าจากเดิม 10 ปี เป็น 20 ปีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ กพช. มอบหมายให้ กกพ. ออกและปรับปรุงระเบียบ ประกาศ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะต้องส่งข้อมูลการจำหน่ายและรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนแบบ Real Time ให้ กฟผ. เพื่อใช้บริหารจัดการเสถียรภาพระบบไฟฟ้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าปรับลดขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งและเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าในลักษณะ One Stop Service เพื่อให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
GULF-GPSC จับมือกนอ.ตั้งรีเนอร์จี ลุยโซลาร์ฟาร์ม 17.5 เมกะวัตต์ที่มาบตาพุด
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. บริษัท กัลฟ์ 1 จำกัด ในเครือ GULF และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด มหาชน หรือ GPSC ได้ลงนามจัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ บริษัท รีเนอร์จี จำกัด เพื่อพัฒนาโซลาร์ฟาร์มบนพื้นที่เก็บกักตะกอนดินเลน หรือ Silt Pond ขนาด 92 ไร่ ในโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 โดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 17.50 เมกะวัตต์ โครงสร้างการถือหุ้นประกอบด้วย กัลฟ์ 1 ถือหุ้นร้อยละ 37.5 GPSC ถือหุ้นร้อยละ 37.5 และ กนอ. ถือหุ้นร้อยละ 25.0 นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่าความร่วมมือนี้จะช่วยขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero ภายในปี 2065 ด้านนายชาญศักดิ์ ชื่นชม ผู้จัดการใหญ่ GPSC ระบุว่าโครงการนี้จะส่งจ่ายไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้กับภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของบริษัทภายในปี 2050 ขณะที่นางสาวอำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ กัลฟ์ 1 กล่าวว่า GULF1 จะนำประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดมาดูแลโครงการตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ก่อสร้าง จนถึงการดำเนินงานระยะยาว ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเข้าถึงพลังงานสีเขียวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเกณฑ์ ESG และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ กนอ. ทั้งในรูปของเงินปันผล ค่าตอบแทนการใช้สิทธิพื้นที่ผิวน้ำ และค่าบริการสาธารณูปโภคตลอดระยะเวลาโครงการ
Solar▲
โบรกแนะ "เคาะ" GULF คงเป้ารายได้และ EBITDA ปี 2026 โต 12-15%
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์แนะนำ "เคาะ" หุ้น GULF โดยคาดผลการดำเนินงานงวดครึ่งหลังปี 2026 จะเติบโตต่อเนื่อง และยังคง Guidance รายได้และ EBITDA ปี 2026 เติบโตราว 12-15% โดยมีแรงหนุนจากกำลังการผลิตใหม่ราว 700 MW ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งในจำนวนนี้รวมโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 623 MW ที่คาดสร้างกำไรเพิ่มราว 600 ล้านบาทต่อปี และโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ 10 MW ที่คาดสร้างกำไรราว 120 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ธุรกิจ LNG Import และ Optimization คาดสร้างกำไรราว 1.5 พันล้านบาทในปีนี้ ด้านโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ได้ประโยชน์แล้วจาก Capacity Payment ที่เพิ่มจาก 270 เป็น 329 ดอลลาร์/MW-day ตาม Demand จาก Data Center ในตลาด PJM ส่วน GSA01 ขนาด 25 MW มีลูกค้าใช้ Capacity เต็มตั้งแต่เดือน มิ.ย. ทำให้รับรู้กำไรเต็มในครึ่งหลังปี 2026 และ Data Center ราว 200 MW แรกที่ Commit แล้วคาดเปิดดำเนินการครบในปี 2027 ก่อนขยาย Capacity สู่ระดับประมาณ 1,000 MW ช่วงปลายปี 2028 บริษัทยังเดินหน้าขยาย Digital Infrastructure ให้ครบวงจร โดยมีแผน Equity Investment 5 ปีราว 1.3-1.4 แสนล้านบาท และจัดสรรประมาณ 10% ให้ GULF Edge ซึ่งมีโอกาสเพิ่มเป็น 15% ตามการเติบโตของ Data Center ด้าน Sentiment มองว่าราคาที่ปรับตัวลงในประเด็น Share Overhang จาก Singtel ใกล้คลี่คลายแล้ว หลัง Singtel ขายหุ้น GULF จำนวน 416 ล้านหุ้น หรือ 2.8% ของหุ้นทั้งหมดในเดือน มิ.ย. 2026 ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงจาก 7.73% เหลือ 4.95% โดยมีเงื่อนไข Lock-up ห้ามขายหุ้นส่วนที่เหลือเพิ่มเติมเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในช่วง 21-22 ก.ย. ทางด้านปัจจัยเทคนิคระบุว่าหุ้นปรับทดสอบยืนแนวรับจิตวิทยา 60.00 และกลับตัวขึ้นด้วยแท่งเทียนสัญญาณบวก โดยมีแนวต้านที่ 61.25 และ 63-63.25 สำหรับผู้ที่ถือหุ้นแนะนำให้ถือหรือซื้อเพิ่ม ส่วนผู้ที่ไม่มีหุ้นแนะนำให้ซื้อระยะสั้นโดยเน้นยืนแนวรับ 60/59 และไม่ควรต่ำกว่า
รัฐลุ้นขยาย Solar Rooftop เป็น 1.5 ล้านครัวเรือน หนุนงาน EPC และโครงข่ายไฟฟ้า
ภาครัฐอยู่ระหว่างพิจารณาขยายโครงการ One Million Solar Roofs จาก 1 ล้านครัวเรือนเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน โดยยังคงเงินอุดหนุน 50,000 บาทต่อครัวเรือน และโควตา 500MW เท่าเดิม ภายใต้วงเงิน 2 แสนล้านบาทตาม พ.ร.ก. ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยหากขยายเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน จะใช้งบประมาณรวมประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังอยู่ภายในกรอบวงเงิน 2 แสนล้านบาท และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทย ทีม Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าการขยายโครงการดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะธุรกิจ EPC และการจำหน่ายอุปกรณ์ รวมถึงการลงทุนปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดย GUNKUL ได้รับประโยชน์โดยตรงจากงานก่อสร้างและจำหน่ายอุปกรณ์ มี Backlog งานดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 4.2–4.5 พันล้านบาท ขณะที่แหล่งเงินทุนผ่าน On-bill Financing จาก GSB, GHB และ BAAC ช่วยลดข้อจำกัดด้านเงินลงทุนเริ่มต้น และระยะเวลาอนุมัติสินเชื่อลดลงจากเดิมอาจใช้เวลาถึง 1 ปี เหลือประมาณ 7–30 วัน ส่วน GPSC และ BGRIM ได้รับประโยชน์ทางอ้อมมากกว่าผ่านการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับระบบโครงข่ายและระบบกักเก็บพลังงาน ขณะที่ GULF คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเงินอุดหนุนมาจาก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไม่ได้ส่งผ่านต้นทุนผ่านค่าไฟฟ้าหรือค่า Ft จึงไม่กดดันอัตรากำไรจาก PPA ที่มีอยู่
Solar▲
มัสก์คาดพลังงานแสงอาทิตย์จะบดขยี้แหล่งพลังงานอื่นทั้งหมดจนเหลือต่ำกว่า 0.1%
อีลอน มัสก์ ตอกย้ำวิทยานิพนธ์เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ของเขาเมื่อวันอังคาร โดยคาดการณ์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า "การเติบโตแบบเอกซ์โพเนนเชียลของพลังงานแสงอาทิตย์จะดำเนินต่อไปจนกระทั่งแหล่งพลังงานอื่นทั้งหมดเหลือน้อยกว่า 0.1%" และเสริมในโพสต์แยกอีกโพสต์หนึ่งว่า "พลังงานแสงอาทิตย์เป็นอนาคตที่ชัดเจนมาก" รัฐเท็กซัสกำลังเสนอตัวอย่างจริงของการเปลี่ยนแปลงนี้ แม้ว่าข้อมูลของ ERCOT จะไม่ได้คาดการณ์ไว้ใกล้เคียงกับสถานการณ์ที่มัสก์ระบุว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะครองสัดส่วนเกิน 99.9% เลยก็ตาม โดยพลังงานแสงอาทิตย์จ่ายไฟฟ้าให้ ERCOT คิดเป็น 10.4% ในปี 2024 แซงหน้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ 8.4% ขณะที่พลังงานลมจ่ายอีก 24.2% และกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งเพิ่มขึ้นจาก 698 เมกะวัตต์ในปี 2016 เป็น 37,443 เมกะวัตต์ในปี 2025 สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่าสัดส่วนของพลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าของ ERCOT เพิ่มขึ้นจาก 4% ในปี 2021 เป็น 12% ในปี 2025 โดยพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดสาธารณูปโภคผลิตไฟฟ้าได้ 45 เทระวัตต์-ชั่วโมงในเก้าเดือนแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบปีต่อปี และพลังงานลมกับพลังงานแสงอาทิตย์รวมกันตอบสนองความต้องการของโครงข่ายไฟฟ้าถึง 36% การคาดการณ์ของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานเมื่อเดือนพฤษภาคมคาดว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดสาธารณูปโภคของ ERCOT จะแตะ 78 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงในปี 2026 แซงหน้าถ่านหินที่ 60 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงเป็นครั้งแรกในรอบปี มัสก์กำลังทุ่มเงินระดับองค์กรหนุนวิทยานิพนธ์นี้ โดยเทสลา กำลังพิจารณาสร้างโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์แบบครบวงจรมูลค่า 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์ในเทศมณฑลฟอร์ตเบนด์ รัฐเท็กซัส และมัสก์เพิ่งกล่าวว่าเทสลาและสเปซเอ็กซ์พลอเรชันเทคโนโลยีส์กำลังสร้างกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์มุ่งสู่ระดับ 100 กิกะวัตต์ต่อปีต่อบริษัท พร้อมยอมรับว่า "ก๊าซธรรมชาติยังคงจำเป็นเพื่อเสริมและเป็นตัวเริ่มต้นให้พลังงานแสงอาทิตย์ไปอีกหลายปี" พลังงานแสงอาทิตย์ยังเป็นศูนย์กลางของแผนที่กว้างขึ้นของสเปซเอ็กซ์ โดยบริษัทมองเห็นแผงโซลาร์ขนาดใหญ่ที่จ่ายพลังงานให้โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ในวงโคจร
Solar▲
PG&E เพิ่มเงินรางวัลไมโครกริดชุมชนรอบสองอีก 30 ล้านดอลลาร์
บริษัท Pacific Gas and Electric Company ประกาศข้อตกลงให้ทุนใหม่สำหรับโครงการไมโครกริดชุมชนที่กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนา และการคัดเลือกโครงการใหม่ 6 โครงการในรอบรับสมัครที่สองของโครงการ Microgrid Incentive Program เงินระลอกที่สองจำนวน 30 ล้านดอลลาร์จะมอบให้กับโครงการที่ให้บริการลูกค้ามากกว่า 2,200 ราย และสนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญ ได้แก่ โรงเรียน สถานีดับเพลิง และศูนย์สุขภาพ โดยเงินรางวัลแต่ละโครงการอยู่ระหว่าง 2 ถึง 6 ล้านดอลลาร์ เงิน 30 ล้านดอลลาร์นี้เป็นเงินระลอกที่สองจากเงินสนับสนุนของ PG&E ในโครงการนี้ ต่อจากเงิน 43 ล้านดอลลาร์ที่ PG&E ประกาศในปี 2025 สำหรับโครงการเริ่มต้น 9 โครงการ ส่งผลให้ยอดลงทุนไมโครกริดชุมชนที่ได้รับอนุมัติรวมกันมากกว่า 73 ล้านดอลลาร์ ในรอบแรก โครงการที่เสนอ 3 โครงการในเทศมณฑลเลกกำลังเดินหน้าแนวทางแรกของประเภทนี้ที่เรียกว่า Firemain Linked Auxiliary Supply/Hydraulic Energy Storage ซึ่งจับคู่พลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตในพื้นที่หลายสิบเมกะวัตต์กับระบบกักเก็บพลังงานพลังน้ำแบบสูบกลับ และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาเบื้องต้น โดยมีแผนเจาะสำรวจธรณีเทคนิคและเจาะหลุมทดสอบเริ่มต้น ในรอบที่สอง โครงการ Pescadero ในเทศมณฑลซานมาเทโอจะนำโดย WestLight Energy ซึ่งเดิมชื่อ Peninsula Clean Energy และจะผสานระบบพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดประมาณ 1.5 เมกะวัตต์เข้ากับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ขนาด 2 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับการทำงานแบบเอกเทศอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โครงการ Microgrid Incentive Program เป็นโครงการให้ทุนแข่งขันระดับรัฐมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ โดยจัดสรรให้ PG&E 79.2 ล้านดอลลาร์ ให้ Southern California Edison 83.3 ล้านดอลลาร์ และให้ San Diego Gas and Electric 17.5 ล้านดอลลาร์ และมีเงินรางวัลสูงสุดโครงการละ 14 ล้านดอลลาร์
GPSC คว้าสัญญา PPA โซลาร์ 6 โครงการ กำลังผลิตรวม 105 MW
บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ หรือ GPSC ได้รับคัดเลือกและลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน จำนวน 6 โครงการ กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมกำลังการผลิตตามสัญญาและตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 105 เมกะวัตต์ ภายใต้ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565–2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง นายมนัสชัย คงรักษ์กวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและดีคาร์บอไนเซชัน GPSC เปิดเผยว่า โครงการทั้ง 6 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ตามสัญญา หรือ SCOD ในปี 2571 ประกอบด้วยโครงการเฮลิออส 1 กำลังการผลิต 24 เมกะวัตต์ โครงการเฮลิออส 2 กำลังการผลิต 31 เมกะวัตต์ โครงการนาทับพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการ 1 ของบริษัท ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด กำลังการผลิต 38 เมกะวัตต์ ซึ่งจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และโครงการเฮลิออส 4.2 กำลังการผลิต 4 เมกะวัตต์ ส่วนกลุ่มที่สองมีกำหนด SCOD ในปี 2573 จำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประกอบด้วยโครงการเฮลิออส 3 กำลังการผลิต 4 เมกะวัตต์ และโครงการเฮลิออส 4.1 กำลังการผลิต 4 เมกะวัตต์ ความสำเร็จครั้งนี้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของ GPSC ในการขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาด โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตให้ได้มากกว่า 50% เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2593
CHOW Energy จับมือเซ็นทรัล-โรบินสัน ปีที่ 5 ขยาย Solar Rooftop ทะลุ 7 เมกะวัตต์
บริษัท เชาว์เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW Energy ประกาศความร่วมมือกับห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในการขยายโครงการ Solar Rooftop โดยนายคริสโตบอล ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CHOW Energy และนางณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ ร่วมถ่ายภาพเพื่อแสดงถึงความร่วมมือในการพัฒนาโครงการ Solar Rooftop ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมมากกว่า 7 เมกะวัตต์ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนและสนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG ขององค์กร
หยวนต้าปรับเป้า GPSC เป็น 66.50 บาท เลือกเป็นหุ้นเด่นโรงไฟฟ้าไตรมาส 4
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ปรับราคาเป้าหมายหุ้น บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ปี 2570 ขึ้นเป็น 66.50 บาท จากเดิม 60.00 บาท พร้อมคงคำแนะนำซื้อ และเลือก GPSC เป็น Top Pick กลุ่มโรงไฟฟ้าในไตรมาส 4/69 เทียบกับราคาปิดวันที่ 15 ก.ย.69 ที่ 48.25 บาท คิดเป็น Upside ประมาณ 37.8% โดยมองว่าบริษัทได้ประโยชน์จากร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศรอบใหม่ ซึ่งในช่วง 11 ปีแรก ระหว่างปี 2570-2580 มีแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่รวมประมาณ 50.6 กิกะวัตต์ โดย GPSC ตั้งเป้าคว้ากำลังผลิตใหม่จากแผนดังกล่าวประมาณ 5.2 GWe หรือราว 10% ของกำลังผลิตใหม่ทั้งหมด แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซประมาณ 2.4 GWe และพลังงานหมุนเวียน 2.7 GWe ประกอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 2.2 GWe และพลังงานลม 0.5 GWe ขณะที่โรงไฟฟ้าก๊าซเดิมอย่าง Glow IPP ขนาด 713 เมกะวัตต์ ซึ่ง GPSC ถือหุ้น 95% และ RPCL ขนาด 1,400 เมกะวัตต์ ซึ่งถือหุ้น 24% มีโอกาสต่ออายุสัญญาที่จะทยอยหมดอายุในปี 2571 และ 2576 ตามลำดับ อีกทั้งการจำหน่ายไฟฟ้าให้กลุ่ม Data Center เป็นอีกทางเลือกที่อาจสร้างผลตอบแทนสูงขึ้น ด้านฐานะการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2/69 GPSC มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเพียง 0.72 เท่า เทียบกับเงื่อนไขทางการเงินที่ 2.5 เท่า หยวนต้ายังปรับประมาณการกำไรปกติปี 2570 เพิ่มขึ้น 2% เป็น 6,865 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน จากการรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้า GHECO-One เต็มปี และปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 14.9% แม้ปรับสมมติฐานราคาก๊าซธรรมชาติสูงขึ้นเป็น 360 บาทต่อล้านบีทียู
Solar▲
GUNKUL ยืนยันกรอบ PDP2026 ลุ้นกำไร 3Q26 นิวไฮ 618 ล้านบาท
ผู้บริหาร GUNKUL แจงในงาน Virtual Conference ที่ บล.บัวหลวง จัดขึ้นว่าแผน PDP2026 ยังอยู่ในช่วง Public Hearing เดือน ก.ย. 2026 และตั้งเป้าเสนอ ครม. ในเดือน พ.ย. หรืออย่างช้าภายในปีนี้ ส่วน Solar ชุมชน คาดทราบผลประมูลปลายปี 2026 ลงนาม PPA กลางปี 2027 และเริ่มรับรู้เงินลงทุนในปี 2028 ขณะที่กรอบ Direct PPA คาดชัดเจนภายในสิ้นปี 2026 รอบประมูลใหญ่ภายใต้ PDP2026 ทั้งลม 2,700MW และ Solar 24,000MW มีแนวโน้มเริ่มชัดขึ้นในปี 2027 โดยคาดเปิดประมูลราวกลางปี ลงนาม PPA ชุดแรกใน 3Q27 และเริ่มจ่ายไฟช่วงปี 2029–30 โดยผู้บริหารยืนยันส่วนแบ่งงานประมูลในอดีตราว 10% สอดคล้องกับสมมติฐาน EPC บริษัทยังให้ความสำคัญกับ Smart meter และงานปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 230–500kV ซึ่งมีคู่แข่งน้อยกว่า 10 ราย รองรับสมมติฐานงาน Grid Modernization/EEC Fast-track ที่ 2.7 พันล้านบาทต่อปี ด้าน Data Center ยังต้องรอกฎเกณฑ์ก่อนเปิดประมูล โดยประเมินเงินลงทุนราว 5–6 ล้านเหรียญสหรัฐต่อ MW ไม่รวม GPU และงานระบบไฟฟ้า/EPC คิดเป็น 10–15% ของเงินลงทุนทั้งหมด ขณะที่กำลังคนปัจจุบันรองรับงาน Data Center ภาคเอกชนได้ถึง 500MW ระยะสั้น 3Q26 ยังแข็งแกร่ง โดยการผลิตไฟฟ้าพลังลมช่วง ก.ค.–ส.ค. เพียงสองเดือนเท่ากับทั้ง 3Q25 หนุนส่วนแบ่งกำไรจาก Wind JV คาดเพิ่มเป็น 327 ล้านบาท จาก 132 ล้านบาทใน 2Q26 และคาดกำไรหลัก 3Q26 ที่ 618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY และ 9% QoQ ซึ่งมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ Backlog EPC อยู่ที่ 5.0 พันล้านบาท และคาดรับรู้ราว 1.6 พันล้านบาทใน 3Q26 โดยคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท และคงน้ำหนักกลุ่มสาธารณูปโภค มากกว่าตลาด
Solar▲
ตลท.เดินหน้า JUMP+ 142 บริษัท ขณะที่ความต้องการไฟ Data Center พุ่ง 35 กิกะวัตต์
อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินหน้าโครงการ JUMP+ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมแล้ว 142 บริษัท มุ่งยกระดับธุรกิจผ่านแผน 3 ปี ทั้งกลยุทธ์ ธรรมาภิบาล การจัดการก๊าซเรือนกระจก และการสื่อสารกับนักลงทุน โดยงาน JUMP+ Investor Day 2026 วันที่ 26 กันยายนนี้ จะเป็นเวทีที่ 56 บริษัทเปิดแผนธุรกิจต่อผู้ลงทุนโดยตรง ด้านพลังงาน พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คำร้องขอใช้ไฟฟ้าจาก Data Center พุ่งถึง 35 กิกะวัตต์ ใกล้เคียงกับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศที่ 40 กิกะวัตต์ โดยรัฐบาลเตรียมประเมินความต้องการ Data Center ใน PDP 2026 ไว้ที่ 8.8 กิกะวัตต์ พร้อมเปลี่ยนเกณฑ์ความมั่นคงด้านไฟฟ้าจากกำลังสำรองไฟฟ้าเป็นดัชนี LOLE และปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าเป็น Two-way Dynamic Grid เพื่อรองรับโซลาร์รูฟท็อปที่คาดว่าจะเพิ่มกำลังผลิตกว่า 5,000 เมกะวัตต์ ซึ่ง กฟผ. ต้องใช้งบราว 35,000 ล้านบาท โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ขณะที่ วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ระบุว่า นักลงทุนจีนกำลังมองไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออก โดยกรณี ไมเคิล เหยา ประธานบริษัท โฮม่า แอพไพลแอนซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด นำ Homa เข้าลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี กว่า 3,100 ล้านบาท ตั้งเป้าผลิต 1.5 ล้านเครื่องต่อปี สร้างมูลค่าส่งออก 12,000 ล้านบาทต่อปี และจ้างงานสูงสุด 3,000 ตำแหน่ง พร้อมเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนไทย 50-60% ด้านตลาดทุน รวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย จับมือ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) เสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัล อันดับเครดิต AA-/Stable จากทริสเรทติ้ง ลงทุนผ่านวอลเล็ตบนแอปฯ เป๋าตัง เริ่มต้น 1,000 บาท ซื้อขายตลาดรองได้ 24 ชั่วโมง เปิดจอง 19-21 ต.ค. 2569 หรือจนเต็มวงเงิน จัดสรรแบบ First Come, First Served ขณะที่ ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (THAI) ยืนยันไม่ลดเที่ยวบินเพิ่มเติม แม้ราคาน้ำมัน Jet พุ่งกว่า 160 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 40% ของต้นทุนรวม ไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 1,528 ล้านบาท ลดลง 87% YoY แต่ยังมั่นใจรายได้ปี 2569 ตามเป้า 2 แสนล้านบาท พร้อมเพิ่มเที่ยวบินยุโรปและเอเชีย รับเครื่องบินใหม่ ขณะที่ MRO อู่ตะเภา 1 หมื่นล้านบาทยังรออนุมัติ และเปิดรับสมัคร CEO คนใหม่ถึง 27 ก.ย. ปิดท้ายที่ สันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) (JPARK) เปิดตัว GJ PARK อาคารจอดรถครบวงจรที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ลงทุน 590 ล้านบาท รองรับอย่างน้อย 1,000 คัน คาดรายได้ไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาทต่อปี เริ่มรับรู้รายได้ไตรมาส 3/2569 พร้อมเตรียมพัฒนาอีก 3-4 แห่ง และนำสินทรัพย์เข้าระดมทุนผ่าน REIT ภายในปี 2572 ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 20-30% และแตะ 1,000 ล้านบาทในปี 2571
ALPHAX ส่ง APDL จับมือ JDB หนุนสินเชื่อโซลาร์ลาว 400 เมกะวัตต์
บริษัท อัลฟ่า ดิวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALPHAX เปิดเกมรุกพลังงานสะอาดในสปป.ลาว โดย Alpha Power Development (Lao) Sole Co., Ltd. หรือ APDL และบริษัทย่อยในกลุ่มได้ลงนามบันทึกความเข้าใจหรือ MOU กับ Joint Development Bank Public หรือ JDB เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือเบื้องต้นในการพิจารณาสนับสนุนสินเชื่อสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นรายโครงการ นายกำพล ทรวงบูรณกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ALPHAX เปิดเผยว่า โครงการที่อาจนำมาพิจารณาภายใต้กรอบ MOU นี้มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมกว่า 400 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกรอบการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ตาม Memorandum of Agreement หรือ MOA ที่ APDL ได้ลงนามกับ Electricité du Laos หรือ EDL รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าของสปป.ลาว ภายใต้กรอบ MOU การพิจารณาสินเชื่อจะดำเนินการเป็นรายโครงการ โดยเงื่อนไขทางการเงิน อาทิ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาเงินกู้ การชำระคืน และหลักประกัน จะได้รับการพิจารณาและเจรจาตามความเหมาะสมและสภาวะตลาดในขณะนั้น ทั้งนี้ ALPHAX มองว่าการลงนามครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มทางเลือกด้านแหล่งเงินทุน และเสริมความพร้อมให้กลุ่มสามารถต่อยอดการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์จากฐานโครงการเดิม สู่โอกาสการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในอนาคต
เฟิร์สโซลาร์ถอนคดีสิทธิบัตรไอทีซี หุ้นร่วง 5%
เฟิร์สโซลาร์ถอนคำร้องเรียนด้านสิทธิบัตรตามมาตรา 337 ต่อคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ อย่างสมัครใจ ส่งผลให้หุ้นร่วงลง 5% มาอยู่ที่ 192.23 ดอลลาร์ในการซื้อขายช่วงบ่ายวันพุธ เจสัน ดิมบอร์ต ที่ปรึกษากฎหมายทั่วไป เรียกการถอนครั้งนี้ว่าเป็นการตัดสินใจเชิงกระบวนการที่เปิดทางให้กับคดีสิทธิบัตรเทคโนโลยี TOPCon ของบริษัทที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลแขวงของสหรัฐฯ รวมถึงการดำเนินการเพิ่มเติมที่เฟิร์สโซลาร์คาดว่าจะยื่นต่อไป ดิมบอร์ตชี้ว่าภาษีตามมาตรา 232 ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ของโพลีซิลิคอนได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการค้า ลดความจำเป็นในการใช้มาตรการเยียวยาผ่านไอทีซีควบคู่กันไป การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกตีความว่าเป็นเรื่องเฉพาะของบริษัทมากกว่าระดับอุตสาหกรรม โดยเอ็นเฟส เอ็นเนอร์จี ร่วง 3% มาอยู่ที่ 35.73 ดอลลาร์ ซันรันทรงตัวที่ 8.41 ดอลลาร์ และกองทุนรวมอีทีเอฟ อินเวสโก โซลาร์ ลดลงเพียง 0.2% มาอยู่ที่ 45 ดอลลาร์ เฟิร์สโซลาร์ผลิตโมดูลฟิล์มบางแคดเมียมเทลลูไรด์ และถือสิทธิบัตร TOPCon แบบซิลิคอนผ่านการเข้าซื้อกิจการก่อนหน้านี้ โดยให้สิทธิ์ผู้อื่นใช้เป็นสินทรัพย์ในการบังคับใช้สิทธิ
Solar▲
IFA ชี้ STPI เพิ่มทุน 1.25 พันล้าน ราคา 5.55 บาท เหมาะสม ลุย Data Center-พลังงานสะอาด
บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินอิสระของ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI เห็นว่าแผนระดมทุนด้วยการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัดหรือ PP ซึ่งเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน มีความสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม พร้อมเห็นว่าผู้ถือหุ้นควรมีมติอนุมัติรายการดังกล่าว โดย STPI มีแผนออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนรวมสูงสุด 225,897,120 หุ้น แบ่งเป็นการเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นหรือ RO จำนวนไม่เกิน 164,752,035 หุ้น ในอัตรา 11 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขายหุ้นละ 5.55 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 914.37 ล้านบาท และการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบ PP จำนวนไม่เกิน 61,145,085 หุ้น ในราคาเดียวกัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 339.36 ล้านบาท รวมเงินระดมทุนสูงสุดประมาณ 1,253.73 ล้านบาท สำหรับหุ้นเพิ่มทุน PP บริษัทจะเสนอขายให้แก่ นายมาศถวิน ชาญวีรกูล กรรมการและกรรมการผู้จัดการของ STPI ซึ่งถือเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยหากผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิ RO ครบทั้งจำนวน ภายหลังการจัดสรร PP นายมาศถวินจะถือหุ้น STPI จำนวน 61,145,085 หุ้น หรือประมาณ 3% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดภายหลังเพิ่มทุน ด้านแผนการใช้เงิน บริษัทเตรียมนำเงินประมาณ 900 ล้านบาท ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของเงินลงทุนในโครงการ Data Center และอีกประมาณ 353 ล้านบาท สำหรับลงทุนและพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการ Solar Power Plant โดยมีกรอบใช้เงินในช่วงปี 2569-2571 ทั้งนี้ โครงการ Data Center วงเงิน 900 ล้านบาทเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเงินลงทุนในส่วนของผู้ถือหุ้น โดยกลุ่ม STPI คาดว่าจะรับผิดชอบเงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น 26% รวมประมาณ 2,135.18 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลือประมาณ 1,235.18 ล้านบาท คาดว่าจะจัดหาจากแหล่งเงินทุนอื่นตามแผนลงทุนของโครงการ ขณะที่วงเงินด้านพลังงานหมุนเวียนประมาณ 353 ล้านบาทนั้น บริษัทคาดว่าจะใช้ราว 256.94 ล้านบาท สำหรับโครงการ Solar Power Plant ผ่านบริษัท เดซี่ ไดร์ฟ จำกัด แบ่งเป็นค่าซื้อหุ้นประมาณ 1.50 ล้านบาท และเงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น 60% ประมาณ 255.44 ล้านบาท ส่วนวงเงินที่เหลือประมาณ 96.06 ล้านบาทจะรองรับโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นในอนาคต ด้านความเหมาะสมของราคา IFA ประเมินมูลค่ายุติธรรมหุ้น STPI อยู่ที่ 4.63-6.50 บาทต่อหุ้น จากวิธีประเมินที่เหมาะสม 3 วิธี ขณะที่ราคาเสนอขายเพิ่มทุนอยู่ที่ 5.55 บาทต่อหุ้น ซึ่งอยู่ภายในช่วงมูลค่ายุติธรรมดังกล่าว จึงเห็นว่าราคาเสนอขายมีความเหมาะสม นอกจากนี้ ราคา 5.55 บาทยังต่ำกว่าราคาตลาดอ้างอิง 6.12 บาทต่อหุ้นประมาณ 9.35% ทั้งนี้ STPI เตรียมนำวาระดังกล่าวเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 1 ต.ค.69 โดยหากได้รับอนุมัติ ธุรกรรม PP จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันที่ผู้ถือหุ้นมีมติ หรือภายในวันที่ 31 ธ.ค.69
Solar
นอววา ลงนามข้อตกลงกรอบซื้อโครงการพลังงานหมุนเวียนในอาร์เจนตินา 3.17 กิกะวัตต์ จาก ABO Energy
กลุ่มบริษัท นอววา ได้ลงนามในข้อตกลงกรอบที่มีผลผูกพันเพื่อเข้าซื้อพอร์ตโครงการพลังงานหมุนเวียนในอาร์เจนตินากำลังการผลิตรวม 3.17 กิกะวัตต์ จาก ABO Energy ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเยอรมนี ข้อตกลงนี้ลงนามในกรุงปารีสโดย คาร์สเทน ชลาเกเตอร์ กรรมการผู้จัดการของ ABO Energy และ สตีเวน หลิว ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนอววา และครอบคลุมโครงการที่อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาในปัจจุบัน ธุรกรรมนี้จะดำเนินการผ่านกระบวนการตรวจสอบสถานะเพื่อยืนยัน และคาดว่าจะมีการทำข้อตกลงซื้อขายหุ้นอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นอววาได้เข้าซื้อโครงการพลังงานแสงอาทิตย์สามโครงการในโคลอมเบียจาก ABO Energy ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 40 เมกะวัตต์ นอววา ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในสิงคโปร์และมุ่งเน้นธุรกิจศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียน ระบุว่าดีลนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงการในภูมิภาคละตินอเมริกา ขณะที่ ABO Energy กล่าวว่าการขายครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นตลาดหลักของบริษัท
พลังงานเผยคำขอไฟดาต้าเซ็นเตอร์พุ่ง 35 GW แต่ใส่ PDP 2026 แค่ 8.8 GW
โฆษกกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่ายอดคำร้องขอใช้ไฟฟ้าจากกลุ่ม Data Center รวมกันสูงถึง 35 กิกะวัตต์ ใกล้เคียงกับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศที่ระดับ 40 กิกะวัตต์ แต่นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ชี้ว่ายอดดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นความต้องการเทียมหรือ Phantom demand เพราะนักลงทุนมักขอโควต้าเผื่อไว้สูงและขอแหล่งจ่ายไฟสำรอง รัฐบาลจึงบรรจุตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสำหรับ Data Center ไว้ในร่างแผน PDP 2026 เพียง 8.8 กิกะวัตต์ เพื่อป้องกันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกินความจำเป็น ร่างแผนดังกล่าวยังเปลี่ยนเกณฑ์วัดความมั่นคงทางไฟฟ้าจาก Reserve margin มาเป็น LOLE และรองรับนโยบาย Solar Rooftop 1 ล้านครัวเรือนที่จะเพิ่มกำลังผลิตกว่า 5,000 เมกะวัตต์ โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยต้องปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าเป็นระบบสองทางด้วยงบประมาณราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC พร้อมเร่งบูรณาการข้อมูลระหว่าง กฟภ. กฟน. กฟผ. และ กกพ. จัดทำ Data backbone แบบเรียลไทม์ และบังคับใช้ Grid Code ให้ศูนย์ข้อมูลบริหารจัดการตนเองก่อนผลักภาระมาที่โครงข่ายสาธารณะ
Solar▲
GameChange Energy ติดตั้งระบบ Genius Tracker ที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Mooi Plaats ขนาด 283 เมกะวัตต์พีเสร็จสมบูรณ์
GameChange Energy ได้ติดตั้งระบบ Genius Tracker 1P ที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Mooi Plaats ขนาด 283 เมกะวัตต์พีในแอฟริกาใต้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งนับเป็นหนึ่งในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบจุดเดียวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โรงไฟฟ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้เมือง Noupoort ในจังหวัดนอร์เทิร์นเคป เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพลังงานหมุนเวียน Koruson 2 และได้รับการพัฒนาและก่อสร้างโดย Envusa Energy ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าด้านพลังงานหมุนเวียนระหว่าง EDF Power Solutions และ Anglo American โดยมี CEEC และ CGGC เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างงานวิศวกรรมจัดหาและก่อสร้าง โครงการนี้จะจ่ายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้แก่กิจการเหมืองแร่ของ Anglo American ในแอฟริกาใต้ ซึ่งรวมถึง Kumba Iron Ore, De Beers และ Valterra Platinum และคาดว่าจะผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้เกือบ 360 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี พร้อมทั้งสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2 ในระยะยาว ในระหว่างการก่อสร้าง โครงการนี้สนับสนุนตำแหน่งงานมากกว่า 1,600 ตำแหน่ง และมีการลงทุนเพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมประมาณ 20 ล้านแรนด์ให้แก่ชุมชนโดยรอบ Vikas Bansal ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายต่างประเทศของ GameChange Energy กล่าวถึงสภาพอากาศที่โหดร้ายในนอร์เทิร์นเคป ซึ่งรวมถึงการเผชิญลมแรง อุณหภูมิสูง และสภาพที่มีฝุ่นมาก และได้กล่าวขอบคุณ CGGC, Envusa Energy และทีมโครงการโดยรวม ขณะที่ Hanli Smit หัวหน้าฝ่ายการดำเนินงานของ Envusa Energy กล่าวถึงขนาดและความซับซ้อนในการดำเนินงานของโครงการนี้
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำซื้อ BDMS เป้า 25 บาท และ GUNKUL เป้า 6.30 บาท
บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ออกบทวิเคราะห์แนะนำซื้อหุ้น 2 ตัว คือ BDMS และ GUNKUL โดยให้ราคาเป้าหมาย BDMS ที่ 25.00 บาท ประเมินแนวรับ 19.3/19.7 บาท แนวต้าน 21.0/22.3 บาท และคาดกำไรไตรมาส 3/69F พื้นตัวทั้งเทียบปีต่อปีและไตรมาสต่อไตรมาส หลังไตรมาส 2/69 เป็นจุดต่ำสุดของปีจากการเข้าสู่ HIGH SEASON ของผู้ป่วยไทย การฟื้นของผู้ป่วยต่างชาติ และแรงกดดันจากผู้ป่วยกัมพูชาที่ลดลง โดยรายได้เดือนกรกฎาคมเร่งตัวขึ้น 8% YOY จากเพียงราว 1% YOY ในครึ่งปีแรก หนุนจากผู้ป่วยไทยเพิ่ม 9% YOY และผู้ป่วยต่างชาติเพิ่ม 6% YOY สำหรับ GUNKUL ให้ราคาเป้าหมาย 6.30 บาท ประเมินแนวรับ 4.8/4.9 บาท แนวต้าน 5.4/5.6 บาท โดยแนวโน้มกำไรระยะสั้นไตรมาส 3/69F เป็นบวกจากธุรกิจ EPC ที่มี BACKLOG รอรับรู้รายได้จำนวนมาก และปัจจัยฤดูกาลของ WIND FARM ที่คาดความเร็วลมเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรทั้งปีเติบโตแกร่งกว่ากลุ่มฯ จากธุรกิจ EPC และคาดได้ประโยชน์จากแผน PDP2026 ทั้งโครงการระบบส่งไฟฟ้า DIRECT PPA การคัดเลือกโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ และนโยบายสนับสนุน SOLAR ROOFTOP นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนกำไรระยะยาวจากโครงการ SOLAR ที่ฟิลิปปินส์ 784 MWE มูลค่ารวม 7.5 พันลบ. ซึ่งได้ค่าไฟฟ้า 3.53 บ./หน่วย คงที่ 20 ปี และเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้
Solar▲impact 4
แอนโทรปิกเซ็นสัญญาศูนย์ข้อมูลแห่งแรกในออสเตรเลีย ใกล้เมืองบริสเบน กำลังการผลิต 2.16 กิกะวัตต์
บริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติอเมริกัน แอนโทรปิก ได้ลงนามในสัญญาเช่าศูนย์ข้อมูลแห่งแรกในออสเตรเลีย ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดสองราย ระบุว่า facility ที่เป็นเป้าหมายของสัญญาดังกล่าวมีกำลังการผลิตตามแผน 2.16 กิกะวัตต์ ซึ่งเทียบเท่าขนาดของ facility ขนาดใหญ่ที่สุดที่เปิดดำเนินการอยู่ในปัจจุบันของโลก โดยพื้นที่ก่อสร้างตั้งอยู่บนที่ดินเกษตรห่างจากเมืองบริสเบนประมาณ 250 กิโลเมตร และมีกำหนดเริ่มดำเนินการในปี 2027 facility แห่งนี้เป็นโครงการที่พัฒนาโดยゼラDC ซึ่งเป็นผู้พัฒนาสัญชาติสิงคโปร์ โดยจะจัดหาพลังงานผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และゼラDC จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าเอง ดังนั้นลูกค้ารายเดิมจะไม่มีการะค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สัญญาดังกล่าวมีเงื่อนไขต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบการลงทุนต่างประเทศ
Solar
โซลาร์เอดจ์ยืนยันความพร้อมของขั้นตอนแปลงไฟ 800 โวลต์ดีซีสำหรับศูนย์ข้อมูลภายใต้โหลดจริง ร่วมกับเอกสารไวท์เปเปอร์ของเอ็นวิเดีย
โซลาร์เอดจ์ เทคโนโลยีส์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 กันยายนว่า ขั้นตอนการแปลงไฟฟ้าจากแรงดันปานกลางเป็นกระแสตรง 800 โวลต์ของระบบจ่ายไฟสำหรับศูนย์ข้อมูลของบริษัท ขณะนี้กำลังทำงานภายใต้โหลดจริงในห้องปฏิบัติการของบริษัทเอง โดยการตรวจสอบความถูกต้องของเส้นทางไฟฟ้าทั้งหมดอยู่ระหว่างดำเนินการ บริษัทยังได้เผยแพร่เอกสารไวท์เปเปอร์ร่วมกับเอ็นวิเดียในชื่อ “การป้องกันและต่อสายดินสำหรับ 800 โวลต์ดีซีในศูนย์ข้อมูลเอไอ” ซึ่งอธิบายแนวทางการป้องกันแบบแบ่งโซน ที่ช่วยให้ไฟฟ้ายังคงจ่ายในโซนสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำกัดวง ขณะที่ตัดไฟทันทีที่จุดเชื่อมต่อกับแร็ค โซลาร์เอดจ์ระบุว่าหม้อแปลงโซลิดสเตตแรงดันปานกลาง อุปกรณ์กระจายกระแสตรง และระบบตรวจสอบที่ออกแบบสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเอไอ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่พร้อมจำหน่ายทั่วไป ขณะที่เอ็นวิเดียอธิบายว่าสถาปัตยกรรมนี้เป็นหนึ่งในทางเลือกการนำไปใช้ภายในระบบนิเวศ 800 โวลต์ดีซีแบบเปิดที่รองรับผู้จำหน่ายหลายราย มากกว่าจะเป็นดีไซน์ที่บังคับใช้ การอัปเดตนี้มาพร้อมกับผลประกอบการไตรมาสที่สองที่รายงานเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม โดยมีรายได้ 346.2 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นไตรมาสที่หกติดต่อกันที่อัตรากำไรขยายตัว กำไรจากการดำเนินงานแบบไม่ตามหลักบัญชีจีเอเอพีอยู่ที่ 10.2 ล้านดอลลาร์ กระแสเงินสดอิสระ 3.1 ล้านดอลลาร์ และเงินสดและการลงทุนสุทธิจากหนี้สิน 264.6 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าตัวเลขตามหลักบัญชีจีเอเอพียังคงแสดงผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 16.0 ล้านดอลลาร์ และขาดทุนสุทธิ 30.8 ล้านดอลลาร์ แนวโน้มไตรมาสที่สามคาดการณ์รายได้ 310 ล้านดอลลาร์ถึง 340 ล้านดอลลาร์ และชูกี นีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่าบริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลาร์เอดจ์ เอสเอสที เพื่อตอบสนองโอกาสสำคัญในโรงงานเอไอ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีแตะ 5% ขณะตลาดจับตาการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของเฟด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 5.00% หลังจากทะลุระดับ 5% เมื่อวานนี้ และปรับขึ้นสูงสุดถึง 5.04% ในวันนี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีอยู่ที่ 5.36% ส่วนพันธบัตรอายุ 2 ปีปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4.66% ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดมากกว่า 1% ส่งสัญญาณให้เฟดเห็นว่านักลงทุนต้องการให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตลาดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมพรุ่งนี้ 0.25% นักกลยุทธ์ระบุว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ได้แก่ การ unwind ของ yen carry trade ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การออกพันธบัตรบริษัทเพื่อระดมทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ปรับสูงขึ้นจากเศรษฐกิจที่เติบโตและการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน และอุปทานพลังงานที่ตึงตัวซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาการขนส่งในทะเลแดงและการที่จีนซื้อน้ำมันเพิ่มขึ้นเพื่อสำรอง
Solar▲
เจเนอเรต แคปิตอล ปิดวงเงิน 117 ล้านดอลลาร์จากเอ็มยูเอฟจีสำหรับกองทุนโซลาร์ชุมชน 11
เจเนอเรต แคปิตอล ประกาศเมื่อวันที่ 15 กันยายนถึงการปิดวงเงินสินเชื่อระยะยาวมูลค่า 117 ล้านดอลลาร์กับเอ็มยูเอฟจี เพื่อใช้ финансироватьพอร์ตโครงการโซลาร์ชุมชน ซึ่งนับเป็นดีลการเงินโซลาร์ชุมชนครั้งแรกของบริษัทกับธนาคารแห่งนี้ วงเงินดังกล่าวสนับสนุนกองทุนโซลาร์ชุมชน 11 ของเจเนอเรต ซึ่งประกอบด้วย 18 โครงการ รวมกำลังผลิต 114 เมกะวัตต์ดีซี ครอบคลุมพื้นที่รัฐอิลลินอยส์และนิวยอร์ก เอ็ด บอสซองจ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการระดมทุนของเจเนอเรต แคปิตอล กล่าวว่าการปิดวงเงินครั้งนี้ช่วยขยายเครือข่ายพันธมิตรด้านการเงินของบริษัท และเพิ่มทุนสำหรับแพลตฟอร์มโซลาร์ชุมชน ขณะที่เฟรด เซลายา กรรมการผู้จัดการของเอ็มยูเอฟจี กล่าวถึงผลงานที่ผ่านมาของเจเนอเรตในสินทรัพย์พลังงานแบบกระจายศูนย์ ดีลนี้ต่อยอดจากภาระผูกพันทางการเงินราว 1.4 พันล้านดอลลาร์ที่เจเนอเรตปิดได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ครอบคลุมโซลาร์ชุมชน ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ และประสิทธิภาพพลังงาน ไฮไลต์ในช่วงครึ่งปีแรกนั้นรวมถึงพอร์ตโซลาร์ชุมชนกำลังผลิต 104 เมกะวัตต์ ร่วมกับมอนาร์ค ไพรเวท แคปิตอล สนับสนุนกว่า 15 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะสร้างเครดิตภาษีการลงทุนประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ และวงเงินสินเชื่อที่มีหลักประกันชั้นต้นมูลค่า 61 ล้านดอลลาร์ในตลาดการวางทุนเอกชนสหรัฐฯ สำหรับโครงการประสิทธิภาพพลังงาน ซึ่งเป็นดีลการวางทุนเอกชนสหรัฐฯ มาตรา 4(a)2 ครั้งแรกของเจเนอเรต
Planted ระดมทุน 31.8 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายหุ่นยนต์พลังงานแสงอาทิตย์อัตโนมัติ
Planted ซึ่งตั้งอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ระดมทุนได้ 31.8 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายฝูงหุ่นยนต์และเปิดตัว Sage หุ่นยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด เนื่องจากความต้องการแซงหน้าขีดความสามารถในปัจจุบัน การระดมทุนรอบนี้ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 15 กันยายน นำโดย Piva Capital และ RA Capital Management Planetary Health โดยมี Breakthrough Energy Ventures, Gigascale Capital, Google และ Khosla Ventures เข้าร่วมด้วย เอริก บราวน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่าพลังงานแสงอาทิตย์ต้องถูกติดตั้งเร็วขึ้นราวห้าเท่าเมื่อเทียบกับปัจจุบัน เพื่อให้ถึงขนาดที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ไว้ภายในปี 2050 และคำตอบของ Planted คือการเปลี่ยนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าให้เป็นโจทย์ด้านการผลิต บริษัทกล่าวว่าเมื่อปีที่แล้วมีการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบโฟโตวอลเทอิกทั่วโลกเป็นสถิติ 664 กิกะวัตต์ แต่ยังต้องเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ในระดับเทระวัตต์ ขณะที่ซอฟต์แวร์วางแผน แผงโซลาร์ความหนาแน่นสูงที่ปรับตามภูมิประเทศ ระบบกักเก็บพลังงาน และหุ่นยนต์ภาคสนามของบริษัทมอบพลังงานต่อเอเคอร์เป็นสองเท่าบนที่ดินที่ระบบติดตามแบบเดิมใช้ไม่ได้ ผลงานล่าสุดของ Planted ซึ่งเป็นโครงการหลังมิเตอร์ขนาด 28 เมกะวัตต์สำหรับศูนย์ข้อมูลนีโอคลาวด์ ใช้เวลาจากการติดต่อครั้งแรกจนถึงการจ่ายไฟเพียง 10 เดือน โดยการก่อสร้างภาคสนามเสร็จในเวลาไม่ถึงสามเดือน และหลังจากสร้างโครงการ Bowes Solar ขนาด 11 เมกะวัตต์ในรัฐอิลลินอยส์ให้กับ Cultivate Power เสร็จแล้ว บริษัทจะสร้างโครงการ Armoracia ของ Aligned Climate Capital บนพื้นที่ 16 เอเคอร์ ซึ่งน้อยกว่าแบบเดิมที่ต้องใช้อยู่ 10 เอเคอร์ Planted ซึ่งติดตั้งกำลังการผลิตไปแล้วมากกว่า 10 เมกะวัตต์ในปี 2025 กำลังมุ่งสู่ 100 เมกะวัตต์ในปี 2026 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น 10 เท่าในปีเดียว โดยมีโครงการในมือมากกว่า 20 กิกะวัตต์ และระบุว่า Sage จะเริ่มใช้งานได้ภายในปลายปีนี้
Solar▲
Salzgitter และ Zelestra ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าไฮบริดโซลาร์-แบตเตอรี่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี
Salzgitter Flachstahl บริษัทย่อยของ Salzgitter ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของเยอรมนี และ Zelestra บริษัทพลังงานหมุนเวียน ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบไฮบริดที่ผสมโซลาร์กับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ในเยอรมนี สัญญาระยะยาวฉบับนี้จัดส่งไฟฟ้าสีเขียวสำหรับการผลิตเหล็กคาร์บอนต่ำ โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงงานไฮบริดแห่งใหม่สองแห่งซึ่งให้กำลังการผลิตโซลาร์รวม 147 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 79 เมกะวัตต์ต่อ 237 เมกะวัตต์-ชั่วโมง โรงงานทั้งสองแห่งซึ่งจะตั้งอยู่ในรัฐบรันเดินบวร์กและรัฐทือริงเงิน จะถูกก่อสร้าง เป็นเจ้าของ และดำเนินการโดย Zelestra ขณะที่ Salzgitter Flachstahl จะรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ที่ผลิตได้คิดเป็น 158 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี และจะควบคุมการทำงานของระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ แบตเตอรี่จะถูกชาร์จจากไฟฟ้าโซลาร์ส่วนเกินเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าไฟฟ้าที่จัดส่งเป็นพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด ดีลนี้ถือเป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบไฮบริดโซลาร์ผสมระบบกักเก็บพลังงานฉบับแรกในเยอรมนีสำหรับทั้งสองบริษัท และเป็นครั้งแรกที่ Salzgitter Flachstahl จะควบคุมระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ โดย Mathias Künick ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Zelestra ประจำเยอรมนี เรียกดีลนี้ว่าดีลไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนีจนถึงปัจจุบัน
หยวนต้าคงซื้อ SSP ปรับเป้าเป็น 14.10 บาท รับอานิสงส์ PDP2026
บล.หยวนต้า ออกบทวิเคราะห์คงคำแนะนำซื้อหุ้นบริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP พร้อมปรับราคาเหมาะสมสิ้นปี 2570 ขึ้นเป็น 14.10 บาท จากเดิม 4.80 บาท อิงอัตราส่วนราคาต่อกำไร 16 เท่า และวิธีคิดลดกระแสเงินสดด้วยต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 9.9% โดยมองว่า SSP ได้อานิสงส์จากร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 ซึ่งในช่วง 12 ปีแรกระหว่างปี 2569-2580 มีแผนเพิ่มกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโครงการโซลาร์ควบคู่ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Solar+BESS รวมประมาณ 38,800 เมกะวัตต์ ขณะที่ SSP ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่าภายในปี 2573 และมีโอกาสเข้าร่วมโครงการโซลาร์ชุมชนขนาด 1,500 เมกะวัตต์ ตลอดจนประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนในฟิลิปปินส์เพิ่มเติม ด้านฐานะการเงิน ณ ไตรมาส 2/69 SSP มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ IBD/E อยู่ที่ 2.1 เท่า และคาดว่าจะรับรู้กำไรพิเศษประมาณ 300-500 ล้านบาทจากการขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Yamaga ขนาด 30 เมกะวัตต์ในไตรมาส 3/69 ซึ่งจะช่วยลด IBD/E ลงมาต่ำกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับเพดาน IBD/E ที่ 3 เท่า บล.หยวนต้าประเมินว่า SSP รองรับการลงทุนเพิ่มเติมได้สูงถึงประมาณ 8 พันล้านบาท หรือเทียบเท่ากำลังผลิตใหม่ไม่น้อยกว่า 266 เมกะวัตต์ ภายใต้สมมติฐานเงินลงทุนเฉลี่ย 30 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ และยังมีแผนจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นอีก 3 แห่ง กำลังผลิตรวม 56 เมกะวัตต์ คาดได้รับเงินสดประมาณ 2 พันล้านบาท เพิ่มความสามารถในการลงทุนได้อีกประมาณ 7-8 พันล้านบาท หรือรองรับกำลังผลิตใหม่ราว 200-300 เมกะวัตต์ บล.หยวนต้าคาดกำไรปกติของ SSP จะเข้าสู่วงจรเติบโตตั้งแต่ปี 2569 โดยประเมินกำไรปกติปี 2569 ที่ 691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน ปี 2570 เพิ่มเป็น 818 ล้านบาท เติบโต 18% และปี 2571 เพิ่มเป็น 1.21 พันล้านบาท เติบโต 48% คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 25% ระหว่างปี 2568-2571 แม้ราคาหุ้น SSP ปรับขึ้นแล้ว 127% นับตั้งแต่ต้นปี แต่บล.หยวนต้ามองว่าเป็นการปรับขึ้นจากฐานราคาที่เคยซื้อขายด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2570 เพียง 4-5 เท่า และยังไม่รวมโอกาสจากแผน PDP และโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นของภาครัฐ
Enphase เริ่มผลิตโมดูล IQ SST ในสหรัฐฯ สำหรับศูนย์ข้อมูล AI
Enphase Energy ประกาศว่าโมดูลจ่ายไฟ IQ Solid-State Transformer ของบริษัทกำลังผลิตในสหรัฐฯ เพื่อการประกอบและตรวจสอบระดับแร็คเต็มรูปแบบสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ที่ใช้สถาปัตยกรรม 800 VDC การเคลื่อนไหวนี้ขยายความเชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์กำลังของ Enphase จากโซลาร์ที่อยู่อาศัยสู่โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลที่เน้น AI โดยได้รับการสนับสนุนจากห่วงโซ่อุปทานในประเทศที่ออกแบบสำหรับการติดตั้งระดับเมกะวัตต์ บริษัทยังเพิ่งขยาย Enphase Care ไปยังเจ้าของบ้านในสหรัฐฯ มากกว่า 7,500 ราย เปลี่ยนฐานลูกค้าที่ติดตั้งแล้วให้เป็นโอกาสบริการที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น แนวโน้มของ Enphase คาดการณ์รายได้ 1.5 พันล้านดอลลาร์ และกำไร 294.6 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2029 โดยประเมินมูลค่ายุติธรรมที่ 47.01 ดอลลาร์ สื่อถึงอัพไซด์ 28% ขณะที่นักวิเคราะห์ที่มองบวกที่สุดบางรายคาดการณ์กำไรใกล้ 355.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2029 การผลักดัน IQ SST สำหรับศูนย์ข้อมูลเพิ่มช่องทางระยะยาวที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงปัจจัยขับเคลื่อนระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งยังคงขึ้นอยู่กับความอ่อนแอของอุปสงค์ในสหรัฐฯ สต็อกในช่องทางจำหน่าย และอัตรากำไร เมื่อเครดิตภาษีทยอยหมดลง
Solar▲
เซาเทิร์นอนุมัติสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโซลาร์ 1,137 เมกะวัตต์ และดีลพลังงานสำรองสำหรับศูนย์ข้อมูล
เซาเทิร์นอนุมัติสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโซลาร์ใหม่ 1,137 เมกะวัตต์ พร้อมดีลพลังงานสำรองฉบับใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูลหนึ่งแห่ง ซึ่งจะเพิ่มรายได้จากสัญญาระยะยาวให้กับพอร์ตโฟลิโอของบริษัท การอนุมัติดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจใหม่ว่ากำไรของเซาเทิร์นเทียบกับมูลค่าปัจจุบันเป็นอย่างไร โดยหุ้นซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อกำไร 21.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมสาธารณูปโภคไฟฟ้าที่ 20.1 เท่าเล็กน้อย และสูงกว่ากลุ่มบริษัทเทียบเคียงที่ 21.1 เท่าเล็กน้อย เซาเทิร์นให้ผลตอบแทนรวม 63.3% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสัญญาโซลาร์และดีลพลังงานสำรองที่เพิ่งอนุมัติใหม่ผูกกับสัญญาบริการและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว ตลาดอาจยินดีจ่ายค่าพรีเมียมเล็กน้อยอย่างต่อเนื่องสำหรับกำไรที่ผูกกับกระแสเงินสดจากการกำกับดูแลหรือจากสัญญา บทวิเคราะห์ชุมชนยอดนิยมชิ้นหนึ่งบน Simply Wall St ประเมินว่าเซาเทิร์นมีมูลค่าต่ำกว่าที่ควรอยู่ 14% โดยอ้างถึงการเดินเครื่องและการผสานรวมหน่วยนิวเคลียร์ Vogtle แห่งใหม่ที่ประสบความสำเร็จ ควบคู่ไปกับการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าที่ดำเนินอยู่
Solar▲
บีโอไอวางยุทธศาสตร์ 5 ด้าน รับคลื่น FDI ใหม่ ดันไทยฮับ Data Center-AI-พลังงานสะอาด
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้วางยุทธศาสตร์เร่งพัฒนา 5 ด้าน เพื่อรองรับการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดเป็น New S-Curve ประกอบด้วย ด้านบุคลากรทักษะสูง เช่น วิศวกร Data Center วิศวกร Photonic และวิศวกรอากาศยาน ด้านห่วงโซ่อุปทานใหม่ เช่น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ด้านพลังงานสะอาด ด้านการขยายความตกลงการค้าเสรีกับประเทศใหม่ ๆ และด้านความสะดวกในการประกอบธุรกิจด้วยการปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐ นายนฤตม์กล่าวว่าการแข่งขันดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอนาคตจะไม่ยึดเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นความเร็ว ความแน่นอน และความยั่งยืนเป็นหลัก ซึ่งไทยต้องนำมาเป็นจุดขายเพื่อจูงใจนักลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมระบุว่ารัฐบาลตั้งเป้าหมายผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำ Supply Chain และสร้างระบบนิเวศ New Economy ของอุตสาหกรรม Data Center AI ยานยนต์ และพลังงานสะอาดอย่างครบวงจร บีโอไอระบุจุดแข็งของไทยในการรองรับการลงทุน อาทิ โครงสร้างพื้นฐานและนิคมอุตสาหกรรมมาตรฐานสูง บุคลากรทักษะสูง ห่วงโซ่การผลิตที่แข็งแกร่ง ตลาดในประเทศ 70 ล้านคนและอาเซียนกว่า 600 ล้านคน FTA มากกว่า 17 ฉบับครอบคลุม 24 ประเทศ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาดพร้อมกลไก Utility Green Tariff และ Direct PPA ตลอดจนต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้
Solar
T1 Energy ขาดทุนรายไตรมาส 36.9 ล้านดอลลาร์ แม้ผลิตโมดูลสูงสุดเป็นประวัติการณ์
T1 Energy รายงานผลขาดทุนสุทธิจากธุรกิจที่ดำเนินต่อเนื่อง 36.9 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่สองของปี 2026 แม้ว่ายอดขายสุทธิจะแตะ 250.1 ล้านดอลลาร์ และการผลิตโมดูลที่โรงงาน G1_Dallas เพิ่มขึ้นเป็น 935 เมกะวัตต์ บริษัทได้ลงนามในข้อตกลงเมื่อเดือนสิงหาคมที่จะจัดหาโมดูลโซลาร์ 641 เมกะวัตต์ให้กับ Clearway Energy Group โดยโมดูลเหล่านี้ผลิตจากเซลล์ที่ผลิตในประเทศจากโรงงาน G2_Austin ซึ่งเฟสแรกกำลังการผลิต 2.1 กิกะวัตต์ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และยังคงตั้งเป้าผลิตเซลล์ชุดแรกในไตรมาสแรกของปี 2027 ในเดือนกรกฎาคม T1 จ่ายเงิน 135 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อสิทธิบัตรเซลล์โซลาร์ TOPCon จาก Evervolt และปิดการเข้าซื้อกิจการ KORE Power ทำให้เกิดแบรนด์ใหม่ T1 NRI ที่มุ่งเป้าตลาดระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่และศูนย์ข้อมูล AI ผลขาดทุนสุทธิที่เป็นส่วนของเจ้าของหุ้นสามัญเพิ่มขึ้นเป็น 44.5 ล้านดอลลาร์ จาก 32.8 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน แม้ว่าจำนวนหุ้นที่มากขึ้นจะทำให้ผลขาดทุนต่อหุ้นลดลงเหลือ 0.16 ดอลลาร์ จาก 0.21 ดอลลาร์ และมูลค่าของโครงการ G2_Austin เฟสแรกเพิ่มขึ้นเป็น 510 ล้านดอลลาร์ หลังบวกเงินสำรองฉุกเฉิน 20% ณ วันที่ 30 มิถุนายน T1 ถือเงินสด เงินสดเทียบเท่า และเงินสดที่มีข้อจำกัดรวม 156.4 ล้านดอลลาร์ โดยมีเพียง 79.1 ล้านดอลลาร์ที่ไม่มีข้อจำกัด และบริษัทระดมทุนได้ 120 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคมผ่านหุ้นกู้แปลงสภาพอาวุโสที่ครบกำหนดปี 2031 ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นสะพานเชื่อม ทำให้แพ็กเกจการเงินที่เน้นหนี้สินอย่างครอบคลุมสำหรับ G2_Austin ยังไม่ได้รับการค้ำประกัน แนวโน้มการผลิตสำหรับปี 2026 ทั้งปีชี้ไปที่ระดับสูงของกรอบเดิมที่ 3.1 ถึง 4.2 กิกะวัตต์ ขณะที่ยอดขายชอร์ตอยู่ที่ 31.16% ของหุ้นที่ซื้อขายได้ และการถือครองของกองทุนเฮดจ์ฟันด์เพิ่มขึ้นจาก 36 กองทุนเป็น 47 กองทุน
Solar▲
วราวุธ สั่ง สมอ. คุมมาตรฐานโซลาร์รูฟท็อป 1.5 ล้านครัวเรือน หนุนซัพพลายเชนไทย
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โครงการติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ โซลาร์ รูฟท็อป 1.5 ล้านครัวเรือน โดยรัฐอุดหนุนรายละ 5 หมื่นบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนกลางเดือนต.ค.นั้น กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่าจะต้องทำให้ระบบที่ประชาชนลงทุนติดตั้งมีมาตรฐาน มีความปลอดภัย และพร้อมใช้ โดยความต้องการจำนวนมากจากโครงการดังกล่าวจะเป็นโอกาสสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมไทย นายวราวุธกล่าวว่าได้ให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. เร่งดูแลมาตรฐาน ตั้งแต่แผง อินเวอร์เตอร์ สายไฟ แบตเตอรี่ เครื่องตัดวงจร ฟิวส์ ไปจนถึงขั้วต่อ และอุปกรณ์ควบคุม เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าเงินที่ลงทุนไปจะได้ระบบที่มีคุณภาพและปลอดภัย พร้อมระบุว่าในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงอุตสาหกรรมต้องการใช้ตลาดจากโครงการ 1.5 ล้านครัวเรือน มาสร้างซัพพลายเชนหรือห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ตั้งแต่การประกอบแผง โครงแผง กระจก สายไฟ กล่องเชื่อมต่อ โครงสร้างติดตั้ง ตู้ไฟ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เงินลงทุนหมุนเวียนในประเทศ เกิดการผลิตและการจ้างงาน รวมถึงสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์ รูฟท็อป ครอบคลุมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ตาม มอก.61730 เล่ม 2-2567 เครื่องตัดวงจรสำหรับไฟฟ้ากระแสตรง มอก.60947 เล่ม 2-2569 ฟิวส์สำหรับระบบพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ มอก.60269 เล่ม 6-2567 สายไฟฟ้าสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ มอก.62930-2564 แบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า มอก.63056-2567 อินเวอร์เตอร์ มอก.2603 เล่ม 2-2556 และขั้วต่อสายไฟ DC กับตู้รวมสายไฟเซลล์แสงอาทิตย์
CKP ชี้ปริมาณน้ำโขงหนุน XPCL ครึ่งปีหลัง 2569 หลังโซลาร์เฟส 2 กับ BEM เริ่ม COD
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยว่าปริมาณน้ำในลุ่มแม่น้ำโขงที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี หรือ XPCL ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 โดยคาดว่าการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำในจีนจะอยู่ในระดับสูงช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 และอาจเพิ่มขึ้นบางช่วงในเดือนธันวาคม ขณะที่โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 หรือ NN2 บริหารจัดการผลิตไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง โดยระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ 368 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในเดือนสิงหาคม 2569 ใกล้เคียงระดับปกติ ด้านโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น หรือ BIC กลับมาเดินเครื่องตามปกติตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 หลังหยุดซ่อมบำรุงในไตรมาส 1 โดยค่าไฟฟ้าผันแปรหรือ Ft ช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคมอยู่ที่ประมาณ 0.16 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนเล็กน้อย สำหรับการขยายธุรกิจพลังงานสะอาด โครงการโซลาร์ฟาร์มร่วมกับ BEM ในเฟสที่ 2 มีทั้งหมด 2 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้งรวมราว 6.71 เมกะวัตต์ และเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์หรือ COD แล้วในช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 ส่วนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่หรือ PDP 2026 CKP สนใจเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหลัก โดยอยู่ระหว่างศึกษาและหาพื้นที่พัฒนาโครงการในลาวหรือเวียดนามเพื่อส่งไฟฟ้ากลับมาจำหน่ายในประเทศไทย ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง หรือ LPCL มีความคืบหน้าการก่อสร้าง 77% ณ เดือนมิถุนายน 2569 และยังคงกำหนดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์หรือ SCOD ในช่วงต้นปี 2573 ปัจจุบัน CKP ลงทุนในส่วนทุนแล้ว 13,344 ล้านบาท จากภาระลงทุนทั้งหมด 20,934 ล้านบาท เหลือเงินลงทุนอีก 7,590 ล้านบาท ในช่วงปี 2569 ถึง 2572