← Back

Central Pattana Public Company Limited

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) พัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยก่อสร้าง พัฒนา และบริหารศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม และโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อให้เช่า บริษัทยังให้บริการสาธารณูปโภคในศูนย์การค้า ที่ปรึกษาด้านการบริหารอสังหาริมทรัพย์ บริการด้านองค์กร และบริการศูนย์อาหาร นอกจากนี้ยังดำเนินการสวนสนุกและสวนน้ำในศูนย์การค้า ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ให้บริการด้านการศึกษา จำหน่ายที่ดิน บ้าน และห้องชุด และบริหารทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1980 และมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

Country
Price · split & dividend adjusted
News & notes moving CPN-R.BK
CPN-R.BK

ทีทีบี เวลธ์ ชี้ 5 หุ้นรับอานิสงส์ต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส

บล.ทีทีบี เวลธ์ ระบุว่า กระทรวงการคลังยืนยันขยายโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่ออีก 2 เดือน คือเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพในช่วงที่ราคาพลังงานสูงยืดเยื้อ โดยใช้วงเงินที่เหลืออยู่ และเงื่อนไขการอุดหนุนยังเป็นรูปแบบเดิม 60/40 ทั้งนี้ เตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 22 กันยายนนี้ ทีทีบี เวลธ์ มองเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีกอาหาร ได้แก่ CRC ซึ่งมีค้าส่ง GO Wholesale, CPN ซึ่งได้ประโยชน์จาก traffic ที่เข้าห้างเพิ่มขึ้น และ CBG รวมถึงกลุ่มสื่อสารที่ได้ประโยชน์จากรายได้เติมเงินเพิ่มขึ้น ได้แก่ ADVANC และ TRUE
CPN-R.BK

บล.พาย คาด SET กรอบ 1570-1595 ชูหุ้น Non Bank น่าสะสม

บล.พาย ประเมินดัชนี SET วันนี้ในกรอบ 1570 – 1595 โดยมองว่ากลุ่ม Non Bank กลับมาน่าสะสมเพื่อคาดหวัง Yield ที่ลดลงในระยะถัดไป พร้อมระบุหุ้นในกลุ่มดังกล่าว ได้แก่ MTC SAWAD และ TIDLOR ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก โดย DJIA เพิ่มขึ้น 0.61% และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.14% หลัง Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ย 25bps พร้อมส่งสัญญาณอาจขึ้นอีก 1 ครั้งในปีนี้ ราคาน้ำมัน Brent ปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 104-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังความกังวลตะวันออกกลางคลี่คลายบางส่วน และซาอุฯ ระบุจะกลับมาส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง ช่วยกดดันให้ 10 Y Yield และ 30 Y Yield ของสหรัฐฯ ปรับลง ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เมื่อคืน ประกาศผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราว 1.96 แสนราย ต่ำกว่าคาดการณ์ตลาด สำหรับกลยุทธ์ระยะสั้นแนะนำ TECH ได้แก่ DELTA และ KCE หลังตลาดหุ้น Kospi เช้านี้ขึ้นราว 2.5% รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยว ได้แก่ AOT MINT CENTEL AWC CPALL CPN และ HMPRO และกลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ BDMS BCH และ PR9
CPN-R.BK

อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้ 3 ฉากทัศน์ประชุม Fed พร้อมแนะหุ้นรับมือ

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐหรือ Fed ที่จะมีขึ้นพรุ่งนี้ไว้ 3 กรณี หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเดือน ส.ค. ออกมาใกล้เคียงคาด โดยดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI อยู่ที่ 3.4%YoY เท่ากับเดือนก่อน ขณะที่ Core CPI หรือเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอจาก 2.5% เหลือ 2.4%YoY แต่ตัวเลขในมุม MoM สูงกว่าคาดเล็กน้อย และระดับเงินเฟ้อโดยรวมยังสูงกว่าเป้าหมายของ Fed จึงทำให้ตลาดยังกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ย กรณีแรกคือคงดอกเบี้ย ซึ่งเป็นกรณีฐาน แต่ตลาดให้น้ำหนักเพียงราว 10% ขณะที่เกือบ 90% ให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ย กรณีที่สองคือขึ้นดอกเบี้ยครั้งเดียวแบบ Dovish Hike โดยไม่ส่งสัญญาณขึ้นต่อ ซึ่งอาจกดดันให้ SET ย่อตัวในระยะสั้นก่อนสร้างฐาน และกรณีที่สามคือขึ้นดอกเบี้ยพร้อมส่งสัญญาณขึ้นต่อแบบ Hawkish Hike ซึ่งต้องจับตา Dot Plot ว่าสะท้อนเส้นทางดอกเบี้ยปีหน้าสูงขึ้นหรือไม่ สำหรับพอร์ตหุ้นไทย InnovestX แนะนำ 2 ธีมตั้งรับสำหรับผู้รับความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ Domestic Play เน้นหุ้น Big Cap ที่อิงรายได้ในประเทศ เช่น CPALL CPN CRC BDMS BCH PR9 CHG และ High Dividend Play หุ้นที่คาดให้ Dividend Yield สม่ำเสมอเกิน 5% ต่อปี ได้แก่ BBL KTB HMPRO AP SCCC PTT FTREIT LHSC ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงแนะนำกลยุทธ์ Tactical ตามผลประชุม โดยหาก Fed คงดอกเบี้ยมอง Risk-on ที่ MTC SAWAD TIDLOR AP SIRI DELTA HANA KCE หากเป็น Dovish Hike แนะนำ Buy on Dip และหากเป็น Hawkish Hike แนะนำถือเงินสดเพิ่มและรอจังหวะตลาดปรับฐานราว 3–6 เดือน ก่อนพิจารณากลุ่มที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยสูงและเงินบาทอ่อน ได้แก่ BBL KBANK KTB TLI BLA TU ITC
CPN-R.BK

ฟินันเซีย ไซรัส คงแนะนำซื้อ CPN เป้า 80 บาท คาดกำไรนิวไฮต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS ระบุในบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ว่า แผนเพิ่มพื้นที่เช่าสุทธิอีกประมาณ 5 แสนตารางเมตร จะส่งผลให้พื้นที่เช่ารวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2.8 ล้านตารางเมตรภายในปี 2573 และเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระดับ High Single Digit ทั้งนี้ FSS คาดว่ากำไรปกติของ CPN มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2569-2571 โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายพื้นที่เช่าและการเติบโตของธุรกิจหลัก ขณะที่ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งจะช่วยจำกัดความเสี่ยงจากภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ด้านมูลค่าหุ้น ปัจจุบัน CPN ซื้อขายที่ระดับ P/E ประมาณ 15 เท่า โดยหากประเมินเฉพาะธุรกิจศูนย์การค้าด้วย P/E ที่ 15 เท่า จะได้มูลค่าประมาณ 2.87 แสนล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในปัจจุบัน สะท้อนว่าราคาหุ้นในตลาดแทบสะท้อนเฉพาะมูลค่าธุรกิจศูนย์การค้า ขณะที่ธุรกิจโรงแรมและที่อยู่อาศัยยังเป็นส่วนเพิ่มของมูลค่า ดังนั้น FSS ยังคงคำแนะนำซื้อ CPN ราคาเป้าหมาย 80 บาท
CPN-R.BK

บล.พาย ชี้หุ้นเทคกดดันตลาด แนะเกาะ 13 หุ้น Value Stock

บล.พาย ระบุว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังผันผวนจากสัญญาณชะลอการลงทุนของผู้นำด้าน AI กดดันหุ้นกลุ่ม SEMI ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯ ปรับขึ้นต่อเนื่องทุกช่วงอายุ สะท้อนความกังวลเงินเฟ้อและความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ลดลง โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.48% และ Nasdaq ลดลง 0.56% หลังนักลงทุนกังวลเรื่อง AI Slowdown จากข้อเสนอของ CEO Anthropic ที่เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิปและดาต้าเซ็นเตอร์ถูกขาย ส่วนราคาน้ำมัน WTI ปิดเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังซาอุดีอาระเบียปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ขณะที่หุ้น GOOGL บวก 3.2% MSFT บวก 2% และ META บวก 2.7% ด้าน CME FED Watch ให้น้ำหนัก 92% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมที่จะถึงนี้ สำหรับตลาดในประเทศ ประเมิน SET ไว้ที่ 1,580 ถึง 1,605 จุด โดยเช้านี้พบ KOSPI ลบ 0.6% อาจกดดันหุ้นเทคอย่าง DELTA และ HANA กลยุทธ์จึงเน้นที่ Value Stock 13 หุ้น ได้แก่ กลุ่มธนาคาร BBL KBANK KTB SCB กลุ่มโรงพยาบาล BDMS BH BCH PR9 กลุ่มค้าปลีก CPALL CPN HMPRO และกลุ่มส่งออก ITC TU ซึ่งได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า
CPN-R.BK2

GBS คาด SET แกว่ง 1,570-1,630 จุด รับแรงกดดันน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อสหรัฐฯ แนะเก็งหุ้น FTSE Rebalance

บล. โกลเบล็ก หรือ GBS ประเมินว่า SET Index สัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน โดยให้กรอบเคลื่อนไหวที่ 1,570-1,630 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และดัชนีราคาผู้ผลิตหรือ PPI ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. ที่ปรับขึ้น 5.4%YoY สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 5.3% ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักเป็น 70% จากเดิม 64% ในการคาดว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย. นี้ ขณะที่ ECB มีมติขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ ด้านปัจจัยบวกในประเทศ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.5% จากอานิสงส์การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่คาดโต 17.8% ขณะที่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาขยายเวลาโครงการไทยช่วยไทยพลัสออกไปอีก 1-2 เดือน และบอร์ด EV อนุมัติมาตรการภาษีสรรพสามิตเพื่อดันภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 3 อัตรา ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก แนะนำเก็งกำไรหุ้นที่ได้อานิสงส์จากการปรับรอบดัชนี FTSE Rebalance ซึ่งมีผล ณ ราคาปิดวันที่ 18 ก.ย. 69 โดยกลุ่ม Large Cap เข้า-ออก CPN ส่วน Mid Cap เข้า CPN และออก BTS LH SCCC TU ขณะที่ Small Cap เข้า BTS FTREIT LH SCCC THAI TU และออก BLAND SPCG TPIPP
ทันหุ้น·5dอ่านต่อ →
CPN-R.BK

ทีทีบี เวลธ์ เตือนเฟดขึ้นดอกเบี้ยรอบใหม่กดดัน SET ลง 5-10%

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) เตือนว่าการประชุม FOMC เดือน ก.ย. นี้เป็นอีเวนต์สำคัญที่ตลาดจับตา หากเฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย จะถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบนี้ หลังจากคงดอกเบี้ยติดต่อกัน 6 ครั้งนับตั้งแต่การลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2568 สถิติในอดีตตั้งแต่ปี 2537-2565 ที่มีการขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมด 6 รอบ พบว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ และ SET มักทรงตัวถึงปรับตัวลงเล็กน้อยในช่วง 15 วันหลังการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก ก่อนเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในช่วง 30-60 วัน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงเฉลี่ย 3-4% ขณะที่ SET มีโอกาสปรับตัวลงเฉลี่ยถึง 5-10% รอบปัจจุบันแตกต่างจากรอบ tightening ในอดีต เพราะเศรษฐกิจและตลาดแรงงานไม่ได้ร้อนแรงเท่าปี 2565 ดังนั้นหากเฟดกลับมาขึ้นดอกเบี้ย ตลาดอาจเผชิญแรงกดดันจากทั้งเศรษฐกิจชะลอตัวและเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% และหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยขณะที่ กนง. คงดอกเบี้ย จะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ-ไทยกว้างขึ้น เพิ่มแรงกดดันต่อฟันด์โฟลว์และเงินบาท โดยกลุ่มที่มีแนวโน้ม outperform ในภาวะ bond yield ขาขึ้น ได้แก่ กลุ่มธนาคาร และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า เช่น ท่องเที่ยว ส่งออก และบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้สกุลเงินต่างประเทศสูง ทีทีบี เวลธ์ แนะนำให้ลงทุนแบบ selective ในกลุ่มที่กำไรเติบโตและทนทานในภาวะนโยบายการเงินตึงตัว อย่าง ADVANC AMATA WHA KTB BBL และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า อย่าง DELTA AOT CENTEL CPN PR9
CPN-R.BK

CLSA ปรับเป้า SET สิ้นปี 2569 ขึ้นเป็น 1,700 จุด ชู 8 หุ้นเด่น

ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) หรือ CLSA ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2569 เป็น 1,700 จุด จากเดิม 1,620 จุด อิงค่า PE ที่ 16.5 เท่า พร้อมคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย แม้ราคาน้ำมันทรงตัวสูงอาจกดดันเงินเฟ้อสหรัฐฯ แต่คาดว่าเงินเฟ้อไทยจะอยู่ในกรอบล่างของเป้าหมาย ธปท. ที่ 1-3% ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี และ 5 ปี ปรับขึ้นเพียง 0.10% นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 สะท้อนแรงกดดันทางการเงินในประเทศที่จำกัด โดย CLSA ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดปี 2569/2570 เป็น 102.8/99.7 และเลือก 8 หุ้นเด่น ได้แก่ PTTGC, TOP, IVL, CPALL, KBANK, SCB, CPN และ DELTA โดยมองว่ากลุ่มพลังงานได้อานิสงส์จากค่าการกลั่น (GRM) ที่แข็งแกร่ง กลุ่มค้าปลีกมี SSSG เด่น กลุ่มธนาคารมีโอกาสปันผล 5-7% ขณะที่ DELTA คาดกำไรไตรมาส 3/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ และ CPN จะเร่งตัวในไตรมาส 4/2569 จากการขยายศูนย์การค้าและการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น
CPN-R.BK

CPN กำไรหลักโต 19% แนะนำเคาะ เป้าเฉลี่ย 79.21 บาท

เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN รายงานกำไรหลัก 4.65 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน จากรายได้รวม 1.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% โดยธุรกิจ Rental & Services ซึ่งคิดเป็น 88% ของรายได้ เติบโต 8% จาก SSSG ที่ขยายตัว และการรับรู้รายได้จากศูนย์ใหม่ ขณะที่ GPM ธุรกิจหลักเพิ่มขึ้น 160 bps สู่ 59% และ ROE เพิ่มเป็น 17% แนวโน้มครึ่งปีหลังยังแข็งแกร่ง โดยมี Backlog อสังหาริมทรัพย์ 9.6 พันล้านบาท และมีแผนเปิด The Central พหลโยธิน ในปี 2027 รวมถึงโครงการ Mixed-use ร่วมกับ Mitsubishi Estate และแผน 5 ปีตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่เช่าอีก 5 แสนตารางเมตร สู่ 2.8 ล้านตารางเมตร ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus อยู่ที่ 79.21 บาท แนะนำ "เคาะ" โดยมีแนวต้านที่ 65.50 บาท และแนวรับที่ 64.25-64 บาท
thunhoon.com·11dอ่านต่อ →
CPN-R.BK2

เซ็นทรัลแต่งตั้งวัลยา จิราธิวัฒน์ นั่ง President กลุ่ม

กลุ่มเซ็นทรัลประกาศแต่งตั้งนางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง President ของกลุ่ม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของทีมผู้บริหารระดับสูงและเตรียมองค์กรสำหรับการเติบโตในอนาคต โดยนายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในปี 2569 ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกธุรกิจ และกลุ่มเซ็นทรัลมีธุรกิจใน 18 ประเทศครอบคลุมเอเชียและยุโรป นางสาววัลยาร่วมงานกับกลุ่มมากว่า 40 ปี มีประสบการณ์ทั้งค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และการบริหารองค์กร โดยผลงานสำคัญคือการนำเซ็นทรัลพัฒนาเติบโตจาก 10 โครงการเป็น 45 โครงการ และสร้างสถิติผลประกอบการสูงสุดในปี 2568 ด้วยรายได้ 53,000 ล้านบาท และกำไรกว่า 19,000 ล้านบาท โดยเธอจะร่วมทีมผู้บริหารระดับสูงภายใต้การนำของนายทศ และมีนายปริญญ์ จิราธิวัฒน์ เป็นรองประธานกรรมการบริหาร นายพิชัย จิราธิวัฒน์ เป็นกรรมการบริหาร และนายปัณฑิต มงคลกุล เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน
CPN-R.BK

บัวหลวงคัด 8 หุ้นปันผลแกร่ง รับมือตลาดผันผวน

บล.บัวหลวง ระบุว่า ท่ามกลางตลาดที่ยังผันผวน ฝ่ายวิจัยมองว่า Dividend Yield จะกลับมามีบทบาทเป็น Downside Buffer แต่การดู Yield จากประมาณการกรณีฐานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงได้ทำ Dividend Stress Test สำหรับปี 2570 โดยกำหนด Worst-case scenario ตามความเสี่ยงของแต่ละอุตสาหกรรม เช่น ธนาคารสมมติ Credit cost เพิ่ม 5–10bps และ Payout ratio กลับสู่ระดับปกติ, ค้าปลีก SSSG -2% YoY, ศูนย์การค้ายอดขายผู้เช่า -2% YoY, โรงพยาบาลรายได้ไม่เติบโต, ICT เผชิญการแข่งขันด้านราคาและ Cost saving ชะลอลง, พลังงานใช้ Brent ที่ US$60/bbl เทียบ Base case US$70/bbl และ WHA/WHAUP สมมติการโอนที่ดิน Data Center 900 ไร่เลื่อนออกจากปี 2570 ผล Stress Test พบว่า แม้ DPS ลดลงเฉลี่ย 7% จาก Base case ยังมีหุ้น 8 บริษัทที่ Dividend Yield ปี 2570 สูงกว่าระดับ +1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ได้แก่ CPALL, BDMS, CPN, TLI, WHA, COM7, OSP และ TU สะท้อนว่า Yield ยังมี Buffer รองรับได้แม้ผลประกอบการต่ำกว่าคาด ในกลุ่มดังกล่าว CPALL ให้ Yield 4.1% ใน Worst case เทียบ +1SD ที่ 2.6%, BDMS 3.9% เทียบ 2.7%, CPN 3.9% เทียบ 2.9%, TLI 5.4% เทียบ 4.8%, WHA 4.9% เทียบ 4.5% และ COM7 4.0% เทียบ 3.7% ขณะที่ OSP และ TU ยังให้ Yield สูงที่ 5.3% และ 5.6% ตามลำดับ เทียบกับระดับ +1SD ที่ 5.2% ทั้งคู่ ในภาวะที่กำไรและตลาดยังมีความไม่แน่นอน กลยุทธ์จึงควรให้น้ำหนักกับ Quality Yield มากกว่าการเลือกหุ้นจาก Dividend Yield สูงเพียงอย่างเดียว โดยหุ้นทั้ง 8 ตัวข้างต้นยังรักษา Yield เหนือกรอบประวัติศาสตร์ได้แม้ผ่านสมมติฐานเชิงลบแล้ว
thunhoon.com·19dอ่านต่อ →
CPN-R.BK

CGSI ปรับเป้า SET ขึ้นเป็น 1,690 จุด หลังกำไรบจ.ไตรมาส 2 แข็งแกร่ง

ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2569 เป็น 1,690 จุด จากเดิม 1,630 จุด พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดปีนี้ขึ้น 8% หลังกำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ศึกษาอยู่ในไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และ 14% จากไตรมาสก่อน นำโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมสองกลุ่มนี้ กำไรสุทธิรวมจะลดลง 25% จากปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มการแพทย์ ท่องเที่ยว สินค้าอุปโภคบริโภค และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมปรับรายชื่อหุ้น Top pick โดยถอด ERW และ CRC ออก และเพิ่ม CPALL กับ PTT เข้ามา ทำให้รายชื่อล่าสุดประกอบด้วย BH, PR9, THAI, PTT, CPALL, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC และ TIDLOR
CPN-R.BK

CGSI อัพเป้า CPN เป็น 76 บาท ชี้ครึ่งปีหลังเด่นค่าเช่า-อสังหาฯ

CGSI ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น CPN เป็น 76 บาท พร้อมคงคำแนะนำซื้อ หลังปรับประมาณการกำไรปกติต่อหุ้นขึ้น 3.1-3.2% ในปี 69-71 จากสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจให้เช่าที่สูงขึ้น รายได้โรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และส่วนแบ่งกำไรจาก CPNREIT ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดกำไรปกติต่อหุ้นปี 69 เติบโต 14.7% จากรายได้ค่าเช่าที่โต 7.2% และ GPM ให้เช่าปรับขึ้นเป็น 61% ขณะที่รายได้ธุรกิจโรงแรมและอสังหาฯ คาดอยู่ที่ 6.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% หนุนโดยการเปิดโรงแรม Go! Hotel อีก 3 แห่ง และคอนโดมิเนียม Phyll Nakhon Pathom ในครึ่งปีหลัง 69 รวมถึงการโอน backlog คอนโดฯ 3 โครงการมูลค่า 1.2 พันล้านบาทในไตรมาส 4/69
CPN-R.BK3

UBS เพิ่มเป้า SET เป็น 1,680 จุด ชี้กรณีดีสุด 1,840 จุด

ยูบีเอสปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยสู่ระดับ 1,680 จุดในกรณีพื้นฐาน โดยในกรณีดีที่สุด ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับสูงถึง 1,840 จุด และในกรณีแย่ที่สุดอาจลงไปที่ 1,460 จุด พร้อมแนะนำหุ้นเด่น 6 ตัว ได้แก่ CPALL, CPN, GULF, KTB, PTT และ TRUE ขณะเดียวกันได้ถอด ADVANC, BDMS, BJC และ AWC ออกจากรายชื่อหุ้นแนะนำ ข้อมูลการซื้อขายตั้งแต่ต้นปีถึง 17 สิงหาคม 2569 ระบุว่า UBS ขายสุทธิสะสม 5,504.04 ล้านบาท และเฉพาะเดือนสิงหาคมขายสุทธิ 3,239.37 ล้านบาท ด้านนายมงคล พ่วงเภตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ อพอลโล่ เวลธ์ จำกัด มองว่าระดับ 1,680 จุดเป็นเป้าหมายที่หลายฝ่ายประเมินไว้อยู่แล้ว แต่การไปถึง 1,820 จุดเป็นเรื่องท้าทายมาก แม้กำไรไตรมาส 2 ของตลาดหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดที่ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท และกำไร 12 เดือนย้อนหลังแตะ 1.2 ล้านล้านบาท โดยแนะนำให้ทยอยขายทำกำไรเมื่อดัชนีเข้าใกล้ 1,630-1,650 จุด และจับตา PTT กับ PTTEP ที่อาจจ่ายเงินปันผลสูงกว่าปกติ
ทันหุ้น·31dอ่านต่อ →
CPN-R.BK

บล.เคจีไอ อัพเป้าดัชนี SET ปี 69 สู่ 1,820 จุด

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ปี 2569 ขึ้นเป็น 1,820 จุด โดยมองว่ายังมีอัพไซด์จากระดับปัจจุบันอีก 12% หลังจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นรอบล่าสุดและการปรับค่า PE เป้าหมายเป็น 14.8 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย 10 ปีลบ 0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในไตรมาส 2/69 กำไรรวมของบริษัทที่ KGI ศึกษาอยู่ที่ 3.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนและจากไตรมาสก่อน สูงกว่าฉันทามติของ Bloomberg ประมาณ 10% แต่หากตัดกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีซึ่งได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและสเปรดผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นเพราะสงครามสหรัฐ-อิหร่านออกไป กำไรรายไตรมาสจะลดลง 26% จากปีก่อนและ 6.2% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรที่ลดลงอย่างมากจากปีก่อนเป็นเพราะฐานกำไรที่สูงผิดปกติของ GULF ในไตรมาส 2/68 ซึ่งมีการบันทึกกำไรพิเศษก้อนใหญ่ ทั้งนี้ KGI มองว่าเป้าใหม่ค่อนข้างท้าทาย เพราะการปรับเพิ่มประมาณการกำไรกระจุกอยู่ในกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นกลุ่มที่พลิกผันตามวัฏจักรและมี PE ต่ำกว่ากลุ่มอื่น ๆ และไตรมาสที่ดีที่สุดของกลุ่มพลังงานน่าจะผ่านไปแล้ว จึงเหลือหุ้น domestic ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัวที่ยังมี risk-reward น่าสนใจ เช่น CPALL, CPN, KBANK, KTB และ GULF
CPN-R.BK

KGI อัพเป้า SET ปี 2569 เป็น 1,820 จุด หลังกำไร Q2 สูงกว่าคาด

บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET ปี 2569 เป็น 1,820 จุด หลังสรุปกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ของบริษัทที่ศึกษาสูงกว่าคาด 10% โดยกำไรรวมอยู่ที่ 3.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่หากตัดกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีออก กำไรจะลดลง 26% จากปีก่อน และ 6.2% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากฐานกำไรพิเศษของ GULF ในไตรมาส 2 ปี 2568 ฝ่ายวิจัยระบุว่า 40% ของหุ้นที่ศึกษามีผลประกอบการดีเกินคาด 41% เป็นไปตามคาด และ 20% ต่ำกว่าคาด โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง และธนาคารออกมาดี ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวและสื่อออกมากลาง ๆ โมเมนตัมการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นกำลังถึงจุดสูงสุดและคาดว่าจะนิ่งขึ้นในช่วงที่เหลือของปี เป้าหมายใหม่นี้ยังมีอัพไซด์ 12% จากระดับปัจจุบัน แต่ค่อนข้างท้าทายเพราะการปรับเพิ่มกำไรกระจุกในกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นกลุ่มวัฏจักรและมีค่า P/E ต่ำกว่ากลุ่มอื่น โดยหุ้นที่ยังมีอัพไซด์ถึงราคาเป้าหมาย เช่น CPALL CPN KBANK KTB และ GULF
CPN-R.BK

CGSI ชี้ราคาน้ำมันพุ่งกดดัน SET พักฐานกรอบ 1,610-1,635 จุด

CGS International ระบุว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปีที่ 5.31% กดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก โดยมองว่าดัชนี SET มีโอกาสพักฐานในกรอบ 1,610-1,635 จุด พร้อมแนะนำหุ้น TIDLOR และ CPN เป็นหุ้นเด่น สำหรับ TIDLOR รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2026 ที่ 1.53 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% จากปีก่อน แต่ลดลง 5.0% จากไตรมาสก่อน และ CGSI ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2026-2028 ขึ้น 7.6-8.1% ส่วน CPN คาดว่ารายได้ค่าเช่าศูนย์การค้าและรายได้จากธุรกิจที่อยู่อาศัยในไตรมาส 4/2026 จะทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสของปี และมีแผนนำศูนย์การค้าเข้ากองทรัสต์ CPNREIT ในช่วงกลางปี 2027
CPN-R.BK

KSS ชี้ MSCI หนุนเงินเข้าไทย 500 ล้านบาท

บล.กรุงศรี คาดการปรับดัชนี MSCI เดือนสิงหาคม 2569 จะทำให้มีกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสุทธิราว 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 500 ล้านบาท โดย MSCI Standard ไม่มีหุ้นไทยเข้าหรือออก คงจำนวนหุ้นไว้ที่ 18 บริษัท และน้ำหนักการลงทุนของไทยทรงตัวที่ 1.0% คิดเป็นเงินไหลเข้า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 165 ล้านบาท ขณะที่มีการปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้น PTTEP ราว 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 760 ล้านบาท และ TRUE ราว 17.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 578 ล้านบาท ส่วน CPN ถูกลดน้ำหนักลงประมาณ 23.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 777 ล้านบาท ด้านดัชนี MSCI Small Cap มีหุ้นไทยเข้าใหม่คือ GUNKUL คาดได้รับเงินทุนราว 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 264 ล้านบาท และ HANA คาดรับเงินทุนราว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 330 ล้านบาท ขณะที่ CHG และ JTS ถูกถอดออกจากดัชนี ส่งผลให้ดัชนี MSCI Thailand Small Cap มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 330 ล้านบาท และน้ำหนักของไทยเพิ่มขึ้นจาก 2.5% เป็น 2.6%
CPN-R.BK

ทีทีบี เวลธ์ คงน้ำหนักลงทุน Overweight กลุ่มค้าปลีก ชี้กำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ Overweight กลุ่มค้าปลีก โดยประเมินว่ากำไรของกลุ่มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และการหดตัวของยอดขายสาขาเดิมกำลังสิ้นสุดลง พร้อมคาดว่า EPS รวมของบริษัทค้าปลีกที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์จะเติบโต 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 2/2569 แม้จะลดลง 16% จากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล และคาดว่าการฟื้นตัวจะต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากยอดขายสาขาเดิมที่กลับมาเติบโต การขยายตัวของอัตรากำไรจากการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น และการประหยัดต้นทุน โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มค้าปลีกอุปกรณ์ปรับปรุงและตกแต่งบ้าน ได้แก่ GLOBAL, DOHOME และ HMPRO รวมถึง CRC จะฟื้นตัวโดดเด่นที่สุด ขณะที่ CPN, CPALL และ COM7 ยังเติบโตได้ดีจากกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ สำหรับกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน บริษัทหลักทรัพย์ประเมินว่า EPS จะเติบโต 37% ในไตรมาส 2/2569 หลังจากกำไรหดตัวต่อเนื่องในช่วงปี 2566-2568 โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรที่ดีขึ้น การหดตัวของ SSSG ที่ลดลง และผลดีด้านราคาสินค้าจากภาวะเงินเฟ้อ GLOBAL ถูกมองว่าโดดเด่นที่สุด โดยคาดกำไรเติบโต 84% จากสัดส่วนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ที่สูงขึ้น การควบคุมต้นทุน และผลดีด้านราคา CRC ถูกคาดว่าจะมีกำไรเติบโต 36% ในไตรมาส 2/2569 จากการปรับกลยุทธ์ธุรกิจที่ช่วยหนุนทั้งยอดขายสาขาเดิมและอัตรากำไร รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ขณะที่ CPN คาดกำไรเติบโต 15%, CPALL เติบโต 7%, COM7 เติบโต 30% และ MOSHI เติบโต 19% โดยมองว่าบริษัทเหล่านี้ยังคงเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและขยายอัตรากำไรได้ต่อเนื่อง ในทางกลับกัน CPAXT ถูกประเมินว่ากำไรจะลดลงต่ออีก 17% จากยอดขายสาขาเดิมที่อ่อนตัวและอัตรากำไรที่ลดลงจากการที่ผู้บริโภคหันไปใช้สินค้าราคาต่ำลง ส่วน BJC แม้คาดกำไรเพิ่มขึ้น 12% จากการเข้าซื้อกิจการค้าส่งในเวียดนาม แต่ธุรกิจหลัก BigC ยังอ่อนแอและ SSSG ติดลบ ขณะที่ MRDIY คาดกำไรเติบโตเพียง 13% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดหวัง แม้จะได้แรงหนุนจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ ระบุว่าแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 จะฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้นตามเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น โดยยังให้น้ำหนักเชิงบวกกับกลุ่มวัสดุก่อสร้างและ CRC มากที่สุด และเลือก CPN, GLOBAL และ CRC เป็น Top Picks ของกลุ่มค้าปลีก สำหรับคำแนะนำและราคาเป้าหมาย หุ้นที่ได้รับคำแนะนำ BUY ได้แก่ CPN ราคาเป้าหมาย 75 บาท, GLOBAL 9 บาท, CRC 31 บาท, CPALL 62 บาท, COM7 34 บาท, DOHOME 4.50 บาท, HMPRO 9.50 บาท, MOSHI 50 บาท และ MRDIYT 12.20 บาท ขณะที่ CPAXT ได้คำแนะนำ HOLD ราคาเป้าหมาย 14 บาท และ BJC ได้คำแนะนำ SELL ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท
thunhoon.com·38dอ่านต่อ →
CPN-R.BK

ทิสโก้แนะนำ "ซื้อ" CPN เป้า 83 บาท หลังรายได้ค่าเช่าทำนิวไฮต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้นบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 83 บาท หลังประเมินว่าโมเมนตัมธุรกิจหลักยังแข็งแกร่ง แม้ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลบางส่วน CPN รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 4.75 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 4.4% จากไตรมาสก่อน โดยผลประกอบการออกมาตามที่ทิสโก้และ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ ขณะที่รายได้ค่าเช่าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน และเป็นปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 8% เป็น 11.53 พันล้านบาท จากการรับรู้รายได้ของศูนย์การค้าใหม่ ได้แก่ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส, เซ็นทรัล พาร์ค และเซ็นทรัล กระบี่ รวมถึงการเติบโตของสาขาเดิมและผลจากโครงการปรับปรุงศูนย์การค้าที่แล้วเสร็จ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจให้เช่าพื้นที่ค้าปลีกเพิ่มขึ้นเป็น 60.8% จาก 59.2% ในปีก่อน แม้ลดลงจาก 61.7% ในไตรมาสก่อนจากต้นทุนไฟฟ้าที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อนและปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจศูนย์การค้า ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8% ส่งผลให้อัตราส่วน SG&A ต่อยอดขายเพิ่มเป็น 32.2% จาก 28.2% อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 46% เป็น 741 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ CPNREIT ของโครงการพระราม 2 ในเดือนสิงหาคม 2568 หากไม่รวมรายได้ดอกเบี้ยหลังหักภาษีจากสัญญาเช่าเซ็นทรัล พระราม 2 จำนวน 99 ล้านบาท กำไรหลักจะเติบโต 19% จากปีก่อน อัตราการเช่าของศูนย์การค้า 45 แห่งและคอมมูนิตี้มอลล์ 16 แห่งทรงตัวสูงที่ 91% บนพื้นที่เช่ารวม 2.4 ล้านตารางเมตร แม้มีการเปิดเซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัสในเดือนพฤษภาคม 2569 การขยายตัวของอัตรากำไรได้รับแรงหนุนจากรายได้ศูนย์การค้าใหม่ การเพิ่มขึ้นของอัตราการเช่าในเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะหลังปรับปรุงเสร็จ รวมถึงมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ธุรกิจโรงแรมมีรายได้เพิ่มขึ้น 5% เป็น 464 ล้านบาท จากการเปิด GO! Hotel ใหม่ 3 แห่ง แม้อัตราการเข้าพักลดลงเหลือ 74% จาก 75% ส่วนธุรกิจที่อยู่อาศัยมีรายได้เพิ่มขึ้น 29% เป็น 640 ล้านบาท จากการโอนโครงการแนวราบซึ่งคิดเป็น 59% ของยอดโอนทั้งหมด ขณะที่ยอดโอนคอนโดมิเนียมลดลงจาก Backlog ของโครงการ ESCENT นครสวรรค์ และ ESCENT นครปฐมที่ลดลง ทิสโก้ระบุว่าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์เปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ด้วยพื้นที่เช่าประมาณ 40,000 ตารางเมตร และจะมีการขยายโซนลักชัวรีของเซ็นทรัล ภูเก็ตในไตรมาส 4/2569 รวมถึงโครงการ The Central ในไตรมาส 1/2570 ซึ่งจะเป็นแรงหนุนการเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2569 และปีถัดไป ฝ่ายวิจัยมองว่าการที่รายได้ค่าเช่าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง อัตราการเช่ายังอยู่ในระดับสูง และอัตรากำไรของธุรกิจค้าปลีกขยายตัว สะท้อนการเติบโตเชิงโครงสร้างจากพื้นที่เช่าใหม่และการยกระดับคุณภาพผู้เช่า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญยังมาจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว ต้นทุนพลังงานที่ผันผวน และภาวะเศรษฐกิจที่อาจกระทบการใช้จ่ายในศูนย์การค้า
ทิสโก้·39dอ่านต่อ →
CPN-R.BK9

CPN กำไร Q2/69 แตะ 4.75 พันล้านบาท โต 10% YoY ดีกว่าคาด

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 4.75 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้แรงหนุนจากรายได้ศูนย์การค้าที่เติบโตและอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง บล.กรุงศรีและบล.กสิกรไทยต่างคงคำแนะนำซื้อ พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 80.00 บาทและ 79.50 บาทตามลำดับ โดยมองว่าแนวโน้มกำไรยังเติบโตต่อเนื่องจากโครงการใหม่ การปรับขึ้นค่าเช่า และไฮซีซันโอนคอนโดปลายปี กำไรปกติครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 9.6 พันล้านบาท คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของประมาณการทั้งปีของทั้งสองโบรกเกอร์ ซึ่งคาดว่ากำไรจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงกันในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ไม่มีการเปิดโครงการใหม่เพิ่มในปีนี้
thunhoon.com·39dอ่านต่อ →
CPN-R.BK

CPN ปรับพอร์ตบุกเมืองโตใหม่ ดึงดอยซ์แบงก์ปักหมุด CBD ลดหนี้สินต่อทุน

เซ็นทรัลพัฒนา ปรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนโมเดล Retail-led Mixed-use มุ่งขยายพอร์ตต่างจังหวัดในพื้นที่เมืองโตใหม่ พร้อมเปิดศูนย์การค้าและโครงการมิกซ์ยูส 2 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส และเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ในไตรมาส 2 ปี 2569 ส่งผลให้รายได้ธุรกิจหลักทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ด้านอาคารสำนักงานในย่าน Super Core CBD สีลม–พระราม 4 โครงการ Central Park Offices ดึงสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Deutsche Bank จากเยอรมนี เลือกเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในประเทศไทย สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนข้ามชาติ ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียม Phyll ขอนแก่น ปิดการขาย 100% ภายใน 3 วันช่วง Presales กวาดยอดขายกว่า 1,600 ล้านบาท บริษัทยังรักษาวินัยทางการเงินเข้มงวด ส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อทุนสุทธิปรับลดลงต่อเนื่อง และประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 ในอัตรา 2.40 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
Money & Banking·39dอ่านต่อ →
CPN-R.BK

CGSI เผย 14 หุ้นเด่น รับมือกำไรบจ.ไตรมาส 2/69 กลุ่มสื่อสาร-ท่องเที่ยวเสี่ยงผิดหวัง

CGSI ประเมินกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/69 โดยกลุ่มปิโตรเคมีจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่กลุ่มสื่อสารและท่องเที่ยวอาจสร้างความผิดหวัง พร้อมคงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 2569 ที่ 1,630 จุด และเลือก BH, PR9, THAI, ERW, CRC, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC และ TIDLOR เป็นหุ้น Top pick. ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่ากลุ่ม Non-bank จะมีกำไรสุทธิลดลง 14% yoy และ 7% qoq ในไตรมาส 2/69 ตามประมาณการของ Bloomberg consensus โดยกลุ่มปิโตรเคมีน่าจะได้แรงหนุนจากสเปรดที่สูงขึ้น ส่วนกลุ่มขนส่งโดยเฉพาะสายการบินมีแนวโน้มอ่อนตัวจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง. นอกจากนี้ กลุ่ม ICT และกลุ่มท่องเที่ยวยังมีความเสี่ยงที่จะสร้างความผิดหวัง เนื่องจากประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งของ Bloomberg consensus ที่กลุ่ม ICT +26% yoy และกลุ่มท่องเที่ยว +15% yoy น่าจะไม่สามารถทำได้จริงในช่วงที่เศรษฐกิจยังอ่อนแอและสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 4% yoy. สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันแพงส่งผลให้ไทยเผชิญภาวะขาดดุลแฝด โดยขาดดุลการค้า 1.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในครึ่งปีแรก 69. ราคาน้ำมันที่สูงยังเพิ่มความเสี่ยงที่ภาครัฐจะเข้ามาแทรกแซงราคา ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของธุรกิจน้ำมันและก๊าซปลายน้ำ รวมทั้งอาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง 69 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่าภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันน่าจะเกิดขึ้นชั่วคราว ฝ่ายวิเคราะห์จึงเชื่อว่าธปท. จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม กนง. วันที่ 26 ส.ค. 69. ด้านคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. คณะกรรมการการเลือกตั้งคาดว่าจะสรุปสำนวนภายในปลายเดือนส.ค. นี้ แต่เชื่อว่ากรอบเวลามีโอกาสเลื่อนออกไป โดยกรณีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือการส่งสำนวนฟ้องแค่บางราย ซึ่งน่าจะส่งผลลบต่อ sentiment ของตลาด และกระบวนการพิจารณาคดีที่ใหญ่กว่าน่าจะใช้เวลามากกว่าเดิม. ปัจจุบัน SET ซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 16.7 เท่า แต่จะลดลงเหลือ 14 เท่าหากไม่รวม DELTA ซึ่งมี P/E ล่วงหน้า 83 เท่า โดย CGSI ยังคงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 69 ที่ 1,630 จุด. ปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนตลาดคือสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มคลี่คลายและราคาน้ำมันลดลง ส่วน downside risk คือการที่ กกต. ยื่นฟ้องนักการเมืองสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาลและสถิตินักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง.
CPN-R.BK

ทิสโก้ปรับเป้า SET ปี 69 ขึ้นเป็น 1,670 จุด ชู 7 หุ้นเด่นเดือนสิงหาคม

บล.ทิสโก้ปรับเพิ่มเป้าดัชนีหุ้นไทยปี 2569 เป็น 1,670 จุด จากเดิม 1,600 จุด โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยจะเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และได้รับแรงหนุนจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีขึ้น พร้อมแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม BANK, TRANS, HELTH และ TOURISM ในช่วงครึ่งปีหลัง ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ปรับคาดการณ์ GDP ปีหน้าเป็น 2.1% จาก 1.7% หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้รวมผลกระทบจากเงินกู้ก้อนหลัง 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านโครงสร้างพลังงานเข้าในประมาณการ เป้าหมาย SET Index ใหม่ที่ 1,670 จุดอิงจาก Fwd. PER ที่ 17.6 เท่า และ SET EPS ปี 2569 และ 2570 ที่ 88.4 บาท และ 95.0 บาท ตามลำดับ สำหรับเดือนสิงหาคม สถิติย้อนหลัง 5 ปีและ 10 ปีชี้ว่า SET Index มีโอกาสปิดบวก 70-80% และให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.5% ถึง 2.9% โดยมีปัจจัยหนุนจากแรงซื้อเก็งกำไรตามฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 การคาดหวังเงินปันผลระหว่างกาล และงาน Thailand Focus ปลายเดือนสิงหาคมซึ่งในอดีตมักหนุนให้ SET Index ปรับขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์หลังงานด้วยโอกาสปิดบวกเกือบ 70% และผลตอบแทนเฉลี่ย 1.4% หุ้นเด่นแนะนำในเดือนสิงหาคมคือ CENTEL, COM7, CPN, GULF, KBANK, KTB และ PTT โดยมีแนวรับที่ 1,570 จุดและ 1,540 จุด แนวต้านที่ 1,630-1,640 จุดและ 1,660 จุด ด้านการลงทุนต่างประเทศผ่าน DR แนะนำ TENCENT80 และ TRIPCOM80
thunhoon.com·46dอ่านต่อ →
CPN-R.BK

แรงซื้อกลับพยุงตลาดหุ้นไทย หลัง DELTA ถูกปรับลดเป้าราคาเหลือ 244 บาท

ตลาดหุ้นไทยช่วงวันที่ 27 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 ปรับตัวลงหลุด 1,600 จุด ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาพยุงตลาด โดยหุ้น DELTA เป็นตัวฉุดตลาดหลักจากผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ นักวิเคราะห์ปรับลดคำแนะนำเป็น Reduce พร้อมปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 244 บาท จากเดิม 265 บาท หลังปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ถึง 2570 ลง สะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ด้านปัจจัยหนุนมาจากผลประกอบการกลุ่ม Hyperscaler ที่ยังเร่งลงทุนต่อเนื่อง และหุ้นกลุ่มอื่นช่วยประคองตลาด โดย CPN ปรับขึ้นแรงจากแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 4.5 พันล้านบาท เติบโตร้อยละ 4 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่กลุ่มธนาคารอย่าง KBANK และ KTB ได้แรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุน
CPN-R.BK2

เซ็นทรัลพัฒนาจับมือ KTPA ใช้เซ็นทรัล ฟู้ด ดึงนักท่องเที่ยวเกาหลีผ่านซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-เกาหลี หรือ KTPA เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีผ่านซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย โดยจะคัดสรรร้านอาหารและเมนูไทยคุณภาพจากเซ็นทรัล ฟู้ด ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 16 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล พัทยา เซ็นทรัล ภูเก็ต และเซ็นทรัล เชียงใหม่ พิธีลงนามมีนายคิม อิน-โฮ นายกสมาคม KTPA และผู้แทนบริษัทท่องเที่ยวเกาหลีชั้นนำเข้าร่วม สะท้อนความร่วมมือที่ครอบคลุมตลาดนักท่องเที่ยวทั้งแบบเดินทางด้วยตนเอง กรุ๊ปทัวร์ อินเซนทีฟ และกอล์ฟทัวร์ นางสาวภัทรา ทรัพยะประภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจศูนย์อาหารของเซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า อาหารไทยเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่นักท่องเที่ยวเลือกมาไทย และความร่วมมือนี้จะช่วยมอบประสบการณ์ที่มีความหมาย พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
CPN-R.BK4

โบรกฯ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คงคำแนะนำซื้อ CPN เป้า 77.40 บาท หนุนกำไรโตต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรปกติของ CPN ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 4,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงร้อยละ 4.8 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนได้แรงหนุนจากรายได้ศูนย์การค้าใหม่และค่าเช่าที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรที่ลดลงจากไตรมาสแรกเป็นผลจากช่วงไฮซีซันที่ผ่านไป ต้นทุนไฟฟ้า และค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น แนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าจะฟื้นตัวจากการรับรู้รายได้โครงการใหม่เต็มงวด ทั้งศูนย์การค้า โรงแรม และที่อยู่อาศัย แม้ว่าอัตรากำไรอาจถูกจำกัดจากค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มต้น ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 77.40 บาทต่อหุ้น อิงวิธีคิดลดกระแสเงินสด สะท้อนส่วนต่างราคาราวร้อยละ 14 และคาดการณ์อัตราเงินปันผลตอบแทนที่ประมาณร้อยละ 3
CPN-R.BK

CPN พุ่ง 4% โบรกชี้กำไร Q3 โตเด่นรับพื้นที่เช่าขยาย หนุนทั้งปีนิวไฮ

ราคาหุ้น CPN ปรับตัวขึ้น 4.26% มาอยู่ที่ 67.25 บาท หลังบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 เติบโตทั้งเทียบปีก่อนและไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากการขยายพื้นที่เช่ารวมประมาณ 77,000 ตารางเมตร จากการเปิดศูนย์การค้าใหม่หลายแห่งในช่วงต้นปี คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 59.2% จาก Economies of Scale และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งศูนย์การค้า โรงแรม และที่อยู่อาศัย ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยมองว่าปัจจัยบวกดังกล่าวจะผลักดันให้กำไรสุทธิปี 2569 มีโอกาสสร้างสถิติสูงสุดใหม่
Aging Population

CPN มั่นใจรายได้ปีนี้โต High Single Digit รักษาอัตราการเช่า 90%

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่าแนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2569 ยังเป็นไปตามแผน โดยมั่นใจรายได้ทั้งปีจะเติบโตระดับ High Single Digit และรักษาอัตราการเช่าโดยรวมไว้ได้ประมาณ 90% ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการมิกซ์ยูส เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ซึ่งเป็นต้นแบบ Longevity Destination แห่งแรกของไทย และเตรียมพิจารณาขายเข้ากอง REIT ในอนาคตหลังจากสร้างกระแสเงินสดให้คงที่แล้ว สำหรับโครงการใหม่ในปีนี้เปิดครบหมดแล้ว โดยจะเน้นปรับปรุงโครงการเดิมอย่าง เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ และเตรียมเริ่มโครงการขนาดใหญ่ในปีหน้าคือ เซ็นทรัล เซ็นทรัล มูลค่าลงทุนกว่า 11,000 ล้านบาท กำหนดเปิดส่วนศูนย์การค้าในไตรมาส 2 ปี 2570 ด้านธุรกิจโรงแรมยังเป็นไปตามเป้าหมายเพิ่มโรงแรมใหม่ 6 แห่งภายในสิ้นปี 2569 โดยล่าสุดเปิด GO Hotel นครสวรรค์ และเตรียมเปิด GO Hotel เชียงราย ในต้นเดือนสิงหาคมนี้ บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่าโครงการใหม่ทั้งสองจะช่วยเสริมฐานกำไรให้มั่นคงยิ่งขึ้น พร้อมให้คำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมาย 75 บาท
ทันหุ้น·54dอ่านต่อ →
CPN-R.BK

ฟินันเซีย ไซรัส ปรับเป้า SET กลางปี 70 แตะ 1,710 จุด พร้อมแนะ 11 หุ้นเด่น

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET เป็น 1,710 จุดภายในกลางปี 2570 โดยอิงประมาณการกำไรต่อหุ้นเฉลี่ย 100.5 บาท และค่า PER เป้าหมาย 17 เท่า ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2569 ขึ้น 3% เป็น 99 บาท และปี 2570 เป็น 102 บาท สะท้อนการเติบโต 13% และ 4% จากปีก่อน ตามลำดับ พร้อมมองว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่องและกระแสเงินทุนต่างชาติมีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย เนื่องจากสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติยังต่ำกว่าระดับสูงสุดในอดีต สำหรับหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ BA, BBL, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, SAPPE, STA และ TIDLOR
Energy Transition & Power Demandimpact 4

ดาวโจนส์ร่วง 507 จุด น้ำมันพุ่ง 7% เหตุฮูตีโจมตีเรือในทะเลแดง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบหนักเมื่อคืน โดยดาวโจนส์ร่วง 507 จุด หรือ 0.97% และแนสแด็กลดลง 2% หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 7% จากการที่กลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียสองลำในทะเลแดง สร้างความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับลงแรง เช่น กูเกิล ลบ 7% และเมตา ลบ 3.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มปลอดภัยอย่างอีไล ลิลลี่ บวก 1.97% และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน บวก 1.4% ด้านสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก 60 ประเทศรวมไทยในอัตรา 10% ถึง 12.5% ภายใต้มาตรา 301 โดยอ้างความล้มเหลวในการปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหุ้นส่งออกไทยอย่างไอทีซีและไทยยูเนี่ยน แม้เงินบาทอ่อนค่าจะช่วยหนุนได้บ้าง บล.พาย ประเมินกรอบดัชนี SET วันนี้ที่ 1,620 ถึง 1,650 จุด และแนะนำหุ้นกลุ่มปลอดภัย เช่น แอดวานซ์ บางกอกเชน โรงพยาบาลกรุงเทพ ซีพีออลล์ และเซ็นทรัลพัฒนา รวมถึงหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีอย่าง ปตท. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม พีทีที โกลบอล เคมิคอล และไทยออยล์
CPN-R.BK

โบรกฯ ชี้ 7 หุ้น SET50 ราคาล้าหลัง ลุ้นต่างชาติเข้าถือเพิ่ม หลังหุ้นนำตลาดแวลูเอชั่นตึง

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า ดัชนี SET ปรับขึ้นกว่า 31.2% จากต้นปีถึงปัจจุบัน โดยมีแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ไหลเข้าสู่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตามธีม AI และปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่ดีกว่าคาด แต่ที่ระดับ 1,650 จุด เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านแวลูเอชั่นที่ตึงตัว โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่นำตลาด ซึ่งมีสัดส่วนถือครองของต่างชาติทะลุค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี จึงคาดว่าจะเกิดการหมุนเงินทุนไปยังหุ้น Laggard ที่มีสัดส่วนถือครองของต่างชาติและแวลูเอชั่นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย พร้อมกำไรยังเติบโตดี กลยุทธ์ระยะสั้นแนะนำสลับเข้าลงทุนในหุ้น Laggard ผ่าน 2 ธีม ได้แก่ Earnings Play เน้นหุ้นที่คาดกำไรไตรมาส 2/69 เติบโตดีและครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง เช่น ADVANC, CPN, GULF, PR9, SCGP และ TIDLOR และ Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี และมีโมเมนตัมกำไรดี เช่น BEM, CPALL, HMPRO, MTC, OR, TRUE และ TU
CPN-R.BK

14 หุ้นปันผลสูงจ่อรับอานิสงส์โครงการ TISA หลังคลังเตรียมยกเลิกตัวคูณสิทธิประโยชน์ภาษี

กระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้าโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล หรือ TISA โดยเตรียมยกเลิกตัวคูณสิทธิประโยชน์ภาษี เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเท่าเทียมกัน ซึ่งคาดว่าจะเห็นรายละเอียดและกรอบวงเงินลดหย่อนภาษีชัดเจนขึ้นในเดือนกันยายนนี้ ฝ่ายวิจัยของบล.ทีทีบี เวลธ์ มองว่าเป็นบวกต่อตลาดหุ้นโดยรวม เพราะจะจูงใจให้คนลงทุนในหุ้นมากขึ้น และเป็นบวกต่อหุ้นปันผลสูง 14 ตัว ได้แก่ ADVANC KTB KKP KTC AMATA PIN THANI SAK CPN HMPRO PTG SIRI SPALI และ SAT
CPN-R.BK

ทีทีบี เวลธ์ ชี้ SET ขาขึ้นระยะยาว แนะ 10 หุ้นเด่นเข้าพอร์ต

บล.ทีทีบี เวลธ์ มองว่า SET ยังอยู่ในกรอบขาขึ้นระยะยาว โดยคงเป้าหมายสิ้นปีที่ 1,720 จุด การลงทุนรอบใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชนยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนต่อเนื่อง พร้อมระบุสัญญาณฟื้นตัวหลายด้าน เช่น สินเชื่อกลุ่มธนาคารกลับมาเติบโต 4 เดือนติดหลังหดตัวเกือบ 3 ปี การเบิกจ่ายงบประมาณรัฐบาลฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดบวก 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนใน 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ปริมาณเงินในระบบ 5 เดือนแรกของปี 2569 โต 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องและได้รับผลกระทบจากสงครามจำกัด หนุนการปรับประมาณกำไรของ SET เพิ่มขึ้น ยอดขายรถยนต์ในประเทศเริ่มฟื้นตัว โดย 5 เดือนแรกของปี 2569 โต 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การส่งออกโต 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และการนำเข้าที่ไม่ใช่น้ำมันโต 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนใน 5 เดือนแรกของปี 2569 ทั้งนี้ ทีทีบี เวลธ์ ปรับพอร์ต Siam Senses โดยแนะนำหุ้น 10 ตัว ได้แก่ AMATA, AOT, BGRIM, CPN, DELTA, GLOBAL, GULF, KTB, STECON และ TRUE พร้อมให้คำแนะนำซื้อเข้าพอร์ตในรอบนี้
CPN-R.BK

7 หุ้นเด่นกำไรไตรมาส 2 มีแนวโน้มเติบโต

นักวิเคราะห์คัดเลือก 7 หุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2 จะเติบโต โดย PSL อาจพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรโตแรงตามค่าระวางเรือเทกองที่พุ่งขึ้น ขณะที่ RCL ได้ประโยชน์จากตู้คอนเทนเนอร์แน่นเพราะท่าเรือแออัดและสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษเพิ่ม AMATA มีกำหนดโอนที่ดินล็อตใหญ่ทั้งในไทยและเวียดนาม หนุนด้วยฐานผลิต EV และ Data Center ERW ยังรักษารายได้เฉลี่ยต่อห้องพักในระดับสูง และขยายสาขา Hop Inn ต่อเนื่อง MRDIYT กำไรยังวิ่งฉิวจากการเปิดสาขาใหม่ที่คืนทุนไวและยอดขายสาขาเดิมแข็งแรง CPN ได้อานิสงส์จากทราฟฟิกคนเข้าห้างที่เพิ่มขึ้น หนุนรายได้ค่าเช่าและส่วนแบ่งยอดขาย COM7 กำลังแปลงรายได้ใหม่จาก Retail Media โดยใช้หน้าร้านกว่า 1,400 สาขาทั่วประเทศเป็นป้ายโฆษณาที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
CPN-R.BK

เมกาบางนาประกาศขยายโครงการ 6 พันล้านบาท ภายใต้แผนแม่บทมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท

อิคาโน เซ็นเทรส และเซ็นทรัลพัฒนา ลงทุน 6 พันล้านบาทเพื่อขยายศูนย์การค้าเมกาบางนา เพิ่มพื้นที่อาคารรวม 170,000 ตารางเมตร ซึ่งรวมถึงพื้นที่ค้าปลีกและที่จอดรถ 1,750 คัน ภายในไตรมาสที่สามของปี 2028 การขยายนี้จะทำให้พื้นที่พัฒนาแล้วของเมกาบางนามีประมาณ 800,000 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นจุดกึ่งกลางของแผนแม่บทโครงการมิกซ์ยูสระยะยาวที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 128 เอเคอร์ ประกอบด้วยการพัฒนามากกว่า 1.3 ล้านตารางเมตร และมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 7 หมื่นล้านบาท โครงการนี้มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางที่เน้นธรรมชาติและประสบการณ์สำหรับครอบครัวและชุมชนในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านเมืองที่มีการเติบโตเร็วที่สุดของเมืองหลวง เมกาบางนาได้ต้อนรับผู้มาเยือนมากกว่า 670 ล้านครั้งตลอด 14 ปี และรักษาอัตราการเช่าเต็ม 100%